Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

ผบ.ตร.ให้ความสำคัญเหตุกราดยิง เน้นถ่ายทอดความรู้ให้ประชาชน ทราบถึงทฤษฎี Active shooter วิธีการปฏิบัติ Run Hide Fight การหนี ซ่อน สู้ พร้อมสั่งดูแลสุขภาพตำรวจทั่วประเทศ ด้วยแนวคิด “เราดูแลคุณ เพื่อให้คุณดูแลประชาชน”

(10 พ.ย.66) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (9 พ.ย.66) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ ”ยุทธวิธีและการบริหารเหตุวิกฤต“ ให้กับบุคคลาการ สมาชิกจิตแพทย์, แพทย์ประจำบ้าน ในการประชุมวิชาการประจำปีจิตเวชศาสตร์ไทย ครั้งที่ 51 ประจำปี 2566 (51st Thai Annual Congress of Psychiatry,51st TACP) จัดโดยราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย,สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร       

โดย ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการสร้างความรู้ และการรับมือกับเหตุการณ์วิกฤต เน้นให้ความรู้ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในการเอาชีวิตรอดจากกรณีมือปืนยิงกราด เนื่องในปัจจุบันมีการก่อเหตุอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวหลายเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้เกิดการสูญเสียในชีวิต และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ฯ เปิดเผยว่า ตร.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก จึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายทอดความรู้ในภาคประชาชน ให้ทราบถึง ทฤษฎี Active shooter สร้างแนวความคิด ทักษะ การวางแผนในการบริหารเหตุการณ์มือปืนยิงกราด และวิธีการปฏิบัติ Run Hide Fight (การหนี ซ่อน สู้) สำหรับประชาชนเมื่อเผชิญเหตุ 
     
นอกจากนี้ ยังห่วงใยถึงการดูแลร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตให้มีความสุข มีนโยบาย Fit Fair Fun โดย Fit คือ ดูแลสุขภาพตำรวจที่ทำงานหนักแต่ไม่มีใครมาดูแลเรื่องสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่เกิดความเครียดจากการปฏิบัติงาน, Fair คือ เบี้ยเลี้ยง เงินสวัสดิการจะต้องยุติธรรมลงไปถึงคนที่ทำงานจริง, Fun คือ ทำงานอย่างมีความสุข เมื่อผู้บังคับบัญชาดูแลทั้งสุขภาพและสวัสดิการ มีความสุขในการทำงานสิ่งที่สัมฤทธิ์ผลที่สุด คือ การบริการพี่น้องประชาชน 
     
รวมถึงยังมีนโยบาย Police HOME เป็นแนวคิดผู้บังคับบัญชาทุกคนให้อยู่กันเป็นบ้านที่มีความรักความผูกพัน จะลดกำแพงระหว่างผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาลงให้มีความรู้สึกว่า เราคือครอบครัวเป็นพี่เป็นน้อง ด้วยแนวคิดกับตำรวจที่ว่า “เราดูแลคุณ เพื่อให้คุณดูแลประชาชน” ผู้บังคับบัญชาจะลงไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีเพื่อส่งถ่ายความสุขและความรักสู่พี่น้องประชาชน
     
ผบ.ตร.เปิดเผยอีกว่า ภายหลังได้นำสิ่งเคยเป็นปัญหา อุปสรรค และความต้องการของคนที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา จากประสบการณ์ทำงานได้สัมผัสใกล้ชิดลูกน้อง นำขึ้นมาวางให้เป็นนโยบายขับเคลื่อนในการปฏิบัติ เพื่อข้าราชการตำรวจ และครอบครัวทุกหน่วย ได้มีความสุข และปฏิบัติงานเพื่อดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนต่อไป

ตำรวจท่องเที่ยวปฎิบัติตามนโยบายผบ.ตร. ให้สวม 'เสื้อกั๊กตำรวจแบบใหม่' นำร่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้(10 พ.ย.66) เวลา 09.00 น. บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รรท.ผบช.ทท., พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.มนพร  ลิขิตมานนท์ รอง ผกก.1 บก.ทท.1 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ขวัญพล เพ็งเดือน สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 ลงพื้นที่ปล่อยแถวเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความอุ่นใจ ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทั้งร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อต้อนรับช่องเทศกาล

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่กำหนดพื้นที่นำร่องสร้างภาพลักษณ์เป็นมิตร ยกระดับรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และได้มอบเสื้อกั๊กสะท้อนแสงแบบใหม่ให้ตำรวจ ที่ปฏิบัติงานในสถานีตำรวจนำร่องเมื่อวันที่16 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มอบในกับพื้นที่ ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อให้ตำรวจใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว  

ด้าน พ.ต.ท.ขวัญพล เพ็งเดือน สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำนโยบายดังกล่าวฯมาปรับใช้กับท้องที่ที่ดูแลว่า การใส่เสื้อกั๊กแบบการใช้สีแบบ Retroreflector หรือสีสะท้อนแสงและยังเป็นสีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และในอีกหลายประเทศใช้สวมใส่ทับเครื่องแบบ เป็นการยกระดับมาตรการในการดูแลและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว การส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว ช่วยให้ประชาชนเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ง่ายตั้งแต่ระยะ 200-500 เมตร เป็นที่เข้าใจในระดับสากล และ เสริมสร้างบุคลิกภาพของตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม มีความคล่องตัว ความปลอดภัย และมีความเป็นมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลก 

พ.ต.ท.ขวัญพล เพ็งเดือน ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนช่วงเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง อยากให้ประชาชนอุ่นใจในการออกจากบ้านไปร่วมงานเทศกาล ว่าจะได้รับการดูแลที่ปลอดภัยที่สุดเพราะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง และ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มีการวางแผนการดูแลพื้นที่ต่างๆ อย่างรัดกุม และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว และให้เชื่อมั่นว่ามาตราการรักษาความปลอดภัยต่างๆ จะไม่สงผลต่อความเป็นส่วนตัวของนักท่องเที่วและประชาชน

'บิ๊กไก่' ผบ.ทอ. ต้อนรับ นักศึกษา มส.16 ศึกษาดูงานกองทัพอากาศ

วันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุม กองทัพอากาศ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะให้การต้อนรับ พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิการจัดการเพื่อความมั่นคง พลเอก ดร. มารุต ปัชโชตะสิงห์
ผู้อำนวยการหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูงพล.อ.ต.หญิง ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการหลักสูตรฯ พร้อมคณาจารย์ และนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) รุ่นที่ 16 ในการศึกษาดูงานกิจการกองทัพอากาศ 

เริ่มจากการสักการะจอมพล สมเด็จพระเชษฐาธิราชเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระบิดาแห่ง กองทัพอากาศ จากนั้นรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับภารกิจในการเตรียมกำลังกองทัพอากาศ และป้องกันราชอาณาจักร พร้อมการพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดความขัดแย้งในระดับต่างๆ รวมถึงภารกิจการช่วยคนไทยจากอิสราเอล พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นต่างๆ 

จากนั้นไปศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ก่อนจะเดินทางไป ชลพฤกษ์รีสอร์ท จ.นครนายก ร่วมงานเลี้ยงต้อนรับสู่ครอบครัว มส.16

สำหรับหลักสูตรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงขั้นสูง (มส.) ปัจจุบันรุ่นที่ 16 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน หรือองค์การสาธารณะ

สำหรับปรัชญาของหลักสูตร มุ่งพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นคลังสมองของประเทศ ให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยในองค์ประกอบความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงของมนุษย์ มีทักษะ หลักคิด มีหลักเกณฑ์ ในการวิเคราะห์/สังเคราะห์ สถานการณ์อย่างถูกต้อง และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้บริหารระดับสูง เพื่อร่วมกันสร้างเสริมความมั่นคงของมนุษย์ และความมั่นคงแห่งชาติโดยรวม

ชาวเน็ต ห่วง!! หลังเด็ก 9 ขวบ สูบบุหรี่ไฟฟ้าอวดลงไอจี ลั่น!! ‘ฟันน้ำนมยังไม่หมดปากเลย’ จี้ พ่อ-แม่ ดูแลใกล้ชิด

เมื่อวานนี้ (9 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ ‘Drama-addict’ โพสต์ข้อความระบุว่า

“เจอเด็กไทยอายุ 9 ขวบ เล่นไอจี สูบบุหรี่ไฟฟ้า โพสต์อวดลงไอจีรัวๆ แย่แล้วเด็กไทย”

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน ก็มีเพจดังเพจหนึ่ง โพสต์คลิป เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 9 ปี กำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมกับโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ระบุว่า

“ฟันน้ำนมยังไม่หมดปากเลย พ่อแม่ไปไหน ไม่ใช่ลงคลิปเดียวด้วย ดูดบุหรี่ไฟฟ้าอัปคลิปลงไอจีไม่รู้กี่คลิปแล้ว”

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน มีเข้ามาแสดงความคิดเห็น และเป็นห่วงเด็กหญิงคนนี้ และเด็กคนอื่นๆ ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าด้วย เช่น

โทษครอบครัวอันดับแรกค่ะ พ่อแม่ต้องเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิด เป็นครูที่ดี เป็นคนที่ลูกเข้าถึงได้ บอกสอน แนะนำในสิ่งดีงามให้เค้า

คนมีลูกเล็กคือวิตกจริงๆ นะ กับสภาพแวดล้อม กับสังคม แบบนี้

กัญชา บุหรี่ พนันออนไลน์ เข้าถึงทุกวัย น่าสงสารเด็กๆ ค่ะ

ผู้ปกครอง คือ แบบอย่างแรกของลูกๆ เราเชื่อแบบนั้น

เด็กหญิง- ป.5 พกบุหรี่ไฟฟ้า 3 อัน ผู้ปกครองรับรู้ว่าน้องดูด เรานี่ตกใจ เป็นห่วงสุขภาพของเด็กในอนาคต

อย่างไรก็ตามทาง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน และได้บอกถึงโทษของบุหรี่ไฟฟ้าว่า มีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อสมอง พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคตินในปริมาณสูง สารเสพติดจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและสมอง รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของสมองในเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในส่วนของสมองที่รับผิดชอบด้านความสนใจ การเรียนรู้ และความจำ ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ ความจำลดลง เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิตกกังวล หงุดหงิด และมีความหุนหันพลันแล่น อารมณ์รุนแรงมากขึ้น

โซเชียลรุมวิจารณ์ 'ร้านออนไลน์' แปะป้ายบังคับรีวิวคะแนนสูง ขู่!! ถ้าให้คะแนนรีวิว 1-3 ดาว จะไม่รับเคลมสินค้าทุกกรณี

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กลายเป็นชีวิตปกติของคนยุคนี้ไปแล้ว หลังจากซื้อสินค้า การรีวิวเป็นสิ่งที่ร้านค้าให้ความใส่ใจเพราะหมายถึงการซื้อของคนอื่นๆ ในครั้งต่อไป

แต่ร้านค้าแห่งนี้คงใส่ใจเรื่องคะแนนมากเกินไป จนทำให้กลายเป็นเรื่องเป็นราว โดยผู้บริโภครายหนึ่ง ได้ถ่ายภาพกล่องสินค้า ซึ่งเขียนว่า “รีวิวไม่ถึง 1 คะแนน ไม่รับเคลมทุกกรณี”  งานนี้เล่นเอาผู้บริโภคและชาวเน็ตรายอื่นๆ เห็นแล้วเดือดทันที

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ทุเรศแบบนี้ก็ได้เหรอ!! สั่งของ มาแล้วที่หน้ากล่องติดสติกเกอร์อันนี้อยู่ หมายความว่าถ้าของเสียหายเราจะต้องให้ 3 ดาวขึ้นไปถึงจะเคลมได้ แต่ถ้าเกิดเราให้ 1-3 ดาวไม่รับเคลม มันก็เข้าข่ายว่าเราหลอกคนอื่นๆไปด้วยหรือเปล่า ถ้าของเกิดชำรุดเราต้องให้ 4-5 ดาวถึงจะเคลมได้ ทั้งๆที่ถ้าเราได้ของชำรุดมาเราไม่พอใจอยากจะให้ 1-2 ดาวแต่ก็เคลมไม่ได้”

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแนะนำวิธีการจัดการกับร้านค้าลักษณะนี้ เช่น แนะนำว่า “ให้ใช้รูปหน้ากล่องของร้านที่เขียนแบบนี้ในการรีวิว” ซึ่งถือเป็นวิธีการรีวิวแบบเชือดนิ่ม เพราะการใส่กติกาลักษณะนี้ถือเป็นความไม่จริงใจต่อการขายในรูปแบบหนึ่ง

กลไกต่อลมหายใจ 'ลูกหนี้' ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลาย พร้อมห้ามเจ้าหนี้บังคับชำระหนี้ ยึดทรัพย์สิน หรือ ขายทรัพย์สิน

สืบเนื่องจาก กรณี JKN หรือ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป ได้ยื่นขอล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลางตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 แม้สินทรัพย์มากกว่ามูลหนี้ 12,161 ล้านบาท จากงบการเงินล่าสุดงวดไตรมาส 2/66 สิ้นสุด 30 มิ.ย. โดยมีหนี้สินเพียง 7,398 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 4,756 ล้านบาท 

ต่อมา JKN ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทในฐานะลูกหนี้ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ โดยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับใครที่อาจจะยังงง ๆ กับเรื่องของการขอฟื้นฟูกิจการ ทาง THE STATES TIMES ได้สอบถามข้อมูลจากทนายผู้เชี่ยวชาญ และได้รับคำตอบมาดังนี้ ว่า...

การฟื้นฟูกิจการเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวให้ได้มีโอกาสกลับมาดำเนินกิจการต่อไปได้โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลาย ซึ่งจะมีผลให้ศาลมีคำสั่ง 'พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด' 

โดยศาลจะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อจัดสรร/ชำระให้กับบรรดาเจ้าหนี้ของลูกหนี้ทั้งหลาย กล่าวคือ ให้ลูกหนี้ยุติการดำเนินกิจการและทำการยึดทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งหมด เพื่อเตรียมแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายทั้งปวงต่อไป

ดังนั้น เมื่อศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้วลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองทันที เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินการฟื้นฟูกิจการได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องหรือไม่ต้องกลัวว่าเจ้าหนี้จะยึดทรัพย์บังคับคดีเพื่อการชำระหนี้ เนื่องจากเมื่อศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว จะ...

(๑) ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องร้องลูกหนี้เป็นคดีใดๆ หรือห้ามเจ้าหนี้ร้องขอให้ศาล หรือ นายทะเบียน สั่งให้เลิกความเป็นนิติบุคคลของลูกหนี้ (เมื่อถูกสั่งให้เลิกความเป็นนิติบุคคลก็เท่ากับนิติบุคคลนั้นถึงแก่ความตายดำเนินกิจการต่อไปไม่ได้) 
(๒) ห้ามเจ้าหนี้บังคับคดีกับลูกหนี้ (ที่เจ้าฟ้องร้องจนชนะคดีในที่สุดแล้วก็ห้ามเจ้าหนี้ บังคับชำระหนี้ ยึดทรัพย์สิน หรือ ขายทรัพย์สิน ของลูกหนี้) 
(๓) ห้ามเจ้าหนี้ที่มีประกันบังคับชำระหนี้จากหลักประกัน 
(๔) ห้ามตัดน้ำ ตัดไฟ โทรศัพท์ (บริการสาธารณูปโภค) ของลูกหนี้ 
(๕) ห้ามหน่วยงานของรัฐเพิกถอนใบอนุญาตใด ๆ ของลูกหนี้ 
(๖) แต่ก็ห้ามลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอน ก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าหนี้มีสิทธิในทรัพย์สินของลูกหนี้ (อย่าให้มีเจ้าหนี้ซึ่งจะมาเป็นตัวหารในทรัพย์สินของลูกหนี้เพิ่มขึ้นนั่นเอง)

'เสธ.นุ้ย' นำทีม 288 ผู้ทรงคุณค่าแห่งสังคมไทยจาก 'วปอ.66' ผนึกพลังแห่งการให้ ส่งสุขให้สังคมใต้แนวทาง Project The Ten

(10 พ.ย.66) วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวชื่อดังสายทหาร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Wassana Nanuam' ระบุว่า...

ท่าน ประธาน!!

'เสธ.นุ้ย' พลโท ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ ประธาน นักศึกษา วปอ.66 เตรียมนำผองเพื่อนรวม 288 คน เดินหน้าปรับโฉม วปอ. มุ่งสู่ Project The Ten ตามแนวทางของ ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อเป็นเข็มทิศในการใช้เครือข่าย วปอ. ทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน CSV : Creative Sharing Values ตามแนวคิด ‘สามัคคี มีความสุข’ นำบุคคลที่มีคุณค่าในทุกภาคส่วนนำพลังความสามัคคี และส่งพลังให้เป็นสังคมแห่งความสุขและสังคมแห่งการให้

สำหรับเป้าหมายสำคัญของ Project The Ten นั้น จะมุ่งเน้นนำศักยภาพของนักศึกษา วปอ.66 ให้เป็นกลไกความร่วมมือแบบองค์รวมที่ทุกภาคส่วนจะต้องนำมาเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาระดับนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทั้งโดยเฉพาะด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงความเหลื่อมล้ำ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทุกมิติเป้าหมายสำคัญ

ผบ.ตร.สั่งด่วน จเรตำรวจ เร่งตรวจสอบสติกเกอร์รถบรรทุกตกท่อระบายน้ำกลางกรุง ว่ามีลักษณะเป็นส่วย หรือเจ้าหน้าที่ไปมีเอี่ยวหรือไม่ รายงานผลภายใน 3 วัน เน้น น.1 ให้ทำคดีตรงไปตรงมา ขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง คาดโทษตำรวจทั่วประเทศห้ามยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์

เมื่อวานนี้ (9 พ.ย.66) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกตกท่อระบายน้ำกลางกรุงว่า “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ได้สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง รรท.จตช. ตรวจสอบข้อเท็จกรณีกรณีรถบรรทุกประสบเหตุ ตกบ่อก่อสร้างโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินทรุดตัว ถนนสุขุมวิท หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 66 จนเป็นเหตุที่ประชาชนได้รับ ผลกระทบเป็นวงกว้าง มีผู้บาดเจ็บ โดยทำให้การจราจรไม่สามารถใช้การได้หลายชั่วโมง ขณะที่บริเวณกระจกด้านหน้า รถบรรทุกคันดังกล่าว มีรูปดาว ตัวอักษรภาษาอังกฤษ B สีเขียว โดยประธานสหพันธ์ขนส่งแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า เป็นสัญลักษณ์ของส่วยสติ๊กเกอร์ตามที่ปรากฏภาพข่าว จึงให้จเรตำรวจดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จว่า มีข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รับผลประโยชน์ทั้งทางตรง ทางอ้อมหรือไม่ หากพบให้ดำเนินการเด็ดขาดทั้งอาญา วินัยและปกครอง และรายงานผลให้ทราบ ภายใน 3 วัน

ผบ.ตร.ยัง สั่งกำชับให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงไปควบคุมการทำคดีนี้ อย่างตรงไปตรงมา ทำความจริงให้ปรากฎ รวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกฐานความผิด รวมทั้งประเด็นข้อสงสัยของสังคม เช่น การเคลื่อนย้ายดินออกจากรถ หรือประเด็นอื่นๆ  และให้สืบสวนขยายผลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย หากพบเป็นความผิด

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการย้ำให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้สังคมรับทราบ และเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกรายที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎหมาย พร้อมกำชับตำรวจทั่วประเทศไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์จากส่วยสติกเกอร์ หรือสิ่งผิดกฎหมาย หากตรวจพบจะดำเนินการเด็ดขาดทั้งอาญา ปกครอง วินัย รวมทั้งเอาผิดผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยด้วย

'เนเน่ รัดเกล้า' เผยภาพเข้ากราบเยี่ยม 'ลุงตู่' ท่านยังห่วง 'ประเทศ-ประชาชน' เหมือนเดิม

(10 พ.ย. 66) ‘เนเน่’ รัดเกล้า สุวรรณคีรี ลูกสาว ไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี’ ระบุว่า... 

#วันนี้วันดี ดีใจที่สุดที่วันนี้​ #เนเน่​ ได้มีโอกาสไปกราบเยี่ยม​ #ลุงตู่ ค่ะ​ ท่านสบาย​ดี​ หน้าตาแจ่มใส​ ใจดี​ น่ารัก​ อบอุ่น​ กันเองเหมือนเดิม... เนเน่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนทุกคน​ นำความรัก​ ความห่วงใย​ ความคิดถึงของทุกคนไปส่งต่อให้ลุงตู่เรียบร้อยแล้ว​นะคะ​ 

ลุงตู่ให้กำลังใจเนเน่ บอกขอให้ทำงานให้เต็มที่​ งานทุกงานมีความท้าทาย​ ขอให้ทำให้ดีที่สุด​ และทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ​เสมอ

ลุงตู่ยังคงเป็นห่วงประเทศและประชาชนคนไทยเหมือนเดิม และแอบเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคน​ ให้ช่วยกันพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้า​ด้วยกัน

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรสถาบันวิทยสิริเมธี พร้อมติดตามการพัฒนาธุรกิจ ‘กลุ่ม ปตท.’ ณ วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง

(7 พ.ย.66) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี ระดับดุษฎีบัณฑิตและมหาบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 35 ราย พร้อมพระราชทาน ‘ทุนพระราชทานศรีเมธี’ แก่นิสิตที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม จำนวน 4 ราย และพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2565 โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหารจากกลุ่ม ปตท. ร่วมกับผู้บริหารสถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ เฝ้าฯ รับเสด็จฯ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จึงร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและปริญญาเอก) ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ปัจจุบัน สถาบันวิทยสิริเมธี ประกอบไปด้วย ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นแนวหน้า และ 4 สำนักวิชา ได้แก่ สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล สำนักวิชาวิทยาการพลังงาน สำนักวิชาวิทยาการชีวโมเลกุล สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพสูงด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม และส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาและวิจัยในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก สามารถต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมสร้างการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และส่งเสริมความยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

สำหรับโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ในปีการศึกษา 2565 มีนักเรียนรุ่นที่ 6 สำเร็จการศึกษา จำนวน 69 คน แบ่งเป็นนักเรียนที่ได้ศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) จำนวน 48 คน ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและอื่น ๆ จำนวน 21 คน โดยได้รับทุนศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ และได้รับทุนการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธีเพื่อศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี ระดับปริญญาตรีภายในประเทศด้วยเช่นกัน

ในวันเดียวกัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินไปยังสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี จัดตั้งจากการสนับสนุนของธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน) ติดตามความก้าวหน้าด้านงานวิจัยและพัฒนา พร้อมทอดพระเนตรห้องปฏิบัติการและนิทรรศการผลงาน เช่น ห้องปฏิบัติการวิจัย Wangchan Advanced Industrial Labs โครงการกลุ่มวิจัย Interfaces Lab โครงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โครงการกลุ่มวิจัย Brain Lab เป็นต้น 

ต่อมาทรงทอดพระเนตรผลงาน โรงเรือนสาธิตเทคโนโลยีชีวภาพ ที่นำเสนอภาพรวมโครงการเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อ Net Zero เกษตรยั่งยืน และอาหารปลอดภัยรวมถึงโครงการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอุตสาหกรรมชีวภาพและชุมชนที่ยั่งยืน จ.น่าน ที่นำโครงการต้นแบบไปพัฒนาสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านนวัตกรรมของวังจันทร์วัลเลย์และกลุ่มธุรกิจใหม่ ปตท. ณ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (Intelligent Operation Center : IOC) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจใหม่ ปตท. โดยขับเคลื่อนจากการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใน 4 ด้าน ได้แก่…

1.ด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม กลุ่ม ปตท. ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายใน พ.ศ.2593 (ค.ศ.2050)
2.ด้านนวัตกรรมเพื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่โลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร มุ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในระดับสากล 
3.ด้านนวัตกรรมเพื่อโลกยุคใหม่ (AI and Robotics) มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขยายขีดความสามารถสู่สากล 
4.ด้านนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคม (Life Science) สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับประชาชน ผ่านการดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจยา กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทางการแพทย์ และ กลุ่มธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ 

อนึ่ง โครงการนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ โครงการวังจันทร์วัลเลย์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง บนพื้นที่ 3,454 ไร่ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะพัฒนาพื้นที่โครงการฯ ให้มีระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในระดับชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top