Saturday, 25 July 2026
NEWS

Traveloko เปิดสถิติสุดช๊อกจากแคมเปญ 10.10 Travel Fest ตะลึง!! ยอดจองบินไต้หวันมาที่ 1 แดนโสมหลุดโผ 5 ลำดับแรก

(24 ต.ค. 67) ซีซาร์ อินทรา ประธานบริษัท Traveloka กล่าวว่า "แคมเปญ 10.10 Travel Fest สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอของนักท่องเที่ยว ด้วยการเล็งเห็นเทรนด์ต่าง ๆ และนำเสนอบริการบนแพลตฟอร์มที่ปรับให้เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เราจึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจและสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ แคมเปญนี้ไม่เพียงมอบประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างบทบาทของเราในการสนับสนุนการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้อีกด้วย"

แคมเปญนี้มีผู้ให้บริการด้านการเดินทางและแบรนด์ที่พักชั้นนำเข้าร่วมมากมาย ได้แก่ สายการบิน Qatar Airways, เครือโรงแรม Millennium Hotels & Resorts, สวนสนุก Universal Studios Singapore และอีกมากมาย เพื่อช่วยกันมอบข้อเสนอพิเศษด้านการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และแพ็กเกจกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยนำเสนอตัวเลือกมากมายตั้งแต่วันหยุดพักผ่อนกับครอบครัว ท่องเที่ยวต่างประเทศ ไปจนถึงการล่องเรือสำราญพร้อมที่พักแบบเต็มรูปแบบ ทำให้แคมเปญตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้

อาลี แอสเกอร์ เลห์รี (Ali Asger Lehry) รองประธานฝ่ายบริหารรายได้ประจำภูมิภาคเอเชียของ Millennium Hotels and Resorts กล่าวว่า "แคมเปญ 10.10 Travel Fest ทำให้เครือโรงแรมของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดหลัก ช่วยสร้างการรับรู้ของแบรนด์อย่างมีนัยสำคัญ และเสริมสร้างความตระหนักในตลาดด้วยการนำเสนอที่น่าสนใจ การสนับสนุนจาก Traveloka ทำให้แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในขณะที่ยังคงสอดคล้องกับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายของเรา เรารู้สึกพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้และตั้งตารอความร่วมมือในอนาคตเพื่อมอบประสบการณ์ชั้นยอดให้กับผู้เข้าพัก"

แนวโน้มการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเทศกาลวันหยุด ที่สามารถสังเกตได้จากแคมเปญ 10.10 Travel Fest ทั้งด้านรูปแบบ พฤติกรรม และความชอบ มีดังนี้

แคมเปญ 10.10 Travel Fest กระตุ้นการจองตั๋วล่วงหน้า โดยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 60% จองเที่ยวบินระหว่างประเทศล่วงหน้าก่อนการเดินมากกว่า 30 วัน แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลายคนมีการวางแผนเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ด้วยส่วนลดพิเศษที่มีระยะเวลาจำกัด แคมเปญนี้จึงสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวจองทริปล่วงหน้า เพื่อการพักผ่อนที่ราบรื่นและคุ้มค่า

แคมเปญ 10.10 Travel Fest เปิดเผยจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ยังคงเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในขณะที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ หาดใหญ่ ภูเก็ต และอุบลราชธานีเป็นปลายทางในประเทศยอดฮิตที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และอาหารรสเลิศ แคมเปญนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันความนิยมของสถานที่เหล่านี้เท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงความต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลาย ตั้งแต่ชีวิตเมืองที่คึกคักไปจนถึงรีสอร์ทริมชายหาดสุดเงียบสงบ

แคมเปญนี้ทำให้ยอดจองล่องเรือสำราญพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งบ่งบอกถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใครและข้อเสนอแบบ All-Inclusive การล่องเรือสำราญกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการฉลองปีใหม่ เพราะนักท่องเที่ยวได้เที่ยวหลายที่ในคราวเดียว พร้อมเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายและการพักผ่อนบนเรือสำราญ

นักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังมองหาที่พักที่ให้ความรู้สึกสมจริง และมอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริงมากขึ้น โดยพบว่ามีการจองโรงแรมเรียวกังแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 101% ในขณะที่พักบนเรือเพิ่มขึ้น 52% ทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสกับจุดหมายปลายทางในมุมมองใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังมีการจองโรงแรมริยาจที่ให้กลิ่นอายความเป็นโมร็อกโกแท้ ๆ เพิ่มขึ้นถึง 63% เทรนด์นี้แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการเดินทางกำลังเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมที่มีความหมายมากกว่าการเข้าพักในโรงแรมทั่วไป

ตุ๊กกี้แฉ คนในวงการเสื้อผ้าวินเทจสุดทราม ขอมีอะไรกับเมียเพื่อน ท้องแก่กว่า 8 เดือน

(24 ต.ค. 67) ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม นักแสดงตลกชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นฉาวในวงการซื้อขายเสื้อผ้าวินเทจ ว่า

มันต้องเป็นคนเหี้ยระดับไหนถึงขอมีอะไรกับเมียเพื่อนตั้งท้องแปดเดือนวงการเสื้อวินเทจ มีมาเฟียด้วยเหรอวะ!

นอกจากนี้ยังตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม ยังได้มีการแชร์โพสต์จากเพจ บ้าข่าวไปเรื่อย หลายโพสต์ เช่น 

2 ผัวเมีย ติดหนี้รุ่นพี่แสนกว่า นัดจ่าย 20 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่เกิดปัญหาเรื่องเงินกะทันหันเลยหาเงินมาจ่ายไม่ทัน 

รุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้องแล้วปล่อยลงข้างทาง ไล่ให้ไปหาเงินมาคืนให้ได้ รุ่นพี่จับเมียรุ่นน้องไว้บนรถขู่ขอมีอะไรด้วยทั้งที่ท้อง 8 เดือน 

‘อาจารย์ปานเทพ’ ออกโรงแจง พื้นที่ทะเลเป็นของไทย อย่าปล่อยให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อน แย่งชิงผลประโยชน์

(24 ต.ค. 67) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

อย่าปล่อยให้คนปล้นชาติ ทำให้พื้นที่ทะเลไทย กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

18 พฤษภาคม 2516 มีพระบรมราชโองการในสมัยรัชกาลที่ 9 ประกาศกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย โดยยึดถือมูลฐานแห่งบทบัญญัติของอนุสัญญาว่าด้วยทะเล อาณาเขตและเขตต่อเนื่อง ซึ่งกระทำ ณ กรุงเจนีวา ลงวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1958 โดยการลากเส้นจากหลักเขตที่ 73 ของไทย ออกมาแบ่งครึ่งมุมระหว่างเกาะกูด และเกาะกง ตามบทบัญญัติแห่งกรุงเจนีวาว่าด้วยไหล่ทวีป ค.ศ. 1958 (รับรองโดยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982)

ดังนั้นพื้นที่ทะเลอาณาเขต พื้นที่ทะเลต่อเนื่อง และพื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะ ฝั่งอ่าวไทยรวมพื้นที่ 202,676.20 ตารางกิโลเมตร หรือ 126,672,638 ไร่ รวมทั้งทรัพยากรทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าวจึงย่อมเป็นของราชอาณาจักรไทย ที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของบรรพบุรุษไทย รวมทั้งแลกด้วยแผ่นดินไทยจำนวนมหาศาลตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ใช่เอาไปบิดเบือนพระบรมราชโองการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 ให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ในเรื่องพลังงานอย่างไม่ถูกต้อง และไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทย

ด้วยจิตคารวะ
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
22 ตุลาคม 2567

‘หนุ่ม กรรชัย’ เทียบนาฬิกาหรู ‘บอสพอล’ ไม่ตรงรูปบนโซเชียล เหล่านักเล่นนาฬิกา ยัน!! เป็นเสียงเดียวกัน มันคือของปลอม

(23 ต.ค. 67) จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นเข้าตรวจค้นและยึดอายัดทรัพย์สินของ นายวรัตน์พล วรัทน์วรกุล หรือ บอสพอล ที่ถูกนำมาซุกซ่อนในห้องเช่า ภายในซอยรามอินทรา 9 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินเป็นนาฬิกาหรู 19 เรือน หนึ่งในนั้นคือนาฬิกาหรู Richard Mille RM 53-01 และ Richard Mille RM 35-02 ซึ่งทั้ง 2 เรือนนี้ มีมูลค่ารวมกันกว่า 33 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีพระเครื่อง และสร้อยคอทองคำ รองเท้า รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ กล่าวในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ เกี่ยวกับกรณี ดีเอสไอ เข้าทำการตรวจค้นแล้วเจอนาฬิกาหรูของบอสพอล โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ริชาร์ด มิลล์, โรเล็กซ์ , ปาเต๊ะ, โอเดอะมาร์ส ปิเกต์ หรือ AP, โอเมก้า และอีกมากมาย

คือนาฬิกาพวกนี้ ‘ดีเอสไอ’ ไปจับและโชว์ภาพออกมา เหล่านักเล่นนาฬิกาพูดเป็นเสียงเดียวเลยว่า ‘เก๊ยันกล่อง’ เขาบอกเลยว่าเก๊ยันกล่อง เขาพูดอันนี้เลย ก็คือน่าจะทุกเรือน กล่องพวกนี้ปาเต๊ะเขาไม่น่าจะมีนะ

หนุ่ม กรรชัย กล่าวต่อว่า อย่างเรือนที่ 2 ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า เป็น RM3502 เรือนที่เม็ดมะยมสีแดง ๆ จริงเรือนนี้คือ 01 แล้วก็น่าจะไม่แท้ด้วย ส่วนขวามือสุดคือ 5301 อันนี้ก็ไม่น่าจะแท้ด้วย คือคนที่เล่นนาฬิกาเขาจะรู้เลย รวมถึงเรือนอื่น ๆ ด้วย

แต่ทีนี้มันแปลกตรงไหนรู้ไหม อย่างเรือนข้างล่างก็คือ นาฬิกาเพอร์นอต อันนี้ก็น่าจะเก๊ จริง ๆ แล้วดีเอสไอต้องเอาเจ้าหน้าที่ของทางปาเต๊ะเอง ของทาง AP หรือจะเป็นโอเมก้า หรือริชาร์ด มิลล์ เอาเข้ามาตรวจสอบด้วย

ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะเป็นประเด็นเหมือนที่ผ่าน ๆ มา เมื่อก่อนก็มีข่าวศุลกากรไปจับมาเหมือนกัน เสร็จแล้วปล่อยออกจำหน่ายเป็นนาฬิกาเก๊ อันนี้มีประเด็น

นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังยกตัวอย่างโดยมีการยกภาพของบอสพอลที่ใส่นาฬิกาก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกด้วย ซึ่งไม่พบอยู่ในกล่องที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดไว้ได้

‘อัจฉริยะ - ทนายตั้ม’ จับมือคืนดี!! จบแค้น 7 ปี พร้อมให้สัญญา!! จะไม่หักหลัง ไม่ทำร้ายกันอีก

(23 ต.ค. 67) กลายเป็นคู่กรณีกันมายาวยาว ระหว่าง ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด และนายอัจฉริยะเรืองรัตนพงษ์ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมซึ่งมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกันกลายคดีด้วยกัน

ล่าสุด ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด และ นายอัจฉริยะ ได้หันมาจับมือคืนดีกัน โดยทนายตั้ม ได้โพสต์ว่า 

“วันนี้พี่อัจฉริยะ เข้ามาขอโทษผมที่บริษัท พูดตามตรงผมก็ระแวงนะ คนเคยรักกัน มาทำกันขนาดนั้นพูดตามตรงมันก็ผูกใจเจ็บ แต่พี่เขารับปากต่อหน้าสาธารณชน ว่าจะไม่หักหลังไม่ทำร้ายกันอีก และจะใช้เวลาจากนี้ในการต่างคนต่างช่วยเหลือสังคมกันต่อไปในอนาคต ผมเลยไม่ติดใจอะไรกับแกอีกครับ”

ด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาที่สำนักงานทนายตั้ม เพื่อจะบอกกับทนายตั้มว่า วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องเลิกทะเลาะกัน เพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีคดีต่อกันแล้วเนื่องจากในปัจจุบันมีคดีต่างที่ทำร้ายพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงอยากมาบอกให้เราเลิกทะเลาะกัน

แล้วเดินหน้าต่อสู้และทำงานเพื่อประชาชนดีกว่า อยากมาชวนทนายตั้มช่วยกันทำงานทางด้านสังคมร่วมกัน ซึ่งยกตัวอย่างคุณทักษิณ ชินวัตร และคุณเนวิน ชิดชอบ มีเรื่องไม่ถูกใจกัน สุดท้ายก็กลับมาดีกันได้

ตนจึงมองว่าตนกับทนายตั้ม ทะเลาะกันมาร่วม 7 ปี แล้ว วันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะเลิกแล้วต่อกัน แล้วมาช่วยกันทำงาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนต่อไป เดินหน้าตรวจสอบตำรวจใหญ่ต่างๆ เรื่องดิไอคอน ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดตัวละครสำคัญของเรื่องนี้ ในเรื่องของเทวดาต่างๆ ให้รอฟังในรายการโหนกระแส นักร้องชุดดังกล่าวตนรู้จักไม่น้อยกว่า 10 ปี ตนรู้ดีทุกอย่างไม่ว่าเขาทำอะไรมาบ้าง

‘พีระพันธุ์’ นำทีมรวมไทยสร้างชาติ ต้อนรับ ‘โปลิตบูโรจีน’ ย้ำ!! พร้อมเดินหน้า ความร่วมมือ ‘เศรษฐกิจ - การเมือง’

(23 ต.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และคณะ ได้ให้การต้อนรับกับคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือโปลิตบูโร และคณะ ซึ่งนำโดยท่านเฉิน กัง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลชิงไห่ ท่านทูตหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในวาระที่ทั้งสองประเทศนั้น จะมีความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี 

นายพีระพันธุ์นั้น ได้กล่าวชื่นชม ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน โดยได้ยกย่องว่าเป็นผู้นำระดับโลกที่นานาชาติให้การยอมรับว่าทำให้ประเทศจีน พัฒนาอย่างรวดเร็วนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนและก็ยังกล่าวขอบคุณ ท่านผู้นำจีน ที่ได้ให้ความสำคัญกับประเทศไทย ในการให้ความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งการส่งเสริม ทางด้านการค้า การลงทุน รวมทั้งการต่อยอดพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ 

ซึ่งทาง นายเฉิน กัง ก็ได้กล่าวยินดีในความร่วมมือของทั้งสองประเทศและจะได้มีการพัฒนาความร่วมมือในหลายมิติต่อไป โดยเล็งเห็นว่าการที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้ามาบริหารงานที่กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม นั้นถือเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่จะต่อยอดกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน สร้างความรุ่งเรืองให้กับเศรษฐกิจของทั้งไทยและจีน นอกจากนี้ในอนาคตจะได้พัฒนาความร่วมมือด้านการเมืองร่วมกันโดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างพรรคการเมืองซึ่งกันและกันอีกด้วยเพราะพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นก็ต้องการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติเพื่อพี่น้องประชาชนโดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตในการบริหารประเทศดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ของทั้ง2ฝ่ายจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ก็ยังได้กล่าวเชิญ นายพีระพันธุ์ ทั้งในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย และในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มณฑล ชิงไห่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย

ขสมก. ลงโทษ!! พนง.จ่ายงาน ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับ ‘คนขับรถเมล์’ พร้อม!! อบรมใหญ่ ให้เป็น ‘หัวหน้าที่ดี’ รับฟังปัญหา ‘ผู้ใต้บังคับบัญชา’

(23 ต.ค. 67) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพที่แคปจากแชตที่คุยกับหัวหน้างาน ขอลางานกลับไปหาแม่ที่กำลังป่วยหนัก โดยบทสนทนาระบุว่า ผมกำลังกลับบ้านนะพี่ แม่ผมไม่ไหวแล้ว ถ้างั้นผมจะบอกพี่อีกทีนะ แม่ผมจะตาย พี่ให้ผมทำไง โดยหัวหน้างานตอบกลับมาว่า ทำไมหยุดงานมั่วซั่วงี้ ไม่แจ้งล่วงหน้ากลับเชิญพบหัวหน้า ไม่ใช่มาแจ้งตอนเขาปิดงาน อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์เป็นพนักงานขนรถโดยสารของขนส่งมวลชนแห่งหนึ่ง และมารดาเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ออกแถลงการณ์ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2567 เรื่อง การดำเนินการพนักงานจ่ายงาน กรณีใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับพนักงานขับรถโดยสาร เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุบทลงโทษด้วยการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมอบรมเกี่ยวกับการเป็นหัวหน้างานที่ดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แถลงการณ์ระบุว่า เนื่องจากสื่อโซเชียลได้มีการเผยแพร่ข่าว กรณี พนักงานจ่ายงาน ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับ พนักงานขับรถโดยสาร ที่ส่งข้อความขออนุญาตลางานอย่างกะทันหัน ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อเดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ป่วยและมีอาการทรุดหนัก ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาตัวในห้องไอซียู ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ซึ่งต่อมามารดาของพนักงานได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2567

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอแสดงความเสียใจกับพนักงานขับรถโดยสารคนดังกล่าว และขอชี้แจงให้ทราบว่า จากการสอบข้อเท็จจริง พนักงานจ่ายงานคนก่อเหตุให้การยอมรับว่าได้ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับพนักงานขับรถโดยสารจริง เนื่องจากอ่านข้อความไม่ครบถ้วน และเสียใจกับการกระทำของตนเอง โดยให้สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ขสมก.ได้ลงโทษพนักงานจ่ายงาน ด้วยการว่ากล่าวตักเตือน พร้อมทั้งอบรมพนักงานเกี่ยวกับการเป็นหัวหน้างานที่ดี รับฟังและช่วยแก้ไขปัญหาเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีความสุข นำไปสู่การให้บริการที่ดีแก่ประชาชน

ด้วยพระปรีชา ของ ‘ในหลวงรัชกาลที่ 5’ ทำให้ ‘ไทย’ ได้เป็น ‘ไท’ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้น

(23 ต.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Nitipat Bhandhumachinda’ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้ง เกี่ยวกับประโยค ‘สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’ โดยมีใจความว่า …

เวลาผมเขียนประโยคที่ว่า ‘สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’ นั้น 

ก็ขอเรียนตรงๆว่า ไม่เคยสักครั้งที่เขียนไปแค่ตามวาระ หรือตามมารยาทอะไรใดๆ

แต่ก็จะมีที่มาที่ไปให้สามารถกล่าวได้เต็มปากทุกๆครั้งว่าทำไมที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ไหน ก็จะสามารถกล่าวได้เต็มปาก เขียนได้เต็มคำเช่นนั้น
อย่างวันปิยมหาราชนี้นั้น หากเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ใดๆเลย เกิดจะสงสัยว่ามีความสำคัญอะไรใดๆนั้น

ในรัชสมัยของ ‘ในหลวงรัชกาลที่ห้า’ นั้น ประเทศเรามีการพัฒนามากมายในทุกๆรูปแบบ มีความเจริญก้าวหน้าทันยุคทันสมัย และที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยคนหนึ่งอย่างผม

ก็คือ เปิดแผนที่โลกแผ่นนี้เมื่อไหร่ ก็สามารถชี้ใครต่อใครทั่วโลกให้เห็น ขวานทองด้ามเล็กๆ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

เพราะสีทองๆส้มๆดังกล่าวนั้น แสดงถึงความหมายถึงความเป็นไท แสดงถึงเอกราชที่ไม่ต้องขึ้นกับใคร และไม่ว่ามหาอำนาจจากสหภาพยุโรปจะแผ่อำนาจเข้ายึดครองเกือบทุกอาณาจักรทั่วโลกอย่างไร

ก็มีเพียงญี่ปุ่น เกาหลี (ที่เป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น) ไลบีเรีย (ที่เป็นเมืองขึ้นของสหรัฐฯ) และสยามประเทศ เท่านั้น

ที่รอดพ้นการยึดครองในยุคแห่งการล่าเมืองขึ้นของมหาอำนาจจากยุโรปมาได้ตลอดรอดฝั่ง

ซึ่งถ้าไม่รู้จักสำนึกอะไรใดๆ ในพระปรีชาสามารถความอดทนอดกลั้น และความพากเพียร จนสังคมประเทศชาติรอดพ้นภัยอันตรายระดับนั้นมาได้ ของพระองค์ท่านแล้ว

ก็นึกไม่ออกจริงๆว่าชีวิตนี้จะรู้จักสำนึกบุญคุณอะไรของใครได้อีก

ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
23 ตุลาคม พุทธศักราช 2567

‘หนูนา ศิลปอาชา’ โพสต์เฟซ!! เป็นห่วง ‘พลายประกายแก้ว’ ชี้!! กฎหมายระบุชัด ช้างลากซุง ต้องมีอายุระหว่าง 25 - 50 ปี

(23 ต.ค. 67) นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หรือ ‘หนูนา’ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าอนุรักษ์ช้างไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีใจความว่า ...

ภารกิจต่อไปที่เราแม่ๆพ่อๆต้องส่งใจช่วยคือ…การพาน้องขุนเดชสู่คชบาลค่ะ…
เข้าใจว่าทาง ผอ. และคุณหมอคงวางแผนกันไว้แล้วถึงขั้นตอนและกำหนดการ…

และสำหรับแม่ๆที่ห่วงใยพลายประกายแก้ว..ช้างอายุ 16 ที่ถูกขาย..จากช้างงานแห่สุรินทร์..ไปเป็นช้างลากซุงที่ควนกาหลง สตูล …
ซึ่งผิดกฎหมาย…

ดิฉันบอกเสมอถึงบทบัญญัติกฎหมายว่าช้างที่จะถูกใช้ลากซุง ต้องอายุระหว่าง 25-50 ปีเท่านั้น..
ดิฉันตามตลอดนะคะ… 3 รอบแล้วที่ปศุสัตว์เข้าไปดูให้…

และเจ้าของให้คำมั่นว่า..ไม่ได้ใช้น้องลากซุงแล้ว.. ถ้าพบว่าใช้จะยินดีรับโทษตามกฎหมาย…
แต่ดิฉันก็ไม่ได้นอนใจ..ซึ่งทางปศุสัตว์จะช่วยดิฉันตามให้ตลอดค่ะ…

เรื่องนี้ต้องขยาย ไม่รู้ไม่ได้แล้ว!!

เรื่องนี้ต้องขยาย ไม่รู้ไม่ได้แล้ว!! NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า ปรับผังใหม่อีกครั้ง สมาชิกเพิ่ม แต่เนื้อหา สาระ ความรู้ คู่ข่าวสาร ยังอัดแน่น คงเดิม!! 
📌จันทร์ : ไอยรา อัลราวีย์ คู่ จ่าตรีดนุนันท์ ชวนอยู่
📌อังคาร : วสันต์ มนต์ประเสริฐ คู่ พ.จ.อ.อดิศร จันทรวัฒน์
📌พุธ : ไอยรา อัลราวีย์ คู่ จ่าเอกภูริณัฐ วิชาชู
📌พฤหัสบดี : วสันต์ มนต์ประเสริฐ คู่ พ.จ.อ.อดิศร จันทรวัฒน์
📌ศุกร์ : ไอยรา อัลราวีย์ คู่ พี่น้อย ศตกมล วรกุล

ติดตามรับชม รับฟัง ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทางวิทยุ FM93 ส.ทร.วังนันทอุทยาน และ Live ผ่านสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES  

‘โฆษกสธ.' สรุปอาการ 3 นักเรียนหญิงเหยื่อไฟไหม้รสบัสล่าสุดพบ อาการดีขึ้น อยู่ในขั้นปลอดภัย มี 1 รายเตรียมความพร้อมกลับบ้าน อีก 2 ราย จักษุแพทย์ดูแลรักษาดวงตาอย่างเต็มที่

(22 ต.ค. 67) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า ได้รับรายงานผู้ป่วยเด็กหญิงโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีรถบัสเกิดเพลิงไหม้ บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้า หน้าอนุสรณ์สถาน ตำบลคูคน อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จำนวน 3 คน ล่าสุด ทุกคนโดยรวมมีอาการดีขึ้น ถือเป็นข่าวดีที่เด็กเหล่านี้ได้พ้นขีดอันตราย เมื่อแรกเข้ารับการรักษาอยู่ในสภาวะที่น่าห่วงอย่างมาก ตลอด 20-21 วัน แพทย์ได้ดูแลรักษาอย่างดีที่สุด มีรายละเอียด ดังนี้

คนแรก เป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้ารับการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ สถาบันฯออกแถลงการณ์เวลา 9.00 น. วันที่  21 ตุลาคม สรุปว่า “อาการดีขึ้น บาดแผลไฟไหม้โดยรวมดีขึ้นมาก ไม่พบการติดเชื้อ ไม่พบปัญหาข้อติดยึด สามารถทำกายบริหาร ยืดเหยียดข้อไหล่ ข้อศอกและข้อนิ้วมือ เพื่อป้องกันข้อติดได้ดี ด้านจิตใจ ผู้ป่วยมีอารมณ์คงที่ นอนหลับได้ปกติ ผลการรักษาเป็นที่พึงพอใจของทีมแพทย์  แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาและฟื้นฟูทั้่งร่างกายและจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับบ้านต่อไป..”

คนที่สอง เป็นเด็กหญิง อายุ 9 ปี รักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิพระเกียรติ มีอาการไฟไหม้ใบหน้า คอ แขนและมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สองและทางเดินอากาศบาดเจ็บจากการสูดดมควันไฟ แพทย์รักษาด้วยการปรับยาแก้ปวดและยานอนหลับต่อเนื่อง ให้อาหารผ่านสายทางจมูก ให้ยาลดความดันโลหิต ประเมินดวงตาทางจักษุแพทย์ อาการล่าสุด ผู้ป่วยหายใจได้เองโดยไม่ต้องให้ออกซิเจน สามารถพูดสื่อสารความต้องการได้ ให้ยาแก้ปวดเป็นครั้งคราว เริ่มกินอาหารทางปากได้เพิ่มมากขึ้น ใช้อุปกรณ์บีบคลายขาทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน ทางทีมจักษุแพทย์ได้ดูแลรักษาดวงตาอย่างเต็มที่

คนที่สาม เป็นเด็กหญิงอายุ 7 ปี รักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไฟไหม้ใบหน้าลำตัว และมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สอง อาการล่าสุด สามารถหายใจได้เอง ไม่ต้องใช้ออกซิเจน พูดสื่อสารความต้องการได้ รับประทานอาหารทางปากได้มากขึ้น ใช้อุปกรณ์บีบคลายขาทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน ไม่พบตำแหน่งติดเชื้อชัดเจน เฝ้าระวังอาการและเฝ้าระวังการติดเชื้อแทรกซ้อน ทีมจักษุแพทย์มีแผนเปิดแผลเช้าวันที่ 22 ตุลาคม โดยแผนการรักษา เข้าห้องผ่าตัดเพื่อประเมินเยื่อตาและกระจกตา

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แสดงความขอบคุณทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยทั้ง 3 คนอย่างดียิ่ง มีความสบายใจที่ได้รับทราบข่าวว่าอาการของนักเรียนดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกันนี้ได้ส่งกำลังใจมาถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของน้องนักเรียน 3 คนนี้ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจติดตามข่าว ก็ขอให้คลายความกังวล กระทรวงสาธารณสุขจะดูแลและติดตามการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและอย่างดีที่สุด

‘สมศักดิ์’ สั่งจัดการเพจปลอม แอบอ้างชื่อ-ภาพ ขายยาปลุกเซ็กซ์ เพิ่มสมรรถนะเพศชาย หลอกลวงผู้บริโภค สั่งอ.ย.แจ้งกองปราบฯ เอาโทษถึงที่สุด เข้าข่ายผิดกฎหมาย 2 ฉบับ

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ถูกมิจฉาชีพมีพฤติการณ์ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บังอาจทำเพจ เฟซบุคปลอมระบุ “รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข - ยาโป๊ปลุกอารมณ์ของผู้ชาย แก้ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศษของผู้ชาย…” ลงภาพตราสัญลักษณ์พร้อมชื่อกระทรวงสาธารณสุข ที่สำคัญ ได้ลงภาพครึ่งตัวและชื่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และข้อความโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับสมรรถภาพทางของชาย เช่น ทำให้อึดทน ใหญ่ขึ้น แข็งขึ้น ฯลฯ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของนายสมศักดิ์และกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งทำให้ผู้ที่เห็นสื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงให้เข้าใจผิด สั่งซื้อยามากินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจทำให้ได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

น.ส.ตรีชฎากล่าว่า นายสมศักดิ์ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ดำเนินการโดยเร่งด่วน โดยหลังจากพบเพจเฟซบุคปลอมดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยนายวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีหนังสือถึงผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สืบหาข้อมูลและบุคคลผู้กระทำผิดที่สร้างเพจปลอมแอบอ้างผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข 

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองกล่าวต่อไปว่า เพจปลอมที่แอบอ้างชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก หากไม่ระงับยับยั้งพฤติการณ์จะนำไปสู่การลักลอบขายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตทางเวบไซต์ต่างประเทศ หรือทางสื่อออนไลน์ ไม่เพียงแต่เข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ยังอาจเข้าข่ายโฆษณาขายยาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 อีกด้วย

“วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อ จะตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดด้วยการแอบอ้าง ชื่อและภาพของนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ครั้งนี้เจตนาให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าตัวดังกล่าวได้รับการรับรองหรือรับประกันการโฆษณาขายยาปลุกเซ็กซ์ผู้ชาย เป็นการหากินบนความเดือดร้อนของคนอื่น ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้หลงเชื่อเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก ทางอ.ย.ได้แจ้งไปยังตำรวจที่ีรับผิดชอบให้เร่งสืบหาผู้กระทำความผิด งานนี้หวังว่าทางตำรวจจะเร่งดำเนินการหาผู้กระทำความผิด น่าจะใช้เวลาไม่มากก็สามารถตามจับกุมตัวคนทำเพจปลอมมาดำเนินคดีได้ ก่อนความเสียหายจะบานปลายไปมากกว่านี้” น.ส.ตรีชฎากล่าว

ศรชล. นำกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสา วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม

น.อ.โกวิท สิงห์ทอง รอง ผอ.ศรชล.จว.จบ.พร้อมด้วย กำลังพล ศรชล.จว.จบ. ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( วันปิยมหาราช) 23 ตุลาคม ณ วัดสุวรรณรังษี ม.4 ต.ตะปอน อ.ขลุง จว.จันทบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถาน โดยมี นายสันติ รังษีรุจิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘หมูเด้งเรซซิ่ง’ รันวงการมอเตอร์สปอร์ตบุก ‘โมโตจีพี’ กับรายการ ThaiGP x MOODENG ใครมีบัตรลุ้น 2 เด้ง

หมูเด้งรันทุกวงการ ล่าสุด 'โมโตจีพี' สนามประเทศไทย หรือ ThaiGP สร้างตำนานบทใหม่ จับมือสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย คอลแลบ (Collab) 'หมูเด้ง' ซูเปอร์สตาร์ตัวกลม สู่ศึกกรังด์ปรีซ์ที่เร็วและแรงที่สุดในโลก ที่กำลังจะระเบิดศึกบนผืนแผ่นดินไทย จัดแคมเปญเอาใจแฟนความเร็วทั่วโลกที่มีใจรัก ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระสุดน่ารัก เจ้าของมีมเกรี้ยวกราดแห่งปี โดยผู้ที่มีบัตรโมโตจีพี เตรียมลุ้นสิทธิ์ 2 เด้ง แบบลิมิเต็ด สนามเดียวในโลก

ข่าวดีรับโค้งสุดท้ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ 'PT Grand Prix of Thailand 2024' ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ การแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุดที่มีการจัดในประเทศไทย มีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก จาก 220 ประเทศทั่วโลก

คณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน โดยนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมย์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันโมโตจีพี ถือเป็นศึกสองล้อที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ในแต่ละปีจัดการแข่งขันมากกว่า 20 สนาม แต่ละประเทศที่เป็นเจ้าภาพจะถือโอกาสนี้นำแหล่งท่องเที่ยว เสน่ห์ทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่นมาโชว์ รวมถึงทำแคมเปญต่าง ๆ ร่วมกับดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ 

ในปีนี้ 'หมูเด้ง' ได้สร้างมีมและไวรัลไปแล้วทั่วโลก ด้วยความน่ารัก สดใส สามารถสร้างชื่อเสียงและผลักดันการท่องเที่ยวได้อย่างทรงพลัง จึงมีการนำหมูเด้งมาร่วมทำแคมเปญโมโตจีพี สนามประเทศไทยขึ้นมา ซึ่งดีลสุดพิเศษแห่งปีนี้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการแข่งขันโมโตจีพี 

โดยฝ่ายจัดการแข่งขัน ร่วมกับดอร์น่า สปอร์ต และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตัดสินใจนำ 'หมูเด้ง' ซูเปอร์สตาร์แก้มชมพูสู่โลกมอเตอร์สปอร์ต คอลแลบกันภายใต้แคมเปญ ThaiGP x MOODENG โอกาสสุดพิเศษสำหรับแฟนความเร็วที่มีบัตรโมโตจีพี สนามประเทศไทยเท่านั้น

เด้งที่ 1 เพียงแสดงบัตรเข้าชมโมโตจีพี รายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 (ยกเว้นบัตร Admission) รับไปเลยส่วนลด 50% สำหรับบัตรเข้าชมความน่ารัก เยี่ยมบ้าน 'หมูเด้ง' ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว หมดเขตวันที่ 30 พ.ย. 67

เด้งที่ 2 ลุ้นรับเสื้อ MOODENG Limited Edition พิเศษ สำหรับแฟน ๆ โมโตจีพี เพียง 20 ตัว ในโลกเท่านั้น! ตัวเสื้อเป็นสีขาว เนื้อผ้าสวมใส่สบาย ด้านหน้าเป็นมีมใหม่สุดคิ้วท์ 'หมูเด้งเรซซิ่ง' พร้อมข้อความ Time to Race สร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ให้ซูเปอร์สตาร์แห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวมบทบาทนักบิดตัวกลมควบรถแข่งโมโตจีพีแบบตะมุตะมิ ที่เชื่อว่าจะกลายเป็นของแรร์ ไอเท็ม มีค่าหายาก สำหรับคนรักหมูเด้งทั่วโลกแน่นอน จากผู้ชมโมโตจีพี สนามประเทศไทยมากกว่า 2 แสนคน จะมีผู้โชคดี เพียง 20 คนเท่านั้น โดย Random ผู้โชคดีจากเลขหลังบัตรในระบบ Allticket ประกาศผลวันที่ 4 พ.ย. 67 ทางเพจ Chang Circuit Buriram

รรท.รอง ผบ.ตร. ร่วมประชุม 'Open Heart' บูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับงานปราบปรามการค้ามนุษย์

วันนี้ (22 ตุลาคม 2567) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค)/ผอ.ศพดส.ตร.) เข้าร่วมประชุมเปิดใจ “Open Heart” : ยกระดับงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาสังคมและข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน , นางสาวอรนุช ภักดีวิสุทธิพร รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ , พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (พม., มท., รง., กต., ทท., กษ., ศย., อส., ศรชล., DSI, สตม., สถานแรกรับฯปากเกร็ด และสถานคุ้มครองฯ ภาครัฐ 8 แห่ง พร้อมหน่วยงานภาคเอกชนอื่นๆ NGOs) กว่า 21 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร.(มค)/ผอ.ศพดส.ตร. ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หารือและตรวจการลักลอบใช้แรงงานผิดกฎหมายในภาคประมง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร สร้างให้เป็น “สมุทรสาครโมเดล” ปราศจากการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานในภาคประมง เพื่อให้แนวโน้มการกระทำความผิดประเภทนี้ลดลง อีกทั้งยังร่วมกันรับฟังสภาพปัญหาของผู้ประกอบการและแรงงานภาคประมง ซึ่งได้เสนอความต้องการให้ทางราชการปรับลดขั้นตอนการตรวจอนุญาตให้มีการตรวจเอกสารเพียงฉบับเดียว ลดความยุ่งยาก สิ้นเปลืองและเอกสารสูญหาย นอกจากนี้ ยังได้จัดชุดปฏิบัติการ TICAC จับกุมการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต โดยในปี 2566 จับกุมได้ 541 คดี และในปี 2567 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 จับกุมได้ 314 คดี ซึ่งอาชญากรรมประเภทนี้ เปลี่ยนรูปแบบจากออนไลน์เป็นออฟไลน์มากขึ้น มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้รับฟังความคิดเห็น ปัญหา ข้อเสนอแนะ ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม (NGOs) กรณีการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่ 3 หรือประเทศเพื่อนบ้าน ในการตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ และร่วมกระทำความผิดขบวนการแก๊ง Call Center พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเข้า-ออกราชอาณาจักร และกำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจภูธรภาค 2-9 และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีพื้นที่ติดแนวชายแดน กำหนดมาตรการคัดกรองคนต่างด้าวประเทศกลุ่มเสี่ยงในการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร จัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้เดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร 6 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เมียนมา ลาว มลายู และไทย โดยให้ติดตั้งบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดน และท่าอากาศยานระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงไปค้ามนุษย์ในต่างประเทศ ดำเนินการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM อย่างเคร่งครัด พร้อมฝึกอบรมให้ความรู้ในจริธรรมและเทคนิคของล่ามแปลภาษา และเปิดศูนย์คัดแยกและส่งต่อผู้เสียหายระดับชาติ อย่างเป็นทางการ โดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

สำหรับแนวทางในการขับเคลื่อน เพื่อยกระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยขึ้นสู่ Tier 1 ได้กำหนดนโยบายเน้นหนัก ได้แก่ การอบรมให้ความรู้แก่ข้าราชการตำรวจด้าน NRM เพื่อให้มีการขับเคลื่อนตามกลไก NRM เต็มรูปแบบ อบรมเพิ่มทักษะในการเก็บพยานหลักฐานทางดิจิทัล เพื่อมุ่งเน้นการปราบปรามผู้กระทำผิดออนไลน์ บังคับใช้กฎหมายในคดีค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ มุ่งเน้นให้มีการสืบสวนขยายผลไปยังตัวการ ผู้ซื้อบริการ หรือดำเนินการในการปิด Website หรือ Application ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ยกระดับการให้บริการล่ามแปลภาษาแก่ผู้เสียหาย ตลอดจนเพิ่มความเข้มในการตรวจเข้า-ออกราชอาณาจักร และประชาสัมพันธ์ผู้เดินทาง เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ดำเนินการทางวินัยและอาญากับข้าราชการตำรวจที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด และเพิ่มการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ในการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top