Friday, 17 July 2026
NEWS

‘รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา’ ชูบทบาทภาคเอกชนในเวทีประชุมคณะกรรมการ AI แห่งชาติ หนุนไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน เสนอแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์ระยะ 2 ปี

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 68) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ตัวแทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและเสนอแนวทางขับเคลื่อนแผนระยะถัดไป

ที่ประชุมได้สรุปความก้าวหน้าของแผนปี 2566-2567 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่แผนระยะยาว โดยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดทำกรอบจริยธรรมและศูนย์ธรรมาภิบาล AI การเปิดใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง การผลักดันหลักสูตร AI ในทุกระดับการศึกษา และความร่วมมือด้านวิจัย เช่น Medical AI ที่พัฒนาโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์กว่า 2.2 ล้านภาพ ครอบคลุม 8 กลุ่มโรคหลัก

ในขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรายงานความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของไทยเพื่อเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก 'UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025' ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านนโยบาย AI โดยคาดว่าจะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในเวทีนานาชาติในฐานะผู้นำด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในเชิงบวก

จากพื้นฐานที่วางไว้ รัฐบาลจึงผลักดัน National AI Program ระยะ 2 ปี (2569–2570) โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน AI ในอาเซียน ผ่านการเร่งสร้างบุคลากรด้าน AI ให้ครบทั้ง 3 กลุ่มหลัก คือ AI User, AI Professional และ AI Developer พร้อมทั้งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส ที่เปิดให้นักพัฒนาใช้งานอย่างทั่วถึง

ภายใต้แผนนี้ ยังมีการกำหนดแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การแพทย์ การท่องเที่ยว และการเกษตร ด้วยการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพบริการ และสร้างผลผลิตอย่างตรงเป้า โดยรัฐจะสนับสนุนโครงการผ่านมาตรการจูงใจและงบประมาณสนับสนุนอย่างชัดเจน

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของแผน พร้อมมอบหมายให้กระทรวง อว. และกระทรวงดีอี จัดทำกรอบงบประมาณและรายละเอียดโครงการเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป พร้อมเน้นให้ National AI Program ระยะ 2 ปี เป็นวาระแห่งชาติ เร่งเดินหน้าทุกมิติ ทั้งการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน และการต่อยอด AI เชิงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก

ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

(2 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือตรีหญิง ดอกเตอร์ ทันตแพทย์หญิง จีระวัฒน์ กฤษณพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือพร้อมคู่สมรส ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ โดยภายหลังเข้าร่วมพิธีแล้วผู้บัญชาการทหารเรือได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ของกองทัพเรือ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" 

ในส่วนของกองทัพเรือเนื่องในวันฉัตรมงคล ณ วัดบางยี่ขัน ประกอบด้วย การทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ภายในวัด การพัฒนาพื้นที่ชุมชน และบริเวณใกล้เคียง การจัดตั้งจุดให้บริการประชาชน ได้แก่ การจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน การให้บริการตัดผม การให้บริการซ่อมรถจักรยาน/รถจักรยานยนต์ เบื้องต้น การให้บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และการให้บริการทางการแพทย์เบื้องต้นจาก กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมรถทันตกรรมเคลื่อนที่และทันตแพทย์ในการตรวจสุขภาพฟันให้แก่ประชาชน การจัดชุดจักษุแพทย์พร้อมชุดตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเคลื่อนที่ เพื่อตรวจวัดสายตาและ ประกอบแว่นให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียง โดยมีกำลังพลจากหน่วยต่างๆของกองทัพเรือ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชุมชน ประชาชนจิตอาสา สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน สำนักงานเขตบางพลัด ร่วมในกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งดำรงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพเรือ

วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้น เมื่อวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ดังนั้น วันฉัตรมงคลในปัจจุบัน จึงตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี

‘ดร.ธนกฤต’ เผยโรงพยาบาลยอมรับให้เลือดผิดกรุ๊ป กรณีเหยื่อถูกปูนพระราม 2 หล่นทับ เสียชีวิต!!

(2 พ.ค. 68) นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนายอำนาจ ทองขำ อายุ 46 ปี ซึ่งถูกก้อนปูนตกใส่รถขณะขับผ่านบนถนนพระราม 2 โดยระบุว่า โรงพยาบาลแห่งแรกที่รับตัวผู้บาดเจ็บได้ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการให้เลือดผิดกรุ๊ป

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณ กม.27+500 ขาออกกรุงเทพฯ เขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร ส่งผลให้นายอำนาจได้รับบาดเจ็บสาหัส ตับฉีก และเสียเลือดมาก เบื้องต้นโรงพยาบาลควรให้เลือดกรุ๊ปโอ ซึ่งใช้ได้กับทุกกรุ๊ป แต่เนื่องจากขาดแคลน จึงเลือกใช้เลือดกรุ๊ปบีที่ตรงกับข้อมูลของผู้ป่วย ทว่าเมื่อส่งตรวจกลับพบว่าเลือดในร่างกายเป็นกรุ๊ปเอ

ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตสงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุในการเสียชีวิต ซึ่งทางกระทรวงฯ ระบุว่าจะตรวจสอบอย่างละเอียด โดยแยกพิจารณาประเด็นการเยียวยาเป็นสองส่วน ได้แก่ เรื่องก้อนปูนตกลงมา และความผิดพลาดของโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการหรือมาตรการเยียวยาจะมีการรายงานต่อสาธารณชนอีกครั้งในลำดับถัดไป

ผบ.ศูนย์ฝึกทหารใหม่ฯ รับเจ้ากรมข่าวทหารเรือ และ 15 ผู้ช่วยทูตทหาร เยี่ยมชมหน่วย 

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต้อนรับคณะ เจ้ากรมข่าวทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยทูตทหาร 15 ประเทศ ในโอกาสเยี่ยมชมหน่วย เพื่อสร้างการรับรู้การบริหารจัดการในการฝึกทหารกองประจำการ น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) ต้อนรับ พล.ร.ท.พิบูลย์ พีรชัยเดโช เจ้ากรมข่าวทหารเรือ และคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ/กรุงเทพฯ ที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศ ในการเข้าเยี่ยมชมหน่วย ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดย กรมข่าวทหารเรือ กำหนดจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือ กับผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศฯ ประจำปี งบประมาณ 2568 (MAC-T Tour 2025) ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.68 - 1 พ.ค.68 ในพื้นที่ภาคตะวันออก (จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง) โอกาสนี้ เพื่อให้การสร้างการรับรู้ภารกิจในการฝึกทหารกองประจำการของ กองทัพเรือ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศฯ ให้ความสนใจ 

เจ้ากรมข่าวทหารเรือ จึงได้นำคณะฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของกองทัพเรือ ที่มีภารกิจดำเนินการฝึกอบรม ให้การศึกษาและปกครองบังคับบัญชา ทหารกองประจำการ ปีงบประมาณละ 4 ผลัด ผลัดละ 3,000 นาย โดยมีระยะเวลาในการฝึกอบรม 8 สัปดาห์ต่อผลัด เพื่อเปลี่ยนแปลงทหารใหม่ จากพลเรือนให้มีลักษณะทางทหารและฝึกอบรมความรู้ที่สำคัญประกอบด้วย วิชาทหารราบ ตามคู่มือแบบฝึกพระราชทาน โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (รร.ทม.รอ.) , วิชาชีพทหารเรือทั่วไป เช่น การอาวุธ , การผูกเชือก , การตีกระเชียงเรือ และการฝึกป้องกันความเสียหาย เพื่อสร้างความเป็นทหาร ความเป็นชาวเรือ 

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมด้านอาชีพเพิ่มเติม เช่น ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตลอดจน การแนะแนวการมีอาชีพจากคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ เพื่อเป็นแนวทางในการอบรมอาชีพที่ทหารใหม่สนใจ ก่อนปลดประจำการ

การเยี่ยมชมครั้งนี้ เป็นไปตาม นโยบาย ผบ.ทร. ประจำปี งป.68 นโยบายหลัก ด้านยุทธการและการฝึก เสริมสร้างความร่วมมือและริเริ่มการสร้างกลไกการประสานงานร่วมกัน ระหว่างกองทัพเรือและหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล และ ภาคเอกชน

ขอเชิญผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร จังหวัดแพร่

(1 พ.ค. 68) เชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงลึก ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดยุคใหม่ (Local Wisdom to Global)” ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดแพร่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

🌾คุณสมบัติ
: เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรม SME / วิสาหกิจชุมชน / กลุ่มเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร

  .....ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ
กิจกรรมมีดังนี้ :
: กิจกรรมศึกษาดูงาน ที่จังหวัดชลบุรีและกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 วัน
: กิจกรรมให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการ จำนวน 15 วัน
: กิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ จำนวน 1 วัน

📅 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ : วันที่ 1 พฤษภาคม 2568  – 15 พฤษภาคม 2568

สมัครออนไลน์ได้ที่   https://forms.gle/ntToXEQydYLvaUSi8

📍 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 
คุณเพียงพิมพ์ 088-8097536
คุณปวิตรา 063-1982000
สำนักงานอุตสาหกรรม จ.แพร่ 054-649-731 ต่อ 101

‘อ.ตฤณห์’ วิเคราะห์!! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ไลฟ์อาบน้ำ ใช้ร่างกาย เป็นทุนทางสังคม ลั่น!! เตือนมาเป็นปีแล้ว ควรไปทำจิตบำบัด เจ้าตัวภูมิใจ!! ได้เงิน 1 แสน ใน 1 วัน

(1 พ.ค. 68) เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับการไลฟ์สดโชว์เรือนร่างอาบน้ำ ของ 'เบียร์ เดอะวอยซ์' หรือ 'เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล' ที่ถึงแม้ไม่ได้เปลือยหมดจดก่อนที่วันนี้เจ้าตัวจะออกมาเผยอย่างภูมิใจว่ารู้สึกแฮปปี้เพราะตื่นเช้ามาพร้อมมีเงินเข้า 1 แสนใน 1 วัน บอกคอนเทนต์ที่ทำก็ไม่ได้สร้างความเกลียดชังให้ใคร

ล่าสุด 'อ.ตฤณห์ โพธิ์รักษา' นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ได้ออกมาวิเคราะห์เรื่องการไลฟ์อาบน้ำ โดยมีหลายประเด็นน่าสนใจ ระบุว่า …

Live อาบน้ำ!!
การใช้ร่างกายเป็น 'ทุนทางสังคม' (Social Capital)

1. บุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Traits)
อยากเป็นจุดสนใจ : บุคคลอาจมีความต้องการให้ผู้อื่นสนใจหรือชื่นชมตนเองสูง
การใช้รูปร่างเป็นเครื่องมือ : มักใช้ร่างกายหรือภาพลักษณ์ทางเพศเพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับ
ประเมินคุณค่าในตนเองจากสายตาคนอื่น : การได้รับยอดไลก์หรือคอมเมนต์อาจเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน

2. บุคลิกภาพแบบแสดงออกแรง (Histrionic Personality Traits)
ชอบเรียกร้องความสนใจอย่างสุดโต่ง : บุคคลแบบนี้มักแสดงพฤติกรรมที่เกินจริงหรือยั่วยวนเพื่อให้ได้รับความสนใจ
มีอารมณ์แปรปรวนเร็ว : และมักตัดสินใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าตรรกะ
การแสดงตัวเองผ่านเพศ : อาจสื่อสารความต้องการควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อผู้อื่นผ่านภาพลักษณ์ทางเพศ

3. การขาดขอบเขตระหว่าง ‘พื้นที่ส่วนตัว’ กับ ‘พื้นที่สาธารณะ’
“อาจสะท้อนถึง พัฒนาการทางจิตใจไม่สมบูรณ์ หรือ การไม่เห็นคุณค่าของความเป็นส่วนตัว”

4. แรงจูงใจทางเศรษฐกิจหรือสื่อสังคม
-ในบางกรณี อาจไม่เกี่ยวกับบุคลิกภาพโดยตรง แต่เกี่ยวกับ พฤติกรรมที่ได้รับแรงจูงใจจากรายได้หรือยอดผู้ติดตาม
-ถือเป็นการใช้ร่างกายเป็น 'ทุนทางสังคม' (Social Capital)

5. ทัศนคติแบบเสรีทางร่างกาย (Body Positivity หรือ Exhibitionist)
-บางคนอาจเชื่อว่าการแสดงออกเช่นนี้คือ 'สิทธิ' และ 'อิสระ' ในการแสดงออกของร่างกาย
-กรณีนี้อาจต้องวิเคราะห์ร่วมกับเจตนาเชิงอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่พฤติกรรมทางเพศหรือ

คำเตือนเชิงจิตวิทยาและสังคม
-พฤติกรรมนี้อาจทำให้บุคคล ตกอยู่ในความเสี่ยง เช่น การคุกคามทางเพศ การถูกบูลลี่ หรือถูกเอารูปไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
-อาจสะท้อนถึง ความขัดแย้งภายในจิตใจ หรือความเหงา ที่ถูกแสดงออกในลักษณะยั่วยวน

นอกจากนี้ อ.ตฤณห์ ได้แชร์ข่าวที่เคยวิเคราะห์ว่าเบียร์น่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้รู้สึกผิด และอนาคตอาจเลวร้ายกว่านี้ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “เฮ้อ เตือนมาเป็นปีแล้วว่าควรไปทำจิตบำบัด”

'ทราย สก็อต' ยกพระราชดำรัส ร.9 เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อสังคม

ยึดมั่นในคำสอนของในหลวง รัชกาลที่ 9 ‘ทราย สก๊อต’ หนุ่มนักอนุรักษ์!! ผู้รักท้องทะเลยิ่งชีพ ได้ให้สัมภาษณ์ช่อง News 1 เกี่ยวกับแนวทาง คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9

สื่อจีน ยกย่อง!! พระอัจฉริยภาพ ‘ในหลวง - พระราชินี’ ทรงขับเครื่องบิน เสด็จเยือนภูฏาน ด้วยพระองค์เอง

(1 พ.ค. 68) สื่อ Shanghai Daily ของจีนรายงานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ได้เสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2568 นับเป็นการเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชกาลนี้

ที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์คือ ทั้งสองพระองค์ ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำหน้าที่นักบิน และสมเด็จพระราชินีทรงเป็นผู้ช่วยนักบิน ในการนำเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติปาโร ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีความยากที่สุดในโลก

การเสด็จเยือนครั้งนี้มีขึ้นตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เปมา แห่งภูฏาน โดยมีพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน พร้อมการแสดงวัฒนธรรมและพิธีกรรมทางศาสนา

นอกจากนี้ทั้งสองพระองค์ยังได้ เสด็จไปยัง พระพุทธรูปโดร์เดนมา (Buddha Dordenma) เพื่อทรงร่วมพิธีสวดมนต์ถวายพระพร โดยมีพระสงฆ์ไทยและภูฏานจำนวน 74 รูปร่วมพิธี

นอกจากนี้ ยังเสด็จเยือน โครงการหลวงที่เมืองเดเชนโชลิง เพื่อทอดพระเนตรความร่วมมือระหว่างโครงการหลวงของไทยกับหน่วยงานในภูฏาน รวมถึงเยี่ยมชม ตลาดกลางในกรุงทิมพู และทรงร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมต่าง ๆ กับประชาชน

การเสด็จเยือนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยและภูฏาน ซึ่งมีรากฐานร่วมกันทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา

ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยในวันที่ 28 เมษายน โดยทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งกลับด้วยพระองค์เองอีกครั้ง

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา ออกแถลงการณ์!! แสดงความกังวล กรณี ‘พอล แชมเบอร์ส’ ถูกจับในข้อหา ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’

(1 พ.ค. 68) สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการจับกุมและควบคุมตัว ดร.พอล แชมเบอร์ส นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025 ภายใต้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของไทย

แม้ว่าปัจจุบัน ดร.แชมเบอร์สจะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่เขายังคงถูกเพิกถอนวีซ่า ถูกยึดพาสปอร์ต และถูกยึดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพในการทำงานด้านวิชาการอย่างรุนแรง

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทย รวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขอให้มีการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อ ดร.แชมเบอร์ส เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของไทยในการสนับสนุนเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสวงหาความรู้

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ถูกส่งถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้แก่ ทอม โคล, แฟรงค์ ลูคัส, เควิน เฮิร์น, สเตฟานี ไบซ์ และจอช เบรคีน รวมถึงวุฒิสมาชิก เจมส์ แลงค์ฟอร์ด และ มาร์ควีน มัลลิน รวมทั้ง เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก และอัยการสูงสุดของไทย คุณไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ

สำหรับสมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 11,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ตีพิมพ์วารสารวิชาการชั้นนำ ส่งเสริมการวิจัยและการเรียนการสอนด้านสังคมศาสตร์ รวมถึงการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของนักวิชาการที่ถูกคุกคามจากรัฐ

ตุ๊กตาถักไหมพรม 2 ตัว จาก คุณยุ้ย 'ศิริลักษณ์ ใจชื่น' เจ้าหน้าที่กงสุลไทยประจำราชอาณาจักรภูฏาน สะท้อนความอบอุ่น สายสัมพันธ์แน่นแฟ้น ระหว่างสองแผ่นดิน

(1 พ.ค. 68) ภาพตุ๊กตาถักไหมพรม 2 ตัวที่อยู่ในพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตุ๊กตาคู่นี้ มาจาก คุณยุ้ย–ศิริลักษณ์ ใจชื่น เจ้าหน้าที่กงสุลไทยประจำราชอาณาจักรภูฏาน

คุณยุ้ยได้ตั้งใจนำมาติดเข็ม แล้วทูลเกล้าฯ ถวายเป็นของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในโอกาสการเสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความภักดีและหัวใจไทยที่สะท้อนความอบอุ่นและสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองแผ่นดิน

‘มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ’ ตอกย้ำปณิธาน!! พัฒนาการศึกษาไทย จัดโครงการพัฒนาครู มุ่งสู่การเรียนรู้ เพื่ออนาคต รุ่นที่ 4

(1 พ.ค. 68) มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ จัดโครงการฯ ยิ่งใหญ่ประจำปี พร้อมมอบสิ่งดี ๆ ให้คุณครู มุ่งยกระดับครูทั่วทุกภูมิภาค พัฒนาไปพร้อมการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน ผ่าน 'โครงการพัฒนาครู มุ่งสู่การเรียนรู้ เพื่ออนาคต' รุ่นที่ 4 พร้อมปรับการสอนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นผู้เรียน พัฒนาผู้สอน ให้มีศักยภาพทางด้านการศึกษา ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เน้นให้เกิดประสิทธิภาพ และก่อประสิทธิผล

โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีของโครงการพัฒนาครูจนถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับโครงการพี่สอนน้อง 'ปลูกปัญญา...พร้อมมอบความอบอุ่น' มูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่น ตั้งใจ และลงมือทำ เพื่อผลักดันให้มีโครงการดี ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการพัฒนาครู เป็นโครงการที่ได้เห็นถึงคุณค่าของ 'ครู' ที่นับว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการศึกษาของเด็ก และเยาวชน จากการมีครูที่ดี 1 คน สามารถสร้างนักเรียนที่จะเติบโตไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่ดีได้อีกหลายคน

ดังนั้น หากจะพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดประสิทธิภาพ 'ครู' จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่ต้องปรับตัว พร้อมพัฒนาองค์ความรู้ของตน ควบคู่ไปกับนักเรียน ส่งผลทำให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาครู มุ่งสู่การเรียนรู้ เพื่ออนาคต โดยจัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 นับเป็นการส่งเสริมต่อยอดองค์ความรู้ให้แก่ครูผู้สอน ที่เป็นผู้อบรมสั่งสอนนักเรียนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

อีกทั้งเนื่องจากปัจจุบัน เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และก้าวกระโดด ทำให้บทบาทในฐานะแม่พิมพ์ หรือ ครูผู้สอน จึงต้องเสริมสร้าง พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนเชิงสร้างสรรค์ (Creative Learning) หรือ แนวทาง Active Learning - Beyond the Future เพื่อสอดรับการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างสร้างสรรค์ พร้อมส่งต่อความรู้สู่นักเรียนได้อย่างเท่าทัน และหนุนนำให้นักเรียนเติบโตในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

สำหรับการอบรมในปีนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา เพราะมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ได้เปิดโอกาสให้โรงเรียนภาครัฐ และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมมีจำนวนรวมกว่า 250 โรงเรียน จัดขึ้นทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคารอินเตอร์ลิ้งค์ (สำนักงานใหญ่) ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 

บรรยากาศภายในงาน ได้รับเกียรติจากประธานมูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ ดร.ชลิดา อนันตรัมพร ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมรับบทบาทเป็นวิทยากรในครั้งนี้ บรรยายในหัวข้อ “ครูพันธุ์ดี ยุค 5G” ปั้นคน ปรับตัว เปิดใจ เปลี่ยนแปลง ในยุคที่ต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี ยกระดับการศึกษาไทยแนวใหม่

รวมทั้ง ยังได้เชิญ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ มาร่วมเป็นวิทยากร และบรรยายหัวข้อ 'กระบวนการแนวคิด Active Learning' เทคนิคการสอนที่ทำให้ผู้เรียน มีความสุข รับความรู้ คิดอย่างสร้างสรรค์ พร้อมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนแบบสร้างสรรค์อีกท่าน นางสาวจิตปภา สุพันธะ มาร่วมบรรยายและจัดกิจกรรม Workshop ในหัวข้อ 'การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL)' พร้อมสอนเทคนิคการสร้างสื่ออย่างสร้างสรรค์ด้วย AI ซึ่งทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ในรูปแบบของการสอน พร้อมพัฒนาตนเองและผู้เรียน ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งนับว่าเป็นหัวข้อสุดท้ายที่ทำให้การอบรมในครั้งนี้จบลงอย่างสวยงาม

“นับเป็นความตั้งใจที่มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการฯดี ๆ นี้ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งมั่นไว้ รวมถึงเป็นการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ด้านการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสร้างเสริมครูผู้สอนให้มีแรงบันดาลใจ รักและภูมิใจในอาชีพครู เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ให้แก่ครูสู่นักเรียน เท่าทันการเติบโตในโลกอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียสละเวลาส่วนตัว ทำเพื่อส่วนรวมโดยจะนำความรู้ที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้ ไปต่อยอดพัฒนาลูกศิษย์ของตน ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยมีบุคคลที่เสียสละทั้งใจ ทั้งกาย ในอาชีพครู โดยในพัฒนาครูฯ ในรุ่นที่ 4 คุณครูให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม เข้าร่วมรับฟังการอบรม รับความรู้ที่อัดแน่นไปด้วยเทคนิคการสอนอันเต็มเปี่ยม เพื่อก้าวให้ทันสู่การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่พร้อมจะนำไปพัฒนาตนเองให้ก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สามารถนำไปต่อยอด ส่งต่อความรู้ที่ได้รับ นำไปประยุกต์สู่การเรียนการสอนในรูปแบบสร้างสรรค์ให้แก่นักเรียนในประเทศของเรา พัฒนาได้เทียบเท่าเด็กในระดับนานาชาติต่อไปในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ” ดร.ชลิดา กล่าวเสริมตอนท้าย

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดกิจกรรม 'Naval Transportation Department Safety 2025' 

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดกิจกรรม 'Naval Transportation Department Safety 2025' ณ ห้องศรีศิริ กรมการขนส่งทหารเรือ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับกำลังพลในการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ของผู้บัญชาการทหารเรือ (NAVY-SAFETY 2025) อีกทั้งยังเป็นไปตามขอบเขตการจัดการความรู้ ของกองทัพเรือ ในปีงบประมาณ 2568 โดยมี พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม การจัดกิจกรรม Naval Transportation Department Safety 2025 

กองทัพเรือได้ตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของกำลังพลทและยุทโธปกรณ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่า โดยผู้บัญชาการทหารเรือได้มีนโยบายประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ต้องการให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ มุ่งเน้นให้การปฏิบัติภารกิจด้านต่าง ๆ มีความปลอดภัย จึงเกิดเป็นกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น โดยความรู้ที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม จะนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้กำลังพลและยานพาหนะมีความปลอดภัยมากยิ่งขี้น ในปีนี้ กรมการขนส่งทหารเรือ ตั้งเป้าหมายไว้ว่า 365 วันอุบัติเหตุต้องเป็น 0

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย การเสวนาจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีประสบการด้านความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ อาทิ มูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ สำนักสวัสดิภาพ กรมการขนส่งทางบก ฯลฯ ในหัวข้อ “ความปลอดภัยด้านการขนส่งของกองทัพเรือ” และการบรรยายจากกรมแพทย์ทหารเรือ ในหัวข้อ 'การควบคุมสภาวะทางอารมณ์' โดยมีข้าราชการ พลขับรถ นายท้าย เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการโรงงาน รวมทั้งหน่วยวิทยาการ สายขนส่ง ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เข้ารับฟังการเสวนา และการจัดนิทรรศการความปลอดภัยด้านการขนส่งต่าง ๆ

‘คอลัมนิสต์ดัง’ ชี้ทางออกถ้าถูกสหรัฐฯแซงก์ชันกรณี ‘พอล แชมเบอร์ส’ แนะตามรอยรัสเซีย ‘พึ่งพาจีน – มุ่งสู่ BRICS - หันหามิตรนอกตะวันตก’

เมื่อวันที่ (30 เม.ย. 68) นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย คอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการดำเนินคดีกับ ดร. พอล แชมเบอร์ส เกี่ยวกับมาตรา 112 ว่า ...

ถาม อาจารย์หมูครับ การจับ ดร.พอล แชมเบอร์ส จะถูกนำเข้าไปในสภาคองเกรสไหมครับ เราจะโดนแซงก์ชันไหมครับ ถ้าโดนแล้วจะเป็นยังไง?

ก่อนตอบคำถาม ผมขอบอกก่อนครับว่า พ่อสอนผมกราบพื้น 5 ครั้งทุกวัน กราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ครูอาจารย์ และเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์ 

ผมเป็นบุคคลที่ถวายความเชื่อมั่นในพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ รวมทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

คุณจะได้ทราบว่า จิตใจและสิ่งที่อยู่ใต้ความคิดของผมว่าเป็นอย่างไร

เอาละที่นี้มาดูคำตอบ…
ผมคิดว่าเรื่อง ดร. แชมเบอร์ส ไม่น่าจะแรงขนาดเข้าสภาคองเกรส ไม่มั่นใจว่าจะไปไกลถึงขนาดนั้น 

ยกเว้น สหรัฐฯ จะบ้าพิจารณาว่า ดร.แชมเบอร์ส เป็น 1.นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน หรือ 2.มีสถานะทางด้านความมั่นคง

ถ้าพิจารณาแบบอยากหาเรื่อง ก็อาจจะมีคนเอาเข้าสภาคองเกรส สหรัฐฯ และอาจออกมาตรการแซงก์ชันไทย

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น
ขึ้นอยู่กับการแซงก์ชันว่าอยู่ระดับใด

ถ้าเป็น Targeted Sanctions หรือแซงก์ชันแบบจำกัดบุคคล กระทบน้อย แต่ส่งสัญญาณทางการเมืองแรง อาจจะมีการแช่แข็งทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ไทยบางรายในสหรัฐฯ จำกัดการเดินทางหรือห้ามเข้าสหรัฐฯ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังจำกัด แต่จะกระทบภาพลักษณ์ไทยในสายตาตะวันตกมากกว่า นักลงทุนบางกลุ่มอาจชะลอการลงทุน

แย่ขึ้นมานิดก็เป็น Secondary Sanctions คือเป็นแซงก์ชันทางการค้าและการเงินระดับกลาง อันนี้นี่แหละครับ ที่อาจจะเริ่มกระทบเศรษฐกิจจริงจัง อาจมีผลต่อสถาบันการเงินของไทย ธุรกิจส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ อาจถูกตรวจสอบเข้มงวดหรือชะลอ ความกังวลของนักลงทุนจะกระทบตลาดหุ้นไทย เงินบาทอาจอ่อนค่าชั่วคราว 

แต่ถ้าสหรัฐฯ สติแตกมากๆ ก็อาจจะออก Comprehensive Sanctions ผมหมายถึง แซงก์ชันทางเศรษฐกิจแบบกว้าง สิ่งที่จะค่อยๆ ตามมาคือ สิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP ที่สหรัฐฯ ยังให้เราบางส่วนอาจจะถูกระงับ ถ้าโดนแรงแบบที่รัสเซียโดน สหรัฐฯ อาจจะบล็อกการเข้าถึงระบบการเงินสหรัฐ เช่น SWIFT หรือการโอนเงินดอลลาร์ เราส่งสินค้าไปขายที่สหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 15 อันนี้อาจจะส่งไปขายไม่ได้ กระทบต่อ FDI การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และตลาดหุ้น ที่ตามมาก็คือ พวกคอหอยลูกกระเดือกของสหรัฐฯ อย่างสหภาพยุโรป อาจจะเล่นงานไทยตามสหรัฐฯ ความสัมพันธ์กรอบการค้าเสรีอย่าง CPTPP หรือ IPEF อาจถูกทบทวน

ท่านจะพบว่า…

ตั้งแต่ ค.ศ.2014-2025 รัสเซียโดนแซงก์ชั่นแรงทั้ง  Targeted Sanctions, Secondary Sanctions และ Comprehensive Sanctions รัสเซียแก้ไขโดย…
1.พึ่งพาจีนมากขึ้น
2.ทุ่มเทกับ BRICS
3.หันไปหาพันธมิตรนอกตะวันตก

นครพนม-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม นบ.ยส.24 บูรณาการ 'Seal Stop Safe' เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ 

เมื่อวันที่ (28 เม.ย.68) เวลา 1330 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนมตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้น ยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด                              

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม โดยได้รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงาน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน  

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปรามปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้  ถือว่าเป็นหน่วยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสำคัญหลักของชาติ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจให้ทุ่มเทในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงปลอดภัย และนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ผมและทีมงาน ได้เข้ามารับทราบผลการปฏิบัติงานรวมถึงรับทราบปัญหา ข้อขัดข้องเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา และเพื่อเป็นการ​ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ขอชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ และดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 

ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยจากการรับฟังบรรยายสรุป เห็นถึงความเข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการสกัดกั้น ลำเลียง ปราบปราม ตลอดจนบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในพื้นที่ชายแดนและตอนใน โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 รวมถึงการขับเคลื่อน “ธวัชบุรีโมเดล” 

ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการและสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา และขอให้หน่วยดำเนินการดำรงความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานเชิงรุก โดยใช้การข่าวและการลาดตระเวนเชิงลึก ควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในประเทศได้ตั้งแต่แนวหน้า ส่งเสริมการประสานความร่วมมือข้ามหน่วยงานและข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสร้างระบบความมั่นคงแนวชายแดน โดยเฉพาะการมีจุดประสานงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง เป็นปราการด่านหน้าในการเอาชนะยาเสพติด และเป็นกลไกในการดูแล พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด สนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิด เร่งรัดการผลักดันโครงการที่จำเป็นเร่งด่วน และการของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกำลังพลทุกนายว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปกป้องประชาชนและประเทศชาติให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน  

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดของกลางยาบ้า 6 ล้านเม็ด ไอซ์ 20 กก.

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของสภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 6,000,000 เม็ดและไอซ์ จำนวน 20 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ (29 เม.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด รายสําคัญ ของสภ.ห้วยไร่ จัวหวัดแพร่ จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้าจํานวน 6,000,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 20 กิโลกรัม ณ ด่านตรวจห้วยไร่ จว.แพร่ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568

โดยมี  พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รอง ผวจ.แพร่, พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่, รอง ผบก.สส.ภ.5, รอง เสธ.นบ.ยส.35, ผู้แทน ปปส.ภ.5 และ สวญ.สภ.ห้วยไร่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

สืบเนื่องจากวันที่ 24 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 08.00 น. ร.ต.อ.อาลักษณ์ วรรณา รอง สวป.(ชส) สภ.ห้วยไร่ พร้อมชุดปฏิบัติการ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นยาเสพติด ณ ด่านตรวจห้วยไร่ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่ และได้รับแจ้งจากสายลับ (ไม่ประสงค์ออกนามประสงค์รับเงินรางวัลยาเสพติด)  แจ้งมีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดใช้รถยนต์บรรทุกหกล้อ มีลักษณะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์หกล้อบรรทุกสินค้าปะปนอยู่ในท้ายบรรทุก ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเข้มข้นในการคัดกรองรถยนต์บรรทุกหกล้อ  

ต่อมาเวลาประมาณ 13.54 น. (24 เมษายน 2568) พบรถยนต์บรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน 71-2199 เชียงใหม่ ขับขี่เข้าด่านตรวจห้วยไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้สัญญาณหยุดรถและได้เรียกเข้าจุดตรวจค้น โดยมีนายสุดใจ เป็นผู้ขับขี่ โดยบรรทุกสินค้าเป็นผ้าอัดกระสอบ โดยได้คุมผ้าใบปิดบังมิดชิด แจ้งว่ามาจากพื้นที่ จว.เชียงราย ไปส่งปลายทางที่ จว.สมุทรสาคร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้นายสุดใจ นำรถยนต์บรรทุก ไปทำการ X-RAY ที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่(X-RAY) ผลการ X-RAY พบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายยาเสพติด ซึ่งมีกระสอบผ้าอัดก้อนปิดทับไว้เป็นชั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบกระสอบผ้าอัดก้อนดังกล่าว 

พบยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 30 กระสอบ จำนวน 6,000,000 เม็ด และ ไอซ์จำนวน 20 กิโลกรัม จากนั้นได้ทำการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นของนายสุดใจ ผลการตรวจเบื้องต้นเป็นลบ จึงได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุดใจทราบ และทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาค ส่วน ทั้ง ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครองสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจฎธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 - 25 เม.ย.68  จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 12,684 คดี คดียาเสพติดรายสำคัญ 122 คดี ตรวจยึดของกลางยาเสพติด ยาบ้า 122 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 8,120 กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 148 กิโลกรัม เคตามีน 993 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 60 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 377 ล้านบาทเศษ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top