Sunday, 21 June 2026
NEWS FEED

‘อดีตทูตไทย’ ชี้ ‘ลาว’ รณรงค์ให้ใช้เงินกีบ ถือเป็นเรื่องกิจการภายใน แนะ!! ไม่ควรวิจารณ์กันมาก เกรงกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

(14 ก.ค.67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ‘Fuangrabil Narisroj’ เกี่ยวกับ ประเทศลาว โดยได้ระบุว่า 

เรื่องลาวเขารณรงค์ให้ใช้เงินกีบในประเทศของเขา เป็นเรื่องกิจการภายในของประเทศเขา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกประเทศที่ต้องให้ความสำคัญกับสกุลเงินของตัวเองเป็นสำคัญ 

รัฐบาลลาวเขาพยายามทุกวิถีทางในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ค่าเงินกีบตกต่ำ ก็เป็นวิถีทางปกติของรัฐบาลทุกประเทศที่ต้องทำเช่นนั้น 

ส่วนจะทำสำเร็จแค่ไหนเราก็ต้องคอยดูกันต่อไป ซึ่งหากลาวเกิดวิกฤติทางการเงินหนัก เราก็จะได้รับผลกระทบเช่นกันทั้งทางตรงและทางอ้อม 

ส่วนพ่อค้าแม่ค้าในลาวเขากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแบบกด โดยไม่อิงอัตราแท้จริงในตลาดโลก ก็เป็นเรื่องที่เขาทำกันเอง ซึ่งถ้าเราไม่ชอบก็แนะนำได้อย่างเดียวว่าก็อย่าเพิ่งไปเที่ยว 

ส่วนตลาดการค้าระหว่างประเทศยังไงๆก็ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่อิงกับตลาดโลกอยู่แล้ว เลี่ยงไม่ได้

อย่าลืมว่า ลาว เขาเป็นประเทศ การปกครองก็มีระบอบที่แตกต่างจากเรา เขาไม่ใช่จังหวัดนึงของไทย 

อย่าวิจารณ์แบบเลยเถิดเลยครับ มันจะกระทบมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปโดยไม่เกิดผลดีใดๆ

“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.”เร่งรับมือเมกะเทรนด์โลกสร้างคานงัดนวัตกรรม ผนึกศูนย์เทคโนโลยีปฏิรูปภาคเกษตร-อุตสาหกรรมอาหารทุกจังหวัดดันไทยมหาอำนาจอาหารโลก 

นายอลงกรณ์ พลบุตริประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ เปิดเผยวันนี้ว่า ในขณะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ สังคมสูงวัย เอไอ.ดิสรัปชั่น ความมั่นคงทางอาหาร สงครามและความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นทะลุ8พันล้านคน และความต้องการอาหารมากขึ้น

จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรอันดับ12และ13ของโลกโดยการปฏิรูปภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหารอย่างเร่งด่วนก้าวข้ามขีดจำกัดของปัญหาการทำเกษตรดั้งเดิมโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มผลิตภาพ(Productively และสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตเพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นมหาอำนาจอาหารโลก
ด้วยเหตุนี้สถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(FKII Thailand)จึงเร่งต่อยอด เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีเพื่อสร้างคานงัดนวัตกรรมโดยผลึกความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม ( AIC:Agritech and Innovation Center ) 100 แห่งได้แก่ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัด 77 จังหวัดและศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมประเภทศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) อีก23ศูนย์เพื่อร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพภาคเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมอาหารด้วยการสนับสนุนและส่งเสริม  การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกลทางด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์และการบริหารจัดการ

“ศูนย์ AIC คือคานงัดนวัตกรรมในการยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูงด้วยเกษตรอัจฉริยะ
โดยศูนย์AICมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งมีกว่า800นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผู้ประกอบการมีโครงสร้าง 1 จังหวัด 1 ศูนย์ มีคณะกรรมการบริหารประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคเกษตรกรและผู้ทรงคุณวุฒิมีผู้อำนวยการเป็นผู้บริหาร“นายอลงกรณ์ อดีตประธานคณะกรรมการศูนย์AICแห่งชาติและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0กล่าวในที่สุด

สำหรับสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(FKII Thailand: Field for Knowledge Integration and Innovation)เป็นองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคม(Social Enterprise)ทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่นวัตกรรมและองค์ความรู้รวมทั้งเป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานวิจัยกับภาคเอกชนภาครัฐทั้งในและต่างประเทศตลอดจนองค์กรเกษตรและเกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ส่วนศูนย์AIC เริ่มดำเนินการทั่วประเทศเมื่อ 1 มิถุนายน 2563 โดยการริเริ่มจัดตั้งของนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ภายใต้นโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ.และสานต่อในยุครัฐมนตรีเกษตรฯ.คนปัจจุบัน(ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า)

สาวรีวิว ค่าใช้จ่ายจัดงานศพที่ต่างจังหวัด รายการเพียบ  5 คืนเกือบครึ่งล้าน ชี้!! จัดใน กทม.ถูกกว่าหลายเท่า

(14 ก.ค.67) สมาชิก TikTok @jnsallmineshop รีวิวค่าใช้จ่ายงานศพในต่างจังหวัดทางภาคอีสาน ซึ่งพบว่าสูงมาก เกือบครึ่งล้านบาทเลยทีเดียว โดยเธอระบุว่า ...

รีวิวรายจ่ายงานศพภาคอีสาน อันนี้คือรายจ่ายที่จดๆ ไว้ตอนงานศพของคุณยาย ช่วงวันที่ 23- 27 สิงหาคม 2564 ท่านเสียตี 2 วันที่ 23 แล้วงานก็เริ่มเดินตั้งแต่ตอนนั้น กับข้าวต้องทำทุกเช้า เผื่อแขก วันที่ 26 วันฌาปนกิจ วันที่ 27 ตักบาตรเช้า นับถือใจเจ้าภาพมาก อยากรู้เหมือนกันนะ ใครเป็นคนคิดริเริ่มงานศพที่มีค่าใช้จ่ายเยอะขนาดนี้”

พร้อมกับโพสต์ภาพค่าใช้จ่ายที่จดบันทึกไว้ ทั้งค่าโลงเย็น ค่ากับข้าว ค่าซองพระ เครื่องดื่ม รวมทั้งค่าใช้จ่ายจิปาถะ รวมรายจ่าย 311,651 บาท อีกใบเป็นรายรับ มีเงินฌาปนกิจ + ลูกหลาน 170,090 บาท และเงินสมาคม ธกส. 270,000 บาท รวมรายรับ 440,090 บาท ซึ่งอันนี้เป็นช่วงโควิดระบาดด้วย ยังมีค่าใช้จ่ายมากขนาดนี้

'อัษฎางค์' มอง!! เหตุลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เปรียบเหมือนคำถามจากประชาชนที่สะท้อนผ่านกระสุนเสรีภาพ

(14 ก.ค.67) อัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เผยถึงกรณีประธานาธิบดีสหรัฐ โดนลอบยิงไม่ใช่เรื่องใหม่ ระบุว่า..

การถูกลอบยิงนั้นไม่เกี่ยวกับการเป็นประเทศประชาธิปไตยหรือเป็นประเทศที่พัฒนาไปแล้วมากน้อยแค่ไหน  

เพราะประเทศอื่นๆ ที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็ไม่มีปัญหาซ้ำซากเหมือนสหรัฐอเมริกา

แต่มันคือเรื่องของ 'เสรีภาพ' ซึ่งสหรัฐอเมริกาใช้เป็น สโลแกน หรือ ภาพลักษณ์ของประเทศ

ซึ่งนี่ก็คือ ผลพวงของความเสรีภาพ อย่างไร้ขีดจำกัด

ประชาชนอเมริกันต้องเผชิญกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจในประเทศอย่างหนักและไม่ได้รับเหลียวแล ใยดี จากรัฐบาลเท่าที่ควรจะเป็น

เพราะรัฐบาลเอาแต่ไปยุ่งวุ่นวายกับปัญหากิจการระหว่างประเทศหรือไปแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

รัฐบาลอเมริกันใช้ทั้งเงิน เวลาและทรัพยากรมนุษย์ไปกับเรื่องราวนอกบ้าน แต่ปัญหาในบ้าน รัฐบาลอเมริกันกลับปล่อยปละละเลย

พี่แดง ซึ่งอาศัยอยู่สหรัฐอเมริกา คนที่ผมเคยเอามาเล่าให้ฟังว่า ลูกชายทำกิจการร้านอาหารไทยในอเมริกาจนได้รางวัล เล่าให้ผมฟังว่า...

"ร้านค้าข้างร้านของเราโดนทุบกระจกเข้าไปขโมยทรัพย์สิน และเงินที่ดันเก็บไว้ในร้าน $5,000"

"อเมริกาตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ต้องอยู่อย่างระแวดระวัง จะออกจากบ้านก็ต้องเช็ก ต้องกดปุ่ม สารพัด"

"รถยนต์ จอดก็ต้องมีกล้องมองติดรถ รวมทั้งทั้งที่หน้าบ้าน และที่ร้านค้าก็ต้องติดกล้อง และเฝ้าระวัง"

“ถ้ามาเห็นในดาวน์ทาวน์แล้วจะหดหู่ใจมาก คนไม่กล้าไปเดินเพราะกลัวคนจรจัด และในที่สุดธุรกิจก็อยู่ไม่ได้"

"รัฐบาลมัวแต่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่ดูแลบ้านเมือง ตำรวจเกียร์ว่าง มีกฎหมายบ้า ๆ เช่น ถ้าโจรกรรมไม่เกิน $900 ไม่มีความผิด"

"อเมริกาไม่ปลอดภัย บ้านหรือร้านค้าที่แอลเอ ต้องล็อคประตูสองสามชั้น ไม่ต้องพูดถึง นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก แอตแลนต้า และเมืองใหญ่อื่นๆ"

"แปลกใจกับกฎหมายและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปล่อยให้ประชาชนต้องช่วยเหลือตนเองกัน"

"ในดาวน์ทาวน์กลางใจเมือง กิจการร้านค้าที่ปิดตัวไปเยอะมาก และย่านอื่น ๆ ก็เช่นกัน มันเงียบน่าใจหาย สกปรกมาก เทศบาล ไม่ดูแล"

นี่แหละครับ สหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ให้เสรีภาพกับประชาชนอย่างล้นหลาม แล้วรัฐบาลก็ออกไปทำตัวเป็นผู้จัดระเบียบโลก แต่ลืมจัดระเบียบในประเทศของตนเอง

‘ภูมิธรรม’ ยินดี นายกสมาคมหยูนหนานคนใหม่  พร้อมเดินหน้า ‘พัฒนาเศรษฐกิจ-การค้า-วัฒนธรรม’

(14 ก.ค.67) ที่สมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีรับมอบตำแหน่งนายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) โดยมี นายหาน จื้อ เฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายวิชัย แซ่ลิ้ว นายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ นายวิชัย แซ่ลิ้ว ที่ได้รับตำแหน่งนายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) ตนรู้สึกรักและผูกพันกับประเทศจีน บรรพบุรุษ ของตนก็มาจากจีน เป็นความผูกพันทางสายเลือด ซึ่งสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) เป็นศูนย์รวมชาวหยูนหนานที่อยู่ในประเทศไทย ได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจเชื่อมต่อการค้า สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน ในหลายมิติ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ความสัมพันธ์อยู่ที่ความสมดุล จะสามารถสิ่งต่างๆร่วมกันได้เป็นอย่างดี วันนี้ลูกหลานชาวจีนที่อยู่ในเมืองไทยมีมาก ทั้งนิสัยใจคอและความรู้สึกที่มีต่อกันเป็นพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ในการจับมือร่วมกัน และทำให้กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มประเทศที่มีความยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน)ได้พบกับท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง หลังจากนั้นได้สร้างความสัมพันธ์กับแต่ละมณฑลของจีน และตนได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง สร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าร่วมกัน และตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ไปในหลายมณฑล และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ซึ่งไทยเคารพหลักกติกาและเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่ให้สิ่งต่างๆมาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกับจีนความสัมพันธ์ที่เป็นพี่น้อง ไทยยินดีที่ต้อนรับทุกท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใกล้ชิดกันเปรียบเสมือนสายใยที่เชื่อมโยงสองประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านมิตรภาพความร่วมมือ และการเคารพซึ่งกันและกัน

สำหรับมณฑลหยูนหนาน มีพรมแดนติดกับเมียนมาร์ เวียดนาม และลาว เป็นมณฑลของจีนที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่ใกล้เคียงกัน และมีความโดดเด่นด้านการค้าชายแดนซึ่งมีความสำคัญในการส่งออกสินค้าไทยไปจีนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย

ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนมณฑลหยูนหนานอยู่หลายครั้ง เมื่อเดือนเมษายน ตนมีโอกาสได้หารือกับนายหวัง หยู่โป (H.E.Mr.Wang Yubo) รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลหยูนนาน ผู้ว่าการมณฑลหยูนนาน และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำรัฐบาลมณฑลหยูนนาน ณ เมืองสิบสองปันนา เพื่อกระชับความสัมพันธ์การค้าระหว่างกันในระดับมณฑลให้รวดเร็วและเข้าถึงปัญหาได้อย่างเต็มที่

รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือทางการค้ากับมณฑลหยูนหนานผ่าน เส้นที่ 1 หนองคายต่อรถไฟเวียงจันทน์ สู่มณฑลหยูนนาน และเส้นที่ 2 จังหวัดเชียงราย (เชียงของ-บ่อเต็น-โม่ฮาน) ผ่านถนน R3A สู่ด่านบ่อเต็นเข้าด่านโม่ฮาน และเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านท่าเรือเชียงแสนไปยังท่าเรือกวนเหล่ย ซึ่งจะเป็นเส้นทางการค้าใหม่ ที่ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร อยากเปิดเส้นทางนี้ให้ดียิ่งขึ้น เพราะสามารถเชื่อมโยงการค้าจากเชียงรายสู่คุนหมิงได้โดยตรง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลจีนให้ความร่วมมือและรับปากจะกำกับดูแลให้สะดวกทั้ง 3 เส้นทาง ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาสินค้าไทยและผลไม้ติดอยู่ที่ด่าน รัฐบาลจีนช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี และจะมีการพัฒนาช่องทางเพิ่มขึ้นให้การค้าสะดวกขึ้นในอนาคต

สำหรับสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) ก่อตั้งมาแล้ว 58 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2509 ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นคนไทยเชื้อสายจีนหยูนหนาน กระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 350,000 คน ประกอบอาชีพธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม การเกษตรและเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีน สมาคมการค้าอุตสาหกรรมและการเกษตรไทยหยูนหนาน เพื่อส่งออกตลาดประเทศจีน โดยสมาคมให้ความสำคัญกับความร่วมมือภาครัฐร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้าและวัฒนธรรม

ฝ่าทฤษฎีสมคบคิด 'กระสุนปลิดชีพ' หรือ 'หวังแค่เฉี่ยว' เมื่อคนแบบ 'ทรัมป์' กล้าบ้าดีเดือด อาจโลภอำนาจจนมัวเมา

(14 ก.ค.67) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' โพสต์ข้อความวิเคราะห์มูลเหตุและความเป็นไปได้เกี่ยวกับการลอบยิง โดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ว่า...

เช้านี้ ได้คุยกับอาจารย์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ของผม...

1. ผมสงสัย คนร้ายมันขึ้นไปซุ่มยิงบนหลังคาได้ยังไง

ก็รู้ทั้งรู้ ว่าจะมีจัดปราศรัยใหญ่ คนตั้ง 1.5 หมื่น 

ปกติในหนังฝรั่ง มันต้อง 'เคลียร์' พื้นที่ ไม่ให้ใครขึ้นไปอยู่ที่สูงๆ ได้

อาจารย์ผมบอกว่า ของงี้ไม่แน่ มันซ่อนอยู่ในบ้านก่อนได้ (แต่ในหนังฝรั่งมันต้อง 'เคลียร์' บ้านด้วยนี่หว่า) แล้วจังหวะใกล้ๆ จะลงมือ ค่อยแอบขึ้นไป (แต่เดี๋ยวนี้มี 'โดรน' แล้วนี่หน่า มันจะน่าจะสอดส่องเกินจะเล็ดลอดได้)

2. อาจารย์ตั้งข้อสงสัย ทรัมป์ถูกยิง 'ช่วงหนึ่ง' แล้ว Secret Service (หน่วยสืบราชการลับ ซึ่งมีหน้าที่อารักขาระดับบิ๊กๆ) ถึงจะยิงโต้เป็นชุด มือปืนตายคาที่

อาจารย์แสดงทัศนะ ถ้ามองเป็น 'ทฤษฎีสมคบคิด' Conspiracy Theory (ในแง่ลบมากๆ) อาจคิดได้ว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้มือปืนลงมือยิง 'เป้าหมาย' ก่อน แล้วค่อย 'ปิดปาก' มือสังหาร

คำว่า 'เป้าหมาย' นี่น่าสนใจ!!
มือปืนก็ถูกปลิดชีพไปแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เป้าหมาย คือ หัว หรือ หู นั่นผมหมายความว่า ถ้าเป้าหมายคือหู เท่ากับมีทฤษฎีสมคบคิดอีกชั้น ว่า 'จัดฉาก'

3. อาจารย์ผมแย้งว่า 'จัดฉาก' เป็นไปได้ยากเกินไป

"มึงลองไปวางเป้าไว้บนหัว แล้วให้คนยิงธนูแม่นๆ มายิงมึงมั้ยล่ะ มึงกล้ารึเปล่า" อาจารย์ตอกผมกลับ

อาจารย์สำทับ "ต่อให้ยิงแม่นขนาดนั้นกูก็ไม่กล้า นี่หูเลยนะเว้ย พลาดไปนิดเดียว หัวเลย กูตายทันที ใครจะบ้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้น" (ทรัมป์กล้าบ้าดีเดือด? หรือไม่ก็โลภโมโทสันในอำนาจจนมัวเมา? ผมแค่คิดในใจ ไม่ได้ท้วงออกไป)

4. อย่างไรก็ตาม อาจารย์ชี้ว่ามีคลิปจาก 'บีบีซี' ที่สัมภาษณ์คนร่วมงานที่อยู่ด้านหลัง เขาบอกว่าเห็นคนร้ายปีนขึ้นหลังคาพร้อมปืนไรเฟิล และแจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบสนอง

ซึ่งก็ไม่มีทางรู้ว่าเลินเล่อ (เพราะคนแจ้งไม่น่าเชื่อถือ? ประมาทไม่คิดว่าจริง?) หรือว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวไว้ตอนต้น และถ้าสมคบคิด เป้าหมายคือ หัว หรือ หู (ซึ่งจะหมายถึง 'ผู้บงการ' ที่ต่างกัน)

ย้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อทฤษฎีสมคบคิดไหน แต่กระสุนที่มือปืนยิงเข้าแถบบนของใบหู คือคลาด 'จุดตาย' ที่ศีรษะ (ขม่อมด้านขวา) ไปเฉียดฉิว 

5. ขณะนี้ มีการเรียกร้องเสียงขรม ให้ปลด ผอ. หน่วยสืบราชการลับ Secret Service

ผอ. เป็นผู้หญิง นามว่า 'คิมเบอร์ลี ชีเทิล' Kimberly Cheatle ซึ่งเคยทำงานให้ 'เป๊ปซี่' มาก่อน

‘เศรษฐา’ ทราบเหตุ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ถูกลอบยิง รับตกใจ!! ไม่อยากให้เกิดขึ้น และหวังว่าจะปลอดภัย

(14 ก.ค.67) ที่จังหวัดเชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรครีพับลิกัน ถูกลอบยิงกลางเวทีการหาเสียง ในรัฐเพนซิลเวเนียวานนี้ (13 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ว่า ได้รับทราบเหตุการณ์แล้วจากการติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ไม่มีที่ไหนทำแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ คือเพิ่งเริ่มการแข่งขัน และรัฐเพนซิลเวเนียเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก หวังว่าท่านจะปลอดภัย

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีรายงานเข้ามา ตนติดตามข่าวจาก BBC และโซเชียลมีเดีย

เมื่อถามว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมี มีแค่ที่ญี่ปุ่นและที่สหรัฐอเมริกานั้น นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่า เหตุการณ์สุดท้ายที่มีการลอบยิงและบาดเจ็บ คือสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน โฆษกฯ ส่วนตัวเป็นอัมพาต และประธานาธิบดีโรนัลด์ถูกยิงได้รับการผ่าตัดและปลอดภัย

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีไทย จะมีการเพิ่มมาตรการในการลงพื้นที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ประเทศเรากับประเทศเขามันต่างกัน ตนเชื่อว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของเราดีพออยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงแล้วกัน

‘อ.เจษฎา’ แฉจ่าย 3 แสน ทัวร์ญี่ปุ่น กลับมาได้เป็น ‘ศาสตราจารย์ ดร.’ อ้าง!! มหาวิทยาลัยต่างประเทศ อยากจะสนับสนุนคนดี มีความสามารถ

(14 ก.ค.67) ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ระบุว่า ...

สนใจมั้ยครับ ซื้อทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่น 3 แสน กลับมาแล้วได้เป็น ‘ศาสตราจารย์ ดร.’ (กิตติมศักดิ์)

ป.ล. มีจริงๆ นะครับ พวกหากินโดยอ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ พร้อมจะสนับสนุนคนดี มีความสามารถ ด้วยการให้ ปริญญาเอก ให้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ขอเพียงร่วมกิจกรรม เสียตังค์นิดหน่อย ก็ได้แล้ว ฮะๆๆ

โดยในคอร์สดังกล่าว ชี้แจงรายละเอียดไว้ว่า…

ขอเชิญท่านที่ประสบความสำเร็จใน หน้าที่การงาน เป็นคนดีมีคุณธรรม เข้ารับปริญญาแห่งความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิต

ปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ และ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ กิตติมศักดิ์

ณ ประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 16-20 มกราคม พ.ศ.2566 ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่าง
300,000 บาท (รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าที่พัก อาหารทุกมื้อ ค่าท่องเที่ยว)

รอง ผบ.ทร.เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา

พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมี นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (H.E. Mr.Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพ ณ Topgolf Megacity อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2376 นับเป็นระยะเวลา 190 ปี โดยความสัมพันธ์ทางทหารและความมั่นคงนั้น ประเทศไทย ได้รับสถานะเป็น Major Non-NATO Ally (MNNA) ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยกรอบความร่วมมือทางด้านการทหารและความมั่นคงมีหลายระดับ 

ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เป็นไปด้วยดีในหลายมิติ ดังนี้
1. การเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชา กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ มีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

2. การศึกษา กองทัพเรือสหรัฐ ให้การสนับสนุนที่นั่งการศึกษาหลักสูตรที่สำคัญ ได้แก่ นักเรียนนายเรือสหรัฐ , นักเรียนนายเรือยามฝั่งสหรัฐ , นักทำลายใต้น้ำจู่โจมสหรัฐ , เสนาธิการทหารเรือสหรัฐ , วิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐ , เสนาธิการนาวิโยธินสหรัฐ และ Basic Officer (Infantry) นาวิกโยธินสหรัฐ เป็นต้น

3. การประชุม แบ่งเป็น
- การประชุม Maritime Cooperation Talks (MCT) เป็นการประชุมระดับนโยบายของผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรือไทยและกองกำลังทางเรือสหรัฐ ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก
- การประชุม MCT Mid-Term Review ซึ่งเป็นการประชุมในระดับ
ผู้ปฏิบัติ

4. การฝึก เช่น การฝึกร่วมผสม COBRA GOLD , การฝึกผสม CARAT โดยจะมีการฝึก CARAT Multilateral 2024 ในพื้นที่อ่าวไทย ระหว่าง 18 - 27 ก.ค.67 , การฝึก GUARDIAN SEA , การฝึก SEACAT , การฝึก SEA SURVEX, UNDERSEAL, MTWS, FLASH TORCH, RIMPAC และการฝึก PASSEX เป็นต้น

5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร (Intelligence Exchange Conference: IEC) ระหว่างกองทัพเรือไทย – กองทัพเรือสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง

6. การช่วยเหลือทางทหาร กำหนดเป็นโครงการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security Initiative: MSI) จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (ศรชล.) ,
โครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบตรวจการณ์ บ.DO-228 , โครงการจัดหาระบบสื่อสารแบบ CENTRIXS , โครงการฝึก ศึกษาด้านความมั่นคงทางทะเล , โครงการระบบรวบรวมข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ลำน้ำ ,โครงการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งสนามบินอู่ตะเภา และโครงการจัดหาเรือยางท้องแข็ง

จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ มีความร่วมมือที่ดีในหลายมิติด้านความมั่นคงทางทะเล เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีบทบาทนำด้านความร่วมมือ และความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

รองผู้บัญชาการทหารเรือร่วมประชุม Navy to Navy Strategy Talks ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือออสเตรเลีย ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 7 - 12 กรกฎาคม 2567 ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย

ระหว่างวันที่ 7 - 12 ก.ค.67 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมคณะกองทัพเรือไทยร่วมประชุม Navy to Navy Strategy Talks ครั้งที่ 13 ร่วมกับ กองทัพเรือออสเตรเลีย โดยมี พล.ร.จ. Eric Young รักษาการ รองผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือออสเตรเลีย พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมฯ  ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย

การประชุม Navy to Navy Strategy Talks เป็นผลจากการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือออสเตรเลียในด้านวิทยาศาสตร์ทางทหารที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดการประชุมทุก 2 ปี โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เป็นการพบปะสนทนาของผู้บังคับบัญชาชั้นสูง มีรองผู้บัญชาการทหารเรือของทั้งสองประเทศ (หรือผู้แทน) เป็นหัวหน้าคณะ ทั้งนี้ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือทั้งสองประเทศประชุมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือด้านต่างๆ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หัวข้อในการประชุมครั้งนี้มีหัวข้อในการหาเรือที่สำคัญ ประกอบด้วย
- การติดตามการดำเนินการตามมติที่ประชุม NTNST ครั้งที่ 12
- การพิจารณาทบทวน Term of Reference (TORs) ของการประชุม Navy to Navy Strategy ให้มีความเป็นปัจจุบัน
- การหารือถึงกำหนดการในการฝึก AUSTHAI 2025 ในเบื้องต้นจะจัดขึ้นประมาณ เดือน มิ.ย.2568
- การหารือในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการฝึกผสม AUSTHAI เช่น การใช้ยานไร้คนขับ และการฝึกเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
- การให้การสนับสนุนของฝ่ายออสเตรเลียในการจัดกำลังทางเรือและกำลังพลเข้าร่วมการฝึกผสม KAKADU 2024 ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดต่อไป
- การขอรับการสนับสนุนหลักสูตรการศึกษาจาก ทร. ออสเตรเลีย และ การสนับสนุนที่นั่งหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ และหลักสูตรวิทยาลัยการทัพเรือให้กับกองทัพเรือออสเตรเลีย รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนหลักสูตรสำหรับนายทหารระดับประทวนจากทางฝ่ายออสเตรเลีย
- การพิจารณากรอบแนวทางและรูปแบบการฝึกของชุดตรวจค้น (Boarding Operations training) ที่เหมาะสม ของกำลังพลประจำเรือของทั้งสองประเทศ

ผลการประชุมบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี ตามเจตนารมย์ผู้บัญชาการทหารเรือที่มอบไว้ก่อนการเดินทางร่วมประชุม โดยให้ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานอันจะทำให้มีความสัมพันธ์อันดีนี้ต่อไป
สมนึก เชื้อสนุก รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top