Monday, 27 July 2026
NEWS

‘บุ้ง ทะลุวัง’ เสียชีวิตแล้ว ที่รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หลังหัวใจหยุดเต้น ระหว่างอดอาหารประท้วง

(14 พ.ค.67) จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่า น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง ผู้ต้องขังคดีละเมิดอำนาจศาลและกระทำผิดมาตรา 112 ล้มฟุบและหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิต ย้ายตัวจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ล่าสุด ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีรายงานว่า น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 11.22 น.

ต่อมาเวลา 11.57 น. เจ้าหน้าที่ รพ.ได้ใช้รถเข็นนำร่างจากห้องฉุกเฉิน มาชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เดินตามมาด้วย 2 นาย

ด้านเจ้าหน้าที่นิติเวช ยืนยัน ว่า มีรายชื่อ น.ส.เนติพร มาที่ห้องนิติเวช เพื่อชันสูตรจริง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่

ส่วนบรรยากาศที่ นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ พบว่า ขณะนี้มีครอบครัวและเพื่อน ๆ มารอรับร่างที่นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์

บุ้ง ทะลุวัง ถูกขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 67 หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงโทษจำคุก 1 เดือน กรณีละเมิดอำนาจศาล จากนั้นได้ประกาศอดอาหารและน้ำประท้วง (Dry Hunger Strike) ตั้งแต่ เวลา 18.00 น.วันที่ 27 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อเช้าที่ผ่านมา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยอาการของบุ้งว่า เมื่อเช้านี้ (06.00 น.) ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์โทรศัพท์ไปบอกครอบครัวว่า บุ้งมีอาการไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น ต้องทำการปั๊มหัวใจ และยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ไปเยี่ยมบุ้ง บุ้งร่างกายซูบผอมจนเห็นได้ชัด น้ำหนักลดลงไป 10 กว่ากิโล บ่นปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย ท้องเสีย ตัว ขาและเท้าบวม ซึ่งเป็นผลจากการอดอาหารเป็นเวลานาน และช่วงหลังทางครอบครัวได้ขอให้ยาพวกแคลเซียมให้กับบุ้ง แต่ทางแพทย์บอกว่าถ้าอดอาหารเป็นเวลานานแล้วกลับมารับยาอาจจะมีผลข้างเคียง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าผลข้างเคียงเป็นอย่างไร ต้องรอให้แพทย์ออกมาชี้แจง 

'เจ๊จุกฯ' เผย!! ร้านอาหาร 3 นิ้ว ที่ก๊วนทะลุวังช่วยโปรโมต ประกาศปิดตัว งง!! ทำไมไร้ผู้อุดหนุน กองเชียร์อยู่ไหน ทำไมปล่อยเจ๊งตามลำพัง

(14 พ.ค. 67) บัญชี x ของ ‘เจ๊จุก คลองสาม’ ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ โดยระบุว่า “เจ๊งไปอีกหนึ่ง #miniม่วนส์ ส้มตำกีบ งง?ทำไมเจ๊ง! คือ ถึงแม้ว่าจะเคยติด #แบนสว แต่ทั้งตะวันแบม ทะลุวัง ทะลุแก๊ส ไข่แมวชีส ก็ไปช่วยโปรโมตให้ขนาดนั้น ชาวกีบไม่ไปช่วยอุดหนุนเลยเหรอคะ ร้านปิด 19 พ.ค. นี้ ไปช่วยเพื่อนกันหน่อยคะ อย่าปล่อยให้เพื่อนเจ๊งตามลำพัง”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประกอบพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567

วันนี้ (วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567 โดยมี ศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมในพิธี ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

โดยระหว่างวันที่ 14-19 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญศิษยานุศิษย์และสาธุชน ร่วมงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง ประจำปี 2567  สักการะหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเป็นสิริมงคล ชมการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) และ รับประทานสาคูสิริมงคล (อี๊) โดยในปีนี้มูลนิธิฯ จัดให้มีการบริการใส่ถุงกลับบ้าน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ชมกำหนดการงานฉลองบรรลุธรรมหลวงปู่ไต้ฮง รวมถึงติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง [ www.facebook.com/atpohtecktung ]

# ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
 

‘ตำรวจ’ รุดตรวจสอบ ปมดรามา ‘โยคะเซ็กซ์’ ว่อนเน็ต ยัน!! ไม่ใช่เกาะพะงัน ชี้!! เหตุเกิดอยู่ที่บาหลี อินโดฯ

เมื่อวานนี้ (13 พ.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เอ็กซ์ (X) รายหนึ่ง เผยแพร่คลิปอ้างว่าเป็นการสอนโยคะที่เปิดสอนโดยชาวต่างชาติของสถานที่แห่งหนึ่งบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับเขียนคำอธิบายภาพว่า “So this is what happens at those foreign run yoga centers in Ko Pha-ngan.” จนมียอดผู้ที่เข้ามาดูกว่า 9.5 ล้านครั้ง และมีผู้รีโพสต์ 1,613 ครั้ง

โดยภาพจากคลิปเป็นหญิงสาวและชายชาวต่างชาติยืนแยกเป็นคู่ ๆ ในภาพหญิงสาวได้อยู่ในอาการที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ลักษณะอาการกระตุก ส่งเสียงร้องโหยหวน และมีชายชาวต่างชาติคอยประคองอยู่ด้านหลัง โดยผู้ใช้ X ยังนำรูปภาพเพื่อที่จะโยงไปให้เข้าใจว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เดียวกันกับกรณีที่มีข่าวจับยูทูบเบอร์ดังชาวโปแลนด์ ผู้ติดตาม 18 ล้าน เปิดสอน ‘โยคะเซ็กซ์’ ที่เกาะพะงัน ซึ่งกรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการจับกุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

ต่อมาวันเดียวกัน พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผบช.ทท.3 พ.ต.อ.ปัญญา นิรัติมานนท์ ผกก.สภ.เกาะพะงัน นายอัครพล พูนผล ปลัดอำเภอเกาะพะงัน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเกาะสมุย ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี (พะงัน) และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง อ.เกาะะพะงัน ร่วมตรวจสอบที่พัก นายมิเคล อายุ 46 ปี สัญชาติโปแลนด์ ครูสอนโยคะ และเป็นยูทูบเบอร์ชื่อดัง

กรณีพบเป็นข่าวในสื่อโซเชียลว่ามีการเปิดการเรียนการสอนโยคะทางเพศ ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด นายมิเคลยังยืนยันว่าไม่รู้จักสถานที่และบุคคลในคลิปดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบสถานประกอบการสอนโยคะ 2 แห่ง ผลการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใดเช่นกัน ทั้งนี้ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการเดินทางไปร้องทุกข์ที่ สภ.เกาะพะงัน เนื่องจากถูกกล่าวอ้างให้เกิดความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับคลิปที่ปรากฎดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นสถานที่เกาะแห่งหนึ่ง (เกาะบาหลี) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ไม่ใช่ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ประกอบการบนเกาะพะงันยังเผยอีกว่าไม่เข้าใจเจตนาของผู้ที่นำคลิปมาเผยแพร่ แล้วนำรูปภาพเก่าสถานที่ที่ตำรวจเคยจับกุมดำเนินคดีไปแล้วมาเชื่อมโยงกัน

ทั้งที่เป็นคนละสถานที่กัน หรือเพื่อต้องการหวังที่จะทำลายชื่อเสียงของเกาะพะงัน โดยคลิปวีดีโอการสอนโยคะแปลก ๆ แบบนี้ มีการเผยแพร่ทางอินสตราแกรม ชาวรัสเซีย นักจิตวิทยา เป็นครูผู้ฝึกสอนโยคะลักษณะดังกล่าว

คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และสโมสรโรตารีสาทร ภาค 3350  บริจาคเครื่องมือบริการทางการแพทย์ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2567 ) เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ทำเนียบองคมนตรี พระราชอุทยานสราญรมย์ นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมด้วยนายวิทยา  ผิวผ่อง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และสืบสานแนวพระราชดำริ /กรรมาธิการวิสามัญ /นางเธียรรัตน์  นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และนางณัฐฏ์นันท์ญา  อัศวณิชย์ชากร กรรมการบริหาร สโมสรโรตารีสาทร ภาค 3350   สนับสนุนเครื่องมือบริการทางการแพทย์ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โดยมีศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม  วัฒนชัย องคมนตรี ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช  เป็นผู้รับมอบ
  
นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเครื่องผลิตออกซิเจนทางการแพทย์ที่ได้นำมามอบในครั้งนี้ ทางมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้รับบริจาคจาก นางสาวกุลพรภัสร์  วงศ์มาจารภิญญา ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ โดยเครื่องผลิตออกซิเจน มีขนาด 5 ลิตร จำนวน 200 เครื่อง มูลค่า 5,580,000 บาท เพื่อใช้ประโยชน์ในการบริการทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 21 แห่ง ทั่วประเทศ ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ที่มุ่งมั่น สนับสนุน ด้านสาธารณสุขของประเทศ 

สำหรับสโมสรโรตารีสาทร ภาค 3350 ได้บริจาคตู้อบเด็กให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เด่นชัย จังหวัดแพร่ และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย รวมมูลค่ากว่า 200,000  บาท

'ไทยเบฟฯ' ยินดี!! เหล่านักกอล์ฟเยาวชนรุ่น Super GENZ-Junior GENZ หลังคว้าแชมป์ 'ช้าง คลาสสิค 2024' คั่วตั๋วดวลวงสวิงต่างแดน

เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย 'น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง' เปิดศึกดวลสวิงต่อสนามที่ 4 กับรายการ 'ช้าง คลาสสิค 2024' แข่งขันระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2567 สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา เพื่อชิงตั๋วลุยญี่ปุ่น และสิงคโปร์

สำหรับการแข่งขันในสนามนี้ 'เดอะ เจ็นซ์' จะคัดเลือกนักกอล์ฟเยาวชนที่ทำสกอร์ได้ดีที่สุดในรุ่น Super GENZ และ Junior GENZ (Best Score ประเภทชาย 1 คน และหญิง 1 คน) รวม 2 คน เพื่อไปร่วมแข่งขันในรายการ Yonex Junior Golf Championship 2024 ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม นี้ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยนักกอล์ฟหญิงที่ชนะในรายการ Yonex Junior Golf Championship 2024 จะได้สิทธิ์แข่ง Japan LPGA Tour ในรายการ Yonex Ladies Tournament 2025 

นอกจากนี้ ในสนามที่ 4 ยังคัดนักกอล์ฟเยาวชนที่มีคะแนนสะสม (สนามที่ 1-4) อันดับ 1 และ 2 จากรุ่น Super GENZ (ชายและหญิง) และรุ่น Junior GENZ (ชายและหญิง) รวม 8 คน ร่วมสู้ศึกที่ประเทศสิงคโปร์ ในรายการ SJDTour International Amateur Championship 2024 อีกด้วย

หลังจบการแข่งขันในรอบสุดท้าย (12 พ.ค. 67) ผลปรากฏว่า ภูมิกิตติ์ พิชยเสาวภาคย์ ในรุ่น Super GENZ (ชาย) ฟอร์มยังคงร้อนแรง สนามนี้กดไปถึง 6 อันเดอร์พาร์ 138 คว้าแชมป์ไปครองพร้อมคว้าตั๋วไปแข่งสิงคโปร์ได้อีก 1 รายการ ส่วนฝ่ายหญิงของรุ่น Super GENZ เขมมินทรา งามเหลา คว้าแชมป์แรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวมอีเวนท์พาร์ 144  

สำหรับนักกอล์ฟที่ได้สิทธิ์แข่งขันกอล์ฟ SJDTour International Amateur Championship 2024 ที่สนามลากูน่า เนชั่นแนล กอล์ฟ  รีสอร์ท ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 8 คน มีดังนี้ รุ่น Super GENZ (ชาย) ภูมิกิตติ์ พิชยเสาวภาคย์ และณฐภัทร ตรงจิตภักดี รุ่น Super GENZ (หญิง) ฐิตารีย์ วิศวปัทมวรรณ และเขมมินทรา งามเหลา ส่วนรุ่น Junior Genz (ชาย) รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์ และฐิติวัฒน์ ปิตุรงคพิทักษ์ รุ่น Junior Genz (หญิง) สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล และณชา สถิตย์สัมพันธ์

ส่วนนักกอล์ฟที่ได้สิทธิ์แข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2024 ที่ประเทศญี่ปุ่น เรียบร้อยแล้วจำนวน 6 คน ได้แก่ ภูมิกิตติ์ พิชยเสาวภาคย์, รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์, นรบดินทร์ แสวงดี, เขมณัฏฐ์ ศรลัมพ์, สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล และณชา สถิตสัมพันธ์ โดยยังคงเหลือชิงตั๋วอีก 2 ใบสุดท้ายในการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 5 'ดิทโต้ คลาสสิค 2024' แข่งขันระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ที่เทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จ.ชลบุรี ซึ่งรายการนี้จะทำการแข่งขันแบบ Super 6 Match Play แข่งรอบละ 6 หลุม โดยผู้ชนะในประเภทชาย และประเภทหญิง ของการแข่งขันแบบ Super 6 Match Play จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟรายการ Yonex Junior Golf Championship 2024 ที่ประเทศญี่ปุ่น 

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดแข่งขัน ROYAL THAI POLICE SWAT CHALLENGE 2024 เฟ้นหาสุดยอดทีมปฏิบัติการพิเศษ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันระดับโลก

วานนี้ (13 พ.ค.67) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน Royal Thai Police SWAT Challenge 2024 ณ กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 , พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. , พล.ต.ต.วีรวิชญ์ บัวประเสริฐยิ่ง รอง จตร.ช่วยราชการ ภ.2 , พล.ต.ต.ลาภ ศรีสําอางค์ รอง จตร.ช่วยราชการ ภ.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

การแข่งขัน Royal Thai Police SWAT Challenge 2024 ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมและยกระดับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับกองบัญชาการประจำปี 2567 โดยการแข่งขันเริ่มตั้งแต่วันที่ 13-18 พฤษภาคม 2567 เพื่อค้นหาสุดยอดทีมปฏิบัติการพิเศษ เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขัน UAE SWAT Challenge ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ทำผลงานในระดับโลกไว้เป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งยังตอกย้ำศักยภาพของเหล่าสุดยอดปฏิบัติการพิเศษของไทย โดยการส่งทีมหญิง 1 เดียวของไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกในปีที่ผ่านมา ในปีนี้มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจากกองบัญชาการต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 29 ทีม และมีทีมน้องใหม่ เช่น ศรียานนท์ 46 เป็นทีมปฏิบัติการพิเศษจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ , ทีมสารสิน A,B เป็นทีมปฏิบัติการพิเศษจากตำรวจภูธรภาค 8 เป็นต้น ในส่วนการแข่งขันนั้นจะแบ่งเป็น 5 Stage โดย Stage ที่ 1 HOSTAGE RESCUE ภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน ทีมที่ทำเวลาและคะแนนรวมได้ดีที่สุด ได้แก่ ทีมหนุมาน จากกองบังคับการปราบปราม , รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมสารสิน ทีมA จาก ตำรวจภูธรภาค 8 และรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมทศรถ 491 จากตำรวจภูธรภาค 4 

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติในฐานะของหน่วยงานรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม มีหน้าที่หลักในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักร โดยต้องมีความสามารถในการบูรณาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อรองรับภารกิจสําคัญที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีมาตรฐานสากล และสามารถปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ที่กําลังเผชิญหน้ากับการก่อความไม่สงบ ที่ขยายพื้นที่และเป้าหมายปฏิบัติการแบบไม่กําหนดกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ เพื่อให้ข้าราชการตํารวจในสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้พัฒนาความรู้ ทักษะ ให้เกิดความชํานาญในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ เตรียมการวางแผนการประสานการปฏิบัติ การพัฒนาศักยภาพเชิงทักษะ ภายใต้สถานการณ์วิกฤติ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงต้องมีการซักซ้อม ทําความเข้าใจบทบาทหน้าที่ร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อแพ้หรือชิงชัยชนะเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือการยกระดับเหล่าสุดยอดปฏิบัติการพิเศษของไทยให้เทียบเท่าระดับโลก 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามการแข่งขันในสเตจที่เหลือได้ทางเฟสบุ๊ก POLICE TV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2567

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าว " ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่ "

ตำรวจภูธรภาค 5  แถลงข่าวการจับกุมเยาวชนหัวหน้าแก๊งวัยรุ่นป่วนเมือง ของ สภ.หางดง และการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น(คลองแม่ข่า) ของ สภ.เมืองเชียงใหม่ " ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่ "

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567  เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล  ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,พล.ต.ต.วรพงศ์  คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ,รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ,ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ผกก.สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตาม "ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่" พร้อมทั้งได้แถลงข่าวการจับกุมเยาวชนหัวหน้าแก๊งวัยรุ่นป่วนเมืองของ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ และการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น (คลองแม่ข่า) ของ สภ.เมืองเชียงใหม่จ.เชียงใหม่  ณ ห้องประชุมชั้น 3 สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยมีรายละเอียดดังนี้
สรุปผลการจับกุมบุคคลต่างด้าว  “ยุทธการบุกบ้านอันธพาลเชียงใหม่”
ได้ปิดล้อมตรวจค้นหอพัก ในพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่   จำนวน   6  แห่ง   ผลการปิดล้อมตรวจค้น ได้จับกุม ผู้กระทำความผิดบุคคลต่างด้าว   รวมจำนวน 27 คน  เป็นชาย 20 คน หญิง 7 คน  ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

สถานีตำรวจภูธรหางดง จังหวัดเชียงใหม่  จับกุมหัวหน้าแก๊ง SOHOT
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 สถานีตำรวจภูธรหางดง ได้รับแจ้งกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุคือ นายณัฐพงค์ หรือเฟรก คำแก้ว (หัวหน้าแก๊งค์ Sohot) ซึ่งนายณัฐพงค์หรือเฟรกฯ เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาแล้วหลายครั้ง และยังเคยใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดง  ได้ทำการสืบสวนติดตามไปถึงบริเวณบ้านพักของนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ ที่บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ที่ 11 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ พบนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ บริเวณบ้านพัก ลักษณะท่าทางมีพิรุธ รีบหลบเข้าไปในบ้านพัก จึงมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนินช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ ทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น นายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น และเป็นผู้นำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 2 นัด และปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 ปลอก ซุกซ่อนอยู่บริเวณในตู้เสื้อผ้า ชั้นบน ข้างที่นอนของนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ สอบถามนายณัฐพงค์ หรือเฟรกฯ รับว่ากระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางดังกล่าวเป็นของตน ยอมรับว่ากระสุนปืนดังกล่าวได้มาจากเพื่อนชื่อนายวุฒิ  ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง บุคคลต่างด้าวเชื้อชาติไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา เมื่อประมาณ 1 เดือนเศษที่ผ่านมา จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลาง ดำเนินคดีในข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวน  สภ.หางดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกายผู้อื่น บริเวณคลองสะพานแม่ข่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2567 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 6 คน รุมทำร้ายร่ายกายนายประวิทย์ฯ ซึ่งเป็นครูสอนมวย เป็นเหตุให้นายประวิทย์ฯ ได้รับบาดเจ็บ ตามที่ได้เผยแพร่ไปตามสื่อโซเชียล นั้นฃ

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2567 นายประวิทย์ ฯ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว จากนั้นชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจำนวน 6 นายที่หลบหนีไป โดยสามารถติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้จำนวน 5 ราย หลบหนี  1 ราย  ดังนี้
1. นายอาหลู่ ไม่มีนามสกุล อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่บ้านพัก ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่
2. นายฉลอม ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนราชวิถี อ.ศรีภูมิ อ.เมือง จว.เชียงใหม่
3. นายอาเล หลีจ๊ะ อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมาร์ จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
4. นายอาเบ ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
5. นายอาเล ไม่มีนามสกุล อายุ 18 ปีสัญชาติเมียนมาร์จับได้ที่ริมถนนระแกง ซ.2 ใกล้คลองแม่ข่า
6. นายอาส่า ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์(หลบหนี)

โดยแจ้งข้อกล่าว “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 นาย เป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียรมาร์ ที่ลักลอบหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยโดยใช้ช่องทางธรรมชาติและเข้ามาหาทำงานรับจ้างทั่วไปในตัวเมืองเชียงใหม่ ติดต่อกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาก่อนเพื่อขอทำงานและพักอาศัย ไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งและเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ

ตำรวจภูธรภาค 5 ขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนและยังคงเน้นย้ำในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ทั้งนี้หากพบเห็นอาชญากรรมหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดโปรดแจ้ง 191 ตลอดเวลา 24ชั่วโมง หรือแจ้งผ่านไลน์ ผบช.ภ.๕ ไอดี @police5 

พิษณุโลก เลขาฯ ป.ป.ส. ลุยงานยึดทรัพย์ฯเหนือล่าง เสริมศักยภาพเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ริบทรัพย์ทำลายเครือข่ายนักค้ายาเสพติด

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. ตรวจเยี่ยมโครงการฝึกอบรมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมพบปะและมอบนโยบายแก่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบด้านสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 ณ โรงแรมเดอะพาร์ค จังหวัดพิษณุโลก                    

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีเป้าหมายลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดและต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 1 ปี โดยในด้านการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดได้สั่งการให้ทำงานบูรณาการหนักขึ้น ในการยึดทรัพย์ผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อย และต้องขยายผลให้ถึงผู้ค้าเครือข่ายรายสำคัญ ตลอดจนการใช้สาธารณสุขนำการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านการสร้างศูนย์บำบัด และนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงมาตรการป้องกันยาเสพติดที่มุ่งหวังให้เยาวชนไทยมีปฏิกิริยาการปฏิเสธต่อยาเสพติด เหมือนกับเยาวชนในสหรัฐอเมริกาที่หาที่กำบังเมื่อได้ยินเสียงปืน หรือเหมือนกับเยาวชนในญี่ปุ่นที่รีบวิ่งเข้าใต้โต๊ะเมื่อรู้สึกถึงการสั่นของอาคาร โดยให้ทุกหน่วยงานผนึกกำลังเพื่อลดความเดือนร้อนของประชาชน โดยยึดหลัก “ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ส่วนผู้ค้าจะต้องถูกลงโทษและยึดทรัพย์สิน” โดยการยกระดับการปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายกลุ่มการค้ายาเสพติดระดับต่าง ๆ อย่างจริงจัง

การจัดโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บแก่เจ้าหน้าที่ให้พร้อมทั้งองค์ความรู้แนวทางการทำงาน และเครือข่ายประสานงาน เพื่อให้การยึดทรัพย์สินตามมูลค่าหรือ Value-based confiscation ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดทำได้อย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องพัฒนาเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสอบสวนตรวจสอบทรัพย์สินเพราะต้องใช้องค์ความรู้ในการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้ครอบคลุม และต้องก้าวทันรูปแบบการโอนย้ายอำพรางเส้นทางการเงินของเครือข่ายการค้ายาเสพติด อาจใช้กลไกศูนย์สืบภาค บูรณาการงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค กับตำรวจภูธรภาค เพื่อขยายผลยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด และนำผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษให้มากที่สุด 

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านในทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งนี้  สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณแก่ตำรวจภูธรภาคในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับพื้นที่จากผู้ค้ารายย่อย รวมถึงการลดความรุนแรงที่อาจเกิดจากผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด ตลอดจนการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามนโยบายของรัฐบาล

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

อบอุ่น!! ‘ยาย’ จูงมือหลานสาวมอบตัวเป็นนักศึกษา ม.อุบลราชธานี หลังสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ แม้ตนจะอายุมาก-เดินไม่ค่อยสะดวก

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘คำอธิบาย’ ได้แชร์โมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่างสองยายหลานคู่หนึ่ง โดยระบุว่า…

หลานยายทั้งคน!! ยายอาสามาส่งหลานเข้าเรียน แม้เดินไม่ไหว หลานสาวสอบติดเภสัช

…เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์โดยผู้ใช้งาน TikTok บัญชี chart.chanachi โดยเขาได้แชร์คลิปสุดน่ารักที่คุณยายกำลังเดินพาหลานสาวของตัวเอง ไปมอบตัวเข้าเป็นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ โดยเขาได้อัปโหลดวิดีโอพร้อมบรรยายว่า “ยายเดินจนต้องหยุดพัก สู้ ๆ ครับยาย ความภูมิใจของยาย”

โดยในคลิปนั้นเขาได้บรรยายเพิ่มเติมว่า “ยายเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด หลานสาวสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ยายเดินมาส่งวันมอบตัวเข้ามหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง” ซึ่งในคลิปถึงแม้ว่ายายจะมีอายุที่มาก จนหลังค่อม เดินไม่ค่อยสะดวก

‘หมอยง’ เผย ‘โควิด-19’ มีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้น พร้อมเตือนให้ระวังสายพันธุ์ HK.2 ติดง่ายกว่าเดิม

(13 พ.ค. 67) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬา โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan เรื่อง ‘โควิด19 สายพันธุ์ที่ระบาดอย่างมากและการเฝ้าระวังต่อไป’ โดยระบุว่า…

การระบาดของโควิด 19 มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น และระวังสายพันธุ์ที่เกิดใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากสายพันธุ์เดิม

การติดตามสายพันธุ์ทั่วโลก ส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์ JN โดยเฉพาะสายพันธุ์ JN.1 หรืออยู่ในเครือญาติของ JN.1

สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังและติดง่ายกว่า สายพันธุ์ JN.1 คือสายพันธุ์ HK.2 กำลังจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สายพันธุ์นี้ก็เป็นลูกของ JN.1 ที่กลายพันธุ์ออกมา

สำหรับประเทศไทยการติดตามสายพันธุ์ถึงเดือนเมษายน ขณะนี้ในประเทศไทย มีการศึกษากันน้อยมาก ทางศูนย์ติดตามสายพันธุ์ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ว่าจะเป็นสายพันธุ์อะไรที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น คาดว่าอีก 1-2 สัปดาห์ก็จะรู้หมด เพราะขณะนี้มีตัวอย่างเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะแนวโน้มของการระบาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่มีอาการน้อย ยกเว้นในกลุ่มเปราะบางเท่านั้น

‘ดร.อานนท์’ เผย!! ‘ในหลวง’ ตั้งพระทัยอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง มีพระราชศรัทธาใน ‘ท่านชยสาโร-ท่านอนิลมาน’ ปราศจากเรื่องเชื้อชาติ

(13 พ.ค. 67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

“กราบสาธุการด้วยเศียรเกล้า
อนุโมทนาบุญสาธุการ

แม้จะเป็นยศช้างขุนนางพระ แต่ก็เป็นพระราชศรัทธาแห่งองค์พระมหากษัตริย์ 

ผู้ซึ่งตั้งพระทัยจะอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง

พระต่างชาติสองรูปนี้ ท่านชยสาโร และท่านอนิลมาน เป็นพระชาวต่างประเทศ (อังกฤษและเนปาล) ได้มาบวชเรียนในประเทศไทยเป็นเวลานาน

เป็นหลักแห่งพระศาสนา ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แสดงธรรมเทศนาเป็นธรรมทานและวิทยาทานแด่มหาชนสม่ำเสมอ

พระธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสากล ไม่มีเชื้อชาติศาสนา วรรณะ 

การที่พระมหากษัตริย์ของไทย มีพระราชศรัทธาในพระชาวต่างชาติเป็นเรื่องดีแห่งการก้าวพ้นสมมุติทั้งปวง คือมีพระราชศรัทธาในวัตรปฏิบัติและธรรมะโดยมิได้ทรงติดขัดในเรื่องเชื้อชาติแต่ประการใด 

ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้พระทั้งสองรูปนี้แปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว

พระพรหมพัชรญาณมุนี พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์

ขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญในธรรม

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

นอกจากนี้ ล่าสุด (13 พ.ค. 67) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา

พระธรรมพัชรญาณมุนี ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมพัชรญาณมุนี ศรีวิปัสสนาธุราจารย์ ไพศาลวิเทศศาสนกิจ วิสิฐสีลาจารดิลก สาธกธรรมวิจิตร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ พุทธพจนวราลังการ ไพศาลวิเทศศาสนคุณ วิบุลประชาสังคหกิจ ปฏิภาณธรรมวิจิตร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2567 ประกาศ ณ วันที่ 13 พ.ค.นี้

สำหรับพระพรหมพัชรญาณมุนี มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน ฉายา ชยสาโร สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา เป็นพระภิกษุชาวอังกฤษผู้ซึ่งถ่ายทอดความลึกซึ้งทางธรรมฉบับภาษาไทยได้อย่างสละสลวย และเป็นที่ประทับใจต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

ส่วนพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ นามเดิม อนิลมาน นามสกุล ศากยะ ฉายา ธมฺมสากิโย เป็นพระภิกษุชาวเนปาล สัญชาติไทย บวชเป็นสามเณรในประเทศเนปาล และมาศึกษาพระธรรม ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงให้การอุปถัมภ์มาตั้งแต่เป็นสามเณร ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6 -7 (ธรรมยุต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดบวรนิเวศวิหาร และอธิการบดีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก

‘ดร.มานะ’ ยกคำพูดครู รร.กำเนิดวิทย์ สะท้อน!! ‘ความฝันเด็ก’ หลังบางครอบครัวคาดหวังให้ลูกต้อง ‘เรียนหมอ’ เท่านั้น

(13 พ.ค. 67) ความแตกต่างระหว่างวัย หรือความแตกต่างระหว่างยุคสมัย อาจทำให้ไม่เข้าใจกันได้ ซึ่งปัญหาหนึ่งของเด็กวัยเรียนกับผู้ปกครองที่มีให้เห็นคือ ‘เรื่องการทำตามความฝันของเด็ก ๆ เอง’ กับ ‘ความฝันของผู้ปกครองที่หวังจะให้ลูกมีความมั่นคงในชีวิต’

แต่มีสิ่งหนึ่งเจ้าของเฟซบุ๊ก Mana Treelayapewat อยากจะเปิดเผยให้ฟังถึงเรื่องการทำตามความฝันของเด็ก ๆ และความฝันของผู้ปกครอง

จึงได้ยกการประชุมของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) เข้ามาสะท้อนเรื่องราวเหล่านี้ เพราะหวังว่าจะสร้างความเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัยของครอบครัวนี้ได้

โดยระบุว่า “ประชุมผู้ปกครองโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ปีนี้น้ำตาท่วม เมื่อครูแนะแนวเปิดอกบอกเล่าความรู้สึก ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองฟังลูกหลานบ้าง อย่าเอาความฝันส่วนตัวยัดเยียดให้เด็ก

ครูแนะแนวบอกว่า เด็กโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จริง ๆ จะเรียนอะไร คณะวิชาอะไร มหาวิทยาลัยในไทยหรือต่างประเทศก็ไม่น่ามีปัญหามาก

แต่ทุกข์ของเด็กเก่ง ๆ เหล่านี้คือ บางครอบครัวเรียกร้อง คาดหวังให้ลูกต้องเรียน ‘หมอ’ เท่านั้น!

ครูบอก ถ้าเด็กโรงเรียนกำเนิดวิทย์อยากเรียนหมอ หรือไปทางสายสุขภาพด้วยตัวเอง ครูและโรงเรียนพร้อมสนับสนุน 100% แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อย ไม่อยากเรียนหมอ บางคนอยากเรียนต่อสาย STEM หรือบางคนอยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่พ่อแม่ไม่ยินยอม

ครูบอก ลูกศิษย์หลายคนเครียดมาก เดินมาขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความขัดแย้งกับครอบครัวเรื่องการเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย

ครูได้แต่แนะนำให้กลับไปคุยกับผู้ปกครองก่อน บางเคสคุยกันไม่ได้ก็ต้องช่วยพูด

แต่การตัดสินใจสุดท้ายก็ขึ้นกับพ่อแม่กับเด็ก

ครูพูดวิงวอนด้วยน้ำตา ขอให้ผู้ปกครองเปิดใจรับฟังความฝันของลูกหลาน แล้วสนับสนุนให้พวกเขาไปถึงฝั่งฝันนั้น

แม้ฝันของเด็กจะไม่ตรงกับความต้องการของพ่อแม่ หรือครอบครัวก็ตาม

ด้าน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวเสริมว่า ยุคของพ่อแม่โตมาคือ 3.0 เน้นเรียนรู้การศึกษาแบบป้อนสู่โรงงานอุตสาหกรรม ต้องทำตามระบบ ตามขั้นตอน

แต่ยุคนี้ 4.0 หรือมากกว่านั้นแล้ว อย่าเอากรอบคิดแบบเก่าดึงลูกหลานไม่ให้ไปข้างหน้า”

โพสต์นี้ได้กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน มีผู้คนเข้ามาอ่าน กดไลก์กว่า 4 พัน กดแชร์กว่า 5 พัน โดยมีหลายคนแสดงความคิดเห็นไปแนวทางเดียวกันว่า เห็นด้วย หมดแล้วยุคสมัยที่ตัดสินชีวิตให้ลูก และลูกคือคนที่เรียน ไม่ใช่พ่อและแม่ ขณะเดียวกันบางคนก็เปิดเผยประสบการณ์ให้ฟังด้วยว่า เคยเจอเด็กมหาวิทยาลัยที่อยากเรียนพยาบาลแต่แม่ให้เรียนบัญชี นางเศร้ามากน่าสงสาร

ขณะเดียวกันก็ได้มีครูปกครองบางส่วน ออกมาแสดงความเห็นเช่นเดียวกันว่า ลูกเป็นคนเรียนเก่ง แต่จะไปเรียนอะไรไม่รู้ เพิ่งรู้ว่ายากจะทำใจ แต่เขาน่าจะไปรอดกับสิ่งที่เขารัก หรือบางทีเราอาจจะห่วงจนเกินไป

สุดท้ายนี้เรื่องราวของความฝันของเด็กและคุณพ่อคุณแม่จะจบลงเช่นไรนั้น อยากให้ลองคำนึงถึง ‘ความเข้าใจซึ่งกันและกัน’ อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

มุกดาหาร -สสจ.มุกดาหาร ปฐมนิเทศ ขรก. และบุคลากรใหม่ ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้วนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้แพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมปฐมนิเทศข้าราชการและบุคลากรใหม่ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 47 คน เพื่อพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถและความพร้อมในการเป็นข้าราชการที่ดีในระหว่างวันที่ 13-14 พฤษภาคม 2567 โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมพิธีด้วย ที่ห้องประชุมดุสิตา โรงแรมมุกดาหารแกรนด์

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร   รายงาน 092-5259777

‘คุณหญิงแมงมุม’ เปิดคลิปกายภาพล่าสุด ยืนเองได้ครั้งแรก!! แถมเดินได้หลายสิบก้าว 

(13 พ.ค.67) ส่งกำลังใจกันรัว ๆ หลังจากเห็นคลิปล่าสุดทางอินสตาแกรมของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมแคปชันระบุว่า “ดีใจมาก เป็นครั้งเเรกที่ยืนเองได้” 

ซึ่งในคลิปนั้น คุณหญิงแมงมุม กำลังฝึกยืนและยืนได้เองเป็นครั้งแรกนานถึง 5 นาทีด้วย โดยคนบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ปรบมือรัว ๆ พร้อมส่งหัวใจกำลังใจล้นหลาม แห่ชม

ด้าน เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก็เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจด้วยว่า “เพื่อนเก่งมาก”, โบ ชญาดา ก็ชมด้วยว่า “เก่งที่สุดเลยค่ะ” , กาละแมร์ ก็บอกว่า “เก่งมาก ๆ เลยค่ะ” เป็นต้น

ส่วนด้าน เสธ.ดอลลาร์ สามีก็สุดดีใจคอยให้กำลังใจตลอดอยู่ข้าง ๆ พร้อมทั้งยังได้โพสต์คลิป ภรรยาเดินได้หลายสิบก้าวแล้วสุดภูมิใจ

พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้ได้ 32 ก้าว พี่ภูมิใจในตัวเเมงมุมมากจ้ะ! #slowlybutsurely #onestepatatime #waytogo”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top