Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

ชิงเงินเกือบ 1 ล้านบาท สวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมประกวดถ่ายภาพสวนสวยสุดว้าวววว  ในหัวข้อ “ว้าวสวนนงนุชพัทยา”

สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่ายสวนสวยครั้งที่ 2ในหัวข้อ“ว้าวสวนนงนุชพัทยา”บันทึกภาพมุมสวยๆ ร่วมประกวดชิงเงินรางวัลเกือบ 1ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20กรกฎาคม ถึง10ตุลาคม 2566 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  กล่าวว่าการกลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมประกวดถ่ายภาพ  ณ สวนนงนุชพัทยา  สวนสวยที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10สวนสวยที่สุดในโลก สำหรับกิจกรรมประกวดภาพถ่ายประจำปี 2566 นี้  ภายใต้หัวข้อ "ว้าว สวนนงนุชพัทยา 1 ใน 10 สวนสวยที่สุดในโลก" โดยได้แบ่งหัวข้อออกเป็น 3 หัวข้อได้แก่
1. ภาพถ่ายจากกล้องถ่ายภาพทั่วไปรวมถึงอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ
2. ภาพถ่ายทางอากาศด้วยอุปกรณ์โดรน
3. Nongnooch’s AI-Based Imageโดยมีการจัดประกวดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ และให้มีการใช้ภาพถ่ายจริงที่เกิดขึ้นที่สวนนงนุชพัทยา ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยี AI ที่สามารถป้อนคำสั่งทั้งจาก Keywords ต่างๆ

การแถลงข่าวในครั้งนี้ได้จัดขึ้น ณ ห้องแคลทรียา ซึ่งเป็นห้องสำหรับจัดเลี้ยงใหม่ล่าสุดของสวนนงนุชพัทยาเลยถือฤกษ์เปิดใช้บริการเป็นครั้งแรก ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เวทีขนาดใหญ่สำหรับการแสดง จอLED ระบบแสง สี เสียง ที่ทันสมัย และประดับตกแต่งด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์สุดอลังการ สำหรับงานจัดเลี้ยงมีการสร้างห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด สามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 650 คน

สำหรับกิจกรรมนี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจาก ช่างภาพมืออาชีพ มือสมัครเล่น นักศึกษา และนักท่องเที่ยวทั่วไป  ที่ได้เดินทางเข้ามาเยือนสวนนงนุชพัทยาแห่งนี้ และสร้างผลงานภาพถ่ายอันสวยงามเอาไว้เมื่อ พ.ศ.2563  ระยะเวลา3ปีที่ผ่านมาทางสวนนงนุชพัทยา ได้มีการพัฒนาสร้างสรรค์สวนสวยมากกว่า 50 สวนรอผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าประกวด  ดูรายละเอียดและวิธีสมัครได้ที่ https://www.nongnoochpattaya.com/th

“สมาคมสภาคนพิการฯ จัดสมัชชาคนพิการ เน้นขับเคลื่อนสิทธิด้วยพลังความรู้”

เมื่อวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย​“
สมัชชาคนพิการแห่งชาติและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565” ณ โรงแรม เอ็ม บูทีค รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมงาน อาทิ นางสาวภาณี จันทร์ตัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย ,นายศุภชีพ ดิษเทศ นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย , นางณฐอร อินทร์ดีศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ , นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ เลขาธิการสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและอุปนายกสภาคนพิการ ร่วมด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย โดย นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และอุปนายกสภาคนพิการฯ คนที่ 1 , นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และอุปนายกสภาคนพิการฯ คนที่ 2  , นายเอกกมล แพทยานันท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย และอุปนายกสภาคนพิการฯ คนที่ 3 , นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย และอุปนายกสภาคนพิการฯ คนที่ 4  และผู้แทนสภาคนพิการจังหวัดทุกจังหวัด

ทั้งนี้ สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ผู้จัดงานสมัชชาคนพิการฯ เป็นองค์การขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายด้านคนพิการระดับชาติ รวมทั้งพิทักษ์สิทธิคนพิการ ซึ่งได้มีการรับรองฐานะไว้ใน มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 รวมทั้งเป็นองค์กรร่ม (Umbrella Organization) ขององค์การคนพิการแต่ละประเภทระดับชาติซึ่งเป็นสมาชิกสามัญถาวร 6 องค์กร ได้แก่ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) ประกอบกับมีสมาชิกสามัญทั่วไป คือ สภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัดใน 77 จังหวัด รวมทั้งมีสมาชิกวิสามัญ ได้แก่ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น ภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) เป็นต้น

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ เน้นเรื่องของ "การผลักดันสิทธิคนพิการไปสู่นโยบายรัฐบาลด้วยพลังความรู้" โดยมีวัตถุประสงค์ ได้แก่
1. เพื่อเป็นเวทีสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สถานการณ์และอุปสรรคการดำเนินงานของสมาชิก ทั้งองค์การคนพิการแต่ละประเภท สภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัด และภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนและติดตาม กฎหมาย นโยบาย ไปสู่การปฏิบัติ
2. เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาแก่สมาชิก และสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการเสนอแนะความเห็นเพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสมาคมฯ ผ่านการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ภายในงาน ผู้ร่วมประชุมให้ความสนใจ พร้อมร่วมซักถาม ถกปัญหา รวมถึงแนะแนวทางต่างๆ โดยมีผู้นำของคนพิการ ครบทุกประเภทความพิการ จากทั้ง 77 จังหวัดเดินทางมาเข้าร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 500 คน ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ผู้แทนองค์การคนพิการแต่ละประเภท 6 สมาคม ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัด 77 จังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีนิทรรศการแสดงสินค้าของคนพิการทุกๆ ประเภท ในบริเวณการจัดงานอีกด้วยอีกด้วย 

เจ้าของภาพแปรอักษร ค.แยกอโศก โวย 'บอล วิ่งไล่ลุง' เอาภาพไปใช้ ไม่ให้เครดิต ใครเป็นมิตรสหายคุณ

จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของภาพการแปรอักษร ค. ที่แยกอโศกเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ภาพเฟซบุ๊ก 'ธนวัฒน์ วงค์ไชย - Tanawat Wongchai' ของนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือ 'บอล วิ่งไล่ลุง' ซึ่งนำภาพของตนไปโพสต์ในเพจ และทวิตเตอร์ของตนเอง โดยไม่ให้เครดิต พร้อมทั้งโพสต์ข้อความด้วยว่า "การแปรอักษร ค.ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขอบคุณภาพจากมิตรสหายท่านหนึ่ง"

หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ไปในโลกโซเชียล เจ้าของภาพตัวจริง ก็ได้โพสต์ว่า...

"มึงว่าภาพเดียวกันปะ ง่ายไปหน่อยไหม"

"ไม่ได้เป็นมิตรสหายและไม่เคยรู้จัก"

"ให้เครดิตเพจหลักที่ลงก็ยังดีกว่า แต่มิตรสหายท่านหนึ่งคืออะไร" 

หลังจากนั้นชาวเน็ตก็ได้เข้ามาวิจารณ์การกระทำของนายบอล ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำอะไรแบบนี้มาแล้ว และหลังจากเรื่องนี้เริ่มเป็นประเด็นถกเถียงทางโซเชียล นายบอลก็ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไปในเวลาต่อมา

สืบนครบาล รวบ "กอล์ฟ ตัวตึงทุ่งสองห้อง" บัญชีม้าหลอกขายที่นอน เดินบัญชีเพื่อเอาไปกู้เงิน ประวัติคดียาวเหยียด

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้ตรวจพบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ "นาดา ฮัฟเซาะฮ์" หลอกขายที่นอนในกลุ่ม "กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก โดยใช้ชื่อบัญชีรับโอนเงินชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา จากการสืบสวน คนร้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนย่านทุ่งสองห้อง ไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไป ก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับให้รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน มูลค่าความเสียหาย 1,200 บาท ผู้เสียหายเดือดร้อนจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และขอความช่วยเหลือเพจสืบนครบาล IDMB

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง
สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ได้จับกุมตัว

นายนำยศ แย้มมา อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 2482/4 ถนนเจริญกรุง แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม.ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.256/2566 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พฤติการณ์ คือ ผู้เสียหายสั่งซื้อที่นอน 6ฟุต ในราคา 600 บาท และได้โอนเงินไปให้ที่บัญชี ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 09802499xx ชื่อบัญชี นายนำยศ แย้มมา ต่อมาบอกว่ามีค่าขนส่งอีก 600บาท บอก จึงโอนไปอีก บอกจะได้เงินประสินค้าคืนพร้อมสินค้า ผู้เสียหายทักไปถามว่าจะได้เงินประกันคืนยังไงจะได้บอกคนที่บ้านไว้ ไม่ตอบแล้วก็ลบข้อความส่งที่มาทั้งหมด แล้วก็บล็อคผู้เสียหาย คนร้ายใช้ชื่อเฟซชื่อ นาดา ฮัฟเซาะฮ์ ขายในเพจ กระเป๋าและเสื้อผ้าราคาถูก ผู้เสียหายยังเห็นไปโพสต์ขายอีกหลายเพจแต่ไม่สามารถไปคอมเม้นท์ได้ จึงได้ไปแจ้งความที่สน.บางขุนนนท์  จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในชุมชนทุ่งสองห้อง อยู่กับกลุ่มแก๊งที่พัวพันยาเสพติด จะไม่ออกไปที่อื่น ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้าไปก็จะไหวตัวทันตลอด นานๆจะออกจากที่พัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และสืบจนทราบว่าตัวผู้ต้องหาจะออกมาตอนไหน จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการซักถามปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยแจ้งว่า ตนรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง และร่วมกับมิจฉาชีพให้เอาบัญชีของตัวเองไปเดินบัญชี โดยตกลงว่าถ้ากู้ผ่านแล้วจะเอาเงินมาแบ่งกัน แล้วมิจฉาชีพที่รับเดินบัญชีก็เอาไปหลอกผู้เสียหายอีกที เงินที่ได้มา เอาไปซื้อยาเสพติด เล่นการพนัน ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันไม่มีงานทำ 

จากการตรวจสอบประวัติคดีของนายนำยศ แย้มมา ในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบข้อมูลประวัติคดี จำนวน 18 คดี ประกอบด้วย
1)ปี 2550  โดนข้อหา "ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสารระเหยฯ" สน.วัดพระยาไกร
2)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
3)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
4)ปี 2550  โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
5)ปี 2551 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.วัดพระยาไกร
6)ปี 2552 โดนข้อหา "ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย" สน.วัดพระยาไกร
7)ปี 2554 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
8)ปี 2556 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ภาษีเจริญ
9)ปี 2556 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.ยานนาวา 
10)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1"  สน.ทุ่งมหาเมฆ
11)ปี 2558 โดนข้อหา "เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางโพงพาง
12)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.บางกอกใหญ่
13)ปี 2559 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.วัดพระยาไกร
14)ปี 2559 โดนข้อหา "มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สน.วัดพระยาไกร
15)ปี 2562 โดนข้อหา "ตัวการ มีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1" สภ.สำโรงใต้
16)ปี 2564 โดนข้อหา "เล่นพนันทายผลฟุตบอล" สน.ทุ่งสองห้อง
17)ปี 2565 โดนข้อหา "ตัวการ ฉ้อโกงประชาชน"  สน.บางขุนนนท์ (ในคดีที่ถูกจับ)
18)ปี 2566 โดนข้อหา "ตัวการ ลักลอบเล่นการพนัน" สน.ทุ่งสองห้อง
เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า คดีนี้แม้มูลค่าความเสียหายไม่มาก แต่สร้างความเดือนร้อนให้ผู้เสียหายมาก เพราะเก็บเงินอยากใช้ที่นอนใหม่ในชีวิตประจำวัน  แจ้งเตือนภัยไปยังประชาชน ว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีกลโกงมากรูปแบบ โปรดแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

‘แตงโม’ เผย ‘สหรัฐฯ' ไม่สวยหรู-ไม่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนคิด ชี้!! ประเทศไทยน่าอยู่-เสรี-ปลอดภัย แนะเด็กไทย 'รักชาติดีกว่า'

(24 ก.ค.66) แตงโม 'จูเลียน' ชาวอเมริกันมาจากเมืองซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย หรือที่รู้จักกันในฉายา 'ฝรั่งพูดไทย' ได้เผยผ่าน TikTok ช่อง 'sigmamo007' เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง 'ไทย-สหรัฐฯ' ไว้ว่า…

“อันนี้สาระ อยากฝากไว้ให้กับทุกคน และ 14 ล้านเสียงนั้น สำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่อายุเท่าผม คุณต้องหัดไปฝึกศึกษาเรื่อง ‘ความเคารพ’ ให้กับคนที่สร้างแผ่นดินให้คุณอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ทำให้อยู่อย่างสงบและสุขสบาย ซึ่งผมจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับแรก ๆ บนโลกใบนี้ ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องความเสรี, ความปลอดภัย, เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตที่ไม่เดือดร้อน ถือว่าประเทศไทยยังขึ้นอันดับอยู่ ดังนั้น ‘รักชาติดีกว่า’ ต้องรู้จักการให้เกียรติและเคารพกับครอบครัว”

“อย่างตอนนี้ผมเดินบนถนน ถ้าเป็นที่อเมริกาล่ะจะเป็นยังไง? แน่นอนโอกาสที่จะโดนปล้นหรือมีเรื่องก็สูงอยู่ หากไม่เชื่อสามารถไปดูในยูทูบได้ หรือไม่คุณก็ลองไปเดินที่อเมริกาเอาเอง ซึ่งคนที่ยังไม่เคยไปก็เอาแต่พูดว่าอเมริกามันดีอย่างงั้นดีอย่างงี้ แต่ตัวผมที่เกิดที่นู่นและเคยอาศัยมาแล้ว และยังเคยไปมาหลายประเทศ รวมถึงคนไทยหลายคนที่เคยไปมาแล้วได้รู้จักกับผม เขายังบอกว่าไม่น่าอยู่ สุดท้ายก็กลับมาคิดถึงประเทศไทย”

“ผมอยู่นี่ และถ้าเมื่อไหร่ที่ผมได้มีโอกาสได้ถือสัญชาติประเทศไทย ผมก็อยากจะขอบพระคุณ เพราะว่าผมแคร์ และก็ได้เห็นศักยภาพของประเทศไทย ผมเห็นภาพอนาคตของชาติไทยและประเพณีไทย ซึ่งควรรักษาไว้ หากคุณจะให้ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของอเมริกา คุณควรไปดูสภาพของอเมริกา อยากให้คิดเอาไว้ให้ดี ๆ แต่ละอย่างที่เราฟังมาจากพระเอกนายกโซเชียล ดารา พูดจาดี วางตัวได้ดี เอาเป็นว่าผมขอไม่พูดหรอกว่ามันถูกหรือผิด? ดีหรือไม่ดี? สำหรับแต่ละอย่างที่สื่อออกจากปากเขา คุณลองไปวิเคราะห์วิจารณ์ไปหาข้อมูลเอาเองและคุณจะได้พบเจอคําตอบที่แท้จริง” 

“สุดท้ายผมอยากบอกว่า…ธรรมะแท้ไม่มีคําปลอบใจ ถ้าคุณรับมือกับความจริงให้ได้ ชีวิตคุณจะดีขึ้น ดังนั้นผู้ใหญ่แต่ละคนที่กำลังเตือนสติเรา ฟังคําพูดไว้ให้ดี ๆ เชื่อผมเถอะ ผมยังเป็นวัยรุ่น และผมเข้าใจพวกคุณ” 

รัฐบาลเตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566

(24 ก.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาลดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ดังนี้ 

1.  การจัดพิธีทางศาสนา
1.1 จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 07.00 น. ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 172 รูป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม 

1.2 จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาให้วัดทุกวัดในประเทศไทยจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

2. จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 07.45 น. โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจะได้เชิญชวนหน่วยงานของรัฐจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ สถานที่ตั้งของหน่วยงาน กำหนดระหว่างวันที่ 20-28 กรกฎาคม 2566 รวมทั้งเชิญชวนลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณฯ ทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ที่ www.ocsc.go.th กำหนดระหว่างวันที่ 1 - 31 กรกฎาคม 2566

3.  จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในวันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2566 เวลา 18.00 น. และเวลา 19.19 น. ตามลำดับ โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัดหรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

4.จัดพิธีเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มจากท้องสนามหลวงไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2566 เวลา 08.00 น. โดยกระทรวงกลาโหมเป็นหัวหน้าคณะเชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯ ถวาย และขอพระราชทานผู้แทนออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม

5. จัดทำสาร สารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ในนามคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา

6. จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติฯ ในเดือนกรกฎาคม 2566 ตามความเหมาะสม โดยประสานงานกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน และสำนักงานจิตอาสาภาครัฐ สำนักนายกรัฐมนตรี 

ในการนี้ นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแสดงความจงรักภักดี และร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ โดยจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ จัดตกแต่งสถานที่ประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทยคู่กับธงอักษร พระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว ตามอาคารสถานที่ของหน่วยงานและบ้านเรือน จัดทำคำถวายพระพรชัยมงคลเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของหน่วยงาน และจัดลงนามถวายพระพรชัยมงคลภายในหน่วยงานหรือทางเว็บไซต์ ดำเนินการตลอดเดือนกรกฎาคม 2566 

ผบ.ตร.มอบรางวัลตำรวจ สน.ชนะสงครามช่วยเหลือผู้สูงอายุจากเหตุเพลิงไหม้ และชมรมไซเบอร์ รร.นรต.คว้าแชมป์สมัยที่ 4 แข่งขันทักษะไซเบอร์

วันนี้ (24 ก.ค.66) เวลา 12.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้แก่ข้าราชการตำรวจ 6 นาย และนักเรียนนายร้อยตำรวจ 3 นาย จาก 2 เหตุการณ์ ดังนี้ 

เหตุการณ์แรก กรณี “ช่วยเหลือผู้สูงอายุจากเหตุเพลิงไหม้” โดยเมื่อวันที่ 17 ก.ค.66 เวลาประมาณ 23.40 น. สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งเกิดเพลิงไหม้บริเวณ ซอยสามเสน 5 แขวงวัดพระยา เขตพระนคร กทม. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ชนะสงคราม ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว พบเหตุเพลิงไหม้จริง มีผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วยอยู่ในบ้าน ประตูรั้วถูกล๊อคไม่สามารถออกมาได้ ส.ต.ท.สถาพร สำราญ และส.ต.ต.กฤษณ์ วงศ์ลักขยานันท์จึงรีบให้ความช่วยเหลือปีนข้ามประตูเข้าไป เนื่องด้วยประตูปิดล็อค ส.ต.ท.สถาพร สำราญ จึงใช้ฆ้อนทุบกุญแจ จ.ส.ต.สราวุธ บาลจิตร์,ส.ต.ต.กฤษณ์ วงศ์ลักขยานันท์ ส.ต.ท.ภัทรดนัย รอดดารา,
ส.ต.ต.มนัญชย์ กันฤทธิ์,ส.ต.ต.กิตติกร ทองจำรัส จึงช่วยกันยกนำผู้สูงอายุที่ติดค้างอยู่ภายในตัวบ้านที่เกิดเหตุและตรวจสอบภายในตัวบ้านจนหมดไม่มีตกค้าง ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงสนับสนุนเพื่อทำการดับเพลิงต่อไป

และเหตุการณ์ที่ 2 กรณี “นักเรียนนายร้อยตำรวจได้รับรางวัลแข่งทักษะทางไซเบอร์” โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 66 ทีมไซเบอร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางไซเบอร์ระดับโรงเรียนทหาร-ตำรวจ และระดับอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 4 ทีม โดยทีมที่ได้อันดับ 1 ได้แก่ ทีม SixthHUNTER ประกอบไปด้วย (1) นรต.ทัศไนย มานิตย์ ชั้นปีที่ 4 (2) นรต.วรรณกร นุ่นประดิษฐ์ ชั้นปีที่ 4 และ (3) นรต.สุดฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ ชั้นปีที่ 3 โดยปีนี้โรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ตำรวจรางวัลชนะเลิศติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า “ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญ ที่ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที รวมถึงขอชื่นชมในความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผลักดันและพัฒนาหน่วยงานจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร ตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 20,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

'รองต่อศักดิ์' เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมซ้อมแผนคนร้ายกราดยิง Active Shooter รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ก.ค.66 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุคนร้ายกราดยิง (Active Shooter) โดยมีคณะครูฝึกนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท 1 พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.ชายวุธ ชายโอฬาร รอง ผกก.ต่อต้านก่อการร้าย บก.สปพและเจ้าหน้าที่สายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 มาเป็นวิทยากร โดยมีนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 3- มัธยมศึกษาปีที่ 6 และคณะครู-อาจารย์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน รวมฝึกภาคทฤษฎีและปฏิบัติการหนี ซ่อน สู้ 

โดยการฝึกครั้งนี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครอง และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการ ฝึกอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุกรณีคนร้ายยิงกราด Active shooter นั้นได้แบ่งเป็น สองส่วนคือการอบรมภาคทฤษฎี และการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ แบ่งเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ หัวข้อที่ 1 คือการปฏิบัติเพื่อพบ IED ระเบิด ทำให้รู้ว่าเมื่อพบวัตถุเข้าข่ายที่จะเป็นระเบิดควรปฏิบัติตัวอย่างไร หัวข้อที่ 2 คือ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสร้างความรู้เบื้องต้นในการรักษาบาดแผลและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร้าย เพื่อลดการสูญเสีย และหัวข้อที่ 3 คือ การหนี ซ่อน สู้ ซึ่งจะมีการสาธิตเหตุการณ์จริงว่าเมื่อมีคนร้ายก่อเหตุยิงกราดจะมีวิธีการในการเอาตัวรอดอย่างไร

นอกจากนี้ในกิจกรรมฝึกมีส่วนสถานการณ์จำลองโดยจะมีคนร้ายเข้ามาในสถานที่ที่กำหนดแล้วกราดยิงใส่กลุ่มผู้ฝึกซ้อม เพื่อให้ผู้ฝึกซ้อมใช้ทักษะที่อบรมมาในการปฎิบัติภารกิจ โดยจะสามารถประยุกต์ใช้ในสถานที่ต่างๆ เช่น สถานประกอบการห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยออนไลน์ 'ระวังคนร้ายอ้าง ThaID โหลดแอปดูดเงิน'

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.  พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./หัวหน้าคณะทำงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนว่าได้รับข้อความสั้น (SMS) แอบอ้างแอปพลิเคชัน ThaID หลอกให้กดลิงก์ควบคุมโทรศัพท์ เพื่อโอนเงินออกไป 

พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยคณะทำงาน จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนว่า ให้ระวังกลุ่มคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากแอป ThaID (ไทยดี) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของกรมการปกครองในการแสดงบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านออนไลน์  โดยคนร้ายจะติดต่อผู้เสียหายหลายทาง มีทั้งการแอบอ้างทางโทรศัพท์เข้ามา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiD ปลอม หรือส่ง SMS เข้าโทรศัพท์ผู้เสียหายในชื่อ ThaiD เพื่อให้ผู้เสียหายทำการอัพเดทให้ยืนยันตัวตน หรือ อ้างเหตุผลอื่นๆ  ผ่านลิงก์ wsc.fit/62 ซึ่งเป็น LINE Account  ชื่อ Thai ID ปลอม เมื่อพูดคุยผ่าน Line แล้วจะหลอกล่อให้ดาวน์โหลดแอพดูดเงิน ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว และคนร้ายจะทำการดูดเงินออกจากโทรศัพท์ผู้เสียหายไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนทราบ มิให้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด

หากได้รับการติดต่อทางทางโทรศัพท์หรือ SMS ดังกล่าว อย่าดาวน์โหลด หรือมีข้อสงสัย ให้โทรแจ้งสายด่วน 1441 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1548 กรมการปกครอง และหากเผลอติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมแล้ว ให้รีบตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ถอดซิมโทรศัพท์มือถือออก และแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com

นอกจากนั้น นายชลอ อินทพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณาการฐานข้อมูลกลางภาครัฐ สำนักบริหารการทะเบียน ผู้แทนกรมการปกครองได้ชี้แจงว่ากรมการปกครอง ไม่มีช่องทางไลน์ทางการ (LINE Official Account) ในการติดต่อกับประชาชน และไม่มีนโยบายในการส่งข้อความสั้น (SMS) ไปยังประชาชนแต่อย่างใด หากประชาชนต้องการดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “ThaID” (ไทยดี)  สามารถดาวน์โหลดหรือติดตั้งผ่าน App Store หรือ Play Store เท่านั้น และสามารถลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง หรือลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่  ณ สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ 

ทั้งนี้ประชาชน สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้จาก เว็บไซต์ www.เตือนภัยออนไลน์.com หรือโทรสายด่วน 1441 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฎิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC)

​วันนี้ (24 ก.ค.66) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง (ศพดส.ตร.) ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมเชิงปฎิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฎิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TICAC) ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยมีกำหนดการอบรมระหว่างวันที่ 23 - 27 ก.ค.66 ซึ่งในครั้งนี้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการ จนถึงผู้บังคับหมู่ ในสังกัด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, ชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการ ศพดส.ตร. บช.น./ภ.1-9 , ชุดสืบสวนดิจิทัล ศพดส.ตร.และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ รวมจำนวนกว่า 216 นาย

​โดยจุดประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการสืบสวนทางเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่และทวีความรุนแรงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความซับซ้อนภายใต้การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ได้ก้าวไปสู่ยุคข้อมูลดิจิทัลเต็มตัว จึงส่งผลให้คนร้ายพัฒนารูปแบบและวิธีการก่อเหตุโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรม ที่เป็นการล่อลวงและประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กและเยาวชน สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากขึ้นและการเข้าถึงอย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งการกระทำผิดผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้น การนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสืบค้นหาตัวผู้กระทำผิดมีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) เพื่อนำมาประยุกต์ร่วมกับเทคนิคการสืบสวนพื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถรักษาความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานที่นำไปพิสูจน์การกระทำความผิดในชั้นศาลได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจัดการฝึกอบรมครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) โดยมุ่งเน้นการแสวงหาวัตถุพยานดิจิทัลและความเชื่อมโยงต่อการกระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต และเพื่อพัฒนาต่อยอดความรู้ความสามารถให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่สายงานสืบสวนสอบสวนให้เกิดความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการแสวงหาพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Evidence and Online Investigation) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งทรงคุณวุฒิ อาทิ ท่านจตุพร แสงหิรัญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ,ท่านอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ,อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญ Cyber Security มาให้ความรู้เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการสืบสวนเชิงนิติ วิทยาศาตร์ทางคอมพิวเตอร์ การแสวงหาวัตถุพยานดิจิทัลและความเชื่อมโยงต่อการกระทำความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และยกระดับมาตรฐานแนวทางการปฎิบัติงาน ของข้าราชการตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top