Tuesday, 9 June 2026
NEWS FEED

ทัพเรือ รับมอบยาน้ำมันมหาจักร จากบ้านสุขใจแพทย์แผนไทย สนับสนุนทหารชายแดนไทยกัมพูชา

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.68) ณ ห้องรับรองกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พลเรือโท ธันยกร เสนาลักษณ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบน้ำมันมหาจักร จำนวน 500 ขวด จากแพทย์แผนไทยประภาพร ศิลปานิสงค์ (หมอน้ำหวาน) เพื่อมอบให้กับทหารเรือ ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน รวมทั้งภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

น้ำมันมหาจักร เป็นยาในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ที่ใช้มาไม่น้อยกว่า 360 ปี เพื่อการรักษาบาดแผลในศึกสงคราม ทั้งแผลสด แผลเน่าเปื่อย แผลเรื้อรัง และในตำรับนี้ได้เพิ่มสรรพคุณ เพื่อใช้ในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อย แก้ริดสีดวง และเส้นเลือดขอด ได้อีกด้วย

รัฐมนตรี 'สรวงศ์' ร่วมถกภาครัฐ - เอกชนพัทยา ฟื้นฟูความเชื่อมมั่นด้านความปลอดภัย นทท. พร้อมดึงกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ช่วงครึ่งปีหลัง  

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวและรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา 

โดยมี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชน และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว เข้าร่วมเสนอแนวทางมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว พร้อมชี้แจงสถานการณ์ท่องเที่ยวและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา กล่าวว่า การลงพื้นที่เมืองพัทยาในวันนี้ เป็นการลงมาเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว ด้วยเมืองพัทยา ถือเป็นเมืองหลักในการสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประเทศ มายาวนานและสิ่งที่ตามมาคือปัญหาด้วยคนเยอะปัญหาก็จะเยอะตาม ซึ่งจากสิ่งที่ได้รับการร้องเรียนทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการในเมืองพัทยา ในหลาย ๆ เรื่อง และสิ่งที่มีความคิดเห็นตรงกันคือการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งที่มาพักอาศัย มาท่องเที่ยวและการเดินทาง 

เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในภาพรวมโดยเร็วต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับลงมาว่า เมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ ต้องลงมาดูปัญหาด้วยตัวเอง จึงนำร่องพื้นที่แรกที่พัทยา ตามไปด้วยภูเก็ตและ กทม. ส่วนการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองพัทยานั้น หลังตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปนั้น ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการจัดแคมเปญมายังเมืองพัทยา อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา อีกทั้งเมืองพัทยา ยังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและนักท่องเที่ยวจีน ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนหายไป ก็ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมจะดึงกิจกรรมที่หลากหลายมายังพื้นที่เมืองพัทยา ให้มากขึ้น ซึ่งทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมก็จะเกิดการจับจ่ายใช้สอย การเข้าพัก ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น

สำหรับปัญหาระบบโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งนั้น ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้าง อีกทั้งรัฐก็อยากจะเน้นไปยังผู้ประกอบการด้วย เนื่องจาก ตอนที่ลงทะเบียนที่จะอยู่ในสิทธินั้นมีอยุ่ประมาณ 40,000 กว่าราย และเมื่อผ่านการคัดกรองแล้ว ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณเกือบ 7,000 ราย ซึ่งปัญหาของผู้ประกอบการก็จะอยู่ในเรื่องของการกรอกเอกสารต่าง ๆ ขณะนี้ให้ทาง ททท.เร่งแก้ปัญหาแล้ว ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า 500,000 สิทธินั้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าไปจองได้ ขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิไปแล้ว 180,000 กว่าสิทธิ และยังเหลือกว่า 300,00 กว่าสิทธิ ที่จะให้ประชาชนได้เลือกที่พัก ที่กิน และจองใช้สิทธิได้ จนถึง 31 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ อยากฝากถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติว่าประเทศไทย ถือเป็นประเทศ ที่มีความปลอดภัยสูง แต่ต้องยอมรับว่าทุกประเทศก็ย่อมมีอาชญากรรมและข่าวไม่ดีบ้าง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ทางภาครัฐ-เอกชน ก็มีความพยามอย่างยิ่งที่จะสร้างมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่ดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ให้เกิดความปลอดภัยในทุกมิติ

ด้านพลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้นำเสนอมาตรการการดูแลนักท่องเที่ยวที่มีการดำเนินอยู่ในขณะนี้ ว่า ตร.ภ.ภาค 2 ได้มีการบูรณาร่วมกับทุกภาคส่วนในการพลิกโฉมแนวทางมาตรการแบบใหม่ร่วมกัน ด้วยการนำเทคโนโลยี AI และนำ Big Data มาพลิกโฉมในการดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อทำให้เมืองพัทยา เป็น SUPER Safe City Sandbox โดยการมีการติดตั้งระบบ Big Data เพื่อรวบรวมข้อมูลอาชญากรรม วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรม  พร้อมติดตั้งกล้อง AI ในพื้นที่จุดเสี่ยง รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญๆ ต่าง ๆ ซึ่งกล้องAI ดังกล่าว จะจดจำใบหน้าบุคคลตามหมายจับ บุคคลเฝ้าระวัง รวมถึงบุคคลพิเศษที่เข้ามาในพื้นที่พิเศษ จับตาเป็นกรณีพิเศษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานอกจากมีการติดตั้งกล้อง AI และ Big Data แล้ว ยังได้ร่วมกับเมืองพัทยา ในการจัดสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเกิดเหตุอาชญากรรม โดยได้มีการทดลองในพื้นที่นาจอมเทียน และในหลายพื้นที่ที่มีการกวาดล้างกลุ่มแก๊งค์ที่จะเข้ามาค้ายาเสพติดและก่ออาชญากรรมกับนักท่องเที่ยว เมืองพัทยาได้มีการลงพื้นที่จัดสภาพแวดล้อมใหม่ พร้อมติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง จนทำให้ปัจจุบันหลายพื้นที่ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้ออาชญากรรมลดลง อย่างมาก

ขณะที่ พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ชี้แจงแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือ นทท. ว่า ตำรวจท่องเที่ยว มีการนำรถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile) ให้บริการและช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ โดยศักยภาพในการทำงานงานของ รถ CCOC Mobile มีด้วยกันหลัก ๆ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.มีกล้องหน้า-กล้องหลังรถ เพื่อตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ ด้วยระบบ AI 2.เมื่อนักท่องเที่ยวกด SOS ในแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police (TPB-APP) ก็จะมาขึ้นที่หน้าจอของรถ และจะทำให้ทราบพิกัดในการให้ความช่วยเหลือได้ทันที 3.หน้าจอประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะใช้ประชาสัมพันธ์ในส่วนของรัฐบาลและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ และ 4.กรณีมีเหตุหรือมีการร้องขอความช่วยเหลือก็จะมีโต๊ะให้บริการอยู่บนรถกับนักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้รถ CCOC Mobile จะมีสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา คือ อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และฮินดู  อีกทั้งยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police (TPB-APP) เพื่อขอความช่วยเหลือและข้อมูลต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์

ในส่วนของ นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า อำเภอบางละมุง มีรูปแบบการท่องเที่ยวครบทุกมิติ มีทั้งการท่องเที่ยวเชิงวิถึธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยขณะนี้อำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา สภ.บางละมุงเตรียมจัดระเบียบวินจักรยานยนต์รับจ้าง ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยจะมีการอัพเดท รายชื่อคนขับขี่ให้ตรงกับวิน ปรับภาพลักษณ์คนขับขี่ พร้อมจัดทำเสื้อวิน ซึ่งข้างหลังจะมีชื่อ รูปหน้า เบอร์โทร และคิวอาร์โค้ด บอกประวัติคนขับขี่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวพัทยา ได้สะท้อนปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยาว่า ขณะนี้สถารณ์การท่องเที่ยวในพัทยา ซบเซาเป็นอย่างมากด้วยหลากหลายปัจจัย อีกทั้งนักท่องเที่ยวมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ต่างไปจากเดิม รวมถึงตลาดนักท่องเที่ยวจีน ที่หายไปทั้งไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แม้ประเทศไทย จะมีความปลอดภัยก็ตาม อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทย ถูกโจมตีเรื่องของราคาอาหารที่สูง ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไป อีกทั้งระบบปัญหาโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ยังไม่มีประสิทธิภาพ จึงอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาจุดนี้ ทั้งนี้อยากจะฝากให้ติดตามการเดินหน้าสนามบินอู่ตะเภา ที่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ด้วยอาจจะติดปัญหาในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนาม ที่ยังไม่คืบหน้า รวมถึงการสร้างรันเวย์ แห่งที่ 2 ของสนามบินอู่ตะเภาที่ทางรัฐบาล ให้ทหารเรือเป็นผู้ลงทุนเอง ทราบว่าได้ผู้รับเหมาแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ทั้งนี้อยากจะฝากว่าสนามบินในภูมิภาคมีความสำคัญต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ไม่อยากให้ภาครัฐ รอเพียงมี Demand แล้วค่อยลงทุน เมื่อมีการลงทุนแล้วเกิดความสะดวกนักท่องเที่ยวก็จะมีการเดินทางมาเอง

นครราชสีมา พิธีรำลึกวีรชน เนื่องในวันสถาปนาหน่วยทหารพราน ครบรอบ 47 ปี

เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.68) ณ อนุสาวรีย์วีรชนทหารพราน ค่ายปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีรำลึกวีรชน เนื่องในโอกาสวันสถาปนาหน่วยทหารพราน ครบรอบปีที่ 47 ประจำปี 2568 โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัครทหารพราน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ร่วมประกอบพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ เบื้องหน้าอนุสาวรีย์วีรชนทหารพราน ค่ายปักธงชัย ในโอกาสนี้ พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ ได้กล่าวสดุดีเพื่อรำลึกถึงพระคุณของวีรชนทหารพรานผู้กล้าหาญ ที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยได้อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าวีรชนทั้งหลาย มารับฟังคำสดุดีในเกียรติประวัติความกล้าหาญ และความเสียสละอันยิ่งใหญ่สมควรแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างสูงสุด

อนุสาวรีย์วีรชนอาสาสมัครทหารพรานแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์  2524 เพื่อเป็นสถานที่บรรจุอัฐิ และเป็นที่สถิตดวงวิญญาณของนายทหาร นายสิบ และอาสาสมัครทหารพราน จำนวน 325 นาย ที่ได้พลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ

“ชื่อของท่านถูกจารึกไว้ ณ อนุสาวรีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติภูมิของผู้กล้าที่สมควรยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของความเป็นไทย ยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน” พลตรี ณัฏฐ์ กล่าวตอนหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนต่างตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ และแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง โดยพร้อมใจกันยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความรำลึกแด่ดวงวิญญาณของวีรชนผู้กล้าหาญทุกนาย พิธีดังกล่าวสะท้อนถึงความสามัคคีและจิตวิญญาณของประชาชนชาวไทยที่จะร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบไปตราบนานเท่านาน

‘สื่ออาวุโส’ ย้อนเหตุการณ์ ‘ฮุนเซน’ โจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชี้ สังคมเพิ่งกระจ่างวันนี้ที่แท้มีคนส่งเอกสารลับให้เขมร

(18 ก.ค. 68) นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซน เปิดประเด็นกล่าวหาทักษิณส่งเอกสารลับสมัยอภิสิทธิ์ไปให้เขมร..

มีการสัมภาษณ์ ดร. ปณิธาน วัฒนายากร ถึงเหตุการณ์สมัยนั้นมีเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงการไปประชุมที่หัวหินและต้องมีเรื่องปรึกษาหารือกรณีฮุนเซนให้สัมภาษณ์โจมตีคุณอภิสิทธิ์ …

ผมจำได้ว่า วันนั้นมีช่วงว่างตอนบ่าย คุณสุทธิชัย หยุ่น มาสัมภาษณ์คุณอภิสิทธิ์….ระหว่างสัมภาษณ์ ก็มีข่าวมาว่า ฮุนเซนให้สัมภาษณ์พาดพิงคุณอภิสิทธิ์..

พอสัมภาษณ์จบ..คุณอภิสิทธิ์ คุณพนิต คุณศิริโชค และ ดร.ปณิธาน ก็เดินออกไปริมชายหาดหัวหิน ยืนล้อมวงคุยกันถึงกรณีที่ฮุนเซนโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปีนั้น คือ ราวๆกันยายน 2552

มาวันนี้ ผ่านไปเกือบ 16 ปี…สังคมเพิ่งจะได้รับรู้เรื่องราวเพิ่มเติมว่า สมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น

ขณะเดียวกัน ดร. ปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ขอบคุณครับคุณเถกิงที่เตือนความจำกัน วันนั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำของหลายคนครับ นายฮุน เซ็น มาประชุมอาเซียนที่หัวหิน พอลงมาจากรถ ก็ให้สัมภาษณ์โจมตีเราทันทีที่หน้าโรงแรมดุสิตธานี เวลาผ่านไปเร็วมากครับ แต่ก็เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยครับ

‘รถถัง’ นักมวยชื่อดังเปิดตัวร่วมทีมพิจิตร ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 2 ปี ลุยศึกไทยลีก 3 อย่างเป็นทางการ

สโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำในศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ได้ประกาศคว้าตัว รถถัง จิตรเมืองนนท์ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ พร้อมเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม

โดยการย้ายมาสู่แวดวงฟุตบอลในครั้งนี้ของรถถัง ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางอาชีพของเขา หลังจากสร้างชื่อเสียงอย่างมากในวงการมวยไทย เจ้าตัวจะสวมเสื้อหมายเลข 23 ซึ่งเป็นตัวเลขแทนวันเกิดของเขา และมีความหมายพิเศษที่เจ้าตัวตั้งใจเลือกด้วยตัวเอง 

ทางด้านสโมสรพิจิตร ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า การเซ็นสัญญาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมทัพในแง่ของผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มสีสันและสร้างแรงกระตุ้นให้กับทีมและแฟนบอลอีกด้วย 

รถถังเองก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีเท้าในสนามฟุตบอลอย่างเต็มที่ และพร้อมลุยเต็มร้อยหากได้รับโอกาสลงสนาม โดยหวังว่าแฟนบอลจะให้การสนับสนุนในบทบาทใหม่ของเขาในเส้นทางนักฟุตบอล 

ทั้งนี้ สโมสรและนักเตะต่างแสดงความมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ และช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง

BYD ประกาศหนุน ‘ทีมชาติไทย’ และ ‘ฟุตบอลไทยลีก’ รีแบรนด์ชื่อการแข่งขัน ‘ไทยลีก 1-3’ ตามรุ่นรถยนต์ไฟฟ้า

บริษัท BYD Rêver (บีวายดี เรเว่) ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ประกาศเป็นผู้สนับสนุนหลักของ 'ทีมชาติไทย' และฟุตบอลอาชีพไทยลีกทั้ง 3 ระดับอย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ 'BYD ชาร์จพลังบอลไทย' พร้อมเปิดตัวในงานแถลงข่าวที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของ BYD ที่ต้องการขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยพลังงานสะอาด ไม่เพียงแต่ลดมลพิษจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจ และโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการฟุตบอลและเยาวชนทั่วประเทศ

BYD ยังประกาศรีแบรนด์ชื่อการแข่งขันไทยลีกใหม่ โดยใช้ชื่อรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง ได้แก่ 'BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง' (ไทยลีก 1), 'BYD SEAL 5 ลีกสอง' (ไทยลีก 2) และ 'BYD DOLPHIN ลีกสาม' (ไทยลีก 3) เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ทันสมัย สมรรถนะสูง และพลังของการเริ่มต้น

‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ กล่าวขอบคุณ BYD ที่ให้การสนับสนุนไทยลีกครบทุกระดับ เชื่อว่าจะช่วยยกระดับเกมการแข่งขัน และมอบประสบการณ์ใหม่ให้แฟนบอลทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากโลโก้บนเสื้อและในสนามแล้ว BYD ยังเตรียมกิจกรรม “ชาร์จเสียงเชียร์-พลังนักเตะ-โอกาสสู่ชุมชน” เพื่อเชื่อมโยงกีฬากับสังคมไทยทั้งในสนามและนอกสนามตลอดฤดูกาล 2025/26

‘แพทองธาร’ ลงพื้นที่เยี่ยม 3 ทหาร เหยียบกับระเบิด พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกท่านที่เสียสละเพื่อชาติ

(18 ก.ค. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โพสต์ภาพพร้อมข้อความหลังลงพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจ 3 ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิด ว่า ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นตัวแทนร่วมคณะกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจทหารทั้ง 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้กับกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ ขอส่งกำลังใจอย่างสุดหัวใจถึง พลทหารธนพัฒน์ หุยวัน, ส.อ.ปฏิพัทธิ์ ศรีลาศักดิ์, และ พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคนไทยต้องยกย่องเป็นแบบอย่าง โดยที่ทุกท่านได้รับกำลังใจอย่างดีจากครอบครัว และรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการรับใช้ชาติ

นางสาวแพทองธาร ระบุด้วยว่า ขอแสดงความเคารพนับถือในความเสียสละที่มีต่อประเทศชาติของกำลังพลทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อพี่น้องประชาชนอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนได้ทราบว่าทางกระทรวงกลาโหมกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ที่สำคัญจะมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่

ที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ในการดูแลความปลอดภัยของ กำลังพล และพี่น้องประชาชน และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบ และปลอดภัยโดยเร็วที่สุดค่ะ ขอส่งกำลังใจให้กับกำลังพลทุก ๆ ท่าน

รด. จิตอาสา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ สะท้อนถึงความกล้าหาญ - หัวใจแห่งการเสียสละ

(18 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก Royal Thai Army โพสต์ข้อความว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 08.50 น. ขณะที่นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) จากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 35 (นฝ.นศท.มทบ.35) จำนวน 4 นาย กำลังเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม รด.จิตอาสาพัฒนา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ณ วัดดอยท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เส้นทางปกติของพวกเขาได้กลายมาเป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความกล้าหาญและความมีน้ำใจ เมื่อได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนสำราญรื่น ซอย 15 ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสถานการณ์การจราจรติดขัด ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ นศท. ทั้ง 4 นาย ไม่รีรอที่จะเข้าให้ความช่วยเหลือ โดยใช้ความรู้และทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้นจากหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและเปิดทางให้การจราจรไหลเวียนได้

การกระทำของนักศึกษาวิชาทหารกลุ่มนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างดีเยี่ยม แต่ยังแสดงให้เห็นถึง 'จิตอาสา' และ 'ความตั้งใจเสียสละ' ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารปลูกฝัง เพื่อสร้างพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ

รายชื่อนักศึกษาวิชาทหารผู้เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำความดีครั้งนี้ ได้แก่:
* นศท. ธนากร ขานไข นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วรกร ศิริเจริญ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. เนติธร แจ่มรัตนโสภิณ นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 โรงเรียนอุตรดิตถ์
* นศท. วีรภัทร ใจกลม นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตรดิตถ์

ตม.จว.กาญจนบุรี สกัดจับรถขนคนต่างด้าวผิดกฎหมาย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ธนพงษ์ พลายเพชร สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ซุ่มติดตาม ตรวจสอบรถยนต์ ตามลักษณะที่ทราบจากสายลับ (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่ามีรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีขาว มีสติกเกอร์สีแดงติดบริเวณซุ้มล้อ ไม่ทราบเลขทะเบียน และรถกระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีเทาไม่ทราบเลขทะเบียน มีการลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจาก อ.สังขละบุรี จว.กาญจนบุรี ชุดจับกุมจึงได้วางแผน ออกตรวจในเส้นทางที่คาดว่า เป้าหมายจะเดินทางมาถึง

กระทั่ง วันนี้ ( 18 ก.ค.68 )เวลา 00.30 น. มีรถกระบะลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้ง ขับตามกันมาทั้ง 2 คัน จึงได้ขับติดตามและแสดงสัญญาณให้หยุดรถ โดยรถหยุดบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี พร้อมแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบ นายเมย ไม่มีชื่อสกุล อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กทม.)  พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน และนายสมปอง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 45 ปี บุคคลไม่มีสัญชาติ (ผู้ขับขี่ รถทะเบียน กจ.) พร้อมบุคคลต่างด้าวจำนวน 10 คน

สถานที่จับกุมบริเวณริมถนนแสงชูโต ปากซอยท่าล้อ 28 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จว.กาญจนบุรี โดยผู้ขับขี่ 2 ราย ข้อกล่าวหาว่า “ช่วยเหลือ ซ้อนเร้น ด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมายนั้นพ้นจากการจับกุม” และบุคคลคนต่างด้าว 20 ราย ข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวไปยัง ตม.จว.กาญจนบุรี ทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

ผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติมอบรางวัลแก่ 2 ตำรวจ สน.สุทธิสาร เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งบริเวณซอยรัชดา 16 คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

(18 ก.ค.68)เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบใบประกาศเกียรติคุณตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร จำนวน 2 นาย คือ “ส.ต.ท.วรดร ถิระธนาบูรณ์” ผบ.หมู่ (ป.) สน.สุทธิสาร และ “ส.ต.ท.จิรายุทธ ราชอาจ” ผบ.หมู่ (ป.) สน.สุทธิสาร ที่เข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งบริเวณซอยรัชดา 16 กรุงเทพมหานคร ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งพบชาย กำลังอาละวาดบริเวณสวนหย่อมของคอนโดแห่งหนึ่งในซอยรัชดา 16 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานครจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบชายดังกล่าว จึงได้พยามพูดคุยและขอเชิญตัวไปที่ สน.สุทธิสาร เนื่องจากชายดังกล่าวมีอาการคล้ายมึนเมา แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้เข้ามาแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยตำรวจสายตรวจได้ใช้ยุทธวิธีไม่ให้ชายดังกล่าวขึ้นลำปืนเพื่อป้องกันไม่ให้สามารถยิงได้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยรอบ แต่ในขณะที่ยื้อแย่ง ปืนเกิดลั่นออกมาจำนวน 2 นัด ถูกเสื้อเกราะบริเวณหน้าอกซ้ายและแฉลบไปโดนต้นแขนด้านซ้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะควบคุมสถานการณ์และควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชื่นชม ส.ต.ท.วรดร ฯ และ ส.ต.ท.จิรายุทธ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว กล้าหาญ ใช้วิชาชีพความเป็นตำรวจคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ มี Mindset หัวใจความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเพื่อพี่น้องประชาชนสืบไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top