Saturday, 27 June 2026
NEWS FEED

พระราชทานเพลิงศพ 'ตำรวจธาตุพนม' อย่างสมเกียรติ หลังเสียชีวิตจากการเข้าระงับเหตุชายคลั่งก่อเหตุใช้มีดแทงตำรวจเสียชีวิต

เมื่อวานนี้ 28 ธ.ค.66) เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 พร้อม คุณสุทธาสินี สงวนโภคัย ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ท.อิสราวุฒิ  โกพลรัตน์ รอง สว.(ป) สภ.ธาตุพน จ.นครพนม ณ เมรุวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังเข้าระงับเหตุ นายอานุเดช ผู้ป่วยจิตเวชซึ่งมีอาการประสาทหลอนและคลุ้มคลั่งภายในบ้านพักหมู่บ้านโชคอำนวย ระหว่างนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธมีดทำร้าย ร.ต.ท.อิสราวุฒิ จนเสียชีวิต โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางข้าราชการตำรวจและผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก

โดยเบื้องต้นครอบครัวของ ร.ต.ท.อิสราวุฒิ  โกพลรัตน์ จะได้รับสำหรับสิทธิประโยชน์ และบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษเบื้องต้น ดังนี้ 
-  ช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- เงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ
- กองทุนสวัสดิการ ช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตฯ ภ.4 
-  กองทุน พล.ต.อ.สันติ เพ็ญสูตร พ.ศ.2553
-  มูลนิธิบุญยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว ว่าด้วยการสงเคราะห์ ข้าราชการตำรวจและครอบครัว พ.ศ.2548
-  มูลนิธิ พล.ต.อ.บุญทิน วงศ์รักมิตร 
- มูลนิธิตำรวจภูธรภาค 4
- กองทุนตำรวจอีสาน   
-  และเงินสิทธิประโยชน์ช่วยเหลืออื่น ๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท

ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวไปแล้วส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งให้กำลังใจและแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว ร.ต.ท.อิสราวุฒิ สำหรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับต่อไปหลังจากนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 4 จะดูแลสวัสดิการต่าง ๆ แก่ครอบครัวของนายตำรวจที่เสียสละชีวิตอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ หากผู้เสียชีวิตมีทายาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการบรรจุให้เข้ารับราชการตำรวจ เมื่อสำเร็จการศึกษาตามที่เงื่อนไขได้กำหนดไว้ 

โรงพยาบาลตำรวจ จัดกิจกรรม 'สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา' มอบความสุขให้ผู้เดินทางช่วงปีใหม่

โรงพยาบาลตำรวจ จัดกิจกรรม "สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา" จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจความพร้อมสุขภาพก่อนเดินทาง เพื่อมอบความสุข ความอุ่นใจให้กับประชาชน ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 

วันพฤหัสบดีที่ 28  ธันวาคม 2566 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน ผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง คนึงนิจ สิงห์ไกร พยาบาล (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ, พ.ต.อ.หญิง ทัศนีย์ รวีภควัต นายแพทย์ (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตำรวจ และ พ.ต.อ.ณัฐพล ปิตะนีละบุตร นายแพทย์ (สบ 5) หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมโครงการ "ปีใหม่ปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุทางถนน" ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งปีนี้ โรงพยาบาลตำรวจร่วมจัดกิจกรรม "สุขภาพดี ส่งสุข สู่ภูมิลำเนา" นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจความพร้อมสุขภาพก่อนการเดินทาง ให้พนักงานขับรถ และประชาชนที่มาใช้บริการ อาทิ

-ตรวจโรคทั่วไปวัดความดัน วัดไข้

-ตรวจคัดกรองผู้มีภาวะเสี่ยงติดเชื้อโควิด (ตรวจ ATK)

-แจกพิมเสนน้ำ

-แจกยาสามัญประจำบ้าน

-มอบความสุขด้วยเสียงดนตรีโดยวงดนตรี PGH Band

นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ยังมอบยาและตู้ยาสามัญประจำบ้าน ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีนายสุขใจ เจริญผล รองผู้อำนวยการฝ่ายด้านแผนพัฒนาฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ เป็นผู้รับมอบ

การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้สร้างความยินดีให้กับผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก โดยให้ความสนใจมาใช้บริการกว่า 80 ราย พร้อมขอบคุณนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ที่มาให้บริการตรวจสุขภาพในครั้งนี้ 

จากการตรวจร่างกาย พบผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ มีอาการปวดศรีษะ เป็นไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อ และมีภาวะความดันสูง ซึ่งแพทย์ให้การรักษาให้ยาลดอาการในเบื้องต้น พร้อมแนะนำวิธีการบรรเทาโรค 

พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์  นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า โรงพยาบาลตำรวจ ให้ความสำคัญเรื่องความพร้อมของสุขภาพก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยว ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ จึงนำทีมแพทย์มาให้บริการตรวจสุขภาพ และแจกยาที่จำเป็นต่อการเดินทาง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้เดินทางทุกคน เดินทางไป-กลับอย่างปลอดภัย 

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการ “ของขวัญปีใหม่”พ.ศ.2567 ให้แก่ประชาชน และข้าราชการตำรวจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน และเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ในโอกาสเทศกาลสำคัญประจำปี 2567 และเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 14/2567

วันที่ 28 ธ.ค.66 เวลา 10.00 น. ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “ของขวัญปีใหม่” พ.ศ. 2567 โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับ ในปี พ.ศ.2567 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบของขวัญแก่พี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจ ตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 

1. โครงการแอปพลิเคชันป้องกันการหลอกหลวง “Protect U” โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นในการแจ้งเตือนภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งการเตือนหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้า รวมถึงข้อความที่มีลิงค์ที่ไม่ปลอดภัย เพื่อเป็นการป้องกันมิให้หลงตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ รวมถึงเป็นช่องทางในการอำนวยความสะดวกในการประสานแจ้งขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งความกรณีหลงตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ 

โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก www.thaipoliceonline.com, www.เช็คก่อน.com และ www.ฉลาดโอน.com

2. โครงการพัฒนาช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel) โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซึ่งเป็นโครงการในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ
ชาวต่างประเทศในการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย โดยการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้
เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินการ อีกทั้งเพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 

3. โครงการ Police Wellness โดยสำนักงานกำลังพล ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และแบ่งเบาภาระของข้าราชการตำรวจ โดยมอบสวัสดิการด้านส่วนลดในการเข้าใช้บริการที่พักสถานตากอากาศ ประกอบด้วย 1. ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ The Cop Seminar & Resort ต.บางละมุง อ.บางละมุงจ.ชลบุรี  2. ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ (ค่ายพระราม 6) Sea Sand Sun ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยคิดอัตราห้องพัก ในอัตราเดียวกับข้าราชการตำรวจ            

ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการเปิดโครงการนิทรรศการของขวัญปีใหม่ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 14/2566 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อรับฟังรายงานผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านต่าง ๆ

‘นายกฯ’ เกาะติด ‘น้ำท่วมชายแดนใต้’ กำชับทุกหน่วยช่วย ปชช.ให้ทั่วถึง ยัน!! รัฐบาลพร้อมฟื้นฟู-เยียวยาทันที ขอบคุณ จนท.ที่ทำงานเต็มกำลัง

(29 ธ.ค. 66) น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามและรับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ขณะนี้ มวลน้ำไหลไปที่จังหวัดปัตตานีแล้ว ทำให้จังหวัดมีน้ำท่วมสูง โดยนายกฯ ยังเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย โดยสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนในเรื่องอาหาร น้ำ ของใช้จำเป็น และยา กำชับให้ช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และในพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนออกมาไม่ได้ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน

“นายกฯ ย้ำเรื่องการเตือนภัยและอพยพประชาชน หากจำเป็นก็ต้องทำ ส่วนเรื่องการเยียวยา ให้ความมั่นใจ ประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจะได้รับการเยียวยา ฟื้นฟูทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทุกหน่วยงานที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย”

‘สำนักพุทธฯ’ จ่อลงโทษ ‘พระโจ’ เมืองตรัง หลังโพสต์คลิปรีวิวเที่ยวญี่ปุ่น-พาลุยหิมะ

(28 ธ.ค. 66) จากกรณี ‘Red Skull’ โพสต์คลิปวิดีโอความยาวกว่า 29 นาที เผยให้เห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง ถ่ายคลิปรีวิวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น-พาลุยหิมะ คล้าย Influencer ชาวเน็ตแห่วิจารณ์สนั่น จี้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบ

ล่าสุดวันนี้มีรายงานว่า ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ตรัง นายสุขพิชัย เชาวกุล ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้ประสานไปยังเจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะปกครองแล้ว โดยพระโจจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 30 ธ.ค.นี้

เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสวัดได้ว่ากล่าวตักเตือนพระโจแล้วว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมะกับสมณสารูปที่เป็นพระสงฆ์ พร้อมขอให้ลบคลิปออกจากโซเชียลทั้งหมด ไม่ให้เผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์

ด้าน สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ตรัง ยัน จะมีการลงโทษอย่างแน่นอน เนื่องจากเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดย ในวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) จะมีการประชุมคณะสงฆ์ จ.ตรัง และนำเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมใหญ่ของจังหวัดจะไม่นิ่งนอนใจ หรือปล่อยปละให้เรื่องนี้ลุกลามออกไป เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และดีงาม และเหมาะควรแก่สมณะ

คนใช้รถ EV กลับบ้านปีใหม่ แย่งกันใช้สถานีชาร์จไฟวุ่น เหตุมีไม่กี่ที่ แม้จะจองผ่านแอปฯ ไว้ล่วงหน้า แต่หากไปไม่ทัน ก็ต้องเสียสิทธิ

(28 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนมิตรภาพในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้มีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการจราจรหนาแน่นหลายจุด

ขณะเดียวกันพบว่า มีประชาชนหลายคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่หาสถานีชาร์จไฟฟ้าค่อนข้างยาก เนื่องจากจะมีเฉพาะบางปั๊มน้ำมันเท่านั้น ทำให้ต้องมีการวางแผนการเดินทางมากกว่าผู้ใช้รถยนต์น้ำมันปกติทั่วไป

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ EV อยู่ 1 สถานี ที่มีสายชาร์จไฟฟ้ารถ EV ได้ครั้งละ 2 คันเท่านั้น ปรากฏว่ามีประชาชนนำรถยนต์ EV มาจอดชาร์จไฟฟ้าเต็มทั้ง 2 คันตลอดเวลา

นายวิเชียร จันทลุน อายุ 44 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางจากกรุงเทพฯ จะไปบ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยใช้รถยนต์ EV เดินทาง รถคันนี้ชาร์จไฟฟ้าครั้งหนึ่งสามารถวิ่งได้ประมาณ 300 กิโลเมตร แต่ระยะทางกว่าจะถึงกาฬสินธุ์ประมาณ 500 กิโลเมตร ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ไว้ 2 ครั้ง โดยชาร์จ ที่ จ.นครราชสีมา 1 ครั้ง และชาร์จอีกครั้ง ที่ จ.มหาสารคาม

แต่เนื่องจากสถานีชาร์จไฟฟ้ารถ EV มีน้อย จึงต้องมีการจองชาร์จไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันไว้ล่วงหน้า ซึ่งพบปัญหาว่า เมื่อจองแล้วเกิดปัญหาการจราจรติดขัด มาไม่ทันเวลาที่จองไว้ ต้องถูกยกเลิกการจองเพื่อให้รถคันอื่นที่มาทีหลังได้ชาร์จไฟแทน ขณะเดียวกันการชาร์จแต่ละรอบก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร อย่างรถของตนเองแบตเตอรี่เหลือ 30% ต้องใช้เวลาชาร์จประมาณ 56 นาทีกว่าจะเต็ม 100%

‘แฟนข่าว’ ถาม!! เหตุ ‘คุยถึงแก่น’ ถูกปลดจากผัง NBT ปี 67 เพราะอยากปรับลุคให้เหมือน ‘เกาหลี’ คือ ครอบงำสื่อใช่หรือไม่?

จากกรณี นายปรเมษฐ์ ภู่โต (ก๊อง) สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าว รายการคุยถึงแก่น ได้ออกมาประกาศว่ารายการคุยถึงแก่น ถูกปลดออกจากผังของ NBT ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

ล่าสุด (28 ธ.ค. 66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pat Sangtum' แฟนข่าวรายการคุยถึงแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

SO LONG DOESN'T MEAN YOU'RE GONE.

ข่าวเศร้าใจในวันนี้ คือรายการข่าวคุยถึงแก่น โดยคุณก๊องและน้องหนิง จะไม่อยู่ในผังรายการของ NBT ในปีหน้าอีกต่อไป

รายการคุณภาพทั้งเนื้อหา ความคมคายไหวพริบของผู้เสนอ และฝ่ายเทคนิค ฝ่ายภาพ ที่คล่องแคล่ว จัดภาพได้ตรงเนื้อหาว่องไว ถูกถอดออก เพราะผู้บริหารต้องการปรับให้เป็นช่องที่มีรสชาติและอารมณ์แบบ เกาหีล

คงไม่ได้หมายถึง สไตล์เกาหีล หรือรสนิยมเกาหีล เพราะความลึกซึ้งใน pop culture ของเกาหีลคงมีไม่พอ

แต่น่าจะหมายถึง ‘การควบคุมข่าวอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาลเกาหีล’ มากกว่า เพราะ ‘คุยถึงแก่น’ เสนอข่าวตามความจริง ด้วยเสรีภาพของสื่อคุณภาพ ที่ตลกคือ เห่าหอนเรื่อง ซอฟต์เพาเวอร์ของไทยเป็นวรรคเป็นเวร แต่จะเอาช่องของกรมประชาสัมพันธ์ มาทำเป็น เก า หี ล ล ล..ล..ล...

All the best to คุณก้องและน้องหนิง ฝีมือระดับนี้ ฟ้าย่อมมีตา

นับถอยหลัง!! 12 ม.ค.67 ปิดโหวตรับความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติช้าง 'ป้องกัน-ระงับ-ปราบปราม' การนําช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน

(28 ธ.ค. 66) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่าง พรบ. ช้าง พ.ศ.... เพื่อให้ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นผ่านทาง https://law.go.th/ โดยประชาชนที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถเข้าไปร่วมกันโหวตได้ถึงวันที่ 12 ม.ค. 67 

สำหรับความเป็นมาของการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora (CITES)) จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการเร่งรัดดําเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ โดยเฉพาะการป้องกัน ระงับ และปราบปรามการนําช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน เพื่อมิให้ประเทศไทยถูกระงับการนําเข้าและส่งออกสัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีอนุสัญญา CITES อันจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและความน่าเชื่อถือของประเทศ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 60/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน ลงวันที่ 28 กันยายน 2559 มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทยให้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพิจารณายกร่างมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย จึงได้พิจารณายกร่างพระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... ขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 60/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน ลงวันที่ 28 กันยายน 2559

สำหรับผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น สามารถเขียนความคิดเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=MzA4NkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ม.ค. 67

ใจหาย!! ปลดฟ้าผ่า 'คุยถึงแก่น' รายการข่าวเด่นแห่งช่อง NBT ด้าน 'พิธีกรดัง' รับ!! วัฏจักรวงการสื่อ แย้ม!! แฟนๆ รอการขยับครั้งใหม่

(28 ธ.ค. 66) นายปรเมษฐ์ ภู่โต สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าว รายการคุยถึงแก่น ออกอากาศทางช่อง NBT ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ขอทำความเข้าใจ เรื่องรายการ 'คุยถึงแก่น' อย่างเป็นทางการนะครับ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ผังรายการของ NBT จะไม่มีรายการ คุยถึงแก่นอีกต่อไป

ผมเองได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารสถานี ว่ารายการ 'หลุดผัง' ปีหน้าแน่นอน เมื่อวานเวลา 15.00 น. โดยประมาณ ซึ่งกระชั้นชิดมาก

โดยให้เหตุผลว่า มีนโยบายจะปรับรูปแบบรายการของสถานีให้เป็นแบบเกาหลี ซึ่งผมก็ไม่มีความรู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร แล้วแบบเกาหลีมันต้องถอดรายการที่คนดูเยอะ เรทติงดีออกด้วย ... งงมาก (หรือหน้าตาผมไม่ออกแนวเกาหลี555)

จริงๆ ผมและทีมก็เตรียมตัวเตรียมใจมานานแล้วว่า การเมืองมันเปลี่ยน วันนึงเราก็อาจจะได้รับผลกระทบก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่กันไปจนชั่วฟ้าดินสลายหรอก

เพียงแต่ บอกกันสักนิดนึงให้ เด็กๆ เขาเตรียมตัว กันบ้างแค่นั้นแหละนี่มาบอกกันข้ามวัน แบบนี้

แต่ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่เสียดาย ความรู้สึกของแฟนๆ รายการที่ ติดตามเรามา 5 ปีเกือบ 6 ปีที่นับวันก็จะเพิ่มมากขึ้น และมีความผูกพันแน่นเหนียว

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆ กำลังใจที่ให้พวกเรา

เดี๋ยวจะขยับไปไหนจะรีบแจ้งให้ทราบครับ

คิดเสียว่า มันคือวิถีจอมยุทธ์ ยุทธภพมีไว้ให้เราย่ำเดิน!!

#คุยถึงแก่น

'รมว.ปุ้ย' มอบ 'กนอ.' เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยในนราธิวาส สนับสนุนงบฯ ฉุกเฉิน ตั้งครัวกลางแจกอาหารให้พี่น้องประชาชน

(28 ธ.ค.66) นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้น้ำล้นตลิ่งและมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะที่อำเภอระแงะ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ประชาชนบางส่วนต้องสร้างที่พักอยู่แนวริมตลิ่งริมแม่น้ำโก-ลก และบางส่วนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทองนั้น นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก จึงมอบหมายให้ กนอ. ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา) อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เบื้องต้น กนอ.ได้ประสานไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย พบว่า ขณะนี้มีการอพยพประชาชนมาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว ดังนั้น กนอ.จึงสนับสนุนเงินฉุกเฉินเร่งด่วน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นครัวกลาง เพื่อจัดหาและทำอาหารแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่จังหวัดยะลา และที่จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงกำชับให้ กนอ. เร่งประสานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว เบื้องต้นเราช่วยสนับสนุนในพื้นที่ให้สามารถจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ และช่วยประสานงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กนอ. จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความจำเป็นต่อไป" นายวีริศ กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส ล่าสุด (26 ธ.ค.66) ยังมีฝนตกลงมาประปรายทั้ง 13 อำเภอ ขณะที่แม่น้ำสายหลัก 3 สายยังคงมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง แม้ระดับน้ำลดลงจากเดิม แต่ในพื้นที่ราบลุ่มของ อ.สุไหงโก-ลก อ.ระแงะ และ อ.ตากใบบางส่วน ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกลงมาระลอกใหม่นั้น คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มของทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส จะเริ่มคลี่คลายและกลับคืน สู่สภาวะปกติได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top