Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

แสบทรวง!! พริกขี้หนูสวนราคาพุ่ง 1 กิโลกรัม 800 จาก 250 บาท ปัจจัย 'ภัยแล้ง-ค่าแรงพุ่ง' ดันราคาสูงเป็นประวัติการณ์

(21 พ.ค.67) Business Tomorrow รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ตลาดสดเทศบาลจังหวัดชัยนาทได้ออกมาเปิดเผยถึงราคาพริกขี้หนูสวนที่แพงขึ้นเป็นหลายเท่าตัว ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของตลาดที่กำลังมากขึ้นในปัจจุบัน

โดยราคาพริกขี้หนูสวนได้พุ่งขึ้นจากกิโลกรัมละ 250 บาท สู่กิโลกกรัมละ 800 บาท นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้ลูกค้าบางรายต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากการสั่งพริกขี้หนู 1 กิโลกรัมเป็นครึ่งกิโลกกรัมแทน

ทั้งนี้ราคาพริกขี้หนูที่พุ่งขึ้นแตะ 800 บาทต่อกิโลกรัมได้กลายเป็นราคาที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ส่งผลให้ลูกค้าบางรายเลือกที่จะไม่ซื้อพริกขี้หนูสวนเลยทีเดียว

ปัจจัยที่ทำให้พริกขี้หนูสวนราคาแพงเกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยใหญ่ ได้แก่...

1. ภัยแล้งที่ประเทศไทยเผชิญหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา โดยพริกเป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างมากส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างรวดเร็วจนดันราคาให้พุ่งขึ้น 

และ 2. จากค่าแรงที่กำลังเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี ทำให้ต้นทุนการผลิตมากยิ่งขึ้นส่งผลให้ราคาพริกจำเป็นต้องสูงขึ้นตามมาด้วย

เรียกได้ว่า นอกจากโกโก้ในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมากกว่า +200% ในช่วงที่ผ่านมา ก็มีราคาพริกขี้หนูสวนที่ราคาพุ่งขึ้นแล้วมากกว่า +200% เช่นเดียวกัน

มือดีปล่อยคลิปหลุด ‘พิมพ์ กรกนก’ ยอมมอบกับตำรวจไซเบอร์ สารภาพทำไปเพราะถูกฝ่ายชายนอกใจ พร้อมยอมรับผิดทั้งหมด

(21 พ.ค.67) กัน จอมพลัง พา น.ส.เอ นามสมมติ เข้าพบตำรวจไซเบอร์ หลังจากที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้นว่ามีคนปล่อยคลิปลับของ ‘พิมพ์ กรกนก’ เน็ตไอดอลสาว จนได้รับความเสียหาย

โดย กัน จอมพลัง กล่าวว่า น.ส.ได้ติดต่อมาขอปรึกษากับตน ซึ่งตอนแรกตัวของน้องยังลังเลอยู่ไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แต่ตัวของน้องรู้สึกผิด จึงอยากจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ก็เลยเกลี้ยกล่อมให้มาพบตำรวจเพื่อให้ข้อมูลและสอบปากคำ โดยตัวน้องยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำ และยอมรับผิดทั้งหมด

ด้าน น.ส.เอ คนปล่อยคลิป เปิดเผยว่า ตนเองได้คบกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตแฟนของ พิมพ์ กรกนก ช่วงระหว่างคบหาดูใจกัน ก็เกิดมีปัญหากันขึ้น มีช่วงหนึ่งที่เธอไปต่างประเทศ เมื่อกลับมา ก็พบว่าแฟนหนุ่มมีท่าทีที่ผิดปกติไป จึงสงสัยว่าแฟนหนุ่มนอกใจไปอยู่กับใคร จากนั้นจึงนำโทรศัพท์ของแฟนหนุ่มมาดู ปรากฏว่า พบคลิปลับแฟนหนุ่มมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น จึงไล่ดูไปเรื่อย ๆ พบว่ามีคลิปของเหยื่อ ซึ่งเป็นแฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว รวมถึงมีคลิปของตนเองด้วยเช่นกัน 

ด้วยความเสียใจและรู้สึกรับไม่ได้กับภาพที่ได้เห็นรวมถึงถูกแฟนหนุ่มนอกใจ จึงส่งคลิปทั้งหมดเข้ามาที่โทรศัพท์ของตัวเอง จากนั้นก็ส่งคลิปให้เพื่อนเพื่อเป็นการระบายความรู้สึก

เธอบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากขอโทษผู้เสียหาย ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำและจะขอเยียวยาผู้เสียหายให้มากที่สุด

ด้าน พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการ สอท.1 บอกว่า หลังจากผู้ปล่อยคลิปติดต่อเข้าพบตำรวจ หลังจากตำรวจนี้ก็จะดำเนินการสอบสวน รวมทั้งต้องตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งคลิปดังกล่าวอย่างละเอียด ตำรวจจะไม่ตรวจสอบเพียงมิติเดียว และจะดำเนินการเอาผิดตามขั้นตอน

ส่วนฝ่ายชายที่เป็นคนถ่ายคลิปจะมีความผิดด้วยหรือไม่ เรื่องนี้อยู่ในสำนวนการสอบสวน ต้องดูว่าตอนถ่ายคลิปสมัครใจทั้งสองฝ่ายไหม หรือโดนบังคับ อยู่ระหว่างสอบสวน ฝากเตือนคนที่ดูคลิปแล้วแชร์ ขอให้หยุด เพราะจะมีความผิดด้วย 

‘สาวสุดทน’ ยอมลาออก!! หลังใช้สิทธิลาคลอด  เหตุถูกเพื่อนร่วมงานแขวะ “เบียดเบียนงานคนอื่น”

(21 พ.ค.67) สาวรายหนึ่งโพสต์ในกลุ่ม JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน พร้อมแนบภาพแชตที่สนทนากับเพื่อนร่วมงาน โดยระบุว่า

"คือเรากำหนดคลอดกรกฎาคมนี้ แต่เราแจ้งหัวหน้างานไปแล้วว่าจะใช้สิทธิลาคลอดเลย หัวหน้างานอนุมัติเรียบร้อยไม่มีปัญหา แจ้งตามกฎบริษัทเรียบร้อย แต่มาเจอคำพูดเพื่อนร่วมงานท่านนึง แบบนี้ทำให้เรากดดันมากค่ะ ส่วนนี้ที่นำมาปรึกษาใครเจอแบบนี้บ้างคะอันนี้ แค่บางส่วนนะคะไม่รวมส่วนที่เขาพูดแขวะตลอด"

ซึ่งในแชท เพื่อนร่วมงานได้ทักมาถามเธอในไลน์กลุ่มว่า ลาออกแล้วใช่มั้ยคะ? ซึ่งเธอก็ตอบว่าลาคลอดและแจ้งทางผู้ใหญ่ไปแล้ว แต่อีกฝ่ายก็พิมพ์ต่อมาว่า "อ่อ ไม่ใช่บอกว่าออกแล้วหรอ เลยเช็คให้ชัวร์ จะได้ให้เขาหาคนมาแทน เสียเวลา และเบียดเบียนงานคนอื่นเขา" ซึ่งเธอก็ตอบไปว่า หลังลาคลอดแล้วไม่มีคนเลี้ยงลูกก็จะลาออกให้

หลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกในกลุ่ม โดยพากันตำหนิทัศนคติของเพื่อนร่วมงานอย่างหนัก พร้อมให้กำลังใจว่าที่คุณแม่ว่าไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่ 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าของโพสต์ได้มาตอบภายหลังว่า ส่วนนี้แจ้งทางบริษัทและส่งหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว รอผลแจ้งกลับ แต่ไม่สามารถร่วมงานกับคนทัศนคติแบบนี้ต่อไปได้อีก เพราะมีผลต่อจิตใจตอนนี้มาก ๆ จึงตัดสินใจเขียนใบลาออกแล้ว มีผลหลังลาคลอดทันที

พระราชดำริฯ โดย 'กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ' เพื่อประโยชน์สุขแก่ 'ชาวประชา-เด็กนักเรียน' ในถิ่นทุรกันดาร

(21 พ.ค. 67) 'มูลนิธิชัยพัฒนา' ได้โพสต์เรื่องราวของ ไข่ไก่ อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า ผลิตผลจากการพัฒนา เพื่อให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดารเลี้ยงไก่ไข่ไว้เป็นอาหารโปรตีน ระบุว่า...

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์จากโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานบ้านหนองชะลาบ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก 'ไข่ไก่ อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า' ไข่มีคุณภาพ สะอาด ถูกหลักอนามัย มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมด้วยวิตามิน โอเมก้า 3 และแร่ธาตุมากมาย เพราะเกิดจากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ปลอดภัยจากสารเร่งและยาปฏิชีวนะ ทำให้ไก่มีความสุข อารมณ์ดี จึงดีต่อผู้บริโภค ซึ่งการศึกษาวิจัยพบว่าไข่ไก่ที่ได้จากการเลี้ยงแม่ไก่แบบปล่อยอิสระ มีกรดไขมันโอเมก้า วิตามิน A และ E สูงกว่าการเลี้ยงแบบขัง

เรื่องราวก่อนจะมี 'ไข่ไก่ อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า' มาจากปัญหาความยากจนและความทุกข์ยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร โดยเฉพาะเด็ก ๆ ขาดสารอาหารที่จำเป็น

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีโอกาสเสด็จไปกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาค ทำให้ทรงตระหนักถึงปัญหานี้ จึงทรงหาแนวทางแก้ไขตามแนวพระราชดำริของพระราชบิดาที่ว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 จึงพระราชทานพระราชดำริให้ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ฯ เป็นศูนย์กลางในการผลิตพันธุ์สัตว์ต่างๆ ที่จำเป็นและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาส่งเสริมพันธุ์สัตว์พันธุ์ดีให้แก่ราษฎรที่ยากจนในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ฯ เพื่อให้ราษฎรสามารถเลี้ยงสัตว์ใช้เป็นอาหารโปรตีน 

วันนั้นทรงมีพระราชดำรัสด้วยว่า “...ไก่พวกนี้เขาให้ไข่เรากินแล้ว ก็ต้องเลี้ยงให้เขามีความสุขด้วย ต้องปล่อยให้ออกมาเดินเล่นบ้าง ต้องเลี้ยงแบบให้ไก่มีความสุข หรือที่เรียกว่า เลี้ยงแบบ Happy Chicken...”

จากนั้นในปี 2558 มีกระแสรับสั่งเพิ่มเติมให้ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ฯ ดำเนินการส่งเสริมขยายพันธุ์ไก่ไข่สู่โรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียนโดยให้สามารถดำเนินการขยายพันธุ์ได้เอง และให้ดำเนินงานฝึกอบรมและส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่แก่โรงเรียนถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดตาก ผลิตพันธุ์เป็ดไข่สนับสนุนแก่พื้นที่ที่มีความต้องการให้มากขึ้น 

ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานบ้านหนองชะลาบจังหวัดตาก เพื่อผลิตและกระจายพันธุ์ไก่ไข่และเป็ดไข่พระราชทานแก่โรงเรียนทุรกันดารพื้นที่จังหวัดตาก รวมทั้งเป็นแหล่งสาธิตฝึกอบรมและศึกษาเทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ปีกและการผลิตอาหารสัตว์โดยใช้วัสดุท้องถิ่น

โครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานด่านซ้าย จังหวัดเลย และโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานบ้านหนองชะลาบ จังหวัดตาก จึงเป็นโครงการที่ผลิตไก่ไข่พระราชทานและส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่แบบ Happy Chick โดยเป็นการเลี้ยงไก่แบบปล่อย Free range system หมายถึงระบบการจัดการเลี้ยงไก่ที่ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาภายนอกได้อย่างอิสระในพื้นที่ที่มีหญ้าปกคลุม ทำให้ไก่ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การคลุกฝุ่น การไซร้ขน การจิกกินพืช ผัก และแมลง ทำให้ไก่มีความสุข จึงเรียกว่า 'Happy Chicken' รวมทั้งการใช้อาหารที่มีวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อพระราชทานพันธุ์ไก่ไข่ที่มีคุณภาพแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารและประชาชนที่ยากจน ตลอดจนประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ

พระราชดำรินี้เกิดประโยชน์สุขโดยตรงแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนที่จะได้รับอาหารโปรตีนไว้บริโภคอย่างเพียงพอ ขณะที่เกษตรกรได้รับองค์ความรู้การเลี้ยงไก่ไข่ที่มีคุณภาพ การผลิตอาหารเลี้ยงไก่ การได้รับการส่งเสริมอาชีพด้านปศุสัตว์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทั้งได้ขยายต่อยอดไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย

'ไข่ไก่ อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า' ปัจจุบันยังเป็นสินค้าส่งมอบความสุขแก่ผู้บริโภคทั่วไป ด้วยเป็นที่ยอมรับว่าเป็นไข่คุณภาพถูกหลักอนามัย ดีต่อกายและใจ

นี่คือเรื่องราวความหมายที่อยู่เบื้องหลังผลิตผลจากการพัฒนาของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุขและอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ

📢ผู้สนใจ 'ไข่ไก่ อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า' สามารถติดต่อได้ที่ โครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานด่านซ้าย จังหวัดเลย โทร. 042 810497 และโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานบ้านหนองชะลาบ จังหวัดตาก โทร. 055 508950

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจและสังเกตการณ์การบริหารจราจรหน้าโรงเรียน 3 แห่ง กำชับตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกและเร่งระบายรถ เพื่อไม่ให้กระทบกับการจราจรภาพรวม

วันนี้ (21 พฤษภาคม 2567) เวลาประมาณ 05.45 น. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กำกับดูแลงานจราจร ได้เดินทางไปตรวจสอบและสังเกตการณ์การบริหารงานจราจร บริเวณหน้าโรงเรียน 3 แห่งในกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งอยู่บนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน ได้แก่ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ถ.สามเสน , โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ ถ.ราชวิถี เขตดุสิต และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ถ.สาธร แขวงสีลม เขตบางรัก โดยมี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิต ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร , สถานีตำรวจนครบาลสามเสน , สถานีตำรวจนครบาลดุสิต และสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ร่วมตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์

จากการตรวจสภาพการจราจรและการอำนวยการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สถานีตำรวจนครบาลพื้นที่ ในทุกจุดที่ตรวจเยี่ยม ภาพรวมพบว่ามีผู้ปกครองจำนวนมากขับรถมาส่งบุตรหลานที่โรงเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของทางโรงเรียน ผู้ปกครองจิตอาสา ช่วยกันบริหารจัดการการรับ-ส่งนักเรียนให้เกิดความรวดเร็ว ไม่ให้มีผลกระทบต่อผู้ใช้ทางสัญจรบนถนนร่วม ทำให้การจราจรมีความคล่องตัว ทั้งนี้ ได้มีผู้ปกครองร่วมพูดคุยถึงสภาพปัญหาการจราจรในบางจุดที่อาจมีปัญหา ซึ่ง พล.ต.ท.กรไชยฯ ได้กำชับให้ตำรวจจราจรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดูแลอำนวยความสะดวกการจราจรให้เกิดความคล่องตัวมากที่สุด

นอกจากนี้ ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน อาจมีฝนตกในชั่วโมงเร่งด่วน หรือมีน้ำท่วมขังบางจุด ส่งผลให้มีปัญหาการจราจรได้ ขอให้ตำรวจจราจรได้ระดมกำลังออกไปอำนวยการจราจร ให้ความช่วยเหลือ แก้ไขสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อย่างเต็มกำลัง 

ทั้งนี้ พล.ต.ท.กรไชยฯ ได้ขอบคุณทีมงานเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ร่วมกันบริหารจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ เกิดความสะดวกและปลอดภัยต่อตัวนักเรียนและประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว พร้อมให้กำลังใจตำรวจจราจรทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องในวันสำคัญทางศาสนา 'วันวิสาขบูชา' 22 พฤษภาคมนี้ กำชับตำรวจทั่วประเทศตรวจตราเข้มงวด

วันนี้ (21 พฤษภาคม 2567) พล.ต.ต.หญิง สมพร พูลเกษม ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า ด้วยวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 เป็น“วันวิสาขบูชา” และมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยรับผิดชอบควบคุม กำกับ ดูแล ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 

วันวิสาขบูชาปีนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) สั่งการหน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในวันสำคัญทางศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ได้กำชับให้สถานีตำรวจทุกแห่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านค้าทุกประเภท ทั้งร้านค้าในชุมชน ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการลักษณะที่คล้ายสถานบริการ ให้งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 00.01 - 24.00 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ยกเว้นเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 39 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนกฎหมายและประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น การขาย การดื่มในสถานที่ห้าม และการขายให้แก่บุคคลที่ห้ามขาย โดยให้เน้นการตรวจตราร้านข้ามต้มโต้รุ่ง คาราโอเกะ ร้านอาหารตามสั่งริมทาง บริเวณสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง วัด หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถานที่ราชการ สวนสาธารณะ อย่างจริงจังและเคร่งครัดพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มกำลัง ในการออกตรวจและจับกุมผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเหมาะสม กวดขันจับกุมหากปรากฏการกระทำผิดซัดเจน โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติให้เกิดความเรียบร้อย และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สภ.นิคมพัฒนา’ โปรโมตห้องพักหลุดจอง ขนาดไม่เล็ก-แต่งมินิมอล พร้อมติดโปรฯ เด็ด ‘ให้การไม่ดีติดเยอะ ให้การเลอะเทอะติดเต็ม’

(21 พ.ค. 67) กลายเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ ‘สถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

“ด่วน!! ห้องว่างหลุดจอง สภ.นิคมพัฒนาตามสโลแกน “ให้การไม่ดีติดเยอะ ให้การเลอะเทอะติดเต็ม” 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ขนาด 56 ตร.ม. (ไม่เล็กนะครับ) ห้องสวย พื้นทาสีเขียวลงมัน อากาศถ่ายเทดี มีมุ้งลวด เหล็กดัด พัดลมแบบบิ้วอิน มีความมั่นคงแข็งแรง

มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. แต่งครบจบสไตล์แบบวินเทจแอนด์มินิมอล์ ข้างนอกกะทัดรัดแบบมินิมอล์ ข้างในโอ่โถงอลังการแบบลัคชูรี่ “ให้การไม่ดีติดเยอะ ให้การเลอะเทอะติดเต็ม” ครับ”

พร้อมภาพห้องขังขนาดกะทัดรัด มีตำรวจ 3 นายยืนอยู่ โดยโพสต์ดังกล่าวมีคนกดไลก์กว่า 5.3 หมื่น คอมเมนต์อีก 4 พัน และยอดแชร์ 1 หมื่นครั้ง 

ใจฟู!! นายจ้างคนไทยสร้างบ้านใหม่ให้แม่บ้านเมียนมา ตอบแทนที่ทำงานให้ด้วยความซื่อสัตย์มานานนับ 10 ปี

เมื่อไม่นานมานี้ คุณธีรพงศ์ เธียรพัฒนพล นักธุรกิจ และเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 'ธีรพงศ์ เธียรพัฒนพล' ที่มียอดผู้ติดตามมากกว่า 2 แสนคน ได้โพสต์เรื่องราวสุดแสนประทับใจระหว่างตนกับลูกจ้างชาวเมียนมา ว่า...

นี่คือฝนครับ

ฝนเป็นคนพม่าที่อยู่รับใช้ครอบครัวผมมาเป็น 10 ปีแล้วครับ เรียกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันเลยทีเดียว

ฝนอยู่กับสามีที่ทำงานก่อสร้างครับ ห้องที่อยู่เป็นแคมป์คนงานแบบในรูปที่เห็น

ที่พักของฝนอยู่ห่างจากบ้านผมประมาณ 20 กิโล ที่น่าประหลาดก็คือนอกจากวันหยุด และวันที่ป่วยจนต้องลางาน ที่เหลือฝนไม่เคยมาทำงานสายเลยแม้แต่วันเดียวตลอดระยะเวลา 10 ปี เหมือนฝนเป็นนาฬิกาครับ 8.30 น. ฝนจะถึงบ้านผมทุกวัน

ฝนจะทำงานอย่างมีความสุขมากครับ ผมเคยแอบส่องฝนตอนทำงานทางกล้องวงจรปิดเวลาผมไม่อยู่ฝนจะทำงานไปร้องเพลงไป

ฝนจะภาคภูมิใจมากเวลาหาของให้ผมได้ ผมชอบลืมของบางครั้งจำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน และไม่ว่าคนในบ้านจะหาอะไรไม่เจอขอแค่บอกลักษณะของที่ต้องการ หรือมีรูปให้ดูรับรองว่ากลับถึงบ้านจะต้องเห็นของชิ้นนั้นวางไว้บนโต๊ะอย่างแน่นอน

ฝนเป็นคนที่รู้คุณค่าของตัวเองครับ
ฝนไม่เคยคิดว่าเขาเป็นแค่คนรับใช้
ฝนไม่เคยแสดงออกว่าน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาของตัวเอง
ฝนให้คุณค่าตัวเองผ่านงานของเขา
พนักงานในบริษัทผมเวลามาที่บ้านผมจะยกมือไหว้ฝนทุกคน
กัสจังลูกชายผมเวลาปิดเทอมกลับจากต่างประเทศถึงบ้านก็ยกมือไหว้สวัสดีพี่ฝน
ผมไม่เคยบอกใครให้ทำแบบนั้น
แต่ทุกคนให้เกียรติฝน

ปีที่แล้วผมเพิ่งปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ หลังนึงให้ฝนอยู่กับสามีครับ ผมให้สิทธิ์ฝนเลือกทำเลที่ดิน และแบบบ้านเอง เป็นรางวัลตอบแทนความ ขยัน ซื่อสัตย์ มาตลอด 10 ปีที่ทำงานให้ผม ฝนเลือกที่ดินอยู่ใกล้ ๆ วัดที่ฝนชอบไปทำบุญ แทนที่จะเลือกอยู่ใกล้ที่ทำงานซึ่งผมก็ให้ฝนตามนั้น

ผมบอกกับฝนว่าจงภูมิใจ บ้านหลังนี้ฝนได้มาจากน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานอย่างตั้งใจ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน และที่สำคัญฝนรู้คุณค่าของตัวเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้คุณค่าของตัวเอง เมื่อนั้นผู้คนก็จะเห็นคุณค่าของเรา และให้เกียรติเราครับ

‘สาว’ ถามทำไงดี!! ซื้อของใน ‘7-11’ แต่คิดเงินไม่ครบ แถมเดินออกมาแล้ว ด้าน ‘น้องเปาเซเว่น’ ตอบให้!! จ่ายย้อนหลังได้ แม้จะเหลือแต่ซองเปล่า

เมื่อไม่นานมานี้ เชื่อว่าเป็นสถานการณ์ที่อาจจะเคยเกิดขึ้นกับใครหลายคนเหมือนกัน เมื่อไปซื้อของร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) แต่เดินเพลิน จนลืมจ่ายเงิน เดินออกมาจากร้านซะอย่างนั้น หรือเพิ่งมาเช็กตอนซื้อของเสร็จแล้วว่าพบว่าคิดเงินไม่ครบ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะโกงไม่จ่ายเงินแต่อย่างใด

ล่าสุด ในเว็บไซต์ Pantip.com ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาตั้งกระทู้ เพื่อสอบถามว่าควรทำอย่างไรดี เธอไปซื้อขนมที่ร้านเซเว่นฯ แถวบ้านกับแฟน และช่วยกันถือของมาวางที่เคาน์เตอร์เพื่อคิดเงิน พอพนักงานคิดเงินเสร็จ ก็เดินออกมาที่รถเลย พอดูใบเสร็จถึงเพิ่งเห็นว่า มีขนมอย่างหนึ่งที่ไม่ได้คิดเงิน แต่เธออายมาก ไม่กล้าเดินกลับเข้าร้านไปอีกครั้ง ถ้าจะไปจ่ายเงินอีกวันสามารถทำได้หรือไม่

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ‘น้องเปาเซเว่น’ ซึ่งเป็นแอคเคานต์ออฟฟิเชี่ยลของเซเว่นฯ ก็ได้เข้ามาตอบว่า สามารถนำสินค้ากลับไปคิดตังค์ที่สาขาเดิมได้เลยนะคะ หากไม่สะดวกสามารถแจ้งน้องเปาผ่านช่องทางหลังไมค์ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ทางเจ้าของกระทู้ก็ยังได้มีการสอบถามเพิ่มเติมอีกว่า หากกินขนมเข้าไปแล้วจะทำอย่างไร ทางน้องเปาเซเว่นก็ตอบกลับว่า สามารถนำบรรจุภัณฑ์สินค้าที่มีบาร์โค้ด ติดต่อชำระสินค้าที่สาขาได้นะคะ

สมุทรปราการ- 'พระครูแจ้' ทำบุญทักษิณานุประทาน บริจาคทานช่วยการศึกษา กว่า 500,000 บาท เนื่องในวันครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพหลวงปู่กิ่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

วันที่ 20 พ.ค.2567 เวลา 09.30 น. ที่ศาลาอรรถโกวิทวุฒิคุณ ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานเพื่ออุทิศถวายแด่ พระอรรถโกวิทวุฒิคุณ (หลวงปู่กิ่ม) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และเนื่องในโอกาสครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพหลวงปู่กิ่ม 

โดยท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้บริจาคทานเพื่อช่วยเหลือการศึกษาโดยได้มอบเงินสมทบกองทุนหลวงปู่กิ่ม เพื่อพัฒนาด้านการศึกษา จำนวน 100,000 บาท มอบเงินสนับสนุนพัฒนาโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง จำนวน 100,000 บาท มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง จำนวน 20,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา สพป.สมุทรปราการ เขต 2 จำนวน 20 โรงเรียน โรงเรียนละ 10,000 บาท 

พร้อมทั้ง มอบชุดนักเรียนเพื่อส่งต่อให้เด็กยากจนอีกโรงเรียนละ 3 ชุด ทั้งนี้ยังได้มอบเงินเหรียญที่ญาติโยมนำมาร่วมทำบุญกับทางวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมอบให้กับโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ จำนวน 1 กระสอบ และมอบทีวีสี ขนาด 43 นิ้ว พร้อมทั้งตู้เย็นขนาด 8 คิว ให้กับโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในเรือนพยาบาลศีลคุณของทางโรงเรียนที่ยังขาดอยู่ในขณะนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 500,000 บาท เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของหลวงปู่กิ่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และเนื่องในวาระครบรอบ 56 ปี วันมรณภาพของหลวงปู่กิ่มอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top