Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ไทยเตรียมส่งคืน 18 ทหารกัมพูชา พรุ่งนี้ ยึดตามสนธิสัญญาเจนีวา – ตอกหน้าเขมรปล่อยเฟกนิวส์

ไทยเตรียมส่ง 18 ทหารกัมพูชา ซบ 'ฮุนเซน' พรุ่งนี้ ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตามสนธิสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ตอบโต้กัมพูชาปล่อยข่าวปลอมกล่าวหาไทยลักพาตัวทหารกัมพูชา

(31 ก.ค. 68) - รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคงกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านโอร์เสม็ด เทศบาลสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา

โดยไทยจะส่งมอบทหารกัมพูชา ที่ล้ำแดนไทยเข้ามาในดินแดนไทย ระหว่างการสู้รบ บริเวณพื้นที่ซำแต จ.ศรีสะเกษ ภายหลังไทยดูแลตามหลักสากล และมนุษยธรรม

ทั้งนี้ ทหารกัมพูชา 18 คนนี้ มีบาดเจ็บ 1 คน แขนหัก และอีก 1 คน มีอาการทางจิต เสียสติ จากการสู้รบเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ฝ่ายทางไทย ได้ดำเนินการตามสนธิสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 (Geneva Convention relative to the Treatment of Prisoners of War) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อนุสัญญาเจนีวา ที่ลงนามในปี 1949 อนุสัญญาฉบับนี้เกี่ยวกับการปฏิบัติ และการส่งทหารกัมพูชา ที่ถูกควบคุมตัว กลับประเทศหลังสิ้นสุดการสู้รบ

อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 (1949) กำหนดให้ทหารที่ถูกควบคุมตัว ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม รวมถึงการให้อาหารอย่างเพียงพอ การส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ การส่งตัวทหารที่ถูกควบคุมตัว กลับประเทศ กำหนดให้ทหารที่ถูกควบคุมตัว ได้รับการปล่อยตัว และส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด โดยไม่ชักช้า หลังจากสิ้นสุดการสู้รบ ซึ่งอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 เป็นหลักประกันทางกฎหมาย ที่สำคัญในการคุ้มครองเชลยศึกในช่วงสงคราม

ก่อนหน้านี้ ทางกัมพูชาได้ปล่อยข่าวปลอมว่า ทหารไทยได้ลักพาตัวทหารกัมพูชา

กองทัพภาคที่ 2 เผยควบคุมตัว ‘ทหารกัมพูชา’ 20 นาย เข้าแดนไทย ยอมจำนน เพราะกระสุนหมด!! พร้อมส่งทหารเดี้ยง 2 นาย รักษา รพ.ในไทย

(31 ก.ค. 68) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พบความเคลื่อนไหวสำคัญของกองกำลังกัมพูชา ทั้งการเสริมกำลังตามแนวชายแดน และการใช้โดรนบินลาดตระเวนในหลายจุด ตั้งแต่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวทหารกัมพูชา 20 นาย บริเวณช่องซำแต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังฝ่ายทหารกัมพูชายอมจำนนเนื่องจากกระสุนหมด ในจำนวนนี้มี 2 นายบาดเจ็บ ถูกส่งตัวรักษาที่ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมให้จิตแพทย์ประเมินอาการเนื่องจากอาจมีภาวะเครียดจากการรบ

ทั้งนี้ อาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้ ถูกส่งให้เจ้าหน้าที่สรรพาวุธตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนทหารทั้ง 20 นาย ถูกดำเนินคดีฐานเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และอยู่ระหว่างสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรมของไทย

‘ประวิตร’ ชี้ ‘ลองเฟย์สัน’ ตกเป็นเหยื่อคนที่หากินกับเรื่อง ม.112 หลังศาลอาญา สั่งจำคุกปมคอมเมนต์ใต้โพสต์ “กลุ่มตลาดหลวง"

(31 ก.ค. 68) นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว และผู้สื่อข่าวข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ เจ้าของฉายานักข่าวเทวดา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความเห็น กรณีช่างไฟวัย 29 ปี ที่ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า ‘ลอเฟย์สัน’ Laufeyson) ถูกศาลอาญาตัดสินจำคุก ในความผิด ม.112 หลังเข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ กลุ่มรอยัลลิสต์มาเก็ตเพลส ว่า เขาคือเหยื่อทั้ง #ม112 และเจ้าของตลาด เจ้าของตลาดหลวงเขาไม่เดือดร้อนหรอก เขามีงานสอนมหาลัยในต่างแดน เงินเดือนดี อวดใช้ของแบรนด์เนมแพงๆเป็นอาจินต์ ส่วนคุณก็เข้าคุกไป เป็นเหยื่อของห่วงโซ่อาหาร (food chain) ของการวิพากษ์ (หรือด่าใส่ร้าย) สถาบันฯ แถมดีไม่ดีเจ้าของตลาดเอาเรื่องที่คุณลอเฟย์สัน ที่เป็นช่างไฟ อายุเพียง 29 ต้องติดคุก ไปแคมเปญหากินในต่างแดนต่อได้อีก

อ่านข่าวแล้วสลด ทั้งกฎหมายที่อยุติธรรม และระบบห่วงโซ่ทางอาหารของคนที่หากินกับตลาดแบบนี้ ชื่อตลาดที่ใช้คำว่า "รอยัลลิสต์มาเก็ตเพลส" มันก็ fake แล้ว... น่าสะอิดสะเอียนกับห่วงโซ่อาหาร ของการด่าเจ้า เพราะคุณลอเฟย์สันก็กลายเป็นเพียงตัวเลขสถิติของจำนวนคนติดคุก 112 ส่วน 98-98% ของตัวบิ๊กเขาอยู่ต่างแดน เหลือสู้อยู่ในคุกก็อย่างแค่ อานนท์ นำภา

สำหรับ กลุ่ม "รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส - ตลาดหลวง"นั้น ก่อตั้งขึ้นโดย รศ.ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัย

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบสิ่งของช่วยเหลือจากกลุ่มพลังมวลชน จ.พิษณุโลก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) เวลา 13.30 น. พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีรับมอบสิ่งของช่วยเหลือจากกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพิษณุโลก ในนามของจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้แทนมอบสิ่งของร่วมกับคุณสุเกียรติ ด่านพิษณุพันธ์ และกลุ่มพลังมวลชน จ.พิษณุโลก รวม 27 หน่วยงาน ณ ห้องโถงกลาง สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สิ่งของที่นำมามอบประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าห่ม และเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการช่วยเหลือกำลังพลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยกองทัพภาคที่ 3 จะส่งต่อสิ่งของทั้งหมดให้กองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปแจกจ่ายยังพื้นที่เป้าหมายอย่างเหมาะสม

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อจังหวัดพิษณุโลก และพี่น้องประชาชนที่ร่วมแสดงน้ำใจอันงดงาม พร้อมย้ำว่ากองทัพภาคที่ 3 จะดำเนินการแจกจ่ายสิ่งของให้ทั่วถึงและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่จังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบเหตุ

(31 ก.ค.68) เวลา 09.00 น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยม ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เลขานุการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมคณะ 

ผบ.ตร.และคณะ ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน (สภ.เมืองน่าน) โดยมี พล ต.ต.นพดล กรึงไกร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 , พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน (ผบก.ภ.จว.น่าน) , รอง ผบก.ภ.จว.น่าน , ผกก./หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ภ.จว.น่าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ผบ.ตร. กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน พบว่ายังมีน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ กำชับให้ตำรวจพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างเต็มที่ ทั้งการอพยพ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพมาก่อเหตุซ้ำเติม หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เข้าสู่ระยะฟื้นฟู ต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมทั้งให้แต่ละโรงพักสำรวจความเสียหายอาคารที่ทำการ บ้านพัก ยานพาหนะ และทรัพย์สินของทางราชการ รายงานไปยังตำรวจภูธรจังหวัดเพื่อรวบรวมรายงานต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินการซ่อมแซม ต่อไป

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการทุกพื้นที่เตรียมแผนเผชิญเหตุรับมือสถานการณ์ และก่อนถึงฤดูกาลปีหน้า ทั้งก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ ขณะน้ำเริ่มลด และหลังน้ำลด นำการถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายครั้งที่ผ่านมา มาเป็นแผนปฏิบัติเตรียมการในครั้งนี้ รวมทั้งถอดบทเรียนน้ำท่วมในครั้งนี้เพื่อเป็นแผนรองรับในปีต่อๆไป เพื่อบริหารจัดการ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ จะช่วยให้ความเสียหายที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมเบาบางลง โดยขอให้ตำรวจในพื้นที่มีแนวคิด (mindset) ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนเสมือนเป็นญาติของเรา จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง

หลังการประชุม ผบ.ตร.ได้ตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมบ้านพัก และแฟลตตำรวจ สภ.เมืองน่าน และ ภ.จว.น่าน พร้อมให้กำลังใจ มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจ จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะเดินทางไปพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน ณ บ้านแสงดาว หมู่ 2 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง , พื้นที่ ต.กองควาย อ.เมืองน่าน , พื้นที่ สภ.ภูเพียง , พื้นที่ สภ.เวียงสา เพื่อตรวจพื้นที่ดูทิศทางกระแสน้ำ และเยี่ยมให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

ตร. และภาคีร่วมแถลงผลการส่งคลิปกล้องหน้ารถ โครงการอาสาตาจราจร พร้อมรณรงค์ขับขี่ตามกฎจราจร ผ่านโครงการถนนปลอดภัย 

(31 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร.(มค) มอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(มค 1) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ แจ้งอริยวงศ์  รอง ผบช.สยศ.ตร พล.ต.ต.สหัสสชัย โลจายะ ผบก.ผค. พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษา ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ฝ่ายสื่อสารองค์กร สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 คุณวีณา เสรีอรุโณ หัวหน้าฝ่ายโปรดิวเซอร์ สถานีวิทยุ จส.100 พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร. คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัย ทางถนน วุฒิสภา ร่วมแถลงผลการขับเคลื่อนโครงการ อาสาตาจราจร ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยยังคงมอบเงินรางวัลให้กับเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี หรือเป็นคลิปที่เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเกิดการตระหนักรู้ในการขับขี่ตามกฎจราจร โดยงานวันนี้มีการมอบรางวัล ให้กับคลิปที่ได้รับการคัดเลือก ประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 68 รวม 20 รางวัล เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัย เป็นผู้สนับสนุน    

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า คลิปที่ประชาชนส่งมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้จัดทำโครงการ  “อาสาตาจราจร” ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ, บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด, จส.100 และ สวพ.91 เพื่อเป็นโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนช่วยกันเป็นตาจราจร ส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจร หรือคลิปอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกล้องหน้ารถ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นพยานหลักฐาน ในการติดตาม ผู้กระทำผิดกฎจราจรมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งนำไปใช้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ให้ประชาชนขับขี่ตามกฎจราจร ด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างในคลิป 

สำหรับวันนี้เป็นการการมอบรางวัลของคลิปที่ได้รับการคัดเลือกประจำเดือน เมษายน และ พฤษภาคม 2568 รวมจำนวน 20 คลิป โดยทางคณะทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมกันคัดเลือก และมอบรางวัลให้เจ้าของคลิปดังกล่าว โดยมี บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เป็นผู้สนับสนุน เงินรางวัล ซึ่งรอบนี้มีอุทาหรณ์จากการขับรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรทั้งการตัดหน้าระยะกระชั้นชิด และการเปลี่ยนช่องทางเดินรถกะทันหัน จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น เหตุการณ์จากคลิปเหล่านี้ จะเป็นข้อเตือนใจให้พี่น้องประชาชนเคารพกฎหมายและมีน้ำใจบนท้องถนนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้ร่วมทาง    

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณประชาชนทุกท่าน ที่ส่งคลิปมา เพื่อร่วมกันเป็น “อาสาตาจราจร” ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้ รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร 100 % เพื่อสร้างจิตสำนึกการขับขี่ตามโครงการถนนปลอดภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ครับ ขอบคุณครับ 

‘โฆษก ทบ.’ รับไทยยึดตัว ‘ปราสาทตาควาย’ ไม่ได้ เหตุเขมรวางทุนระเบิด แต่ยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้มากกว่าเดิม

(31 ก.ค. 68) โฆษก ทบ.ยอมรับไทยยังยึดตัวปราสาทตาควายไม่ได้ แต่ยึดพื้นที่ได้มากกว่าเดิมก่อนปะทะ เหตุเขมรวางทุ่นระเบิดดัก ทำให้เข้ายึดไม่ได้ก่อนเส้นตายหยุดยิง ด้านกองทัพภาคที่ 2 แจง ทั้งสองฝ่ายวางกำลังคนละด้าน ห่างกัน 50 เมตร
.
จากกรณีนักข่าวชาวกัมพูชาโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า ปราสาทตาควาย 30 ก.ค.68 ในทำนองว่าเขมรยึดปราสาทตาควายได้แล้ว

ล่าสุด พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงยอมรับว่า ตัวปราสาทตาควาย ทหารไทยยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% แต่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่รอบปราสาทตาควายได้ตามเป้าหมาย และมากกว่าก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งเราควบคุมคนละด้านกันฝั่งกัมพูชา เนื่องจากถึงเที่ยงคืนตามเวลาหยุดยิงก่อน และทหารเขมรมีการวางทุ่นระเบิด PMN-2 จำนวนมากรอบปราสาท จน "หมวดบุ๊ค" ถูกระเบิดจนสูญเสียขาขวาขณะกรุยทางเข้าไป

ทำให้ผู้บัญชาการทหารแนวหน้า ต้องเลือกรักษาชีวิตทหาร เนื่องจากพบวางไว้ทั่ว ซึ่งการวางทุ่นระเบิด PMN-2 เป็นการวางระเบิดชนิดนี้ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ปฏิเสธข่าวที่ว่าไทยสูญเสียการควบคุมปราสาทตาควายให้แก่กัมพูชาวไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชายังไม่มีฝ่ายใดยึดครองปราสาทดังกล่าวได้ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลอยู่ในขณะนี้ ทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถาน ซึ่งฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงและเคารพกติกาสากลอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการดำเนินการทางทหารในพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม

ด้านกองทัพภาคที่ 2 แถลงว่า เนื่องจากมีการหยุดยิงก่อน จึงยังไม่สามารถยึดพื้นที่เนิน 350 ของปราสาทตาควายได้ บริเวณตัวปราสาทยังคงมีกำลังของทั้งสองฝ่ายอยู่ในพื้นที่ ควบคุมพื้นที่คนละด้านของโบราณสถานห่างกัน 50 เมตร

รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลฯ งดรับผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชา สั่งจำกัดพื้นที่รักษาชัดเจน!! หวั่นเหตุความไม่สงบชายแดน

(31 ก.ค. 68) โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ประกาศงดให้บริการผู้ป่วยใหม่ชาวกัมพูชาเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ 31 ก.ค. – 10 ส.ค. 2568 พร้อมยกเลิกการรับยาแทนผู้ป่วย และปิดบริการพรีเมียม SMC โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการให้บริการทางการแพทย์

ในประกาศระบุว่า จะยกเลิกการทำงานของผู้ช่วยสื่อสารชาวกัมพูชาและจิตอาสาต่างชาติทั้งหมด และให้จำกัดพื้นที่ดูแลผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและการควบคุมที่เหมาะสม

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลเคยให้บริการต่อเนื่องแก่ทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ รวมถึงชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนมารักษา แต่จากมติคณะกรรมการคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ ได้มีการปรับมาตรการรองรับสถานการณ์ชายแดนที่ยังไม่สงบในขณะนี้ 

ในหลวง พระราชทานขาเทียมแก่ทหาร 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บขาขาดจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

(31 ก.ค. 68) - เพจเฟซบุ๊ก ข่าวทหาร โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานขาเทียมที่ดีที่สุดในโลกให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บขาขาด รวมจำนวน 3 นาย ได้แก่

1. ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร
2. พลทหาร ธนพัฒน์ หุยวัน
3.จ่าสิบเอก พิชิตชัย บุญชูหล้า

โดยมีพระราชกระแส รับสั่งว่า “เป็นทหารที่มีคุณภาพ มีไฟ ของกองทัพ ทั้งนี้หากไม่อยากทำงาน light duty ก็อย่าไปบังคับเขา ให้เขาได้ฝึกและทำงานหน่วยรบตามใจอยากต่อไปได้"

ผบ.ทหารเขมร ขอส่งทหาร-พลเรือนเจ็บมารักษาในไทย แต่แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิเสธ บอกไม่มีอำนาจทำตามคำร้องขอ

เมื่อวันที่ (30 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก สนธิ X ได้โพสต์ข้อความว่า พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กล่าวว่า ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ได้พบปะกับ แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยที่ช่องสะงำ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งทีมประสานงานร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาสถานการณ์ให้มีเสถียรภาพ

ในระหว่างการประชุม กัมพูชาได้เรียกร้องให้กองทัพไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยยุติการเคลื่อนกำลังพลและงดเว้นการเสริมกำลังเพิ่มเติม

ผู้บัญชาการทหารกัมพูชายังได้ร้องขอให้ทางการไทยอนุญาตให้ทหารและพลเรือนกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บข้ามพรมแดนเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ กัมพูชายืนยันให้ทหารไทยไม่ล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนของกัมพูชา

"อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่าพวกเขาไม่ได้รับมอบอำนาจให้ทำการตัดสินใจที่ผูกพันใด ๆ ในระหว่างการหารือนอกรอบนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความเสียใจต่อความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากความขัดแย้ง โดยยอมรับว่าการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งปรากฏในสื่ออาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์บานปลาย ..." สื่อกัมพูชาระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top