Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ตำรวจจราจรพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน

(9 ก.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจจราจรได้เข้าให้ความช่วยเหลือกรณีมีรถจอดเสีย เครื่องยนต์ขัดข้อง และที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรด้วยความเข้มแข็งในจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและจุดต่อเนื่องมาโดยตลอด  ประกอบกับตลอดสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดหลายพื้นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชื่นชมข้าราชการตำรวจจราจร ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วมขังดังกล่าว และส่งกำลังใจไปให้ข้าราชการตำรวจ ขอให้ช่วยกันดูแล ช่วยเหลือ ประชาชนในช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
1. ให้เฝ้าระวังจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และประสานหน่วยระบายน้ำออกจากจากคลองสายหลักและสายรองที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ระบายมาจากพื้นผิวถนน 
2. เร่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณท่อระบายน้ำ บนผิวถนน เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากผิวถนนในกรณีฝนตกในปริมาณสูง 
3. ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมกรณีมีน้ำท่วมขัง ฉุกเฉินบนผิวการจราจร
4. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานีสูบน้ำ โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงาน ได้ในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนและ่ชวงกลางคืน เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำ
5. จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชน กรณีรถจอดเสียจอดตายจากน้ำท่วมขังโดยให้จัดเตรียมรถยก รถลากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และชุดช่วยเหลือประชาชนกรณีมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน เจ็บป่วยฉุกเฉิน 
6. ให้ประชาสัมพันธ์จุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมเส้นทางหลีกเลี่ยง โดยเร็วและจัดทำป้ายแจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประชาชนทราบก่อนถึงถึงจุดที่มีน้ำท่วมขังเพื่อเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว 
7. ขอความร่วมมือบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่กระทบต่อผิวการจราจรให้ดำเนินการ มิให้มีเครื่องจักรหรือวัสดุก่อสร้างใดๆกีดขวางทางระบายน้ำ
8. สำรวจและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้เส้นทางในช่วงฤดูฝน เช่น จุดที่มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัย หรือพื้นผิวถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเพื่ออำนวยความปลอดภัยแก่ประชาชน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ย้ำว่า ตำรวจจราจรทุกนายพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมความพร้อมและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของทุกท่าน

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจร หรือเส้นทางที่มีสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, ตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ขอนแก่น - ”สร้าง พัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์" ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้ 

(9 ก.ย. 68 ที่ ห้องประชุมพาวิลเลี่ยม โรงแรมราชาวดี จังหวัดขอนแก่น  นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสร้าง พัฒนา และรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์องค์กร “ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้” ประจำปี 2568  โดยมี นายธีระพงษ์  โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นวิทยากรบรรยาย พร้อมด้วย นางทรงศิริ  แก้วคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น นำเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยผู้ดูแลหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และเสียงตามสายในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) เครือข่ายประชาสัมพันธ์ กว่า 120  คนเข้าร่วม เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะครบวงจร

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  เครือข่ายประชาสัมพันธ์ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไปสู่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเน้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยให้ข้อมูลข่าวสารถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และตรงประเด็น

นอกจากนี้ จังหวัดยังดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ผ่านศูนย์ CI ซึ่งแม้ไม่มีระเบียบรองรับ แต่สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อบำบัดผู้เสพกว่า 170 คน ในระบบการแพทย์และการติดตามอย่างใกล้ชิด มุ่งสู่เป้าหมาย “จังหวัดสีขาว” ที่ปลอดยาเสพติด พร้อมคืนคนดีสู่สังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในทุกหมู่บ้าน.

กาฬสินธุ์-ม.กาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติหลวงตาสินทรัพย์-แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ

(9 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติ “หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม” (พระสิ้นคิด) เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แม่ทัพธรรมแห่งภาคอีสาน และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เนื่องในวาระวันสถาปนาครบรอบ 10 ปี

วันที่ 9 กันยายน 2568  ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้มีการจัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ (บุคคลแห่งปี 2568) ประกอบด้วยฝ่ายฆราวาส และฝ่ายสงฆ์

โดยฝ่ายฆราวาส ทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่มีบทบาทสำคัญ ในการปกป้องรักษาอธิปไตย  และการทวงคืนผืนแผ่นดินไทยกลับมากว่า 10 แห่ง อันเป็นการแสดงถึงความเข็มแข็ง กล้าหาญ รักชาติรักแผ่นดิน อีกทั้งยังแสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำอันน่ายกย่อง
ส่วนฝ่ายสงฆ์ เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีพระสงฆ์ในอารามสำคัญหลายรูป ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่พระศาสนา จนนำมา ซึ่งวิกฤติศรัทธา  แต่หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม (พระสิ้นคิด)  แห่งพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี กลับทุ่มเท กำลังกาย และ กำลังทรัพย์ ในการเผยแผ่ธรรมะอย่างไม่ลดละ โดยสามารถนำพาพุทธศาสนิกชนออกบวชเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งเสริมอุบาสกอุบาสิกา ในการปฏิบัติธรรมอย่างกว้างขวาง สร้างความศรัทธาแก่สาธุชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทั้งนี้ที่สำคัญหลวงตาสินทรัพย์ ยังได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมในการสนับสนุนทางการเงินแก่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองมีภัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม  และภาวะสงคราม ท่านก็ส่งปัจจัยและหน่วยกู้ภัยไปช่วยเหลือราษฎรอย่างไม่รั้งรอ  และด้วยเหตุนี้จึงได้รับสมญานามว่า "แม่ทัพธรรมแห่งแผ่นดินอีสาน” ซึ่งคณะศิษย์ยานุศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม ขอน้อมใจมุทิตาสักการะ และร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ ในโอกาสนี้หลวงตาสินทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจ และรู้สึกยินดีกับพลโทบุญสิน ที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะสังคมไทยเวลานี้ต้องการคนที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  รู้จัก อื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาธรรม ซึ่งการที่สังคมไทยจะเจริญงอกงาม ไม่ได้อยู่ที่การศึกษาอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณธรรม จริยธรรม จึงฝากให้พุทธศาสนิกชนตั้งมั่นอยู่ในศีล ในธรรม และประพฤติตัวเป็นคนดีของสังคม

ด้านพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  ได้กล่าวถึงการรับโล่เชิดชูเกียรติว่า ภูมิใจที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้มาเพียงเพราะตนคนเดียว และจะรักษารางวัลนี้ไว้ พร้อมจะรักษาสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต เมื่อตนพ้นจากหน้าที่ไปแล้วก็จะใช้สติปัญญาความรู้ ประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมและกองทัพโดยจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด

ปส.บุก EP.3 ทลายเครือข่าย 'หมอแอร์' รวบหมอ–เจ้าของคลินิก 11 ราย เปิดคลินิกบังหน้าสั่งยาจาก อย. ค้ายาเสียสาว

(9 ก.ย.68) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดปฏิบัติการ EP.3 ขยายผลเครือข่ายยาเสียสาว “หมอแอร์” นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 11 จุด ในกรุงเทพฯ สุรินทร์ ภูเก็ต และชลบุรี มีผู้ต้องหาในเครือข่ายรวม 11 ราย แบ่งเป็น แพทย์ 9 ราย เจ้าหน้าที่เวชระเบียน 1 ราย และเจ้าของคลินิก 1 ราย

หนึ่งในจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.1 เข้าจับกุมแพทย์ชายที่อพาร์ตเมนต์ย่านซอยรางน้ำ หลังตรวจสอบยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยมีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกย่านห้วยขวาง เพื่อสั่งยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ไม่เคยปฏิบัติงานจริง เพียงให้ทางคลินิกนำป้ายชื่อไปแขวน แลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ตรวจสอบพื้นที่กลับพบว่าเป็น ร้านสัก (Tattoo) ไม่ได้เปิดบริการทางการแพทย์ อีกทั้งยังพบว่าแพทย์รายนี้เป็นอายุรแพทย์ ไม่ใช่จิตแพทย์ตามที่อ้าง

อีกจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่บุกจับแพทย์ชายภายในหอพักโรงพยาบาล ขณะเพิ่งออกเวร โดยผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับ “หมอแอร์” และถูกชักชวนให้ใช้ชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกแลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งยา และอ้างว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นการปลอมแปลง

พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปส.1 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมใช้ชื่อคลินิกและเวชระเบียนในการสั่งยาจาก อย. แต่ไม่นำไปใช้รักษาผู้ป่วยตามวัตถุประสงค์ กลับนำออกจำหน่าย ซึ่งเข้าข่ายความผิด “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันแล้ว และสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจะได้มีการสืบสวนขยายผลต่อไป

นับตั้งแต่ปฏิบัติการ EP.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 12 ราย รวมถึง “หมอแอร์” ซึ่งขณะนี้สำนวนคดีถูกอัยการส่งฟ้องแล้ว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา

ความคืบหน้าล่าสุด ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม

พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมที่บ่อนทำลายสังคมไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินหน้าตามล่าผู้กระทำผิดทุกรายให้ถึงที่สุด และขอเตือนบุคคลที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า ไม่สามารถพ้นจากการติดตามและการบังคับใช้กฎหมายได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน สามารถแจ้งได้ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘นิ้วกลม’ สะท้อนคอร์รัปชันต่ำทำประเทศพัฒนาเร็ว เปรียบสโลวาเกียเจริญกว่าไทยแม้เป็นประชาธิปไตยไม่นาน

(9 ก.ย.68) เอ๋ – สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือที่รู้จักในนามปากกา ‘นิ้วกลม’ นักเขียนชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย และสโลวาเกีย ว่า ความเจริญคือ public space

สโลวาเกียเป็นประเทศที่เพิ่งก้าวเท้าออกจาก 'ม่านเหล็ก' ไม่นานนัก ก็เมื่อโซเวียตล่มสลายลงนั่นแล จากนั้นแยกจากเชคปี 1993 บ้านเมืองยังต้องพัฒนาในหลายมิติ แต่มีแนวโน้มไม่เลว โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงกว่าไทยประมาณ 3.6 เท่า (27,000 กับ 7,500 ดอลลาร์) ถือเป็นประเทศรายได้สูง

ประชากร 5.4 ล้าน (น้อยกว่าไทย 13 เท่า) พื้นที่เล็กกว่าไทย 10.5 เท่า เอาโคราชมาเบิ้ลสองครั้งก็เกือบเท่าประเทศนี้ แต่ศักยภาพสร้างรายได้สูงเชียว

ลองเช็กอันดับคอร์รัปชันกับความเป็นประชาธิปไตย ช่วงปีหลังๆ อาจมีแนวโน้มแย่ลง (ไม่แย่เท่าเราหรอก) แต่สภาพบ้านเมืองก็เห็นการพัฒนาไม่น้อย (เพราะก่อนหน้านี้ดีมาก) ปัจจุบันอัตราคอร์รัปชันของสโลวาเกียอยู่ในกลุ่มกลางค่อนบน ถือว่า 'ค่อนข้างสะอาด' ส่วนของเราอยู่ในกลุ่ม 'ค่อนข้างคอร์รัป' 

เมื่อวานลองเดินเล่นริมแม่น้ำดานูบที่จัดสรรพื้นที่ริมน้ำได้ดีงามจนน้ำตาจะไหล ง่ายๆ แต่น่าเดิน น่าวิ่ง น่านั่ง น่านอน

ชาวเมืองออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งยามเย็น นั่งมองแม่น้ำบ้าง คุยเล่นบ้าง นอนกอดกันหวานชื่นบ้าง จูงมาเดินบ้าง ดูสบาย เรียบง่าย มีความสุข

การจัดสวนและแลนด์สเคปไม่หวือหวาอะไรเลย สนามหญ้าเรียบ ต้นไม้ใหญ่ที่เก็บไว้และปลูกเพิ่ม กอหญ้าแพมพัสฟูๆ เพิ่มบรรยากาศนุ่มๆ ทางวิ่งตรงๆ และที่นั่งขั้นนบันได เขยิบขึ้นไปมีร้านอาหารและผับเบียร์ให้ผู้คนนั่งชิลล์มาวิวแม่น้ำ จัดสรรดี เสียงไม่โหวกเหวกเอะอะมะเทิ่ง ดีไซน์เรียบกลมกลืนกับสวน

แค่เดินเล่นและนั่งมองแม่น้ำก็มีความสุข แข้งขาก็คันคะเยออยากวิ่งขึ้นมาซะงั้น ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าเขียว มองไปคล้ายบางกระเจ้า วันนี้ว่าจะไปสำรวจ เห็นว่าเป็นเมืองใหม่ดีไซน์เลิศ

บ้านเมืองที่ดีต้องมีพื้นที่สาธารณะที่คนเข้าถึงง่าย ใช้แล้วมีความสุข ไม่ใช่จะเข้าถึงพื้นที่ดีๆ สวยๆ ต้องมีเงินถุงเงินถัง และสงวนไว้ให้เฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ

ทุกครั้งที่เจอพื้นที่ริมแม่น้ำดีไซน์ดีๆ ผมจะนึกถึงริมเจ้าพระยาเสมอเลย เราไม่จำเป็นต้องมีบรรยากาศแบบเดียวกันกับเขา เราก็ทำแบบเรา ดูแลชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยริมน้ำด้วย และจัดสรรพื้นที่ให้รื่นรมย์น่าใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย อาจไม่ง่าย แต่ก็น่าทำ เพราะเวลามีพื้นที่สาธารณะแบบนี้ในเมือง มันคือสวรรค์น้อยๆ สำหรับประชาชนเลย

ที่สำคัญ เป็นสวรรค์ที่ "เข้าฟรี" ด้วย

ผมแอบคิดว่า ปริมาณพื้นที่สาธารณะที่ดีน่าจะแปรผกผันกับจำนวนผู้ป่วยทั้งกายและใจ (เผื่อใครมีงานวิจัยเรื่องนี้)

และเวลาอยู่ในบ้านเมืองที่มีพื้นที่สาธารณะดีๆ ผมจะรู้สึกว่า "อิจฉาเค้าจัง ภาษีของพวกเค้าถูกเอาไปใช้พัฒนาประเทศ"

"กลิ่นความเจริญ" มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.68) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและระบบระบายน้ำไม่ทัน

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) กำลังพลจากเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรจุถุงทรายและวางแนวป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินการอพยพประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสนับสนุนภารกิจอื่นๆตามที่ร้องขอต่อไป

ชาวบ้านไม่ทน!! ขับไล่เมียเขมรของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังพบเป็นไส้ศึก...แอบถ่ายภาพอาวุธ-รถถังไทย ส่งทหารกัมพูชา

เมื่อวันที่ (7 ก.ย.68) ที่ศาลาประชาคมบ้านไซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านรวมตัวประชุมเพื่อหารือกรณีหญิงชาวกัมพูชาชื่อ 'นางเขื่อน' ภรรยาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก แอบถ่ายภาพรถถังและอาวุธของทหารไทย ส่งต่อให้ฝั่งกัมพูชา รวมถึงแชร์โพสต์บิดเบือนใส่ร้ายทหารไทย ทำให้ชาวบ้านมีมติเรียกร้องให้ขับออกจากพื้นที่

นายสมบัติ สุขงาม กำนัน ต.ไพรพัฒนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจต่อชุมชนชายแดน เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียด จึงเชื่อว่าการแชร์พิกัดและข้อมูลทางทหารอาจกระทบต่อความปลอดภัยของชาวบ้านและกองกำลังในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากรวมหลักฐานการโพสต์และคลิปบิดเบือนมานำเสนอในการประชุม

ต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมตรวจสอบ พบว่านางเขื่อนแม้จะมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่วีซ่าขาดอายุตั้งแต่ พ.ค. 2566 อีกทั้งมีญาติรวม 7 คน ที่บางส่วนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสรุปผลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ

พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตร ตม. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาอยู่เกินกำหนด 2 ราย และข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดไปบันทึกการจับกุม ส่งฟ้องศาล และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ชาวบ้านไซรไปรกว่า 200 คนที่มารอฟังผลพอใจกับการดำเนินการ และแยกย้ายกลับโดยสงบ

สว.'โวย' รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี  เลือกเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปก ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่พัฒนา ทำงานไม่ตรงกับมิติ ศอ.บต.พัฒนา สร้างความเป็นธรรม แย่งชิงมวลชน 

ฝากรัฐบาล 'อนุทิน' เอาคนมานั่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากปกครอง ทำงานกับผู้ว่าฯนายอำเภอ

จากกรณีที่เลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ ย้ายเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องรีบแต่งตั้ง เลขาธิการคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาแทรกซ้อนมากมาย

(9 ก.ย.68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กล่าวว่าโยกย้ายเลขาธิการ ศอ.บต.ไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงแรงงานฯที่ผ่านมา ศอ.บต.มีความบิดเบี้ยวหลายประการ ถูกวิพากวิจารณ์ว่าให้ผู้ทำงานเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปกไม่ตรงกับงานทำหน้าที่ ตนเรีกยอย่างนี้ว่า ศอ.บต.เป็นหน่วยงานที่มีมิติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดูแลในการสร้างงาน การลงทุน การพัฒนา เพื่อให้ชายแดนภาคใต้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดีขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นคนว่างงาน เดินทางไปทำงานในต่างภูมิภาค เดินทางไปทำงานในต่างประเทศมาเลเซีย เราไม่ต้องการเห็นนักเรียนที่จบมาใหม่ตกงาน เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมอะไรรองรับ เพราะนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีความปลอดภัย”

นายไชยยงค์ ฯกล่าว มิติในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต.คือมิติของการพัฒนา มิติสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น มิติการแย่งชิงมวลชน มิติทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เป็นคนของรัฐ ให้หันมาสนับสนุนนโยบายของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายเรื่องเราไม่ทำ  โดยเฉพาะ 2 ปีที่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งานด้านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหม่ๆยุทธศาสตร์ใหม่ๆ พึ่งจะเห็นใน 2 เดือนสุดท้ายมีการระดมใช้นโยบายวาระน้ำกระท่อมพืชกระท่อม ต้มน้ำกระท่อมขายอย่างจริงจัง ทำได้อย่างจริงจังแค่ 2 เดือน เลขาธิการ ศอ.บต.ย้าย เปลี่ยนรัฐบาล การต่อสู้กับยาเสพติดในระดับล่างคือพืชกระท่อม เข้าใจว่าคงยุติแค่นี้

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า ปัญหาของ ศอ.บต.ที่ผ่านมาเหมือนกับเราไม่รู้ว่า ศอ.บต.ทำงานกับใคร ศอ.บต.ทำงานกับฝ่ายปกครอง ฉะนั้นคนที่จะมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากฝ่ายปกครองมาจากผู้ว่าฯมาจากอธิบดีฝ่ายปกครอง เพราะอะไร เพราะเลขาธิการ ศอ.บต.และหน่วยงาน ศอ.บต.ต้องทำงานกับผู้ว่าฯทั้ง 5 จังหวัด นายอำเภอ

“แต่เมื่อเรามาไล่ดูวันนี้เลขาธิการ ศอ.บต.มาจากระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการคนแรกมาจาก ปปส. รองคนที่สองมาจากดีเอสไอ. รองคนที่สามว่างงาน เพราะไม่มีคนใช้งาน เพราะฉะนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผิดฝาผิดตัวมา วันนี้ถือว่าที่ผ่านแล้วผ่านไป รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบบริหารประเทศไทย จะต้องส่งคนที่มีความรู้ความสามารถและคัดเลือก” บุคลากรมาจากฝ่ายฝ่ายปกครอง มาทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเรื่องอื่นๆ เพราะ ศอ.บต.อีกขาที่ไปหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินคู่กัน ต้องมีการทำหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี”

นายไชยยงค์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นแรกเลขาธิการ ศอ.บต.จะต้องมาจากฝ่ายปกครอง ในอดีตที่แรกเริ่มก่อตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ. ศอ.บต.เป็นคนของฝ่ายปกครอง เอารองปลัดกระทรวงคนหนึ่งคนใดมาทำหน้าที่ ผอ.ศอ.บต.ในการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันผู้ว่าฯเพราะตำแหน่งรองปลัดกระทรงมหาดไทยไปจากผู้ว่าฯ การบริหารจึงเป็นเนื้อเดียวกัน

นายไชยยงค์ฯ กล่าวอีกว่า ระยะหลังๆเอาคนจากคนอื่นๆมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.เชื่อไหม คำสั่งเชิญผู้ว่าฯไปประชุมที่ ศอ.บต.บางจังหวัดไม่ให้ความสำคัญ บางจังหวัดส่งปลัดไป ตนเป็นที่ปรึกษามานานมาก ตนเห็นปรากฎการณ์ความเสื่อมถอยของ ศอ.บต.ที่เราได้เลขาธิการไม่ตรงกับการทำหน้าที่ ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมขององค์กระทรวงมหาดไทยเขาจะฟังคนที่มาจากมหาดไทยเป็นหลัก เมื่อเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากตำรวจ ทหาร มาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถทำงานประสานกับฝ่ายปกครองได้เนื้อเดียวกัน ฝากไว้ให้พิจารณา

ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ เรียกคืน และตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระสุนขนาด 9 มม. ใช้ทดสอบยิงแล้วเกิดความเสียหายต่ออาวุธปืนของทางราชการ  

(8 ก.ย.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏภาพในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ VENOM เกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะการฝึกยิงปืนตามโครงการฝึกทักษะยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ในสถานีตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าคุณลักษณะเฉพาะของกระสุนมีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับอาวุธปืนของทางราชการหรือไม่ และกระสุนที่ส่งมอบดังกล่าวมีการผลิตได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานอาวุธปืน หรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า กระสุนขนาด 9 มม. ที่มีภาพปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นกระสุนยี่ห้อ VENOM ที่จัดหาโดยสำนักงานส่งกำลังบำรุง ในปี พ.ศ.2567 ตามสัญญาเลขที่ สพ.3/2567 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ส่งมอบครบถ้วนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยกองสรรพาวุธได้แจกจ่ายกระสุนปืนดังกล่าวให้หน่วยต่างๆ ในสังกัด รับไว้ใช้ในราชการแล้ว 

กระสุนยี่ห้อ VENOM ดังกล่าว ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE สาธารณรัฐทูร์เคีย(ตุรกี) เป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน นาโต้ สแตนดาร์ด (NATO Standard) มีผลิตและส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ตุรกี อเมริกา และในยุโรป ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนดใน TOR ได้แก่ การสุ่มตรวจคุณภาพกระสุน จากจำนวนกระสุนทั้งหมด โดยยิงทดสอบความคงทนของปลอกกระสุนจะไม่แตกหรือร้าว ยิงทดสอบขนาดของกลุ่มกระสุนที่ระยะ 25 หลา ยิงทดสอบเพื่อดูความเร็วต้นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ความเร็วที่วัดได้ค่าเฉลี่ย 383 เมตรต่อวินาที น้ำหนักหัวกระสุน 124 เกรน และตรวจสอบความถาวรของดินส่งกระสุน กระสุนเคลือบด้วยสารกันน้ำทั้งนัด ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจรับไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบแต่อย่างใด ขั้นตอนการจัดหา มีความโปร่งใส การตรวจรับพัสดุเป็นไปตามระเบียบสามารถตรวจสอบได้มีการบันทึกภาพ และคลิปวิดีโอ ไว้ทุกขั้นตอน 

แนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองสรรพาวุธได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยระงับการใช้งานกระสุนตามสัญญาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและให้นำกระสุนที่มีปัญหาดังกล่าวทั้งหมดกลับมาเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ ตามสัญญาบริษัทผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของกระสุน และรับผิดชอบอาวุธปืนที่ได้รับความเสียหายจากการใช้กระสุนดังกล่าว พร้อมทั้งจะตรวจสอบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากพบว่าสาเหตุเกิดจากกระสุนปืนตามสัญญาดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบโดยการเปลี่ยนให้สามารถใช้ได้ดีดังเดิม

สำนักงานส่งกำลังบำรุง ยืนยันว่า ได้ดำเนินการจัดหากระสุนตามระเบียบของทางราชการ และมุ่งมั่นที่จะจัดหากระสุนที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีความปลอดภัย เชื่อมั่นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

‘ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ’ แพทย์ประจำพระองค์ ร.๙ จากไปอย่างสงบ ในวัย 98 ปี ผู้ริเริ่มรณรงค์ไม่สูบบุหรี่

(8 ก.ย. 68) วงการแพทย์ไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด และแพทย์ประจำพระองค์ในรัชกาลที่ 9 ได้ถึงแก่อนิจกรรม ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว ศิษย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ โดยท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการควบคุมยาสูบและการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย

ศ.นพ.สงคราม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำเตือน “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” บนซองบุหรี่ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรการควบคุมบุหรี่ เช่น การห้ามโฆษณา และการห้ามสูบในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังอุทิศชีวิตให้กับการควบคุมวัณโรค ในฐานะนายกสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

อีกหนึ่งเกียรติประวัติสูงสุดของท่าน คือการได้ถวายงานเป็นแพทย์ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2535 โดยตามเสด็จฯ ไปทั่วประเทศเพื่อถวายการรักษาและช่วยเหลือประชาชนห่างไกลในนาม 'แพทย์พระราชทาน' ทำให้ท่านได้เป็นประจักษ์พยานพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

เพื่อนร่วมวิชาชีพและศิษย์หลายคนยกย่องว่า ศ.นพ.สงคราม ไม่เพียงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและครูผู้สอน แต่ยังเป็นต้นแบบของความเมตตา ความเสียสละ และจิตวิญญาณความเป็นแพทย์ที่แท้จริง มรดกทางคุณูปการและคำสอนของท่าน จะยังคงสืบต่อในวงการแพทย์ไทยตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top