Wednesday, 1 July 2026
NEWS FEED

‘พิมรี่พาย’ จัดโปรฯ ขาย ‘น้ำปลาร้า’ 15 นาที ได้ 3 แสนขวด ปัดตอบคำถามดรามา ลั่น!! “เล่าแน่ แต่จะเล่าในชั้นศาล”

(7 ก.ค. 66) จากกรณี ‘คุณกบ’ เจ้าของโรงงานน้ำปลาร้า ออกมาร้องสื่อ ระบุถูก ‘พิมรี่พาย พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์’ แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง สั่งผลิตน้ำปลาร้า จนต้องกู้เงินมาสร้างโรงงานเพื่อรองรับการผลิตน้ำปลาร้า แต่สุดท้ายพิมรี่พายไม่รับของ มูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท ทุกวันนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกวัน ขณะที่พิมรี่พายไลฟ์สดโต้ ยกเลิกเพราะคู่กรณีผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานเอง

หลังจากเกิดกระแสดรามา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ‘พิมรี่พาย’ ได้ไลฟ์สดขายน้ำปลาร้า โดยระบุว่า โปรโมชันดรามาซึ่งเป็นราคาพิเศษ และเธอลั่นไว้ว่า…

“ขาดทุนก็ให้ขาดไป เพราะราคานี้เป็นโปรโมชันดรามา”

ซึ่งผ่านไปไม่ถึง 1 นาที ยอดขายถล่มทลายขายได้ 5 หมื่นขวด และขายไปได้ไม่ถึง 15 นาที ยอดขายทะลุ 3.5 แสนขวด และเธอได้หยุดการขาย พร้อมถอนสายบัวขอบคุณลูกค้า

ทั้งนี้ พิมรี่พาย ระบุในไลฟ์สดว่า “ทุนไม่ใช่ 13 บาท เพราะว่าไม่ได้ทำ และไม่ทำ ถ้าไม่ได้คุณภาพ มาตรฐานที่แบรนด์ตั้งไว้ ด้วยความเป็นแบรนด์ของแม่อิพิม ที่ขายตั้งแต่ปี 2564 ปีนี้เข้าปีที่ 3 ความเป็นแบรนด์แม่อีพิม สี กลิ่น เนื้อ รส ความเข้มข้น ต้องเป๊ะ”

หลังจากจบการขายน้ำปลาร้าไปแล้ว เธอก็ไลฟ์ขายของต่อ โดยระบุว่า “ขายก่อน เดี๋ยวค่อยพูด”

ทั้งนี้ แม้จะขายของไปจำนวนมากแล้ว แต่ยังไม่ชี้แจงประเด็นดังกล่าว ทำให้คนเข้ามาถามเธอจำนวนมากในประเด็นดรามาดังกล่าว จนเธอพูดว่า “กูเล่าแน่ แต่จะเล่าในชั้นศาล ไปแล้วบ๊ายบาย” ก่อนจะปิดไลฟ์ไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมอบรถรับบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย และจัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต สำหรับใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุต่างๆ ให้เพียงพอ ตามหลักคิด "ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก"

วันนี้ (7 ก.ค.66) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหลักสูตรรวมมิตร พร้อมกลุ่มนักศึกษารวมมิตร ได้ร่วมกันมอบรถรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ซึ่งจัดหาจากรายได้ในการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต และแข่งขันกอล์ฟรวมมิตรสามัคคีที่ผ่านมา  ให้แก่ สภากาชาดไทย จำนวน 1 คัน โดยมีรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับบริจาคโลหิตแบบเคลื่อนที่ ลดปัญหาความขาดแคลนโลหิต สำหรับใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยและผู้ประสบเหตุต่างๆ ให้เพียงพอ ตามหลักคิด "ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก"

โดยมี พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงาน ก.ตร. , พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร./โฆษก ตร. ,พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี เลขานุการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 , พล.ต.ต.สุนทร อรุณนารา ผู้บังคับการสำนักงาน ก.ต.ช. และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยกลุ่มรวมมิตร อาทิ คุณกฤษฎา จีนะวิจารณะ , คุณกนกศักดิ์ ปิ่นแสง , คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ร่วมพิธี

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเชิญชวนข้าราชการตำรวจในสังกัดที่มีที่ตั้งอยู่ใน ตร. ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ สำหรับในส่วนของหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อโลหิตสนับสนุนภารกิจของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต ถือเป็นการทำกุศลอันยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นผู้ให้ โดย 1 คน จะสามารถบริจาคได้ ครั้งละ 350 – 450 ซีซี สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถึง 3 คน การบริจาคโลหิตเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดี เสียสละเพื่อส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้งยังเป็นการสำรองโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ และทันต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ

หลังจาก ผบ.ตร. และคณะผู้บังคับบัญชา ได้ส่งมอบรถรับบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจที่มาร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ณ จุดรับบริจาคโลหิต ห้องโถง ชั้น 1 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วย

องคมนตรี เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ รายอกีตอ ตอน 100 ปี หลักรัฐประศาสโนบายล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 น้อมนำ สืบสาน สู่การปฏิบัติ เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใน จชต. มีจิตสำนึกการเป็นข้าราชการที่ดี

ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดงานจัดแสดงนิทรรศการ รายอกีตอ ตอน 100 ปี หลักรัฐประศาสโนบาย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 น้อมนำ สืบสาน สู่การปฏิบัติ โดยมี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม มี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม และให้การต้อนรับ

กิจกรรม รายอกีตอ ตอน 100 ปี หลักรัฐประศาสโนบาย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 น้อมนำ สืบสาน สู่การปฏิบัติ จัดขึ้นสืบเนื่องจาก พื้นที่ จชต. ที่ผ่านมา ได้รับพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จากบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานยุทธศาสตร์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา และพัฒนา จชต. และได้รับการสืบสานโดย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร ตลอดไป” นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อพื้นที่ จชต. ครั้นเสด็จเยือนพื้นที่ ขณะนั้นด้วยพระองค์ทรงคำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชน จึงพระราชทานหลักรัฐประศาสโนบาย สำหรับผู้ปฏิบัติงานราชการในมณฑลปัตตานี โดยพระราชหัตถเลขาที่ 3/74 และวันนี้ (6 กรกฎาคม 2566) บรรจบครบรอบ 100 ปี ศอ.บต. จึงจัดกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ที่ทรงมีคุณูปการต่อ จชต. เพื่อสร้างการรับรู้คุณูปการอันใหญ่หลวงของบูรพกษัตริย์ไทย ผ่านกลไกระดับจังหวัด อำเภอ เพื่อสื่อสารให้ข้าราชการตระหนักถึงความสำคัญและน้อมนำหลักรัฐประศาสโนบายสู่การปฏิบัติ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการรายอกีตอ ใน 5 จังหวัด และผลิตสื่อประชาสัมพันธ์สนับสนุนการจัดกิจกรรมทุกแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ยังมีการประกวดอนาชีดและกล่าวสุนทรพจน์ ภายใต้กิจกรรม 100 ปีหลักรัฐประศาสโนบาย อีกด้วย

สำหรับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อ จชต. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ดังประจักษ์แจ้งในรัชสมัยของพระองค์ โดยการเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ทรงพระราชทานเครื่องประกอบ “ลูกเสือมณฑลปัตตานี” ขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม การแต่งกายของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ และทรงสืบสานกิจการรถไฟต่อจากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของทางรถไฟสายมณฑลปัตตานี ที่นำพาความเจริญในด้านต่างๆ มาสู่พื้นที่ อีกทั้ง ได้พระราชทาน หลักรัฐประศาสโนบายสำหรับผู้ปฏิบัติราชการในมณฑลปัตตานี โดยพระราชหัตถเลขา ซึ่งเวียนบรรจบครบ 100 ปี ในวันนี้ โดยในข้อ 5 เป็นแนวทางที่สำคัญต่อการบริหารจัดการและพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐ จชต. โดยมุ่งให้คนดีเข้ามาพัฒนาบ้านเมือง ความว่า “ข้าราชการที่แต่งตั้งออกไปประจำตำแหน่งในมณฑลปัตตานีพึงเลือกเฟ้น แต่คนที่มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต สงบเสงี่ยมเยือกเย็น ไม่ใช่สักแต่ว่าไปบรรจุให้เต็มตำแหน่งหรือส่งไปเป็นทางลงโทษเพราะเลว เมื่อจะส่งไปต้องสั่งสอนชี้แจงให้รู้ลักษณะทางการอันจะพึงปฏิบัติระมัดระวังโดยหลักการที่กล่าวไว้ในข้อ 1 ข้อ 3 และข้อ 4 ข้างบนนั้นแล้ว ผู้ใหญ่ในท้องที่พึงสอดส่องฝึกฝนอบรมกันต่อๆ ไป ในคุณธรรมเหล่านั้นเนืองๆ ไม่ใช่แต่คอยให้พลาดพลั้งลงไปก่อน แล้วจึงว่ากล่าวลงโทษ”

ทั้งนี้ ในส่วนของ ศอ.บต. ได้วางกรอบ การบริหารจัดการและพัฒนาเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายพลเรือน ให้กับทุกส่วนราชการน้อมนำไปปฏิบัติ โดยกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา บรรจุในหลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้ารัฐฝ่ายพลเรือนทุกหลักสูตร อาทิ หลักสูตร การอบรมเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายพลเรือนก่อนเริ่มปฏิบัติงานใน จชต. หลักสูตรผู้นำรุ่นใหม่ใน จชต. เป็นต้น เพื่อน้อมนำหลักรัฐประศาสโนบาย สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เด็กน้อยชั้น ป.2 เก็บเงินวันละ 60 บาท เพื่อมากินชาบู เจ้าของร้านใจดีลดราคาให้ ชาวเน็ตแห่ชม-ชวนกันอุดหนุน

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 66 โลกออนไลน์ในจังหวัดภูเก็ต ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอน่ารักๆ โดยในคลิปเป็นเด็กนักเรียน 2 คน มานั่งรับประทานชาบูที่ร้านชาบูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้โพสต์คือ ‘Thippanat Thongrod’ ผ่านโซเชียล TikTok โดยระบุว่า…

“วันนี้ไปกินชาบูกับแฟน ไปโต๊ะแรก สักพักมีน้อง 2 คนเดินเข้ามา น้องบอกว่ามากินชาบู พี่ๆ ในร้านเห็นน้อง 2 คนตัวเล็กมาก เลยถามมีเงินคนละเท่าไร น้องบอกมีคนละ 400 บาท พี่ๆ น่าจะโทรหาเจ้าของร้าน ที่น่ารักคือ เจ้าของร้านคิดน้องแค่คนละ 200 บาท จากคนละ 289 บาท ถ้าฟังไม่ผิด แถมยังรีฟิลน้ำอัดลมอีก ซึ่งปกติราคา 289 บาท ได้แค่น้ำชามะลิ น้ำหวานแถม พี่ๆ ในร้านคือ บริการน้องดีมาก ใส่ใจดูแล คอยถามตลอด พี่ๆ ถามว่า น้องๆ เรียนอยู่ชั้นไหนแล้ว น้องบอก ป.2 เก็บเงินวันละ 60 บาท ไว้มากินชาบู #ความน่ารักของเด็กๆ #ความน่ารักของพี่ๆ #shabushabubyphuketboi น้องในคลิปและพี่ๆ พนักงานนะคะ”

จากนั้นได้มีการแชร์คลิปดังกล่าวกันไปเป็นจำนวนมาก พร้อมกับแสดงความคิดเห็น เช่น

“ร้านชาบูนี้อยู่ที่ไหน จะไปกิน”
“เจ้าของใจดีมาก”
“ร้านนี้ดีค่ะ แถมพนักงานน่ารักมากกกกก บริการดียิ้มแย้มแจ่มใส”
“ร้านนี้เถ้าแก่ใจดีอยู่แล้วครับ เพราะว่าผมไปกินบ่อย”
“เด็กๆ รู้จักอดออม เจ้าของร้านก็มีน้ำใจ น่าชื่นชมทั้งคู่เลยค่ะ”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปยังร้านชาบูดังกล่าว ชื่อร้าน ‘ชาบูชาบู’ ตั้งอยู่ตรงข้ามคริสต์จักร ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ชาบู โดยเจ้าของร้านชื่อ ‘คุณนิ่ม’ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตอนนั้นกำลังไปซื้อของเข้าร้านเพิ่มเติม จากนั้น น้องๆ ที่ร้านได้โทรมาแจ้งว่า มีน้องๆนักเรียนมาทานชาบู แต่มีเงินคนละ 200 บาท โดยทั้งสองคนเก็บเงินกันวันละ 60 บาท เพื่อมาทาน ตนเองจึงลดราคาให้จาก 289 เหลือคนละ 200 บาท แถมน้ำฟรีตลอด จนกระทั่งมาเห็นคลิปที่มีลูกค้าถ่ายไว้ รู้สึกปลื้มใจที่น้องๆ อุตส่าห์เก็บออมเงินกันมาทานชาบู

‘ส.ว.สมชาย’ ยัน 250 ส.ว. ยึดถือพระราชดำรัสในหลวง มุ่งมั่นทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย

(7 ก.ค. 66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย

วุฒิสภาชุดที่ 12 มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนี้ 
1) ตามตำแหน่ง 6 คน 
2) สรรหาตรงจากคณะกรรมการสรรหา 194 คน 
3) สรรหาจากการเลือกกันเองทั่วประเทศ 50 คน

สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 269 ตามรัฐธรรมนูญ แตกต่างจากสมาชิกวุฒิสภาในอดีต ทั้งรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ที่มาจากการเลือกตั้งโดย และสรรหา ผสมเลือกตั้ง เมื่อได้ครบตามจำนวนแล้ว มีแค่การประกาศรับรองโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น มิได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเช่นสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้

ดังนั้นสมควรอย่างที่สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คน จักได้น้อมนำพระราชดำรัสในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566

'อ.อ๊อด' ชี้!! ทางเลื่อนสนามบินสุวรรณภูมิปลอดภัยมาก ส่วนที่ดอนเมืองน็อตยึดหลุดเกือบหมดตอนเกิดเหตุ

เมื่อวานนี้ (6 ก.ค. 66) รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด จาก จากภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ประชุมวันนี้ที่ดอนเมือง มีความคืบหน้า 80% สรุปสั้น ๆ คืออุบัติเหตุ

โดยแผ่นเพลทหลุดออกจากรางสี่เหลี่ยมโดย น๊อตตำแหน่งที่ A B C ไม่สามารถยึดแผ่นเพลท ในขณะม้วนลงที่ตำแหน่งสิ้นสุดทางเลื่อนไว้ได้ เหลือเพียง ตำแหน่ง D ที่ยึดไว้แล้วห้อยแผ่นเพลทโตงเตงอยู่ด้านล่างเลื่อนไป 10 วินาทีจนเซพตี้สวิตทำงาน ทางเลื่อนจึงหยุด

ในขณะ 10 วินาทีที่ทางเลื่อนพยายามดันไปข้างหน้าขาของผู้โดยสารที่หย่อนลงไปที่ตำแหน่ง E ก็ถูกดันไปเรื่อย ๆ ไปกระแทกกับขอบโลหะที่มีความหนาเกือบ 1 เซนติเมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาด

หวีสีเหลืองยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถึงแม้ไม่มีหวี ก็ไม่มีโอกาสที่ขาจะหลุดลงไปขนาดนั้น อาจารย์อ๊อดเสนอให้มีการจำลองเหตุการณ์อีกครั้งและจะมีการประชุมอีกไม่เกินสองครั้งทาง ทอท. ก็จะแถลงข่าว

ในเบื้องต้นผู้บริหารระดับสูงทุกฝ่ายยอมรับว่า เป็นอุบัติเหตุ และขอรับผิดชอบทุกประการและจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทางเลื่อนนี้ติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2530 และมีเซพตี้สวิตทั้งหมดห้าจุด ปัญหาหลัก ๆ คือมันเก่า และได้ตั้งงบประมาณเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดแล้ว

ทางเลื่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นตัวท็อปที่ปลอดภัยมากเพียงแค่สายรองเท้าเกี่ยวเครื่องก็หยุดทันที ขอให้ปลอดภัยและขอให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี”

‘พ่อทิม พิธา’ โพสต์คลิปวิดีโอลูกสาวบังคับออกกำลังกาย ด้าน ‘แม่ต่าย ชุติมา’ คอมเมนต์แซว “ให้พิพิมมาบังคับแม่บ้างค่ะ”

กีฬาพ่อก็ไม่เบา!! พ่อลูกใครสนุกกว่ากัน ‘ต่าย ชุติมา’ ก็เข้ามาคอมเมนต์ ทิม พิธา โพสต์ลูกสาวบังคับพ่อไปออกกำลังกายบ้างคลิปสนุกสนานทั้งพ่อลูก

ค่อยมีเวลาผ่อนคลายหน่อย ทิม พิธา หลังได้ประธานสภาฯ เป็นที่เรียบร้อย ก่อนถึงวันโหวตเลือกนายกฯ เลยมีเวลา นอกจากพา น้องพิพิม ลูกสาวไปเดตรับประทานอาหารมื้ออบอุ่น ก็ยังเผยโมเมนต์ความน่ารักของลูกสาว พาพ่อไปออกกำลังกาย

โดยพ่อทิมโพสต์ภาพและคลิปความน่ารักน้องพิพิมขณะสนุกสนานกับกิจกรรมการไปออกกำลังกายกับแดดดี๊ พร้อมแคปชั่นว่า “พิพิมห่วงสุขภาพพ่อ บังคับออกกำลังบ้าง พ่อไม่ค่อยอยากไปเลยครับ”

ด้าน แม่ต่ายของน้องพิพิม ต่าย ชุติมา ก็เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า “ให้พิพิมมาบังคับแม่บ้างค่ะ” โดยแฟนๆเข้ามากดไลก์คอมเมนต์แม่หลายพันไลก์ เชียร์แม่ไปร่วมออกกำลังกายด้วย

ส่วนแฟนๆก็เข้ามาคอมเมนต์แซวพ่อ อาทิ น้องพิพิมคือที่ชาร์จแบตพลังใจของคุณทิม ในโหมดความเป็นคุณพ่อก็เต็มที่มาก เป็นกำลังใจให้นะคะ , อดทนนะลูก เดี๋ยวพ่อก็โตแล้วนะพิพิม , เก่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชู้ตบาสกลับหลัง ยังรอดห่วง , ไม่ค่อยอยาก = ดูสนุกกว่าพิพิมอีกนะคะคุณพ่อ เป็นต้น

‘ลุงตู่’ มอบเงินรางวัลแก่ทัพนักกีฬาซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ หลังคว้าชัยชนะให้ไทย หนุนทูตกีฬาเชื่อมสัมพันธ์กับนานาประเทศ

‘บิ๊กตู่’ มอบเงินรางวัลแก่ทัพนักกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ฉลองชัยความสำเร็จทีมชาติไทย ชื่นชมทุกคนทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทย นำทัพนักกีฬาคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศชาติได้สำเร็จ เป็นอันดับที่ 2 จาก 11 ประเทศ ย้ำ!! เป็นทูตกีฬาเชื่อมสัมพันธ์กับนานาประเทศ ชี้ การแข่งขันต้องมานะ บากบั่น สู้สุดใจ แม้มีทะเลาะบ้างสุดท้ายคือเพื่อนกัน ขอทุกคนสร้างความรักสามัคคี ฝากดูแลบ้านเมือง

(6 ก.ค. 66) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานมอบเงินรางวัลและแสดงความยินดีให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ นางสาวสุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมอบเงินรางวัลและของที่ระลึกให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนและสมาคมที่ได้รับเหรียญรางวัล และเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ดังนี้ 1.มอบของที่ระลึกให้แก่ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.มอบของที่ระลึกแก่ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย 3.มอบเงินรางวัลและของที่ระลึกแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนและสมาคมที่ได้รับเหรียญรางวัลและเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 จำนวน 39 สมาคมกีฬา รวมเงินทั้งสิ้น 239,190,000 บาท 4.มอบเงินรางวัลและของที่ระลึกแก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอนและสมาคมที่ได้รับเหรียญรางวัลและเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 จำนวน 4 สมาคมกีฬา รวมเงินทั้งสิ้น 99,365,000 บาท ทั้งนี้ มีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ได้รับเงินรางวัลรวม 43 สมาคมกีฬา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 338,555,000 บาท

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทยขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่นักกีฬาไทยได้แสดงความสามารถทางกีฬาให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นโอกาสดีที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแข่งขัน เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป

ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ทุกคนได้รับมานั้นล้วนเกิดจากความ ‘มานะ บากบั่น และสู้สุดใจ’ ของของทุกคน จึงทำให้ทุกคนมาอยู่ตรงจุดนี้ ขอให้ทุกคนประทับไว้ในหัวใจและนำไปเป็นหลักในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในด้านกีฬาและด้านอื่น ๆ ของชีวิตต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชื่นชมสมาคมกีฬา ผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในการนำทัพนักกีฬาไปคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศชาติได้สำเร็จ ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างดีของทุกคน จนสามารถแสดงความสามารถและศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และรางวัลเกียรติยศที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทุกคน และเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศชาติ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ชาวไทยทุกคนรวมทั้งตนเองและครอบครัว โดยขอให้ทุกคนพัฒนาความสามารถของตนเองให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย โดยรัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกด้าน เพื่อทำให้การกีฬาไทยมีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างทัดเทียม

“กีฬาก็คือกีฬา เป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้กับประเทศเหมือนเดิมแข่งกันแล้วก็ไม่มีการทะเลาะกันอีก ระหว่างแข่งก็อาจมีปัญหากันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เห็นมีการทะเลาะกันทุกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ต้องการชัยชนะ แต่สุดท้ายแล้วก็คือเป็นเพื่อนกัน นักกีฬาทีมชาติเป็นทูตวัฒนธรรมและเป็นทูตกีฬาถือเป็นการสร้างความรักความสามัคคีในชาติ และระหว่างประเทศ  หวังว่าจะทำให้นักกีฬาทุกคนประสบผลสำเร็จในการแข่งขันทุกประเภท นับจากนี้ ยินดีที่พร้อมจะมอบเงินรางวัลสนับสนุน เพราะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ยืนยันตนเองได้ติดตามการกีฬาทุกประเภท ในช่วงเวลาว่างจากการทำงาน ขอให้เน้นในเรื่องกีฬาอย่างเดียว อย่าคิดถึงเรื่องอื่น เพราะกีฬาทำให้มีความสุขคลายเครียด แต่นายกหลั่งสารนี้เลย เพราะว่าทำงานแล้วมีความเครียดพร้อมฝากทุกคนช่วยดูแลบ้านเมืองให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ทุกคนทำหน้าที่ตัวแทนของคนไทยและประเทศไทยอย่างดีที่สุดแล้ว และขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขัน ขอให้ตั้งใจพัฒนาทักษะและหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และนำเอาประสบการณ์จากการแข่งขันในครั้งนี้ไปพัฒนาตนเอง ซึ่งจะทำให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จในการแข่งขันในโอกาสครั้งต่อ ๆ ไปได้อย่างแน่นอน พร้อมขอขอบคุณบุคคลและหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนพัฒนาการกีฬาของชาติให้ก้าวหน้าตลอดมา สร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิมาสู่ประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง และขอให้ระลึกไว้ว่า ผลงานด้านกีฬาที่ได้สร้างไว้นั้น จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศตลอดไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ส่งนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 5 – 17 พ.ค. 2566 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 3 – 9 มิ.ย. 2566 ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยผลงานของทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 สามารถคว้ารวมมาได้ 108 เหรียญทอง 95 เหรียญเงิน 108 เหรียญทองแดง ในอันดับที่ 2 ในตารางรวมเหรียญรางวัล จาก 11 ประเทศ ขณะที่ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ทำผลงานในกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 สามารถคว้าเหรียญรางวัลมาได้ 126 เหรียญทอง 109 เหรียญเงิน และ 94 เหรียญทองแดง จบอันดับที่ 2 จาก 11 ประเทศ ในตารางรวมเหรียญรางวัลเช่นกัน

ชาวเน็ตร่วมติด #โรงเรียนขโมยอะไรไปจากคุณ แชร์ประสบการณ์สุดขมขื่นช่วงวัยเยาว์ในรั้วโรงเรียน

(6 ก.ค. 66) หลังเกิดข่าวคุณครูทักไลน์นักเรียนและสั่งการบ้านในเวลา 3 ทุ่มกว่า ตามที่เพจ ‘หมอแล็บแพนด้า’ ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ครูสั่งการบ้านตอน 21.24 น. เด็กกำลังจะนอน ต้องดีดตัวขึ้นมาทำ โอยยย แสดงว่าต้องคอยเช็กไลน์ตลอด ให้เด็กพักบ้างครับครู”

ทั้งนี้ในภาพที่โพสต์นั้นเป็นภาพข้อความที่ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น สั่งการบ้านนักเรียน ม.2 ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ในเวลา 3 ทุ่มกว่า ซึ่งถือว่าเป็นเวลาพักผ่อนของนักเรียน อีกทั้งทราบมาว่า ครูรายดังกล่าวไม่ได้กระทำแบบนี้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

ต่อมากระแสในโซเชียลเริ่มร้อนแรง มีการขึ้นแท็ก #โรงเรียนขโมยอะไรไปจากคุณ โดยมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในแฮชแท็กนี้มากกว่า 5 หมื่นครั้ง โดยส่วนใหญ่ได้เล่าเรื่องราว ประสบการณ์ที่ได้พบเจอในช่วงวัยเรียน 

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งระบุว่า “โรงเรียนไทยขโมยความมั่นใจของนักเรียนไปหมด เคยถูกถามว่าทำไมโง่ขนาดนี้แค่เพราะไม่ชอบเรียนเลข ทั้ง ๆ ที่วิชาอื่นก็ทำได้ดีมาก หลังจากนั้นก็สะกดจิตตัวเองมาตลอดว่าโง่เลข โคตรฝังใจเป็นใครมีสิทธิมาชี้หน้าด่าคนอื่นว่าโง่ #โรงเรียนขโมยอะไรไปจากคุณ”

ส่วนผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกรายได้แชร์ประสบการณ์ว่า “โรงเรียนสอนให้เรานอนครบ 8 ชม. แต่โรงเรียนให้การบ้านมาไม่หยุด ครูไม่มีคะแนนจะเก็บก็มาสั่งงานเพิ่ม สอนเลทปล่อยช้า ละวันนึงเรียนกี่วิชา ไหนจะต้องเรียนพิเศษเพราะโรงเรียนสอนไม่รู้เรื่อง ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเพื่ออนาคตที่ดีอีก
#โรงเรียนขโมยอะไรไปจากคุณ : ขโมยเวลานอน”

นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในแฮชแท้กเพิ่มอีกว่า “ในความคิดส่วนตัวตอนเรียนเหมือนถูกขโมยเวลาในการเรียนรู้ชีวิตภายนอกว่าเป็นยังไงไป เพราะได้แค่เรียนรู้จากในห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น ตอนเด็กคิดเสมอว่าจบออกมาจะมีงานทำมีชีวิตที่ดี แต่ความเป็นจริงแล้วโลกภายนอกคือการเอาตัวรอดและควรใช้ชีวิตอย่างมีสติตลอดเวลาเสมอ #โรงเรียนขโมยอะไรไปจากคุณ”

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีผู้ใช้ทวิตเตอร์แชร์ประสบการณ์ฝังใจเกี่ยวกับโรงเรียน โดยระบุว่า “จำฝังใจ วิชาแนะแนว เราบอกอยากเรียนต่อวิศวะคอม ครูพูดว่า เธอเป็นผญ. จะเรียนได้ไง โปรแกรมเมอร์มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น คือแบบ.. เอิ่ม…ครูคะ โปรแกรมเมอร์คนแรกของโลกเป็นผญ.ค่า! แล้วเราก็เรียนจบ เป็นโปรแกรมเมอร์ได้สบาย ๆ ด้วย เงินเดือนเยอะกว่าครู 4 เท่าอ่ะ จบนะ อ้อลืมบอก ครูเป็นผู้หญิง แล้วสิ่งที่ขโมยไปก็คือความมั่นใจนี่แหละ แต่ก็ดีที่มีสติ ไม่ฟังสิ่งที่เขาพูด”

พนง.สนามบินชุมพร ยืนโบกมือลาขณะเครื่องบินขึ้น  สร้างรอยยิ้ม - ความสุขจนผู้โดยสารหุบยิ้มไม่ได้

(6 ก.ค. 66) หุบยิ้มไม่ได้เลย หลังจากผู้ใช้ TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิป พร้อมข้อความระบุว่า “ไทยแลนด์ Only😆💓 ขอบคุณนะคะ หุบยิ้มไม่ได้เลยยยยย”

เป็นคลิปขณะเครื่องบินกำลังบินขึ้น ออกจากสนามบินชุมพร โดยมีพี่ ๆ พนักงานภาคพื้นโบกมือลา ยิ้มส่งพร้อมทำท่าหัวใจหมุนจนเป็นลูกข่าง ส่งให้คนในเครื่องบิน

หลังจากชมคลิปนี้แล้ว มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น 

“ชุมพร ไม่ค่อยมีเครื่องไปค่ะ พี่ๆ เค้าดีใจได้ทำงาน” 
“พี่เค้าดีใจนาน ๆ มีเครื่องลงทีครับสนามบินชุมพร” 

“ซื้อตั๋วไปดูพี่ ๆ เขาบ๊ายบายดีกว่า น่ารักกกก” 
“ขนาดภาคพื้นสุดมัน ถ้ากัปตันน่าจะเต้นรำจนแลนด์ดิ้ง” 
“อยากไปเที่ยวชุมพร เพราะพี่คนที่ซารางเฮโยแล้วหมุนตัวเลย”

“แต่ก่อนมีนกแอร์แบบใบพัดหน้าเสียงดังมาก ต่อมาเป็นรุ่น Q400 และมีแอร์เอเชียมาด้วย เจ้าหน้าที่เลยดีใจ และแสดงการขอบคุณ จากคนที่อยู่ชุมพรเกือบ10 ปี” 

“เจอเหมือนกันเลย สนามบินชุมพร น่ารักมาก” 
“คนดูคลิปก็ยิ้มตามไม่หุบเลยค่าาา น่ารักมากเลย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top