Thursday, 30 July 2026
NEWS

พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ตรวจเยี่ยมการฝึกตำรวจควบคุมฝูงชน เน้นย้ำการเคารพสิทธิประชาชนตามกฏหมาย และฝึกให้เกิดความมั่นใจในการปฎิบัติหน้าที่

วันนี้ (15 พ.ย.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้มาตรวจเยี่ยมการฝึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน สังกัด บช.น. โดยมี พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.อคฝ. พล.ต.ต.ศรกฤษณ์ แก้วผลึก อดีต รอง ผบช.ศ. เป็นผู้ควบคุมการฝึก โดยได้ทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 340 นาย ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ย.66 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจกลาง โดยเป็นการฝึกให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมฝูงชนและการชุมนุมสาธารณะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้ตระหนักถึงสิทธิของประชาชนตามกฏหมาย รวมทั้งยังมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเพื่อรักษาความสงบของประชาชน โดยในการนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้เน้นย้ำให้ผู้เข้ารับการฝึกตั้งใจฝึกฝนอบรม และหมั่นทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย รวมทั้งได้มอบเครื่องดื่มและเงินสนับสนุนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของกำลังพลในการฝึกอบรมต่อไป

เลขาธิการศอ.บต. ชื่มชมพลังจิตอาสาทำสิ่งดีงามช่วยสังคม ชี้ คือจุดแข็งใน จชต.

วันพุธที่ 15​ พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์. เลขาธิการ ศอ.บต. ให้การต้อนรับ คณะสื่อในพื้นที่ และ ศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับการสนับสนุนให้ทำดีเพื่อสังคมจากนายธีระชัย รัตนกมลพร ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นายฐกร รัตนกมลพร และ ครอบครัว พญ. สุรางคณา เตชะไพฑูรย์ นพ.ชัยวัฒน์  เตชะไพฑูรย์ เนชั่นทีวี บรรณาธิการศูนย์ข่าวอิศรา ในโอกาสนี้ทางกลุ่มได้นำขนมหมอแกง และขนมดู เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่ทำขายแล้วนำเงินมาช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง ขาดโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มเด็กกำพร้าในพื้นที่ ได้นำขนมมามอบให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์. เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ นอกจากนี้ยังมี นายนฤพล สุคนธชาติ ประธานสมาพันธ์ SME จังหวัดยะลา ยังร่วมมอบดอกไม้อีกด้วย 

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ผมชื่นชมพลังเหล่านี้มาก ซึ่งก่อนมาได้รับหน้าที่ ก็พยายามศึกษาในระดับพื้นที่ว่า เรามีพลังอะไรที่แอบแฝงอยู่บ้าง และค้นพบจุดแข้งของพื้นที่นี้เลย ก็คือ กลุ่มจิตอาสา หรือ อีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ กลุ่มสตรี ที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงๆกลุ่มเหล่านี้ มีพลังมาก ที่ขับเคลื่อนความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของครอบครัว ชุมชน อันนี้เป็นระดับเล็กที่สุดในประเทศ ซึ่ง ถ้าจุดเล็กๆมีความเข็มแข้ง มีคุณภาพ แล้วในระดับต่อไป หมู่บ้าน อำเภอ ตำบลก็จะมีความเข็มแข้ง มีชุมชนที่ดี 

เลขาธิการศอ.บต. ยังได้ยกตัวอย่างด้วยว่า มีคำอยู่สองสามคำ ที่รับฟังมาแล้วชื่นชม คำว่า กิจกรรมอะไรที่ทำภายในครอบครัวทำในชุมชน เขารวมตัวกันทำอาหาร เป็นกิจกรรมที่ทำรายได้ มีผลผลิตเล็กๆ น้อยๆในพื้นที่ ทำกันในหมู่บ้าน ทำทานกันเอง ต่อมาสามารถได้รับการพัฒนา ให้ความรู้ สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ ขายได้ เช่นขนมต่างๆผลผลิตทางการเกษตรบางอย่าง ที่นำมาแปรรูปเป็นสิ้นค้าพื้นบ้าน พอได้รับการส่งเสริมจากภาคเอกชน เข้ามาพัฒนาการบรรจุภัณฑ์ การจัดการซื้อขาย การตลาด สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนมากจนเลี้ยงตัวได้อันนี้ เรียนเลยว่านี้คือพลังของจิตอาสา

แล้วเขาก็ไม่ทิ้งคนอื่น รายได้ที่ได้มาบางส่วนก็นำไปช่วยเหลือผู้คน ผู้อื่นที่เดือดร้อนได้ ผู้ป่วยติดเดียง เด็ก เยาว์ชน กำพร้า มีการแบ่งปั่น อันนี้จริงๆต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่งดงามมาก และเป็นจุดเล็ก ผมไม่เชื่อว่าคนเราจะแบกหินก้อนใหญ่ได้ แต่เราสามารถช่วยกันถือหินก่อนเล็กๆได้ จากหลายคนก็เป็นกำแพงได้ จุดนี้เป็นจุดแข็งที่ในพื้นที่มี จะสนับสนุนพลังเหล่านี้ ให้เกิดคุณภาพ ให้มากขึ้น มีประโยชน์  มีทั้งกิจกรรมและมีรายได้แล้วสังคมสาธารณะได้รับประโยชน์ด้วย ไม่มีอะไรที่เสียหายเลย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามมากกว่า

นอกจากนี้ทางศูนย์พัฒนาอาชีพฯได้ร่วมแสดงความยินดีกับนางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ในโอกาส รับตำแหน่งประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลาอีกด้วย   

จากนั้นยังได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจรวมทั้งมอบสิ่งของให้ช่วยเหลือประชาชนที่ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือในพื้นที่ยะลาและปัตตานีต่อไป  

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายตำรวจท่องเที่ยว เด้งรับนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ

เมื่อวานนี้ (วันอังคารที่ 14 พ.ย.66) เวลาประมาณ 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค 4) เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ โดยมี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ รอง ผบช.ทท. ให้การต้อนรับ ในการมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) ได้กำชับการทำคนน้อยให้เป็นคนมาก ตำรวจท่องเที่ยวต้องร่วมเข้าไปตรวจตราดูแลนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมกับสถานีตำรวจ ต้องตรวจตามแผนการตรวจ พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ต้องป้องกันเหตุให้ได้ ต้องไม่มีเหตุเกิดกับนักท่องเที่่ยว หากเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยว เราต้องให้ความสำคัญ ต้องกระตือรือร้น ตำรวจท่องเที่ยวต้องช่วยตำรวจพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย หากเป็นเหตุสำคัญ หรือคดีสำคัญ ผู้กำกับการต้องไปควบคุมกำกับดูแลด้วยตนเอง หากติดปัญหาทางตัว รอง ผบ.ตร. ก็จะช่วยแก้ปัญหา ประสานการปฏิบัติให้เอง จะไม่ปล่อยให้ลูกน้องต้องทำงานโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน 

ตำรวจท่องเที่ยวต้องหมั่นดูแลสถานทูต ต้องรู้จักประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตในพื้นที่ และช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวชาติต่าง ๆ ในการประชุมระดับจังหวัด สารวัตรท่องเที่ยวต้องรู้จักไปประชุมด้วยตนเอง เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในจังหวัดได้ ไม่ใช่มอบรองสารวัตร หรือชั้นประทวนไปประชุม จนทำให้ตำรวจท่องเที่ยวไร้ตัวตนในการทำงานในพื้นที่สำคัญ หรือการทำงานระดับจังหวัด หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เช่น สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือตรวจสอบความปลอดภัย การบำรุงรักษาเครื่องเล่นหรืออุปกรณ์เหล่านั้น เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว และต้องรู้จักประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

อีกทั้งในสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ตำรวจท่องเที่ยวก็ต้องช่วยตำรวจพื้นที่ ออกตรวจพื้นที่ตามแผนการตรวจร่วมที่ได้ประชุมกำชับสั่งการไปแล้ว ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็จะตรวจสอบผลการตรวจผ่าน ระบบ Police 4.0 ด้วยตนเอง หากพื้นที่ใดไม่ตรวจ ไม่มีผลการตรวจ ไม่ใส่ใจ ก็จะขอพบสารวัตรท่องเที่ยวที่รับผิดชอบเพื่อสอบถามถึงสาเหตุว่าติดขัดหรือมีปัญหาข้อขัดข้องประการใด แต่ถ้าไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ต้องช่วยกันตรวจตามแผน ตามอำนาจหน้าที่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) เน้นย้ำว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นหน่วยตำรวจที่สำคัญ เป็นหน่วยตำรวจที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชางต่างชาติ มีส่วนในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ อันเป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล นโยบายสำคัญ ๆ ของรัฐบาล เช่น ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจากชาติสำคัญ เช่น จีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน หรือการเปิดสถานบริการในพื้นที่สำคัญ เช่น กทม. เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต ถึงเวลา 04.00 น. ตำรวจท่องเที่ยวก็ต้องตามให้ทัน ต้องปรับแผนการตรวจ การบริการนักท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

'พัชรวาท' ตั้งเป้าปีหน้า 'สวนสัตว์เชียงใหม่' ปั๊มเม็ดเงินเกือบ100 ล้านบาท หลังเพิ่มสัตว์นานาชนิด ดึงดูดนักท่องเที่ยว

มีกิจกรรมหลากหลาย พร้อมชวนคนไทยหนาวนี้ ปักหมุดเที่ยวจุดแลนด์มาร์ค “แหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์ วิจัย สัตว์ป่า” เชิญชวนสักการะ “พระนวพุทธมหาบารมี” พระพุทธรูปองค์แรกของไทยที่บูรณะจากชิ้นส่วนองค์เดิมสมัยล้านนา 

พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เชียงใหม่เพื่อมอบนโยบายเรื่องไขปัญหาหมอกควัน ตนยังได้ไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและรับฟังการบรรยายพิเศษของสวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย พร้อมนั่งรถชมพื้นที่โดยรอบสวนสัตว์เชียงใหม่ สามารถเข้าชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นมา สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เพิ่มความหลากหลายของสัตว์มากขึ้น เพื่อส่งมอบความสุขให้นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน โดยมีโซนสัตว์แอฟริกา อาทิ ยีราฟ ที่ได้รับมอบเพิ่มมาใหม่ 1 ตัว ชื่อเดิมว่า "น้องแหว่ง" หรือ "น้องต้นคูน" เพศผู้ อายุ 6 ปี 1 เดือน และ ม้าลาย ชื่อ "ต้นหนาว" เพศผู้ อายุ2 ปี11 เดือน  ตลอดจนสัตว์อื่นๆ ซึ่งได้รับทราบจากรายงานว่าสวนสัตว์เชียงใหม่ในปีนี้มีรายได้ถึง 79.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผน และในปีหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 97 ล้านบาท

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้ร่วมกิจกรรม “แอ่วเหนือ ม่วนหนาว สุดว้าว ที่สวนสัตว์เชียงใหม่” “Chiangmai Zoo Winter Land” ณ บริเวณด้านหน้าส่วนจัดแสดงหิมะเทียม (Snow Buddy Winter Land) และนั่งรถบริการไปสักการะองค์ “พระนวพุทธมหาบารมี” ณ โบราณสถานวัดกู่ดินขาว ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นองค์ที่ตนเคยเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562 สำหรับองค์พระนวพุทธมหาบารมีองค์นี้ มีความพิเศษ เพราะเป็นการบูรณะพระพุทธรูปองค์แรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมการบูรณะโดยใช้ชิ้นส่วนเดิมเป็นองค์ประกอบขึ้นเป็นองค์พระ เพื่อให้มีความศักดิ์สิทธิ์และรักษาองค์พระเดิม ภายหลังที่ได้พบชิ้นส่วนพระอุระที่หลงเหลือจากสมัยล้านนา

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมสวนสัตว์เชียงใหม่ในครั้งนี้ ได้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมมือกัน จนทำให้สวนสัตว์มีการพัฒนาอย่างมาก เป็นแหล่งเรียนรู้ อนุรักษ์ วิจัย สัตว์ป่า และเป็น Landmark แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้ อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนเดินทางมาเที่ยวสวนสัตว์แห่งนี้ รับรองว่าจะประทับใจไม่รู้ลืม ทางสวนสัตว์จะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ช่วงปลายเดือนนี้ จะมีกิจกรรมลอยกระทงในสโนว์บัดดี้ เดือนธ.ค.จะมีกิจกรรมเกิดวันไหนไปสวนสัตว์ และหมอกบนดินถิ่นล้านนา เป็นต้น

‘เพื่อน Classy Records’ แชร์มุมคนเข้าชม ‘บอล-แปรอักษรจตุรมิตร’ ชี้!! ตื่นตา-สวยงาม เห็นถึงความสามัคคีร่วมมือทำเพื่อสถาบันของตน

(15 พ.ย. 66) ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ‘เพื่อน ณัฐิภา Classy Records’ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดรามาแปรอักษรจตุรมิตร ระบุว่า…

ประเด็นเรื่องการ "แปรอักษร" เด็กผู้หญิงอย่างเพื่อน ขอออกความคิดเห็นบ้าง คงไม่ว่ากันนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า น้องชายสุดหล่อของเพื่อน เรียนอยู่ที่โรงเรียน สวนกุหลาบ ค่ะ ปีนี้เพื่อนจึงได้มีโอกาสไปดูคู่เปิดสนาม และพิธีเปิดงาน ‘ฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี’ เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา 

เพื่อนเพิ่งรู้ว่าการเชียร์บอลนั้นสนุกมาก รู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก เวลาได้ยินเสียงเชียร์ของแต่ละโรงเรียน การได้มาเชียร์ที่สนามมันไม่เหมือนกับการชมถ่ายทอดสด 

คนละเรื่องเลยล่ะค่ะ 

คือเราจะเห็นการแข่งขันอย่างใกล้ชิด ได้เห็นผู้คนจับจ้อง ได้สัมผัสถึงอารมณ์ผู้คน ได้ลุกยืนลุ้นตอนบอลมาใกล้ประตู 

ที่ชอบมาก ๆ ไม่แพ้กันก็คือการได้ชมภาพการ ‘แปรอักษร’ ที่สวยงามของทั้ง 4 โรงเรียนพร้อม ๆ กัน ที่ใคร ๆ เรียกกันว่า ‘แปรอักษรจตุรมิตร’ และนี่คือสิ่งที่น้องชายของเพื่อนรอคอยที่จะได้ขึ้นสแตนไปทำหน้าที่ตรงนี้บ้าง

น้องบอกว่าการได้ขึ้นไปทำหน้าที่แปรอักษร มันคือความภาคภูมิใจ ทั้งรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องเหนื่อยแค่ไหน แต่มันคือพลังของเด็กสวนกุหลาบที่อยากจะทำผลงานตรงหน้านี้ให้ออกมาอย่างดีเยี่ยม 
เป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ 

เชื่อว่าเพื่อน ๆ รอบตัวรวมถึงเพื่อนอีก 3 โรงเรียนก็จะคิดไม่ต่างกัน เพราะได้นั่งดูภาพที่สวยงามด้านหน้า จึงอยากไปเป็นหนึ่งในผู้สร้างความงดงามนี้ในด้านหลัง มันคงยากน่าดูกว่าจะออกมาได้งดงามขนาดนี้
คนดูอย่างเพื่อน จึงเห็นถึงความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดีใจที่น้องชายของเพื่อนมีใจใฝ่งานกิจกรรมของโรงเรียน น้องจะได้มีมุมมองในการใช้ชีวิต รู้จักหน้าที่ รู้จักความเสียสละ และเข้าสังคมเป็น เติบโตมาก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเด็ก เข้าใจสังคม มีแต่ประโยชน์ทั้งนั้นเลย

ใครนะที่กล้ามาปั่น เป่าหูเด็ก ใส่ร้าย และยุยงว่าการ ‘แปรอักษรจตุรมิตร’ เป็นเรื่องถูกบังคับขู่เข็ญ เป็นเรื่องที่ทรมานเด็ก 

ถ้าเด็กถูกทรมาน ถูกบังคับให้ทำโดยไร้ความสมัครใจ และไม่มีประโยชน์ต่อสังคมใด ๆ เลย จะมีผู้ใหญ่จำนวนมากที่มีชื่อเสียง มีอาชีพการงานที่ดี ที่เคยผ่านการแปรอักษรมาก่อนแล้วนับไม่ถ้วน พูดถึงกิจกรรมการแปรอักษรไปในทางที่ดีได้อย่างไร?

เพื่อนสงสัย??

อย่ามาทำให้เรื่องดี ๆ ของเด็ก ของน้องชายของเพื่อนต้องมัวหมองเพราะความคิดที่ไม่สะอาด และหัวจิตหัวใจที่สกปรกเลยนะคะ

ที่นี่ไม่มีสามนิ้ว มีแต่สิบนิ้วจากมือทั้งสองข้างประกบเข้าหากันคอยไหว้ผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้เด็กทำในเรื่องดี ๆ ต่อส่วนรวม ต่อสถาบันที่เขาศึกษา และรัก

สังคมไทยเราเละมากแล้วค่ะ ถ้าไม่ช่วยให้ดีขึ้น ก็อย่าพยายามหาช่อง หารู มาเจาะทำลายเลย
ขอให้ความงดงามจากความสามัคคีของเด็ก เติบโตไปพร้อมกับความคิด ๆ ของเขากันนะคะ
ที่เพื่อนจะเล่าก็มีเพียงเท่านี้

ก็ยาวบ้าง อะไรบ้าง 

ไม่ว่ากันนะคะ แหะ แหะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

‘อานนท์’ ส่งจดหมายจากแดน 4 เรือนจำฯ กรุงเทพฯ ถึงลูกๆ ขอใช้ชีวิตให้มีคุณค่า มีความหมาย ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

(14 พ.ย. 66) เพจอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน จำเลยคดีม.112 ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โพสต์จดหมายฉบับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 ถึงปราณและอิสรานนท์ ลูกรัก ว่า “ใช้ชีวิตให้มีคุณค่าและความหมาย”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแม่เล่าให้ฟังว่าปราณอยากมาเจอพ่อที่ศาลในวันที่ศาลเบิกพ่อออกมาจากเรือนจำซึ่งอาจทำให้ปราณต้องขาดเรียนในวันนั้น พ่อขอให้ปราณอดทน เราไม่จำเป็นต้องเจอกันแล้วทำให้ลูกขาดเรียน พ่อรับรู้ได้ถึงความคิดถึงที่ลูกมี แต่การเรียนก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อยากให้ลูกเขียนจดหมายและแนบรูปที่ลูกวาดมาให้พ่อดู ได้ข่าวว่าพัฒนาฝีมือไปมาก พ่อจะได้เอามาอวดเพื่อน ๆ ในนี้

อาจต้องแบ่งเวลามาช่วยแม่ดูแลน้องเพราะช่วงนี้น้องกำลังเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ เสื้อผ้าของปราณและของน้องซักรวมกันได้ ปราณน่าจะปรับเครื่องซักผ้าที่บ้านเป็นแล้ว แค่ปรับที่โหมดซักผ้าเด็ก พอเสร็จแล้วห้ามปั่นแห้งให้ใช้ไม้แขวนตากที่ระเบียงเพราะถ้าปั่นแห้งผ้ามันจะหด สอนวิธีการชงนมแม่คงสอนแล้ว

บิงซูไม่ควรกินบ่อยเพราะมันแพง 555 แต่ถ้าพวกน้า ๆ ที่ออฟฟิศเลี้ยงก็ไม่ควรปฏิเสธ แม่เล่าให้ฟังว่าปราณเริ่มเขียนบันทึกได้แล้วซึ่งเยี่ยมมาก

พ่ออยากให้ปราณใช้ชีวิตให้มีคุณค่าและความหมายทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง เพราะห้วงชีวิตของมนุษย์เราไม่ได้ยืนยาวอะไร อยากให้ปราณเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่จิตใจโอบอ้อมและแบ่งปัน สำคัญคือต้องเรียนรู้และรู้จักตัวตนของตัวเอง เป็นของตัวเอง

เอาไว้ช่วงปิดเทอมเราค่อยเจอกันในศาลนะคะ เป็นเด็กดี ปล. ขึ้นรถอย่าลืม ร.ข.ข เด็ดขาด

รักและคิดถึงลูกทั้งสองคน

แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

‘วราวุธ’ เร่งประสาน 'กต.-สตช.' ช่วยคนไทยในเล่าก์ก่าย เผย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนยืนยันตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ

(14 พ.ย.66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการช่วยเหลือคนไทย 162 คนในเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา นายวราวุธ กล่าวว่า ในขณะที่ทางกระทรวง พม. ได้ประสานงานทั้งกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการยืนยันจำนวนตัวเลขของผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด และทางกระทรวง พม. เองได้มอบค่าเดินทาง และค่าเยียวยาให้กับผู้ไร้ที่พึ่งพิง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูในมิติอื่นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ และประเด็นเรื่องความมั่นคง ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศและ สตช. จะมีการประชุมร่วมกับกระทรวง พม. ในการหาแนวทางการช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดที่อยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว

‘สว.วีระศักดิ์’ บรรยายพิเศษ นักศึกษานิติฯ ป.โท มธ. ในหัวข้อ ‘ข้อพิพาทสิ่งแวดล้อมกับการนิติบัญญัติ’

เมื่อวานนี้ (13 พ.ย. 66) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เชิญนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปบรรยายในหัวข้อเรื่อง ‘ข้อพิพาทสิ่งแวดล้อมกับการนิติบัญญัติ’ ระหว่างเวลา 17.30 - 20.30 น. ให้กับนักศึกษาในระดับปริญญาโท ของคณะนิติศาสตร์ ซึ่งกำลังศึกษาในวิชา น.784 ปัญหาการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม ภาค 1 

โดยนอกจากที่ได้บรรยายถึงร่างกฎหมายอากาศสะอาด ปัญหาการเผาในที่โล่ง ไฟในป่าและในแปลงเพาะปลูกแล้ว วิทยากรยังได้อธิบายถึงปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และผลกระทบทั้งทางบก ในทะเล ที่ล้วนกำลังเคลื่อนไปสู่จุด tipping points ต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถเห็นความเชื่อมโยงอันซับซ้อนของระบบในธรรมชาติของโลกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

‘ผอ.เทพศิรินทร์’ เปิดใจ!! ดรามา ‘ค้านแปรอักษร’ งานจตุรมิตร ยัน!! กิจกรรมนี้คือความภาคภูมิใจของ ‘4 โรงเรียนสุภาพบุรุษ’

เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.66) ช่องยูทูบ Top News Live ได้เชิญ ผู้อำนวยการ นายวิธาน พรหมสินธุศักดิ์ หรือ ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปมดรามา 3 นิ้ว ‘ค้านแปรอักษร’ ในงานจตุรมิตร ครั้งที่ 30 ว่า…

ยืนอยู่ตลอด ก็คอยสังเกตการณ์ ซึ่งเขาก็จะมีวิธีการประชาสัมพันธ์ในลักษณะเชิญชวนน้อง ๆ ว่า ‘มีสิทธิเสรีภาพอย่าให้ใครมาบังคับน้อง ๆ อะไรต่าง ๆ ไม่ได้’ แล้วก็แจกใบค้าน ซึ่งผมจะแจกก็แจก แต่อย่าไปเอาไปขวางเด็ก ๆ เพราะเด็กเขาจะเดิน แล้วมันจะเสียจังหวะเสียแถว ซึ่งก็ได้อธิบายขยายความไป และตอนแรกเขาก็คิดว่าผมคงเป็นพ่อแม่ของเด็ก ๆ เพราะผมเรียกเด็ก ๆ ว่าลูก แต่ก็ได้บอกไปว่าไม่ใช่ ผมเป็นครูและนี่คือลูกศิษย์ทั้งนั้น ผมก็ดูแลเหมือนลูก จากนั้นก็ได้ขอทาง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เดินไปสนาม แต่ผมก็พยายามที่จะไม่คุย เพราะรู้ว่าคนกลุ่มนี้ต้องการแสง ต้องการราคา ต้องการที่จะมีที่ยืนในสื่อ ผมก็อยากจะให้พวกเขาเห็นว่าสิ่งนี้มันไม่มีอะไรที่จะมามีอิทธิพลเหนือกิจกรรมดี ๆ ที่เขาสร้างสมกันมา…

มันคือการเรียนรู้นอกห้องเรียน มันเป็นการเรียนรู้วิชาชีวิต วิชาความคิดสร้างสรรค์ วิชาการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นแน่นอนเด็กก็คือเด็ก สามารถถูกชักจูงได้ เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัวพวกนี้จึงมักใช้เด็กเป็นฐานในการล้างสมองเปลี่ยนความคิด เพราะเด็กชอบความสบาย อย่างไม่ต้องแต่งชุดนักเรียน ไม่ต้องอยู่ในระเบียบ แต่พอวันนึงเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ เขาจะรู้ว่าพวกนี้มันเป็นมารร้ายที่มาทำให้เขาไม่มีวินัย และประเทศชาติถ้าไม่มีวินัยสังคมไทยมันอยู่ไม่ได้… เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราจะบอกเด็กคือการอธิบายว่า ถ้าเกิดไม่ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อะไรต่าง ๆ มันจะเป็นอย่างงี้นะ ซึ่งกล้ายืนยันตรงนี้ ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยมีเด็กไม่จบจากการที่ไม่ผ่านกิจกรรม เพราะไม่ได้แปรอักษรจตุรมิตร แต่ถ้ามันเป็นเพียงกระบวนอย่างไม่เข้าเรียนหนังสือ มันก็ต้องตก ฉะนั่นมันคือวิธีการเพื่อให้เขาอยู่ในกรอบในระเบียบ ดังนั้นไม่มีพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์คนไหนทำร้ายเด็กทั้งนั้น…

ประเด็นถัดมาคือเรื่อง ‘ศิษย์เก่า’ ที่โผล่ค้านแปรอักษร โดยเด็กคนนี้ ผมมองว่าเขามีประเด็นมาหลายเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ได้มารับตำแหน่งและที่ได้ทราบจากครูอาจารย์ว่าเขาเป็นมานานแล้ว เขาเป็นกลุ่มที่มีการประท้วงอะไรกันหลายครั้ง ตั้งแต่กลุ่มนักเรียนเลว อย่างล่าสุดตอนที่ผมมาก็คือเรื่องทรงผม สมัยตอนที่คุณตรีนุช เทียนทอง สั่งให้แต่ละโรงเรียนไปบริหารจัดการเรื่องทรงผม ซึ่งเขาก็พยายามที่จะตามหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อค้านให้เห็นว่าเด็กทุกคนคุณมีสิทธิไม่ต้องไปสนใจอะไรต่าง ๆ จากนั้นเขาก็ทำหนังสือไปถึงกรมคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ เพื่อร้องเรียนว่าโรงเรียนไปละเมิดสิทธินักเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่ทางกรมได้เข้ามาคุย ซึ่งก็ได้ชี้แจงอธิบาย และเอานักเรียนที่เกี่ยวข้องมานำเสนอพูดคุย จากนั้นทางกรมก็เข้าใจ

เพราะฉะนั้นจึงมองว่าในสังคมนี้เป็นอย่างที่พระเจ้าอยู่หัวเคยบอกว่ามีทั้งคนดีคนเลว ซึ่งทางโรงเรียนเทพศิรินทร์ก็สอน ‘น สิยา โลกวฑฺฒโน’ ความหมายคือ ‘ไม่ควรเป็นคนรกโลก’ แต่อย่างที่บอกนักเรียนเราตอนนี้เลขประจำตัว 50,000 กว่าคน ผมเชื่อว่ามันมีบางพวกที่เป็น ‘เทพศิรินทร์ปลอม’ ขออนุญาตใช้คำนี้ เป็นพวกที่ไม่ได้ได้ซึมซับความเป็นเทพศิรินทร์จริง ๆ แล้วมาอาศัยผืนแผ่นดินนี้เรียนเท่านั้น

ดังนั้น 4 โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนจตุรมิตร คือ ‘โรงเรียนสุภาพบุรุษ’ ซึ่งชีวิตคนทุกคนไม่มีใครสุขสบายทั้งชีวิต พ่อแม่เลี้ยงลูกก็ต้องอยากให้ลูกสบาย สามารถเข้าใจได้ แต่ความลำบากต่าง ๆ ที่ลูก ๆ ผ่านมาจากอุปสรรคนั้น ความปลอดภัยก็สำคัญมาก ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของครูบาอาจารย์ที่ต้องดูแล มันจะเป็นฐานที่สำคัญเลยที่จะทำให้เขายืนขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความองอาจและมีความเข้มแข็ง แต่วันนี้…ถ้าเกิดว่าคนไม่เคยเจอความลำบากเลย แล้วไปเจอ บางทีสู้ไม่ได้ นี่คือวิชาชีวิต นี่คือวิชาของลูกผู้ชาย…ซึ่งยอมรับเลยว่า 4 สถาบันนี้มีอย่างเต็มเปี่ยม ผมตอบแทนทั้งโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้ว่าทั้ง 4 สถาบันเรามีเป้าหมายเดียวกัน เราเป็นโรงเรียนที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี เป็นโรงเรียนที่สังคมให้การยอมรับและศรัทธา…เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่น…

ทั้งนี้ อยากจะบอกทางน้องนักข่าวว่าถ้าจตุรมิตรไม่ดีจริง ถ้าการแปรอักษรการเชียร์มันเป็นเรื่องยากลำบาก ผมขออนุญาตเอาเหตุผลของเทพศิรินทร์เป็นตัวตั้งแล้วกัน…ทำไมนักเรียนเก่าถึงเอาลูกมาเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนเก่าทั้งนั้นที่เอาลูกมาเรียน ครั้งนึงผมเคยคุยกับเขา เขาบอกว่าเขาเคยอยู่บนสแตนด์เชียร์ เคยตากแดดตากฝน วันนั้นตอนที่เป็นเด็กอาจจะมีความรู้สึกเหมือนกันทำไมมันร้อน ทำไมมันลำบาก…แต่วันนี้มันกลายเป็นเรื่องเล็ก เป็นเรื่องขี้ปะติ๋วที่คุยกัน คนที่ไม่ได้ไปเชียร์และแปรอักษรบางรุ่นบางช่วงบางเวลาเสียโอกาส…และบางคนถึงกับบอกเคยทำ 3 ครั้งเลย เพราะมีอยู่หลายช่วงเวลาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และโรงเรียนในเครือจตุรมิตรได้รับโอกาสจากประเทศไทย เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ โดยเขาก็จะเอาตัวแทนจาก 4 โรงเรียนไปแปรอักษรในนามของประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้คือโอกาส…และจตุรมิตรยังเป็นฐานของฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ การพบเห็นการเชียร์การแปรอักษรต่าง ๆ มันเกิดขึ้นจากเด็ก 4 โรงเรียนนี้ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่ดีงาม…

ซึ่งผมกำลังมองว่าการที่สอนหรือพยายามที่จะปลุกปั่นว่านี่คือการริดรอนสิทธิ ผมว่าสิทธิเสรีภาพมันต้องมากับ ‘หน้าที่’ และเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเราทำ เราคิดเสมอ ซึ่งผมและลูกของผมก็เป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ บางคนอาจจะบอกว่า ครูทำได้สิ ก็ไม่ใช่ลูกครู…ลูกผมเมื่อตอนที่เป็นนักเรียนเก่ารุ่น 125 ก็ตากแดดตากลมตากฝนอย่างนี้เหมือนกัน และ ณ วันนี้ลูกครูบาอาจารย์หลายคนก็ขึ้นสแตนด์เหมือนกัน เราภาคภูมิใจ…ที่ลูกเรามีส่วนร่วมกับกิจกรรมดี ๆ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ตอบได้เลยว่าเป็นลูกผม ผมก็ให้ทำ…

‘พี่วัน’ ภูมิใจ!! เคยได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘บอลจตุรมิตร-แปรอักษร’ เชื่อ!! ‘นักเรียน-ศิษย์เก่า-อาจารย์-ผู้ปกครอง’ ทั้ง 4 รร. ล้วนภาคภูมิ

(14 พ.ย. 66) นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘วัน อยู่บำรุง’ ระบุว่า… 

การแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตร การแปรอักษร คือความภาคภูมิใจของนักเรียน ครูบาอาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสี่โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย เทพศิรินทร์ อัสสัมชัญ กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

#อย่าไปเดือดร้อนแทน
#จตุรมิตรสามัคคี30
#Osk110

‘นายกฯ’ ยัน!! ไม่ได้สั่งให้ ‘ตร.จีน’ ลาดตระเวนไทย ชี้ ผู้ว่าการททท. อาจสื่อสารเรื่องนี้ผิดพลาด

เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.66) ที่ รร.เดอะริทซ์ คาร์ลตันนครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ (เวลาท้องถิ่นซานฟรานซิสโก ช้ากว่ากรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ​ระบุรัฐบาลมีแนวคิดให้ตำรวจจีนลาดตระเวนเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง ว่า เรื่องนี้ถึงอย่างไรตำรวจไทยต้องเป็นคนดูแล แต่ถ้ามีความร่วมมือเกิดขึ้นในแง่ของการประสานข้อมูลกับทางตำรวจจีน เชื่อว่าจะให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่ามีตำรวจจีนมาเดินบนถนนเมืองไทย เรื่องนี้คงเป็นการสื่อสารที่มีความผิดพลาดมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางผู้ว่าฯ ททท.อ้างว่าเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากที่นายกฯ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีข้อสั่งการหรือพูดคุยในเรื่องนี้ หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าต้องมีตำรวจจีนมาอยู่ที่เมืองไทย แต่เป็นการหารือที่ทั้งสองหน่วยงาน คือสถาบันตำรวจ ที่ต้องพูดคุยเพราะทุกคนกลัวเรื่องจีนสีเทา และเรื่องที่คนจีนมาทำอะไรผิดกฎหมายกับคนจีนในเมืองไทย จึงต้องมีการประสานเรื่องข้อมูลให้ชัดเจน อย่าให้เกิดความสับสน และหากมีอาชญากรรมเกิดขึ้น จะได้จัดการบำบัดได้ทันที

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ ไม่ได้สั่งให้ประสานกับทางจีนในเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้า และกล่าวว่า "ไม่ได้สั่งเลยครับ ไม่มีการสั่งครับ เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับผม ใครจะไปสั่ง ผมไม่เคยพูดว่าต้องเอาตำรวจจีนมากี่คนๆ "

เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องอธิปไตยของไทย ทำไมต้องเอาจีนเข้ามา นายเศรษฐา กล่าวย้ำว่า ไม่เคยมี ไม่เคยพูด ถามคนใกล้ชิดตนได้ว่าไม่เคยมี เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยเหมือนกันเพราะไม่ใช่

วธ.ร่วมกับ จังหวัดน่าน ภาคีเครือข่ายวัฒนธรรมภาคเหนือ เปิดตัวตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย ณ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดตัวตลาดบก “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” หนึ่งใน 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้น เศรษฐกิจสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชนจากการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง โดยมี นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รับมอบหมายจากท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิด โอกาสนี้  นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้บริหาร สวธ. วัฒนธรรมจังหวัดน่าน พร้อมวัฒนธรรม 23 จังหวัดภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีเมืองน่าน  ประธานชุมชนบ้านภูมินทร์-ท่าลี่ ผู้ขับเคลื่อนตลาด นักท่องเที่ยวและประชาชน เข้าร่วมงาน ณ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 

นายโกวิท ผกามาศ  อธิบดี สวธ.กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายและพันธกิจสำคัญในการเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีการรักษาสืบทอด พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยปรับบทบาทสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยทุนทางวัฒนธรรม การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : การดำเนินงานพัฒนาตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย และจัดพิธีเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม พร้อมสนับสนุนขยายช่องทางการตลาด ประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ ในวงกว้าง ให้ตลาดชุมชนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป

ด้าน นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าทุนทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม “การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการคัดเลือกตลาดบก และตลาดน้ำ ที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โดย “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินโครงการด้วยการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนให้พร้อมต่อการบริหารจัดการชุมชนและบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาที่มีอยู่ นำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนให้สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวโดยชุมชนและองค์กรเครือข่าย ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การบริการ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการองค์กร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ตามความเหมาะสมของบริบทพื้นที่

ด้าน นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  เปิดเผยว่า ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านเป็น 1 ในตลาดบก ที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านตลาดบกหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ต้องการให้จัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่าน ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ภายในถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน มีการจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม อาหารพื้นเมือง เสื้อผ้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาลองชิม โดยสามารถซื้ออาหารมานั่งรับประทานที่ลานข่วงเมืองน่าน มีเสื่อปูและขันโตกวางแทนโต๊ะให้นั่งทานอาหาร กระผมคิดว่าการเปิดตัวถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านในครั้งนี้  ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเป็นการกระตุ้นสร้างการรับรู้ให้แก่นักท่องเที่ยวได้รู้ถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรคฺ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน เมืองเก่าน่านแห่งนี้
           
“ ในโอกาสนี้ กระผมและชาวจังหวัดน่าน ขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมเปิดตัวถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านเพื่อนำผลไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดน่าน” รองผู้ว่าฯจังหวัดน่าน กล่าว    

พิธีเปิดตลาดถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน เริ่มด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของชาวเหนือ  
ชื่อชุด “สาวน่านจ่ายกาดข่วงเมืองน่าน” จากนั้นประธานกล่าวเปิดงาน จบแล้วได้มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้แทนถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านและมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน ได้แก่ นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดคลิปสั้นผ่าแพลตฟอร์ม TikTok จำนวน 5  รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายองค์ปกรณ์ อินถา ทีมGUDJEB  รองชนะเลิศ อันดับ ๑ นายสิทธิโชค สีหราช รองชนะเลิศ อันดับ ๒ 

นายพิภพ ตั้งจิตนุสรณ์ รางวัลชมเชย นางสาวพิมพ์มาดา วงค์วิริยะ และนางสาวพิมพ์ลดา สมคำ หลังจากนั้น ประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ผู้แทนตลาด หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ เดินเยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (C - POT/C CPOT) ณ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชุด ฟ้อนล่องน่าน (ชุมชนภูมินทร์ - ท่าลี่) ดนตรีวงล่องน่าน (กลุ่มศิลปินพื้นบ้านร่วมสมัย) และปิดท้ายด้วยการเดินแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (C - POT/C CPOT) ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน  จังหวัดน่าน ถือเป็นตลาดบก ลำดับที่ 7 ต่อจาก  -ตลาดจีนโบราณชากแง้ว จังหวัดชลบุรี  -ตลาดสู้ศึกคึกคัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ -ตลาดเชียงคาน จังหวัดเลย -ตลาดคลองบางหลวง ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ  -ตลาดริมน้ำคลองแดน จังหวัดสงขลา ที่กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยตลาดบกที่จะจัดพิธีเปิดลำดับต่อไป ได้แก่ - ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566  -ตลาดเขมราษฎร์ธานี อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566  -ตลาดตรอกโรงยา อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 และปิดท้ายด้วย -ตลาดเก่าหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 จึงขอเชิญชวนประชาชน ไปเที่ยวชมอุดหนุนสินค้าของดี สัมผัสวิถีชุมชน กระจายรายได้ให้ท้องถิ่น

ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน หรือ ถนนคนเดินเมืองน่าน ตั้งอยู่ถนนผากองติดกับวัดภูมินทร์ ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังปู่ม่านย่าม่าน หรือกระซิบรักบันลือโลกที่โด่งดัง และซุ้มพญานาคคู่ที่เชื่อกันว่าหากคูรักใดได้มาลอดซุ้มนี้จะทำให้ความรักยั่งยืนเป็นนิรันดร์ เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เป็นถนนคนเดินที่ไม่ยาวมาก ระยะทางประมาณ 500 เมตร จุดเริ่มต้นอยู่บริเวณสี่แยกวัดพระธาตุช้างค้ำ ผ่านวัดภูมินทร์ไปถึงสามแยกถนนจัทรประโชติ บริเวณหน้าวัดภูมินทร์มีลานข่วงเมืองน่านขนาดใหญ่ จัดเป็นที่นั่งทานอาหารปูเสื่อ พร้อมขันโตก ให้วางอาหารที่ได้ซื้อมาทานบริเวณนี้ พร้อมฟังดนตรีสดขับกล่อม ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการเที่ยวเมืองน่าน ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถนนคนเดินแห่งนี้ที่มีเสน่ห์แบบเมืองน่านเนิบๆ ซึ่งมีอาหารพื้นเมือง เช่น ไข่ป่าม ข้าวกั๋นจิ้น น้ำพริกหนุ่ม ไสอั่วและแกงทางเหนือต่าง ๆ ให้ลองลิ้มชิมรส นอกจากนี้ยังมีจำหน่าย เสื้อผ้าพื้นเมือง  ผ้าพันคอ งานแฮนด์เมด ที่สามารถซื้อเป็นของขวัญของฝากได้ในราคาที่แสนย่อมเยา เดินเล่นชิวๆกับบรรยากาศที่เย็นสบายในช่วงปลายฝนต้นหนาว  โอกาสนี้ สวธ.ขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาลองสัมผัสชีวิตสโลไลฟ์ของบรรยากาศเมืองน่านดูสักครั้งแล้วจะเผลอตกหลุมรักเมืองน่านเนิบๆแบบไม่รู้ตัว

'แม่บุญล้ำ' หนุน 500,000 บาท ก่อสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้า   สานต่อภารกิจบริษัทฯ 'ดูแลสังคม-ส่งเสริมมาตรฐานชีวิตผู้คน' ให้ดียิ่งขึ้น  

(14 พ.ย.66) จิรวัฒน์ เดชาเสถียร ที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย การตลาด และการจัดการค้าปลีกค้าส่งในภูมิภาคอาเซียน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

วันนี้ผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของคณะผู้บริหาร เพื่อนพนักงาน และลูกค้า บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำปลาร้าตราแม่บุญล้ำ เพื่อส่งมอบเงินจำนวน 500,000 บาท ในการก่อสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้า  

ผมเองในฐานะลูกพระจอมคนหนึ่ง ขอขอบพระคุณท่าน ศ.ดร สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งโครงการ และท่านศาสตราจารย์นายแพทย์อนันต์ ศรีเกียรติขจร ท่านคณบดี คณะแพทยศาสตร์ รวมถึงท่าน รศ.นายแพทย์ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเอง

ถามว่าทำไมเราเลือกที่นี่ คำตอบคือ รพ.แห่งนี้ จะเป็นโรงพยาบาลแห่งอนาคตที่จะสามารถผลิตเครื่องมือแพทย์ด้วยนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์ที่ลาดกระบังไม่เป็นรองที่ไหนในฟ้าเมืองไทย     

ในขณะที่เราเองยังเดินหน้าช่วยพี่น้องในต่างจังหวัดซึ่งจะทยอยส่งมอบเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลต่อไปอีกสามโรงพยาบาลในปีนี้     

ทั้งนี้เป็นไปตามวิถีในการดำเนินธุรกิจของแม่บุญล้ำ ที่มุ่งมั่นที่จะดูแลสังคมและบุคคลรอบข้างให้มีมาตรฐานชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ     

อยู่กับองค์กรที่มีจริยธรรม อารมณ์ในการทำงานมันก็จะดีตามเช่นนี้นี่เองหละครับ มาช่วย ๆ กันนะครับ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิธิธร จิตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ตรวจการจราจรพื้นที่ใจกลางเมือง และให้กำลังใจตำรวจจราจรในพื้นที่

วันอังคารที่ 14 พ.ย.66 เวลา 07.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิธิธร จิตกานนท์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. ร่วมกันลงตรวจสภาพการจราจรในพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ใน ถ.อโศกมนตรี , ถ.เพชรบุรี, ซ.นานา และ ถ.สุขุมวิท โดยมี พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. ที่รับผิดชอบงานจราจร, พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 , พ.ต.อ.จิรกฤต จารุณภัทร์ รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.นิมิตร โนพูนทอง ผกก.สน.ลุมพินี และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ ร่วมตรวจสภาพการจราจร เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นจริง บริเวณหน้าโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ซึ่งมีผู้ปกครองมา รับ-ส่ง บุตรหลานเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลต่อสภาพการจราจรบน ถ.อโศกมนตรี ต่อเนื่องแยกอโศกมนตรี และ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ที่เป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้เดินทางเป็นจำนวนมาก แต่ก็พบว่าทาง สน.ลุมพินี , สน.ทองหล่อ ได้ร่วมกับสำนักงานเขตในพื้นที่ และ สมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร ช่วยกันอำนวยความสะดวกการจราจร ดูแลบุตรหลานและประชาชนบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ไม่มีปัญหารถสะสมบริเวณหน้าโรงเรียนแต่อย่างใด หลังจากนั้นได้ไปตรวจสภาพการจราจรบริเวณ ถ.สุขุมวิท บริเวณแยกอโศกมนตรี พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ มอบกาแฟกระป๋อง ไว้เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ท่าน ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้รับผิดชอบดูงานจราจรภาพรวมทั้งประเทศ ก่อนหน้านี้ก็ได้รับรายงานถึงปัญหาการจราจรต่าง ๆ มาแล้ว วันนี้จึงตัดสินใจมาตรวจสภาพการจราจรในพื้นที่เพื่อให้เห็นด้วยสายตาตัวเอง และต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน พ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง ผู้อำนวยการโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ได้ลงมาตรวจสอบสภาพการจราจรด้วยตนเอง ปัจจุบันปัญหาการจราจรเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของประเทศ ที่ตำรวจต้องบูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันแก้ไขปัญหา จะทำเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ โดยเร่มด้วยการสั่งให้สำรวจสภาพปัญหาทางกายภาพ ปัญหาภูมิประเทศ ที่ส่งผลต่อการจราจร ทำให้การจราจรติดขัด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น พื้นผิวการจราจรที่ขรุขระ เป็นหลุม เป็นบ่อ แล้วประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เอง จะลงมาช่วยเสริมเติมเต็มในการช่วยประสานงานกับหน่วยงานข้างเคียงด้วย

ส่วนในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเราต้องทำเพื่อการจัดการจราจร จัดระเบียบสังคม ต้องไม่ทำเพื่อหวังเงินค่าปรับหรือเงินรางวัล และการตั้งด่านจราจรก็ทำเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมุ้งเน้นเป้าหมายที่การลดอุบัติเหตุ และให้การกระทำความผิดลดลงและหมดไป  ทั้งนี้เรายังต้องตั้งด่านตามปกติ ซึ่งผมได้สั่งการลงไปแล้วว่าจะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ที่ด่านจราจร เพราะด่านคือตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เห็นด่านต้องวิ่งเข้าด่าน เพราะเขามั่นใจในความปลอดภัย หากพบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ จะต้องดำเนินคดีทางอาญา และคดีทางวินัย ในเรื่องสถิติการเกิดอุบัติเหตุจราจรต่าง ๆ ต้องลดลง และต้องลดลงอย่างมีนัยนะสำคัญ ไม่ใช่ลดลงด้วยการทำตัวเลข ต้องเอาเรื่องจริงมาพูดคุยกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็จะมาช่วยเสริมเติมเต็ม ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ก็ช่วยกันทำงานดีอยู่แล้ว และในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยท่าน ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ก็ได้เตรียมการ เตรียมแผนในเทศกาลลอยกระทง เทศกาลปีใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว จุดประสงค์เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย มีความเชื่อมั่น มีความมั่นใจ และกลับมาทำงานด้วยความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมาย สร้างวินัยจราจร สิ่งใดที่เป็นควิกวินที่ต้องรีบทำ ต้องเร่งดำเนินการ เช่น การรณรงค์ให้สวมหมวกกันน็อค การรณรงค์เมาไม่ขับ เรื่องฟุตบาท ทางเท้าต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นการสนองตอบต่อนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน ประชาชนมีความเชื่อมั่น  

สุดท้ายในการตรวจเยี่ยม การลงพื้นที่ ดูการปฏิบัติหน้าที่ของเพื่อนข้าราชการตำรวจ ก็จะได้นำความห่วงใยจากท่าน ผบ.ตร. ลงไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สร้างขวัญและกำลังใจ ช่วยเสริม เติมเต็มเป็นสำคัญ ต่อไป

‘อนุทิน’ เคาะ!! ‘TCAS 67’ รอบแอดมิชชั่น สมัครเลือกคณะฟรี  หวังช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง - นักเรียนกว่า 125,000 คน

(13 พ.ย.66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมผู้บริหาร และบุคลากรให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายอนุทิน ได้เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จากนั้นขึ้นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า EV ( MuvMi) ที่ผลิตโดยคนไทยเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และลดการใช้พลังงานน้ำมันที่กระทรวง อว.ให้การสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อมาชมนิทรรศการการจัดแสดงผลงานเด่นของหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง อว. ก่อนมอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวง อว.

นายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายว่า ได้เน้นย้ำให้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญในการตอบโจทย์ ความต้องการของประเทศและของโลก และให้ความสำคัญกับ ‘การพัฒนาที่ยั่งยืน’ ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยดําเนินการภายใต้หลักการ ‘เอกชนนํา รัฐสนับสนุน’ ที่สำคัญวาระเร่งด่วนที่กระทรวง อว. ต้องดำเนินการทันที คือ การลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยการให้กระทรวง อว. และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง และนักเรียน ในการสมัครคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบการรับสมัครสอบกลาง ประจําปี 2567 หรือ ‘TCAS 67’ ในรอบแอดมิชชั่น ซึ่งเป็นรอบที่มีนักเรียนจํานวนมากที่สุดกว่า 125,000 คนต่อปี เข้ามาสมัคร

“ผมขอประกาศข่าวดีว่ากระทรวง อว. และ ทปอ. จะนํางบประมาณมาอุดหนุนการสมัครในรอบแอดมิชชั่น โดยจะเริ่มตั้งแต่ ‘TCAS 67’ ในเดือนพฤษภาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยให้นักเรียน แต่ละคน สามารถสมัครเลือกคณะ 1 - 10 อันดับได้ฟรี เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระได้สูงสุดคนละ 900 บาท ถือเป็นหนึ่งในความพยายามระยะสั้นในการลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงการศึกษา ขณะที่รัฐบาลกําลังพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเยาวชนไทย ได้มีทางเลือกในการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว 

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย กระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมวิทยาศาสตร์ สังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งเหตุผล และ สังคมแห่งปัญญา โดยกระทรวง อว. มีองค์ความรู้มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ แต่การถ่ายทอดนั้นยังเป็นไปอย่างจำกัด องค์ความรู้เหล่านั้นจึงอยู่ในกระทรวง แต่ไม่ได้รับการนำเสนอ และถ่ายทอดไปถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อย่างทั่วถึง ดังนั้น กระทรวง อว. ต้องรับเป็นนโยบายให้ความสำคัญกับการเผยแพร่องค์ความรู้ ในรูปแบบ และช่องทางที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม

“เมื่อครั้งที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองในการทำงานของกระทรวงให้เป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจเพราะความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชนคือรากฐานที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวง อว. ก็เช่นกัน ภายใต้การนำของรมว.ศุภมาส อิศรภักดี กระทรวง อว. จะก้าวสู่ความ เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่จะเป็นเสาหลักทางปัญญา และนำพาโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ประชาชนต่อไป” นายอนุทิน กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top