Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

วธ.จัดงานวันศิลปินแห่งชาติ น้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระปฐมบรมศิลปินแห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ เชิญประชาชน-ศิลปินรุ่นใหม่เข้าชมนิทรรศการประวัติและผลงาน ๑๒ ศิลปินแห่งชาติ ระหว่าง ๒๔ ก.พ. - ๙ มี.ค. ๖๗ นี้ 

เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับและเปิดนิทรรศการแสดงประวัติ ผลงานของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ  โดยมี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม  นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ ทั้ง ๓ สาขา พร้อมผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีทำบุญและแสดงความยินดีพร้อมชมนิทรรศการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ประธาน กล่าวว่า ศิลปินแห่งชาติถือเป็นปราชญ์แห่งแผ่นดิน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นเลิศในศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่ได้อุทิศตนสร้างสรรค์ ถ่ายทอดผลงานด้านศิลปะ เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจแก่ศิลปินแห่งชาติ มาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ แล้ว ๓๕๔ ท่าน โดยนิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงานศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดขึ้นในนี้ เพื่อเผยแพร่ผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติให้เป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง อันจะเป็นประโยชน์ และสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาเรียนรู้ และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ สืบไป
 
 ด้านนายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ผู้ทรงเป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ และเพื่อให้ประชาชนเกิดการรับรู้และให้ความสำคัญกับวันศิลปินแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนั้น ยังเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของศิลปินแห่งชาติ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง  

นายโกวิท กล่าวต่อว่า นิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ทั้ง ๑๒ ราย ประกอบด้วย สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร (ภาพพิมพ์) นายเจตกำจร พรหมโยธี (สถาปัตยกรรมผังเมือง) นายดิเรก สิทธิการ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) นายฤกษ์ฤทธิ์ แก้ววิเชียร (สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์) สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ ศาสตราจารย์เกริก ยุ้นพันธ์  นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นางนพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม (ละครรำ)  นายสมชาย ทับพร (ดนตรีไทย - ขับร้อง)  นางราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร (หมอลำประยุกต์) นายธงไชย แมคอินไตย์ (ดนตรีไทยสากล - ขับร้อง) นายสมเถา สุจริตกุล (ดนตรีสากล - ประพันธ์เพลงร่วมสมัย) และ นายประดิษฐ  ประสาททอง (ละครร่วมสมัย)
 
ปิดท้ายงานวันศิลปินแห่งชาติ ด้วยงานเลี้ยงแสดงความยินดี ณ หอประชุมเล็ก ศวท. โดยมีการแสดงของศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๕ ชุด ได้แก่ -การแสดงทางวัฒนธรรมโดยคณะการแสดงของ นางนพรัตน์ศุภาการ หวังในธรรม (ละครดึกดำบรรพ์ เรื่อง อิเหนา ตอนไหว้พระ, ละครดึกดำบรรพ์ เรื่อง จันทกินรี และ ระบำมยุราภิรมย์) -การแสดงบรรเลงขับร้องเพลงไทยเดิม โดยคณะการแสดงของ นายสมชาย ทับพร -การแสดงหมอลำชุด “ออนซอนศิลป์ ลำแคนแดนอีสาน” โดยคณะการแสดงของ นางราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร -การแสดงละครร่วมสมัยผสมลิเก เรื่อง  “ข้าชื่อดอนกิโฆเต้” โดยคณะการแสดงของ นายประดิษฐ ประสาททอง และการแสดงออเคสตร้า โดย นายสมเถา สุจริตกุลและวงสยาม ซินโฟนิเอตต้า 
 
ทั้งนี้ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าชมนิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงานศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ - ๙ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

‘ครูบาธรรมชัย’และ‘ซานต้า’รับรางวัลพญาครุฑนาคราชจาก6องค์กรสื่อนครราชสีมา

6 องค์กรสื่อจังหวัดนครราชสีมาได้จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณและรางวัลพญาครุฑ นาคราช ให้กับบุคคลที่ทำความดี 170คน ในจำนวนนั้น  ครูบาธรรมชัย เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบ พระภิกษุสงฆ์ ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติปี 2567และนายวสุธร พันธ์ุถพาณิชย์(ซานต้า) ได้รับรางวัลพญาครุฑ นาคราชสาขาศิลปิน ดารานักแสดงผู้ทำคุณประโยชน์ให้พุทธศาสนา

นครราชสีมา- เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2567  6องค์กรสื่อ ประกอบด้วย มูลนิธิสื่อคุณธรรมเพื่อสังคม สมาคมสื่อสารมวลชน สมาคมสื่อสารภูมิภาคจังหวัดชุมพร ชมรมสื่อคุณธรรม ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมาและชมรมนักข่าวหนังสื่อพิมพ์ทีวีสื่อออนไลน์ประเทศไทยได้ร่วมกัน จัดพิธีประกาศผลรางวัล พญาครุฑนาคราช ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ที่ห้างเซ็นทรัล จ.นครราชสีมา โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลปีนี้จากหลากหลายสาขาอาชีพ จำนวน 170 คน ทั้งศิลปิน นักร้อง นักแสดง สื่อมวลชน และบุคคลสำคัญมากมาย รวมถึงพระภิกษุสงฆ์จากทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ มีพระครูสุชัยธรรมนันท์ (ครูบาธรรมชัย) เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน และเจ้าสำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง คลอง 10 หนองเสือ จ.ปทุมธานี ได้รับคัดเลือก เป็นพระภิกษุสงฆ์ต้นแบบ ที่ทำคุณประโยชน์ ให้กับสังคมและประเทศชาติดีเด่น หลังเป็นพระที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์ และจัดมอบทุนทรัพย์ สร้างโรงพยาบาล ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงช่วยเหลือสาธารณประโยชน์อีกมากมาย ทำมานาน 20 ปี และมุ่งหวังจะทำต่อเนื่องไม่สิ้นสุด โดยมีศิษยานุศิษย์ หลั่งไหลน้อมกราบมุทิตาจิตเนืองแน่น 

นอกจากนี้ นายวสุธร พันธุ์พาณิชย์(ซานต้า) ซึ่งดารานักแสดงได้รับรางวัลด้วยในรางวัลพญาครุฑนาคราช สาขาศิลปิน ดารานักแสดง ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับพุทธศาสนาด้วย
ในการจัดงานครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 9 โดยมีนายณัฐพงศ์ อรชร นายกสื่อสารมวลชนจังหวัดนครราชสีมา ประธานจัดงาน, นางกิติวจี ฤทธิวัฒน์ ประธานชมรมสื่อคุณธรรม พร้อมด้วย ภาคีเครือข่าย จ.นครราชสีมา ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ และได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพร้อมด้วยพระภาวนารัตนญาณ วิ. หรือ ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ จ.เชียงรายร่วมพิธี และมอบหมายให้นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนการมอบรางวัล

ในโอกาสนี้ ครูบาธรรมชัย ยังย้ำให้ประชาชน ลูกศิษย์ทุกคน สะสมทำความดีเพื่อตัวเอง เพื่อสังคม และเพื่อประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และไม่ลืมที่จะกตัญญูต่อบุพการีด้วย
ด้านนายณัฐพงศ์ กล่าวถึงการจัดงานตลอด 9 ครั้งที่ผ่านมาว่า ตนส่งเสริมให้ทำความดี และรู้จักการเป็นผู้ให้ และการแบ่งปัน มีน้ำใจจิตอาสา และทำคุณประโยชน์ต่อสาธารณชน ในการดำเนินการนั้นจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน  เป็นผู้คัดเลือกพระภิกษุสงฆ์และบุคคลทั่วไป ที่มีผลงานดีเด่นเข้ารับรางวัล

‘กู่ เทียนเล่อ’ พระเอกฮ่องกงชื่อดัง เดินทางมาไทย พร้อมไหว้พระพรหมเอราวัณ ถวายช้างทองคำ-นางรำ

(26 ก.พ. 67) เป็นอีกหนึ่งดาราขวัญใจคนไทย สำหรับ ‘กู่ เทียนเล่อ’ นักร้องและนักแสดงชาวฮ่องกง ที่เดินทางมาที่ประเทศไทยบ่อยครั้ง

ล่าสุด ‘กู่ เทียนเล่อ’ หรือ ‘หลุยส์ กู่’ มาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง และร่วมสักการะพระพรหมเอราวัณ พร้อมอธิษฐานให้สมปรารถนา โดยมีชาวเน็ตเห็นว่าได้ถวายช้างทองคำที่เขียนชื่อของเขาไว้ และยังจ้างนางรำ 8 คนด้วย

คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยังได้บอกว่า เขาโบกมือให้และทักทายแฟนๆ อย่างอบอุ่น

‘WAKO’ ร่อนจดหมายค้านแนวคิด ‘เสธ.ยอด’ ปมยกเลิก ‘คิกบอกซิง’ แล้วหนุน ‘มวยไทย’ แทน

(26 ก.พ. 67) จากการที่ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย หรือ ‘เสธ.ยอด’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ“ต้องการให้ยกเลิกคิกบอกซิงและส่งเสริมมวยไทย ใครเห็นด้วยบ้าง” เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีข้อความดังนี้

“มวยไทยเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน อยากให้ช่วยกันส่งเสริมมวยไทย เพราะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่เก่าแก่และทรงพลัง ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 700 ปี และเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

- มวยไทยเป็นกีฬาที่ส่งเสริมความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว และความยืดหยุ่น

- มวยไทยเป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความสามารถ

- มวยไทยเป็นกีฬาที่สนุกและน่าตื่นเต้นที่จะดูและฝึกฝน

- มวยไทยเป็นกีฬาที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ

“Kickboxing เป็นกีฬาการต่อสู้ในลักษณะการปะทะ ที่มีรูปแบบการต่อยและเตะเป็นหลัก จัดการแข่งขันบนสังเวียนโดยมีอุปกรณ์ทั่วไป เช่น นวม ฟันยาง กางเกง ไม่ใส่รองเท้าเพื่อการเตะ การเล่นกีฬาคิกบอกซิง มีจุดประสงค์เพื่อการป้องกันตัวเอง เพื่อสมรรถภาพทางกาย หรือเพื่อการแข่งขัน โดย รูปแบบที่ถือว่าเป็นกีฬาคิกบอกซิงเช่น คาราเต้มวยไทย คิกบอกซิงญี่ปุ่น ซ่านโฉ่ว และซาวัต”

“โดยกีฬา Kickboxing ถือว่าเป็นคู่แข่งของมวยไทย จึงอยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมมวยไทย และยกเลิก Kickboxing ในประเทศไทย เพื่อรักษาเสน่ห์ของมวยไทย ซึ่งถือมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สำคัญ ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใครเห็นด้วยบ้าง?”

จนมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ไม่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวของ ‘เสธ.ยอด’ อาทิ

- “ใจแคบไปหน่อยครับ ทำใจกว้างๆ ยอมรับศิลปะการต่อสู้ของต่างชาติ ดูให้สนุกครับ”

- “มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้เป็นมรดกของชาติ แต่คิกบอกซิงเป็นการต่อสู้ที่ไม่ต้องใช้ศิลปะแน่น การต่อสู้อย่างดุดันและเข้มแข็ง เขาควรอยู่คนละส่วนกันน่าดีกว่า”

- “ส่งเสริมศิลปะมวยไทยครับ… ส่วน KickBoxing ก็เป็นการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมมาก… ต่างมีวิถีทางเติบโต และส่งเสริมกันและกันทางอ้อม”

ล่าสุดทาง ‘รอย เบเกอร์’ ประธานสหพันธ์คิกบอกซิงโลก (WAKO) ออกแถลงการณ์ไม่สบายใจกับกรณีดังกล่าว โดยมีข้อความว่า สมาคมคิกบอกซิงโลก (WAKO) เป็นสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เมื่อทบทวนการเรียกร้องของ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย แล้วจะเห็นได้ว่ามีความรู้เกี่ยวกับกีฬาคิกบอกซิง สาขาวิชาต่างๆ และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่าง WAKO และสมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ที่ IOC ให้การรับรองด้วยเช่นกัน

ต้องสังเกตว่า ‘มวยไทย’ ภายใต้ IFMA และ ‘คิกบอกซิง’ ภายใต้ WAKO ได้รับการพิจารณาบรรจุเข้าแข่งขันในมหกรรมกีฬาหลักอย่างเวิลด์เกมส์, เวิลด์คอมแบทเกมส์, เอเชียนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ อีกทั้ง WAKO และIFMA ยังเป็นสมาชิกของ Sport Accord คิกบอกซิงได้รับการยกย่องอย่างมากในประเทศไทย ในฐานะถิ่นกำเนิดของมวยไทย

ทาง WAKO ไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจะเห็นด้วยกับความคิดเห็นของ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ในขณะที่ตนสามารถเจาะลึกความแตกต่างพื้นฐานระหว่างคิกบอกซิง และ มวยไทย เช่น เทคนิคในการต่อสู้ที่แตกต่างกันขอแนะนำว่า หากมีข้อสงสัยหรือต้องการศึกษาค้นคว้าข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับคิกบอกซิงให้เข้าไปที่ www.wako.sport/

แถลงการณ์ของ WAKO ยังระบุต่อไปว่า กีฬาที่ IOC ให้การรับรองทุกชนิด มีสิทธิพื้นฐานในการเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกและระดับชาติ และในความเป็นจริงข้อเรียกร้องของ พล.ต.อินทรัตน์ ทำให้สังคมกีฬาเข้าใจประเทศไทยผิดด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความไม่สามัคคี และความขัดแย้ง เรียกได้ว่าไม่เป็นมืออาชีพ WAKO อยากส่งสัญญาณไปยัง พล.ต.อินทรัตน์ ว่า ค่านิยมของกีฬาโอลิมปิกคือ การเล่นอย่างยุติธรรม ควรป้องกัน และสร้างนักกีฬาให้ปลอดจากสารกระตุ้น เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย

‘เอม-อมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์’ เยาวชนหญิงไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่ติดอันดับ 1 ใน 36 เยาวชนผู้ทรงอิทธิพลของโลก ปี 2023

(26 ก.พ.67) เรื่องดีๆ เด็กดีๆ ต้องบอกต่อ ของ ‘เอม-อมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์’ เยาวชนหญิงอายุ 18 ปี จากประเทศไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับการประกาศให้เป็น 1 ใน 36 ผู้นำเยาวชนหญิงที่ทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ปี 2023 (Young Leaders Directory 2023) จากทาง ‘The WOW Foundation’

ปัจจุบันเรียนปี 1 สาขาวิทยาศาสตร์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและนโยบายสาธารณะ (Climate Studies and Public Policy) มหาวิทยาลัย Vanderbilt รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรับทุนการศึกษา 4 ปี เป็นนักศึกษาระดับ Top ของรุ่น

ผลงานโดดเด่น เป็นผู้นำเยาวชนโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Youth4Climate) ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน คือปี ค.ศ. 2021 และปี ค.ศ. 2022

นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเยาวชนด้านสิทธิมนุษยชนด้านน้ำดื่มและสุขภาวะขององค์การสหประชาชาติ (UN) และยังได้รับเลือกเป็นผู้แทนเยาวชนไทยและเยาวชนโลก เพื่อร่วมประชุมและกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีต่างๆ ของ UN อย่างต่อเนื่อง

เรียน High school ที่สาธิตปทุมวัน ซึ่งมาพร้อมผลงานด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย ก่อนได้ทุนไปสหรัฐฯ อีกทั้งน้องยังเป็น ผู้ก่อตั้งโครงการจิตอาสาพี่สอนน้อง (Youth Mentorship Project : YMP) ที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เด็กไทยกลุ่มเปราะบาง ผ่านวิชาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม, ศิลปศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEAM) อีกด้วย โดยเธอตั้งใจจะผลักดันทำให้โครงการ YMP นี้มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทย

“หนูอยากจะเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยสร้างพลังบวก และสร้างสิ่งดีให้กับโลกใบนี้” เอม อมินตา กล่าวทิ้งท้าย

‘วราวุธ’ ส่งทีม ‘ศรส.- พม.’ รุดเยี่ยมคุณยายป่วยร่างกายผิดรูป พร้อมเร่งประสานหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ ให้ได้สิทธิคนพิการ

(26 ก.พ.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป วอนช่วยเหลือ คุณยายป่วยร่างกายผิดรูป เดินคล้ายคนคอหัก หันหน้าไม่ได้ ย่านอารีย์ กทม. ล่าสุด วันนี้ (26 ก.พ. 67) เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิการเคลื่อนที่เร็ว ศรส. หรือ ‘ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน’ กระทรวง พม. พร้อมด้วยศูนย์คุ้มครองคนไทยที่พึ่งกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่บริเวณชุมชนวัดมะกอกกลางสวน เขตพญาไท กรุงเทพฯ พบ คุณยายตามที่รับแจ้ง อายุ 69 ปี มีสภาพร่างกายคอผิดรูป ป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน อาศัยอยู่ที่บ้านกับสามีอายุ 73 ปี บุตรสาวอายุ 44 ปี และหลานอายุ 15 ปี

นายวราวุธ กล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่า คุณยายป่วยด้วยโรคพาร์กินสันตั้งแต่ปี 2561 และมีอาการคอผิดรูปในช่วงปี 2564 และป่วยติดเตียงมาตลอด จนกระทั่งปี 2566 มีอาการดีขึ้น จึงสามารถเดินได้ ปัจจุบันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลในพื้นที่ แต่แพทย์ยังไม่ออกใบรับรองความพิการ โดยปกติคุณยายมักจะออกไปเก็บของเก่าย่านอารีย์ มีรายได้ประมาณวันละ 100 บาท ซึ่งจะเดินออกไปประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วกลับบ้านเพื่อมาทานยาตามเวลา จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่แล้ว ได้หายออกไปและไม่ได้กลับบ้านตามเวลา ทำให้ไม่ได้กินยา ไม่มีแรง ซึ่งมีคนพบคุณยายไปนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ จึงแจ้งสามีให้ไปรับ สำหรับรายได้ของครอบครัวมาจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ขายข้าวโพดปิ้ง และเก็บของเก่า

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ ทางศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร ได้มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และจะดำเนินการสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือบุตรสาวผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีรายได้น้อย อีกทั้ง ทาง ศรส. ได้ประสานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) และกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ให้การช่วยเหลือตามสิทธิสวัสดิการคนพิการและผู้สูงอายุ โดยนัดลงพื้นที่เยี่ยมคุณยายร่วมกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ. 67) และประสานโรงพยาบาลเพื่อประเมินความพิการ สำหรับการรับสิทธิสวัสดิการคนพิการต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า หากพบเห็นผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม ขอให้โทรแจ้งมาที่ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ผ่านฮอตไลน์ 1300 บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ศรส. พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทันที

เปิดมุมมอง ‘คนไทยเที่ยวเกาหลี’ กับเสี้ยววินาทีปะทะ ตม.แล้วรอดผ่าน ขอแค่มั่นใจ ตอบไปตรงๆ เพราะเขารอชมทักษะเอาตัวรอดของเรา

(26 ก.พ.67) จากเพจ ‘Korea visa : วีซ่าเกาหลี’ ได้โพสต์ประสบการณ์ในการไปเที่ยวเกาหลี แล้วต้องเจอกับด่านหินอย่างตรวจคนเข้าเมืองของที่นั่น แต่ก็สามารถเอาตัวรอดผ่านไปได้ด้วยวิธีนี้ ว่า…

ใครๆ ก็กลัว ตม.เกาหลี 🤣🤣🤣 นี่ขนาดพี่ๆ VIP ด้วยกันยังกลัว โอ๊ยยยยยไม่ต้องกลัววววว จริงๆ ใครว่าดวงแล้วแต่ดวง ขอเถียง นี่ว่าเค้าดูปฏิกิริยาการตอบคำถามของเราอ่ะ 

PS. เล่าที่เจอเป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ อาจจะไม่ตรงใจใครหลายๆ คน หรือบางคนอาจจะไม่เจอแบบนี้ หากผิดพลาดตรงไหนโปรดขออภัยค่ะ ถือว่าแชร์ประสบการณ์

ทุกคนที่ไปเกาหลีเวลาผ่าน ตม. อาจจะคิดว่า เออดวง แล้วแต่ดวง จริงๆ อาจจะดวงส่วนหนึ่งค่ะ แต่นี่คิดว่า ตม. เขาดูปฏิกิริยา ตอนเดินผ่านช่อง และการตอบคำถามของเรามากกว่า ตอบคำถามชัดเจนไหม เบสิกของคำถามที่เจอ…

- มาทำไม?
- มากับใคร?
- มากี่วัน?
- พักที่ไหน?
- มีตั๋วไปกลับไหม?
- อาชีพอะไร?

บางท่านอาจจะได้เข้าห้อง นี่ก็มี ตม. ที่นั่งในห้อง 3 ท่านคอยสังเกตปฏิกิริยาเราเลยค่ะ อยู่มุมๆ ลองสังเกตดูค่ะ ใครว่าดวงนี่เถียงสุด

#ห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาด เพราะเขาจะเข้าใจว่ามาด้วยกัน ณ จุดนั้นเราเชื่อใจใครไม่ได้นะคะ เราไม่รู้หรอกใครจะมาเที่ยว ใครจะโดด ข้อห้ามคือห้ามคุยกับคนไม่รู้จักเด็ดขาดค่ะ 

บางท่านอาจจะเจอคำถามแปลกๆ เป็นต้นว่าหน้าโรงแรมที่พักมีต้นไม้กี่ต้น 5555555 ใครจะไปรู้ 

จากคำถาม รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเขาไม่ให้เราผ่านไปแล้วแน่ๆ เขาใช้เซนส์แบบ 1st meet เลยค่ะ ว่าคนนี้ไม่กลับแน่ๆ เราต้องใจเย็นดึงสติ ถามไปเลย “Excuse me?, Whatd wrong with me?, Please let me know and prove myself.” ถามตรงๆ ไปเลยค่ะ ว่าฉันติดปัญหาตรงไหน ไม่ต้องไปพยายามอธิบายหรือตอบคำถามค่ะ 

นี่ส่วนตัวเคยโดนถามเรื่องแพลน เราก็ตอบไปตรงๆ เลย “No plan is my plan. I just want to ralax and spend my holiday in Seoul.” ก็ผ่านปกตินะคะ 555555 ใครจะไปจำแพลนได้ขนาดนั้น จริงๆ เขาไม่ได้ต้องการคำตอบแบบเป๊ะๆ หรอกค่ะ เขาดูปฏิกิริยา Action and Reaction สกิลการเอาตัวรอดมากกว่าค่ะ  

โดนอีกคำถาม บอกเหตุผลที่คิดว่าทำไมคุณถึงจะกลับไทย? นี่ตอบไปเลย “I can’t stay aways from Thaifood longtime.” 🤣🤣🤣🤣 ตม. หัวเราะเลยค่ะ 55555 จะมี ตม. หญิงท่านนึง หน้าดุมากกก ก่อนหน้าคือได้เข้าห้องเท่าที่สายตามองเห็น 4-5 คน อยากลองของ 5555 เดินเข้าไปเลยค่ะ สบตา ยิ้มหวาน ฮันยอง คุณ ตม. ก็ถามมากี่วัน ปั๊มพาสจบ “Have a good trip.” จำไว้ว่าเรามาเที่ยวค่ะ ติด ตม. ก็ติดสิ ตั้งสติตอบคำถามดีดี 🙂 วันนี้นึกออกแค่นี้ค่ะ วันหลังจะมาเล่าใหม่

สมุทรปราการ-ชมรมบางแก้ว!! รวมพลังจิตอาสา กว่า 200 คน ทำกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 

ณ บริเวณห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชมรมบางแก้วและพี่น้องประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 200 คน ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาโดยการทำความสะอาดพื้นถนน ช่วงถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่หน้าห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ไปจนถึง Nation Tower หรือ ตึกเนชั่น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และแสดงพลังความจงรักภักดี ต่อสถาบันอันเป็นที่รักและเทิดทูนของประชาชนทั่วทั้งประเทศ

นายชัยรัชต์พงษ์ กุลรัตนจินดา ประธานชมรมบางแก้ว พร้อมด้วย นางพัชรากร กุลรัตนจินดา ปลัดเทศบาลเมืองบางแก้ว รวมพลังจิตอาสานำพี่น้องประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 200 คน โดยร่วมกับกรมทางหลวง โดยสำนักงานแขวงทางหลวงสมุทรปราการ  และโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ด้วยการเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นถนนช่วงถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา  ไปจนถึงหน้าตึกเนชั่น ทาวเวอร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2567

โดยทางด้าน นายชัยรัชต์พงษ์ กุลรัตนจินดา ประธานชมรมบางแก้วรวมพลังจิตอาสา กล่าวว่า เราคือพลังของชาวบางแก้ว ที่ออกมาร่วมกันทำความสะอาดเมืองบางแก้ว ซึ่งเป็นบ้านของเรา ให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เราอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสามัคคีรวมใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จ ที่สำคัญได้ประกอบกับ กิจกรรมของวันนี้ พวกเราชมรมบางแก้วรวมพลังจิตอาสา โดยมีกลุ่มผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่ อสม. นักเรียน และนักศึกษา ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและอยากมอบถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน ทั้งนี้ยังเป็นการแสดงความพร้อมสำหรับการต้อนรับ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่จะเดินทางมาโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ในวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ที่จะถึงนี้อีกด้วย

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ช็อก!! คู่กรณีคดีครอบครองปรปักษ์บ้านอากู๋ เครียดจัด ตัดสินใจผูกคอปลิดชีวิตตัวเองแล้ว

จากกรณีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านย่านรามอินทรา 58 กับเพื่อนบ้านที่ลักลอบเข้ามายึดบ้าน โดยอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์เป็นของตนเอง ก่อนจะมีการเจรจาและย้ายออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

กระทั้งกลับเข้ามาอ้างสิทธิใหม่ โดยเปิดร้านขายไก่ทอดในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมา ทนายความ พร้อมด้วยตำรวจ ได้พาเจ้าของบ้านตัวจริง บุกปลดป้ายขายไก่ทอดทิ้งเพื่อเอาบ้านคืน

ล่าสุดวันนี้ (26 ก.พ. 67) ผู้สื่อข่าวมีรายงานรับแจ้ง เหตุมีผู้ผูกคอเสียชีวิต ในบ้านพัก ถ.เลียบวงแหวนกาญจนา พื้นที่ สน.คันนายาว

จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง ใช้ผ้าขนหนูผูกคอกับประตูห้องน้ำ ภายในบ้านพัก โดยผู้ที่เห็นศพคนแรกคือ สามี โดยเปิดเผยว่า ตนเองออกไปซื้อของ พอกลับเข้ามาที่บ้านก็ไม่เจอตัวจึงเดินตามหา พบว่าภรรยาทำร้ายใช้ผ้าผูกคอตัวเองในห้องน้ำ พยายามช่วยเหลือทำ CPR แล้ว แต่ไม่เป็นผล

มีรายงานว่า หญิงสาว เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกแจ้งความในคดีบุกรุกบ้านอากู๋ และมีเรื่องฟ้องร้องบ้านครอบครองปรปักษ์ กรณีเข้าไปครอบครองบ้านของอากู๋ จนกลายเป็นประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตำรวจ สน.คันนายาว อยู่ระหว่างการตรวจสอบในบ้านหลังดังกล่าว

ทั้งนี้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของอากู๋ เจ้าของบ้าน ได้แจ้งว่า อากู๋ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของคู่กรณีแล้ว พร้อมแสดงความเสียมา ณ ที่นี้ด้วย

“ผมได้แจ้งให้อากู๋ทราบแล้ว อากู๋ถึงกับช็อค และขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของผู้บุกรุก และขออโหสิกรรม”

ขอบคุณข้อมูล : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

‘สื่ออาวุโส’ ชี้!! ‘คนไทย’ นี่แหละ Soft Power ที่คนญี่ปุ่นตระหนัก พร้อมเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ ‘ปรับตัว-ประยุกต์’ สร้างโอกาสต่อยอดเก่ง

(26 ก.พ.67) เถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…
 

สวัสดีบัดดี้… เวลาบัดดี้ไปญี่ปุ่น เคยเห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘Soft Power’ ของไทยในบ้านเมืองเขาไหม…

พี่มีข้อคิดสนุกๆ มาแลกเปลี่ยนกับบัดดี้และเพื่อนๆ ในเพจ ดังนี้…

1.) เราไปเที่ยวญี่ปุ่นเพราะต้องการเสพความสุขจาก Soft Power ของญี่ปุ่น ทั้งอาหาร สินค้า ทิวทัศน์ ฤดูกาล วัฒนธรรม ผู้คน ความทันสมัยของบ้านเมือง และวิธีการบริหารต่างๆ ของญี่ปุ่น

2.) Soft Power ของญี่ปุ่นบดขยี้จิตใจของคนไทยให้อ่อนไหว หลงรัก เสพติด และยินยอมตกเป็นทาสอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

3.) ไม่เพียงแต่คนไทยจะโบยบินไปเสพ Soft Power ถึงประเทศญี่ปุ่นแบบไปแล้วไปอีก เขาบอกว่ามีอะไรใหม่ๆ ก็ไปกันแล้วไปกันเล่า

4.) แม้แต่ในบ้านเมืองของไทย Soft Power ของญี่ปุ่นก็ยกทัพมาให้เราเสพถึงบ้าน…

5.) ในกรุงเทพ ในต่างจังหวัด ในอำเภอ ในตำบล ในหมู่บ้าน เราจะเห็นอิทธิพลทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเต็มไปหมด ทั้งร้านอาหาร เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้… และคนไทยที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นกันมาแล้ว จะมีอยู่แทบจะทุกอำเภอในประเทศไทย

6.) ในทางกลับกัน Soft Power ของไทยในประเทศญี่ปุ่น… แทบจะหาไม่เจอ

7.) ร้านอาหารไทยแทบจะไม่มี ร้านนวดไทยไม่มี มีแต่สาวไทยไปบริการนวดในญี่ปุ่น ซึ่งมีแค่ในเมืองใหญ่ๆ

8.) ดาราไทย เพลงไทย หรือเพลงฝรั่งที่คนไทยร้อง… ไม่มีในญี่ปุ่น

9.) แม้คนญี่ปุ่นจะบินมาอยู่มาเที่ยวเมืองไทยมากมายหลายล้านคน แต่เขาไม่เคยขนเอา Soft Power ไทยกลับไปเผยแพร่ในญี่ปุ่น อย่างที่คนไทยขนมาให้คนไทยด้วยกันเสพสุข

10.) แต่ แต่… ในอีกมุมหนึ่ง

11.) Soft Power ของไทย ที่คนญี่ปุ่นต้องการที่สุด คือ ‘คนไทย’

12.) เพราะคนไทยมี ‘อำนาจซื้อ’ มหาศาล… จับจ่ายใช้สอยกันอย่างมีความสุขในญี่ปุ่น

13.) ในเวลาเดียวกัน… คนไทยจำนวนมากได้ไอเดียทำมาหากิน ทำมาค้าขาย มาจากการไปเที่ยวญี่ปุ่น

14.) Soft Power ญี่ปุ่นที่มากระจายทั่วทุกถนนในเมืองไทย… ส่วนใหญ่ก็เพราะคนไทยมีความสนใจ ได้เรียนรู้ ใฝ่รู้ เสาะหา มาใช้ทำมาค้าขาย จนได้รับความสำเร็จ

15.) การไปญี่ปุ่นของคนไทยทุกคนคือ ‘ทัศนศึกษา’ คือ การเรียนรู้นอกห้องเรียน การซึมซับโลกาภิวัฒน์ในภาคปฏิบัติ

16.) การไปญี่ปุ่น สำหรับพี่แล้ว… เทียบเท่าการไปยุโรปหรืออเมริกา เพราะความเจริญในทุกด้านของญี่ปุ่นเหนือกว่าหลายประเทศในโลกนี้

17.) คนไทยเราได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาในญี่ปุ่น พี่ถือว่า นี่คือการไปเรียนเมืองนอกในแบบกระทัดรัด…

18.) คนไทยส่วนใหญ่ไปญี่ปุ่น กลับมาพร้อมกับโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น และหลายคนได้ ‘แรงบันดาลใจมหาศาล’ มาพัฒนาตัวเอง

19.) และความเป็นคนไทยของเราที่มีจิตใจที่ ‘เปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ’ ทำให้เราซึมซับนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน 

20.) เช่นเดียวกับ ความหลงใหลในเกาหลี, จีน, ยุโรป, อเมริกา ที่เรานำมาคลุกเคล้าในเบ้าหลอมขนาดใหญ่ที่มี ชื่อว่า ‘ประเทศไทย’

21.) เหลือเพียงว่า เราจะก้าวข้ามไปถึงการนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ปรับใช้จนเป็นสินค้า Soft Power ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเองหรือไม่ 

22.) ดังเช่นการเข้ามาของ 7-11 ในยุคแรกๆ ส่งผลให้คนไทยนำรูปลักษณ์การค้าขายแบบนั้นไปประยุกต์ใช้จนเกิด ‘มินิมาร์ทของคนไทย’ ไปทั่วบ้านทั่วเมือง และสิ้นสุดยุคร้านค้าแบบ ‘โชว์ห่วย’... แม้เจ้าของร้านค่าส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจะยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย แต่เห็นระบบการบริหารจัดการของญี่ปุ่นผ่านร้านค้าอย่าง 7-11 

23.) ในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่คนไทยได้รับโอกาสเดินทางไป… ญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น… และมีปรากฏการณ์เช่นนี้… พี่คิดว่าน่าพอใจมาก

คนไทยนี่แหละ คือ ‘Soft Power’ ที่แท้จริง…

เราจะส่งเสริมให้เขาเรียนรู้ดูดซับความรู้ต่างๆ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองและสังคม ในเชิงบวกมากขึ้นไปอีกอย่างไร??


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top