Wednesday, 29 July 2026
NEWS

‘คนไทยในอิสราเอล’ อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด สะเก็ดระเบิดลอยว่อน หลัง 'อิสราเอล-ฮามาส' เลิกพักรบ แนะ!! เข้าที่กำบัง อย่ามัวถ่ายคลิป

(2 ธ.ค.66) จากช่องติ๊กต็อก @dobung ซึ่งเป็นคนไทยในอิสราเอล ได้โพสต์คลิปอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดที่อิสราเอล ในวันที่ 1 ธันวาคม โดยระบุว่า…

“ได้มีการพักรบมาประมาณอาทิตย์นึงแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 26 ที่มีการปล่อยตัวประกัน และวันนี้วันที่ 1 ธันวาคม ก็เลิกพักรบแล้ว และพอเลิกพักรบแล้วก็จัดกันเลย…ยิงมาตู้ม เลยทำให้ฝั่งอิสราเอลมีการยิงสกัดไว้ แต่ทีนี้พอมีการยิงสกัดไว้มันก็จะแตกตู้ม ส่วนแตกตรงไหน แตกบนหัวผมเลยครับ…เลยเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ามันยังไม่จบ…สงครามยังคงดําเนินต่อไป เพียงแค่พักรบมาพบรักกันชั่วคราวเฉย ๆ 

และเวลาที่มันมีบั้งไฟยิงมา แล้วมีการยิงสกัดเราต้องหลบ ไม่ถ่ายคลิป แต่สถานการณ์นี้เจอกับตัว มีสะเก็ดร่วงลงมาจากฟ้า ลงมาข้างหน้าที่ยืนอยู่ และมันก็ไม่ได้ร่วงทันที แต่จะร่วงหลังจากสกัดประมาณสัก 3 นาที มันเป็นชิ้นส่วนเหมือนโลหะ และที่พบกับตัวนั้นเป็นเพียงแค่สะเก็ดลูกเล็ก ส่วนลูกใหญ่ไม่ต้องพูดถึง ถ้ามันจิ้มไปบนหัวคิดว่าไม่น่ารอด เพราะฉะนั้นควรหลบอย่าไปหาทำแบบถ่ายคลิปอยู่ที่โล่งแจ้ง…” 

ผบ.ทรภ.1 เยี่ยมกำลังพลและครอบครัว ในสังกัดสังกัด รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สร้างขวัญกำลังใจ

พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมกำลังพลและครอบครัว ในสังกัดทัพเรือภาคที่ 1 ที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จำนวน 2 นาย 1. พันจ่าเอก วรวุฒิ ยันตะพันธ์ (ภรรยาคลอดบุตร) 2. พลทหาร วีระพล  มรรคผล (ผ่าตัดไส้ติ่ง) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล และ ครอบครัวของผู้ใต้บังคับบัญชา “ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องมีขวัญ กำลังใจ และสวัสดิการที่ดี”

การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ “ผู้บังคับหน่วยต้องให้ความสนใจ ดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างสม่ำเสมอ

พังงา หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ส่งชุดครูฝึกฯ ฝึกทบทวน USAR TEAM

ที่ กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งและกองพันรักษาฝั่งที่ 11 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3,นาวาโท ศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ,นาวาโท กัณฑภณ ศุกระรงคะ ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ 11,นาวาโท พุทธพร สุขอนันต์ รองผู้บังคับการ กองฝึกช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลและชายฝั่ง และชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง(USAR TEAM)ได้ฝึกการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติฝึกทบทวน USAR TEAM 

เป็นการพัฒนาศักยภาพการกู้ชีพและแนะนำอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยโดยระบบเชือกขั้นพื้นฐาน และการบำรุงรักษาอุปกรณ์,ระบบบัญชาการณ์เหตุการณ์ และการปฏิบัติงานค้นหาและกู้ภัย,การใช้เปลตะกร้าและเปลSked, การค้นหาและกู้ภัยอย่างรวดเร็ว( ASR3 )การค้นหาทางกายภาพ,เทคนิคการตัดเจาะ,เทคนิคการเคลื่อนย้ายวัตถุหนักออกจากผู้ประสบภัยและการทำระบบเชือกในแบบต่างๆผู้เข้าฝึกในครั้งนี้จำนวน 36 คน การอบรมครั้งนี้อบรมตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566ถึง 2 ธันวาคม2566 รวมเป็นระยะเวลา 11 วันและวันนี้มีการตรวจเยี่ยม ชมการสาธิตต่างๆ การกู้ภัยให้กับ ชุด USAR TEAM ของกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 และมีหน่วยงานต่างๆเข้าชม การสาธิตครั้งนี้ด้วย

นาวาโท ศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กล่าวว่า การจัดตั้งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue: USAR) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสำหรับเป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสนับสนุนในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ในส่วนงานด้านการค้นหาและกู้ภัยหรือ สปฉ.9โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งจะถูกสถาปนาขึ้นเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเมื่อเกิดสาธารณภัยระดับ 3และ 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด สำหรับสาธารณภัยระดับ 1 และ 2 ดังที่ระบุไว้ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ผบ.ทร. และหน่วยควบคุมทางยุทธการโดย ผบ.ทรภ.3 ที่ต้องการมีหน่วยที่จะใช้งานในการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองในภาวะวิกฤติ นอกจากกำลังพลของ ทร.ปกติที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนทุกครั้งเมื่อเกิดความเดือดร้อนต่างๆ ที่กระทำในทันทีที่มีภัย  ดังนั้น สอ.รฝ.จึงได้จัดให้มีชุดครูฝึก USAR 

เพื่อมาทบทวนและเพิ่มขีดความสามารถให้กับกำลังพลชุด USAR ในพื้นที่ ได้เกิดความมั่นใจในการดำเนินการเมื่อมีภัยเกิดขึ้นในพื้นที่ และ ชุด USAR ที่เป็นกำลังพลของ พัน.สอ.22 และ พัน.รฝ.11ที่จัดเตรียมไว้สำหรับใช้สนับสนุนงานการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองที่สามารถใช้ทำงานร่วมสนับสนุนการช่วยชีวิตประชาชน เมื่อเกิดภัยได้อย่างทันทีที่ได้รับการร้องขอจากจังหวัดภูเก็ต และพังงา เพื่อให้การค้นหาและช่วยชีวิตใน เขตเมืองในพื้นที่ภูเก็ต พังงา มีประสิทธิภาพและทันท่วงที และมีกำลังพลที่รับการฝึกจัดจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 และกองพันรักษาฝั่งที่ 11 หน่วยละ 1 ทีม ๆ ละ 18 นาย ประกอบด้วยนายทหารสัญญาบัตร 1 นาย และนายทหารประทวน จำนวน 17 นาย โดยได้รับการสนับสนุนทีมครูฝึกจาก สอ.รฝ. ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงาและทีมกู้ภัยทางสูงจาก เซาท์เทิร์น โรปทีม (Southern Rope Team)ตัวแทนจาก ระนองและพังงา

สำหรับผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จัดการอบรมภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือครั้งนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 2 และครั้งนี้ทางกองพันรักษาฝั่งที่ 11เป็นชุดออกปฏิบัติงานหลักร่วมกับกองพันต่อสู้อากาศยาน ที่22 

ในการฝึกและสาธิตครั้งนี้กองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่1จัดชุดค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองหรือชุด USAR TEAM โดยให้กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกำลังพลเป็นชุด USAR TEAM ในการบัญชาการณ์เหตุการณ์และพร้อมให้การช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เมื่อได้รับการแจ้งจากทัพเรือภาคที่ 3

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขานรับ ตำรวจสากล ออกระเบียบ ระวังการส่งต่อข้อมูลล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หลังพบสถิติเด็กถูกล่วงละเมิดซ้ำทางโซเชียลมีเดีย สร้างรอยแผลทางใจแม้ว่าเหยื่อจะเป็นผู้ใหญ่ แต่ภาพความทรงจำยังคงอยู่ในระบบ ลบยาก

ปิดฉากลงแล้วสำหรับ การประชุมสมัชชาใหญ่ตำรวจสากล (INTERPOL) ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน โดยมีซึ่งกลุ่มประเทศสมาชิกกว่า 195 ประเทศ และประเทศที่เพิ่งเข้าร่วมใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียงเพื่อฟังรายงานการดำเนินงานของตำรวจสากล (INTERPOL) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในประเด็นการใช้งบประมาณที่ได้จากการสนับสนุนของกลุ่มประเทศ ปีละกว่า 8000 ล้านบาท ในการจัดการปัญหาอาชญากรข้ามชาติ

นอกจากการรับฟังผลการดำเนินการมาตลอดทั้งปีแล้วที่ประชุมยังได้เสนอแผนงานที่จะทำร่วมกันในปีต่อไปในแต่ละด้าน โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ตามสังคมยุคใหม่ ทำให้การก่ออาชญากรรมทำได้อย่างรวดเร็วและมีการส่งต่อข้อมูลดิจิทัล ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็ มีช่องทางในการหลบหนีออกนอกประเทศหลังการกระทำผิด หรือไปกบดานตามประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อติดต่อกลุ่มเครือข่าย

ล่าสุดมีการนำเสนอคลิปวิดีโอสั้นที่เผยแพร่อยู่ในประเทศเยอรมนีและปิดบังการเข้าถึงของประเทศไทยภายในคลิปแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการค้ามนุษย์ของกลุ่มคนร้าย ซึ่งแม้ว่ากรณีนี้จะมีการจับกุมตัวคนร้ายได้ แต่หนึ่งในบางท่อนของคลิปวิดีโอระบุชัดว่า คนร้ายยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่ข้าราชการเพื่อเปิดช่องทางในการหลบหนีออกจากประเทศไทย ไปยังประเทศปลายทางซึ่งเป็นแหล่งกบดาน

ที่ประชุมยังได้ เสนอที่จะออกระเบียบควบคุมการส่งต่อข้อมูลการล่วงละเมิดทางเพศของเด็กผ่านช่องทางต่างๆโดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มีความรัดกุมป้องกันข้อมูลหลุดรอดออกจากระบบไปถึงผู้ใช้รายอื่น รวมถึงการใช้ข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อติดตามคนร้าย ป้องกันการกระทำซ้ำในรูปแบบของเครือข่าย 

ซึ่งเรื่องนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวในเวทีการประชุม ว่า เห็นด้วยกับแนวทางการจัดการปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศกับกลุ่มเยาวชน ซึ่งพบว่าที่ผ่านมามีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะเด็กในกลุ่มเอเชีย จะตกอยู่ในเป้าหมายของกลุ่มคนร้าย ทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ การถ่ายทำคลิปวิดีโออนาจาร และการล่อหลวงไปขายประเวณี 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังย้ำด้วยว่า คลิปวิดีโอการกระทำผิดถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็วทางโซเชียลมีเดีย จนยากจะลบออกจากระบบ ทำให้เหยื่อถูกกระทำอนาจารซ้ำซาก แม้ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ ภาพการถูกกระทำก็ยังฝังอยู่ในระบบ และมีข้อมูลไม่น้อยถูกส่งต่อโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ระมัดระวังในการใช้ข้อมูล ทำให้ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐตกไปอยู่ในมือของกลุ่มของคนร้าย

ดังนั้นจึงเห็นด้วย ที่จะออกระเบียบให้ทุกประเทศ เข้ามาร่วมกันจัดการปัญหาการส่งต่อข้อมูลเหยื่อถูกกระทำอนาจารอย่างระมัดระวัง และเปิดให้เข้าถึงข้อมูลในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่การส่งต่อคลิปวิดีโออนาจารต้นฉบับ เข้าไปในระบบ 

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประเทศต้นทางของผู้ต้องหาและประเทศใกล้เคียง ร่วมกันสร้างแนวทางสกัดกั้นการหลบหนีของคนร้ายจากประเทศปลายทาง โดยให้กระทำอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลหมายจับ เส้นทางทรัพย์สิน รวมไปถึงกลุ่มเครือข่าย
เพื่อไม่ให้กลุ่มคนร้ายสามารถไปรวมตัวกันได้ และกระทำการอนาจารซ้ำไปซ้ำมา จนยากที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นไป

ทั้งนี้ผลจากการส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในช่วงสามปีที่ผ่านมา โดยศูนย์เพื่อเด็กหายและถูกฉวยผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (U.S. National Center for Missing and Exploited Children หรือ NCMEC) และคณะทำงานปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดต่อเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย (Thailand Internet Crimes Against Children หรือ TICAC) ซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลเพื่อต่อต้านการแสวงประโยชน์จากเด็ก ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย สามารถเข้าถึงรายงานของ NCMEC เกี่ยวกับคดีการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างรวดเร็ว 

และแม้ว่าปัจจุบัน TICAC จะได้รับข้อมูลจาก NCMEC ผ่านสำนักงานในไทยของหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงความมั่นคงแห่งสหรัฐอเมริกา แล้ว แต่การได้รับข้อมูลโดยตรง จะช่วยให้ TICAC สามารถปฏิบัติการได้รวดเร็วฉับไวต่อกรณีฉุกเฉินและเข้าถึงข่าวกรองด้านอาชญากรรมได้โดยตรง เช่น การปราบปรามการแสวงประโยชน์จากเด็ก

และนี่ทำให้สถิติการแก้ปัญหาในประเทศไทย ดีขึ้นตามลำดับ โดยพบว่า ในปี 2021 มีสถิติการจับกุมจากข้อมูล 79 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 589 ข้อมูล กระทั่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้ามาดำเนินการแก้ปัญหา ก็พบว่าในปี 2022 มีการจับกุมเพิ่มขึ้นจากข้อมูล 482 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 9569 ข้อมูล ขณะที่ในปี 2023 จนถึงปัจจุบันมีการจับกุมจากข้อมูล 461 เคส มีการขยายผลไปสู่ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง 8328 ข้อมูล ทำให้คลิปที่ปรากฏอยู่ในระบบเกือบ 600000 คลิป ลดลงมา เหลือเพียง 332639 คลิป ในปีปัจจุบัน

ขณะที่ นายเจอร์เก้น สต๊อก เลขาธิการตำรวจสากล  อินเตอร์โพล กล่าว ขอบคุณกลุ่มประเทศสมาชิกทั้ง 196 ประเทศที่ให้ความร่วมมือเข้ามาติดตามประเมินผลการบริหารงาน ของตำรวจสากล ซึ่งในปีนี้มีผลงานการดำเนินการที่ก้าวกระโดดจากการ แสวงหาความร่วมมือร่วมกัน และเชื่อมั่นว่าในปีต่อไปก็จะประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นโดยในปีหน้าจะย้ายสถานที่การประชุมไปที่ประเทศสกอตแลนด์เป็นครั้งที่ 93 หรือปีที่ 101 ของการก่อตั้ง ตำรวจสากล

'ดร.นิว' ถาม!! 'ธนาธร' 1 ธันวาบอกลาเครื่องแบบ แต่ผ่านมา 3 ปี ลูกๆ คุณบอกลาเครื่องแบบหรือยัง

(2 ธ.ค.66) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "ครบรอบ 3 ปีแล้วนะครับ วันนี้คุณธนาธรให้ลูกๆ ของตัวเองใส่ชุดปกติไปโรงเรียนแล้วหรือยัง? ลูกๆ ของคุณธนาธรบอกลาเครื่องแบบที่เป็นวัฒนธรรมแห่งการกดขี่แล้วหรือยัง? อย่าบอกนะว่าคุณธนาธรเก่งแต่ยุลูกชาวบ้าน? ลูกตัวเองเป็นเทวดาหรืออย่างไร? ทำไมเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม? ไหนว่าคนเท่ากัน?"

ทั้งนี้เมื่อ 1 ธ.ค.2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "ชื่นชมในความกล้าหาญของนักเรียนที่ใส่ชุดปกติไปโรงเรียน

ทุกคนในวันนี้ วัฒนธรรมแห่งการกดขี่กำลังถูกทำลายในทุกที่ช่วยกันห้ามไม่ให้มีใครถูกดำเนินคดี/ถูกไล่ออก หรือถูกลงโทษ เพียงเพราะยืนหยัดต่อสู้ระบอบอำนาจนิยม #1ธันวาบอกลาเครื่องแบบ"

นราธิวาส-ดีเดย์...ไอแบงก์เปิดบริการ “ibank Appication” สะดวกกว่า ง่ายกว่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมไร้เ​งิน​สด​บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง  

เมื่อวันที่ 1 ธค.  ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ไอแบงก์เปิดตัว "ibank Application" บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง อย่างเป็นทางการ โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.คลัง ให้เกียรติส่งสารแสดงความยินดีผ่านบันทึกวีดิทัศน์ว่า "ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ถือเป็นสถาบันการเงินหลักของรัฐที่ให้การดูแลพี่น้องมุสลิมด้านธุรกรรมทางการเงินที่ปลอดดอกเบี้ยและถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม ขอแสดงความยินดีกับ ไอแบงก์ ที่สามารถยกระดับการให้บริการลูกค้าผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 40 ล้านคน เป็นบริการที่เข้ากับการใช้ชีวิตของคนยุคสมัยนี้ อำนวยความสะดวกสบายให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างสะดวกกว่า ง่ายกว่า และปลอดภัย ที่สำคัญคือ ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีมุสลิม" โดยมีลูกค้า แขกผู้เกียรติ สื่อมวลชน ร่วมงานและร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ดร..ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เผยว่า ขณะนี้ไอแบงก์พร้อมให้บริการ “bank Application” 

ซึ่งเป็นโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารที่อยู่บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง (Paotang) โดยไอแบงก์ได้ร่วมออกแบบและพัฒนาระบบกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัล ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย เข้ากับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลของลูกค้าธนาคาร “เป็นอีกปรากฏการณ์ของไอแบงก์ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งถือเป็นแอปพลิเคชั่นแรกของสถาบันการเงินในประเทศไทยที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ วันนี้ไอแบงก์ได้รับเกียรติให้เปิดตัวบริการ ibank Application ที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เพราะนอกจากจะเป็นศาสนสถานทางศาสนาอิสลามที่งดงามที่สุด และเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามของมุสลิมไทยทุกคนแล้ว มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานียังเป็นจุดศูนย์กลางของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของไอแบงก์อีกด้วย 

ในระยะแรกนี้ ผู้ใช้บริการ ibank Appication สามารถโอนเงินจากแอปพลิเคชันไปยังบัญชีบุคคลอื่นในธนาคาร บัญชีธนาคารอื่น และโอนเงินไปยังหมายเลขพร้อมเพย์ เรียกดูข้อมูลบัญชี และรายการย้อนหลัง อีกทั้งยังสามารถคำนวณซะกาตซึ่งถือเป็นหน้าที่ทางศาสนาของมุสลิมทั้งหมดที่มีทรัพย์สินตรงตามเงื่อนไข การค้นหาสาขาและเอทีเอ็มของธนาคาร รวมถึงช่องทางในการติดต่อธนาคารอีกด้วย ธนาคารมุ่งหวังให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด จึงจะพัฒนาบริการ ibank Application อย่างต่อเนื่อง และทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมในระยะต่อไป เช่น การจ่ายบิล การเติมเงิน การบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ การสแกนเพื่อซำระเงิน การจัดการรายการโปรด บริการแจ้งเตือน การจัดการบัญชีสินเชื่อ การตั้งรายการโอนเงินล่วงหน้า การสร้างคิวอารโค้ดเพื่อรับเงิน การสมัครใช้บริการพร้อมเพย์ การถอนเงินไม่ใช้บัตร การเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม และการเปิดบัญชีออนไลน์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ลูกค้าให้มากกว่าเก่า และให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลูกค้าไอแบงก์ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว สามารถลงทะเบียนใช้บริการ 'bank Application' บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป่าตังก่อนใช้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ibank Contact Center โทร. 1302 หรือแชททาง Messenger @ibank.h และ LINE @ibank ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'ดร.หิมาลัย' จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล

'ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ' คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประธานจัดโครงการฯ นำคณะเข้าพิธีบรรพชาและพิธีอุปสมบทหมู่ ณ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ที่ วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย บริษัทรักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ 'มูลนิธิพระราหู' นำคณะผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 43 ท่าน เข้าพิธีบรรพชา ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเข้าพิธีอุปสมบทหมู่ ณ พระอุโบสถ วัดไทยพุทธคยา ตามโครงการอุปสมบทหมู่ ตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล รุ่นที่ 5 ปี 2566 ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.– 13 ธ.ค.66 

โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ คณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค )/ประธานที่ปรึกษา 'มูลนิธิพระราหู'/ประธานจัดโครงการอุปสมบทหมู่ และประธานพระนวกะโพธิ รุ่นที่ 1 ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย คุณพจน์ บุญดวงประเสริฐ คุณไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร กรรมการบริหาร บริษัท อสทม.จำกัด (มหาชน) คุณนรินทร สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มขายเส้นทางเอเชียใต้และประเทศตะวันออกกลาง รวมทั้ง คณะญาติโยมและคณะศิษยานุศิษย์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีฯ

ทั้งนี้ พระเดชพระคุณ พระธรรมโพธิวงศ์ วีรยุทธ วีรยุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าธรรมทูต สายประเทศอินเดียเนปาล เมตตาเป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูอุดมโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระรามอโยธยาราชธานี หัวหน้ากองงานกิจการพิเศษ พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เมตตาร่วมพิธีฯ

หลังจากนั้น ในระหว่างวันที่ 1-13 ธ.ค.66 คณะพระนวกะโพธิ และคณะแม่ชี ที่ร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ฯ รุ่นที่ 5 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ จะร่วมเดินทางไปปฏิบัติธรรม เพื่อตามรอยพระบรมศาสดา สู่ดินแดนพุทธภูมิ แสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ณ ประเทศอินเดีย - เนปาล เป็นลำดับต่อไป

'นายกฯ' ลุยภูเก็ต!! สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ติดตามฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

‘นายกฯ เศรษฐา’ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามการฝึกซ้อมแผนบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล-เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา สั่งการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุม ย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

(1 ธ.ค. 66) ที่บริเวณโรงแรม Kudo Hotel and Beach Club ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามการฝึกซ้อมแผนการบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลสถานการณ์กรณีนักท่องเที่ยวฝ่าฝืนจุดห้ามเล่นน้ำ จมน้ำ เกิดเหตุสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นสูง เรือโดยสารโดนกัน มีผู้บาดเจ็บและลอยคอในทะเล โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแผนการบริหารจัดการฯ ซึ่งจากการมีแผนการบริหารช่วยเหลือฯ ทำให้นักท่องเที่ยวประสบภัยทางทะเลเป็นศูนย์

ทั้งนี้ นายกฯ ชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองนักท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักท่องเที่ยว ให้รู้สึกว่ามาพักผ่อนแล้วเกิดความปลอดภัยและมีความสบายใจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเพิ่มขึ้น 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวทางทะเล โดยได้กล่าวให้กำลังใจต่อความเสียสละทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ CCTV หาดบางลา ซึ่งได้ประยุกต์ใช้ระบบ AI เสริมประสิทธิภาพการทำงาน สามารถตรวจสอบบุคคล ตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหาดบางลา หากพบบุคคลมีหมายจับ หรือรถต้องสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปยังจุดหมายเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม รวมถึงระบบสามารถสืบค้นหานักท่องเที่ยวที่หลงทางได้อีกด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการทั้งจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ลำปาง-บริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม 2566

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00  น. มณฑลทหารบกที่ 32/ศูนย์อำนวยการ จิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32  พร้อมหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง นักศึกษาวิชาทหาร ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32  จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566 เพื่อร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้  กิจกรรมสำคัญนี้หน่วยเชิญชวนกำลังพลจิตอาสาร่วมใจกันบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลลำปาง เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง  ที่ขาดแคลนโลหิตสำหรับช่วยเหลือผู้ป่วย โดยมีกำลังพลจิตอาสาของหน่วยเข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 74 นาย  สามารถบริจาคโลหิตได้ 36 นาย ได้ปริมาณโลหิต 14,400 ซีซี และมีกำลังพลบริจาคดวงตา, บริจาคอวัยวะ จำนวน 24 นาย ณ สโมสรนายทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง  จังหวัดลำปาง 

ในการนี้ พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 เดินทางเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกำลังพล และนักศึกษาวิชาทหาร ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32 ที่ร่วมกิจกรรม พร้อมได้พบปะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำปาง สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง  อีกทั้งให้ความเชื่อมั่นที่จะร่วมมือกันดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ทหาร จะเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

‘ต้อม ยุทธเลิศ’ ตอก ‘เพชร ก้าวไกล’ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่า

จากกรณีที่นายยุทธเลิศ สิปปภาค หรือ ต้อม ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ก่อนหน้านี้ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีข้อความระบุ ถึง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล คู่กรณีคดีหมิ่นประมาท ว่าวันนี้ ผมมาถึงศาล ทุกคนก็มาถึงกันหมดแล้ว ทนายของเพชร ลองมาต่อรองกับผมเป็นครั้งสุดท้าย ว่าจะให้จบแบบคดีรักชนกได้มั้ย แต่ผมบอกทนายไปว่า กรณี รักชนก ตัวผมยังไม่ยอมจบแค่นั้นนะ และยังยืนยันคำเดิมว่าคดีของเพชร ผมไม่ต้องการคำขอโทษ ผมต้องการเงินค่าทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คือ 5 ล้านเท่านั้น เมื่อตกลงกันไม่ได้ เรากลับเข้าไปในศาล แต่สุดท้ายเพชร ขอเปลี่ยนคำให้การเป็นยอมรับสารภาพผิด และทำการวาง ‘เงินบรรเทาผลร้าย’ ให้ผมเป็นจำนวน 5 หมื่นก่อนเบื้องต้น เพื่อประกันการมาฟังคำตัดสินของศาลในวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ล่าสุดวันนี้ (1 ธ.ค. 66) ต้อม ยุทธเลิศ เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ศาลได้สั่งจำคุกเพชร กรุณพล เป็นเวลา 6 เดือน ฐานหมิ่นประมาทตนเอง โดยต้อม ยุทธเลิศ ระบุด้วยว่า ศาลพิพากษาวันนี้ครับ ถือเป็นข่าวดีของผม แน่นอนนี่คือข่าวร้ายของพวก สส.ปากดีทั้งหลาย พวกมึงจำใส่กะลาหัวไว้ ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการด่าครับ อิโดก! ส่วนค่าเสียหายที่ได้ติดปลายนวมมา ผมจะพา FC ไปเลี้ยงที่ร้านเยี่ยมใต้ของคุณเต้นเค้าครับ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ศาลได้สั่งจำคุก เพชร กรุณพล 6 เดือน แต่โทษรอลงอาญา 2 ปี พร้อมสั่งจ่ายค่าเสียหายให้ต้อม ยุทธเลิศอีก 150,000 บาท

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ เจ้าของ ‘อมตะ คอร์ปอเรชัน’ ติดทำเนียบ ‘มหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023’

เมื่อวานนี้ (29 พ.ย. 66) ฟอร์บส์ เอเซีย ได้เปิดเผยทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญปี 2023 ของเอเชีย แปซิฟิก โดยมีรายชื่อทั้งหมด 15 คน ที่บริจาคให้กับการกุศล โดยมีรายชื่อ เช่น แอนดรูว์ ฟอร์เรสต์ นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย, ทาเคมิตสึ ทากิซากิ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น, เหอ เสี่ยงเจี้ยน นักธุรกิจชาวจีน ผู้ก่อตั้งบริษัทเหม่ยตี้ (Midea) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนรายใหญ่ของจีน, โล ตั๊ก กวง เศรษฐีชาวอินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานผู้อำนวยการของ Bayan Resources บริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย เป็นต้น

ขณะที่ประเทศไทย ‘วิกรม กรมดิษฐ์’ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เป็นมหาเศรษฐีไทยคนเดียวที่ถูกจัดให้ติดทำเนียบมหาเศรษฐีใจบุญ ปี 2023

โดย ฟอร์บส์ เอเซีย ระบุว่า วิกรม กรมดิษฐ์ ฉลองวันครบรอบอายุ 70 ปีของเขาในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยการเซ็นพินัยกรรมที่ระบุว่า หลังจากที่เสียชีวิต เขาจะบริจาคทรัพย์สินส่วนตัว 99% ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาทแก่มูลนิธิอมตะ มูลนิธิที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดยรวมไปถึงหุ้นอมตะ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านบาทด้วย

สำหรับ มูลนิธิอมตะ ได้มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ได้เรียนต่อในระดับมัธยม และมหาวิทยาลัย รวมถึงมอบทุนส่งเสริมด้านศิลปะและวรรณกรรมไทยด้วย ทั้งนี้ นายวิกรม ยังสร้างคฤหาสน์ในชื่อ อมตะคาสเซิล ในเขตนิคมอุตสาหกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ และให้มูลนิธิใช้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์และหอจัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 ปีนี้

“แรงบันดาลใจของผมมาจากประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก” วิกรม ให้สัมภาษณ์ฟอร์บ ผ่านอีเมล และว่า พวกเราเกิดมาจากศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) และก็จะจากไปกับศูนย์ (ไม่มีอะไรเลย) ฉะนั้นระหว่างนี้เราควรสร้างประโยชน์ และสิ่งที่มีคุณค่าแก่สังคม เพราะมันจะคงอยู่ตลอดไป

ทั้งนี้ วิกรม กรมดิษฐ์ เป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 4 ของอมตะ นิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ในไทยและเวียดนาม

'จ.ชลบุรี' ร่วม 'พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม' แถลงข่าวการจัดงาน 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม โดยมีนางศุภาวี บำรุงศักดิ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, เรือตรีปราโมทย์ ทับทิม ปลัดเมืองพัทยา, นางวรากร วิริยะพันธุ์ รองประธานบริหารพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ร่วมแถลงข่าว 

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สำหรับการจัดงานพิธี 5 ศาสนา เพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5-9 ธันวาคม 2566 ณ พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา อีกทั้งยังเป็นการมุ่งหวังให้ทุกคนทุกศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข 

ด้านนางวรากร วิริยะพันธุ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้จัดกิจกรรม 5 ศาสนา มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งจัดในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ-เบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจ เข้ามามีส่วนร่วมในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมในพิธี 5 ศาสนา ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรมได้จัดเตรียมโต๊ะสำหรับวางของใส่บาตร พร้อมกับจัดโรงทานให้บริการสำหรับผู้ที่มาร่วมในพิธี 5 ศาสนาด้วย

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานพิธี 5 ศาสนา โดยในวันที่ 5 ธันวาคม จะเป็นพิธีบรรพชาสามเณร 300 รูป, วันที่ 6 ธันวาคม มีเวทีเสวนา 5 ศาสนา และในวันที่ 9 ธันวาคม พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ 400 รูป และพิธี 5 ศาสนา โดยเริ่มจากศาสนาพุทธ, ศาสนาคริสต์, ศาสนาอิสลาม, ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์

โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมวันเอดส์โลก 2023 ให้ความรู้ ตรวจร่างกาย และตรวจหาเชื้อ HIV กับข้าราชการตำรวจและประชาชน

วันนี้ (1 ธ.ค.66) พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ , พล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์ (สบ 7)โรงพยาบาลตำรวจ และประธานคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ และ พล.ต.ต.หญิง ดร.สุรัมภา รอดมณี ผู้บังคับการวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ นำนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดกิจกรรมโครงการ “Word AIDS Day 2023 - Let Communities  lead" ณ หน้าอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 1 โรงพยาบาลตำรวจ 

เนื่องด้วยในวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก  ปีนี้โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ไม่แพ้ทุกปี โดยปล่อยแถวรณรงค์ภัยร้ายจากโรคเอดส์ ซึ่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจถือป้ายเดินขบวนรณรงค์จากหน้าอาคาร มภร. ชั้น 1 โรงพยาบาลตำรวจ ไปยังห้องโถง อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ชั้น 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายแพทย์ใหญ่  (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ เปิดกิจกรรม มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง “โรคแทรกซ้อนสำคัญของระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากการติดเชื้อ  HIV", ความรู้เรื่อง “โรคตับอักเสบและการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม" จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลตำรวจ นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจพยาธิสภาพตับด้วยเครื่อง Fibro Scan และให้คำปรึกษาก่อนเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ  HIV, ซิฟิลิส, เชื้อไวรัสตับอักเสบบี, เชื้อไวรัสตับอักเสบซี และภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี 

พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่(สบ 8)โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV จะลดน้อยลง เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานรณรงค์ให้ความรู้ถึงภัยร้ายและการป้องกัน ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจเล็งเห็นความสำคัญของโรคเอดส์ จัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ให้บริการตรวจหาเชื้อ HIV กับข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ให้คำปรึกษากับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และแนะนำวิธีการป้องกันอย่างถูกวิธี อีกทั้งให้การสนับสนุนเครือข่าย ที่ร่วมรณรงค์แก้ไขปัญหา เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย และกลุ่มเสี่ยงให้มีจำนวนน้อยที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์(สบ 7)โรงพยาบาลตำรวจ และประธานคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ กล่าวว่า สถิติการระบาดของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ทั่วประเทศปี 2565 พบประเทศไทยมีผู้ติดที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 560,000 คน เสียชีวิต 11,000 รายและมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9200 รายเพิ่มจากปี 2564 ร้อยละ 42 สาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน คณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์มีหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560 ถึง 2573 โดยให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อ ส่งเสริมสนับสนุน การป้องกันมากขึ้น รวมถึงจัดกิจกรรมต่อต้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการยอมรับและห่วงใยผู้ป่วยเอดส์ อีกทั้งเผยแพร่ความรู้ให้กว้างขวางขึ้น

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า วันนี้โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความรุนแรงของโรคเอดส์ ซึ่งจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ การให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเอดส์ รวมถึงการป้องกันอย่างถูกวิธี โรงพยาบาลตำรวจ ขอเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป ร่วมกันรณรงค์ในทุกมิติ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว โอกาสนี้โรงพยาบาลตำรวจขอขอบคุณ โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ที่นำวงดุริยางค์มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย สำหรับข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่ เพจเฟสบุ๊ก โรงพยาบาลตำรวจ หรือโทร 02-2076000

ลำพูน - สถานทูตเอกอัครราชทูตอินเดีย กรุงเทพฯ จัดเสวนา 'โอกาสทางธุรกิจในประเทศอินเดีย' ที่จังหวัดลำพูน

สถานทูตเอกอัครราชทูตอินเดีย กรุงเทพฯ จัดเสวนาในหัวข้อ "โอกาสทางธุรกิจในประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10:00 ถึง 12:30 นาฬิกา ณ ห้องจามจุรี 1 ชั้น 2 อาคารสัมมนา เดอะแกรนด์จามจุรี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ลำพูน ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 

สาระสำคัญเริ่มที่ นางปอโลมี  ทริปาติ อุปทูตอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับฯ ถัดมา นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวสุนทรพจน์ ลำดับถัดไป นายมนัส เกียรติเจริญวัฒน์ ประธานกิตติมศักดิ์/ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายบรรจง วิพรหมชัย ประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน กล่าวคำปราศรัย และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย กรุงเทพฯ นำเสนอหัวข้อ "โอกาสทางธุรกิจในประเทศอินเดีย โดยมีผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าชั้นนำทั้งสองประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหารือโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยอินเดีย

นางปอโลมี ตริปาฐี อุปทูตอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับว่า ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณสำหรับความสนับสนุนที่ได้รับจาก นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ลำพูนที่ได้จัดการสัมมนา "โอกาสทางธุรกิจในประเทศอินเดีย" ข้าพเจ้าขอขอบคุณนักธุรกิจไทยทุกท่านที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่าของท่านเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ นับเป็นความยินดีอย่างยิ่งสำหรับข้าพเจ้าที่ได้มีโอกาสมาเยือนจังหวัดลำพูนที่สวยงามนี้ 

ทุกท่าน อินเดียและไทยเป็นประเทศที่มีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและอารยธรรมอย่างลึกซึ้ง ดังที่เห็นได้จากอิทธิพลที่แข็งแกร่งจากรามเกียรติและพุทธศาสนาในทั้งสองประเทศ ในฐานะเพื่อนบ้านทางทะเล เรามีความเชื่อมโยงทางภูมิรัฐศาสตร์และมีวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ รวมถึงรากเหง้าของภาษาร่วมกัน ความเชื่อมโยงทางประเพณีของเรานั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นแฟ้น และในปัจจุบันก็ได้รับการเสริมสร้างด้วยความสัมพันธ์ทางการเมืองที่แข็งแกร่งของเรา ทั้งในความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและการลงทุนที่เติบโตขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนมากขึ้น ผ่านการท่องเที่ยวและการศึกษา

อินเดียเป็นประเทศที่ประชากรมากกว่า 1.4 พันล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นประชากรในวัยหนุ่มสาว ด้วยจำนวนประชากรที่มีจำนวนมาก และมีจุดเน้นที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งในด้านการศึกษา อินเดียได้กลายเป็นจุดศูนย์รวมความเป็นเลิศในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการ ในปัจจุบันมีคนอินเดียทำหน้าที่เป็นผู้บริหารบริษัทข้ามชาติมากกว่า 21 แห่ง ทั้งบริษัท google, Microsoft, IBM และอื่น ๆ จุดเน้นทางการศึกษาและสภาพแวดล้อมทางโอกาสที่เหมาะสมก็ส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของบริษัท Startups เป็นอย่างมากในประเทศอินเดีย การค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงแนวคิดจากการเป็นคนหางานเป็นคนให้งานของกลุ่มคนหนุ่มสาวในอินเดียถือเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก ด้วยเหตุนี้ อินเดียจึงมีบริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นมากกว่า 111 แห่ง เป็นมูลค่ากว่า 349 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 สำหรับอินเดียในภูมิภาคอาเซียน ทั้งไทยและอินเดียมีเป็นประเทศเกษตรกรรมมาโดยตลอด และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อกลายเป็นศูนย์การผลิตของภูมิภาค การค้าทวิภาคีระหว่างอินเดียและไทยแตะจุดสูงสุดประมาณ 17.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ส่วนการลงทุนทวิภาคีก็มีการเจริญเติบโตที่เป็นที่น่าพอใจในหลายปีที่ผ่านมา และมีบริษัทหลายแห่งในไทยได้ลงทุนในประเทศอินเดีย

ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้บรรลุความก้าวหน้าอย่างน่าชื่นชมในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ โดยเปลี่ยนจากประเทศที่มีรายได้น้อยไปยังประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าทึ่งกำลังถูกบันทึกไว้ในอินเดียโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลกแม้กระทั่งหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินมาตรการนโยบายและโครงการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจในอินเดียและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาในหลายด้าน เช่น ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ระบบนิเวศนวัตกรรม การแข่งขัน เป็นต้น คุณทราบหรือไม่ว่า อินเดียได้ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 79 ในห้าปีที่ผ่านมา และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 63 ในการจัดอันดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลกสำหรับปี 2022 (2565) อินเดียอยู่ในอันดับที่ 40 ในดัชนีนวัตกรรมโลก 2023 (Global Innovation Index 2023 )ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)

ประเทศอินเดียมีระบบการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เปิดกว้างเกือบทุกภาคส่วน เช่น การก่อสร้าง การธนาคาร ประกันภัย รถไฟ ค้าปลีก สื่อ สายการบิน การป้องกันประเทศ ฯลฯ และมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 100% ในภาคส่วนส่วนใหญ่ผ่านเส้นทางอัตโนมัติ อินเดียได้บันทึกการไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 83.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว

ปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการผลิตชิปเซ็ตที่แตกต่างและหลากหลาย แผนการอุดหนุนล่าสุดที่ประกาศสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรัฐบาลทำให้อินเดียเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดในเอเชียสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้โครงการอุดหนุนการเชื่อมโยงการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลอินเดียได้ประกาศการสนับสนุนทางการคลังแบบสม่ำเสมอ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายโครงการสำหรับการจัดตั้ง Semiconductor Fabs ในอินเดีย เพื่อนร่วมงานของฉันจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการและแผนริเริ่มต่างๆ ของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในอินเดีย

ประเทศอินเดียมีโอกาสการลงทุนอย่างมากมายในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ถนน ท่าเรือ ภาคพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ การแปรรูปอาหาร พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีดิจิทัล โลจิสติกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า ในระหว่างการประชุมและการพูดคุยของฉันกับภาคธุรกิจในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ฉันรู้สึกยินดีที่เห็นว่าความร่วมมือของเราแข็งแกร่งขึ้นและมีสภาพแวดล้อมแห่งความไว้วางใจระหว่างธุรกิจของทั้งสองประเทศ ประชากรจำนวนมากของอินเดียไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้อินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกเท่านั้น แต่ยังเปิดทางให้ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์และการลงทุนของไทย 

นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียยังได้เสนอให้มีการประสานงานกันในภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) เพื่อส่งเสริมการค้าและสนับสนุนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของทั้งสองฝ่าย ฉันทราบดีว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในลำพูนอยู่ในประเภท SME (ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม) และพวกเขาจะได้รับประโยชน์อย่างแน่นอนจากความร่วมมือดังกล่าว

ทุกท่าน นับตั้งแต่เราได้รับเอกราช อินเดียได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่หยุดยั้ง และเรายังคงก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวการเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งขับเคลื่อนโดยนโยบายและวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอินเดียกำลังจะนำอินเดียไปสู่จุดศูนย์กลางเวทีโลก วิสัยทัศน์และภารกิจของอินเดียในปี 2047 ซึ่งเราเรียกว่า "อมฤตกาล" และนโยบาย Thailand 4.0 เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของเจตจำนงของเราที่มีต่อความเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้า ฉันเชื่อว่าความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศจะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันและบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้

ในนามของสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ข้าพเจ้ายินดีต้อนรับกลุ่มธุรกิจของลำพูน ที่จะเข้ามาเพื่อสำรวจตลาดอินเดียเพื่อสร้างความเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุนที่มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่และสิ่งจูงใจที่รัฐบาลอินเดียมอบให้ ข้าพเจ้าหวังว่าเราจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีประสิทธิภาพในงานสัมมนาฯ และพร้อมรับข้อเสนอแนะของคุณ ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาเข้าร่วมสัมมนาในวันนี้(30 พ.ย. 66)..นางปอโลมีฯ กล่าวในที่สุด

(สุรินทร์) กกล.สุรนารี ร่วมติดปีกสานฝันปันน้ำใจให้น้องๆชายแดน สู้ศึก 'การแข่งขัน Robocup Asia Pacific Junior 2023'

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เป็นผู้แทนคณะที่ปรึกษากองกำลังสุรนารี มอบเงินสนับสนุนการเดินทางแก่ทีมหุ่นยนต์โรงเรียนทับทิมสยาม 04 ในพระอุปถัมภ์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน Robocup Asia  Pacific Junior 2023 ณ เมือง Gangwon ประเทศเกาหลีใต้ โรงเรียนทับทิมสยาม 04 ในพระอุปถัมภ์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ 

เป็นโรงเรียนตามแนวชายแดน ที่เด็กนักเรียนมีความสามารถในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชน Robo Soccer ประจำปี 2566 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2566 โดยโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ด้วยการเป็นโรงเรียนห่างไกล ขาดทุนทรัพย์ คณะผู้บริหารได้หารือกับ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี 

จึงได้รวบรวมเงินสนับสนุน จากคณะที่ปรึกษาผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี จนได้เงินสนับสนุนเพียงพอต่อการเดินทาง จำนวน 204,800 บาท(สองแสนสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน)  ทำให้เด็กๆปลื้มใจ และสัญญาจะนำรางวัลชนะเลิศมามอบให้คุณลุงณัฎฐ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top