Wednesday, 29 July 2026
NEWS

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจชวนเที่ยวงานกาชาด ร้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยวันอาทิตย์นี้พบดารามีชื่อเสียงมากมาย พร้อมประมูลของรักดารา

คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า  งานกาชาด 100 ปี ภายใต้แนวคิด "รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้" ชวนให้ผู้ร่วมงาน "นุ่งโจงห่มไทย" มาเที่ยวงานกาชาดในปีนี้ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 8-18 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ณ สวนลุมพินี ซึ่งทางสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกับชมรมแม่บ้านตำรวจภาคต่างๆทั่วประเทศ และกองบัญชาการต่างๆ จัดกิจกรรมสลากบำรุงกาชาดไทย เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทย และการออกร้านค้าของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำหน่ายพฤกษากาชาด ราคา 30 บาท พร้อมของรางวัลพิเศษมากมาย อาทิ ทองคำ ,รถมอเตอร์ไซค์ , โทรศัพท์มือถือ , เครื่องใช้ไฟฟ้า , บัตรกำนัล และของต่างอีกมากมาย ซึ่งในแต่ชมรมแม่บ้านตำรวจหมุนเวียนสับเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพร้านค้าในแต่ละวัน และยังมีกิจกรรมแนวใหม่ Immersive Exhibition ที่ทันสมัยและน่าสนใจ 

ในวันพนุ่งนี้ (อาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566) เวลา 18.00 น. พบกับศิลปิน เชียร์ ฑิฆัมพร , ท็อป จรณ และกรุ๊งกริ๊ง รังสิมา  พิเศษสุด มีการประมูลของรักของสุดหวงของดารา นักร้อง นักแสดง อีกหลายท่าน อาทิ คุณพีช พชร จิราธิวัฒน์ , คุณโก้ าศิน , คุณอาเล็ก ธีรเดช , คุณมาร์ช จุทาวุฒิ , คุณวุ้นเส้น วิริฒิภา 

จึงขอเชิญชวนทุกท่านพบกันที่ร้านสมาคมแม่บ้านตำรวจในงานการชาดได้ที่ โซน 5 สวนลุมพินี

‘พิพิธภัณฑ์มะกัน’ จ่อคืนโบราณวัตถุ 16 ชิ้น ให้ ‘ไทย-เขมร’ หลังพบเป็นของที่ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมาย

(16 ธ.ค.66) บีบีซี รายงานว่า สำนักงานอัยการในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Met) ร่วมแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. ว่ากำลังเตรียมการส่งคืนโบราณวัตถุ 16 ชิ้นให้กัมพูชาและไทย

หลังตรวจพบว่าโบราณวัตถุชุดนี้ถูกโจรกรรมมาอย่างผิดกฎหมายโดยนายดักลาส แลตช์ฟอร์ด พ่อค้างานศิลปะชาวอังกฤษ ซึ่งถูกตั้งข้อหาจัดตั้งเครือข่ายค้าโบราณวัตถุขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2562

ด้านอัยการระบุด้วยว่าการตัดสินใจส่งคืนเป็นความสมัครใจของพิพิธภัณฑ์ ขณะที่นางเอริน คีแกน เจ้าหน้าที่พิเศษประจำกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวว่าโบราณวัตถุถูกขโมยไปอย่างไร้ยางอาย ในจำนวนนี้เป็นประติมากรรมเขมร 14 ชิ้นจะถูกส่งกลับไปยังกัมพูชา และอีก 2 ชิ้นจะถูกส่งให้ประเทศไทย

รายงานระบุอีกว่าโบราณวัตถุและงานศิลปะชุดนี้อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 9-14 ในสมัยเมืองพระนคร (Angkorian period) ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลทางพุทธศาสนาและฮินดูในพื้นที่ดังกล่าว

ตามการระบุของพิพิธภัณฑ์ยังพบว่างานศิลปะหลายสิบชิ้นที่ถูกขโมยไปโดยนายแลตช์ฟอร์ดซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2563 ระหว่างเผชิญการฟ้องร้องดำเนินคดี ได้รับการติดตามและกู้คืนโดยเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐและสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

'แพรรี่' อธิบายในสมัยพุทธกาล ภิกษุในธรรมสภาต่างพร้อมใจกันเงียบเสียง ตอบคำถาม!! เหตุใดพระพุทธเจ้าถึงสอนธรรมะคนเป็นพัน โดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน

(16 ธ.ค.66) กรณี ‘น้องไนซ์ นิรมิตเทวาจุติ’ เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่อ้างว่าเป็นร่างอวตารองค์เพชรภัทรนาคานาคราช สามารถเชื่อมจิตได้ สามารถหยั่งรู้เรื่องราวต่างๆ ทั้งในอดีตและอนาคต แค่เห็นแววตาคนก็จะรู้ได้ว่าใครมีกรรม หรือเคยเป็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิดบ้าง โดยมีลูกศิษย์หลายพันคน และมีการตั้งกลุ่มในโอเพนแชต

โดยล่าสุดนั้น น้องไนซ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “พระพุทธเจ้าในสมัยที่ท่านสอนธรรมะ บางคนบอกว่า ไม่มีการเชื่อมจิต แต่ที่จริงมีการเชื่อมจิตครับ คือการสอนในสมาธิครับ ในยุคนั้นไม่มีไมโครโฟน คนมาฟังท่านตั้งร้อยพันคน ถ้าท่านไม่สอนในจิต เขาจะได้ยินยังไง คิดกันบ้างสิครับ”

เกี่ยวกับประเด็นนี้ ล่าสุด ‘แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร’ อดีตพระชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายถึงกรณีนี้ว่า

“พระพุทธเจ้าสอนคนเป็น 100 เป็น 1,000 ได้ยังไง

ประเด็นเรื่องที่ว่าพระพุทธเจ้าสอนธรรมอย่างไร ในกรณีที่คนฟังมีอยู่เป็นร้อยเป็นพัน ท่านได้เชื่อมจิตไปสอนในสมาธิแบบที่มีคนกล่าวอ้างหรือไม่ ดิฉันจะขอตอบให้แบบสั้นๆ นะคะ

เรื่องนี้ถ้าคนที่เคยศึกษาคัมภีร์ทางศาสนามาบ้าง จะเข้าใจได้ไม่ยากเลยค่ะ

มีหลายที่ในพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสชมภิกษุบริษัทของท่านว่ามีกิริยาอาการงดงาม มีความเคารพเป็นอย่างดีทั้งในตัวท่านและในพระธรรมที่ท่านเทศนาสั่งสอน

ในสมัยพุทธกาล เวลาที่ภิกษุบริษัทท่านอยู่ในธรรมสภานะคะ และท่านเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา ทุกรูปจะต้องพร้อมใจกันเงียบเสียงค่ะ

นี่ในพระสูตรและอรรถกถากล่าวตรงกันเลย เป็นเรื่องของพุทธคารวตา และธรรมคารวตา (คือการแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรม)

ในพระสูตรกล่าวถึงขนาดว่า แม้แต่เสียงจามและเสียงไอยังไม่มีเลยนะคะ

ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงว่าพวกภิกษุบริษัทเหล่านั้น จะพากันสนทนาหรือพูดคุยเรื่องอื่นใดๆ ต่อหน้าพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านตรัสเปรียบด้วยว่า ถ้าท่านเงียบอยู่อย่างนั้นตลอดกัป ภิกษุบริษัทก็จะพากันเงียบอยู่อย่างนั้น จะไม่มีภิกษุรูปใดรูปหนึ่งกล้ายกเรื่องอื่นขึ้นพูดก่อนที่พระองค์จะแสดงธรรม

นี่เป็นเรื่องของมารยาทและอาจาระของภิกษุในสมัยพุทธกาลนะคะ

เรื่องนี้ พระเจ้าอชาตศัตรู ก็เคยพูดถึงไว้อย่างอัศจรรย์พระทัย

เมื่อคราวที่หมอชีวกโกมารภัจจ์พาพระองค์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่อัมพวัน

คือที่อัมพวันเนี่ย พระพุทธเจ้าประทับอยู่กับภิกษุ 1,250 รูป แต่พอพระเจ้าอชาตศัตรูไปถึงกลับเหมือนวัดร้าง

คือมันไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าว หรือเสียงพูดคุยกันของภิกษุในอัมพวันนั้นเลย

ความเงียบที่ว่านี้ ถึงกับทำให้พระองค์สงสัยว่า ตัวเองกำลังถูกลวงมาลอบปลงพระชนม์นะคะ

อันนี้ก็เป็นเรื่องของอาจาระและวัตรปฏิบัติในการอยู่อย่างสมณะในสมัยพุทธกาลค่ะ ไม่ใช่เรื่องของความวิเศษอะไรเลย

ถ้าใครศึกษาคัมภีร์ทางศาสนามาบ้างจะทราบดีว่าพระพุทธเจ้าตำหนิการอยู่แบบคลุกคลีตีโมง (การเผยแผ่ศาสนาในยุคแรกจึงห้ามการไปทางเดียวกัน 2 รูปไงคะ)

นอกจากพระเจ้าอชาตศัตรู ก็ยังมีพระเจ้าปเสนทิโกศลอีกพระองค์หนึ่งนะคะ ที่อัศจรรย์พระทัยกับอากัปกิริยาของภิกษุบริษัทของพระพุทธเจ้า

อย่างที่เคยตรัสถึงเหตุที่ทำให้พระองค์มีความเคารพศรัทธาอย่างมากเหลือเกินในพระพุทธเจ้าและพระธรรมว่าสมัยใด ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่บริษัททั้งหลายอยู่ ในบริษัทนั้นสาวกทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้า

จะไม่มีเสียงจามหรือเสียงไอเลย เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงฝึกพระสาวกได้ดีแล้วอย่างนี้ โดยไม่ต้องใช้อาชญา โดยไม่ต้องใช้ศาสตรา ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทรงเคยได้เห็นบริษัทอื่นที่ฝึกได้ดีอย่างนี้ นอกจากบริษัทในพระธรรมวินัยนี้

คือแม้แต่พระองค์เองซึ่งเป็นกษัตริย์ มีอำนาจมากก็ยังไม่อาจฝึกข้าราชบริพารไม่ให้พูดสอดขึ้นในระหว่างที่พระองค์กำลังตรัสอยู่ได้เช่นพระพุทธเจ้าเลย

ดังนั้น การสอนธรรมกับคนจำนวนมากของพระพุทธเจ้า จึงเป็นเรื่องของการสื่อสารจำเพาะ ระหว่างพระองค์กับกลุ่มสาวกบริษัทที่ได้รับการฝึกหัดด้วยพระธรรมวินัยอย่างดีแล้วค่ะ

ไม่ใช่เรื่องของการเชื่อมจิต หรือใช้เทคนิคทางอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แต่อย่างใด

แต่ถึงอย่างนั้นนะคะการบอกว่าในธรรมสภามีภิกษุจำนวนมาก ก็ได้หมายความว่าภิกษุจำนวนเท่านั้นทั้งหมด ต้องเป็นผู้ได้ยินได้ฟังธรรมเท่ากันนะคะ

ที่สำคัญในกรณีที่ทรงสอนธรรมกับคนทั่วไปเป็นจำนวนมากๆ มันก็มีทั้งที่ตั้งใจฟังและไม่ตั้งใจฟังเป็นเรื่องปกติค่ะ

มีทั้งที่ฟังแล้วเข้าใจและบรรลุธรรมก็มี มีทั้งที่ฟังแล้วไม่เข้าใจและไม่บรรลุอะไรเลยก็มี ไม่ใช่ว่าสอนได้ทั้งหมด บรรลุธรรมทั้งหมด ไม่ใช่ค่ะ

ต้องเข้าใจให้ชัดแบบนี้ก่อนนะคะ เรื่องการสอนธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่พูดส่งเดชไปเรื่อย

แล้วก็ที่ยังขายอยู่นั่นก็คือปลาอินทรีแดดเดียว ปลาหวานเนื้อปลาอินทรี น้ำพริกหรือทุเรียนทอด ฟังธรรมแล้วก็มาสั่งกันบ้าง จบ”
 

'ดร.เอ้' เชื่อ!! ความรู้ยุคนี้เปิดกว้าง แต่มหาวิทยาลัยก็ยังไม่ถูกทิ้งขว้าง เพราะ 'การอยู่ร่วมกัน-เรียนรู้ชีวิตที่แท้จริง' หาไม่ได้จากสื่อโซเชียล

เมื่อไม่นานมานี้ ติ๊กต็อกช่อง @aesuchatvee ของ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้โพสต์คลิปวิดีโอช่วงหนึ่งของรายการ Secret Sauce หลังจากได้ให้สัมภาษณ์ในประเด็น ‘มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่ไหม?’ ในโลกที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากหลากหลายแหล่ง ซึ่ง ดร.เอ้ ก็ได้แชร์มุมมองเอาไว้ว่า...

“มหาวิทยาลัยยังจำเป็นอยู่หรือไม่นั้น...เราไม่สามารถตอบได้ อีก 20 ปีอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ แต่การศึกษาจะยังคงมีอยู่ เพราะฉะนั้นไม่มีใครตอบได้ ดังนั้น แล้วมันยังจําเป็นไหม ขอยืนยันว่าจําเป็น… เพราะมหาวิทยาลัยมันไม่ได้สอนวิชาการเท่านั้น“

จากนั้น ดร.เอ้ ได้ยกภาพยนตร์เรื่อง Good will hunting เพื่ออธิบายต่อว่า “Good will hunting เป็นจุดกําเนิดของ ‘แมตต์ เดม่อน’ กับ ‘เบน แอฟเฟล็ก’ ที่ได้ ‘โรบิน วิลเลียมส์’ มาแสดงเป็นครูมัธยม ซึ่งในหนังพระเอกซึ่งก็คือ แมตต์ เดม่อน รับบทเป็นภารโรงประจำสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (MIT) แต่เกเร เรียกว่าได้เอาไม่อยู่ จึงต้องให้ครูมัธยมอย่างโรบิน วิลเลียมส์มาสอน ปรากฏว่าเด็กอัจฉริยะคนนี้มันเกเรจริง ๆ จากนั้นโรบิน วิลเลียมส์จึงพาไปนั่งสวนสาธารณะที่บอสตัน ซึ่งฉากนี้เป็นฉากที่ได้รับรางวัลออสการ์ ‘เขียนบทยอดเยี่ยม’ โดยโรบิน วิลเลียมส์ได้พูดกับพระเอกเอาไว้ว่า ‘รู้นะ...ว่าเธออ่านหนังสือทั่วโลกมาแล้ว เธออ่านหนังสือเล่มภายในไม่กี่นาที เธออาจจะรู้นะว่าในโบสถ์ซิสทีนที่วาติกันนั้นไมเคิลแอนเจโลเขียนรูปอะไรไว้บ้าง หรือเขียนรูปพระเจ้าชนนิ้วยังไงบ้าง แต่เธอไม่เคยไป…เพราะฉะนั้นความรู้ที่เธอมีจากที่อ่านมา เธออาจจะตอบคําถามได้ทุกอย่างทั่วโลก แต่เธอไม่เคยไปสัมผัส เธอจึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าแท้จริงแล้วนั้น โบสถ์ซิสทีนไมเคิลแองเจโลทำได้ยังไง…เพราะเธอไม่เคยสัมผัสกลิ่น ไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศ ซึ่ง ’มหาวิทยาลัย‘ คือตรงนั้น…’

ดังนั้น มหาวิทยาลัยจะเป็นทุกอย่าง ไม่ว่าการอยู่ร่วมกัน เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยในไทยเก่งแค่ไหนก็คงไม่เก่งเท่าอาจารย์ฟิสิกส์ที่ได้ Nobel Prize ที่ฮาเวิร์ดหรือที่ทําพอดแคสต์...อาจารย์ลาดกระบังเก่งแค่ไหน ก็คงสู้วิศวะจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ไม่ได้ เขาก็ไปเรียนได้อยู่แล้ว แต่การมาเรียนที่ ม.ลาดกระบัง, ม.จุฬาฯ, ม.เกษตรฯ, ม.ธรรมศาสตร์ หรือ ม.ราชภัฏต่าง ๆ การมาอยู่ร่วมกัน การได้เป็นศิษย์เป็นครูกัน และการเห็นคนที่เสียสละ…วันหนึ่งนั้นเขาก็ต้องเป็นคุณพ่อคุณแม่ เป็นผู้นําองค์กร และมีครูที่ใกล้ตัวเป็นโรโมเดล ได้ทํากิจกรรมชมรม ออกกําลังกายด้วยกัน รู้แพ้รู้ชนะ โดยถ้าหากแพ้ก็ไม่ได้ชกต่อยกัน สอนให้รู้จักความเป็นผู้นํา ให้รู้จักเสียสละ สิ่งพวกนี้แหละที่ทำให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยนั้นยังมีความจําเป็นที่สุด…

'รศ.ดร.วินัย' วิเคราะห์!! เหตุผลที่ 'ซาอุฯ' ยังไม่ถูกนับเป็นประเทศพัฒนา ภายใต้ห้วงเวลาสั่นคลอนอนาคต หากทรัพยากรน้ำมันหมดไป

(16 ธ.ค.66) รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ 'ซาอุดีอาระเบีย' ระบุว่า...

ปีนี้ 2023 หรือ พ.ศ. 2566 นับถึงเดือนธันวาคม ผมเดินทางมาราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (KSA) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 หากนับรวมครั้งอื่นๆ ผมมีโอกาสเยี่ยมเยียน KSA มากกว่าสิบครั้งแล้ว แต่บอกตามตรงว่ายังรู้จักประเทศนี้ไม่ลึกซึ้งสักเท่าไหร่ รู้แต่ว่าประเทศนี้ระยะหลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายเป็นเช่นเดียวกับประเทศไทยนั่นคือการก้าวขึ้นสู่ความเป็นประเทศพัฒนาแล้ว (Developed country) ซึ่งหมายถึงเวลานี้ KSA ที่แม้มีรายได้ต่อหัวประชากรต่อปีสูงถึง 21,069 USD มากกว่าที่กำหนดไว้สำหรับประเทศพัฒนาแล้วซึ่งอยู่ที่ 12,500 USD ทว่ายังไม่นับเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น

ความเป็นประเทศพัฒนาแล้วไม่ได้นับกันแค่รายได้ต่อหัวประชากรต่อปี แต่นับแหล่งรายได้จากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี, การศึกษา, สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ทั่วถึง ความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนาระหว่างเมืองและชนบท รวมถึงด้านเศรษฐกิจของประชากรที่ไม่กว้างมากนัก นับกันหลากหลายเช่นนี้ KSA จึงยังไม่ใช่ประเทศพัฒนาเนื่องจากรายได้ 85% มาจากการค้าน้ำมัน รายได้จากแหล่งอื่นยังไม่หลากหลาย ประเทศในตะวันออกกลางที่อาจนับเป็นประเทศพัฒนาแล้วมีเพียงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE ที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาแหล่งรายได้ด้านอื่นๆ นอกเหนือจากน้ำมัน

เพราะ KSA ยังไม่ใช่ประเทศพัฒนาแล้ว จึงทำให้ประเทศนี้เร่งพัฒนาเศรษฐกิจสาขาต่างๆ เป็นการใหญ่กำหนดวิชั่น Saudi 2030 ผลักดันประเทศให้ก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ขจัดความเหลื่อมล้ำของประชากร เร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเห็นได้จากการให้สิทธิด้านการศึกษา การประกอบอาชีพของสตรีที่มีมากขึ้น ต้องไม่ลืมว่าสตรีคือครึ่งหนึ่งของทรัพยากรมนุษย์ที่ประเทศมีอยู่ การที่ UAE ได้รับการจัดเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม OECD ในปี 2023 ช่วยกระตุ้นให้ KSA เร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตนเองมากขึ้นเพื่อตาม UAE ให้ทัน ประเทศอย่าง UAE พัฒนาโครงการอวกาศสำเร็จไปแล้ว มีเงินอย่างเดียวจึงไม่ช่วย ต้องใช้สมองและสองมือ ทั้ง work & wisdom เน้นกันอย่างนั้น โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ของประเทศทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม

การบ้านใหญ่ของ KSA คือประเทศจะดำรงอยู่อย่างไรให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของประชากรไม่สั่นคลอนในอนาคตที่ทรัพยากรน้ำมันหมดไปแล้ว การพัฒนาอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้า เพื่อโอกาสใหม่ๆ ของประเทศจึงต้องเร่งทำ สำคัญคือการพัฒนานวัตกรรม (innovation) การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ขึ้นในสังคม KSA กำลังมองโอกาสทางด้านนี้ และมหาวิทยาลัยคือ แหล่งสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นต้นน้ำของการพัฒนาทุกๆด้าน เป็นเหตุผลที่ทางกระทรวงการศึกษาของ KSA ส่งคนระดับรัฐมนตรีและทีมงานจากหลายมหาวิทยาลัยไปเยี่ยมเยียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล (ศวฮ.) เมื่อเร็วๆ นี้เพื่อโอกาสในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมและทีม ศวฮ.ต้องเดินทางมาเยือน KSA

รู้จัก 'พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ' ยอดมวยจอมคลาสสิก สู่ห้วงเวลาแห่งเกียรติยศ 'วีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิก'

(16 ธ.ค.66) จากเพจ 'มวย ติดมันส์' ได้โพสต์ประวัติการชกมวยของ 'สมรักษ์ คำสิงห์' ในหัวข้อ 'ยอดมวยจอมคลาสสิก พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ' ระบุว่า...

สมรักษ์ คำสิงห์ หรือ พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ เกิดเมื่อ : 16 มกราคม 2516 

อดีตปะทะมวยดังร่วมยุคมากมาย ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง เช่น แชลง ศิลปากร, ศักดิ์มงคล ศิษย์ชูโชค, รุ่งเรือง เกียรติอนันต์, พันเก้า ส.ธนิกุล, รุ่งโรจน์ ส.ซากไผ่, วุฒิชัย ส.เพลินจิต, ซามัด ผู้ครองฟ้า, พนมรุ้ง ศิษย์ สวป, นพเดช นฤมล,วารุณี ส.เพลินจิต, ทนงเดช เพชรพญาไท,ศักดิ์ชัย วงเวียนใหญ่, ปีใหม่ อ.ยุทธนากร, คึกฤทธิ์ ส.นายายอาม, ชาติชายน้อย ชาวไร่อ้อย, สุขเกษม เดชชวลิต, เสมอน้อย ต.บุญเลิศ, นำขบวน หนองกี่พาหุยุทธ, บุญหลาย ส.ธนิกุล, เด่นเหนือ เด่นโมฬี, ฉมวกเพชร ช่อชะมวง, สุวิทย์เล็ก ส.ส สกาวรัตน์, ช้างน้อย ศรีมงคล, บัวขาว ป.พิสิฐเชษฐ์ เป็นต้น

ปัจจุบันอายุ 50 ปี

สำหรับเส้นทางสู่วีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของไทย เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1995 โดย สมรักษ์ ได้เหรียญทองจากกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ และผ่านการคัดเลือกไปแข่งกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา 

หลังเอาชนะคู่ต่อสู้ในรอบแรกจากเปอร์โตริโก 13-2 ต่อด้วยการชนะนักชกจากแอฟริกาใต้ 12-7 ชนะนักกีฬาจากรัสเซีย 13-4 รวมทั้งชนะนักชกอาร์เจนตินา 20-8 

และในที่สุดเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยได้สำเร็จ ด้วยการคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกเหรียญแรก โดยเอาชนะ เซราฟิม โทโดรอฟ จากบัลแกเรีย ด้วยคะแนน 8-5 ในการชกรอบชิงชนะเลิศ วันที่ 4 สิงหาคม 1996 

>> สำหรับ เกียรติประวัติ ที่ผ่านมามีดังนี้

- แชมป์นักเรียนนวมทอง 5 ปีซ้อน
- แชมป์มวย กทม. 2 ปี
- แชมป์กีฬาแห่งชาติที่อยุทธยา
- ตัวแทนทีมชาติไปโอลิมปิก (สเปน)
- เหรียญทองแดงมวยทหารโลก (เดนมาร์ก)
- เหรียญทองเอเชียนเกมส์ (ญี่ปุ่น)
- เหรียญเงินเมเยอร์คัพ (ฟิลิปปินส์)
- เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย (อิหร่าน)
- เหรียญเงินมวยเวิลด์คัพ (กรุงเทพ)
- เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ (เชียงใหม่)
- เหรียญทองโอลิมปิก (2539) สหรัฐอเมริกา (คนแรกของไทย) 

‘แพทย์’ แชร์เคสผู้ป่วยวัย 70 สัมผัสฝุ่น-มลภาวะเป็นเวลานาน จน ‘ปอดแฟบ-หลอดลมดำ’ ซ้ำ!! เสี่ยงเผชิญวัณโรค-มะเร็ง

(16 ธ.ค.66) กลายเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่โลกออนไลน์กำลังสนใจขณะนี้ หลังจาก พญ.ณัฐกานต์ ชื่นชม แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nuttagarn Chuenchom’ ระบุว่า

“วันนี้มีเคสน่าสนใจมาแชร์ค่ะ ผู้ป่วยชาย อายุ 70 ปี มาด้วยอาการไอเรื้อรังมีเสมหะปนเลือด หอบเหนื่อยจนเดินไม่ค่อยไหว ผอมน้ำหนักลด CXR มีคล้ายปอดอักเสบที่ด้านขวาล่าง แต่ก็คล้ายก้อน

CT ปอด พบลักษณะคล้ายก้อนที่ปอดขวาล่าง Xray ให้ความเห็นว่าเหมือนก้อนมะเร็ง น้อง ๆ ที่วอร์ดจึงคอนซัลเบียร์ไปทำ Bronchoscope ส่องเข้าไปเจอแบบนี้เลยค่ะ หลอดลมเป็นสีดำทั่ว ๆ กระจายเป็นหย่อม ๆ ตกใจเลยเพราะไม่เคยเจอ ไอ้เราก็เป็นหมอ ID ซะด้วย เคสปอดที่ล้ำ ๆ และยากก็ต้องค่อย ๆ ศึกษาไป

ตอนนี้รู้แล้วค่ะว่าเขาเรียกว่า Bronchial anthracosis หรือ Bronchial anthracofibrosis (BAF) ผู้ป่วยรายนี้หยุดสูบบุหรี่ไปกว่า 20 ปีแล้วแต่มีอาชีพทำไร่ทำสวนสัมผัสฝุ่นควันและมลภาวะเป็นเวลายาวนาน ฝุ่นถ่านดำที่เข้ามาในหลอดลมของเราก็จะทำให้เกิดพังผืดมากและเกิดการตีบ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดปอดติดเชื้อปอดอักเสบเนื่องจากการอุดกั้น เกิดปอดแฟบ (atelectasis) ที่เห็นในฟิล์มเป็นลักษณะคล้ายก้อนนั่นล่ะค่ะ

ผู้ป่วยจึงมีอาการไอเรื้อรัง อาการหอบเหนื่อย เพราะหลอดลมและเนื้อปอดผิดปกติ ถ้าเป็นหนักมาก ๆ คือโดนเนื้อปอดด้วยเรียก Black lung disease หรือโรคปอดถ่านหินเช่นที่เกิดในคนงานเหมืองถ่านหิน

นอกจากนี้ยังพบว่าสัมพันธ์กับการเป็นวัณโรคได้ 20% และเป็นโรคมะเร็งได้ 10% ตอนนี้ก็รอผลตรวจน้ำล้างปอดของคนไข้ก่อน แต่ไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อเพราะหาก้อนไม่เจอ ระหว่างนี้รักษาปอดอักเสบ (Obstructive pneumonia) ไปก่อนค่ะ

จึงขอบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งได้ตรวจพบภาวะนี้

Bronchial anthracosis or Bronchial anthracofibrosis

รักษาปอดกันไว้ให้ดีนะคะ สัมผัสมลพิษ ฝุ่นควันดำขนาดใหญ่มาก ๆ เข้าอาจเกิดหลอดลมหรือปอดพังได้เพราะสิ่งนี้ค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไปไม่นานมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น

- “จะเลี่ยงยังไงก่อน อากาศทุกวันนี้ ไม่รู้จะฟอกยังไงแล้วอ่า”
- “อีกหน่อยจะเป็นโรคหาง่าย ต้องมีติดปอดกันทุกคนใช่มั้ยครับคุณหมอ”
- “ขอแชร์ต่อนะคะ แถวบ้านเผาถ่านเป็นอาชีพ เผาขยะ จนคนที่บ้านป่วยเข้า รพ. ไม่รู้จะหนีย้ายไป”

ขณะที่ ‘หมอแล็บแพนด้า’ ก็แชร์เรื่องราวนี้เช่นกัน โดยระบุว่า

“หลอดลมดำ ปอดแฟบได้เลยนะครับ

ผู้ป่วยรายนี้มีอาชีพทำไร่ทำสวน สัมผัสฝุ่นควันและมลภาวะเป็นเวลายาวนาน ฝุ่นถ่านดำที่เข้ามาในหลอดลมของเราก็จะทำให้เกิดพังผืดมากและเกิดการตีบ เกิดปอดแฟบ ถ้าเป็นหนักมาก ๆ คือโดนเนื้อปอดด้วยเรียก Black lung disease หรือโรคปอดถ่านหินเช่นที่เกิดในคนงานเหมืองถ่านหิน

หลีกเลี่ยงการสัมผัสมลพิษ ฝุ่นควันดำถ้าเข้าร่างกาย อาจเกิดหลอดลมดำหรือปอดพังได้นะครับ”

'Design Village' จัดหนัก!! ทุ่มกว่า 20 ลบ. ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ยกกองทัพศิลปินเสิร์ฟความสนุก ปักหมุดสาขาบางนา-เกษตร นวมินทร์

(16 ธ.ค.66) Design Village เล่นใหญ่จัดเต็ม ยกกองทัพศิลปินพร้อมส่งความสุขให้ทุกคน กับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในธีมงาน Design Village Let's Celebrate 2024

งานนี้ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท ตกแต่งสถานที่ด้วยต้นคริสต์มาสยักษ์ ที่มีความสูงกว่า 10 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านของเหล่าตุ๊กตาขนมขิงสุดกวน พร้อมไฟประดับสุดอลังการ และยังมีกิจกรรมพิเศษ ชวนน้องๆ มาส่งจดหมายถึงคุณลุงซานต้า พร้อมลุ้นรับของรางวัลฟรี สามารถร่วมกิจกรรมได้ที่ Design Village เกษตร - นวมินทร์ และ Design Village บางนา ตั้งแต่วันนี้ - 7 มกราคม 2567

นอกจากนั้นยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย เริ่มกันที่งาน Bangna Fun Friends Fest. 2023 นำทัพความสนุกด้วย สิงโต นำโชค, Season Five, Squeez Animal, F.HERO, Musketeers และ Yokee Playboy งานนี้นอกจากความสนุกสนาน ยังมีร้านอาหารเครื่องดื่มมาร่วมออกบูธกันมากมาย มาร่วมสนุกไปด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 8 - 17 ธันวาคม 2566 ที่ Design Village บางนา

ต่อด้วยงาน Kaset - Nawamin Mun Milk 2023 ลานนมบรรยากาศน่ารักๆ ย่านเกษตร - นวมินทร์ ที่มีศิลปินมากมาย พร้อมมาให้ความสนุกกันอย่างเต็มที่ เริ่มที่ ส้ม มารี, Cocktail, MIRRR, Serious Bacon, Bell Warisara, Yented และ New Country มาจิบนม กินขนมปังปิ้ง ฟังเพลงเพลินๆ กันได้ที่ Design Village เกษตร - นวมินทร์ ตั้งแต่วันที่ 13 - 17 ธันวาคม 2566

ไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมี Promotion สุดปัง เพียงนำใบเสร็จที่ช็อปครบตามเงื่อนไข นำไปแลกเก้าอี้ Camping มูลค่า 790 บาท สีขาวสุดมินิมอล พกพาสะดวก ตั้งแต่วันนี้ - 7 มกราคม 2567 ที่ Design Village ทุกสาขา

'ดร.สุวินัย' มอง!! ปรากฏการณ์ร่วมใน 'สังคม-ประเทศ' ที่กระแสคลั่งวัตถุนิยมระบาด ไม่เกี่ยงแม้เจ้าลัทธิจะวัยใด ขอแค่มีสาวกหนุน 'พลังทิพย์' ไว้ ก็มีโอกาสเชื่อมหา 'พลังเงิน'

(16 ธ.ค.66) ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Suvinai Pornavalai’ ในหัวข้อ ข้อสังเกตเชิงสังคมวิทยาเกี่ยวกับ 'ขบวนการเชื่อมจิต' ระบุว่า...

- การก่อเกิดและปรากฏของ ‘เจ้าลัทธิ’ (Cult Leader) เป็นปรากฏการณ์ร่วมของทุกประเทศหรือทุกสังคมที่กระแสคลั่งวัตถุนิยมระบาด และผู้คนจำนวนมากทนทุกข์กับความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างของสังคมนั้น

- ‘กลุ่มลัทธิ’ มักเกิดขึ้นจากประสบการณ์ทางวิญญาณที่ ‘พิเศษพิสดาร’ ของตัว ‘เจ้าลัทธิ’ เอง ที่กล้าป่าวประกาศ ‘ระบบความเชื่อเร้นลับ’ ของตนเอง เพื่อหาสาวกและพวกลูกศิษย์ มาร่วมสร้าง ‘องค์กรลัทธิ’ ของตน

- ผู้ที่เป็น ‘เจ้าลัทธิ’ จะต้องเป็น ‘ผู้นำบารมี’ (charisma leader) เท่านั้น มิหนำซ้ำจะต้องเป็น ‘ผู้นำโดยธรรมชาติ’ ด้วย ถึงจะสามารถสร้างองค์กรลัทธิที่เป็นความสัมพันธ์พิเศษระหว่างตัวเจ้าลัทธิกับพวกลูกศิษย์ที่ศรัทธาในตัวเจ้าลัทธิเต็มร้อยหรือเกินร้อย

- คนที่จะเป็นเจ้าลัทธิได้นั้นไม่เกี่ยงเลยว่าต้องมีอายุเท่าใด จะเป็นเด็ก 8 ขวบก็ได้ ขอแค่มีพวกสาวกที่ศรัทธาเต็มร้อยมารองรับสนับสนุนตัวเจ้าลัทธิเท่านั้น  

- มันไม่เกี่ยวเลยว่าคนภายนอกหรือสังคมจะมองตัวเจ้าลัทธิยังไง ตราบใดที่คนในองค์กรลัทธินั้นสามัคคีกันศรัทธาในตัวเจ้าลัทธิอย่างไม่คลอนแคลน และไม่เกิดวิกฤตศรัทธาต่อตัวเจ้าลัทธิจากภายในองค์กรลัทธินั้น

- การขยายตัวเติบโตขององค์กรกลุ่มลัทธิ ในด้านหนึ่งมันคือการแลกเปลี่ยนพลังกันระหว่าง คนภายนอกที่สนใจเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่หรือเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มลัทธินั้นเพื่อขอ ‘รับพลังอันเป็นทิพย์’ จากตัวเจ้าลัทธิ... ตรงนี้แหละที่มันเกิดรายจ่ายที่เป็นค่าธุรกรรม (transaction cost) เกิดขึ้นในกระบวนการแลกเปลี่ยนพลังกัน ระหว่างพลังเงิน-พลังศรัทธาจากพวกสาวกทั้งเก่าและใหม่ กับ ‘พลังอันเป็นทิพย์’ ของตัวเจ้าลัทธิ

- ‘การเชื่อมจิต’ ของกลุ่มเทวานิรมิตก็ดี หรือ ‘การเปิดจักระ’ ของกลุ่มพลังจักรวาลในอดีตก็ดี... มันคืออุบายหรือเครื่องมือในกระบวนการแลกเปลี่ยนพลังกันระหว่างพวกสาวกกับตัวเจ้าลัทธิที่สามารถวัดเป็นตัวเงินหรือค่าธุรกรรมออกมาได้นั่นเอง…ตราบใดที่พวกสาวกเต็มใจยอมจ่ายเงินในการแลกเปลี่ยนพลังกับเจ้าลัทธิ มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรถ้ามองในแง่ ‘การให้บริการด้านความเชื่อ’ ที่ต้องจ่ายค่าบริการ

- อย่างไรก็ดี การนำเสนอกลุ่มฝึกจิตของตัวเอง เป็น ‘กลุ่มลัทธิ’ จึงเป็น ‘ดาบสองคม’ ที่จะถูกคนในสังคมโจมตีได้ง่าย ถ้าหากมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องแบบนี้พบเจอได้ในทุกสังคม ต่างกันแค่เนื้อหาความเชื่อที่ตัวเจ้าลัทธินำเสนอเท่านั้น

- เคสนี้มีคนนอกมาเกาะกระแสหากินกับเด็ก และตัวพ่อแม่เด็กรู้ไม่ทัน แถมตกกระไดพลอยโจน

- ค่าบริการร่วมกิจกรรมเชื่อมจิต จริงๆ คือค่าที่พักโรงแรม และค่าจัดการ เหมือนไปร่วมงานสัมมนา หรือไปดูคอนเสิร์ต นั่นแหละ

ชัดเจนว่าคณะผู้นำกลุ่มลัทธิกลุ่มนี้อ่อนประสบการณ์ในการรับมือวิกฤติที่มารุมเร้า

ข้างต้นคือความเห็นเชิงสังคมวิทยาที่ผู้เขียนใช้มองปรากฏการณ์ทางสังคมของ ‘ขบวนการเชื่อมจิต’ ด้วยใจที่เป็นกลาง ปราศจากอคติ ไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอก และไม่รีบด่วนสรุป

‘ยูทูบเบอร์สาวลาว’ ชื่นชม ‘หมอไทย’ เก่งด้วย ใส่ใจคนไข้ด้วย ไม่แปลกใจทำไม ‘คนลาว’ แห่ไปรักษาที่ รพ.ไทยกันหมด

จากกรณีที่ คุณ ‘แบงค์’ ยูทูบเบอร์ดังสายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง ‘Wepergee’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ‘Thailand Influencer Awards 2023’ ด้าน ‘Best Travel Influencer’ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ เล่าอุทาหรณ์ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ ‘สปป.ลาว’ หลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนที่หลวงพระบาง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อคุณแบงค์ถูกนำตัวมาถึงที่โรงพยาบาลก็พบกับสิ่งที่น่าช็อก คือ เจ้าหน้าที่พยายามจะขอเงินทุกอย่าง ต้องขอเงินสดทุกครั้ง หากตนจะขอให้ทำอะไรให้ ขอฉีดยาแก้ปวดก็เจอพยาบาลถามว่า “มีเงินไหม ถ้ามีเงินจะเอามาฉีดให้” คุณแบงค์อ้อนวอนจนท้ายที่สุด ทางโรงพยาบาลก็เอาใบสัญญามาให้เซ็น ซึ่งคุณแบงค์เซ็นไม่ไหว ลุกนั่งไม่ได้ จนต้องปั๊มนิ้วเซ็นสัญญาในการรักษาแทน หลังจากนั้น ต้องหาคนลาวที่มีแอปพลิเคชันธนาคารไทยมาให้ตนโอนเงินจนได้รักษา

แม้คุณแบงค์จะทำประกันการเดินทางมาแล้ว แต่กลับพบว่าประกันนั้นไม่ครอบคลุม จนต้องเสียเงินหลักแสนบาท เพื่อกลับมารักษาตัวที่ไทย

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค. 66) ‘คุณดาว’ ยูทูบเบอร์สาวชาวลาว ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากที่มีคลิปประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งของคนไทย อีกทั้งได้มีคนไทยบางส่วนคอมเมนต์ว่า “ถ้าอย่างนั้น คนไทยเอาคืนคนลาวได้ไหม? จะไม่ให้คนลาวเข้ามารักษาตัวที่ฝั่งของไทยดีไหม เพราะทางฝั่งลาวปฏิเสธการรักษาประชากรของไทย”

โดยคุณดาวได้แสดงความคิดเห็นว่า จริยธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพของการเป็นแพทย์ คือ คุณต้องรักษาชีวิตของคนไข้ให้หายดีก่อน แล้วค่อยมาคิดถึงเรื่องเงินทีหลัง

นอกจากนี้ คุณดาวยังได้กล่าวว่า ปัจจุบันคนลาวที่มีกำลังทรัพย์มากพอ ก็จะข้ามมารักษาตัวที่ฝั่งไทย เพราะหากเทียบคุณภาพในการรักษาแล้ว ทางฝั่งไทยให้การรักษาที่ดีกว่าฝั่งลาวมาก เนื่องจากทีมแพทย์ของไทยนั้นรักษาเก่งมาก มีความรอบคอบ และมีความสะอาดในทุกขั้นตอนของการรักษา ผิดกับทางฝั่งลาว เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวของคุณดาวที่เคยไปทำการรักษา พบว่า โรงพยาบาลและคลินิกที่ลาวนั้นมีความสกปรกเป็นอย่างมาก แพทย์และพยาบาลส่วนใหญ่นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ ไม่ได้สนใจคนไข้ที่มาใช้บริการเลย

“คนไทยอย่าเพิ่งไปน้อยใจนะคะ ว่าคุณเลือกปฏิบัติ เพราะแม้แต่คนลาวด้วยกันเองก็ถูกเลือกปฏิบัติเช่นกัน ทำให้คนลาวส่วนใหญ่ถึงแห่มารักษากับหมอไทย เพราะว่าจรรยาบรรณของหมอลาวบางคนนั้นไม่ได้เรื่อง ไร้ซึ่งจิตสำนึกในหน้าที่ของตัวเอง เข้าใจว่าทุกอย่างต้องใช้เงิน แต่คุณต้องมีจิตสำนึก ถ้าคุณจะเป็นแพทย์ เป็นหมอ เป็นพยาบาล คุณต้องมีจิตใจที่เมตตาก่อน” คุณดาว กล่าว

คุณดาวยังได้กล่าวต่อว่า ตนนั้นไม่ได้มีเงินมากพอจะเรียนแพทย์ เรียนหมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเองและทุกคนควรจะมีคือ ‘จิตใต้สำนึก’ สิ่งที่มนุษย์คนหนึ่งที่กำลังจะตาย ไปโรงพยาบาลหาหมอเพื่อรักษา เพราะอยากมีชีวิตรอดกลับบ้าน สิ่งที่เขาต้องการ คือ การได้รับความใส่ใจจากแพทย์ จากหมอ จากพยาบาล

นอกจากนี้ คุณดาวยังได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ตนเคยพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลแล้วเจอหมอที่ไม่กระตือรือร้นจะทำอะไร นั่งเล่นแต่โทรศัพท์ เวลาไปขอใบรับรองแพทย์ ก็เจอหมอนั่งสั่นขาไปมา ไร้มารยาท

อย่างไรก็ตาม คุณตาวได้เน้นย้ำว่า ตนไม่ได้เหมารวมหมอลาวทั้งหมด สิ่งที่ตนเล่ามานั้น คือประสบการณ์การส่วนตัวที่ตนเคยได้ไปเจอมา แพทย์ หมอ พยาบาลส่วนใหญ่ที่ดี มีความตั้งใจในการรักษาคนไข้ก็มี ตนอาจจะโชคร้ายเองที่ไปเจอหมอที่นิสัยแย่

“ส่วนตัวดาวเชื่อว่า แม้คนไทยจะขู่ว่า จะไม่ให้คนลาวข้ามมาหาหมอที่ฝั่งไทยแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ คนไทยเขาก็คงทำไม่ลงหรอก และสิ่งสำคัญที่ดาวอยากจะบอก คือ รัฐบาลไทยนั้น ออกงบประมาณสวัสดิการการดูแลคุ้มครองต่างด้าว หรือชาวต่างประเทศที่มารักษาตัวที่ประเทศไทย ปีหนึ่งพันกว่าล้านบาท แก่กระทรวงสาธารณสุขไทย ทำไมเราถึงไม่มีจิตสำนึกว่า ประชาชนลาวของเราก็ไปรักษาตัวที่ประเทศเขาเยอะแยะมากมาย แล้วเมื่อคนไทยเขามาประเทศเรา เหตุใดเราจึงไม่ดูแลคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือเขาคืนบ้าง” คุณดาว กล่าวทิ้งท้าย

ผลสำรวจชี้ ‘เน็ตช้าลง’ หลังทรูควบรวมดีแทค ผู้บริโภควอน!! ได้เท่าก่อนควบรวมกิจการก็ยังดี

‘มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค’ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน หลัง ‘ทรู’ ควบรวม ‘ดีแทค’ พบว่า ผลกระทบที่ผู้บริโภคสะท้อนเป็นอันดับ 1 คือ ‘อินเทอร์เน็ตลดสปีด’ ผิดเงื่อนไข ร้อยละ 81 ทางมูลนิธิฯ เตรียมนำผลสำรวจนี้เสนอให้ ‘กสทช.’ เร่งดำเนินการตรวจสอบผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา

(15 ธ.ค. 66) นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นผลกระทบของผู้บริโภค หลังการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมระหว่าง ทรูกับดีแทค (TRUE-DTAC) โดยสำรวจตั้งแต่วันที่ 9-23 พ.ย.2566 มีผู้ตอบแบบสำรวจเกือบ 3,000 คน พบว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 81 คือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า, สัญญาณหลุดบ่อย, โปรโมชันเดิมหมดต้องใช้โปรโมชันที่แพงขึ้น, ค่าแพ็กเกจ ราคาเท่ากันหมดทำให้ไม่มีทางเลือก, และ คอลเซ็นเตอร์โทร.ติดยาก
.
ผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจกลุ่มนี้ มีข้อเสนอแนะไปยังผู้ให้บริหารโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ต้องปรับปรุงคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ดีกว่าเดิม หรือ ดีเท่ากับช่วงก่อนควบรวมกิจการ และสัญญาณความเร็วต้องใช้ได้จริงตามแพ็กเกจที่ลูกค้าซื้อ ส่วนเพดานค่าบริการต้องลดเฉลี่ยลงร้อยละ 12 ทันที รวมทั้งเสาสัญญาณควรนำไปติดตั้งในพื้นที่ห่างไกล เพื่อขยายจุดรับสัญญาณ

จากผลสำรวจนี้ ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจะนำไปเสนอต่อผู้ให้บริการและ ‘กสทช.’ ให้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา 

ด้าน ‘นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา’ อดีตกรรมการ กสทช. ระบุว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนปัญหาจากผู้ใช้บริการจริง ทาง กสทช.ควรเร่งตรวจสอบศึกษาผลกระทบ การควบรวมเครือข่ายมือถือ กำหนดบทลงโทษจริงจังกับผู้ประกอบการ รวมทั้งต้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการเอาผิดผู้ประกอบการ

อดีตกรรมการ กสทช. ระบุว่า กรณีมีผู้ร้องเรียนเรื่องการลดจำนวนเสาสัญญาณที่อยู่ใกล้กัน เพื่อบริหารต้นทุน ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ของเสาสัญญาณทรูและดีแทค แต่จำนวนผู้ใช้สัญญาณมาจาก 2 โครงข่ายจึงแย่งกันใช้มากขึ้น ทำให้ความเร็วสัญญาณลดลง ซึ่ง กสทช. ควรเข้าไปตรวจสอบ เพราะการลดจำนวนเสาสัญญาณ ต้องขออนุญาต กสทช. หากไม่ขออนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายระบุว่า การพักหรือหยุดให้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจะต้องขอความเห็นชอบก่อน

'เบ๊น อาปาเช่' ให้แง่คิด 'บ่าว-สาว' เล็งจัดงานแต่งแบบหรูหรา ความโก้ที่เกินกำลัง คนพูดถึง 1 วัน แต่ใครกันต้องแบกหนี้ไปอีกนาน

(15 ธ.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก 'Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่' โดย 'อัครเดช โยธาจันทร์' ได้แชร์มุมมองการใช้ชีวิตที่ควรคำนึงถึงตนเองและคนรอบข้างที่รักผ่านการจัดงานแต่งงานไว้ ว่า...

ถ้าย้อนกลับไปได้อยากบอกคนที่กำลังจะแต่งงานว่า?
แต่งเช้าจบเที่ยงดีกว่า
งานกลางคืนนี่ตัวสิ้นเปลืองเลย
จัดแบบใส่ใจแค่คนรอบข้างที่รักและครอบครัวก็พอ
โดยเฉพาะคนข้างกาย 
ที่สำคัญอย่าได้แคร์หน้าตาหรือกลัวปากใคร ๆ 
เพราะคนที่แบกค่าใช้จ่ายมีแค่เรา

สินสอดเอาที่พอใจทั้งสองฝ่าย
คุยให้ลงตัวไม่ต้องไปเช่าใครใด ๆ เพื่อหน้าตา 
อาหารอร่อยหรือไม่อร่อยแขกบ่นแค่วันเดียว
งานดีหรือไม่ดีก็พูดกันแค่วันเดียว
การหรูหราโก้หรูมันแดกไม่ได้เลยถ้าต้องมาใช้หนี้ทีหลัง 

อย่างของผมไม่ได้แบกภาระอะไรนะ 
เพราะวางแผนพอสมควรและใช้เงินตัวเองทั้งหมด 
จบงานหมดไป 1,000,000 ถ้วน 
ตอนนี้แค่มาคุยเล่นกับภรรยาว่า...
จริง ๆ ถ้าแต่งแบบ 2-3 แสน แล้วเอาเงินไปลงทุนหรืออย่างน้อยไปทัวร์ยุโรปกัน น่าจะดีกว่า คุยกันฮา ๆ นะ 555 

เพราะตอนนั้นมันโคตรสนุกเลย แต่คิดแล้วเปลืองชิบหาย 
เลยอยากบอกคนที่ยังไม่แต่งไว้ดีกว่าเผื่อคิดทัน 
ส่วนใหญ่งานแบบนี้จะสิ้นเปลืองเพราะคำว่า...

“ไม่ได้แต่งบ่อย ๆ งานแบบนี้จัดครั้งเดียวเอาให้ดีไปเลย” 

แต่ใครที่รวย ๆ ก็จัดไป เพราะถึงสิ้นเปลืองแต่แม่งก็สนุกจริง ๆ 😅🥃

สำนักพระราชวัง แถลงการณ์ 'พระองค์ภา' ทรงพระประชวรฉบับที่ 3  แพทย์ยังคงติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

(15 ธ.ค.66) ครบรอบ 1 ปี สำนักพระราชวังประกาศแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565

เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรฉบับที่ 3

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 ความทราบทั่วกันแล้วนั้น

คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯ ได้สรุปการวินิจฉัยว่าพระอาการประชวรหมดพระสติ เกิดจากการเต้นผิดจังหวะของพระหทัยแบบรุนแรง จากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma) ทำให้ทรงพระประชวรหมดพระสติในเวลาต่อมา พระอาการโดยรวมในขณะนี้ยังไม่ทรง รู้พระองค์ คณะแพทย์ยังคงถวายพระโอสถและเครื่องมือเพื่อช่วยการทำงานของพระหทัย พระปัปผาสะ (ปอด) พระวักกะ (ไต) รวมทั้งพระโอสถปฏิชีวนะ และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
7 มกราคม พุทธศักราช 2566

สุดยอดตะกร้าแมวไม้ไผ่ ตอบโจทย์คนรักเหมียว ฝีมือชาวบ้านสวนผึ้ง ดีไซน์น่าทึ่ง ออเดอร์เพียบ 

(15 ธ.ค. 66) ชาวบ้านในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ใช้ไม้ไผ่รวกในท้องถิ่นมาจักสานตะกร้าใส่แมวนอนสวยงามแปลกตา พาสะดวก แมวชอบไปนอนพักผ่อน ลูกค้าชื่นชอบสั่งจองออเดอร์เพียบ

อีกหนึ่งความคิดสร้างสรรค์จากนางพรลภัส ห้วยหงษ์ทอง อายุ 66 ปีอยู่บ้านเลขที่ 129/1-2 หมู่ 6 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ใช้ไม้ไผ่รวกเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นนำมาจักสานเป็นตะกร้า ที่ใส่ให้น้องแมวได้นอนหลับอย่างสบายใจ ขนาดยังสานไม่เสร็จก็มีน้องแมวสีขาวตัวน้อยพยายามเข้าไปนอนด้วยความสุขแล้ว

โดยที่นี่เป็นการรวมกลุ่มกันจักสานงานไม้ไผ่ และยังเป็นสินค้าโอท็อปของดีในชุมชนตำบลท่าเคย มีชาวบ้านและผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้านจะนำไม้ไผ่มาจักสานงานฝีมือทำเป็นภาชนะ เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น ฝาชี ตะกร้าหิ้วใส่ของมีให้เลือกหลายขนาดวางจำหน่ายแก่ผู้ที่ขับรถผ่านเข้าออกไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ใน อ.สวนผึ้ง ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจที่มีของฝากของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเลือกซื้อกลับไปช่วยสร้างรายได้แก่ชาวบ้านในชุมชนได้เป็นอย่างดี 

นางพรลภัส ห้วยหงส์ทอง ประธานกลุ่มพรลภัสสาน กล่าวว่า ลูกสาวได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านของ ติ๊ก ชีโร่ เนื่องในงานวันคล้ายวันเกิด โดยให้ตนเองช่วยออกแบบตะกร้าใส่แมวนอนให้เป็นของขวัญวันเกิดของติ๊ก ชีโร่ จึงได้ออกแบบตะกร้าแมวไว้ทำขายด้วย ส่วนการทำค่อนข้างจะยาก ทำได้แค่วันละ 2 ลูก โดยไม้ไผ่ส่วนหนึ่งไปซื้อมาจากชุมชน อีกส่วนตัดมาจากในไร่ของตัวเอง ตอนนี้มีออเดอร์สั่งจองเข้ามาเรื่อย ๆ จนทำแทบไม่ทันขาย ราคาลูกละ 350 บาท สังเกตว่าแมวที่บ้านจะชอบไปแอบนอน

แต่ก่อนหน้านี้ที่บ้านจะเคยสานเป้สะพายไม้ไผ่ และยังมีรังไก่โบราณ เปลไม้ไผ่ หลายอย่างขายดีทำให้ไม่ค่อยทัน โดยที่กลุ่มจะมีชาวบ้านช่วยกันผลิต เป็นผู้สูงอายุในชุมชน ช่วยกันสานไม้ไผ่แต่ละแบบ วางขายตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ตลาดมอญห้วยน้ำใส ตลาดโอ๊ป่อย และที่โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอโพธาราม

สำหรับขั้นตอนการทำจะนำไม้ไผ่รวก มาผ่าเป็นซีกแล้วใช้มีดจักออกมาเป็นเส้น ๆ เอาเฉพาะผิวด้านบนให้เป็นเส้นยาว มาจักสานเป็นขึ้นรูป ลักษณะฐานเป็นรูด้านล่าง ใช้ไม้ไผ่ที่เป็นผิวสานวนไปมาจนได้ประมาณ 10 รอบ หรือประมาณ 2 นิ้วเว้นด้านหน้าไว้ แล้วให้สานขึ้นอีกประมาณ 13 นิ้ว ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเมื่อได้ขนาดที่ต้องการ จึงใช้เหล็กปลายแหลมสอดนำเข้าไปหากัน แล้วจึงใช้ปลายตอกสอดตามเข้าไปให้ได้รูปโค้งตามที่ต้องการ

จากนั้นใช้กรรไกรตัดไม้ส่วนที่เป็นด้านหน้าตะกร้าออกไป แล้วใช้หวายมาขนาบขอบให้รอบ ตกแต่งขอบให้สวยงามจะมีหู 2 หู และเชือกผูกสามารถหิ้วพาไปในสถานที่ที่ต้องการได้สะดวก หรือวางให้แมวนอนในบ้านก็ดูดี เคลื่อนที่ไปได้ตามที่ต้องการ แมวสามารถเข้าไปนอนอาศัยได้อย่างสบายใจ จึงเป็นที่สนใจของคนรักสัตว์มาสั่งซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยฝีมือผู้สูงอายุในหมู่บ้าน 

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางพรลภัส ห้วยหงส์ทอง เบอร์ 080-630-9199

‘พยากรณ์อากาศประเทศไทย’ แย้ม!! ลมหนาวระลอกใหม่กำลังมา คาด!! 21-22 ธ.ค.อีสานเย็นลง 5-10 องศา ส่วน กทม.แตะ 19 องศา

(15 ธ.ค.66) เพจเฟซบุ๊ก ‘พยากรณ์อากาศประเทศไทย’ ได้โพสต์ข้อความให้เตรียมรับลมหนาว ระบุว่า…

สิ่งที่ทุกท่านรอคอยจะมาถึงแล้ว! เตรียมรับลมหนาวจริงจัง! พีคสุด 21-22 ธ.ค.! อีสานจะเย็นลง 5-10 องศา! กรุงเทพฯ ต่ำสุด 19-20 องศา!

17 ธ.ค. อีสานมีเย็นลงจางๆ, 18 ธ.ค. อีสานเย็นลงชัดเจน, 19 ธ.ค. ลมเย็นจางลงไปหน่อย, 20 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังครอบคลุมอีสาน, 21 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังทักทายบริเวณกว้าง, 22 ธ.ค. ลมหนาวจริงจังครอบคลุมครึ่งบนของประเทศ!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top