Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

‘หนึ่ง วิทิตนันท์’ เล่าความประทับใจ!! ครั้งถวายงาน!! ภาพพระราชกรณียกิจ พระพันปีหลวง ย้ำ!! ภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ตั้งใจ!! ทำความดี เดินตามรอยพระบาท

(26 ต.ค. 68) ‘หนึ่ง’ วิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

เมื่อราวปีพุทธศักราช 2536 ผมได้รับมอบหมายจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อัดขยายภาพ Cibachrome และภาพขาวดำเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ในขณะนั้นคือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) ที่ทรงโปรดเกล้า พระราชทานความช่วยเหลือดูแลผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนมากมายมหาศาล ที่ศูนย์อพยพเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ เพื่อนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด 

งานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนั้นมีผมเป็นผู้อัดขยายภาพ และรุ่นน้องคณะศิลปกรรมฯ จุฬาฯ สัมพันธ์ สารารักษ์ รับงานเขียนภาพจิตรกรรม 

ในขณะที่ผมขยายภาพไปแต่ละภาพก็บังเกิดความรู้สึกประทับใจและตื้นตันใจเป็นอันมาก เป็นเพราะภาพเหล่านั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเมตตาความกรุณาของมนุษย์ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระพันปีหลวงฯทรงมีต่อผู้อพยพชาวกำพูชา และยิ่งได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังเรื่องหนึ่งของที่มา จุดเริ่มต้นของการสร้างศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดแห่งนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกปลาบปลื้มและเกิดแรงบันดาลใจอย่างมากมาย หนึ่งเรื่องที่ผมได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ ท่านเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวปี พ.ศ. 2522 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปส่งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมศูนย์อพยพ และเมื่อทรงได้ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่อันกันดารแร่งแค้นของผู้อพยพเหล่านั้น ก็ทรงรับสั่งว่า ฉันจะไม่กลับ ฉันจะไม่ไปไหน เราต้องช่วยกัน ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านี้ดีขึ้น และต้องทำเดี๋ยวนี้ อาจารย์เล่าต่ออีกว่า ไม่ว่าข้าฯราชบริบาลจะกราบทูลบังคมทูลขอให้ทรงเสด็จกลับเท่าไหร่ พระองค์ท่านก็ไม่ยอม จนทุกฝ่ายต้องมาประชุมร่วมกันตั้งสัตยาบันและกราบบังคมทูลแนวทางในการช่วยเหลือต่าง ๆ จนเห็นเป็นรูปธรรม จึงทรงยอมเสด็จพระราชดำเนินกลับ 

นี่เป็นเรื่องเล่าหนึ่งในอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมได้ยินและได้เห็นประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและมีโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการสำคัญถึงแม้แต่จะเล็กน้อย และผมตั้งใจว่าจะทำความดีทุก ๆ วัน เดินตามรอยพระบาทไม่คลาดคลา 

กราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นนทบุรี-ผู้ตรวจการอัยการพร้อมคณะที่ปรึกษาจัดโรงทาน หอยนางรม ลูกชิ้นทอด บาร์บีคิว ทำบุญ “โรงทานน้ำใจ ทอดกฐินวัดคงคา”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่วัดคงคา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการพร้อมคณะที่ปรึกษาได้มีการจัดงานโรงทาน หอยนางรม ลูกชิ้นทอด บาร์บีคิวงานทำบุญ ทอดกฐินประจำปี วัดคงคา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ได้มีการจัดตั้ง โรงทานอาหารและเครื่องดื่มฟรี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบริการแก่ประชาชนผู้มาร่วมงาน

กิจกรรมโรงทานคณะที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการพร้อมคณะจัดโรงทาน หอยนางรม ลูกชิ้นทอด บาร์บีคิวได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาและผู้ใหญ่ใจบุญหลายท่าน อาทิ
    •    พล.ต.ต. ธัมรงค์ วงศ์แป้น
    •    ดร.นพดล เพิ่มพิทยา ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
    •    คุณธวัชชัย วงกล้าหาญ (โกชัย)
    •    คุณอดิเรก แย้มพราย คณะทำงานรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง
    •    คุณปฐมพง สวัสดี คณะผู้ติดตามและเลขานุการคณะที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ
    •    คุณพิพัฒน์ สมเผดิม เลขานุการคณะที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ

พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ ได้แก่
คุณพิชิต บัวสุวรรณ, คุณโกสินธ์ จินาอ่อน, คุณวุฒม์ ฤทธิ์เมฆพร, คุณศตกมล จิวิศิษฎ์กระจ่าง, คุณราชัน เตียวบุ่นเหียง, คุณนฤทธิ์ชัย แสงกระจ่าง, คุณกิตติพงษ์ คำเมือง และคุณสาม สาราภู

ร่วมด้วย
    •    พ.ต.อ. ไพโรจน์ นาเมืองรักษ์
    •    ร.ต.ท. พนัส จริตงาม รอง สว.กก.สส.บก.น.1
    •    คุณเกรียงศักดิ์ ภูมิพัฒน์, คุณโกวิทย์ พวงทอง, คุณอรรถรัตน์ ไชยชนะ, คุณสิทธิเดช ไทยสังข์, คุณบัญชา ปานิวัฒน์, คุณไตรภพ วรรณปกาสิต และทีมงาน รับเหมาถมที่ ป.ปกาสิต
โดยกิจกรรมโรงทานครั้งนี้ดำเนินงานโดย
เชฟโอ ครัวริมบ่อ เพชรเกษม 77 สวัสดิการ 1 แยก 6
ร่วมกับ ครอบครัวปั้นประจง และ ครอบครัวรัตนสมบูรณ์

มีการตั้งโรงทานแจก ให้ประชาชนที่มาร่วมงาน ได้อิ่มบุญอิ่มใจไปพร้อมกันทั่วหน้า

‘โอปอล สุชาตา’ น้อมรำลึก!! ยก!! ‘พระพันปีหลวง' ต้นแบบ ‘Soft Power’ ทรงเป็นแรงบันดาลใจของสตรี ส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคน เห็นคุณค่าของตนเอง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ มิสเวิลด์ 2025 ได้โพสต์แสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของสตรีไทยและคนทั้งโลก ส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนเห็นคุณค่าของตนเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม

นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นผู้นำแห่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรม ยกระดับผ้าไหมไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์ไทยที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก ทรงเป็นต้นแบบของ ‘Soft Power’ ที่แท้จริง

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของสตรีไทยและคนทั้งโลก ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร โดยเฉพาะด้านสุขภาพของสตรีไทย ทรงส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนเห็นคุณค่าของตนเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม

พระองค์ทรงเป็นผู้นำแห่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรม

ผู้ทรงยกระดับผ้าไหมไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์ไทยที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก

ด้วยพระปรีชาญาณและพระเมตตา พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของ Soft Power ที่แท้จริง สตรีผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง สง่างามทั้งกาย วาจา และจิตใจ

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตด้วยความเสียสละ ความงามจากภายใน และการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น พระราชดำรัสและพระจริยวัตรของพระองค์จะคงอยู่เป็นแสงนำทางให้ข้าพเจ้าและสตรีไทยทุกคนก้าวเดินบนเส้นทางแห่งคุณค่าชีวิตอย่างงดงาม 💙👑

แม่ของแผ่นดิน ผู้สถิตเหนือกาลเวลา… และอยู่ในใจเราตลอดไป
 

‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เคยมีโอกาสได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ให้พระองค์ท่าน และยังจำได้ไม่ลืมถึงช่วงเวลาสำคัญนั้น เมื่อพระองค์ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนว่า

“หนูนางสาวไทย ใช่ไหมจ๊ะ หนูสวยมากจ้ะ”

เจ้าตัวเล่าว่าตอนนั้นถึงกับ “เข่าอ่อน” เพราะทั้งปลื้มและตื่นเต้นสุดหัวใจ ได้แต่ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นว่า “เพคะ” พร้อมในใจคิดเพียงว่า พระองค์ท่านทรงสง่างามและมีพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน

วันนี้เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคต “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งว่า

“ตื่นมาพบข่าวร้าย ว่าพระองค์ท่านจากไปแล้ว บุ๋มขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งความทรงจำอันงดงาม ที่สะท้อนถึงความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ

คอนเสิร์ตยังมีได้ ความอาลัยก็ยังอยู่ บทพิสูจน์ว่า ‘ไทย’ คือ ประเทศแห่งการประนีประนอม ผ่าน!! คอนเสิร์ต ‘แบล็กพิงก์’ ‘รัฐบาล–ประชาชน’ ร่วมใจหาทางออก อย่างสง่างาม

(26 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ความเห็นของผม’ ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า ...

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม

ประโยคนี้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเคยพูดกับนักข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการประนีประนอมจริง ๆ หลังมีการประกาศการสวรรคตของพระพันปีหลวงช่วงดึกวันศุกร์ต่อเช้ารุ่งของวันเสาร์ ในตอนสาย ๆ ของเมื่อวาน ทุกคนจึงจับตาดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกที่จะแสดงที่ไทยอีก 2 รอบ คือค่ำวันเสาร์ กับ อาทิตย์ หลายคนก็รอดูว่าจะมีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือจะมีคอนเสิร์ตต่อ แล้วคนที่ไปดูจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ก็ปรากฏว่า มีการขอความร่วมมือให้คนที่ไปดูแต่งชุดขาว/ดำ และในคอนเสิร์ตก็มีการไว้อาลัยก่อนเริ่มคอนเสิร์ต โดยคอนเสิร์ตก็ยังแสดงได้ต่อตามปรกติ ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม คนดูก็ได้ดู เพียงแค่อาจจะต้องใส่ชุดขาวดำ นักร้องก็แสดงต่อ ผู้จัดก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร มันเป็นทางออกที่สวยงาม
ความเห็นของชาวโซเชียลจึงชื่นชมทางออกนี้กันอย่างล้นหลาม แม้จะมีความเศร้า แต่ทุกคนก็รู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงส่องแสง โลกยังคงหมุน ชีวิตก็ต้องไปต่อ 

มันคือการ Compromise แบบที่ในหลวงทรงบอก 

นี่คือการปรับตัวของสถาบันพระมหากษัตริย์ยุคใหม่ โดยแท้จริง และรัฐบาลก็นำมาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

กลายเป็นว่า ใครก็ตามที่ง้างปากรอจะด่าเพื่อก่อดราม่า เจอการประนีประนอมแบบนี้เข้าไป ก็หุบปากแทบไม่ทัน ใครที่ด่าไปแล้ว ก็เจอด่าสวนอีกต่างหาก ว่ารัฐบาลก็ผ่อนปรนให้อย่างมากแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย 

ผมก็หวังว่าหลังจากนี้ คนไทยจะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ กันแบบนี้ไปตลอดจนผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ซึ่งผมว่าก็คงจะใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน 

ผมเชื่อว่า หากเราคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล การร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ มันย่อมมีทางออกของมัน 
อย่างน้อยคนไทยก็ร่วมด้วยช่วยกัน ให้พระพันปีหลวงที่สถิตอยู่บนสวรรค์ ได้สบายพระราชหฤทัยเถิดครับ

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผย!! ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ ของชาวจีน

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

โดยฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกคน ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

พระองค์ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน และเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติถวายความอาลัย พร้อมถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติสูงสุด และดูแลประชาชนตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ ตั้งศปก.ส่วนหน้า และ กอ.ร่วม ดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดพระราชพิธี

วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมข้าราชการตำรวจทุกนาย และครอบครัวตำรวจ ร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมรวมใจ รวมกำลังในการถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ในการเชิญพระบรมศพ และเคลื่อนขบวนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับตำรวจทุกนายที่ร่วมภารกิจสำคัญครั้งนี้ ให้ดูแลความเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่จะหลั่งไหลร่วมถวายความอาลัยตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพฯ เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร ตลอดจนให้อำนวยความสะดวกการจราจรในเส้นทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อสั่งการไปยังข้าราชการตำรวจปฏิบัติ ดังนี้
1. ถวายความปลอดภัยในขบวนเชิญพระบรมศพ ฯ 
2. ถวายพระเกียรติพระบรมศพฯ ในเส้นทางเคลื่อนพระบรมศพฯ อย่างสมพระเกียรติ
3. ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชนที่ร่วมถวายความอาลัยพระบรมศพฯ ตลอดเส้นทาง
4. จัดทำแผนถวายความปลอดภัยในงานพระราชพิธีฯ การเคลื่อนขบวนเชิญพระบรมศพฯ และซักซ้อมการปฏิบัติ 
5. กำชับมาตรการด้านการข่าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยหลักในการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยในพื้นที่
6. ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.สน.) และกองอำนวยการร่วมในการถวายความปลอดภัย รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชน และอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดพระราชพิธี
7. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยทำความเข้าใจกับกำลังพลในเรื่องของความเหมาะสมในการประพฤติปฏิบัติตน รวมถึงการแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง) พิธีกรรม สนอง need ของลุงทรัมป์ สมใจลุง

(26 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความว่า ...

ลุงทรัมป์ บินมา KL เพื่อทำสิ่งนี้ (เพื่อตัวเอง)  พิธีกรรมสนอง need ของลุงทรัมป์ #สมใจลุง

‘ทรัมป์’ โพสต์!! Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ระบุ!! กำลังบินไป ‘มาเลเซีย’

(26 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ Truth Social แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง พร้อมแสดงความเสียใจต่อคนไทย

ระบุ!! กำลังอยู่ระหว่างบินไปมาเลเซีย และจะพบนายกฯ อนุทินเพื่อลงนามดีลสันติภาพ ‘ไทย–กัมพูชา’  

 

“เชียงราย”ตม.เชียงราย ร่วมตร.ท่องเที่ยวจับจีนเทา 19 คนหนีทัพจากแม่สอดมุ่งสู่ลาว”

คืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมาทางตม.เชียงรายและตร.ท่องเที่ยวโดยการอำนวยการของรัฐพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5  มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์,พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย


โดยได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนต่างชาติรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนและมีท่าทีน่าสงสัยพากันไปเช่าอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่บ้านพลูทอง หมู่ 11 ต.ทาสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย รุดไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปพบชายจำนวน 19 คน พากันนอนกระจายไปทั่วบ้านเช่าซึ่งมีอยู่หลายห้อง

จากการสอบถามพบว่าทั้งหมดพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ตรวจสอบพบว่าเป็นชาวสัญชาติจีน อายุตั้งแต่ 18-37 ปี แต่ละคนมีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตเพียง 6 คนและวีซ่าหมดอายุ ส่วนอีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว ตรวจในกระเป๋าสัมภาระพบมีโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นจำนวนมากผิดปกติ นอกจากนี้ในบ้านเช่าพบ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ชาว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีคนติดต่อขอให้ไปหาบ้านเช่าเพื่อให้คนจีนไปพัก โดยตนจะมีรายได้จากการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ เป็นเงินวันละ 200 บาท โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านี้มาจากไหนอย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษาได้ความเพียงว่าทั้งหมดได้เดินทาง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา โดยลักลอบเข้าประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติผ่านชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นไปหาห้องพักในเขต อ.เมืองเชียงราย เพื่อรอให้มีคนรับตัวส่งไปทำงานที่ฝั่ง สปป.ลาว ต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแจ้งข้อกล่าวหาชาวจีนที่มีพาสปอร์ตว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด" ส่วนผู้ไม่มีเอกสารใด ๆ ตั้งข้อหาว่า "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" สำหรับหญิงสาวคนไทยตั้งข้อหา "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม" จากนั้นนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
และขยายผลกลุ่มกระบวนการดังกล่าวต่อไป

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top