Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'หนุ่ย พงศ์สุข' อึ้ง!! คำค้นหายอดนิยมในไทยที่ทั่วโลกเห็น หลายคำเห็นแล้วควรกลับมาปรับปรุงศึกษาในเชิงพฤติกรรม

เมื่อวานนี้ (27 ก.พ. 67) จากกรณีที่มีการเปิดเผย Digital Trends ปี 2024 จาก We Are Social ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการจัดอันดับเว็บไซต์ที่คนไทยเข้ามากที่สุด 20 อันดับแรก พบว่ามีการค้นหาเว็บที่ไม่เหมาะสมกับเยาวชนเป็นอันดับต้น ๆ 

ล่าสุดพิธีกรด้านไอทีชื่อดังอย่าง ‘หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์’ ได้อัปเดตผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์’ พูดถึงประเด็นเรื่อง คีย์เวิร์ด หรือ คำค้นหา ยอดนิยมของคนไทย ระบุข้อความว่า 

"รายงานนี้ไปทั่วโลก … ‘รายงานการใช้อินเทอร์เน็ตของไทย’ ประเทศอื่นผมยังไม่ได้อ่านรายงาน แต่ประเทศไทยเรา มีผลค้นหาคำว่า ‘xี’ เป็น Top Google Searches อันดับ 15 เรามี ‘เว็บโป๊’ อยู่ใน Top10 และมีถึง 2 เว็บใน Top 20… ใครไม่อาย ผมอาย ! จะอ่านเพื่ออายไปด้วยกันหรือศึกษาในเชิงพฤติกรรม น่ารู้ทั้งนั้นครับ ปรับใช้กับการงานเราได้ เมื่อรู้รายละเอียดพฤติกรรมต่าง ๆ นี้ 

https://www.beartai.com/news/itnews/1363460 ภาพ Info ทุกช่องในบทความนี้สไลด์ขวาเพื่อซูมดูได้หมดทั้งรายงาน

ป.ล. ตั้งแต่ยุคแรกที่มีการเปิดเผยรายงานอินเทอร์เน็ตไทย ยุคนั้นเพื่อนผมผู้จัดทำรายงาน (โดยอีกบริษัทหนึ่ง) เพื่อนเปิดเผยว่าเขาต้อง ‘ตัดออกหลายคำค้น’ เพราะเผยแพร่ไปคงไม่ดี ยุคนี้กล้าเปิดเผยกันแล้ว… พฤติกรรมการค้นหาเรายังไม่ต่างจากการใช้อินเทอร์เน็ตยุคแรกนัก 

xี น่าอาย แต่ไม่น่าห่วงเท่า พนัน ครับ"

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาใน จ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 

วันนี้ (27 ก.พ.67) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าพบนายเศรษฐา ทวีศิลป์ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการทำงานของตำรวจภูธรภาค 7 โดยเฉพาะพื้นที่ จ.กาญจนบุรี กรณีการปราบปรามยาเสพติด ไฟป่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการลักลอบขนของเถื่อนบริเวณชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี โดยกำชับให้เข้มงวดมากขึ้น พร้อมให้บูรณาการการทำงานเพื่อให้ปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนหมดไปโดยเร็ว

เวลา 13.00 น. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางลงพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังการรายงานสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยมี พล.ต.ท.​นัยวัฒน์​ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 , พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 , พล.ต.ต.นครินทร์  สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี , พล.ต.ต.พศวีร์  เรืองภู่
ผบก.อก.ภ.7 และ พล.ต.ต.ประสพชัย  มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 , พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ร่วมประชุม

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมประชุมการบูรณาการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยมี ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี , และผู้แทนหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผบ.ตร. กล่าวว่า ในการประชุมหารือวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้รายงานแผนการปฏิบัติในการป้องกันแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ตามสั่งการนายกรัฐมนตรี ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติด ไฟป่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการลักลอบขนของเถื่อน โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของตำรวจ ภ.7 , ภ.จว.กาญจนบุรี , ตำรวจพื้นที่ , ตำรวจตระเวนชายแดน , ตำรวจตรวจตนเข้าเมือง , ทหาร และฝ่ายปกครอง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

โดยการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่พบว่าปัจจุบันยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามาทางชายแดน จ.กาญจนบุรี มากขึ้น ได้กำชับทุกจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจสอบจับกุมมากขึ้น 

ส่วนปัญหาไฟป่า ได้กำชับให้เตรียมการป้องกันแก้ไข ตั้งแต่การประเมินก่อนเกิดสถานการณ์เพื่อป้องกัน การเข้าระงับเหตุมีไฟป่า และการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูหลังเกิดไฟป่า พร้อมเน้นย้ำให้กวดขันการเผาหาของป่าของชาวบ้านในเขตพื้นที่อุทยาน ทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ป่า ส่งผลให้เกิดควันและมลพิษ pm 2.5 โดยใช้มาตรการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประขาชนทราบถึงโทษทางกฎหมายและผลที่จะเกิดขึ้นกับสังคมโดยรวม

ปัญหาหนี้นอกระบบ ได้มีการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดือดร้อนไปลงทะเบียนขอรับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ได้ตามช่องทางที่กำหนด ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ โดยตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว

สำหรับปัญหาการลักลอบขนของเถื่อนโดยเฉพาะยางเถื่อนนั้น ได้กำชับไปยังจุดตรวจต่างๆ ซึ่งจะเคร่งครัดในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อไป

หลังการประชุมหารือ ผบ.ตร. และคณะ ได้ไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งถือเป็นจุดหลักในการตรวจตรา ป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆไม่ให้เข้ามาในประเทศ

แปลกใจ!! 'นทท.ต่างชาติ' วิจารณ์อาหารถุงของไทย บอก!! 'เสิร์ฟกันยังงี้หรือ?' คาด!! ไม่รู้ว่านี่คือ Take Away

เมื่อไม่นานมานี้ จากช่องติ๊กต็อก ‘David William’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอกรณีสาวจีนรายหนึ่งขณะกำลังวิจารณ์วิธีการกินที่มัดใส่ถุงของคนไทย โดยระบุว่า…

‘อยู่ที่ไทยสั่งอาหาร เกลียดที่สุดเลยก็คือ พวกเขาชอบใส่ถุงมาให้แบบนี้ ไม่มีถ้วยเลย (พร้อมถอนหายใจ) ใส่มาแบบนี้ดูสิอย่างกับอะไร อยากจะอ้วกจริง ๆ นะ รู้สึกกินไม่ลงเลยสั่งอาหารใส่ถุงหมดเลย…น่ากลัว’

ซึ่งด้าน ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ได้แสดงความคิดเห็นและมุมมองต่อคลิปนี้ว่า…

“ไม่เข้าใจจริง ๆ …ช่วงนี้เจอแต่คอนเทนต์แนวนี้เยอะมากที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทยและชอบหาว่าคนไทยน่าเกลียด กินแปลก ๆ หรือมีการตําหนิไม่หยุด อย่างเคสเมื่อกี้ที่บ่นไปเรื่อยว่าทําไมคนไทยชอบเสิร์ฟอาหารในถุงแบบนี้ มันดูสกปรก นู้นนี่นั่น แต่ขออนุญาตเลยนะ ก็คุณสั่ง Take Away หรือเปล่า? แล้วคุณจะให้ส่งอาหารให้คุณยังไง? หรือคุณอยากได้ชามทองคําเหรอ แล้วอีกอันที่ทําให้รู้สึกงงมาก ซึ่งไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เจ้าของร้านที่เขาให้ถุงกับคุณอย่างนั้นน่ะ เขาไม่ได้ต้องการให้กินจากถุง คือคุณต้องเอาถุงเทใส่ชามแทน”

จากนั้น ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ก็ได้สาธิตวิธีการกินและแกะจากถุงให้ดู พร้อมระบุต่อว่า “คุณอย่าเพิ่งไปกินจากถุงแบบนี้ ไม่มีคนไทยคนไหนกินจากถูกเลย ซึ่งสิ่งที่พวกเราจะทําคือจะเอาถุงแกงที่ได้มาเทใส่ชาม แล้วในเมื่อเทใส่ชามเสร็จปุ๊บ เราก็จะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย”

‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ได้กล่าวต่อว่า ดูเหมือนตนจะเล่นเยอะใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วรู้สึกทุกข์มากด้วยเนื้อหานั้น คือคุณเพิ่งมาประเทศไทยหรือเปล่า แล้วคุณยังไม่ทันศึกษาวัฒนธรรม อาหาร หรือว่าวิธีการกินของเรา แล้วคุณจะมาดูถูกและต่อว่าพวกเราขนาดนี้ได้ยังไง? และอีกอย่างที่ต้องพูดคือ จริง ๆ แล้วอาหารไทยและวิธีการกินของคนไทยเป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อทั่วโลกเลยนะ ด้วยความงดงาม ความน่าสนใจ และด้วยความอร่อยของอาหารนั้น ที่คุณมาประเทศไทยก็คือเพราะคุณอยากเจอสิ่งใหม่ไม่ใช่เหรอ? คือถ้าบ้านเราเหมือนบ้านคุณเป๊ะ ๆ เนี่ย คุณจะขึ้นเครื่องบินมาหาพวกเราไปพร่ำเพื่ออะไร

เพราะฉะนั้นขอสรุปว่า ไม่รู้ว่าฝรั่งคนอื่นเขาว่ายังไง แต่สําหรับตนแล้วในฐานะชาวต่างชาติคนหนึ่งซึ่งเคยได้โอกาสไปเที่ยวหลายประเทศทั่วโลก วันนี้สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคําว่าอาหารไทยและวิธีการกินของคนไทยเป็นสิ่งที่ปังไม่หยุดจนมันหาที่เปรียบเทียบได้ยากมากทั่วโลก

'สว.สมชาย' กางประวัติศาสตร์ ชี้!! 'เกาะกูด' ไม่เคยเป็น 'พื้นที่ทับซ้อน' ยัน!! เป็นของไทยมาตั้งแต่สัญญาแบ่งปันดินแดน 'ไทย-ฝรั่งเศส' ปี 2450

(27 ก.พ. 67) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีกระแส ดราม่าพื้นที่ทับซ้อน 'เกาะกูด' ระบุว่า...

หลักฐานสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส  ร.ศ.125 ที่สยามยอมยกพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกกับเมืองด่านซ้ายและจังหวัดตราดนั้น เป็นหลักฐานระบุชัดเจนว่า...

'เกาะกูดเป็นดินแดนของประเทศไทย กัมพูชาไม่มีสิทธิอ้างสิทธิทางทะเลเหนือเกาะกูดได้'

ตามที่สนธิสัญญาที่รัฐบาลไทยทำกับฝรั่งเศสตกลงในการแบ่งปันพื้นที่กันใหม่ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รศ 125 หรือ พ.ศ.2450 มีใจความสำคัญว่า...

ข้อ1) รัฐบาลสยามยอมยกดินแดนเมืองพระตระบอง เมืองเสียมราฐและเมืองศรีโสภณให้กับกรุงฝรั่งเศส...

ข้อ2) รัฐบาลฝรั่งเศสยอมยกดินแดนเมืองด่านซ้ายและเมืองตราดกับเกาะทั้งหลายซึ่งอยู่ภายใต้แหลมสิงลงไปจนถึงเกาะกูดนั้นให้แก่กรุงสยาม…

กัมพูชาจึงไม่มีสิทธิในพื้นที่ รวมถึงเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลที่เขียนขึ้นมาเองใหม่ในสมัยนายพล ลอนนอล ของกัมพูชาเมื่อ พ.ศ.2515 ก็ไม่มีสิทธินำมากล่าวอ้างได้

ผู้แทนใดๆ รัฐบาลของไทย จึงไม่มีสิทธิที่จะไปเจรจาทำความตกลงทั้งในทางเปิดเผยและในทางลับจัดแบ่งปันผลประโยชน์อันมิชอบในแหล่งพลังงานน้ำมันและก๊าซ ในพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างเป็นพื้นที่ทับซ้อนใดๆ ได้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวมิได้เป็นพื้นที่ทับซ้อนตามอ้าง หากแต่เป็นพื้นที่อาณาเขตประเทศไทยชัดเจนมากครับ

ดังนั้นหาก ผู้ใดแอบอ้างเป็นตัวแทนคนไทยหรือรัฐบาลไทยไปเจรจาแบ่งปันหรือยกประโยชน์แหล่งพลังงานในพื้นที่อ่าวไทยที่มีเกาะกูดเป็นเส้นแบ่งเขตแดนชัดเจนมาตั้งแต่การแบ่งปันใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงยอมเสียดินแดน 3 เมือง พระตะบอง, เสียมราฐ, ศรีโสภณ เพื่อแลกจังหวัดตราดกลับคืนมา และมีข้อตกลงหมุดหลักชัดเจนปลายสุดเขตแดนประเทศไทย ที่เกาะกูดตั้งแต่ พ.ศ.2450 แล้ว...ผู้นั้นย่อมถูกเรียกได้ว่า 'คนขายชาติ' ครับ

สำหรับ เกาะกูด เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต, เกาะสมุย, เกาะช้าง, เกาะตะรุเตา และเกาะพะงัน ตั้งอยู่ในอ่าวไทย เป็นเกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกไทย อยู่ในการบริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด ส่วนหนึ่งของอำเภอเกาะกูดในจังหวัดตราด 

เกาะกูดมีเนื้อที่ 105 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 65,625 ไร่ ความยาวของเกาะ 25 กิโลเมตร ความกว้าง 12 กิโลเมตร เกาะยังมีสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกที่ขึ้นชื่อคือ น้ำตกคลองเจ้า ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี 

ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวยายกี๋ หาดคลองเจ้า, หาดอ่าวพร้าว, อ่าวง่ามโข่, หาดอ่าวเบ้า หาดคลองหิน, อ่าวพร้าวจนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป็นหาดที่มีทรายสวยงามน้ำทะเลใส ประกอบกับธรรมชาติสงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด 

นอกจากนี้บนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังหลากชนิด รวมทั้งเกาะแรดและเกาะไม้ซี้ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะกูดอีกด้วย

‘ดร.เอ้’ เตือน ‘นายกฯ’ อย่าเร่งแก้ปัญหารถติด ‘ถ.พระราม 2’ ฉาบฉวย หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำ แนะ!! ให้ยึดมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก

(27 ก.พ.67) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ‘ดร.เอ้’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม.ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘เอ้ สุชัชวีร์’ แสดงความเป็นห่วงในการเร่งแก้ปัญหาก่อสร้างถนนพระรามสอง หลังนายกรัฐมนตรีระบุจะติดตามและเร่งรัดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ล่าช้า ซึ่งสร้างปัญหาให้กับผู้สัญจรไปมาและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะถนนพระรามสองที่ก่อสร้างล่าช้า กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวหัวหินน้อยลง ซึ่งจะเร่งแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้

โดย ดร.เอ้ ระบุว่า ผมห่วงประชาชนจริงๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าท่านนายกฯ ไปเร่งงานพระรามสอง ตนเองเกรงว่าการที่ตาลีตาเหลือก ลุยจนไม่ระมัดระวัง มีการเร่งงาน อาจมีเหตุการณ์ของหล่น ทับคนตาย คนเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยครั้ง และเกิดซ้ำซากในสังคมไทย การที่ทำให้เสร็จเร็ว คือ ดี แต่การที่มีคนบ่นที เร่งที คือ ‘ฉาบฉวย’ ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดี ‘การวางแผนงาน’ ล่วงหน้า ‘การติดตาม’ ใกล้ชิด และยึดหลัก ‘มีมาตรฐาน’ ความปลอดภัยต่างหากคือการแก้ปัญหา จบเร็ว และดี

“พระรามสอง สร้างไม่เคยเสร็จ รถติดหนัก เศรษฐกิจสะเทือน การที่นายกฯ แสดงความห่วงใยประเด็นผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยวถือเป็นเจตนาที่ดี แต่การเร่งงาน เร่งอันตราย ทำลวกๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าได้ จึงอยากให้ยึดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และมองหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบอื่นควบคู่กันไปด้วย” ดร.เอ้ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ดร.เอ้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และเป็นอดีตนายกสภาวิศวกร ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงและเตือนถึงอันตรายและปัญหาในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครหลายโครงการ โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนถนนพระรามสอง ซึ่งถือเป็นการก่อสร้างที่ยาวนานส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ชีวิตคนกรุงเทพ ยังคงเสี่ยงตาย เสี่ยงบาดเจ็บได้ตลอดเวลา จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วกรุงเทพที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

พร้อมย้ำหากมีการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบ สอบสวนอุบัติเหตุขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อที่หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ประชาชนสามารถร้องเรียนกับองค์กรนี้ได้ หรือเวลาเกิดเหตุการณ์ สามารถนำคนผิดมาลงโทษ และเยียวยาผู้ได้รับความสูญเสียอย่างเป็นธรรมได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับประชาชนอย่างแท้จริง

‘ปชช.’ เข้าสักการะ ‘พระบรมสารีริกธาตุ’ ต่อเนื่อง ยอดรวมคนไทย-ต่างประเทศ 4 วัน ทะลุ 4 แสนคน

(27 ก.พ.67) นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า จากการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยได้ประดิษฐาน ณ มณฑป มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เป็นที่แรก และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีการประเมินตัวเลขประชาชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ระหว่าง วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ มีกว่า 4 แสนคน

นายชัยพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงเห็นควรให้ขยายเวลาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ จากเดิมที่เปิดให้เข้า 09.00-20.00 น.ขยายเป็น เวลา 08.00-21.00 น. จนถึงวันที่ 3 มีนาคมนี้

คอบร้าโกลด์ 2024 เริ่มขึ้นแล้ว

วันที่ 27 ก.พ.67 พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นายโรเบิร์ต เอฟ โกเดค (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และพลโท ซาเวียร์ บรันสัน (Xavier T. Brunson) แม่ทัพน้อยที่ 1 กองทัพบก สหรัฐอเมริกา เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 โดยมีเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมพิธีฯ ณ สนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ 

การฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 43 เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. - 8 มี.ค.67 ในพื้นที่กองทัพเรือจังหวัดชลบุรี - ระยอง และจังหวัดอื่น ๆ ตามที่กองทัพกำหนด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดี ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อฝึกการใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ โดยมีรายละเอียดหัวข้อการฝึกได้แก่ การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา / โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian Civic Assistance: HCA) / การฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) 

การฝึกในครั้งนี้มีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นสาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเชีย และประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชน จำนวน 2 ประเทศได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย  และยังมีประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา ได้แก่ ออสเตรเลีย ส่วนกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation Team) จำนวน 10 ประเทศ คือ บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ฟิจิ สหราชอาณาจักร และบรูไน และประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก (Combined Observer Liaison Team) : COLT) อีกจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ ก้มพูชา ลาว บราชิล ปากีสถาน เวียดนาม เยอรมนี สวีเดน สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) คูเวต และศรีลังกา รวมทั้งสิ้น 30 ประเทศ จำนวนผู้เข้าร่วมการฝึกฯ 9,590 นาย

'รมว.ปุ้ย' ยกเคส 'พาวเวอร์แบงก์' คนไทยควรเลือกสินค้ามาตรฐาน 'มอก.' ส่วนภาครัฐเร่งกวาดล้างไม่หยุด ล่าสุดอายัดสินค้าห่วยแล้วกว่า 142 ล้าน

(27 ก.พ.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีเครื่องบินโดยสารสายการบินไทยเเอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3188 ขณะกำลังบินจากสนามบินดอนเมือง มุ่งหน้านครศรีธรรมราช มีเหตุการณ์พาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารระเบิดบนเครื่องบิน ตนเองซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้นด้วย เข้าใจเลยว่าต้องมีสติเท่านั้นที่จะควบคุมสถานการณ์ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของผู้โดยสารทั้ง 186 ชีวิตได้ ก่อนที่ลูกเรือบนเครื่องบินสามารถดับไฟได้สำเร็จ 

ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงที่ดูแลสินค้าให้มีความปลอดภัยต่อประชาชน จึงสั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้มงวดในการตรวจควบคุมพาวเวอร์แบงก์ทุกขนาดทุกยี่ห้อที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดและทางออนไลน์ต้องได้มาตรฐาน เนื่องจากพาวเวอร์แบงก์เป็นหนึ่งในสินค้าในจำนวน 144 รายการ ที่เป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงก์ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้เพิ่มความถี่ในการตรวจควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สินค้าได้อย่างปลอดภัย และขอฝากถึงประชาชนให้เลือกใช้พาวเวอร์แบงค์ที่มีเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าเท่านั้น โดยสามารถสแกนเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย รวมถึงคุณภาพของสินค้าว่าเป็นไปตามที่ระบุหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามที่ระบุสามารถร้องเรียนกลับมาที่ สมอ. ได้ทันที 

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อกรณีดังกล่าว สมอ. มิได้นิ่งนอนใจ หลังจากได้รับข้อสั่งการจากท่านรัฐมนตรีพิมพ์ภัทราฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานเพื่อตรวจสอบขยายผลอย่างเร่งด่วนถึงแหล่งที่มา รายละเอียดสินค้า และการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง สมอ. จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการรายนี้อย่างถึงที่สุด เนื่องจากพาวเวอร์แบงค์เป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. การทำและนำเข้าจะต้องได้รับอนุญาตจาก สมอ. ก่อน รวมถึงผู้จำหน่ายจะต้องขายเฉพาะสินค้าที่ได้มาตรฐานเท่านั้น มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตแล้วจำนวน 97 ใบอนุญาต แบ่งเป็นผู้ผลิตในประเทศจำนวน 8 ใบอนุญาต และผู้นำเข้าจำนวน 89 ใบอนุญาต สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้รับใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ สมอ. www.tisi.go.th โดยพาวเวอร์แบงก์ที่ได้มาตรฐานจะผ่านการตรวจสอบจากห้องแล็ปอย่างเข้มข้นประมาณ 20 รายการ เช่น สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 70 องศาเซลเซียส หากลืมวางไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดด หรือที่ที่มีอุณหภูมิสูง ก็ยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่บวมพอง หรือโก่งงอ ทนต่อการตกกระแทก ไม่แตกหักเสียหายง่าย ทนต่อความดันอากาศต่ำ 

หากอยู่บนเครื่องบินจะไม่เกิดการรั่วซึมหรือเกิดการระเบิด หรือในกรณีที่ลืมชาร์จทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะไม่ก่อให้เกิดประกายไฟ และลุกไหม้ และหากเกิดประกายไฟ เปลวไฟจะดับเองได้โดยไม่เกิดการลุกลาม จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าพาวเวอร์แบงก์ที่มี มอก. มีความปลอดภัยสูง และจะไม่เป็นอันตรายขณะใช้งาน สำหรับการเลือกซื้อพาวเวอร์แบงค์ที่ได้มาตรฐานนอกจากจะให้สังเกตเครื่องหมาย มอก. และ QR Code ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าทุกครั้งแล้ว 

นอกจากนี้ วิธีการเก็บรักษาและการใช้งานก็มีส่วนสำคัญไม่ให้พาวเวอร์แบงก์หมดอายุการใช้งานก่อนเวลาอันควร เช่น ไม่ควรเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ใกล้แหล่งความร้อน หรือรับแสงแดดโดยตรง ไม่ควรเก็บไว้ใกล้แก๊สที่ติดไฟได้ ความชื้น น้ำ หรือของเหลว ไม่ควรถอดชิ้นส่วน เปิด เผา หรือสอดแทรกสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในพาวเวอร์แบงก์ ไม่ควรให้พาวเวอร์แบงก์ถูกกระแทก ถูกกดทับ งอ หรือเจาะ ไม่ใช้งานในขณะเปียกน้ำหรือได้รับความเสียหายเพื่อป้องกันการช็อกไฟฟ้า และควรอ่านข้อควรปฏิบัติที่ให้มากับพาวเวอร์แบงค์ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย 

เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมา สมอ. ได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องในการกวาดล้างสินค้าด้อยคุณภาพให้หมดไปจากท้องตลาด ภายใต้ภารกิจ Quick Win ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีพิมพ์ภัทราฯ ทั้งที่จำหน่ายในท้องตลาด และทางออนไลน์ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน จนถึงขณะนี้ สมอ. ได้ตรวจจับและยึดอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานไปแล้วกว่า 142 ล้านบาท มีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็ก วัสดุก่อสร้าง สีย้อมสังเคราะห์ เมลามีน และพลาสติก เป็นต้น จึงขอฝากถึงผู้ประกอบการหากท่านทำหรือนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ท่านจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ซึ่งบทลงโทษสำหรับผู้ทำและนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลขาธิการ สมอ. กล่าว

'ผู้ประกาศข่าวไทยรัฐทีวี' เผยภาพเครื่องแต่งกาย ยืนยันไม่ได้ 'แต่งชุดดำ' ชี้!! ข้อกล่าวหา 'กบฏนักข่าว' ร้ายแรง ไม่เคยคิดข้องเกี่ยวทางการเมือง

เมื่อวานนี้ (26 ก.พ.67) จากกรณีที่นายวีรพงษ์ กาศรี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด และ น.ส.นัฏฐนันท์ เต็มโบติโกศล ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี เอชดี ช่อง 32 เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ให้ดำเนินคดีต่อบัญชีเฟซบุ๊ก 3 ราย และบัญชี TikTok 1 ราย หลังกล่าวหาว่านักข่าวของไทยรัฐทีวีนั้นใส่เสื้อผ้าชุดดำ ไม่จงรักภักดี ซึ่งไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ ทางบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งยังได้กล่าวหาว่าผู้บริหารช่องไทยรัฐทีวี...ไปแล้ว ผู้เสียหายจึงได้มอบอำนาจให้ผู้แจ้งมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีต่อบุคคลซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 ก.พ.มีการรวมตัวกันของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า จุฬาฯ รักพระเทพ ของศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย นางวิรังรอง ทัพพะรังสี และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีการนัดรวมตัวกันสวมเสื้อสีม่วงทั่วประเทศ เพื่อถวายกำลังใจแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปรากฏว่ารายการข่าวเที่ยงไทยรัฐ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ที่ออกอากาศในวันดังกล่าว ผู้ประกาศข่าว 3 คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเข้ม ที่ผู้ชมทางบ้านเข้าใจว่าเป็นสีดำ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว แม้หนึ่งในผู้ประกาศข่าวโพสต์ข้อความยืนยันถึงความจงรักภักดี และรายการในวันถัดมาจะสวมเสื้อโทนสีม่วงก็ตาม

ล่าสุดเฟซบุ๊ก Suebsakul Pundee ของนายสืบสกุล พันธุ์ดี ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี เอชดี ช่อง 32 โพสต์ภาพเครื่องแต่งกายที่ผู้ประกาศข่าวทั้งสามคนได้ใส่เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พร้อมข้อความระบุว่า "ถึงเวลาแล้วที่ต้องชี้แจงเรื่องสีเสื้อ ... อยากให้ช่วยแชร์ ให้ขึ้นฟีด ... วันนี้เอาภาพเสื้อจริงที่ใส่ในวันดังกล่าวมาให้ทุกคนดู

‘กบฏนักข่าว’ พร้อมใจแต่งกายชุดดำ.. นี่คือการกล่าวหาร้ายแรง

• กรณีการที่มีบุคคลบางคนในโลกโซเชียลนำภาพการแต่งกายของผู้ประกาศและระบุข้อความในลักษณะทำให้เกิดความเข้าใจผิดร้ายแรง จนมีการกล่าวหาเลยเถิดว่าเป็น ‘กบฏนักข่าว’ ที่ ‘พร้อมใจ’ กันแต่งกายด้วยชุดสีดำ แชร์ออกไปในวงกว้างนั้น

• ไทยรัฐได้ดำเนินการฟ้องเอาผิดต่อบุคคลที่ดำเนินการหมิ่นประมาทด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ ส่วนการแชร์หรือแสดงความคิดเห็นต่อ ถือว่าเป็นสิทธิที่ท่านทำได้ แต่หากการแชร์นั้นย่อมเกิดความเสียหายทวีคูณ และแม้ว่าผู้ประกาศที่ตกเป็นบุคคลที่ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์มิได้ออกมาชี้แจงใด ๆ เพื่อมุ่งหวังว่าจะป็นการลดภาวะทางอารมณ์ของคนในสังคม แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีการแชร์ต่อและคอมเมนต์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ลุกลาม ขยายวงกว้าง และยังมีคำถามว่าเหตุใดถึงพร้อมใจกัน ‘แต่งชุดดำ’

• ได้เวลาชี้แจงและแสดงภาพหลักฐาน ดังนี้

• การแต่งกายของ ผปก.ในวันดังกล่าว มีการออกแบบโดยเน้นโทนสีน้ำเงิน ฟ้าอมเทา ซึ่งไม่อิงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ถือเป็นโทนสีกลาง ๆ โทนสีสุภาพ โทนสีที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทุกสถานการณ์และทุกกาลเทศะ...จะมีการแต่งกายของผู้ประกาศชายเท่านั้น ที่มีการสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำด้านใน เหตุผลดังนี้ เพราะเป็นเสื้อคอกลมที่ใส่แล้ว สวมสูทสีใดทับได้ง่าย และโดยหลักสากลการแต่งกายผู้ชาย หากมองเรื่องโทนสีหลักของการสวมใส่นั้น จะดูสีของสูทเป็นสีหลัก ซึ่งการใส่สูทในวันนั้นคือสูท ‘สีฟ้าอมเทา’ ดังนั้นจึงมิได้มีเจตนาใส่ ‘สีดำ’ ทั้งชุด หรือให้สีดำเป็นสีหลักของการแต่งกายแต่อย่างใด โดยการสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำนั้น จะได้รับการตำหนิจากบุคคลบางท่าน ขอน้อมรับคำ ‘ติเพื่อก่อ’ ในกรณีที่มีการหยิบเสื้อยืดคอกลมสีดำ ตัวที่ "คิดว่าสวมใส่ได้โดยง่าย และเข้ากับสีสูททุกสี" มาสวมใส่ แต่เจตนาที่แท้จริงมิได้เป็นเจตนาที่จะใส่ชุดดำ

• ส่วนสีเสื้อของ ผปก.หญิงทั้ง 2 คน ขอให้ดูตามภาพ และคงไม่ต้องอธิบายว่าคือสีอะไร ที่แน่ๆ คือ ‘ไม่ใช่สีดำ’ ดังที่มีบุคคลวิพากษ์วิจารณ์ว่า ‘นักข่าวพร้อมใจกันใส่ชุดดำ’, ‘กบฏนักข่าวสวมสีดำ’ ซึ่งทำให้คนในสังคมเกิดความเข้าใจผิด

• จึงเรียนทุกท่านให้ทราบ ด้วยเรามิได้มีเจตนาที่ไม่ดี และเราในฐานะผู้ประกาศ มิได้มีความคิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมือง การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หรือการแสดงออกทางความคิดที่แตกต่าง เรา..ทำหน้าที่ตรงกลางในฐานะคนอ่านข่าว และเราก็เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป ที่ไม่อาจก้าวล่วงความคิด หรือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนในสังคม

• ดังนั้น ด้วยความเคารพ โปรดอย่านำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเป็นเครื่องมือใดๆ ในการกล่าวอ้างให้เกิดความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อสังคม จะด้วยเจตนาใดๆ ของท่านก็ตาม ขอขอบพระคุณ ที่ทุกท่านได้อ่านข้อความนี้ ....

• หมายเหตุ (ที่ควรอ่าน) ..คำชี้แจงนี้ มิได้มุ่งหวังที่จะเอาผิด คิดร้าย หรือต้องการให้เกิดความขัดแย้งเพิ่ม เพียงแต่ต้องการสะท้อนว่า "ความเป็นธรรม" คือพื้นฐานของสังคม เพื่อให้สังคมเกิดความสงบสุข และเป็นกรณีตัวอย่าง ที่ควรนำไปเป็นกรณีศึกษา ในภาวะที่สังคมมีความละเอียดอ่อน

• ด้วยความเคารพและนับถือ"

ด้าน นายนพดล พรหมภาสิต แกนนำกลุ่มปกป้องสถาบัน และอดีตผู้ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบนโลกออนไลน์ (ศชอ.) โพสต์คอมเมนต์ว่า "ในเมื่อชี้แจงแล้ว (ถึงจะมาช้า) ก็สุดแต่ใครจะรับฟัง

ถ้าคิดว่าการใช้สิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นก็ทำไป แต่การต่อความยาวสาวความยืดรังแต่จะทำให้เกิดรอยปริร้าว

ถ้าศาลรับฟ้องก็เอาเหตุผลแต่ละฝ่ายพร้อมพยานไปชี้แจงให้ศาลฟัง ซึ่งก็น่าแปลกใจ ทำไมคนจำนวนมากถึงคิดไปในทางเดียวกันได้"

‘พีระพันธุ์’ ชื่นชม ‘ครูน้อย’ สร้างนวัตกรรมใหม่ด้านพลังงาน เล็งต่อยอดหอกลั่นน้ำมันประจำอำเภอ ลดต้นทุนเกษตรกร

เมื่อไม่นานมานี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ได้พบกับนายทวีชัย ไกรดวง หรือ ‘ครูน้อย’ ผู้มีความสามารถด้านนวัตกรรม สามารถผลิตสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ตรงกับนโยบายของตน ที่มุ่งหวังจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนโดยใช้พลังงานทดแทน เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ การประกอบแบตเตอรี่ลิเธียมเองในประเทศเพื่อลดต้นทุน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานน้ำ 

โดยครูน้อยสามารถผลิตน้ำมันจากยางพาราและขยะพลาสติกจากอุปกรณ์ที่คิดค้นและผลิตขึ้นเองสามารถผลิตน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลชั่วโมงละ 40 ลิตร โดยครูน้อยได้สาธิตการนำน้ำมันที่ผลิตได้ไปใช้กับรถมอเตอร์ไซค์และเครื่องมือทางการเกษตรซึ่งสามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้นายพีระพันธุ์สนใจผลงานของครูน้อยที่เป็นนวัตกรรมของคนไทยเป็นอย่างมาก

โดยเมื่อ 23 ก.พ. 67 นายพีระพันธุ์ได้เชิญครูน้อยมาหารือเพิ่มเติมที่บ้านพิบูลธรรม เพื่อหาทางต่อยอดนวัตกรรมการผลิตน้ำมันจากยางพาราและขยะพลาสติกของครูน้อย และขอให้ครูน้อยช่วยออกแบบอุปกรณ์เครื่องมือผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงแดด พลังงานลม และพลังงานน้ำ สำหรับใช้ในครัวเรือนและในการเกษตรโดยจะให้เป็นเครื่องต้นแบบของกระทรวงพลังงานที่จะผลิตขายให้ประชาชนและเกษตรกรในราคาถูก

ทั้งนี้ นายทวีชัย ไกรดวง หรือ ครูน้อย ได้นำเสนอแบบการสร้างหอกลั่นน้ำมันที่สามารถผลิตน้ำมันจากยางพาราและขยะพลาสติกได้ถึงชั่วโมงละ 500 ลิตร และอยากจะให้เป็นเครื่องมืออุปกรณ์ประจำแต่ละอำเภอเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้แก่ประชาชนและเกษตรกร โดยนายพีระพันธุ์ได้ให้การสนับสนุนและมอบให้นายณอคุณ สิทธิพงษ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีพลังงานเป็นผู้สนับสนุนพัฒนาเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์และคุณภาพน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น 

และมอบให้นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีพลังงานเป็นผู้ประสานงานให้เกิดความคล่องตัวและความรวดเร็วในการดำเนินการ นอกจากนี้นายพีระพันธุ์ได้มอบให้ครูน้อยไปคิดประดิษฐ์แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอร์รี่ที่จะผลิตขึ้นเองในประเทศเพื่อทำให้ราคาระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์มีราคาถูกลงอีกด้วย 

โดยนายพีระพันธุ์เห็นว่าคนไทยจำนวนมากที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมแต่ขาดโอกาสและการสนับสนุน หากคนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจังจะสามารถมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์และเป็นฝีมือของคนไทยที่น่าภาคภูมิใจ และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทุกระดับไม่ว่าจะเป็นชาวนา เกษตรกร ชาวประมง หรือประชาชนทั่วไปให้มีทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top