Monday, 27 July 2026
NEWS

ทึ่ง!! ‘ฝรั่ง’ เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าววันพืชมงคล ทำเป็นสร้อยพกติดตัว พร้อมตั้งใจ นำไปฝากเพื่อน-ครอบครัว เพื่อเสริมสิริมงคล

(10 พ.ค.67) ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เนื่องในวันพืชมงคล ซึ่งจัดขึ้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ใช้บัญชีติ๊กต็อก @mickey3111 โพสต์วิดีโอคลิปจิตอาสาพระราชทานรายหนึ่ง ได้สัมภาษณ์ชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่ลงไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวร่วมกับประชาชนและเกษตรกร จากการสอบถามพบว่าเป็นชาวอเมริกัน อยู่ในประเทศไทยมานาน 6 ปีแล้ว อาศัยอยู่ที่เขตบางนา กรุงเทพฯ ปีแรกที่เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวได้นำไปเลี่ยมใส่กรอบเป็นสร้อยคอไว้กับตัว โดยในปีนี้ตั้งใจว่าจะนำไปฝากเพื่อนและครอบครัวที่มาจากสหรัฐอเมริกาเพื่อความเป็นสิริมงคล

‘แม่สามีชมพู่’ รุดช่วย ‘ยายขายไข่เจียว’ ปลดหนี้นอกระบบ เผย!! รู้สึกหดหู่จนนอนไม่หลับ พร้อมยังช่วยลงทุนให้เพิ่มอีก

(10 พ.ค.67) จากกรณี ยายสุข ซึ่งทำอาชีพขายไข่เจียว วัย 75 ปี โดนแก๊งทวงหนี้ทำร้ายร่างกาย ทำลายข้าวของภายในร้าน และโดนข่มขู่ว่าหากไม่จ่ายเงินจะโดนแบบนี้อีก แม้ต่อมาตำรวจก็สามารถจับกุมดำเนินคดีผู้ก่อเหตุได้ แต่ก็ยังคงสร้างความสะเทือนใจให้กับใครหลาย ๆ คน

ต่อมา รายการ ทุบโต๊ะข่าว ก็ได้เผยคลิปสุดประทับใจว่า คุณอุไรวรรณ ย่าของฝาแฝดสายฟ้า พายุ และแอบิเกล ซึ่งเป็นคุณแม่ของ น็อต วิศรุต และแม่สามีของ ชมพู่ อารยา ก็ได้เห็นข่าวนี้ก็อยากจะเข้าไปช่วยเหลือ

โดยคุณย่าอุไรวรรณได้เดินทางไปพบกับคุณยายขายไข่เจียวด้วยตัวเอง พร้อมเสนอช่วยปลดหนี้สินทั้งหมดให้แก่คุณยาย โดยคุณย่าอุไรวรรณกล่าวว่า “ดูข่าวแล้วหดหู่ใจ นอนไม่หลับ อยากรีบมาช่วยเลย ขับรถหาจนทั่วเลย เราตั้งใจมา”

จากนั้น คุณยายสุข ก็ขอบคุณ คุณย่าอุไรวรรณ ที่มาช่วยเหลือปลดหนี้รวมถึงลงทุนให้เพิ่มอีก โดยบอกว่า “ขอบพระคุณมาก ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง รู้สึกดีใจมาก ๆ”

ทำเอาชาวเน็ตหลายคนรู้สึกใจฟู ดีใจไปกับคุณยายสุข ที่มีคนเมตตาช่วยเหลือ ให้โอกาส และหวังว่านี่จะเป็นกรณีสุดท้ายที่จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแบบนี้ 

‘รมว.ปุ้ย’ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เหตุไฟไหม้ถังสารเคมี มาบตาพุด พร้อมสั่งเยียวยา - ส่งเสียลูกผู้เสียชีวิตจนจบปริญญาตรี

(10 พ.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปูนใหญ่ (SCC) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปบริเวณจุดเกิดเหตุ บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ถนนไอ-แปด ทางเรือมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์

เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณโรงงาน แค่ลงจากรถก็ถึงกับผงะกลิ่นฉุนของสารที่ถูกเผาไหม้ สูดดมเข้ารู้สึกแสบจมูกมาก สำหรับจุดเกิดเหตุขณะไฟดับหมดแล้ว แต่ยังคงมีการเฝ้าระวังอยู่

ด้านนางพิมพ์ภัทรา รมว.อุตสาหกรรม ได้สอบถามถึงผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่า บ้านเกิดอยู่จ.เชียงราย ภรรยาทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้า มีบุตรด้วยกัน 1 คน จึงย้ำให้เยียวยาอย่างเต็มที่กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผู้บริหารก็ยืนยันจะช่วยเหลือครอบครัว พร้อมส่งลูกเรียนจนจบระดับปริญญาตรี หลังนั้นก็เดินทางต่อไป เยี่ยมประชาชนข้างโรงงาน ที่ศาลาตากวน-อ่าวประดู่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง

เมื่อเดินทางไปถึง พบชาวบ้านนับร้อยคน ได้มารอต้อนรับ และรมว.ได้เข้าไปสอบถามพูดคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง พร้อมขอโทษชาวบ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบข้างโรงงานเกิดเหตุ ก่อนจะเดินทางกลับไป

ด้านญาติผู้เสียชีวิต เตรียมรับศพผู้เสียชีวิต จากโรงพยาบาลระยอง ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจ.เชียงราย

ศรชล./ศคท.จว.ชบ. นำกำลังพล ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ตามโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เฉลิมพระเกียรติ

ศรชล./ศคท.จว.ชบ. โดย น.อ.พินัย จินชัย รอง ผอ.ศรชล.จว.ชบ.พร้อมกำลังพล ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาตามโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ณ พิพิธภัณฑ์
ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีฯ

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645
 

กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรในพื้นที่เกาะช้าง “การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล” ณ ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จว.ตราด

ในวันที่ 7-8 พ.ค. 67 สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 (สล.พมพ.ทรภ.1) จัดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร ณ ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จว.ตราด โดยมี นาวาเอกกฤษฎา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธาน

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ ความเข้าใจ ตามหลักการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลขั้นเบื้องต้น ตลอดจนเป็นการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจการโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง ให้มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจการโรงแรมในพื้นที่อำเภอเกาะช้างจำนวน 20 หน่วยงาน เข้าร่วมกิจกรรม

#ทัพเรือภาคที่1
#กองทัพเรือ
#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง

'คุณหมอ' เฉลย!! 'อะฟลาท็อกซิน' พิษร้ายจากเชื้อรา ต้ม 260 องศา ถึงจะตาย ฟาก WHO เตือน!! เป็นสารก่อมะเร็งตับ กินเพียงน้อยนิด ก็เสี่ยงมะเร็ง

(10 พ.ค.67) นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางสมองระบบประสาท ผู้นำเสนอเกร็ดความรู้ด้านสุขภาพผ่านยูทูบช่อง 'Dr.V Channel' ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับ ‘ข้าวค้าง 10 ปี’ โดยระบุว่า…

ข้าว 10 ปี กินได้รึเปล่า? คําตอบสั้น ๆ ตอนนี้ สําหรับหมอที่เป็นห่วงทุกท่าน คือ ‘กินไม่ได้’ เหตุผลเพราะว่าข้าวที่เก็บมานาน ๆ มันจะมีความชื้นอยู่ และเมื่อมีความชื้น ‘เชื้อรา’ จะขึ้น ฉะนั้นถ้าเราเอาข้าวที่มีตัวเชื้อรามาล้าง มาต้ม หรือมาประกอบอาหาร โดยส่วนใหญ่บอกว่าเชื้อราตาย ซึ่งอันนี้ก็เรื่องจริง แต่ปัญหาก็คือเชื้อราจะ ‘ทิ้งพิษ’ เอาไว้…

ดังนั้น พิษของเชื้อราตัวนี้ เขาชื่อว่า ‘อะฟลาท็อกซิน’ (Aflatoxin) โดยเป็นพิษของเชื้อรา ซึ่งต้มไม่ตาย ต้มไม่หาย… และการจะทําลายพิษอะฟลาท็อกซินเราต้องใช้อุณหภูมิถึง 260 องศา ซึ่งการหุงข้าวหรือต้มข้าวธรรมดา ไม่มีทางที่อุณหภูมิจะถึง 260 องศา เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าสารพิษนี้ยังอยู่

ทั้งนี้ สารพิษนี้มีเป็น ‘สารก่อมะเร็ง’ อย่างชัดเจน โดยองค์การอนามัยโลกได้มีการขึ้นทะเบียนอะฟลาท็อกซินว่าเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ เพราะฉะนั้นคนที่กินเข้าไปแม้แต่เพียงปริมาณเล็กน้อย ท่านจะมีความเสี่ยงมาก ๆ ที่จะเป็นมะเร็งตับ…

ฉะนั้นแล้ว อย่ากินข้าวค้าง 10 ปีเด็ดขาด ด้วยความปรารถนาดี 

'แฟนเลสเตอร์' ใส่เสื้อยืดที่มีใบหน้าของ 'คุณวิชัย' รอพบ 'อัยยวัฒน์' บอก!! วันนี้ดีใจจนหยุดไม่ได้ที่ทีมรักหวนคืนพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘วิเคราะห์บอลจริงจริง’ ได้แชร์เรื่องราวสุดน่าประทับใจของแฟนบอลเลสเตอร์ท่านหนึ่ง โดยระบุว่า…

ตอนที่ฉลองแชมป์แชมเปี้ยนชิพเสร็จแล้ว อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา กำลังจะเดินกลับ เขากำลังจะก้าวออกจากสนาม 

มีแฟนฟุตบอลเลสเตอร์ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรออย่างอดทนกว่าสองชั่วโมง รอจนแทบเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากสนาม เธอใช้จังหวะนี้ รีบเดินมาหาอัยยวัฒน์ทันที 

โดยเธอใส่เสื้อยืดที่มีใบหน้าของวิชัย คุณพ่อของอัยยวัฒน์ที่ล่วงลับไปแล้ว 

เมื่อได้เจอกับอัยยวัฒน์ คำเดียวที่เธอพูดคือ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ 

เธอบอกว่าตัวเองเป็นแฟนเลสเตอร์มานานแล้ว เสียใจมากที่ทีมตกชั้น และวันนี้ก็ดีใจจนหยุดไม่ได้ที่วันนี้ทีมเลื่อนชั้นกลับมา 

จึงตัดสินใจเขียนป้ายภาษาไทย มาหาอัยยวัฒน์ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่รู้ภาษาไทยเลย 

ในป้ายของเธอเขียนว่า 

"เจ้านายที่รัก ปีที่แล้ว คุณพูดว่าเราต้องการกลับไปสู่พรีเมียร์ลีก และตอนนี้เราทำมันได้แล้ว ขอบคุณ! ฉันมาจากฮ่องกง และเลือกเลสเตอร์มาตั้งถิ่นฐาน 

ฉันหวังว่าจะได้ถ่ายรูปกับคุณ ฉันสามารถทำแบบนั้นได้ไหม" 

เมื่ออัยยวัฒน์อ่านจบ เขาดูตื้นตัน และมีน้ำตารื้นบนดวงตา จากนั้นเรียกตากล้องมา แล้วบอกว่า มาถ่ายรูปคู่กับเธอให้ที 

อัยยวัฒน์มีความสุขที่เลสเตอร์เลื่อนชั้น และในขณะเดียวกัน เขาก็สร้างความสุขอันเปี่ยมล้นให้ชาวเมือง เพราะเขารักษาสัญญาว่าจะพาทีมเลื่อนชั้นได้จริง ๆ 

ชัยชนะในเกมฟุตบอล มันสร้างความสุขได้มากขนาดนี้ ผมคิดว่าวันนี้ อัยยวัฒน์และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเลสเตอร์คงนอนหลับด้วยความสุขอย่างแน่นอนครับ 

‘วิชัย ทองแตง’ ชื่นชม!! ผลงานวิจัย ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ ฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 67 คุณวิชัย ทองแตง ประธานมูลนิธิ หนึ่งน้ำใจ One Love Foundation ให้เกียรติกล่าวแสดงความยินดี ในโอกาสร่วมพิธีเปิดงาน ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ จากฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน ซึ่งมีท่านสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเป็นประธาน และ ดร. วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ให้การต้อนรับ

คุณวิชัย ทองแตง ประธาน มูลนิธิหนึ่งน้ำใจ One Love Foundation กล่าวว่า ขอชื่นชม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจังหวัดนครปฐม ที่ได้ผลิตผลงานน่าสนใจมากมาย อันเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดใกล้เคียง และประเทศไทยอย่างมาก ผลงานต่าง ๆ เหล่านี้สามารถต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติ เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยอย่างยิ่งครับ

ภายในงาน ‘ทวารวดีนครปฐม : สร้างคุณค่า สร้างมูลค่า สร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น’ เป็นการแสดงผลงานวิจัย ภายใต้ทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในกรอบการวิจัย ‘การจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่น’ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกและเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์คุณค่าความสำคัญของอารยธรรมทวารวดีในจังหวัดนครปฐม ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการจากทุนวัฒนธรรมทวารวดีให้กับผู้ประกอบการ ผู้สืบทอด ผู้สร้างสรรค์ ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักท้องถิ่น

โดยมีพื้นที่ในการศึกษา ได้แก่ ชุมชนดอนยายหอม ชุมชนธรรมศาลา ชุมชนพระประโทณเจดีย์ ชุมชนพระปฐมเจดีย์ ชุมชนวัดพระงาม และชุมชนไร่เกาะต้นสำโรง มีกระบวนศึกษาที่สำคัญ คือ กระบวนการสร้างเครือข่าย การสร้างกระบวนการรับรู้ การตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของอารยธรรมทวารวดี วัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ศึกษา ทั้งนี้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และพัฒนาสู่ซอฟต์เพาเวอร์ (Soft Power) ของจังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ติดตามรับชมบรรยากาศ คุณวิชัย ทองแตง ประธาน มูลนิธิหนึ่งน้ำใจ One Love Foundation ร่วมพิธีเปิดงาน ‘ทวารวดีมีชีวิตที่นครปฐม’ จากฐานรากทางวัฒนธรรมกับการแปลงคุณค่าสู่มูลค่าของชุมชน ได้ในรายการเกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน ได้เร็ว ๆ นี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.55 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5) ติดต่อประสานงานรายการได้ที่ รศ. ดร. จุรีย์รัตน์ ลีสมิทธิ์ (อจ. แมว) ผู้อำนวยการ ศูนย์ ‘หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร’ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

อาลัย ‘พนักงานหนุ่ม’ บ.มาบตาพุดแทงค์ฯ ผู้กล้าหาญ พยายามเข้าปิดวาล์วถังแก๊สโซลีน ก่อนถูกแรงระเบิดเสียชีวิต

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.67) จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ ถังเก็บสาร Pyrolysis gasoline (แก๊สโซลีน) ถนนไอ-แปด ทางเรือมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงกว่า 8 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุเกิดจาก การปิดซ่อมบำรุงถังสารโซลีน โดยพนักงานทั้ง 4 คน ได้ขึ้นไปตรวจวัดปริมาณสารซีไนพลัส ซึ่งเป็นตัวทำละลาย พบว่ามีความจุของสาร 8,000 คิว แต่ปรากฏว่าได้เกิดกลุ่มควันลอยขึ้นมา แล้วก็เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดได้ส่งผลให้ทั้ง 4 คนตกลงมาจากถัง 

ต่อมาล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ ‘Fire & Rescue Thailand’ ได้โพสต์อาลัยพนักงานของบริษัทดังกล่าว ที่พยายามขึ้นไปปิดวาล์วบนถัง ก่อนเกิดการระเบิด จนเสียชีวิต โดยระบุว่า…

ขอแสดงความเสียใจ และขอแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ถังเก็บสารตั้งต้นผลิตน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี บริษัท มาบตาพุดแทงค์เทอร์มินัล จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อช่วงบ่ายวันนี้

โดยผู้เสียชีวิตชื่อ นายนพพร เรือนมา เป็นพนักงานประจำของบริษัท ที่พยายามขึ้นไปปิดวาล์วบนถัง ก่อนเกิดการระเบิดขึ้น โดยแรงระเบิดทำให้เสียชีวิต เพจ คนอาสา ดับเพลิง-กู้ภัย ประเทศไทย ขอแสดงความยกย่องผู้เสียชีวิต ในความกล้าหาญและเสียสละ จนทำให้ตนเองต้องเสียชีวิต

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญ และแสดงความเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ด้วย

เผยภาพอนาคต 'หัวลำโพง' โฉมใหม่ โปรเจกต์ Mixed-use แสนล้าน โครงการยักษ์ใหญ่ใจกลางมหานคร เชื่อมขนส่งมวลชนครบครัน

(10 พ.ค. 67) เพจ ‘Bangkok I Love You’ ได้เผยภาพอนาคตสถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งจะมีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นโครงการ Mixed-use มูลค่า 100,000 ล้านบาท โครงการยักษ์ใหญ่ใจกลางมหานคร ที่มีขนส่งมวลชนครบครัน ดังนี้...

โซน A บริเวณอาคารสถานีหัวลำโพง พื้นที่สาธารณะ (16 ไร่ 1,920 ลบ.) พัฒนาเป็น พื้นที่สาธารณประโยชน์

โซน B อาคารสถานีกรุงเทพ หัวลำโพง (13 ไร่ 1,560 ลบ.) พัฒนาเป็นอาคารตามแนวทางอนุรักษ์

โซน C โรงซ่อมรถรางและรถโดยสาร (22 ไร่ 2,640 ลบ.) พัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่กิจกรรม ปรับพื้นที่เป็น Water front promenade เลียบคลองผดุงกรุงเกษม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นพื้นที่สีเขียว

โซน D พื้นที่ชานชาลา ทางรถไฟ และย่านสับเปลี่ยนรถไฟ ศูนย์กลางเชื่อมระบบการสัญจรและพื้นที่ฝั่งเมือง (49 ไร่ 5,880 ลบ.) พัฒนาเป็น Lifestyle mixed-use โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า พื้นที่จัดแสดงงาน

โซน E 20 ไร่ อาคารสำนักงาน ร.ฟ.ท. คลังพัสดุ (200 ไร่ 2,400 ลบ.) พัฒนาเป็น Urban mixed-use โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์กิจกรรม พื้นที่ให้ความร่มรื่น เชื่อมต่อสิ่งปลูกสร้างเชิงอนุรักษ์โครงสร้างอาคารเดิม กำหนดจุด node สำหรับกิจกรรมพิเศษหรือสวนสาธารณะ มีระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรตลอดแนวคลอง ปรับชุมชนริมน้ำ พร้อมจัดทำทางจักรยานริมทางรถไฟ

'คนดังเขมร' โพสต์ชี้นำข้อความ 'เจนี่ เทียนฯ' แปล Where we belong แบบเพี้ยนๆ ให้คนรุมด่า

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์ข้อความระบุว่า…

กัมพูชา # กระแสเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ *ดาราไทย ได้ไปไหว้พญานาค เมื่อเธอไปเที่ยวนครวัดในสัปดาห์นี้

โดยเธอโพสต์ IG ภาพพร้อมแคปชัน ระบุว่า… “Up where we belong” (ชื่อเพลงภาษาอังกฤษ) ซึ่งก็เหมาะกับเรื่องราวของเธอขณะนี้

คนดังในเขมร เริ่มโพสต์ชี้นำเจตนา ตีความหมายหลายอย่าง (*อาทิ ทวงสถานที่นี้) และต่อว่าเจนี่ ต่อมาด่าคนไทยด้วย

*บางคำ don't thai to me คือคำแสลง เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ใช้ในมาเลเซีย .. (อย่ามาไทยกับฉัน /อย่ามาโกงฉัน...อย่ามาโกหกฉัน...อย่ามาต้มตุ๋นฉัน)
*คนที่แชร์ ล้วนแต่เป็นคนที่มีสถานะทางสังคมในกัมพูชา

*เสิร์ชคำนี้ดูกระแสดรามากำลังไวรัล Up where we belong អង្គរវត្ត

พระโคเสี่ยงทาย ‘กินหญ้า น้ำ เหล้า’ อาหาร-น้ำสมบูรณ์ เศรษฐกิจรุ่งเรือง

(10 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเสี่ยงทายพระยาแรกนา เนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันพืชมงคลปี 2567 พระยาแรกนาเสี่ยงทาย ได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้

-พระโคกินน้ำ หญ้า ทำนายว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี

พระโคกินเหล้า ทำนายว่า การคมนาคมจะสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง 

ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบริหารและกงสุล สถานเอกอัครราชทูตสาธารณสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะรองนายกเมืองพัทยา

เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.67) ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา Mr.Benedict Chua Jing Shen (มิสเตอร์ เบเนดิคท์ ชัว ชิง เฉิน) ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบริหารและกงสุล สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ นางสาวทิฐิพันธ์ รองนายกเมืองพัทยา เข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแนะนำตัว 

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายพูดคุยเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเมืองพัทยา เกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, มาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองพัทยา และแผนพัฒนาเมืองพัทยา (โครงการโมโนเรล) โดยเฉพาะการศึกษาการออกแบบความเหมาะสมและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้า เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เชื่อมต่อสถานีพัทยากลางและเชื่อมไปแหลมบาลีฮาย ทั้งหมดคาดว่าจะก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 2570 -2579 

นับว่าเป็นการผลักดันให้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางเตรียมการการประชุมโครงการความร่วมมือระหว่างหน่วยราชการไทย - สิงคโปร์ ครั้งที่ 14 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2567 และกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - สิงคโปร์ ในปี 2568

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือหลวงศรีราชา และกำลังพลนาวิกโยธินให้การสนับสนุนจังหวัดระยองในการอพยพผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ท่าเรือมาบตาพุด

เมื่อวานนี้ 9 พฤษภาคม 2567 พลเรือตรีวีรุดม  ม่วงจีน  โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่าตามที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ถังเก็บวัตถุดิบ บรรจุแก๊สโซลีน บริษัท มาบตาพุดแทงค์เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในท่าเรือมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยขณะนี้ทางจังหวัดระยองได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2 และ 3 ตามลำดับ  และได้อพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพเรือ ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทธปกรณ์เข้าให้การสนับสนุนในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยในส่วนของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ได้ จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่สาม กองพลนาวิกโยธิน  เดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดระยอง โดยมีภารกิจคือ อำนวยความสะดวกและดูแลประชาชน ที่อพยพมาพักพิงที่ศาลากลางจังหวัดระยอง จากพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงสั่งการให้ เรือหลวงศรีราชา ออกเรือไปท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อเตรียมรับผู้ที่ติดค้าง ที่ไม่สามารถออกมาได้  นอกจากนั้นยังได้มีการเตรียม  UAV Schiebel ขึ้นพร้อมปฏิบัติการสนับสนุน ในการลาดตระเวนค้นหาผู้ประสบภัยในที่เกิดเหตุ 

โดยโฆษกกองทัพเรือกล่าวว่ากองทัพเรือจะเร่งดำเนินการให้การสนับสนุนจังหวัดระยองในการค้นหาและอพยพผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

‘กฟผ.’ เตรียมแผนรับมือ หลังไฟไหม้ถังเก็บสารเคมีมาบตาพุด ขอให้ ปชช.มั่นใจ ยัน!! ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าของประเทศ

(9 พ.ค. 67) นายณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบไฟฟ้าของประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด 

โดยเบื้องต้น กฟผ. ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้ารองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสั่งเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก โรงไฟฟ้ากัลฟ์อุทัยด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติตะวันออก เพื่อเตรียมการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันดีเซล และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศ พร้อมทั้งประสานโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติตะวันออกทั้งหมดให้เตรียมความพร้อมหากมีความจำเป็นต้องเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล 

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านเชื้อเพลิง ขณะนี้มีน้ำมันสำรองเพียงพอรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทดแทนก๊าซธรรมชาติจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า

“กฟผ. พร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยงานรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนและทุกภาคส่วนอย่างเต็มความสามารถ” รองผู้ว่าการระบบส่งกล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top