Tuesday, 27 October 2026
NEWS

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้ พร้อมหนุนงบประมาณด้านการฝึกอบรม และทีมบรรเทาสาธารณภัย อุปกรณ์ เครือข่ายการสื่อสาร รวมทั้งเตรียมพร้อมปฏิบัติการ บูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถในระดับสากล ณ  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

(29 ก.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ ในนามของผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ [MOU] ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผนึกกำลังทั้งทางด้านวิชาการ และการปฏิบัติการอันเป็นการบูรณาการการจัดการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิฯ และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ  อาทิ การร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการฝึกอบรมให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมสนับสนุนงบประมาณเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อรองรับการฝึกอบรม โดยมี นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งผู้บริหารของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า ในนามของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง หรือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งในความร่วมมืออันทรงคุณค่ายิ่ง ระหว่างมูลนิธิฯ กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ตลอดระยะเวลา 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ดำเนินงานภายใต้ปณิธาน  “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  โดยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที โดยไม่เลือกชนชั้น เชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ความร่วมมือในวันนี้จึงไม่เป็นเพียงพันธสัญญาเชิงรูปธรรม แต่ คือการสานต่อเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ด้วยการยกระดับการบูรณาการภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัยไปสู่การช่วยเหลือระดับประเทศร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เพื่อพี่น้องประชาชนและสังคมส่วนรวม ซึ่งเชื่อมั่นว่า จะส่งผลต่อความรวดเร็ว ที่มีประสิทธิผล และความปลอดภัยในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของทั้งสองฝ่าย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณะอันสูงสุด

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ คือการยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยินดีที่จะสนับสนุนและร่วมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยตามที่ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และในขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ยินดีที่จะสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการสาธารณภัย เพื่อเสริมสมรรถนะของเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตามบันทึกความเข้าใจนี้ ซึ่งถือเป็นการให้บริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของผู้ประสบภัยและทางราชการร่วมกัน โดยขอบเขตหน้าที่ของมูลนิธิฯ ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้นว่าฉบับนี้จะเป็นการยกระดับความร่วมมือ คือ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ด้านการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสนับสนุนบุคลากร พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สำหรับความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งใน “ด้านสังคมสงเคราะห์” มีแผนกสาธารณภัย ประสานเพื่อเยียวยาผู้ประสบสาธารณภัยต่าง หรือ “ด้านบรรเทาสาธารณภัย”  ซึ่งมูลนิธิฯ มีบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ด้าน กู้ชีพ กู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและได้มีการประสานงานกับปภ.ในพื้นที่ และยังมี “แผนกฝึกอบรม” ประสานจัดการ “ด้านการฝึกอบรม” เพื่อจัดอบรม เพิ่ม และพัฒนาองค์ความรู้แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครซึ่งได้มีการประสานงานกันเรื่อยมาจวบจนปี พ.ศ. 2564 มูลนิธิฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการบูรณาการการดำเนินงานด้านบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นทางการครั้งแรก และได้มีการผนึกกำลังพัฒนาบุคลากรมูลนิธิฯ เรื่อยมา อาทิ หลักสูตรการกู้ภัยเบื้องต้น (BRC)  หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการสำหรับเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ หลักสูตรการกู้ภัยในกระแสน้ำไหลเชี่ยวเบื้องต้น (Basic Swiftwater Rescue) และหลักสูตรการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง ( USAR ) เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไม่เพียงแต่ร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบเหตุ ประสบภัยต่างๆ เท่านั้น แต่ยังร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศในด้านต่างๆ ในการพัฒนาองค์ความรู้ให้ครอบคลุมทั้งด้านกู้ชีพ กู้ภัย และสนับสนุนงานด้านนิติเวช เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศล บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างเป็นที่ประจักษ์ และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับภาครัฐ เอกชน และประชาชน 

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

‘แพทองธาร’ เปิดใจปมเขมรเดือด!! เพราะไทยจับมือลาว-พม่า ล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(29 ก.ค. 68) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น อาจมีต้นตอมาจากการที่ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมลงนามไตรภาคีเพื่อปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจกระทบผลประโยชน์บางฝ่าย

แม้จะอยู่ระหว่างหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่แพทองธารยืนยันว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชน และเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยสามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

นายกฯ ยังกล่าวยืนยันว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะมาจากตระกูลใด ก็ต้องมีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด พร้อมเชื่อว่าเหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นแรงเสียดทานจากการปราบขบวนการดังกล่าวในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกฯ ยังเปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้สั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงวัฒนธรรมดูแลเรื่องพิธีศพและการสนับสนุนด้านอื่นๆ ทันที

‘ใบตองแห้ง’ ฟันธง!! คนเจน Y บางส่วนที่ร่วมขบวนการชาตินิยมแรงกล้า อีกไม่เกินสิบปี “เป็นขวาใหม่”

วิกฤติรอบนี้ ไม่ได้อันเฟรนด์ใคร
แต่ตามส่องอยู่
คนรุ่นใหม่ เจน Y เจน Z ที่ติดตาม
ส่วนใหญ่จุดยืนหนักแน่นมั่นคง
แต่ก็มีเหมือนกัน เจน Y บางคน ที่เหมือนจะร่วมขบวนมา
ชาตินิยมแรงกล้า 
อีกไม่เกินสิบปี ฟันธง เป็นขวาใหม่

อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง)
คอลัมน์นิสต์ชื่อดัง
โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 28 ก.ค. 68

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์บ่นผมหงอก-หน้าโทรม แก่ลง 5 ปี ภายใน 5 วัน ลั่น!! ขอแก้ปัญหาชาติให้จบ..ค่อยย้อมผม

(29 ก.ค. 68) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมเผยภาพล่าสุดของตนเอง โดยระบุว่ารู้สึกแก่ลงชัดเจนในช่วงไม่กี่วันหลังต้องเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเวลาย้อมผม ขอให้ประเทศสงบก่อน”

ฮุน มาเนตเผยว่า ผู้ช่วยใกล้ชิดยังแซวว่าเขาดูแก่ลงไป 5 ปีภายในเวลา 5 วัน เพราะหน้าตาซีดเซียวและผมหงอกชัดเจน แต่เจ้าตัวบอกว่า ตอนนี้จิตใจทุ่มเทอยู่กับการติดตามแนวรบ การสนับสนุนกองทัพ การดูแลทหารบาดเจ็บ รวมถึงแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ไม่ใช่กับสีผมของตัวเอง

เขาย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่วัน คือการเร่งยุติการสู้รบโดยเร็ว เพื่อรักษาชีวิตทั้งทหารและพลเรือน พร้อมระบุว่าหลังจากมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชามีผลตั้งแต่เที่ยงคืน สถานการณ์ก็เริ่มคลี่คลายลง

ทั้งนี้ ฮุน มาเนตทิ้งท้ายว่า แม้จะดูโทรมลงไปบ้างเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน แต่หัวใจยังแข็งแรง พร้อมสู้เพื่อประเทศ และแซวเบา ๆ ว่า “ขอให้บ้านเมืองสงบก่อนเถอะ ถึงเวลานั้นจะไปย้อมผมก็ยังไม่สาย”

กองทัพส่วนตัวที่เคยผ่านการฝึกจาก ‘กองทัพไทย’ จากทีมอารักขาผู้นำเขมรสู่กองกำลังติดอาวุธ

(29 ก.ค. 68) ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะที่รุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ชื่อของหน่วยทหารระดับสูงที่ถูกส่งเข้ามาในแนวรบอย่าง กองบัญชาการองครักษ์ หรือ BHQ (Bodyguard Headquarters) ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ภายหลังจากมีการตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และก่อนถึงกำหนดเส้นตายเวลาเที่ยงคืน มีรายงานว่า กองกำลัง BHQ ได้ออกปฏิบัติการเป็นครั้งแรกในพื้นที่ปราสาทตาควาย เพื่อช่วงชิงพื้นที่กับกองกำลังรบพิเศษของกองทัพไทย

ย้อนไปทำความรู้จักหน่วยทหารนี้กันอีกครั้ง ซึ่งหน่วย BHQ นั้นไม่ใช่เพียงหน่วยอารักขาบุคคลสำคัญธรรมดา แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเสมือน “กองทัพส่วนตัว” ที่มีความภักดีต่อสมเด็จฯ ฮุน เซน และครอบครัวโดยตรง และมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการเมืองกัมพูชาอย่างแยกไม่ออก

ตามโครงสร้างอย่างเป็นทางการ BHQ คือหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่สังกัดกองทัพกัมพูชา มีภารกิจหลักในการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญของรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จฯ ฮุน เซน และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเขาเป็นการส่วนตัวมาโดยตลอด ทำให้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้ำจุนอำนาจทางการเมืองของตระกูลฮุน เซน

หน่วย BHQ อยู่ภายใต้การบัญชาการของ พลเอก ฮิง บุนเฮียง ซึ่งถือเป็นนายทหารมือขวาที่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากสมเด็จฯ ฮุน เซน มากที่สุด ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์และควบคุมสถานการณ์ในเมืองเป็นหลัก ขณะที่พื้นที่ชายแดนจะอยู่ในความดูแลของ พลเอก สรัย ดึ๊ก ซึ่งเปรียบเสมือนมือซ้าย ทั้งสองคนนี้คือนายทหารคนสำคัญที่ช่วยค้ำจุนอำนาจให้กับระบอบฮุน เซน มาอย่างยาวนาน

BHQ มีจุดเริ่มต้นมาจาก “กองพลน้อยที่ 70” ซึ่งสมเด็จฯ ฮุน เซน ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532–2533 เพื่อป้องกันการรัฐประหารในช่วงที่การเมืองภายในยังไม่มั่นคง โดยในช่วงแรก กำลังพลบางส่วนเคยถูกส่งมาฝึกกับศูนย์รักษาความปลอดภัยของกองบัญชาการทหารสูงสุดของไทยด้วย กองพลน้อยที่ 70 ได้แสดงแสนยานุภาพครั้งสำคัญในการเป็นกำลังหลักก่อ รัฐประหารในปี พ.ศ. 2540 เพื่อยึดอำนาจจากสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ และทำให้สมเด็จฯ ฮุน เซน ก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างสมบูรณ์

ช่วงแรกของการก่อตั้งหน่วยอารักขานี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ส่งกำลังพลของตนเองมาเข้ารับการฝึกฝนด้านการอารักขาบุคคลสำคัญ (VIP Protection) กับ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (สรพ.) ของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังดีอยู่ โดยเฉพาะในสมัยที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและมีความสัมพันธ์อันดีกับสมเด็จฯ ฮุน เซน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ออกพระราชกฤษฎีกาย่อยจัดตั้ง “กองบัญชาการองครักษ์” (BHQ) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยกระดับและเปลี่ยนผ่านกองกำลังที่ภักดีที่สุดนี้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของ สมเด็จฯ ฮุน มาเนต บุตรชายของเขานั่นเอง

นอกจากภารกิจอารักขาแล้ว BHQ ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล โดยมักจะถูกส่งไปทั้งในและนอกเครื่องแบบเพื่อควบคุมสถานการณ์และปราบปรามการประท้วงของฝ่ายค้านในช่วงทศวรรษ 2010 และมักจะมีการแสดงแสนยานุภาพด้วยยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยในกรุงพนมเปญเพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ

แม้จะเป็นหน่วยที่ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยที่สุด แต่ภารกิจหลัก และประสบการณ์ส่วนใหญ่ของ BHQ คือ การรบในเมือง การอารักขาบุคคลสำคัญ และการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง ทำให้หน่วยนี้อาจไม่มีความชำนาญในภูมิประเทศและการรบตามแนวชายแดนมากเท่ากับหน่วยรบพิเศษเฉพาะทางอย่าง “หน่วย 911” ซึ่งเป็นหน่วยที่ฝ่ายไทยให้ความสำคัญและจับตามองมากกว่า

อย่างไรก็ตาม BHQ ก็มีชื่อเสียงที่น่าเกรงขามในประเทศกัมพูชา โดยถูกกล่าวขานว่ามีอิทธิพลสูงและอาจมี “ใบอนุญาตสังหาร” (License to Kill) เพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองทั้งในและนอกประเทศ

ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งล่าสุดนี้ BHQ ได้เข้ามามีบทบาทโดยตรง โดยมีรายงานว่าสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ส่งกองกำลังหน่วยนี้เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย และล่าสุดใน วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างหน่วยรบพิเศษของไทยกับกำลังพลของ BHQ บริเวณปราสาทตาควาย ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลในเวลาเที่ยงคืน

‘ฮุน เซน’ โพสต์ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ผลักดันหยุดยิง ชี้ช่วยชีวิตคนนับหมื่น!! จากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ช่วงเช้ามืดวันที่ (29 ก.ค. 68) สมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา พร้อมแนบภาพถ่ายร่วมกันในอดีต

ฮุน เซน ระบุว่า ความคิดริเริ่มของทรัมป์ในการสร้างข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพ คือ “ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” ที่ช่วยชีวิตผู้คนนับหมื่นทั้งในกัมพูชาและไทย พร้อมยกย่องวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้นำสหรัฐฯ

เขายังกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย ที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมและอำนวยความสะดวกตลอดกระบวนการ รวมทั้งย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้กำลังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประเทศพันธมิตรอื่น ๆ ที่สนับสนุนข้อตกลง พร้อมขอบคุณประชาชนและกองทัพของทั้งไทยและกัมพูชา ที่มีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าสู่สันติภาพร่วมกัน

มาดามแป้ง ผนึกกำลังกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศิลปินแห่งชาติ รุกต่อจากสุพรรณบุรีสู่ปทุมธานี เพื่อขับเคลื่อนงานศิลป์…สานเสน่ห์วัฒนธรรมปทุมธานี🎉

วันศุกร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.  ณ หอประชุมโรงเรียนสามโคก นางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผลักดันให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) กับนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย-ละคร) พุทธศักราช ๒๕๕๔ และโรงเรียนสามโคก โดยมอบหมาย นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เป็นผู้แทนเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารสมาคมผู้ปกครอง และคณาจารย์โรงเรียนสามโคก โรงเรียนหอวังปทุมธานี โรงเรียนวัดเสด็จ โรงเรียนวัดป่างิ้ว และโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางศิลปวัฒนธรรม (MOU) ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอนุสิทธิ์ ศรีอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามโคก กล่าวต้อนรับ และนายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ผู้แทนประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม และอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงบทบาทของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมและวัตถุประสงค์ของการลงนามในครั้งนี้

ที่สำคัญนางนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้กล่าวแสดงเจตนารมณ์ ปณิธาน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการรักษา ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนต่อไป ผ่านวีดิทัศน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีลงนาม ที่มาร่วมงานมากกว่า ๑๕๐ คน

🪄 การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวที่สำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของทุกคน โดยเป็นการประสานความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกับภาคีเครือข่าย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน

ภายหลังการลงนามความร่วมมือฯ ได้มีพิธีเปิดโครงการอบรมปทุมธานีสืบสานนาฏศิลป์มรดกถิ่นแผ่นดินไทย ถ่ายทอดองค์ความรู้จากศิลปินแห่งชาติ สู่ศิลปินของชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ -๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ โดยโครงการข้างต้นได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม

ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้! "อุตสาหกรรมแฟร์ 2568" งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน!

(29 ก.ค. 68) ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้! "อุตสาหกรรมแฟร์ 2568" งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน! จากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม สู่การสร้างสรรค์อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพให้คนไทย

เตรียมพบกับ 5 โซนไฮไลต์บนพื้นที่กว่า 8,000 ตร.ม. ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงานจากเครือสหพัฒน์, ดีลยานยนต์สุดร้อนแรง, เครื่องใช้ไฟฟ้าลดกระหน่ำ, สินค้า SME คุณภาพกว่า 200 ร้านค้า, และโซนนวัตกรรมสุดล้ำ!

พร้อมเพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังและกิจกรรมเสริมความรู้ตลอด 4 วันเต็ม! ปักหมุดในปฏิทินของคุณไว้เลย แล้วมาพบกัน 31 ก.ค. - 3 ส.ค. นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

‘ฮุน มาเนต’ เผยผลเจรจา!! ที่มาเลเซีย ผ่านเฟซบุ๊ก หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข มีผลบังคับใช้เที่ยงคืนนี้

(28 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

#ฮุนมาเนต เผยผ่าน FB ถึงผลเจรจา #ไทยกัมพูชา

1. หยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข มีผลบังคับใช้เที่ยงคืนนี้ นี่เป็นขั้นตอนสําคัญในการลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและความปลอดภัย

2. จัดการประชุมไม่เป็นทางการระหว่างผู้บัญชาการทหารชายแดน (ฝั่งไทย : ภาค 1 ภาค 2 / ฝั่งกัมพูชา : ภาค 4 ภาค 5) ในเวลา 07:00 น. ของวันที่ 29 ก.ค.2568 และยังคงจัดการประชุมกับกองประจําการและกองประจําการ นําโดยหัวหน้าอาเซียน หากมี คือข้อตกลงจากทั้งสองฝ่าย

3. จะมีการประชุม #GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) ระดับ รมว.กลาโหมระหว่างไทยและกัมพูชา วันที่ 4 ส.ค.นี้ ซึ่งกัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ
พร้อมย้ำว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้อตกลงการหยุดยิงระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทยเป็นพื้นฐานสําคัญในการสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันและการปรับปรุงสถานการณ์สู่ความปกติในอนาคต”

🛒 นักช้อปเตรียมเฮ! เครือสหพัฒน์ยกทัพสินค้าคุณภาพมาให้คุณ ช้อปจัดเต็ม ในราคาสุดพิเศษ 🔥 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ทุกครอบครัว!

🛒 นักช้อปเตรียมเฮ! เครือสหพัฒน์ยกทัพสินค้าคุณภาพมาให้คุณ ช้อปจัดเต็ม ในราคาสุดพิเศษ 🔥 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ทุกครอบครัว!

📌 พบกับแบรนด์ดังที่คุณคุ้นเคย:
🍜 ของกินของใช้ในบ้าน – ตุนเสบียงกับ มาม่า, บิสชิน, โปร, คิเรอิ
👚 เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย – อัปเดตลุคใหม่กับ วาโก้, Arrow, Guy Laroche, Elle, Pan
💄 เครื่องสำอางและความงาม – เติมความสวยจาก MTI และ BSC
👶🏻 เพื่อคุณหนูๆ – อ่อนโยนและปลอดภัยจาก โคโดโม และ St.Andrew

🎯 เหมือนยก “สหพัฒน์แฟร์” ขนาดย่อมมาไว้ที่นี่!
📍 มาที่เดียวครบ ช้อปคุ้มแน่นอน!

📅 31 ก.ค. – 3 ส.ค. 2568
📍 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ | เวลา 10:00 – 21:00 น.

‘ภูมิธรรม - ฮุน มาเนต’ เข้าร่วมประชุมไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ ณ บ้านพักอย่างเป็นทางการ ของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ‘อันวาร์ อิบราฮิม’

(28 ก.ค. 68) การประชุมไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่จัดขึ้นที่บ้านพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียในเมืองปุตราจายา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 30 นาที โดยที่การประชุมดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้วเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา 

นอกเหนือจากรักษาการนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่เข้าร่วมการประชุมแล้วยังมีเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ และจีน ซึ่งทั้งสองประเทศต่างแสดงจุดยืนว่าต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง ก็เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

‘แม่ทัพภาคที่ 2’ อัดคลิปโต้ข่าวลือ!! ‘RIP’ ยัน!! ยังอยู่แนวหน้า บัญชาการรบ ฝากถึงคนไทย!! ผมยังอยู่กับลูกน้อง คิดถึงประชาชน ขอรับใช้แผ่นดินเกิด

(28 ก.ค. 68) ภายหลัง กัมพูชามีการรายงานและเผยแพร่ถือรูปทหารถือภาพพลโทบุญสิน พาดกลางแม่ทัพภาคที่2 พร้อม ข้อความ RIP นั้น ล่าสุดพลโทบุญสิน อัดคลิปฝากข้อความถึงคนไทย โดยมีเนื่อหาระบุว่า …

"ผมพลโทบุญสิน พาคกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ผมยังอยู่กับพี่น้องประชาชนและปัจจุบัน อยู่กับลูกน้องหน้าแนว อำนวยการรบอยู่ ผมมั่นใจว่าทหารไทยทำได้ และผมจะอยู่กับลูกน้องไปตลอด ผมไม่เป็นไร สบายดีทุกอย่าง และคิดถึงพี่น้องคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ"

ทั้งนี้ ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ ฝากคำพูดจากใจถึงพี่น้องคนไทย ผมยังอยู่กับกำลังพล และพี่น้องคนไทยครับ ขอเวลาให้ผมรับใช้แผ่นดินเกิด ตามอุดมการณ์สักระยะครับ

‘สุพล จุลใส’ สส.รทสช. เชิญชวนคนในพื้นที่ บริจาคของใช้ อาหารแห้ง ส่งมอบให้กับ พี่น้องผู้ประสบภัย ปัญหาชายแดน ‘ไทย - กัมพูชา’

(28 ก.ค. 68) นายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

ขอเชิญชวนพี่น้องในพื้นที่จ.ชุมพร บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง ของใช้ ได้ที่หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร 

ส่วนจุดที่2 เขตอำเภอทุ่งตะโก มาบริจาคได้ที่ หน้าร้านแสงเพชร สาขาเขาปีบ ติดกับธนาคารออมสิน เขาปีบ จะมีเจ้าหน้าที่รอรับ สามารถบริจาคได้วันนี้ 28-29 กรกฎาคม 2568 

พวกเราจะช่วยกันนำส่งมอบให้กับพี่น้องผู้ประสบปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ( คนชุมพรไม่ทิ้งกัน)

รวมพลัง ภาครัฐ-เอกชนจัดกิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเล-ปล่อยเต่าทะเล-ปลาฉลามเฉลิมพระเกียรติ ร.10

(28 ก.ค. 68) ณ เกาะล้าน ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เก็บขยะ - ปล่อยเต่าทะเล - ปล่อยปลาฉลาม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ กลุ่ม Pattaya Scuba Club, เมืองพัทยา, บริษัท ชีพาราไดซ์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2, พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา, สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, สมาชิกสภาเมืองพัทยา, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว, นักดำน้ำ และประชาชนชุมชนเกาะล้าน

ภายใต้ชื่อกิจกรรม “Pattaya Underwater Cleaning” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดำเนินการเก็บขยะใต้ทะเลบริเวณรอบเกาะล้าน ร่วมกับกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการปล่อยเต่าทะเลและปลาฉลามคืนสู่ท้องทะเล สะท้อนพลังความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ของเมืองพัทยา

เมืองพัทยา ให้ความสำคัญการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่เน้นการท่องเที่ยวควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่นำแนวนโยบายมาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติ

และที่น่าชื่นชมเป็นพิเศษคือ การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ เพื่อส่งต่อทะเลที่สะอาดและยั่งยืนเป็นมรดกแก่คนรุ่นหลัง ตอกย้ำเป้าหมายของเมืองพัทยาในการก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างแท้จริง

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

‘กระทรวงพลังงาน - กฟผ.’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ – สุรินทร์’ ให้กำลังใจ พร้อมหนุนเสบียงช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยชายแดน

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายวิภู พิวัฒน์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยสนับสนุนอาหารปรุงสุก ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,500 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนวัตถุดิบประกอบอาหาร ขนมสำหรับเด็ก และน้ำดื่มจำนวน 1,000 ขวด แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ผู้ประสบภัยจังหวัดสุรินทร์ 

นอกจากนี้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและยานพาหนะ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และพร้อมเคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top