Saturday, 6 June 2026
NEWS FEED

ครอบครัว “ประดิษฐ์พร” ครอบครัวการเมือง

ไม่ใช่แค่ ‘อ้อย-สมชาติ ประดิษฐ์พร’ ที่คลุกคลีอยู่กับการเมือง แต่ ‘วสุ ประดิษฐ์พร’ ภรรยาของสมชาติ ก็เป็นนักการเมือง เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น โดยได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ให้เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าข้ามในการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา

วสุได้รับการเลือกตั้ง พร้อมๆกับคนอื่นๆ อันเป็นการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารเทศบาลและสมาชิกสภาเทศบาลพร้อมกับเทศบาลทั่วประเทศเมื่อ วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 (2025) 
 
วาระการดำรงตำแหน่ง
ตามระบบการเลือกตั้งเทศบาลของไทย นายกเทศมนตรีที่ได้รับเลือกตั้งจะมี วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี (ตามพระราชบัญญัติเทศบาล) จึงหมายความว่าได้รับเลือกตั้งพฤษภาคม 2568 (2025) วาระสิ้นสุดโดยทั่วไปประมาณ พฤษภาคม 2572 (2029)

กล่าวถึงวสุ ประดิษฐ์พรชื่อเสียงไม่ใช่จะเพิ่งปรากฏตอนสมัครเป็นผู้สมัครลง นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม ใน การเลือกตั้งเทศบาลเมืองท่าข้าม รอบปี 2568 (2025) และ ได้รับชัยชนะคู่แข่งจากผู้ดำรงตำแหน่งเดิม (อดีตนายกฯ) ซึ่งสะท้อนว่ามีฐานเสียงและความเชื่อมั่นจากประชาชนในพื้นที่พอสมควร จากการเป็น “รองนายกเทศมนตรี” มาก่อน การมีประสบการณ์บริหารเทศบาลและคุ้นเคยกับงานท้องถิ่นอยู่ก่อน จึงเป็นที่รู้จักมักคุ้น มีผลงานหรือภาพลักษณ์ของเขาดีและเลือกให้เป็น “นายกเทศมนตรี” เพราะมีผลงานหรือความเชื่อว่าทำงานได้ต่อเนื่อง   

ในสังคมคนเมืองคนดีสุราษฎร์ธานี รับรู้กันว่า วสุก็ไม่ธรรมดา เพราะเป็นภรรยาของบ้านใหญ่ “อ้อย-สส.สมชาติ ประดิษฐ์พร” นั้นเอง สมชาติ ประดิษฐพร ว่าที่ ส.ส.เขต 4 สุราษฎร์ธานี (พุนพิน ตาขุน) หนึ่งเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้คร่ำsวอดในแวดวงการเมืองมาอย่างยาวนาน เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 62 มาเพลี่ยงพล้ำให้กระแสลุงตู่ฟีเวอร์ พ่ายให้กับพันธ์ศักดิ์ บุญแทน จากค่ายรวมไทยสร้างชาติ

อ้อย-สมชาติ ลงเลือกตั้งปี 69 นี้ เจอคู่แข่งเก่า ส.ส.ตุด พันธ์ศักดิ์ บุญแทน ที่ย้ายค่ายไปสังกัดสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย อ้อย-สมชาติกลับมาชนะใจคนเขต 4 ได้อีกครั้ง คะแนนรวม 40,000 กว่าคะแนน

กล่าวถึงสมชาติ การกลับมาแจ้งเกิดใหม่อีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสมชาติ เพราะเขาเติบโตมาจากการเมือง จากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 สมัย (2534–2542, 2543–2554, 2555–2561) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (2540–2543) และได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (2552–2561) ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ปี 62 และกลับมายืดอกได้อีกครั้งในปี 69 พร้อมเพื่อ ส.ส.เขตอีก 9 คน

จากข้อมูลที่กล่าวมาจะพบว่า “ครอบครัวประดิษฐ์พร” คือครอบครัวการเมืองจริง ทั้งสามีและภรรยาต่างเป็นนักการเมืองที่เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่น

กองทัพเรือ แฉเครือข่ายจีนเทาชายแดนทมอดา หลอกลวงและกักตัวแรงงานต่างชาติบังคับทำสแกมเมอร์ ตรวจพบหลบหนีต่อเนื่องตอกย้ำภัยคุกคามข้ามชาติ

(19 ก.พ. 69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ตรวจพบชาวต่างชาติหลบหนีออกจากชุมชนในฝั่งตรงข้ามบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ประเทศกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถจับกุมชาว เวียดนาม 6 ราย หลบหนีออกจากชุมชนชาวจีน ข้ามแนววางกำลังเข้ามา (Troop Deployment Line) โดยให้ข้อมูลว่าถูกหลอกลวงมากักขังและบังคับใช้แรงงาน เอกสารเดินทางถูกแก๊งชาวจีนเทายึดไว้ และต้องการเดินทางกลับประเทศ และเมื่อวานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) จับกุมชาวจีนอีก 4 ราย หลบหนีออกจากพื้นที่เดียวกัน พร้อมให้ข้อมูลว่าถูกบังคับให้ทำงานในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Scam)

ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเบื้องต้น ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาลบาดแผลที่เกิดระหว่างการหลบหนี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลด้านการข่าวเพื่อตรวจสอบโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะท้อนรูปแบบการหลอกลวง กักตัว และบังคับใช้แรงงานต่างชาติของกลุ่มธุรกิจสีเทาในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยกองทัพเรือจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจและบูรณาการกับทุกหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

แฟนบอลโล่งใจ รักษาเรียบร้อยแล้ว หลัง “อุ้ม ธีราทร” เข้ารพ.จากอุบัติเหตุในสนาม ในเกมเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกนัดสุดท้าย ภรรยาแจงรักษาเสร็จปลอดภัยดี

(18 ก.พ. 69) ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณจมูกที่โรงพยาบาล หลังจากถูกนักเตะเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ปะทะในเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิท 2025/26 รอบลีก นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในเกมดังกล่าว "อุ้ม" ธีราทร วัย 36 ปี ที่ลงมาเล่นในฐานะตัวสำรอง ถูกปะทะจนมีเลือดออกบริเวณจมูก และถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามทันที แม้ทีมบุรีรัมย์จะชนะด้วยสกอร์ 2-0

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Chatkamon Muayman ซึ่งเป็นภรรยาของธีราทร อัพเดทสถานการณ์ว่า "คุณหมอทำการรักษาเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงค่ะ"

กรณีนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของนักกีฬาในเกมระดับสูง ที่อาจได้รับบาดเจ็บระหว่างแข่งขัน แม้จะเป็นผู้เล่นตัวสำรองก็มีความเสี่ยงเช่นกันและต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10142074

‘อ.ไชยันต์’ ถอดรหัสความชอบธรรม ‘กษัตริย์นอร์เวย์’ รากฐานจากประชามติสู่ความมั่นคงในรัฐสภา หลังมีมติตีตกข้อเสนอเป็นสาธารณรัฐ 25 ครั้งซ้อน

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นอร์เวย์ 2026: เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภายืนยันระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ

1. ผลการลงมติล่าสุด: เอกฉันท์ที่ยังคงเดิม

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 รัฐสภานอร์เวย์ (Stortinget) ได้ลงมติครั้งสำคัญเกี่ยวกับร่างกฎหมายขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง

ผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 141 เสียง ลงมติไม่รับร่าง ขณะที่มีเพียง 26 เสียง ที่เห็นชอบให้เปลี่ยนแปลง

รัฐธรรมนูญนอร์เวย์จึงยังคงไว้ซึ่งมาตรา 1 เหมือนเดิม นั่นคือ “ราชอาณาจักรนอร์เวย์เป็นดินแดนที่เป็นอิสระ แบ่งแยกไม่ได้ และโอนให้กันไม่ได้ รูปแบบการปกครองคือ ระบอบราชาธิปไตยภายใต้อำนาจจำกัดและสืบราชสันตติวงศ์” (The Kingdom of Norway is a free, indivisible and inalienable dominion. Its form of government is a limited and hereditary monarchy.)

ซึ่งตรงกับมาตรา 2 ในหมวดหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 2560 ของไทยเรา นั่นคือ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(แต่หลังจากผลประชามติเห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ส่งผลให้การแก้รัฐธรรมนูญสามารถแก้มาตรา 2 ได้ แต่ก็ต้องผ่านการทำประชามติอีก)

2. ทำไมถึงมีการเสนอแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง?

การเสนอร่างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนระบอบในนอร์เวย์ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่อาจถือได้ว่าเป็น "ธรรมเนียมปฏิบัติ"

เพราะนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 มีการเสนอร่างในลักษณะนี้มาแล้ว อย่างน้อย 25 ครั้ง แม้ผู้เสนอจะรู้ดีว่ายากที่จะได้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ตามที่มาตรา 121 กำหนด แต่ก็ยังคงเสนออยู่เรื่อย ๆ เพื่อเหตุผลทางยุทธศาสตร์ 3 ข้อ นั่นคือ

• เพื่อแสดงจุดยืน: ยืนยันกับผู้เลือกตั้งว่าพรรคยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ประมุขต้องมาจากการเลือกตั้ง

• เพื่อเปิดพื้นที่อภิปราย: เป็นโอกาสเดียวที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของราชวงศ์อย่างเป็นทางการในสภา

• เพื่อรอจังหวะวิกฤต: เตรียมความพร้อมไว้หากวันหนึ่งความนิยมของราชวงศ์ลดลงจนถึงจุดวิกฤต เช่น ในช่วงเปลี่ยนรัชสมัย

3. การเสนอแก้รัฐธรรมนูญครั้งล่าสุด ภายใต้มรสุมข่าวอื้อฉาว: บททดสอบความศรัทธา

การลงมติครั้งล่าสุดนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากราชวงศ์นอร์เวย์กำลังเผชิญกับข่าวอื้อฉาว 2 กรณีใหญ่:

• คดีความของ มาริอุส บอร์ก ฮอยบี้: บุตรชายคนโตของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต (มกุฎราชกุมารี) ถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวและอดีตแฟนสาวคนอื่น ๆ รวมถึงมีพฤติกรรมรุนแรงในความสัมพันธ์ใกล้ชิด แม้เขาจะไม่มีตำแหน่งทางการ แต่พฤติกรรมนี้กระทบถึงสถาบันฯ โดยตรง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหญิงเมตเต-มาริตถูกวิจารณ์ว่าทราบเรื่องแต่ไม่ได้จัดการอย่างเด็ดขาด

• กรณีเจ้าหญิงมาร์ธา ลุยเซ กับ Shaman Durek: ความสัมพันธ์กับหมอผีชาวอเมริกันที่อ้างว่ามีพลังจิตรักษาโรคได้ ทำให้เกิดการวิจารณ์เรื่องการนำฐานันดรศักดิ์ไปใช้โปรโมทธุรกิจส่วนตัว จนกษัตริย์ฮารัลด์ต้องสั่งให้เจ้าหญิงยุติการปฏิบัติพระราชกรณียกิจและห้ามใช้ตำแหน่ง "เจ้าหญิง" ในเชิงพาณิชย์เพื่อแยกเรื่องส่วนตัวออกจากสถาบัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวอื้อฉาวเหล่านี้ แต่คะแนนเสียงในสภาปี 2569 กลับยืนยันฝ่ายไม่เห็นชอบเพิ่มขึ้นเป็น 141 เสียง (จาก 134 เสียงในปี 2565) แสดงให้เห็นว่าเสียงฝั่งสาธารณรัฐกลับลดลงเล็กน้อยท่ามกลางวิกฤต

4. สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์มีรากฐานจาก "ประชามติ": ความชอบธรรมจากประชาชน

ความแข็งแกร่งของสถาบันกษัตริย์นอร์เวย์มีที่มาจากการได้รับ "ฉันทามติ" มาตั้งแต่ต้น

• เมื่อนอร์เวย์แยกตัวจากสวีเดนในปี ค.ศ. 1905 ได้มีการทำประชามติซึ่งเสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 99.95 ต้องการเป็นอิสระ

• ในส่วนของระบอบการปกครอง เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์ก ผู้ได้รับเลือกให้เป็นกษัตริย์ ทรงมีเงื่อนไขสำคัญว่าพระองค์จะรับตำแหน่งต่อเมื่อ "ประชาชนต้องแสดงประชามติว่าต้องการสถาบันกษัตริย์" เท่านั้น

• ผลประชามติในเดือนพฤศจิกายน 1905 ปรากฏว่า ร้อยละ 79 ต้องการให้คงสถาบันกษัตริย์ไว้

สรุป

สถาบันพระมหากษัตริย์นอร์เวย์ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงเพราะกฎหมาย แต่ดำรงอยู่ด้วยความชอบธรรมที่ผ่านการทดสอบทั้งจากการทำประชามติโดยประชาชน และการลงมติในรัฐสภามาตลอดกว่าร้อยปี

แม้ในยามที่มีข่าวอื้อฉาวสั่นคลอน แต่กลไกของรัฐธรรมนูญและสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับประชาชนมาตั้งแต่ต้นยังคงเป็นเกราะกำบังสำคัญให้ระบอบนี้ดำเนินต่อไปได้

(รายงานความก้าวหน้างานวิจัย โครงการวิจัยเรื่องเอกลักษณ์ของ “ระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ของประเทศไทย: กรณีศึกษาราชอาณาจักรนอร์เวย์ - การเข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรครั้งแรก (ค.ศ.1814/1905) ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2568)

 

 

ชู "เกาะหมาก" โมเดลรักษ์โลกที่มนุษย์ทำได้จริง จากพื้นที่ปะการังฟอกขาวสู่รางวัลระดับโลก ยกเป็นต้นแบบฟื้นฟูทะเลที่ยั่งยืน หนุน 'จันทบุรี-ตราดมา ฮับท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

‘วิชัย ทองแตง’ ชู “เกาะหมาก” ต้นแบบความสำเร็จฟื้นฟูปะการังระดับโลก พร้อมดันจันทบุรี-ตราด สู่แหล่งท่องเที่ยว “Low Carbon” หนึ่งในโครงการที่ร่วมผลักดันโดย อิน – เอม ทองแตง แห่งกลุ่ม Below the Tides

(17 ก.พ. 69) — นายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจชั้นนำและผู้มากประสบการณ์ ได้ลงพื้นที่สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติของ “เกาะหมาก” จังหวัดตราด พร้อมเปิดเผยความประทับใจหลังได้เห็นความสำเร็จของชุมชนในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง จนสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาครองได้สำเร็จ

เจาะลึกเบื้องหลังรางวัลระดับโลกปี 2566


นายวิชัย กล่าวถึงความภาคภูมิใจที่คนไทยหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “เกาะหมาก” เคยสร้างชื่อเสียงด้วยการชนะเลิศการประกวดระดับโลกเมื่อปี 2566 ซึ่งรางวัลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความเข้มแข็งของประชาคมชาวเกาะหมาก โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขปัญหา “ปะการังฟอกขาว”

“จากการลงพื้นที่และได้ดำน้ำสำรวจด้วยตนเอง ผมได้เห็นภาพจริงของการฟื้นฟูปะการังที่ทำได้อย่างยั่งยืน และน่าพึงพอใจมาก สิ่งที่สัมผัสได้คือความงดงามและความจริงใจของคนในพื้นที่ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในประเทศไทยมากขึ้น” นายวิชัยกล่าว

ชู “จันทบุรี-ตราด” โมเดลท่องเที่ยว Low Carbon


นอกจากเรื่องการอนุรักษ์ทางทะเล นายวิชัยยังได้ชื่นชมศักยภาพของจังหวัดจันทบุรีและตราด ที่มีความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวแบบ คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่จะช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น
“รีสอร์ทและผู้คนบนเกาะต่างใส่ใจในวิถีความเป็น Low Carbon อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่เกาะทางภาคตะวันออก แต่เกาะอื่นๆ ทั่วประเทศไทยก็สามารถพัฒนาไปในทิศทางนี้ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่เรา ‘เอาใจ’ เข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น”

เชื่อมั่น “มนุษย์แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้”


นายวิชัย ทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ที่มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้มาสัมผัสความสำเร็จที่เกาะหมาก เพื่อสร้างกำลังใจและพิสูจน์ให้เห็นว่า มนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนและฟื้นฟูธรรมชาติได้จริง

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปล่งประกายให้คนทั้งโลกได้เห็น ด้วยความงดงามของภูมิประเทศ ธรรมชาติ และความร่วมมือร่วมใจของคนไทย เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้ขจรไกลไปทั่วโลก” 


‘อิน – เอม ทองแตง’ 2 เยาวชนรักษ์โลกร่วมผลักดัน

สำหรับการลงพื้นที่ท่องเที่ยวเกาะหมากของนายวิชัย ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการเชิญชวนจากหลานชายและหลานสาว 2 คน นั่นคือ อิน - อริณชย์ ทองแตง และเอม - อริสา ทองแตง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม “Below the Tides” เพื่อดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม 


และในพื้นที่เกาะหมาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กลุ่ม Below the Tides ได้เข้าไปดำเนินโครงการปะ ปลา ยูน หญ้า ณ เกาะหมาก (Coral Fish Gong Grass @ Koh Maak) โดยได้ร่วมกับ กองทุนปะการังเกาะหมาก และชุมชนเกาะหมาก เพื่อฟื้นฟูแนวปะการัง หญ้าทะเล และรักษาสัตว์น้ำบริเวณเกาะหมาก จ.ตราด โดยเน้นการซ่อมแซมปะการังเทียมและอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลร่วมกับชุมชน ในการนำปะการังหักกลับคืนสู่แนวปะการังธรรมชาติ

โดยโครงการได้รับเงินสนับสนุนผ่าน “เทใจดอทคอม” ซึ่งรวมยอดระดมทุนประมาณ 330,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าอุปกรณ์ ค่าเรือ และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน ในการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางทะเลของเกาะหมากให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

 

 

จากลู่สู่เครื่องแบบ “ภูริพล บุญสอน” บรรจุข้าราชการตำรวจ ทำลายสถิติวิ่ง 100 ม. ต่ำกว่า 10 วิ สานภารกิจล่าเหรียญเวทีโลก แม่ปลื้มโพสต์ให้กำลังใจ

(17 ก.พ. 69) 'ภูริพล บุญสอน' นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ หลังสร้างชื่อเสียงโดดเด่นและทำลายสถิติวิ่ง 100 เมตรต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยเวลา 09.94 วินาที เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 69

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ 'Supawadee Mukphon' คุณแม่ของ 'ภูริพล' ได้โพสต์ภาพและข้อความแสดงความยินดีพร้อมกำลังใจว่า "ยินดีกับตำรวจน้อยของแม่ ประสบความสำเร็จในทุกก้าวที่ลูกเดินนะหนูคือความภูมิใจของแม่ ชุดยังไม่พร้อม แต่กายใจพร้อมมาก"

'ภูริพล' มีผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง ทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังได้ลงแข่งขันในนามสโมสรตำรวจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ 'ภูริพล' ได้รับการบรรจุที่หน่วยกองบัญชาการตำรวจนครบาลตามโครงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ เช่นเดียวกับ 'สระอรรถ ดาบบัง' ที่ได้รับการบรรจุในหน่วยกองบัญชาการศึกษา

การบรรจุนี้สะท้อนถึงความร่วมมือในการสนับสนุนนักกีฬาที่มีความสามารถของหน่วยงานรัฐ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศในเวทีโลก

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10139922

'หมอยง' ชี้ชัด "ลับ-ไม่ลับ" อยู่ที่กฎเกณฑ์ แนะแพทย์-นักวิจัยต้องแม่นกฎรักษาความลับ ยกเคสงานวิจัย ข้อมูลอาสาสมัครต้องเป็น 'ความลับ' แต่ถ้าอันตรายถึงชีวิตต้อง 'ไขรหัส' ทันที

‘หมอยง’ ชี้ “ลับ หรือ ไม่ลับ” ขึ้นอยู่ที่กฎเกณฑ์ การปฏิบัติ

17 ก.พ. 2569 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ลับ หรือ ไม่ลับ ขึ้นอยู่ที่กฎเกณฑ์ การปฏิบัติ

มีการถกเถียงกันมากเกี่ยวกับความลับ

จริงๆแล้วไม่มีความลับ อะไรในโลกนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ หมอตรวจคนไข้ เช่นหมอสูตินรีเวช ตรวจคนไข้เป็นความลับ แต่ความจริงผู้ที่รู้เห็น ก็คือตัวหมอ และพยาบาลผู้ช่วย ถ้าหมอหรือผู้ช่วยไปเปิดเผย ก็ไม่เป็นความลับ แต่กฎเกณฑ์จะเอาความลับของคนไข้ไปเปิดเผยไม่ได้ จะผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจจะยังผิดกฎหมายอีกด้วย ถึงยึดใบประกอบวิชาชีพได้เลย

ผมทำงานวิจัย ในกฎเกณฑ์ของการทำงานวิจัย จะเก็บข้อมูลของอาสาสมัครทุกคน เป็นความลับ โดยโครงร่างงานวิจัยจะต้องบอกคณะกรรมการจริยธรรม ในการรักษาความลับของอาสาสมัคร และวิธีการเก็บความลับ โดยข้อมูลทั้งหมดที่จะโยงไปหาอาสาสมัครจะต้องเก็บเป็นความลับ และจะต้องถูกเปลี่ยนเป็น Code ผู้ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ตัวอย่างนั้นเป็นของใคร เพราะเป็นรหัส แต่จากรหัส และจะมีการเก็บรหัสที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้ แต่จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ ในที่เก็บที่ปลอดภัย มีมาตรการการเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ เช่นใครจะเข้าถึงได้บ้าง มีรหัสผ่านอย่างไร และมีมาตรการการป้องกันเก็บรักษา คณะผู้วิจัยจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ที่จะโยงไปถึงตัวอาสาสมัครได้

แต่อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือเป็นอันตรายกับอาสาสมัคร เช่นการให้ยาใน อาสาสมัคร มีอาการแทรกซ้อนอันตราย หรือผลการตรวจผิดปกติอย่างร้ายแรง ที่จำเป็นจะต้องเข้าไปจัดการ เพื่อความปลอดภัยของอาสาสมัคร ก็จะต้องรีบแจ้งด่วนต่อคณะกรรมการจริยธรรม หรือกฎเกณฑ์ที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรก ในการที่จะเข้าถึงอาสาสมัครเพื่อความปลอดภัยหรือ ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และจำเป็นต้องรู้ว่าอาสาสมัครนั้นคือใคร ดังนั้นจึงมีกฎเกณฑ์วางไว้

เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้อาสาสมัคร มีภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือการพบสิ่งผิดปกติ ถ้ามีความจำเป็น ก็ต้องขออนุญาตและชี้แจงด้วยเหตุและผลทั้งหมดในการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกล็อคไว้ตามกฎเกณฑ์ เช่นผู้มีอำนาจที่เขียนไว้ ในองค์กร ขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรม หรือศาล

ในการทำงานวิจัยต่างๆ หลักฐานตั้งแต่เริ่มต้นมีความสำคัญมาก มีการเก็บในระดับต่างๆ ใน log book และรักษาความปลอดภัยและความลับ ในระดับต่างๆ และมีกฎเกณฑ์ที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรือต้องขออนุญาตจากผู้มีอำนาจ ในการเข้าถึงข้อมูลแล้วแต่ชั้นความลับ

ทำไมงานวิจัยที่มาตรฐานจะต้องมีกฎเกณฑ์ของ GCP หรือที่เรียกว่า Good Clinical Practice ที่นักวิจัยทุกคนจะต้องสอบผ่านกฎเกณฑ์นี้

จับตาชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเลือกตั้งจบแต่ความเจ็บปวดยังไม่จาง เมื่อนักการเมืองได้แต้ม แต่คนชายแดนได้ 'ระเบิด' และ 'บ้านแตก'

ปลุกชาตินิยมเอาคะแนน แต่ชายแดนเอาชีวิต: ไทย-กัมพูชาอย่าให้การเมืองลากประเทศไปติดกับดัก

ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่ดราม่าในโซเชียลอีกต่อไป เพราะหลังการปะทะหนักในเดือนธันวาคม 2568 แม้จะมีการหยุดยิง แต่ยังมีคนจำนวนมากต้องอยู่ในศูนย์พักพิง บ้านและที่ดินจำนวนมากเข้าไม่ถึง และยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง

ความจริงในพื้นที่ที่ถูกกลบด้วยวาทกรรม
• มีผู้พลัดถิ่นฝั่งกัมพูชาหลายพันคนยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เพราะพื้นที่ถูกกั้น/เข้าไม่ถึง
• เหตุปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และทิ้งปัญหาระเบิดตกค้างที่กระทบโรงเรียน วัด โรงพยาบาล และเส้นทางทำมาหากิน
• ความเสียหายยังลามถึงพื้นที่มรดกโลก เช่นบริเวณปราสาทพระวิหารที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ

เมื่อ "ชาตินิยม" กลายเป็นเครื่องมือหาเสียง
• กระแสชาตินิยมสามารถดึงคะแนนได้เร็วกว่าเรื่องปากท้อง และทำให้การเมืองหลบคำถามยาก ๆ เรื่องเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น
• เมื่อการเมืองแข่งกัน "แข็ง" ประชาชนในพื้นที่กลับเป็นคนที่จ่ายราคา ทั้งความปลอดภัย รายได้ และอนาคตของลูกหลาน
• งานวิเคราะห์ชี้ว่าชาตินิยมของทั้งสองฝ่ายถูกจัดวางต่างกัน แต่ต่างก็ถูกใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองในแบบของตน

ข้อพิพาทเก่า แต่บทเรียนใหม่: ยิ่งซับซ้อน ยิ่งต้องใช้สติ
• กรณีปราสาทพระวิหารเคยไปถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มีคำพิพากษาสำคัญในอดีต และมีคำวินิจฉัยเรื่องการตีความเพิ่มเติมในเวลาต่อมา
• ข้อพิพาทแนวชายแดนจึงไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินด้วยอารมณ์แบบ "บุก/ไม่บุก" แต่ต้องวางบนข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน

ทางออกที่ "รักชาติจริง" ต้องกล้าทำ
• ลดความร้อนแรงของวาทกรรม: เลิกขายคะแนนด้วยการปลุกอารมณ์จนความเสี่ยงบานปลาย
• ย้ำหลักความปลอดภัยประชาชน: เร่งกวาดล้างทุ่นระเบิด/วัตถุระเบิดตกค้าง เปิดทางให้คนกลับบ้านและกลับไปทำมาหากิน
• ใช้การทูตและกลไกเจรจาในพื้นที่: ทำมาตรการร่วม ลดโอกาสปะทะซ้ำ และสร้างกติกาในพื้นที่ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

หมดเวลาวิ่งรถเถื่อน!! ETDA - ขนส่งฯ ขีดเส้น รถรับส่งผ่านแอปฯ ไม่จดป้ายเหลือง เสี่ยงถูกระงับบัญชี แพลตฟอร์มเสี่ยงถูกถอนใบอนุญาต หากไม่คัดกรองคนขับตามเส้นตาย 31 มี.ค. 69

ETDA ผนึก กรมขนส่งฯ ขีดเส้นตาย รถรับส่งผ่านแอปฯ รีบลงทะเบียนก่อนปิดระบบ 28 ก.พ. 69 พร้อมประกาศดีเดย์ 31 มี.ค. บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกประกาศเตือนด่วนถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกรถ (Ride Sharing) และพาร์ตเนอร์ผู้ขับขี่รถทุกคน โดยเน้นย้ำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing Platform ว่า "ไม่ใช่การยกเว้นโทษทางกฎหมาย" ให้แก่ผู้ขับขี่ แต่เป็นการผ่อนปรนขั้นตอนทางธุรการสำหรับแพลตฟอร์มเท่านั้น พร้อมเปิดไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการก่อนจะถูกตัดสิทธิ์และดำเนินคดี

โดยมีรายละเอียดไทม์ไลน์และข้อปฏิบัติสำคัญ 3 ระยะ ดังนี้:
1. ระยะเร่งด่วน: รีบลงทะเบียนก่อนระบบปิด (วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569)
กรมการขนส่งทางบกแจ้งเตือนผู้ขับรถให้รีบเข้าลงทะเบียนในระบบ Driver Verify ของ ETDA ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น เพื่อนำใบรับรองไปใช้ประกอบการจดทะเบียนรถสาธารณะ (รย.17 หรือ รย.18) ให้รวดเร็วขึ้น
• คำเตือนสำคัญ: การมี "ใบรับรองจาก Driver Verify" ไม่ถือว่าเป็นการยกเว้นโทษ หากนำรถไปวิ่งรับผู้โดยสารโดยที่ยังจดทะเบียนไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
• สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ขับขี่ต้องเผื่อเวลาในการดำเนินการ เพราะขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อทำใบขับขี่สาธารณะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ระหว่างรอผลสอบประวัติ สามารถใช้หนังสือรับรองการผ่านอบรมมายื่นจดทะเบียน รย.18 ก่อนได้)
• หากพ้นกำหนด 28 ก.พ.: ระบบ Driver Verify จะปิดลง ผู้ที่ยังไม่จดทะเบียนรถสาธารณะจะไม่สามารถให้บริการได้ และถือว่ามีความผิดทันทีหากฝ่าฝืน

2. ระยะกวาดล้าง: แพลตฟอร์มต้องคัดกรอง (1 – 30 มีนาคม 2569)
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนประกาศใหญ่มีผลบังคับใช้
• หน้าที่แพลตฟอร์ม: ต้องนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้อง และคนขับที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ "ออกจากระบบ" ทันที
• มาตรการจับกุม: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ขับขี่ที่ใช้รถผิดประเภทหรือไม่มีใบขับขี่สาธารณะ กรมการขนส่งทางบกจะแจ้งไปยังแพลตฟอร์มต้นสังกัดเพื่อ "ระงับการให้บริการทันที" รวมถึงแจ้งแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้ระงับสิทธิ์ผู้ขับรายนั้นด้วย จนกว่าจะดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง

3. ระยะบังคับใช้จริง: ดีเดย์จับ-ปรับ-ปิดแพลตฟอร์ม (31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป)
เมื่อประกาศ คธอ. เรื่อง Ride Sharing Platform มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ จะมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับทั้งสองฝ่าย:
• สำหรับแพลตฟอร์ม: หากปล่อยให้มีรถผิดประเภท รถป้ายต่างจังหวัดมาวิ่งข้ามเขต หรือคนขับไม่มีใบขับขี่สาธารณะให้บริการในระบบ จะถูก "สั่งห้ามประกอบธุรกิจ" หากไม่แก้ไขใน 90 วัน จะถูกถอนการรับแจ้งและดำเนินคดี
• สำหรับผู้ขับรถ: หากทำผิดกฎหมายจะโดนโทษหนัก
o ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 21 ประกอบมาตรา 60)
o ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลรับจ้าง: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 23/1 ประกอบมาตรา 62/1)
o ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ: จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ETDA และ กรมการขนส่งทางบก จึงขอให้ผู้ขับขี่วางแผนดำเนินการจดทะเบียน รย.17 หรือ รย.18 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

 

รถถังสวนข่าวลือ!! เผย “10 ล้านไม่ใช่ทุกไฟต์” จี้ ONE ต้องชัดตั้งแต่แรก ชี้ประเด็นไม่ใช่แค่เงิน แต่อยากได้ความชัดเจนและความจริงใจจากองค์กร

(16 ก.พ. 69) 'รถถัง จิตรเมืองนนท์' ยอดมวยไทยชื่อดัง อัดคลิปผ่านโซเชียลมีเดียชี้แจงหลายดราม่าที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงปมเรื่องค่าตัว แต่ยอมรับไม่พอใจที่ 'ONE Championship' ไม่ยอมจ่ายค่าตัว 10 ล้านบาททุกไฟต์ตามที่ 'ชาตรี ศิษย์ยอดธง' เคยประกาศไว้

รถถังกล่าวในไลฟ์ว่า "ผมเป็นนักมวยคนแรกที่ได้รับค่าตัว 10 ล้าน เพราะความนิยมทั่วโลก" พร้อมเผยว่าไฟต์ใหญ่ที่เจอ 'ทาเครุ เซกาวา' ที่ญี่ปุ่นได้รับค่าตัวสูงถึง 15-17 ล้านบาท รวมโบนัสที่น็อกคู่แข่งได้อีก 1.7 ล้านบาท แต่ในบางไฟต์อื่น อาจไม่ได้รับค่าตัวเต็มตามนั้น

ไฟต์ล่าสุดที่เจอกับ 'น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย' มีข่าวว่ารถถังไม่พอใจค่าตัว ก่อนที่ไฟต์จะถูกยกเลิกเนื่องจากรถถังป่วยและน้องโอ๋ตกตาชั่งไม่ได้ ทำให้ไฟต์ยังไม่เริ่ม ส่วนไฟต์ของน้องโอ๋กับนักกีฬาอื่นแทนที่รถถัง ทำให้เขาออกมาโพสต์ชี้แจงว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องค่าตัว แต่ต้องการความแฟร์และความจริงใจในการทำงาน

"ผมแค่พูดในมุมผมว่าการร่วมงานต้องจริงใจต่อกัน" รถถังกล่าว พร้อมย้ำว่าอยากชกทุกไฟต์ดังที่ได้รับข่าวเรื่องค่าตัว 10 ล้านแต่สถานการณ์จริงมีหลายปัจจัย และอยากให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในวงการมวยไทยระดับโลก ที่แม้มีข่าวใหญ่เรื่องค่าตัว แต่ยังมีความขัดแย้งและข้อเรียกร้องความโปร่งใสจากนักกีฬาและแฟนมวยที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10139009


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top