Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

หมดห่วงเรื่องการเดินทาง เพราะ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568' จัดเต็มให้ทุกเส้นทางสู่ ไม่ว่าจะ MRT, รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถส่วนตัว—มาง่าย เดินสะดวก จอดสบาย!

📍เจอกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 31 ก.ค. – 3 ส.ค. เวลา 10:00 - 21:00 น. 

ครบทุกทางเลือก เดินทางมาแฟร์ได้หมด!
ช้อปฟิน 4 วันเต็ม เดินทางก็ฟินไม่แพ้กัน
✔️ MRT ลงสถานีบางซื่อ
✔️ รถไฟฟ้าสายสีแดง เชื่อมตรงจากกรุงเทพฯ รอบนอกถึงใจกลางงาน
✔️ รถไฟทางไกล สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
✔️ รถโดยสาร อสมก. 15 เส้นทางผ่านสถานีกลางฯ 3 (2-47), 5, 26 (1-36), 49 (2-43), 96 (1-42), 134 (2-20), 136 (3-47), 145 (3-18), 204 (2-52), 509 (4-60), 536 (3-24E), 3-19E, 4-33E, A1
✔️ รถยนต์ส่วนตัวจอดฟรี!

📍เจอกันที่ 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์'
ในงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรมนำความสุขสู่คนไทย

 เลือกวิธีเดินทางที่ใช่สำหรับคุณ แล้วมาเจอกันที่ 'อุตสาหกรรมแฟร์ 2568'

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 6 แสนบาท มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้ มอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และมอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยยากไร้จังหวัดเชียงราย จำนวน 25 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 587,380 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยมี นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนางสาวนิภา ทองก้อน ผู้อำนวยการสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พระไพศาลประชาทร วิ. (พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโส) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ให้ความอนุเคราะห์สถานที่จัดงานและร่วมในพิธี และ คณะมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วย อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัญญา วงพรนารายณ์ (เก่ง) นายสดใส โรจนวิชัย ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวมจำนวน 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวเชียงรายในครั้งนี้ทั้งสิ้น 616,980 บาท (หกแสนหนึ่งหมื่นหกพันเก้าร้อยแปดสิบบาทถ้วน) โดยมีประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ  อีกทั้ง มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ณ บริเวณห้องประชุมอาคารพบโชคคอมเพล็กซ์ วัดห้วยปลากั้ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

นับตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัยขึ้น มูลนิธิฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งทีมบรรเทาสาธารณภัยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที หลังจากนั้น ทีมสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท โดยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือรวมงบประมาณกว่า 9 ล้านบาท

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมาได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด จำนวน  485 ครัวเรือน รวมดำเนินการไปแล้ว 3 ภาค รวม 54 จังหวัด  813 ครัวเรือน รวมงบประมาณกว่า 15.6 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

‘ชูวิทย์’ เผยชื่อคนปักธงชาติไทยบนจอยักษ์กลางไทม์สแควร์ ที่แท้คือ!! ‘ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์’ เจ้าของ PlanB

(31 ก.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ภาพธงชาติไทยบนจอ LED กลางไทม์สแควร์ กรุงนิวยอร์ก พร้อมข้อความว่า “เขา คือ คนไทย” และแฮชแท็ก #TruthFromThailand สร้างความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่โฆษณาแพงที่สุดของสหรัฐฯ ที่เขารู้จักดีจากประสบการณ์ทำงานเมื่อ 40 ปีก่อน

ผู้อยู่เบื้องหลังคือ นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ หรือ “บี” เจ้าของธุรกิจโฆษณา PlanB ที่มีเครือข่ายป้ายทั่วประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นเจ้าของสัมปทานจอ LED ใจกลางไทม์สแควร์ โดยเลือกนำภาพธงไตรรงค์ขึ้นจอทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ 1 นาที ด้วยค่าเช่าประมาณ 3 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อสื่อสาร “ความจริงจากไทย” สู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดกับกัมพูชา

นายชูวิทย์กล่าวชื่นชมว่า การกระทำของ “บี” ไม่ใช่แค่สะท้อนความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ยังแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ และกล้าสื่อสารจุดยืนต่อประชาคมโลกอย่างภาคภูมิใจ พร้อมยกย่องปิดท้ายว่า “ใครจะใจถึงเท่าเขา?”

'ดร.เฉลิมชัย' เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์ จุดท่องเที่ยวสำคัญ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิด “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอารยสถาปัตย์” (Universal Design) ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก โดยมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ทส. พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ตลอดจนคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าร่วมในพิธี และร่วมเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ดร.เฉลิมชัย รมว.ทส.  กล่าวว่าวันนี้ว่า การจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงวัยและส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างทั่วถึง ตามแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นอกจากนี้ ยังเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่สำหรับรองรับการแข่งขันกีฬา IWAS Games หรือการแข่งขันกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหวนานาชาติ ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนเมษายน 2569 โดยได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปรับปรุงอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ภายในปี 2569

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถือเป็นต้นแบบของอุทยานแห่งชาติ ที่มีการปรับปรุงให้มีทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ป้ายบอกทางที่ชัดเจน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ตามมาตรฐาน Universal Design ในบริเวณจุดสำคัญ อาทิ ด่านตรวจศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จุดชมวิว กม.30 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์อาหาร อ่างเก็บน้ำสายศร เป็นต้น 

‘บิ๊กเล็ก’ รมช.กลาโหม แจงข่าว ‘ทหารหน่วย BHQ’ ของกัมพูชา เป็นทหารเขมรแท้!! ดีกรีนักกีฬาวอลเลย์บอล ไม่ใช่ทหารรับจ้างรัสเซีย

(30 ก.ค. 68) จากกรณีที่โซเชียลแชร์ภาพทหารหน่วย BHQ ของกัมพูชา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นทหารรับจ้างของรัสเซีย วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร รายงานว่า ‘บิ๊กเล็ก’ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยที่มาทหารหน่วย BHQ เขมร

‘บิ๊กเล็ก’ ยืนยันว่าทหารหน่วยดังกล่าว ‘ไม่ใช่ทหารต่างชาติ’ หลังมีข่าวสะพัดเขมรจ้างทหารรัสเซีย รับจ้าง มาร่วมรบ พร้อมกับเผยอีกว่าเป็นทหารเขมรชั้นประทวน รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดีรูปร่างดี เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล และเป็นยูทูบเบอร์ จึงเป็นที่สนใจ

'บิ๊กเล็ก' สั่งเหล่าทัพ เร่งเสนอแผนจัดหายุทโธปกรณ์ด่วน เตรียมขอรัฐบาลอนุมัติจัดซื้อแบบเจาะจงทดแทนของเดิม

‘พล.อ.ณัฐพล’ รมช.กลาโหม สั่งเหล่าทัพทำลิสต์ความต้องการยุทโธปกรณ์เร่งด่วนทดแทนของเดิมส่ง ผบ.ทสส. พิจารณา เสนอรัฐบาลจัดซื้อแบบเจาะจง มั่นใจ ครม.อนุมัติซื้อกริพเพน แน่รอฟังครบทุกความเห็นหน่วยงาน

(30 ก.ค.68) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าได้สั่งการในที่ประชุมสภากลาโหม ให้ทุกเหล่าทัพเสนอความต้องการงบประมาณในการจัดหายุทโธปกรณ์ทั้งอาวุธ กระสุน และอาวุธปืนที่ต้องการ เพื่อทดแทนของเดิมที่ได้ปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมาที่ชำรุดเสียหาย โดยให้เร่งจัดเสนอความต้องการขึ้นมาด่วนซึ่งทางรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและจะขออนุมัติจากรัฐบาล ในการยกเว้นกรรมวิธีจัดหา ให้เป็นแบบเฉพาะเจาะจง เพราะหากดำเนินตามวิธีปกติอาจจะต้องรอไปถึงปี 2570 ถึงจะได้อุปกรณ์เหล่านั้น แต่เราต้องการเร่งด่วนเพื่อมาทดแทน จึงต้องทำให้เร็วที่สุด และนำประสบการณ์ในครั้งนี้มาดูว่าจะต้องเสริมยุพปกรณ์อะไรขึ้นมา โดยให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดบูรณาการ และจัดเรียงตามลำดับตามความเร่งด่วน สมมุติว่ามีความต้องการ 50 รายการใช้งบ 1 หมื่นล้านบาทแต่รัฐบาลให้ได้เพียง 5 พันล้านบาท ก็จะนำมาตัดดูว่าจะได้แค่ไหน

ส่วนโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพอากาศ เรื่องได้เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า การนำเข้าที่ประชุม ครม. ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานต่างๆ ให้ครบ เพราะคราวที่แล้วยังส่งความเห็นไม่ครบ ยืนยันว่ารัฐบาลอนุมัติแน่ เพียงแต่รอขั้นตอนตอบความเห็นมาให้ครบ หากอนุมัติไปแล้วอาจจะมีปัญหา เช่นหากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

ไม่เห็นด้วย จึงต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะเห็นด้วยอยู่แล้ว

ทัพเรือภาคที่ 1 ปลดประจำการทหารกองประจำการอย่างสมเกียรติ

ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีปลดทหารกองประจำการ  จำนวน 9 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างสมศักดิ์ศรีจนครบวาระ พร้อมมอบของที่ระลึกเพื่อเป็นเกียรติแก่ความเสียสละและความภาคภูมิใจในฐานะ "ลูกผู้ชายไทย"

ในพิธี พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารว่า “ขอให้ทุกท่านจงภาคภูมิใจในหน้าที่ที่ได้กระทำไว้ และจงนำความรู้ ประสบการณ์ และวินัยที่ได้รับ ไปใช้ในชีวิตข้างหน้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้จดจำคำปฏิญาณในวันนี้ไว้เสมอ และพร้อมกลับมารับใช้ชาติเมื่อชาติต้องการ”

พิธีในวันนี้ เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความภูมิใจ ท่ามกลางการแสดงความยินดีจากผู้บังคับบัญชา

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

เชิงประจักษ์ ลดค่าไฟ 4 บาท เหลือ '3.2' บาท Technology ไทย ล้ำสมัย พิสูจน์จริง : เพิ่ม Yield Solar เก่า 8% ลดค่าไฟฟ้า20% คืนทุน 1 ปี

“บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด” นำล้ำเทคโนโลยี ติดตั้งหม้อแปลง AI Low Carbon รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ (NiA) ช่วยโลกลดคาร์บอน ลดโลกร้อน “เจริญชัย-Erdi-CMU-KMUTT” พร้อมตี Journal IEEE ประเทศญี่ปุ่น

บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมสินค้าไทยซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NiA) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำพูน ทำการติดตั้งหม้อแปลง AI Transformer (หม้อแปลง Low Carbon) ขนาด 2000 kVA. ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ MOU ลงนามความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม MOU ได้ร่วมวิจัยเกี่ยวกับ Platform บริหารจัดการพลังงานสะอาดสูงสุด (Platform AI บริหารจัดการ Solar กับ Energy Storage  ด้วยหม้อแปลง IoT (Low Carbon) ประโยชน์สูงสุดและเสถียรภาพ พร้อมทำ AI Net Zero Go To Near Zero, AI Cut Peak Demand, AI Saving, AI Sustainability, AI Increase old Solar 6-8% และประหยัดค่าไฟฟ้าใช้งานจริงและพิสูจน์จริง ได้มีการประชุมและรายงานผลเบื้องต้น จากการวิเคราะห์หลังติดตั้งหม้อแปลง AI พบว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 20.28% และการเพิ่มผลผลิตโซลาร์เก่า 6-8% โดยมีระยะเวลาคืนทุนราว 11 เดือน ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนในเชิงกราฟและข้อมูลอื่นๆ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อให้การวิเคราะห์ในเชิงวิชาการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทางบริษัทและกลุ่มพันธมิตรเล็งเห็นว่า ข้อมูลของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพื่อให้การวิเคราะห์ในเชิงวิชาการมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเพื่อระบุปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการขอความอนุเคราะห์ตีพิมพ์ Journal วารสาร IEEE (16th International Conference on Power, Energy, and Electrical Engineering (CPEEE 2026) to be held in Osaka, Japan during March 6-8, 2026.)  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่มีข้อมูลเป็นที่น่าสนใจ เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลเชิงลึก ให้เป็นเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนในทางประสิทธิภาพเชิงกราฟและข้อมูลอื่นๆ 

‘ตชด.’ เพื่อนร่วมรบที่ยืนแนวหน้าเคียงข้างทหารไทย หัวใจรวมเป็นหนึ่งเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

เมื่อวันที่ (27 ก.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษตามนโยบายเร่งด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศนรด.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพล ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 

เพื่อยืนยันว่า…พวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพังในแนวหน้า

กำลังพล ตชด.21 คือด่านหน้าสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อย
และร่วมปกป้องอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดนติดกับกัมพูชา
ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดและเปราะบาง

ตำรวจและทหาร ยืนอยู่บนสมรภูมิเดียวกัน
แตกต่างในเครื่องแบบ — แต่มีหัวใจเดียวกัน
คือหัวใจที่ยืนหยัดเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

ตำรวจ ปส. ถล่มเครือข่ายยานรก ยึดยาบ้ากว่า 46.88 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,408 กก. และคีตามีน 150 กก.รวบทั้งพระ นักบิน แก๊งส่งด่วน!

​เมื่อวันที่ (30 ก.ค.68) ณ บช.ปส. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ขับเคลื่อน แผนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ภายใต้ชื่อ “NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” อย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเป็นหนึ่งในแผนสำคัญที่รัฐบาลได้ประกาศให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง และภาคประชาชน ร่วมบูรณาการปฏิบัติการอย่างเข้มข้น เพื่อยุติปัญหายาเสพติดในทุกระดับ
​ผลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในรอบเกือบ 10 เดือนที่ผ่านมา (1 ต.ค. 67 – 30 ก.ค. 68) เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ โดยมีการดำเนินคดี 210,780 คดี จับผู้ต้องหา 211,529 คน รวมทั้งจับตามหมายจับ 5,411 ราย พร้อมดำเนินคดีในข้อหาสมคบ สนับสนุน 3,122 คดี และข้อหาฟอกเงินอีก 235 คดี ของกลางที่ตรวจยึดได้มีปริมาณมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 851.66 ล้านเม็ด, ไอซ์ 41,137 กิโลกรัม, เฮโรอีน 1,209 กิโลกรัม, คีตามีน 5,512 กิโลกรัม, ยาอี 286,726 เม็ด ขณะเดียวกัน ยังสามารถ ยึดอายัดทรัพย์จากขบวนการค้ายาเสพติดได้ถึง 12,417 ล้านบาท
​นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเปิด “ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ตั้งแต่ มิ.ย.67 ถึง ก.ค.68 จำนวนรวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ผลจากการปฏิบัติการดังกล่าวสามารถปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายได้ 9,252 เครือข่าย,  ตรวจค้นเป้าหมาย 33,242 จุด, ศาลอนุมัติหมายจับ 2,316 หมาย, ดำเนินคดี 61,420 คดี,  จับกุมผู้ต้องหา 62,616 คน, จับตามหมายจับได้ 3,346 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเพิ่มเติมอีกจำนวนมหาศาล ประกอบด้วย อาวุธปืน 2,849 กระบอก, ยาบ้า 329,773,549 เม็ด, เฮโรอีน 1,432.53 กิโลกรัม, คีตามีน 1,926.77 กิโลกรัม, ไอซ์ 27,974.43 กิโลกรัม, ยาอี 108,259 เม็ด, มูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ 4,580 ล้านบาท
​ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายระดับสูงที่ขับเคลื่อนแบบบูรณาการ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่กำชับทุกหน่วยเร่งด่วนทำลายเครือข่ายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของ บช.ปส.

นำโดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พร้อม รอง ผบช. และ ผบก.ในสังกัด ที่ลงพื้นที่จริง ลุยสืบสวน สกัดจับ ขยายผล จนถึงยึดทรัพย์ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1–30 ก.ค. 68 บช.ปส. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร, นบ.ยส.35,ป.ป.ส., ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กรมการปกครอง และหน่วยข่าวกรองทางทหาร จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญได้ถึง 19 คดี ผู้ต้องหา 45 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 46.88 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1,408 กิโลกรัม และ คีตามีน 150 กิโลกรัม ดังนี้ ​บก.ปส.1 : บุกจับ “พระอาจารย์บี” ยึดยาบ้า 881,600 เม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ​เมื่อวันที่ 9 ก.ค.68 เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.1 สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการลับกลางกรุง บุกจับ “พระอาจารย์บี” หรือ นายบรรณวัฒน์ พระลูกวัดชื่อดังย่านพระประแดง จว.สมุทรปราการ หลังพบพฤติกรรมใช้ผ้าเหลืองบังหน้า คุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่งยาทั่วกรุงเทพฯ สืบเนื่องจากการจับกุม นายชัยวัฒน์ พร้อมยาบ้าเกือบ 16,000 เม็ด และไอซ์ 732 กรัม เมื่อวันที่ 8 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ซัดทอดว่าเป็นเครือข่ายของพระอาจารย์บี เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับนัดส่งยาล็อตใหญ่ 40,000 เม็ด ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตรงข้าม รพ.ศิครินทร์ เขตบางนา  เมื่อถึงจุดนัด พบ นายชูศักดิ์ ยืนอยู่ใกล้รถต้องสงสัย ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน 2 กด 4XX กทม. ตรวจค้นพบยาบ้า 780,000 เม็ด และไอซ์ 12 กก. ซุกซ่อนในรถ ผู้ต้องหารับว่าเป็นเพียงคนส่ง เจ้าของยาคือ "พระอาจารย์บี" จำวัดอยู่ที่โยธินประดิษฐ์ จว.สมุทรปราการ และสามารถจับกุมพระอาจารย์บี ได้ขณะซ้อนท้ายจักรยานยนต์ออกจากวัด  ตรวจค้นกุฏิพบเครื่องชั่งดิจิตอล 2 เครื่อง และไปตรวจค้นห้องพักของนายชูศักดิ์ในซอยบางนา–ตราด 46 เมื่อตรวจสอบต่อ พบยาบ้าอีก 101,600 เม็ด รวมของกลางยาบ้า 881,600 เม็ด, ไอซ์ 12 กก., รถยนต์ 1 คัน, โทรศัพท์ 3 เครื่อง, เงินสดกว่า 2.7 ล้านบาท, รถ จยย. 2 คัน และของกลางอื่นรวม 11 รายการ ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก และอยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top