Thursday, 16 July 2026
NEWS

กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานแถลงข่าวการจัดการแสดง ดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘

วันพุธที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) อาจารย์สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ (ผู้แทนคณะครูอาวุโสฯ) เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว และมีคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เครือข่ายทางวัฒนธรรม สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า การจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีไทย ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีงามในการอนุรักษ์ สืบสานดนตรีไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติให้เป็นที่รับรู้แก่ประชาชนชาวไทย และทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ ๗๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๖๘ 

ด้านนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการเทิดพระเกียรติ สถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดจนกิจกรรมการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ ในปีนี้นับเป็นครั้งที่ ๑๕ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ทรงมีคุณูปการ อย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านดนตรีไทย ทรงอุปถัมภ์ส่งเสริมศิลปินด้านดนตรีไทย และทรงเป็นแบบอย่าง ในการอนุรักษ์ สืบทอดศิลปวัฒนธรรมเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา

สำหรับการจัดการแสดงดนตรีไทยโดยครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดนตรีไทยร่วมกับวงครูอาวุโสแห่งรัตนโกสินทร์ และวงดนตรีบ้านปลายเนิน รวมถึงการบรรเลงดนตรีโดยครูอาวุโส แห่งรัตนโกสินทร์ วงลูกศิษย์ครูอาวุโส และการแสดงรำถวายพระพร โดย วงสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และวงศิษย์พระประณีตวรศัพท์ โดยจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม Young “รักษ์” ทะเล “อนุรักษ์แนวปะการัง”

เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกิจกรรม Young “รักษ์” ทะเล “อนุรักษ์แนวปะการัง” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ภายใต้โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน จากโรงเรียนประดิษฐ์ศึกษา และมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี พร้อมรับฟังความรู้จากวิทยากรศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อีกทั้งภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมฯ ได้แก่ สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) และบริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกิจกรรมประกอบด้วย บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ชมนิทรรศการทรัพยากรทางทะเล สาธิตการปลูกปะการัง ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลหายาก เดินศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน

วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน และกิจกรรมครั้งต่อไปกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7–8 สิงหาคม 2568

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

กระทรวงวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง จัดนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ยกระดับการแต่งกายสตรีไทย เสนอ UNESCO ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

(5 ส.ค. 68) เวลา 10.00 น. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมี นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน
       
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาและยกระดับการแต่งกายของสตรีไทย ให้เป็นชุดประจำชาติอันงดงามและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 
       
อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ในปี พุทธศักราช 2569 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะครบรอบ 60 ปี แห่งการพระราชทานแบบ “ชุดไทยพระราชนิยม” และในโอกาสสำคัญนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการ ยื่นเสนอ “ชุดไทย” เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น “รายการตัวแทน มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” ต่อยูเนสโก  
       
สำหรับการยื่นเสนอในครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนถึง เจตจำนงร่วม ของคนไทยทุกคน ที่จะร่วมกันธำรงรักษา “ชุดไทย” ไม่ใช่ในฐานะ วัตถุอนุรักษ์ หากแต่ในฐานะ อัตลักษณ์ที่มีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ ในความภาคภูมิใจของผู้คนและเติบโตอยู่บนเวทีโลกอย่างร่วมสมัย ภายในงาน นอกจาก “ชุดไทยพระราชนิยม” ที่นำมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และการแสดงชุดไทยพระราชนิยม
      
 “ชุดไทยพระราชนิยม” เริ่มต้นในปี พ.ศ.2503 ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เยือน 15 ประเทศ ในทวีปอเมริกาและยุโรป พระองค์ทรงตระหนักว่า การแต่งกายแบบดั้งเดิมของหญิงไทยในชีวิตประจําวันกำลัง สูญหายไปภายใต้อิทธิพลของวัฒนรรรมตะวันตก และไม่มีชุดแต่งกาย ที่เป็นแบบฉบับประจําชาติที่สามารถแสดง อัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน 
       
ด้วยพระราชดำริอันลึกซึ้ง พระองค์จึงโปรดให้นางสนองพระโอษฐ์ ศึกษาค้นคว้าและออกแบบชุดแต่งกายสตรีไทย ที่มีความคล่องตัว เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายและเอกลักษณ์ไทย ไว้อย่างสง่างาม จึงได้ก่อให้เกิดชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยเรือนต้น
       
“ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สมควรสืบสานและภาคภูมิใจ ในความเป็นไทยให้ดำรงอยู่คู่ชาติสืบไป

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

ตัวแทนนักเรียนไทยคว้า 3 เหรียญเงิน 1 เกียรติบัตร เวทีวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2

(6 ส.ค. 68) เพจสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับตัวแทนนักเรียนไทย 4 คน ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิก ครั้งที่ 2 The 2nd International Nuclear Science Olympiad ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ค. - 6 ส.ค. 2568 ณ เมืองบังกี ประเทศมาเลเซีย 

โดยผลปรากฏว่าทีมตัวแทนนักเรียนไทย สามารถคว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน และ 1 เกียรติบัตรเข้าร่วม ประกอบด้วย

กันทรากร พิทักษ์กรณ์ - รร.สิงห์สมุทร
เหรียญเงิน

อรรถวุฒิ เสรีวิชยสวัสดิ์ - รร.เตรียมอุดมศึกษา
เหรียญเงิน

จิรัชธรณ์ สิงหพันธ์ - รร.หาดใหญ่วิทยาลัย
เหรียญเงิน

นวพรรษณ์ กริชจนรัช - รร.มหิดลวิทยานุสรณ์
เกียรติบัตรเข้าร่วม

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งโรยปูนขาวดับกลิ่นศพทหารเขมรฟุ้งภูมะเขือ ยันไม่ถอยกำลัง 11 จุดแนวชายแดน หวังประชุม GBC ได้ข้อสรุปที่ดี

(6 ส.ค. 68) พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่ายังมีกลิ่นร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ จึงได้สั่งให้กำลังพลโรยปูนขาวฆ่าเชื้อเพื่อดับกลิ่นและป้องกันโรคระบาด พร้อมประสานไปยังกัมพูชาให้ส่งทีมมาเก็บศพกลับไปประกอบพิธี โดยยืนยันว่าไทยไม่ได้มีคำสั่งให้ทหารเข้าไปเก็บศพแทน เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายกัมพูชา

ในส่วนของจุดช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างทหารไทย-กัมพูชาเล็กน้อยจากการรื้อรั้วลวดหนามนั้น พลโทบุญสินชี้แจงว่า ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้ามาแต่ไม่ได้พกอาวุธ และขณะนี้ได้ถอนกำลังกลับไปแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเหตุรุนแรง และพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเขตประเทศไทย

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ทหารไทยจะไม่ถอนกำลังจากทั้ง 11 จุดในแนวชายแดน โดยทุกจุดมีการวางรั้วลวดหนามและจัดกำลังไว้เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของไทย และเป็นไปตามนโยบายของกองทัพที่ต้องรักษาพื้นที่ที่อยู่ในเขตประเทศของตนเอง

สำหรับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ พลโทบุญสินระบุว่า หวังว่าทิศทางจะดีขึ้น เพราะกองทัพไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง และยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับเห็นตรงกันว่าจะไม่มีการถอนกำลังจากจุดที่ประจำการอยู่

'พล.ต.อ.จักรทิพย์' เยี่ยม ส่งเสบียง ตชด.ชายแดน จ.สุรินทร์ ให้กำลังใจรักษาแผ่นดิน 'ช้างศึก 2' ย้ำ ดูแลกำลังใจ ความปลอดภัยแนวหน้าเต็มที่ 1,500 ตชด.หน้าแนว ให้คำมั่นตรึงพื้นที่เข้ม รักษาอธิปไตยไทย

(6 ส.ค.68) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  (รอง ผบช.ตชด.) ในฐานะผู้บังคับที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ผบ.ทก.ชทก.ตชด.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังตรึงกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณคิม เอกภัทร พรประภา นำคณะผู้บริหาร บริษัท ฟิกซ์เทค จำกัด เดินทางไปให้กำลังใจตำรวจตระเวนชายแดนที่รักษาแผ่นดินไทยอยู่แนวหน้า พร้อมมอบอาหาร ขนม น้ำดื่ม ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์ภาคสนาม เพื่อเติมขวัญกำลังใจให้กับตชด.แนวหน้าด้วย โดยมี พ.ต.อ.เอกภพ กมลสัจจะ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน บช.ตชด. และ พ.ต.ท.ชานันท์ ชัยจินดา รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และผู้แทนทหารในพื้นที่ชายแดน ร่วมรับมอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ตชด.แนวหน้ามีพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ขอบคุณอดีตผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ท่าน องค์กร และสมาคมต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ สิ่งของ และส่งกำลังใจมาให้ ตชด. ทั้งนี้ ในฐานะ ผบ.ทก.ชทก.ตชด. ขอเป็นตัวแทนของ ตชด.ทุกนายขอบคุณ โดยได้นำไปจัดสรรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเดินทางมาเยี่ยมในครั้งนี้ มาให้กำลังใจ ดูแลความเป็นอยู่ มารับฟังขอเสนอของกำลังพลในพื้นที่ ตามแนวทางของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำให้ดูแลสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ดีที่สุด ผมในฐานะ ผบ.ทก.ฯ ทุกคำร้องขอจากพื้นที่ ผมรับฟัง และเร่งดำเนินการทันที เราจะไม่ปล่อยให้ใครอยู่แนวหน้าโดยลำพัง”

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ให้คำมั่นว่ากำลัง ตชด.กว่า 1,500 นาย ที่ตรึงแนวชายแดนไทยกัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และทุ่มเท เพราะนี่คือภารกิจของชาติที่พวกเรา ตชด.ทุกนาย ทั้งแนวหน้า แนวหลัง และฝ่ายสนับสนุนภาคภูมิใจในภารกิจรักษาอธิปไตยไทย และเรารับรู้ว่าคนไทยทั้งประเทศส่งกำลังใจมาให้

‘พงศ์กวิน’ ชี้แจงปมเด้งฟ้าผ่า ‘ปลัดแรงงาน’ เข้ากรุ ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใส คดีซื้อตึก Skyy9

‘พงศ์กวิน’ ปัดตอบ ปมปลัดแรงงานย้ายนั่งผู้ตรวจฯ ถาวร ชี้โยกย้ายเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เป็นมาตรการปกติ-ยังไม่ชี้ชัดคนทำผิด

เมื่อเวลา 09.15 น. (6 ส.ค.68) ที่กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า แผนการดำเนินงานของตนมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งแผนงานในระยะสั้นของตนคือจะต้องทำให้เกิดความโปร่งใสขึ้นภายในกระทรวงแรงงาน ช่วงที่เกิดกรณีการเข้าซื้อตึก Skyy9 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่สูงเกินกว่าราคาจริง เป็นช่วงที่ท่านปลัดกระทรวงเป็นเลขาธิการ สปส.

“ผมมองว่าเนื่องจากขณะนี้ท่านปลัดเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน มีอำนาจสั่งการภายในกระทรวงแรงงานทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องมีการโยกย้ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ” นายพงศ์กวินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีตึก Skyy9 เริ่มดำเนินการแล้วและมีการสรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วหรือยัง นายพงศ์กวินกล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มประชุมนัดแรก ก่อนหน้านี้มีการเริ่มนัดประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เกิดเหตุขัดข้องเล็กน้อย ทำให้เลื่อนการประชุมออกไป จึงยังไม่ได้มีการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า จากข้อมูลปลัดกระทรวงมีความผิดหรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า การโยกย้ายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐาน จึงถือเป็นมาตรการปกติ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการชี้ชัดว่าผู้ใดมีความผิดแล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นการย้ายตำแหน่งชั่วคราวหรือถาวร และหากตรวจพบว่าไม่มีความผิด สามารถโยกย้ายกลับมาตำแหน่งเดิมได้หรือไม่ นายพงศ์กวินกล่าวว่า พอดีตนมีประชุมต่อ ขอบคุณครับ และเดินหนีจากสื่อมวลชนไป

'พล.ต.อ.อัคราเดช' ตระเวณตรวจเยี่ยม การปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' วันเดียว 4 โรงพักรวด กำชับทุก สภ.ต้องเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 68) เวลา10.00-  17.00 น. พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศนรด.ตร. เปิดเผยว่า  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ ตน พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต.พล.ต.ต.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ผทค.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ หงษ์ทอง ผทค.ตร. พ.ต.อ.ศราวุธ สวัสดิชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี/หน.สง.ฯ และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและรับฟังปัญหา อุปสรรค ของข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ภ.จว.สุรินทร์

โดยมี พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์,พ.ต.อ.สุวรรณ ผลอินทร์ ผกก.สภ.รัตนบุรี พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.ท่าตูม พ.ต.ท.ประเคน วรธงไชย สวญ.สภ.เมืองบัว และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว ร่วมให้การต้อนรับ 

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหาข้อขัดข้อง อุปสรรคในการทำงาน ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ โดยต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการสังเกตการณ์การประชุมประชาคม ซึ่ง ตร.ได้ประสานงานสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติทุกนายเป็นที่เรียบร้อย         

ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองบัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเมืองบัว เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 11.30 น. ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ  ภ.จว.บุรีรัมย์  โดยมี พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ปริญญา พรเดชาพิพัฒ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.พงศ์พันษ์ พลวงษ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , พ.ต.อ.ขุนศึก เศรษฐชัย ผกก.สภ.แคนดง , พ.ต.อ.อดิศักดิ์ จันทร์สอน ผกก.สภ.หนองหงส์ , พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.คูเมือง , พ.ต.อ.ยุทธยา ไตรทิพย์ ผกก.สภ.สตึก , พ.ต.ท.อานนท์ เหล็กดี ผกก.สภ.บ้านด่าน , พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ วงศ์เสนา สวญ.สภ.หินเหล็กไฟ และข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ ร่วมให้การต้อนรับ  

จากนั้นได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน  ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ กำชับการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด "No Drugs No Dealers" และวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.กำชับการปฏิบัติเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนได้แนะนำวิธีการปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ได้แก่ โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอย่างมั่นคง (SML) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด      
         
ในการนี้ ได้มอบเงิน พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และได้มอบเงินให้แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหินเหล็กไฟ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมา เวลา 14.00 น. ได้เดินทางไป ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ภ.จว.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ รอง ผบช.ภ.3 ,พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.ต.ศิริยศ  ช่วยสระน้อย สว.สภ.สีสุก ,นายสายชล นากระโทก คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.สีสุก  และข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก ร่วมให้การต้อนรับ ได้รับฟังบรรยายสรุป ปัญหา อุปสรรคในการทำงาน 

ทั้งนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ทำงาน และแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้กับข้าราชการตำรวจ เช่นเดียวกันกับ 2 สภ.แรก จากนั้นได้มอบเงิน และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้แก่ข้าราชการตำรวจ สภ.สีสุก และมอบเงินให้แก่คุณครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกสำโรง เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

ต่อมาเวลา 16.30 น. เดินทางมาตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพล ปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย จากนั้น ได้สักการะพระพุทธพิทักษ์ประชาอัครบารมี เพื่อเป็นสิริมงคล และได้มอบเงินให้ข้าราชการตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.3 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

'ผบช.ภ.2' เตือนสายเที่ยว สายช็อป เช็กก่อน ระวัง!! เพจปลอมเสิร์ฟโปรเด็ด หลอกโอนค่าที่พัก – แบรนด์เนม ก.ค.เหยื่อเพียบ 17,823 คดี เผยสาเหตุมิจฉาชีพไม่เข็ดหลาบ

(6 ส.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2  หรือ  “สืบภาค 2” ร่วมกับตำรวจสืบภาค 1 จับกุม นางสาวอิ๋ว ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์เฟซบุ๊กหลอกลวง สร้างเพจปลอมขายห้องพัก พูลวิลล่า หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า และตรวจสอบพบเกี่ยวโยงกับคดีที่มีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ www.thaipoliceonline.go.th มากถึง 20 คดี และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลการรับแจ้งความ และการสืบสวนสอบสวนคดีออนไลน์พบว่า คดีหลอกลวงขายสินค้าและบริการออนไลน์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของคดีออนไลน์ พวกนี้คือมิจฉาชีพคนไทยที่หลอกคนไทยด้วยกันเอง เป็นคดีที่ความเสียหายไม่มาก คนร้ายมักไม่เข็ดหลาบ เพราะผู้เสียหาย ไม่ค่อยแจ้งความ หากคดีไหนที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ก็จะขอยอมความ ชำระเงินคืนแบบผ่อน คดีแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จึงต้องเตือนภัยประชาชนอย่าหลงเชื่อ

“ในเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แม้สถิติการเกิดคดีออนไลน์ในภาพรวมจะลดลง แต่ในจำนวนคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่แจ้งความออนไลน์ทั้งหมด 34,570 เรื่อง เป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการไม่เป็นขบวนการ พฤติกรรมแบบที่กล่าวมามากที่สุดถึง 17,823 คดี คิดเป็น 51.56% ความเสียหายร่วม 162 ล้านบาท” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นที่นิยมหลายแห่ง มีที่พักให้บริการจำนวนมาก เช่น พัทยา บางแสน สัตหีบ เกาะเสม็ด หาดแม่พิมพ์ เกาะช้าง เกาะกูด ฯลฯ ทำให้คนร้ายมีช่องโอกาสสร้างเพจ  ที่พักปลอม ทำเลียนแบบของจริงขึ้นมาหลอกลวงเหยื่อ คนร้ายพวกนี้จะล่อเหยื่อด้วยการโพสต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สร้างเพจปลอม แอ็กเคานต์ปลอม หรือไปโพสต์ตามกลุ่มต่าง ๆ จัดโปรโมชันยั่วใจ ของดีราคาถูก เมื่อเหยื่อติดกับก็จะออกอุบายหว่านล้อมให้รีบโอนเงิน ไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น อ้างว่าโปร ฯ นาทีทอง หรืออ้างว่ามีลูกค้าคนอื่นกำลังต้องการห้องพัก หรือสินค้าอย่างเดียวกันต้องรีบโอน เพื่อปิดจ๊อบ หากเหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะปิดเพจหนี บล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ดังนั้นก่อนจะทำการซื้อ จอง หรือจ่ายค่าบริการอะไรต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตรวจสอบหลาย ๆ ช่องทาง เช่น ตรวจสอบบัญชีปลายทาง ชื่อผู้รับโอนเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Cyber Check หรือ เว็บไซต์เช็กก่อน หรือ www.checkgon.go.th ว่ามีประวัติหลอกลวง เป็นมิจฉาชีพหรือไม่  

“ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ให้เอะใจเสมอว่าของดี ที่ราคาถูกเกินจริง ถูกจนน่าตกใจ ไม่มีจริง และอาจเป็นหลุมพรางที่มิจฉาชีพเอาไว้ล่อเหยื่อ และหากพบเห็นเพจเฟซบุ๊ก หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทำปลอม หลอกลวงให้กดรีพอร์ต หรือแจ้งที่สายด่วน 1441 ทั้งนี้นอกจากที่พัก หรือบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว สินค้า เครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือ ไอแพด สินค้าแบรนด์เนม นาฬิกา พระเครื่อง เป็นสินค้าที่มิจฉาชีพมักหลอกขายทางออนไลน์ ทั้งในรูปแบบของปลอมแล้วบอกว่าแท้ หรือหลอกขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งกลลวงแบบนี้ยังไม่หมด ขอให้ช็อปปิงออนไลน์อย่างระมัดระวัง ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ผบช.ภ.2 กล่าว

สถานทูตญี่ปุ่นปัดข่าวส่ง ‘โดรนขับไล่’ ให้ไทย ยันไม่ยุ่งปมชายแดนไทย-เขมร วอนหยุดแชร์ข่าวปลอม

(6 ส.ค. 68) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชาออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ปฏิเสธข่าวลือจากสื่อออนไลน์กัมพูชา ที่อ้างว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหา 'โดรนขับไล่' ให้ไทย โดยระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ ญี่ปุ่นไม่เคยมีแผนหรือได้รับคำขอดังกล่าวจากไทย

แถลงการณ์ยังระบุว่า ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือเฉพาะในด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้หยุดเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมขอบคุณหากประชาชนที่ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันเคารพข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทย และหวังเห็นสันติภาพฟื้นคืนโดยเร็ว เพื่อให้ชาวกัมพูชา และไทยกลับมามีชีวิตปกติอย่างสงบสุขอีกครั้ง

จีนหนุนบทบาทสร้างสรรค์ หวังฟื้นสัมพันธ์ 'กัมพูชา-ไทย'ชี้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย หลังมีการเจรจาหลายฝ่าย

(6 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน 'กัว เจียคุน' เผยว่าจีนจะเดินหน้าสนับสนุนบทบาทอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ และพร้อมดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของตนเองเพื่อหนุนการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทย

มีรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา จัดขึ้นที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 4–7 ส.ค. และจีนได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมวิสามัญในวันที่ 7 ส.ค. โดยก่อนหน้านี้จีนได้หารือไม่เป็นทางการกับไทยและกัมพูชาเมื่อ 30 ก.ค. ซึ่งมีผลช่วยให้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย และไม่มีเหตุปะทะใหม่เพิ่มเติม

การประชุม GBC ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การประสานงานของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกติดตามการหยุดยิงในพื้นที่แนวชายแดน ส่งเสริมการสื่อสารหลายระดับ ซึ่งจีนชื่นชมความพยายามร่วมของทั้งสองประเทศในทิศทางที่สงบและยั่งยืน

จีนยังยืนยันจะรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งไทย กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการเจรจาและการลดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ตามเจตจำนงของทั้งสองประเทศที่ต้องการยุติความรุนแรงอย่างถาวร

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก่อนเข้าสู่สภาฯ วาระ 2 – 3

(6 ส.ค.68) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit' ว่า เรากำลังจะมีกฎหมายที่สำคัญเพื่อจัดการอากาศสะอาดอย่างครอบคลุม เหมาะสม ครบวงจรเพื่อพวกเราทุกคนแล้ว โดยสถานะ ณ ตอนนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นที่เรียบร้อย และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 8 ส.ค. นี้ ผ่านช่องทางของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนรวบรวมส่งคืนนำไปสู่ขั้นตอนถัดไป นั่นคือให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระ 2 และ 3 รวมถึงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฯ ตามลิงก์นี้ 

https://shorturl.asia/1mXNy

รวมถึงสามารถศึกษาข้อมูลสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด

ตำรวจบุรีรัมย์ คุมตัวคนเขมรคาดเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าว พร้อมเครื่องแบบหน่วยอารักขา ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ

ตำรวจบุรีรัมย์คุมตัวสายลับทหารกัมพูชา พบสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์ ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ คาดอาจแฝงตัวหาข่าวความมั่นคงไทย

(6 ส.ค.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำดวน จ.บุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวชายชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ซึ่งถูกพบพร้อมเครื่องแบบทหารกัมพูชาหลายชุด ที่ติดตราสัญลักษณ์ BHQ ซึ่งเป็นเครื่องแบบที่คล้ายกับหน่วยทหารองครักษ์พิทักษ์ 'ฮุน เซน' โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ด้าน พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.ลำดวน เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งเบาะแสจึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าบ้านที่ถูกจับเป็นบ้านของภรรยาชาวไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชายคนดังกล่าวอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการรอผู้บังคับบัญชาระดับสูงและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ครม.ไฟเขียวเยียวยาทหาร 10 ล้าน ประชาชน 8 ล้าน ‘ภูมิธรรม’ ย้ำขอคนไทยสามัคคี ก้าวผ่านสองวิกฤติไปด้วยกัน

(5 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า รัฐบาลเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ทหารรายละ 10 ล้านบาท และประชาชนรายละ 8 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึดแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาความมั่นคง

นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ปะทะที่ชายแดนได้ยุติลงในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเจรจาโดยใช้กลไก GBC ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลที่กระทบความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ครม.ยังหารือถึงวิกฤตเศรษฐกิจจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้าจากไทยเป็น 19% โดยรัฐบาลยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน และยังมองว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันในเวทีโลก พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย เช่น พักหนี้ ซอฟต์โลน และส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศ

ท้ายสุด นายภูมิธรรมเรียกร้องให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ก้าวข้ามสองวิกฤติไปด้วยกัน ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า "ความสามัคคีของคนไทย คือพลังขับเคลื่อนประเทศ" และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะเดินหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ครม.เห็นชอบซื้อเครื่องบิน ‘กริพเพน’ 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้าน พร้อมแก้สัญญาเรือดำน้ำ Yuan Class ใส่เครื่องยนต์จีนแทนเยอรมัน

(5 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen รุ่น E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้านบาท และรับทราบแผนจัดหาเรือดำน้ำลำใหม่ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ขณะเดียวกัน ยังมีมติแก้ไขข้อตกลงโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ลงนามแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการเรือดำน้ำดังกล่าว เริ่มลงนามตั้งแต่ปี 2560 แต่หยุดชะงักในปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันตามสัญญาได้ ปัจจุบันต่อเรือเสร็จแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด รวมวงเงินกว่า 7,700 ล้านบาท โดยยังค้างชำระอีก 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของสัญญา

ด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขสัญญาแล้ว ส่วนกรณีเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 2 ลำนั้น เป็นข้อเสนอที่กองทัพเรือยื่นไป และจะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้รายละเอียดต่อคำถามเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่คุย กองทัพกำลังรบ เป็นความลับทางราชการ” พร้อมปฏิเสธตอบสื่อทุกคำถามที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top