Wednesday, 29 July 2026
NEWS

ร้อยเอ็ด…มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน 3,000 ผืน แก่ราษฎรในจังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (11 มกราคม 2567) เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 3,000 และสิ่งของพระราชทาน จำนวน 3,000 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาว ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด 

โดยมี นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายอำเภอหนองฮี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ บ้านม่วงหวาน หมู่ที่ 12 ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด

โดยในวันนี้ได้มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 8 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอหนองฮีอำเภอโพนทราย อำเภออาจสามารถ อำเภอเสลภูมิ อำเภอโพนทอง อำเภอหนองพอก อำเภอโพธิ์ชัย และอำเภอเมยวดี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นขัวกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว ต่อไป

กองทัพอากาศขอเชิญร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 2567 

กองทัพอากาศ ขอเชิญร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 2567 โดยส่วนกลางที่ตั้งดอนเมืองจัด ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ สนามบินเล็กกองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน) สำหรับต่างจังหวัดจัด ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (สระบุรี) โรงเรียนการบิน กำแพงแสน และกองบินต่างๆ 
ทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ระหว่างเวลา 08.00 - 15.00 น. โดยที่ตั้งดอนเมืองมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

• การแสดงภาคการบิน (AIR SHOW) ของเครื่องบินแบบต่าง ๆ ได้แก่ การบินผ่านสนามบิน และการบินผ่านปล่อยควันสี 
• การตั้งแสดงยุทโธปกรณ์ และการตั้งแสดงอากาศยาน จำนวน 12 แบบ ได้แก่ T-50, F-16 A/B, AU-23A, EC-725, F-5 E/F, Alpha Jet, CT/4E, A-340, DA-42, T-6C, C-130H และ Gripen เป็นต้น
• กิจกรรมบนเวที ได้แก่ การแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ทหารอากาศและแขกรับเชิญ การเดินแบบโดยนักเรียนนายเรืออากาศและนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ การแสดงของศิลปิน Girl Group BERRY BERRY การเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นต้น
• กิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ การแสดงของสุนัขทหาร การแสดง Fancy Drill การแสดงกระบี่กระบอง การแสดง Drum Zeed การแสดงรถเกราะ (1 Condor, V-150) เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศ จากกรมขนส่งทหารอากาศ อำนวยความสะดวก รับ-ส่งผู้ร่วมงานจากจุดจอดรถ ไปยังบริเวณงานฯ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ 4 จุด ดังนี้
- จุดจอดรถ อุทยานการบินกองทัพอากาศ รองรับได้ประมาณ 400 คัน
- จุดจอดรถ หอประชุมกานตรัตน์ รองรับได้ประมาณ 50 คัน
- จุดจอดรถ หอประชุมกองทัพอากาศ (ทองใหญ่) รองรับได้ประมาณ 300 คัน
- จุดจอดรถบริเวณโรงเรียนจ่าอากาศ รองรับได้ประมาณ 500 คัน

โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศ ประจำปี 2567 ได้ที่ www.rtaf.live และเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” ระหว่างเวลา 08.00 - 10.00 น. ทั้งนี้ ขอความร่วมมือไม่บินโดรนเหนือบริเวณพื้นที่จัดงาน รวมถึงไม่นำลูกโป่ง อาวุธและสิ่งของมีคม วัตถุไวไฟ และสัตว์เลี้ยง เข้ามายังบริเวณงาน 

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มกราคม ของทุกปี ยังเป็นวันการบินแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ ตรงกับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ จึงจัดให้มีพิธีวางพานพุ่ม เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณโรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 601 กองบิน 6  โดยมี พลอากาศเอก พันธ์ภักดี  พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีวันการบินแห่งชาตินั้น เริ่มต้นมาจากปีพุทธศักราช 2454 โดยจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ถึงความจำเป็นและประโยชน์ของเครื่องบินที่ต้องมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ จึงมีคำสั่งให้นายทหาร 3 นาย (บุพการีทหารอากาศ) คือ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และนาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (ยศสุดท้าย) ไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างที่นายทหารทั้ง 3 นาย เดินทางไปศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ทางการก็ได้สั่งซื้อเครื่องบินเป็นครั้งแรกจากฝรั่งเศส มาจำนวน 7 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องบินแบบเบรเกต์ปีก 2 ชั้น จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องบินแบบนิเออปอร์ตปีกชั้นเดียว จำนวน 4 เครื่อง เข้าไว้ประจำการ 

นอกจากนี้ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ยังได้อุทิศทรัพย์ส่วนตัว ซื้อเครื่องบินแบบเบรเกต์ให้ราชการไว้ใช้งานอีก 1 เครื่อง ด้วยเห็นว่าเครื่องบินสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ ทำให้ในยุคแรกประเทศไทยมีเครื่องบินประจำการ จำนวน 8 เครื่อง หลังสำเร็จการศึกษานายทหาร นักบินทั้ง 3 นาย ได้กลับมาทดลองบินครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2456 (ค.ศ.1913) ซึ่งนายทหารนักบินทั้ง 3 นาย สามารถขับเครื่องบินและร่อนลงจอดได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางเสียงชื่นชมของผู้ชมจำนวนมากที่มารอชม เนื่องจากในสมัยนั้น การขึ้นบินบนท้องฟ้าถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง ผู้ที่สามารถขับเครื่องบินได้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กล้าหาญ และถือเป็นเกียรติประวัติที่ควรได้รับการสรรเสริญ

ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาแผนกการบินขึ้นในกระทรวงกลาโหม เป็นผลให้กิจการการบินไทยได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ จากนั้นในวันที่ 13 มกราคม 2456 (ค.ศ.1914 ห้วงนั้นประเทศไทยถือเอาวันที่  1 เมษายน เป็นวันขึ้นศักราชใหม่) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรการบิน โดยมีนายทหารนักบินขึ้นแสดงการบินถวายและโปรยกระดาษถวายพระพรชัยมงคล ในการนี้ มีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และประชาชนมาร่วมเฝ้าเสด็จและชมการแสดงการบินในครั้งนี้ด้วย กระทั่ง ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2537 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 13 มกราคมของทุกปี เป็นวันการบินแห่งชาติ โดยเริ่มตั้งแต่พุทธศักราช 2538 เป็นต้นมา เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และในวันนี้ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของการบินไทย และคุณประโยชน์ของกิจการการบิน อีกด้วย

โรงพยาบาลตำรวจจัดงานวันเด็ก จัดเต็ม มอบของขวัญ ขนม ผลไม้ และของรางวัลจำนวนมากให้เด็กๆ

วันนี้ (11 มกราคม 2567) โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 หลากหลายกิจกรรม ณ ห้องตรวจโรคกุมารเวชกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี 60 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พ.ต.อ.โสภณ พรกุลวิไล หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยา ประธานเปิดงาน ที่แต่งกายชุดในเจ้าชายและเจ้าหญิง โดยมี พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ทีมงานโฆษก และเจ้าหน้าที่จากทีมศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลในทุกสาขาของหน่วยกุมารเวชกรรม โรง พยาบาลตำรวจ ร่วมกิจกรรมด้วย

ปีนี้ทุกคนแต่งตัวเป็นการ์ตูน ฮีโร่ และการ์ตูนน่ารักๆ ที่เด็กชื่นชอบ ขณะที่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 สาขา ได้แก่กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคติดเชื้อ โรคเลือด โรคภูมิแพ้ โรคต่อมไร้ท่อ พัฒนาการและพฤติกรรม ขึ้นแสดงเพลง Baby Shark บนเวทีร่วมกับเด็กๆ สร้างสีสัน ความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานทุกคนโดยนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมภริยา มอบรางวัลให้เด็กๆ ที่ขึ้นแสดงบนเวที และแจกไอศกรีมให้กับเด็กทุกคนด้วย พร้อมนำขนม ไอศกรีม มอบให้กับเด็กและผู้ปกครองที่พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยเด็กด้วย

ขณะที่หน่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ จัดหลากหลายกิจกรรม อาทิ แจกของรางวัล เล่นเกม จับฉลาก และกิจกรรมสันทนาการ ที่ให้ความสนุกสนานกับเด็กและผู้ปกครอง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ทุกคนมีรอยยิ้มแห่งความสุขกับการจัดงานวันเด็กปีนี้ นอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ให้ความรู้ อาทิ ซุ้มโภชนาการ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ , ซุ้มทันตกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพฟันการแปรงฟันอย่างถูกวิธี , ซุ้มนมแม่ ให้ความรู้เรื่องการให้นมบุตรในแต่ละช่วงวัย ให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตร , ซุ้มประเมินพัฒนาการ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กในแต่ละวัยอย่างเหมาะสมหากเด็กมีพัฒนาการปกติ จะฝึกให้เด็กอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หากผิดปกติ อาจจะต้องพบแพทย์

เพื่อแนะนำขั้นตอนการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับผู้ปกครอง ซึ่งมีการแนะนำผ่านกล้อง ระบบ LINE OFFICIAL ที่บ้าน ใช้เวลาเพียง 1 เดือนแล้วให้เด็กกลับมาทดสอบใหม่อีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ อีกทั้งสอนการช่วยชีวิตเบื้องต้นกรณีอาหารติดคอเด็ก รวมไปถึงสนทนาให้ความรู้ในหัวข้อ "กุมารแพทย์ไขปัญหา" และมีการเล่านิทานเกร็ดความรู้ โดยนักศึกษาพยาบาลด้วย

'เพจดัง' ชี้!! วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาฯ เริ่มส่อเค้า ปล่อยให้แบงก์มีกำไรสะสมไว้ดีแล้ว ช่วยรับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

(11 ม.ค.67) เพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาที่เริ่มส่อเค้า ต้องไม่ให้กระทบไปถึงแบงก์

ให้แบงก์มีกำไรไว้ดีแล้ว อย่างน้อยได้มีกำไรสะสมไว้รับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

ถ้าสถาบันการเงินยืนอยู่ได้ วงจะจำกัดอยู่ที่ผู้ถือหุ้นกู้ของแต่ละบริษัท 

ให้ถือซะว่าการลงทุนมีความเสี่ยง

สถาบันการเงินไทยรอบนี้ระวังตัว ไม่ปล่อยกู้ความเสี่ยงสูงก็ดีแล้ว 

ปี 40 ที่เละเพราะสถาบันการเงิน ปล่อยกู้เพลิน พอวิกฤติมาเลยไปกันหมด 

สถานะการเงินภาครัฐไทยรอบนี้ไม่ได้มีปัญหา หนี้ไม่ได้สูง อยู่แค่ 60% กว่า ๆ 

เงินสำรองระหว่างประเทศมีเยอะอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่มีปัญหาถูกโจมตีค่าเงินจนสำรองหมดเหมือนปี 40

หัวใจคือ อย่าให้ปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้ของภาคอสังหาฯ ลามไปถึงสถาบันการเงิน 

สถานะการเงินภาครัฐและสำรองเงินตราระหว่างประเทศไม่ได้มีปัญหาอะไร

ชื่นชม!! พนักงานล่ามจีนไหวพริบดี ช่วยผู้โดยสาร 'แม่ลูกชาวจีน' ขึ้นเครื่องทัน 'ค้นหาหนังสือเดินทางเด็กจนเจอ-ประสานสายการบินว่าทั้งสองกำลังไป'

ไม่นานมานี้ เพจ 'ล่ามสนามบินสุวรรณภูมิ' ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีผู้โดยสารชาวจีนท่านหนึ่งเกิดปัญหาค้นหาหนังสือเดินทางของลูกตนเองไม่เจอ แต่สุดท้ายได้พนักงานล่ามจีนของทางสนามบินสุวรรณภูมิเข้าช่วยเหลือ จนทั้งสองแม่ลูกได้เดินทางไปขึ้นเครื่องอย่างราบรื่น ว่า...

ผู้โดยสารชาวจีน กำลังเดินทางกลับประเทศ เมื่อไปถึง Boarding Gate พบว่าหนังสือเดินทางของลูกหาย พยายามค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จึงมาขอความช่วยเหลือพนักงานล่ามจีนตรงจุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ห้องโถงขาออก เพื่อช่วยตามหาหนังสือเดินทางของลูก

พนักงานล่ามจีนถามข้อมูลต่าง ๆ และช่วยโทรติดต่อทุกจุดที่ผู้โดยสารไป โทรไปเช็กที่ศูนย์ติดตามสัมภาระสูญหายของสนามบินก็แล้ว ร้านค้าใน Duty Free และ ตม. ทุกทีให้คำตอบเดียวกันว่า "ไม่พบ" 

คุณแม่มีภาวะเครียดและเหนื่อยล้าสะสม เพราะเดินทางกับเด็กแค่ 2 คน จึงเริ่มขึ้นเสียงดังใส่เด็ก น้องก็เริ่มร้องไห้ เหตุการณ์ดูตึงเครียดขึ้น เพราะใกล้เวลา Boarding Gate จะปิด พนักงานล่ามโทรไปแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นกับสายการบินที่แม่ลูกใช้บริการ 

สุดท้ายคุณแม่เทของออกกระเป๋าทุกใบ ก็ยังไม่พบ แต่พนักงานล่ามสังเกตว่ายังมีอีกใบยังไม่รื้อค้น ก็คือใบสีเหลืองที่เด็กสะพายอยู่ และเมื่อเปิดออกก็พบหนังสือเดินทางของเด็กทันที คุณแม่รีบวิ่งไปที่ Boarding Gate พนักงานล่ามจีนโทรไปแจ้งสายการบินว่า ผู้โดยสารกำลังไป สุดท้ายทั้ง 2 คนได้เดินทางกลับจีน 

‘หมอยง’ ชี้!! 'JN.1' เข้าสู่สายพันธุ์หลักโควิด19 ในไทย เหมือนหวัดทั่วไป ‘ติดง่าย-แต่ไม่รุนแรง’ คลายตัวช่วงเดือน 2-3

(11 ม.ค. 67) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘โควิด 19 สายพันธุ์ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่พบมากแล้วในขณะนี้’ ระบุว่า...

ในที่สุด การคาดการณ์ว่าสายพันธุ์ JN.1 ที่ระบาดและติดต่อได้ง่าย ก็เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย

จากการศึกษาของศูนย์ไวรัส ถอดรหัสพันธุกรรม ในเดือนธันวาคม 14 ตัวอย่าง (ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่รอวิเคราะห์) ด้วยงบประมาณที่จำกัด พบว่าสายพันธุ์เด่นที่พบมากที่สุด เป็นสายพันธุ์ JN.1 แล้ว หลังปีใหม่นี้สายพันธุ์ JN.1 จะเป็นสายพันธุ์หลัก หรือเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นสายพันธุ์ติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมที่ผ่านมา

สายพันธุ์ JN.1 พบครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เป็นลูกของสายพันธุ์ BA.2.86 (Pilora ชื่อของดาวเคราะห์น้อย) เป็นสายพันธุ์ที่ติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าสายพันธุ์นี้จะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อื่นทั้งหมด

เป็นตามคาดหมาย สายพันธุ์นี้เข้ามาสู่ประเทศไทย เริ่มเด่นชัดในเดือนธันวาคมและแน่นอนหลังปีใหม่นี้ ก็น่าจะเป็นสายพันธุ์ JN.1 สายพันธุ์ใหม่ขณะนี้ยังไม่มีชื่อเล่น

ผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ JN.1 อาการไม่รุนแรง บางคนเพียงเป็นหวัด เจ็บคอเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ติดต่อได้ง่าย เป็นแล้วก็สามารถเป็นอีก จึงทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังปีใหม่นี้ และคาดว่าผู้ป่วยจะเริ่มลดลงหลังเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะลดลงอย่างมากในเดือนมีนาคม แล้วจะสงบลง จนไปถึงฤดูกาลใหม่ในเดือนมิถุนายนปีนี้

ขณะนี้ทางศูนย์ ได้ติดตามสายพันธุ์อยู่ตลอด เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด จึงทำจำนวนได้ไม่มาก เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าสายพันธุ์เด่นในเดือนพฤศจิกายน เป็น HK3 แล้วเปลี่ยนเป็น JN.1 ในเดือนธันวาคม และในเดือนนี้สายพันธุ์ส่วนใหญ่จะเป็น JN.1 เพราะแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น

ความรุนแรงของโรคไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญที่ต้องศึกษาขณะนี้คือ ระบบภูมิต้านทานเดิมที่มีอยู่มีผลอย่างไร กับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ใหม่ โดยจะนำสายพันธุ์ใหม่ มาเพราะเชื้อขยายจำนวน แล้วทดสอบกับปฏิกิริยาภูมิต้านทาน ในคนไทย ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ และการติดเชื้อที่ผ่านมา

‘กระทรวงดีอี’ พร้อม ‘คกก.ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ’ จับมือ ‘การีนา’ ปั้น ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ผลักดันผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในดิจิทัลคอนเทนต์ระดับเวทีโลก

วันที่ 10 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือเพื่อส่งเสริม ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมเกมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ซึ่งการีนา ขานรับนโยบายส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในเวทีโลกผ่านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม , นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวันครราชสีมา พร้อม Sea (ประเทศไทย) และ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) นำโดยนางสาวมณีรัตน์ นุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ,  ดร.ศรุด วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) และนายกฤตย์ พัฒนเตซะ
ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่การีนา อีสปอร์ต สตูดิโอ กรุงเทพมหานคร 

นายประเสริฐ กล่าวว่าในนามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในนามของคนโคราช มีความยินดีอย่างยิ่ง ในการร่วมประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกางเกงแมวโคราช ซึ่งเป็น Cultural Product ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายสู่โลกดิจิทัล เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการต่อยอดและเผยแพร่ Cultural Product สู่เวทีโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย และโดดเด่นทางวัฒนธรรม อันแสดงถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่มีเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจ คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ตามสมัยนิยมและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลมีความพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันเพื่อให้เกิดเป็น Soft Power จึงทำให้วันนี้ศักยภาพของประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเผยแพร่สู่ระดับสากล และแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ สนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ Cultural Product สู่ช่องทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มคุณค่า เพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายและรวดเร็ว โดยกระทรวงดีอีพร้อมดูแลด้านความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูล การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสามารถนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

“ในโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การผสานร่วมวัฒนธรรม อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สินด้าวัฒนธรรม (Cultural Products) ผ่านดิจิทัลคอนเทนท์ จะเพิ่มคุณค่าการรับรู้ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นสู่เวทีโลกให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ

สำหรับโครงการนี้ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นธุรกิจดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนต์ภายใด้กลุ่ม Sea (ประเทศ
ไทย) ได้ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำ ‘กางเกงแมวโคราช’ สินค้าเอสเอ็มอีไทย ที่ต่อยอดมาจากการประกวดออกแบบลายโคราช โมโนแกรม (KORAT MONOGRAM) เข้าสู่โลกดิจิทัลคอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุด ภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ โดยจะเปิดตัวกางเกงแมวภายในเกม Free Fire ในประเทศไทย วันที่ 10 มกราคมนี้ และทยอยเปิดตัวในต่างประเทศภายในปี 2567

ครั้งประวัติศาสตร์ TSB เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตแก่สวิตเซอร์แลนด์ จากรถเมล์พลังงานสะอาดเจ้าแรกของโลก

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า จากความพยายามของบริษัทในการพัฒนาขนส่งมวลชนของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันดำอันจะส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งยังช่วยเก็บคาร์บอนเครดิต ที่เป็นสิทธิจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ล่าสุด ทางเครือไทยสมายล์กรุ๊ป และหน่วยงานพันธมิตร ได้เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตที่บันทึกได้จากโครงการ “Bangkok E-Bus Programme” โครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศโครงการแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความตกลงปารีส Article 6.2  การร่วมมือกันระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยกรอบความร่วมมือภาคสมัครใจ ทั้งยังมีการปฏิบัติตรงตามมาตรฐานด้านคุณภาพต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมี Klik Foundation เป็นผู้ซื้อ Carbon Credit ที่เกิดขึ้นและนำ Carbon Credit ดังกล่าวไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

สำหรับการพัฒนาในปี 2567 นางสาวกุลพรภัสร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจของบริษัทกับพนักงานทุกคน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้ตนเองเป็นบริษัทเอกชน 100% ก็จะขออาสาช่วยพัฒนาการคมนาคมขนส่งของไทยอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดั่งความตั้งใจที่ว่า "เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยภายในปีนี้จะมีการทยอยนำรถเข้ามาเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีรถพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 2,200 คัน เป็น 3,100 คันตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันบริษัทก็จะพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

ขอนแก่น-"ปธ.ก.ธ.จ.ขอนแก่น”ติวเข้ม”ลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ก.ธ.จ.ขอนแก่น ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งมีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ 2 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุวิทย์วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนที่ปรึกษาฯเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าในการประชุม ก.ธ.จ.ขอนแก่น วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2567 ซึ่งเรามีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ในวันนี้ก็มีการประชุม และได้ให้ความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางหลากหลาย เพื่อให้แผนงานที่ลงพื้นที่สอดส่อง ตรงกันทุกอย่าง เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อย่างแท้จริง ซึ่งประโยชน์จะตกกับชาวขอนแก่นจริงๆ 

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่านอกจากนั้นเราได้พิจารณาในเรื่อง แผนการใช้จ่ายในเรื่องงบประมาณ ในการใช้จ่ายกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะสอดส่องในโครงการ ทางจังหวัดขอนแก่นหรือทาง ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ได้รับจัดสรรงบประมาณ จากรัฐบาลเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และที่เป็นประเด็นสำคัญ คือในเรื่องของการจัดทำรายงานประจำของ ปี ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเราก็จะมี 2 เวอร์ชั่น เช่นเวอร์ชั่นที่เป็นกระดาษ หรือ Paper จะมีการเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และอีกเวอร์ชั่นที่ 2 คือการทำคลิป หรือวีดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อประโยชน์ในการไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบออนไลน์ต่างๆได้ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญ 

"จากการประชุมในครั้งนี้ เราได้มีการพูดคุยหารือ แนวทางในการทำงานร่วมกันต่างๆที่เป็นประโยชน์ กับประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นในหลายๆมิติด้วย เพื่อให้ทิศทางในการทำงานในปี 67 ให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ” นายสุวิทย์ กล่าว

เชียงราย"จับจริง!!พ่อเมืองเชียงรายเปิดปฏิบัติการ"เชียงรายฟ้าใส" (ไร้ท่อม) จัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน" 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย หน.ศอ.ปส.จ.ชร. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ ที่อยู่ 1/20 หมู่ที่ 14 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งใกล้เคียงกับ โรงพยาบาล  ที่พักของโรงพยาบาล และโรงเรียน และจากการตรวจสอบพบมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

จากการเข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ พบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และยังพบมีผู้ใช้บริการนั่งเสพกัญชา บางส่วนกำลังหั่นใบกัญชาเพื่อเสพ โดยที่ทางร้านมีทั้ง เขียง มีด บ้องกัญชา ไว้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบทางร้านมีใบอนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) แต่เคยมีการพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากผิดเงื่อนไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้านจำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ตม.จว.กระบี่ รวบหนุ่มสิงคโปร์หนีหมายจับซุกเกาะลันตา ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

โดย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.สั่งการให้ระดมตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงในพื้นที่และจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกระทำผิดตามกฎหมายอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

สืบเนื่องจาก ตม.จว.กระบี่ ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.อ่าวนาง ให้ช่วยติดตามจับกุมหนุ่มสัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ซึ่งอาจยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ นั้น ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.กันตวัฒน์  พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ ,พ.ต.ท.สุเมธ  กนกเหมพันธ์  รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ สั่งการให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ อินทร์ยอด , พ.ต.ต.วิโรจน์ ศรีสภา สว.ตม.จว.กระบี่  พร้อมชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ชื่อนายมูฮัมหมัด  สัญชาติสิงคโปร์ จากการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พักตาม มาตรา 38 ในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวแจ้งที่พักครั้งล่าสุดไว้ที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จว.กระบี่  จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการเฝ้าสังเกตการณ์พบชายชาวต่างชาติลักษณะรูปพรรณคล้าย บุคคลตามหมายจับ นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จว.กระบี่   ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบทราบชื่อนายมูฮัมหมัด สัญชาติสิงคโปร์ อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ผู้ถูกจับยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับมาก่อน จากการซักถามยอมรับว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุตนได้ขโมยโทรศัพท์มือถือจากร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่าวนาง หลังจากนั้นตนได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่เกาะลันตา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบตัว และถูกจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ ได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการแจ้งที่พักตามมาตรา 37 , 38 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ หากมีการกระทำความผิด และสามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวใน จว.กระบี่ หากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075-611097  จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

กมธ.งบ 67 เดือด!! ที่ประชุมรุมฉะแบงก์ชาติ โวย 'ผู้ว่า ธปท.' ไม่มาชี้แจงเอง หลังติดภารกิจด่วน

(10 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 2 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจ

โดยเชิญผู้แทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ มาให้ข้อมูล

ในช่วงแรกของการประชุม กมธ. จากพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตสส.เชียงราย แสดงความไม่พอใจ ต่อผู้แทน ธปท. หลังจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ ธปท. ไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง ทั้งที่การประชุมกมธ.ในวาระนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งผู้แทนของ ธปท. ยืนยันว่านายเศรษฐพุฒิ มีภารกิจเร่งด่วน แต่ยืนยันว่าตนได้รับมอบหมาย จากผู้ว่าฯ ธปท. ให้มาชี้แจงต่อ กมธ. อย่างเป็นทางการ

จากนั้น กมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย หลายคนได้ท้วงติงการทำงานของ ธปท.หลายเรื่อง โดยเฉพาะการปล่อยให้เกิดช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝาก ห่างกันมาก จนสร้างภาระให้กับประชาชนที่เป็นหนี้จำนวนมาก ซึ่งต้องประสบปัญหามาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

ดังนั้น แม้ ธปท. จะมีหน้าที่ดูแลธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สถานะของธนาคารมีความมั่นคง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเงินของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งควรพิจารณาถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย หลังจากธนาคารพาณิชย์ ทำกำไรได้มากถึง 2 แสนล้านบาท

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้สอบถามผู้แทน ทั้ง 4 หน่วยงาน ถ้าจะนิยามความหมายของคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องนิยามว่าอย่างไร และจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ

ด้านผู้แทน ธปท. ยืนยันว่า ธปท.โดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จากการปรับตัวที่สูงขึ้นของดอกเบี้ย กนง. จึงมีมาตรการไปยังธนาคารเอกชน ให้ลงไปดูแลลูกหนี้ เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งก่อนและหลังเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล นอกจากนี้การปรับดอกเบี้ย นโยบายในปัจจุบัน กนง.มองว่ามีความเหมาะสม กับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ และสอดคล้องกับการเจริญเติบโตเศรษฐกิจ

ตัวแทน ธปท. กล่าวว่า ส่วนการนิยามคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องพิจารณาข้อมูลรอบด้าน และหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น เช่น สถาบันการเงินที่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก จนกระทบต่อสถานะธนาคาร การเกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานาน หรือการเกิดวิกฤตจากสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น โควิด-19 พอจะเห็นได้ว่าเป็นตัวอย่างของคำว่า ‘วิกฤตเศรษฐกิจ’ หรือแม้แต่ปัญหาอุทกภัยที่เคยทำให้การเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศติดลบ จนต้องออก พ.ร.ก. ในช่วงเวลาขณะนั้น

คณะอนุญาโตฯ เลื่อนตัดสินคดีเหมืองทองไป 6 เดือน  เปิดทางให้ ‘ไทย-คิงส์เกต’ เจรจาต่อเพื่อยุติข้อพิพาท 

‘กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่’ ชี้แจงความคืบหน้าของคดีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาท โดยคณะอนุญาโตตุลาการได้อนุญาตให้เลื่อนการออกคำชี้ขาดออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่กำหนดออกคำชี้ขาดในช่วงสิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังมีแนวโน้มที่ดีในการเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทตามคำแนะนำของคณะอนุญาโตตุลาการ  

(10 ม.ค.67) นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า จากกรณีข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ผู้ถือหุ้นบริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) คณะอนุญาโตตุลาการได้เลื่อนการออกคำชี้ขาดหรือคำตัดสินออกไปอีก 6 เดือนจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ตามที่ทั้งสองฝ่ายร้องขอ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่เชื่อว่าจะสามารถเจรจาให้ข้อพิพาทยุติลงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่า

สำหรับการกลับมาประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำอีกครั้งของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจาก บริษัท อัคราฯ ได้เริ่มกลับมาดำเนินการคำขอต่างๆ โดยเฉพาะคำขอต่ออายุประทานบัตรในพื้นที่เดิม และใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ค้างอยู่ ตั้งแต่ปี 2563 ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแร่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ดำเนินการตามกรอบนโยบายทองคำที่ปรับปรุงขึ้นใหม่  

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัท อัคราฯ ได้กลับมาประกอบการอีกครั้ง ก็ได้มีการติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายใต้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA สำหรับการทำเหมืองแร่ และ EHIA สำหรับการประกอบโลหกรรมอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบควบคุมและเฝ้าระวังการทำเหมืองแร่ทองคำ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น  

“กรณีที่มีข่าวเรื่องการสั่งฟ้องเหมืองทองอัคราฯ ในความผิดฐาน ยึดที่ดินรัฐ-ครอบครองป่า-สร้างตะแกรงรุกทางหลวงนั้น เห็นว่าเป็นกระบวนการตามกฎหมายอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ไม่เคยแทรกแซงและไม่สามารถก้าวล่วงได้ ซึ่งหมายความว่า การดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายของไทยในกรณีดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือกระบวนการอนุญาโตตุลาการ รวมทั้งคณะอนุญาโตตุลาการยังไม่ได้มีการออกคำชี้ขาดหรือคำตัดสินแต่อย่างใด” นายอดิทัต กล่าวปิดท้าย

‘กรมอุทยานฯ’ จ่อเร่งผลิต 'พาสปอร์ตอุทยาน' เพิ่ม 90,000 เล่ม หลัง นทท.แห่ซื้อหมดเกลี้ยง คาด!! รับอานิสงส์จาก ‘พี่จอง-คัลแลน’

(10 ม.ค.67) จากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกประกาศแจ้งว่า 'พาสปอร์ตอุทยานแห่งชาติ' หมดแล้ว โปรดสอบถามอีกครั้งประมาณกลางเดือนมกราคมนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า พาสปอร์ตอุทยานฯ หรือหนังสือเพื่อประทับตราว่าไปเที่ยวอุทยานฯ ที่ไหนมาแล้วบ้างทั่วประเทศนั้น ยังมีการพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมอุทยานฯ กับสมาคมอุทยาน

พาสปอร์ตอุทยาน นั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจว่าตัวเองได้ไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง แต่ตอนนี้กำลังทำเป็นแคมเปญใหม่ ซึ่งกำลังคิดกันอยู่ว่าจะใช้วิธีไหน เช่น ภายใน 1-2 ปี หากใครได้แสตมป์ครบหมดทุกอุทยานจะได้รับสิทธิพิเศษอะไร ตอนนี้เรากำลังหาข้อสรุปเรื่องนี้กันอยู่ ทั้งนี้เมื่อพิมพ์ออกมาใหม่แล้วก็จะส่งไปยังอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 155 แห่ง เพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาเล่มละ 100 บาท

ส่วนเรื่องที่หนังสือพาสปอร์ตอุทยานฯ หมดนั้น เป็นการหมดชั่วคราว กำลังพิมพ์ออกมาใหม่ 90,000 เล่ม ก็จะเร่งรัดให้ออกมาเร็วที่สุด ส่วนหนึ่งที่หมดเร็วนั้นคิดว่าน่าจะเป็นอิทธิพลของยูทูบเบอร์ชาวเกาหลี 'พี่จอง' กับ 'คัลแลน' ที่พวกเขาอัดคลิปว่าไปเที่ยวอุทยานฯ แล้วเอาหนังสือพาสปอร์ตอุทยานมาโชว์ คนที่เห็นและเป็นแฟนคลับที่มีจำนวนมากจึงอยากมีบ้าง อยากมาเที่ยวบ้าง จึงมั่นใจว่าเราก็คิดไม่ผิดที่เชิญเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ไปยุ่งกับวิธีการของเขามาก ให้ทำตามธรรมชาติที่เขาทำไป

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการนัดพูดคุยกับยูทูบเบอร์ทั้งสอง เพราะยังว่างไม่ตรงกัน แต่คิดว่าในเร็ววันนี้คงจะได้คุยกันในเรื่องของหลักการการทำงาน

>> รู้จัก คัลแลน - พี่จอง ยูทูบเบอร์เกาหลีสุดฮอต

'คัลแลน' เป็นหนุ่มชาวเกาหลี เกิดปี 1990 เขาเริ่มต้นชีวิตในประเทศไทยในฐานะโปรดิวเซอร์เพลงแนว EDM ของวง HateBerry ซึ่งมีสมาชิก 3 คน ได้แก่ คัลแลน เคอร์บี้ และ ฟีโน่ คัลแลนตัดสินใจทำช่องยูทูบเพียงคนเดียว เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในวง คัลแลนกิน เที่ยว และเรียนรู้ภาษาไทยผ่านการใช้ชีวิตในเมืองไทย พร้อมชวนเพื่อนๆ ที่รู้จักผลัดเปลี่ยนมาสนุกด้วยกัน รวมถึงพี่จองที่ตอนนี้กลายเป็นยูทูบเบอร์คู่หูคัลแลนไปแล้ว

ส่วน 'พี่จอง' เข้าร่วมช่องครั้งแรกใน EP อ้ปป้าว่าไง?? เมื่อลอง ‘ย่างเนย’ ครั้งแรก!! คัลแลนพาพี่จองไปกินบุฟเฟ่ต์ย่างเนยและดื่มเบียร์ เขาแนะนำว่าพี่จองเป็นพี่ชายเกาหลีที่จำไม่ได้ว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเขาเล่าไปกินไปจนรู้ได้ว่าพี่จองทำธุรกิจส่วนตัว เกิดในปี 1989 (อายุมากกว่าคัลแลน 1 ปี) เข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้หมอ กัญชาไทยไร้กฎหมายควบคุม แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เห็นด้วยกับก้องห้วยไร่ แนะผู้ใช้เคารพสิทธิคนอื่น หนุนรัฐเร่งออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) โต้กลับกรณีกรมควบคุมโรคแจงบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงพฤติกรรมเสพติดกัญชา โวยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเครือข่ายแพทย์ควรรื้อตรรกะใหม่ ยันไทยเป็นประเทศเดียวที่ปล่อยให้กัญชาไร้กฎหมายควบคุม ขายเกลื่อนเมือง แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานถึงเก้าปี ชี้เห็นด้วยนักร้องดัง ก้องห้วยไร่ ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าควรเคารพสิทธิผู้อื่น ใช้ให้เป็นที่เป็นทาง แนะรัฐถึงเวลาออกกฎหมายควบคุมแล้ว

หลังกรมควบคุมโรคอ้าง “การสูบบุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ “กัญชา” สูง 4 เท่า เพจเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ECST บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร?” ที่มีผู้ติดตามกว่าแสนราย ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ใจความว่า “บอกบุหรี่ไฟฟ้านำไปสู่สารเสพติดอื่น อ้าว ไปไงมาไง มาคิดถึงกูหล่ะเนี่ย” โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้ถูกใจกว่าสี่ร้อยราย

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนจากเพจลาขาดควันยาสูบ เปิดเผยว่า “เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้ากับกัญชานั้นถูกโยงมาพักใหญ่ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องที่สะท้อนความบิดเบี้ยวของตรรกะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเครือข่ายแพทย์ที่ออกมาโจมตีผู้บริโภคด้วย ไม่มีหรอกครับประเทศไหนที่จะให้กัญชาขายเกลื่อนไร้การควบคุม เปิดหน้าร้านค้าขายกันยิ่งใหญ่ แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานเกือบสิบปี”

“จริงๆ หากจะให้ลองคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้กัญชาได้อย่างไร ก็คงต้องย้อนกลับไปเรื่องการแบน พอบุหรี่ไฟฟ้าถูกแบน การซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นผ่านตลาดใต้ดินที่ผิดกฎหมาย ก็ยากที่จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือผู้บริโภคตอนนี้มีมาตรฐานอย่างไร ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง อย่างที่เคยออกข่าวว่ามีการระบาดของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอด EVALI” นายมาริษเสริม

“ล่าสุดมีดราม่านักร้องดังขอให้หยุดใช้บุหรี่ไฟฟ้าในคอนเสิร์ต ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ใช้ควรให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิผู้อื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกเพจของเราช่วยกันรณรงค์อยู่แล้ว แต่พอไม่มีกฎหมายมาควบคุม ผลที่ออกมาเลยเป็นอย่างนี้ ปัจจุบันมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาถึงประโยชน์ของการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เราในฐานะตัวแทนผู้บริโภคก็คาดหวังว่าคณะกรรมการวิสามัญฯนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มองโลกผ่านความเป็นจริงให้มากขึ้น”

นอกจากนี้ นายมาริษยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยของเด็กและเยาวชนที่พบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเด็กลงเรื่อยๆ จนแม้กระทั่งเด็กประถมก็ยังถูกพบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องที่ทางเครือข่ายฯดำเนินการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอำนาจในหน่วยงานสาธารณสุข และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาดำเนินการเพื่อมอบทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่ไทยกว่า 9.9 ล้านคน รวมถึงคนในสังคมที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งการควบคุมของรัฐ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top