Wednesday, 29 July 2026
NEWS

'น้องใบบุญ' เด็ก 5 ขวบ ขอบวชจนนิพพาน เผยสาเหตุ ทำเอาแม่ช็อก ฟากชาวเน็ตชื่นชม

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.66 น.ส.นิคม (ขอสงวนนามสกุล) และ ด.ช.รัชพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ น้องใบบุญ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากที่เรื่องราวของน้องใบบุญโด่งดังในโลกโซเชียล เด็กน้อยอายุเพียง 5 ขวบ แต่ขอบวชจนนิพพาน ทำให้ชาวเน็ตแห่ชื่นชม

น.ส.นิคม กล่าวว่า ตอนที่น้องใบบุญอายุประมาณ 5 ขวบ น้องได้เดินมาบอกว่าอยากจะขอบวชจนนิพพาน ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกเฉย ๆ เพราะคิดว่าลูกน่าจะพูดเล่น แต่พอเวลาผ่านไป น้องใบบุญกลับพูดบ่อยมากขึ้น จนทำให้เราต้องมาตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากอะไรกันแน่

น.ส.นิคม กล่าวต่อว่า โดยครอบครัวของเรามีลูกชายทั้งหมด 3 คน น้องใบบุญเป็นคนเล็กสุด และพี่เณรฟอร์ดเป็นพี่ชายคนที่ 2 ก็กำลังบวชอยู่ แม่ไม่รู้ว่าเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้วพูดอะไรกันบ้าง ตนคิดว่าน้องใบบุญอาจจะเห็นว่าพี่ชายบวช ก็เลยอยากจะบวชด้วย

น.ส.นิคม กล่าวอีกว่า เวลาที่ไปเยี่ยมพี่เณรฟอร์ดและกลับมาที่บ้าน ลูกชายพูดตลอดว่า “แม่จ๋า หนูอยากไปบวช ไม่อยากอยู่ทางโลก เพราะทางโลกมันเป็นทุกข์” ซึ่งครอบครัวก็พยายามถามน้องตลอดว่าทำไมถึงอยากบวช เขาก็เล่าขึ้นมาว่า “การที่หนูเกิดมาครั้งหนึ่งหนูก็เป็นทุกข์ เพราะหนูต้องกลับมานั่งเป็นเด็กอีก เกิดทุกครั้งก็ทุกข์ทุกครั้ง ใบบุญอยากไปนิพพาน” เราเป็นแม่ก็ตกใจที่ได้ยินลูกพูดแบบนี้

น.ส.นิคม กล่าวด้วยว่า โดยที่ผ่านมาครอบครัวของเราก็ไม่เคยพูดปลูกฝังลูกให้บวชเลย เพียงแต่เป็นครอบครัวที่เดินทางสายธรรมะ มักจะนั่งสมาธิ สวดมนต์ และสอนธรรมะให้กับลูก ๆ เสมอตลอด ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ลูกซึมซับ และโตมากับสิ่ง ๆ นี้ ที่รู้จักการให้และรู้จักบาปบุญคุณโทษ

น.ส.นิคม กล่าวต่อว่า ตนพยายามสังเกตพฤติกรรมของลูกชาย พบว่าไม่ค่อยอยากได้ของเล่นอะไร อยากจะไปบวชอย่างเดียว ซึ่งทุกวันนี้ลูกก็ขอบวชอย่างเดียว ตนคิดว่าถ้าหากปิดเทอมใหญ่จะให้ลูกไปบวชอีก แต่ต้องตั้งข้อตกลงกันว่าบวชเพียงแค่ 9 วันเท่านั้น เพราะตนมองว่าตอนนี้ลูกยังเด็ก อยากให้เรียนรู้ทางโลกไปก่อนว่ามันเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าลูกโตขึ้นอีก ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นแล้ว และอยากจะบวชเหมือนเดิมตนก็ไม่ห้าม

“หลายคนมองว่าน้องใบบุญเหมือนคนกลับชาติมาเกิด ส่วนตัวแม่ไม่ได้ลบหลู่หรือเชื่ออย่าง 100% แต่แม่เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะผลบุญเก่าที่สะสมมา และมาชาตินี้เขาก็อยากจะทำต่อ ซึ่งที่ผ่านมาเวลาที่มีใครไม่สบายใจก็มักจะขอให้น้องใบบุญช่วยเหลือ แม่ดีใจและภูมิใจมาก ๆ ที่อย่างน้อย ๆ อายุแค่นี้เขาใช้ความคิดของเขาในการช่วยเหลือคนอื่นด้วย” น.ส.นิคม กล่าว

ด้าน น้องใบบุญ กล่าวว่า สาเหตุที่อยากบวชเพราะว่า อยากแบ่งบุญให้ผู้ใหญ่ใจดีและแบ่งบุญให้พ่อกับแม่ และอยากบวชจนนิพพาน ซึ่งก็อยากขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มาชื่นชอบ ก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรง

‘รมว.ปุ้ย’ ร่วมงานสถาปนาครบ 80 ปี อนุบาลนครศรีธรรมราช ‘ณ นครอุทิศ’ โรงเรียนอนุบาลในตำนานที่ชาวนครศรีธรรมราชภาคภูมิใจ

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 66 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 80 ปี โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ‘ณ นคร อุทิศ’ โดย รมว.ปุ้ย ได้รับคำเชิญจากคุณครู และผู้บริหารให้เป็นประธานในพิธีทำบุญและกิจกรรมของโรงเรียน 

สำหรับ โรงเรียนอนุบาลนครนครศรีธรรมราช มีอายุมายาวนานครบ 80 ปี นับแต่วันสถาปนาโรงเรียน ผลผลิตของโรงเรียนล้วนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของนครศรีธรรมราช และของประเทศไทย ซึ่งกระจายตัวอยู่ในทุกแวดวงอาชีพ และถือเป็นโรงเรียนที่เป็นตำนานของชาวนครศรีธรรมราชก็ว่าได้ 

“พื้นที่โรงเรียนนี้ เป็นวัดเก่าแก่ ชื่อวัดประตูขาว เป็นวัดร้างโบราณ แต่หลายคนมีตำนานชีวิตวัยเด็กซึ่งเริ่มต้นที่นี่ มีโพธิ์ทองต้นใหญ่เป็นที่เคารพนับถือของบรรดาศิษย์ ส่วนทางตะวันตกของโรงเรียนมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการพิธีสำคัญของบ้านเมือง เรียกว่าเฉพาะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ของโรงเรียน ก็ถือเป็นมงคลชีวิตของเด็กๆ ทุกคนกันเลยทีเดียว” รมว.ปุ้ย กล่าว

สำหรับ โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ก่อตั้งมาเมื่อปี 2486 โดยเริ่มแรกยังไม่มีอาคารสถานที่ มีครู 2 คน นักเรียน 8 คน คนงาน 2 คน ต่อมาในปี 2493 กระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้จัดงบประมาณสร้างอาคารมาให้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ บุคคลสำคัญของนครศรีธรรมราชในขณะนั้น คือ พลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จึงได้บริจาคสมทบทุนสร้างอาคารเป็นอนุสรณ์สถานแก่ท่านกลาง ณ นคร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช 'ณ นคร อุทิศ' ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนั่นเอง

“ตลอด 80 ปีที่ผ่านมาโรงเรียนมีความก้าวหน้าทั้งการพัฒนาเด็กๆ ในช่วงปฐมวัย ความก้าวหน้าด้านการปลูกฝังวิชาการ เป็นโรงเรียนที่อยู่ในแถวหน้าของประเทศ จากคุณครู 2 คน นักเรียน 8 คนเมื่อวันก่อตั้งครั้น 80 ปีก่อน ผ่านไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า มาวันนี้ มีครู 196 คน นักเรียนจำนวน 2,723 คน…”

“ดังนั้น ในวันนี้ชาวอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ จึงได้มาร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับพลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) และบรรพบุรุษตระกูล ณ นคร พร้อมทั้งยังร่วมระดมทุนสร้างอาคารปฏิบัติการ 4 ชั้น 10 ห้องปฏิบัติการ รวมถึงเป็นการเชิญชวนศิษย์เก่าร่วมรำลึกถาดหลุมโรงเรียนด้วย นักเรียนทุกคนที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักถามหลุม ทุกคนล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่ดี ดิฉันขอยินดีกับ 80 ปีที่ยิ่งใหญ่ ที่เป็นตำนานของลูกหลานชาวนครศรีธรรมราชไว้ ณ ที่นี้” รมว.พิมพ์ภัทรา ทิ้งท้าย

'ทวี' ลุยจัดระเบียบ 'กระท่อม-กัญชา' รัฐมนตรียุติธรรม เตรียมวางมาตรการคุมเข้ม 'กระท่อม - กัญชา' แม้ไม่ใช่ยาเสพติดตามกฎหมาย แต่ประขาชนไม่ไว้ใจ ลั่นต้องไม่มีวางขายเกลื่อน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในประเด็นนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ว่า  นโยบายของรัฐบาล ของกระทรวงยุติธรรม และ ป.ป.ส. ที่ดูแล คือ เราจะแก้ปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ให้ประชาชนเป็นผู้ประเมินว่าการแก้ปัญหายาเสพติดเราได้ทำอย่างจริงจัง  

1.ปริมาณการค้ายาเสพติดต้องลดลง หมดได้ยิ่งดี 

2.ลดจำนวนผู้เสพ ผู้ใช้ และลดผู้ติดใหม่ 

มันมีเทคนิคที่สำคัญ คือปัจจุบัน ถึงจะแก้ไขตรงนั้นเกือบหมด แค่ปรากฏว่า มีพืชบางชนิด เช่นกระท่อม กับ กัญชา เป็นวาระทางกฎหมาย ในส่วนของกัญชา รัฐมนตรีสาธารณสุขกำลังดำเนินการเรื่องกฎหมาย

ส่วนของกระท่อม ได้คุยเลขาธิการ ป.ป.ส. คงต้องมีมาตรการ ไม่ใช่ให้วางขายเกลื่อน แม้ว่าเราจะจัดการยาเสพติดที่เป็นยาบ้า หรือตัวอื่นๆแล้ว ซึ่งตอนนี้รู้สึกลงลด แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในกระท่อม ประชาชนยังเห็นว่าเป็นอันตราย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มขึ้น

เป็นวาระร่วมกันที่จะเอาลูกหลาน เอาคนที่มีคุณภาพกลับเข้ามาสู้สังคม ปัญหายาเสพติดจึงเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน จึงเป็นวาระ แห่งชาติที่จะต้องเร่งการแก้ไข้ ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ใช่พื้นที่ผลิตยาเสพติด แต่เป็นพื้นที่ของการแพร่ระบาดแล้วก็เป็นทางผ่านของยาอีหรือยาเสพติดที่ไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปริมาณ การแพร่ระบาด ตัวเลขที่เราค้นพบค่อนข้างสูง จึงเป็นปัญหา สำคัญที่ต้องมาแก้ไข

ต้องการจัดการนักค้า ซึ่งนักค้ารายสำคัญ ต้องคุยกับเพื่อนข้าราชการว่า ต้องไม่มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไปส่งเสริม ข้าราชการหมายถึงทุกระดับ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องทางด้านอิทธิพล ครั้งนี้เราจะใช้มาตราการทางด้านการป้องกัน การดำเนินการ สุดท้ายเราจะติดตามทางการเงิน แล้วเราจะร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ พื้นที่ชายแดน สงขลา นราธิวาส เขตติดต่อชายแดนทั้งหมด จะเป็นพื้นที่ที่มีการผสมทั้งแพร่ระบาดและการค้ายาเสพติด ต้องดูอย่างเคร่งครัดแล้วคงต้องมีมาตรการจับกุม ดำเนินคดีกับผู้สนับสนุน แม้จะเป็นข้าราชการ หรือทางการเมือง ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

จำได้ไหม? ‘หม่อง ทองดี’ อดีตแชมป์เครื่องบินกระดาษ สู่ ‘บัณฑิตเกียรตินิยม’ ม.ดัง ผลสัมฤทธิ์ของความเพียร

หากยังจำกันได้ กับ ‘เครื่องบินกระดาษ’ ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่มีความใฝ่ฝันที่จะได้ไปแข่งขันร่อนเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น ทว่าประสบกับปัญหาด้านเงื่อนไขสัญชาติ แต่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย จนได้ไปแข่งขันและได้รับชัยชนะกลับมา กระทั่งสุดท้าย ‘หม่อง ทองดี’ และครอบครัวได้รับสัญชาติไทยในที่สุด หลังต่อสู้นานเกือบทศวรรษ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 66 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก ‘มหาวิทยาลัยรังสิต’ ได้โพสต์ภาพหม่อง ทองดี กับเครื่องบินกระดาษ โดยเผยว่า…

‘หม่อง ทองดี’ ผู้มาไกลและไปได้ไกล… บนความตั้งใจเเละความพากเพียร

จากเด็กน้อยที่เฝ้ามองท้องฟ้า สู่การได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เปิดขอบฟ้าให้กว้างกว่าเดิม โดยได้รับทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี จาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต และจากความตั้งใจที่ใฝ่ฝันอยากจะมีภาพยนตร์ที่บอกเล่าเส้นทางสู่ฝันของตัวเอง ทำให้เขาตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยรังสิต

ด้วยหัวใจของความมานะพากเพียร วันนี้ ‘หม่อง ทองดี’ เรียนสำเร็จ โดยจบการศึกษาปริญญานิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล เกียรตินิยมอันดับ 2 ซึ่งจะเข้าพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2566 ในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2566 ณ อาคารนันทนาการ (อาคาร 14) มหาวิทยาลัยรังสิต

ทั้งนี้ ปัจจุบัน หม่องทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในตำแหน่งตากล้องประจำกองถ่ายละครสั้น

“ในส่วนของความฝันที่เคยตั้งใจไว้ว่า อยากนำความความรู้ความสามารถด้านการทำหนัง มาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเองและเด็กไร้สัญชาติ อยากนำเสนอในมุมมองของเด็กที่มีปัญหาเหมือนกับตนเอง ให้สังคมได้รู้ว่าปัญหาของเด็กเหล่านี้มีอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่แนวทางการช่วยเหลือต่อไป ก็สามารถสานฝันนั้นให้เป็นจริงได้แล้ว โดยเรื่องราวชีวิตของผมได้ถูกหยิบยกขึ้นมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘A Time To Fly…บินล่าฝัน’ ซึ่งมีโอกาสได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงหลายเดือนก่อนหน้าที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ” น้องหม่อง กล่าว

หม่องยังกล่าวด้วยว่า สำหรับชีวิตปัจจุบันตนได้รับสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ และได้บัตรประชาชนมาเรียบร้อยแล้ว และจะทำทุกหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เป็นคนดีของสังคม ผมเชื่อเสมอว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น การที่เราพยายามจะทำอะไร เราต้องทำให้เต็มที่ที่สุด โดยไม่ต้องกลัวว่าผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร เพราะการที่คิดแล้วทำก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว

จับยามสามตา ทิศทางการเมือง ‘บุญญามณี’ เมื่อ ‘สรรเพชญ’ เปรย “ต้องทบทวนของตนเอง”

(10 ธ.ค. 66) น่าสนใจยิ่งกับบทบาทต่อไปของ ‘บุญญามณี’ ซึ่งหมายถึง ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทายาททางการเมืองของนิพนธ์ บุญญามณี

น่าสนใจเพราะทั้ง ‘นิพนธ์’ และ ‘สรรเพชญ’ อยู่คนละขั้วกับทีมที่ชนะการเลือกตั้งในศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทีม ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ เข้ามาบริหารพรรคชุดใหม่ และตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ สส.สงขลา ที่อาจจะกล่าวได้ว่า ‘อยู่คนละฝั่ง’ กับนิพนธ์ ก็เข้ามานั่งเป็นเลขาธิการพรรค

ท่องยุทธภพไปเจอ ‘สรรเพชญ’ โพสต์ข้อความน่าสนใจยิ่งขึ้น

สจฺจํ เว อมตา วาจา
“คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย”

คำขวัญที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…

วันนี้ท่านอดีตหัวหน้าอภิสิทธิ์ฯ ได้พิสูจน์ให้ชาวประชาธิปัตย์เห็นแล้วว่า คำว่า ‘สัจจะ’ มีความหมายเพียงใด ท่านไม่เพียงแค่พูด แต่ท่านได้แสดงให้เห็น วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวันที่ชาวประชาธิปัตย์หลายๆ คนรวมถึงตัวผมเองต้องคิดทบทวนบทบาทของตัวเองอีกครั้งหนึ่งครับ

และขอให้พี่น้องมั่นใจว่า ผมจะยังคงทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไปครับ

‘สฺจจํ เว อมตะวาจา’ เป็นคำขวัญประจำพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน อันเป็นการสะท้อนว่า “พลพรรคค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ต้องรักษาสัจจะ รักษาคำพูน การพูดความจริง จะเป็นอมตะ ไม่ตาย”

การที่สรรเพชญยกคำนี้ขึ้นมากล่าวอ้างในสถานการณ์นี้ จึงน่าสนใจ น่าคิดกับถ้อยคำที่ตามมากับคำว่า “ทบทวนบทบาทของตนเอง” จะตีความว่าอย่างไรกับวลี “ทบทวนบทบาทของตัวเอง” ก็ไม่อยากตีความ หรือคิดเอาเอง

เช่นเดียวกับบทบาททางการเมืองในอนาคตของ ‘นิพนธ์’ จะเดินหน้าภารกิจทางการเมืองอย่างไร หรือวางไว้เท่านี้ และให้ทายาททางการเมืองเดินหน้าต่อ

จับตาดูนะครับ ทิศทางทางการเมืองของ ‘บุญญามณี’ จะไปทางไหน และเป็นอย่างไร…

‘การบินไทย’ แจง!! ขออภัยผู้โดยสาร พร้อมเยียวยาเต็มที่ กรณีประสบเหตุถูกแอร์โฮสเตสทำเครื่องดื่มร้อนหกใส่

(10 ธ.ค. 66) จากกรณีที่ ‘คุณหมอ’ ท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว เมื่อเดินทางด้วยสายการบินแห่งหนึ่งเพื่อไปเชียงใหม่ แต่เกิดอุบัติเหตุ แอร์โฮสเตสทำกาแฟร้อนหกใส่ตัว จนเกิดอาการปวดแสบร้อน ผิวหนังพอง หายใจติดขัด แต่ไร้การรับผิดชอบใดๆ เมื่อสอบถามไปก็ได้รับคำตอบว่า “บริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถรับผิดชอบได้” นั้น ล่าสุด ทาง ‘การบินไทย’ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้แล้ว โดยระบุว่า…

“บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกรณีผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ประสบเหตุเครื่องดื่มร้อนหกราด จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาตัว โดยบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างประสานผู้โดยสารเพื่อรับทราบรายละเอียด ติดตามอาการบาดเจ็บและการรักษาพยาบาลของผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงนำเสนอมาตรการเยียวยาให้ผู้โดยสารท่านที่ประสบเหตุพิจารณาต่อไป

ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะประสานแจ้งผู้โดยสารถึงความคืบหน้าเป็นระยะ และจะได้นำข้อเท็จจริง ปัญหา ข้อบกพร่องที่พบมาปรับปรุงการให้บริการ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อผู้โดยสารท่านอื่นในอนาคตต่อไป

บริษัทฯ รู้สึกเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารในครั้งนี้”

‘ดร.สุวินัย’ เผย ถึงเวลาโละทุกระบบ รับมือความเปลี่ยนผันสู่ ‘ยุคดาต้านิยม’ ชี้!! ปัญญา-กลยุทธ์ของ ‘ผู้นำวิถีปราชญ์’ คือหัวใจหลัก พาสังคมฝ่ามหาวิกฤติ

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 66 ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Suvinai Pornavalai' ในหัวข้อ ‘ทบทวน The Great Reset : ใครรู้ทันและเตรียมพร้อม คนนั้นรอด’ โดยระบุว่า…

‘The Great Reset’ หมายถึง การ ‘โละ’ ระบบทุกอย่างในโลกใบนี้ ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อเข้าสู่ยุคดาต้านิยม (Dataism) เต็มตัว

ที่ผ่านมา โลกได้ผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมมาแล้ว 4 ครั้ง

๐ ครั้งที่ 1 อยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1760-1840 เป็น ‘การปฏิวัติใช้เครื่องจักรไอน้ำ’ ในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การผงาดขึ้นของยุคทุนนิยมช่วงต้น

๐ ครั้งที่ 2 อยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1820-1925 เป็น ‘การปฏิวัติใช้ไฟฟ้า’ ในทุกอุตสาหกรรม เริ่มมีการใช้สายพานในการผลิต ทำให้เกิดการผลิตแบบแมส  (Mass Production) ในระบบทุนนิยม ตามมาด้วยการเกิดชนชั้นกลาง (Middle Class) ในฐานะที่เป็นผู้บริโภคหลักของเศรษฐกิจทุนนิยม

๐ ครั้งที่ 3 อยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1969-2010 เป็น ‘การปฏิวัติใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต’ มาใช้ในทุกอุตสาหกรรมในยุคทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ที่เป็นยุคทุนนิยมช่วงปลายๆ ที่งอมแล้ว (Mature Capitalism)

๐ ครั้งที่ 4 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา เป็น ‘การปฏิวัติใช้อัลกอริทึมและปัญญาประดิษฐ์’ ในทุกอุตสาหกรรม ทะยานจากยุคเก่า (หรือทุนนิยม) เข้าสู่ยุคใหม่ หรือ ‘ยุคดาต้านิยม’ (Dataism) แทน

เพราะเหตุนี้เอง การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จึงเป็นการ ‘โละระบบ’ ครั้งใหญ่สุดในรอบ 100 ปีที่คนในโลกไม่เคยเจอมาก่อน

ชาวโลกส่วนใหญ่จึงมองไม่ออกว่า อนาคตจะเป็นยังไงต่อไป…

แต่ที่แน่ๆ อาชีพเก่าๆ จะหายไปมากกว่าครึ่ง โดยจะมีอาชีพใหม่เข้ามาแทน รายได้ของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ปรับตัวจะลดลง คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถทำอาชีพใหม่ที่สร้างเงินดีๆ ได้ มีแต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถปรับตัว โดยการ Reskill ได้

ปัญหาความเหลื่อมล้ำจะยิ่งทวีความรุนแรง รวมทั้งปัญหาทางสังคม ระบบราชการ หากไม่ปรับตัวจะอยู่ไม่ได้ เพราะประชาชนจะกดดันผ่านเครือข่ายโซเชียล ขณะเดียวกัน ปัญหาต่างๆ จะถาโถมกดดันรัฐบาลไม่หยุดหย่อน

คนไทยควรตระหนักให้ดีว่า… ประเทศไทยเรากำลังเผชิญกับโลกที่ไม่ใช่ใบเดิมอีกต่อไป

ผู้ที่จะนำพาองค์กร นำพาสังคม นำพาบ้านเมืองให้ฝ่าผ่านวิกฤตโละระบบทั้งหมด (Great Reset) นี้ได้จะต้องเป็นผู้ที่สามารถ ‘คิดเชิงระบบ’ (Systems Thinking) อย่างเป็นนักยุทธศาสตร์ ได้เท่านั้น

ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีในยุคดาต้านิยม โดยเฉพาะอัลกอริทึมคือ มันทำให้คนเรา ‘มีความเป็นมนุษย์น้อยลง’ (Downgrading Humans)

ผลที่ตามมาคือมันกำลังทำลาย ‘สังคม’ แบบที่มนุษย์ควรจะมี กลายเป็น ‘สังคมเสมือน’ ที่แตกแยก แตกร้าวเกินเยียวยา และช่วงชิงความใส่ใจเพื่อนมนุษย์ (Human Attention) ที่เราควรมีให้กับมนุษย์ด้วยกันที่อยู่ตรงหน้าหรือรอบข้าง ให้ไปอยู่ที่หน้าจอมือถือของแต่ละคนแทน

ผู้นำประเทศหรือนักการเมืองที่คิดเชิงระบบไม่ได้ หรือไม่สามารถเห็นผลกระทบเชิงลบที่ระบบย่อยต่างๆ ส่งผลต่อระบบใหญ่องค์รวม หรือ ‘โลกกาย่า’ (Gaia) ใบนี้ได้… ย่อมนำพาประเทศของตัวเองไปสู่หายนะ

เพราะผู้นำแบบนี้ย่อมไม่สามารถทำให้ประชาชนของตนตื่นรู้ และตระหนักถึงผลรวมแห่งการกระทำของแต่ละคน และชี้ทางออก-ทางสว่างที่เป็นความหวังให้แก่คนทั้งประเทศได้

ผู้นำที่คิดเชิงระบบอย่างนักยุทธศาสตร์ได้ ย่อมสามารถจัดการวิกฤติระบบที่เป็นปัญหา Complexity ได้ เพราะ The Great Reset คือรูปแบบหนึ่งของปัญหา Complexity เชิงระบบนั่นเอง

นิยามของผู้นำ (Leader) ในยุควิกฤติ คือ ผู้ที่สามารถนำพาผู้คนก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดและอุปสรรคทั้งปวงได้

ภูมิปัญญากลยุทธ์ของผู้นำและวิถีปราชญ์ผู้นำ คือหนึ่งในหัวข้อหลักที่คนไทยต้องติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ตัวเอง ในช่วงวิกฤติใหญ่ ซึ่งเป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะมันสามารถเปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยไปอย่างไม่หวนกลับได้

เหตุการณ์วันนี้และและการตัดสินใจของปัจเจกซึ่งเป็นตัวละครหลักในประวัติศาสตร์หน้านี้ มันจะกลายเป็น ‘ประวัติศาสตร์’ ในวันข้างหน้า โดยที่มันจะมีส่วนกำหนดเส้นทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต่อจากนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ประวัติศาสตร์เป็นเพียงเส้นทางผ่านวิกฤติทั้งหลาย โดยตัวมันเองจึงหามี ‘จุดจบอันงดงาม’ ทางประวัติศาสตร์เสมอไปไม่

สถานการณ์โลกที่กำลังจะบานปลายจากวิกฤติโควิด ไปเป็นมหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ และสงครามครั้งใหญ่ที่ใกล้จะเกิด

เครือข่ายมันสมองของประเทศนี้จากทุกฝ่ายทุกวงการ ต้องเข้ามาช่วยกันระดมความคิด ระดมสมอง เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤติระดับโลกจากทุกความเป็นไปได้ที่มี หรือมีทางที่เป็นไปได้มากกว่านั้น ขณะที่คนจำนวนมากรวมทั้งนักการเมืองส่วนใหญ่ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวต่อทุกเหตุการณ์ที่โหมกระหน่ำเข้ามา

ภูมิปัญญากลยุทธ์เพื่อฝ่าวิกฤติของผู้นำจึงสำคัญมากถึงมากที่สุด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาวิกฤติที่เหนือความคาดหมายสำหรับคนทั่วไป โดยปกติมักเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

เพราะการตัดสินใจเป็นเรื่องของ ‘การตัดสินด้วยใจของผู้นำ’

ดังนั้น ผู้นำจึงต้องมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธานในที่ประชุม เมื่อวิกฤติรอบด้านพากันมาชุมนุม คนเป็นผู้นำจึงต้องกุมสภาพจิตให้มั่นและต้องใช้ความกล้าหาญในการตัดสินใจ

การตัดสินใจที่ถูกที่ถูกเวลา คือ ยอดแห่งกลยุทธ์ทั้งปวง

ผู้นำที่เป็นจอมปราชญ์ คือ ผู้ที่ผ่านการฝึกตนจนชำนาญ ถึงขั้นที่สามารถหยั่งเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ จึงย่อมนำพาตนเองและคนอื่นออกจากภยันตราย โดยไม่รอให้ภัยมาถึงตัวก่อน

จอมปราชญ์จึงเป็นผู้มีสายตายาวไกล ผู้ผสานคัมภีร์หลากหลาย ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิต
ปราชญ์ที่แท้ต้องเสนอ ‘ทางเลือก’ เพื่อพาสังคมออกจากมหาวิกฤติ

จะเห็นได้ว่า ปัญญาฝ่าวิกฤติของปราชญ์ คือ ‘หฤทัยแห่งพิชัยสงคราม’ ในทุกสมัย ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าแก้วแหวนเงินทองใดๆ ในช่วงเผชิญกับวิกฤติในสมรภูมิชีวิต

มหาวิกฤตินี้จะมาในรูปของ ‘The Great Reset’ ซึ่งเป็นบททดสอบใหญ่ ที่ผู้คนทั้งประเทศจะได้เรียนรู้ร่วมกันครั้งใหญ่อีกครั้ง จากของจริงด้วยประสบการณ์จริง หลังจากวิกฤติโควิดหมดไปแล้ว 
ตอนนี้โลกกำลังเข้าสู่โหมดเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกกับสงครามใหญ่

สุวินัย ภรณวลัย

‘สอวน.’ ร่วมยินดี ‘นักเรียนสายวิทย์’ ชั้น ม.ต้น กวาดเหรียญเพียบ จากการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 20

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 66 ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.), รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการมูลนิธิ สอวน. และ รศ.เย็นใจ สมวิเชียร กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิ สอวน. ร่วมแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ครั้งที่ 20 (20th IJSO) ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้มีประเทศเข้าร่วม 55 ประเทศ จำนวน 497 คน (นักเรียนและอาจารย์ควบคุมทีม)
.
🏅ผลการแข่งขัน ‘20th IJSO’ ประเทศไทยได้รับ 4 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และยังได้รับรางวัลคะแนนปฎิบัติการสูงสุด ประเภททีม อันดับ 2 ได้แก่…
.
💐ด.ญ.อิ่มสุข พูนวศิน โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย 🥇รางวัลเหรียญทอง และคะแนนปฎิบัติการ สูงสุด ประเภททีม อันดับ 2
.
💐ด.ช.ณัฐนันท์ เจนยงศักดิ์ โรงเรียนแสงทองวิทยา 🥇รางวัลเหรียญทอง และคะแนนปฎิบัติการ สูงสุด ประเภททีม อันดับ 2
.
💐ด.ช.ปัญญ์ แซ่จาง โรงเรียนแสงทองวิทยา 🥇รางวัลเหรียญทอง และคะแนนปฎิบัติการ สูงสุด ประเภททีม อันดับ 2
.
💐ด.ช.สิรวิชญ์ มุสิกะโสภณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)🥇เหรียญทอง🥇
.
💐ด.ช.ปัณณ์ เจนกุลประสูตร โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย🥈เหรียญเงิน🥈
.
💐ด.ช.ชนธรร พฤมนตร์ โรงเรียนแสงทองวิทยา🥈เหรียญเงิน🥈
.
อาจารย์ผู้ควบคุมทีม
1.) รศ.ดร.ชัชวาล ใจซื่อกุล (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
2.) รศ.ดร.กิตติวิทย์ มาแทน (มหาวิทยาลัยมหิดล)
3.) ผศ.ดร.นันทิชา ลิ้มชูวงศ์ (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)
.
อาจารย์สังเกตการณ์
1.) ผศ.ดร.สุจินต์ สุวรรณะ (มหาวิทยาลัยมหิดล)

นายกกีฬากระบี่รับรางวัลเชิดชูเกียรติพระพลบดี สถาปนากรมพลศึกษา ครบ 90 ปี

วันที่ 9 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น.  ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

นายสุรัตน์ จรณโยธิน  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายสมเกียรติ กิตติธรกุล นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการพลศึกษา การกีฬา นันทนาการ และวิทยาศาสตร์การกีฬา ประจำปี พ.ศ. 2566 สาขาผู้สนับสนุนการพลศึกษาและการกีฬา เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมพลศึกษา ครบรอบ 90 ปี และนางสาวธีรพันธ์ ศรีเทพ เจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้รับรางวัล “เพชรพลศึกษา” โดยมีดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล และได้เข้าร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากรมพลศึกษา ประจำปี 2566 เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณความดีของผู้ริเริ่มก่อตั้งกรมพลศึกษาและบูรพคณาจารย์ทางการพลศึกษาที่ได้สร้างสรรค์การพลศึกษาและการกีฬา ให้กับประเทศ ไทย สืบมา

‘ท่านอ้น’ นำคณะเยี่ยมชมสวนนงนุชเป็นการส่วนตัวเกือบทั้งวัน เข้าชม ‘พิพิธภัณฑ์รถ-หัวโขน-ปลูกต้นสาละอินเดีย’

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 66 ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ กลับมาประเทศไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 แล้ว และยังคนเดินสายปฎิบัติภารกิจส่วนตัว โดยวันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวัน นำพาคณะเดินชมสวนนงนุช มีคุณโต้ง กัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนนงนุชพาชม ตั้งแต่การแสดงโชว์​ในโรงละคร การแสดงช้าง จากนั้น ขึ้นรถรางชมรอบส่วนนงนุช ซึ่งมีเนื้อที่มากกว่า 1,700 ไร่ ทั้งพืชพันธุ์ต่างๆ รวมถึงรูปปั้นไดโนเสาร์และรูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่ทางสวนจัดแสดง

ท่านอ้น ให้ความสนใจกับพิพิธภัณฑ์รถ พิพิธภัณฑ์หัวโขน การปักสดึงไทยหุ่นกระบอก และพิพิธภัณฑ์พระเป็นพิเศษ เพราะมองแล้วเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้

นอกจากนี้ ท่านอ้น ได้นั่งรถขึ้นไปบนเขาบันไดกฤษ เพื่อปลูกต้นสาละอินเดีย โดยพื้นที่เขาแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาพันธุ์ไม้ของสวนนงนุช อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินชมสวนนงนุช มีประชาชนจำนวนมากมาขอถ่ายรูปกับท่านอ้น และบอกว่าโชคดีมากที่ได้เจอท่านอ้นวันนี้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัย พร้อมเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ในงานกาชาดประจำปี 2566 

พล.ต.ต.หญิง สมพร พูลเกษม ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า วานนี้ (9 ธ.ค.66) เวลา 18.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางไปยังงานกาชาดประจำปี 2566 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกาชาด โดยได้ร่วมประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ ณ กองอำนวยการร่วมงานกาชาด ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เยี่ยมชมร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณโซน 5 ซึ่งมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพ โดยได้ชมนิทรรศการเกี่ยวกับวิวัฒนาการตำรวจไทย “ย้อนรอย 100 ปีกิจการตํารวจไทย” , ร่วมถ่ายภาพกับภาพเหมือนของตำรวจโบราณ , ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ “ตํารวจไซเบอร์ผู้พิทักษ์ภัยออนไลน์ 24 ชั่วโมง” และยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม “สนุกกับเกม” ได้แก่ เกมปาโป่ง และเกมตักไข่นำโชค นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ร่วมร้องเพลงบนเวที สร้างความสุขให้กับผู้เข้าร่วมสนุกที่ร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้เยี่ยมชมร้านของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งบูทติดกับร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ ร่วมให้การต้อนรับ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ชมและอุดหนุนสินค้าของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งคัดสรรสินค้าคุณภาพงานฝีมือจากหน่วยงานและครอบครัวข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ และร่วมกิจกรรม “พฤกษากาชาด”อีกด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนตลอดงาน ตั้งแต่วันที่ 8 - 18 ธันวาคมนี้ รวมทั้งจัดกำลังตำรวจจราจรจากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี คอยดูแลอำนวยความสะดวกทั้งกับผู้มาร่วมงาน และผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัด ในทุกวันของการจัดงาน ในส่วนของร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมกิจกรรม และร่วมสนุกกันได้ทุกวัน เพราะได้เตรียมพร้อมทั้งความรู้ ความสนุก และของรางวัลจำนวนมาก สำหรับผู้มาเยี่ยมชม 

นอกจากนี้ ผู้บังคับการกองสารนิเทศ กล่าวว่า งานกาชาดประจำปี 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 18 ธันวาคม 2566 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร และทางระบบ Online ภายใต้แนวคิด “งานวันกาชาด 100 ปี รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้” โดยเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานย้อนวันวานด้วยการ “นุ่งโจงห่มไทยเที่ยวงานวันกาชาด” โดยในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมออกร้านบริเวณ โซน 5 ซึ่งการจัดงาน 2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ในร้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจจำนวนมาก โดยทั้งสองร้านมีกิจกรรมและของรางวัลมากมายเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุก รวมทั้งในแต่ละวันจะมีศิลปินดาราจำนวนมากมาร่วมกิจกรรมในทุกวันอีกด้วย

'สพฐ.' เดินหน้านโยบาย 'ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้' ย้ำครูช่วยลดปริมาณ หวังให้เด็กๆ ได้เรียนอย่างมีความสุข

(9 ธ.ค.66) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2566 ได้ลงนามประกาศ ‘แนวทางการมอบหมายการบ้าน’ ตามนโยบาย ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) โดยเป็นการประกาศหลักการและแนวปฏิบัติในการมอบหมายการบ้าน ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ ที่มุ่งหวังให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ให้การบ้านเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และเป็นเครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน

หลักการ ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ มุ่งเน้นให้ครูลดปริมาณการบ้านที่ต้องทำนอกเวลาในชั้นเรียนให้เน้นการมอบหมายการบ้านเฉพาะรายวิชาที่จำเป็นทักษะสำคัญ เช่น การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น ให้มีการบูรณาการการบ้าน ซึ่งการบ้านชิ้นงานเดียวอาจตอบโจทย์การเรียนรู้ข้ามรายวิชา และส่งเสริมให้นักเรียนได้มีเวลาศึกษาค้นคว้าตามความสนใจของตนเองมากขึ้น

“การประกาศแนวทางการมอบหมายการบ้าน ‘ลดการบ้าน เพิ่มการเรียนรู้’ ของ สพฐ. เพื่อให้คุณครู รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองได้เข้าใจร่วมกันว่า หัวใจของการให้การบ้าน คือ การให้เด็กๆ ได้ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ให้ได้ฝึกฝนทำซ้ำจนเกิดทักษะ ซึ่งเด็กแต่ละคนต้องการเวลาเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เรียนไม่เท่ากัน หรือสำหรับเด็กโต การบ้านที่ให้ได้ค้นคว้าอย่างอิสระ จะยิ่งส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยบ่มเพาะความรับผิดชอบในตนเอง จึงขอเน้นย้ำกับคุณครูว่า การให้โจทย์ที่ไม่ยากไม่ง่าย ไม่ใช้เวลามากเกินไป แล้วมีการตรวจการบ้าน อธิบาย ให้ feedback จุดที่ควรพัฒนาอย่างตรงประเด็น จึงจะเป็นการพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริง ซึ่งความสุขที่เกิดจากการลดปริมาณแต่เพิ่มคุณภาพของการบ้าน เช่น ทำการบ้านหนึ่งชิ้นงานส่งคุณครูเพื่อวัดผลการเรียนรู้ได้หลายวิชา จะสร้างความสุขให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงคุณครูเองด้วย ซึ่งเชื่อได้ว่าจะทำให้เด็กไทย ‘เรียนดี มีความสุข’ ตามเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

‘แอน จักรพงษ์’ ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’

(9 ธ.ค.66) แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป หรือ JKN โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านบาท โดยระบุว่า…

“It’s time to clean up!! คนดีคนชั่วในสังคมมันเยอะนัก…กว่าประชาชนจะตระหนักว่าใครเป็นใคร ใครคือตัวปัญหา…ตัวเราต้องใช้ความอดทนทั้งพลังและปัญญา...ใช้เวลาใช้ความจริงสู้กับมนุษย์จอมปลอม!!

เจเคเอ็นประกาศฟ้องกลับผู้แอบอ้าง ‘การเป็นเจ้าของโครงการเหรียญจักรวาล’ ถ้าใช้หลักการเปรียบเปรย…ดิฉันไม่เคยเห็นโจรที่ไหนมาปล้นเจ้าของบ้าน พอปล้นไม่สำเร็จก็มาฟ้องเจ้าของบ้านกลับ?! แต่ลืมนึกไปว่าเจ้าของบ้านคนนี้ คือผู้หญิงข้ามเพศที่สู้ฟัดกัดไม่ปล่อยและไม่ยอมใคร…ถ้าคุณมาเอาเปรียบดิฉันและสมาชิกทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรของเจเคเอ็นค่ะ ***Thx to Thai Sashes News ***”

‘การบินไทย’ แจงปมผู้โดยสารโวยซื้อตั๋วชั้นธุรกิจ แต่ได้นั่งชั้นประหยัด เหตุปรับโครงสร้าง บินแทนไทยสมายล์ ขออภัยที่ไม่บอกเงื่อนไขให้ชัด

(9 ธ.ค. 66) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. แจ้งว่า จากข้อร้องเรียนของผู้โดยสารสายการบินไทยที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจแต่ได้ที่นั่งชั้นประหยัด นั้น

เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2566 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในฐานะหน่วยงานกำกับ ดูแล ควบคุม และส่งเสริมการดำเนินงานของกิจการการบินพลเรือนให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากลจึงได้ประชุมร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจการบิน โดยทำการบินทดแทนสายการบิน ไทยสมายล์ ซึ่งปัจจุบันสายการบินไทยได้ทยอยทำการบินทดแทนเส้นทางบินต่างๆ ของสายการบิน ไทยสมายล์ ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนการให้บริการรูปแบบใหม่ โดยบัตรโดยสารแบบ Smile Plus ที่สายการบินไทยสมายล์เคยให้บริการนั้น สายการบินไทยได้ปรับเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสารแบบ Silk Class ด้วยการเพิ่มบริการต่างๆ ให้เทียบเท่ากับบัตรโดยสารแบบชั้นธุรกิจ (Business Class) ของสายการบินไทย

เช่น เพิ่มน้ำหนักกระเป๋า 40 กิโลกรัม ให้บริการช่องเช็กอินและเกท สามารถพักผ่อนที่เลานจ์ ณ สนามบิน บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เป็นต้น แต่ยังคงใช้ที่นั่งแบบชั้นประหยัด (Economy Class) ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารด้วยการเว้นที่นั่งตรงกลางไว้

อย่างไรก็ตาม การจัดจำหน่ายบัตรโดยสารแบบ Silk Class ในช่วงแรก บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่ได้แจ้งข้อมูลเรื่องการให้บริการรวมถึงรูปแบบการจัดที่นั่งอย่างชัดเจน จึงส่งผลต่อการเลือกซื้อบัตรโดยสารของผู้ใช้บริการ

2.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับทราบถึงข้อร้องเรียนของผู้โดยสารและได้ติดต่อไปยังผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว พร้อมเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาให้ผู้โดยสารแล้ว

3.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ตรวจสอบผู้โดยสารที่ซื้อบัตรโดยสารแบบ Silk Class ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2566 พบว่า ผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารในคลาสนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เท่านั้น ซึ่งสายการบินไทยจะติดต่อผู้โดยสารเรื่องข้อมูลการเดินทางและรายละเอียดการให้บริการที่ผู้โดยสารจะได้รับ หากไม่เป็นไปตามที่ผู้โดยสารคาดหวัง สายการบินไทยจะพิจารณาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือคืนเงิน ค่าโดยสารตามความต้องการของผู้โดยสาร โดยจะเริ่มต้นจากเส้นทาง กรุงเทพฯ-เกาสงก่อน

4.สำหรับการให้บริการในอนาคต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงบริการให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการปรับแผนการจำหน่ายบัตรโดยสาร เพื่อให้สามารถใช้อากาศยานแบบแอร์บัส A320 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งบริษัทจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบในการเปลี่ยนแปลงต่อไป ในการนี้ CAAT ได้กำชับให้บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างครบถ้วน เพื่อประโยชน์ของผู้โดยสารในการเลือกใช้บริการตามความคาดหวังต่อไป

5.บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการแก้ไขระบบการจองบัตรโดยสารในเว็บไซต์แล้ว เพื่อให้ผู้โดยสารทราบบริการและลักษณะที่นั่งตรงตามประเภทบัตรโดยสารที่เลือกซื้อ

6. CAAT เน้นย้ำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญเรื่องการแจ้งเงื่อนไขบัตรโดยสารให้ผู้โดยสารรับทราบขณะเลือกซื้อบัตรโดยสาร ดังนั้น CAAT จึงกำหนดให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ปรับปรุงวิธีการขายบัตรโดยสาร โดยต้องระบุบริการที่ชัดเจน และจัดทำแนวทางการเยียวยาผู้โดยสารส่งให้ CAAT พิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วให้บริษัท ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบต่อไป

ลำปาง-ศฝท.มทบ.32 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของนศท.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2566  เนื่องในวันนักศึกษาวิชาทหาร จากวีรกรรมอันกล้าหาญของ “ยุวชนทหาร” ที่ร่วมกับทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสา ต่อต้านทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพร และในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 ณ สนามพิทยุทธยรรยงค์ ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมี พลตรี พรชัย นพรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธาน 

ในการนี้ได้มีการจัดแสดงของนศท.อาทิ การแสดง ศิลปะป้องกันตัวมวยไทย, การแสดงประกอบเพลงบ้านเกิดเมืองนอน เป็นต้น และพิธีมอบรางวัลการสวนสนามของ นศท.ในประเภทต่างๆ, รางวัลกองร้อยสวนสนามขวัญใจสื่อมวลชน, รางวัลผู้บังคับกองพันสวนสนาม SMART LEADER ROTCS. และรางวัลปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับกองผสม 

ทั้งนี้เพื่อให้ นศท.ได้แสดงออกถึงสมรรถภาพ ระเบียบวินัย มีโอกาสพบปะและรับฟังโอวาทจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูง รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของ นศท. และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป

#8ธันวาวันนักศึกษาวิชาทหาร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top