Friday, 5 June 2026
TODAY SPECIAL

วันเอดส์โลก (World AIDS Day) รณรงค์หยุดการแพร่ระบาดโรคร้าย สู่วันแห่งความเท่าเทียมของผู้ติดเชื้อ ริบบิ้นสีแดงคือสัญลักษณ์ความรัก

(1 ธ.ค. 68) วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันเอดส์โลก" เพื่อนำความเข้าใจและสิทธิมนุษยชนมาสู่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ที่เคยถูกตีตราเป็นตัวปัญหาของสังคม ที่ผ่านมาโรคเอดส์ถูกมองเหมือนคำตัดสินประหารชีวิต แต่วันนี้ผู้ติดเชื้อถูกมองในแง่มนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตและมีศักดิ์ศรีเหมือนทุกคน

วันเอดส์โลกเริ่มต้นในปี 1988 ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดที่สร้างความกลัวและความไม่เข้าใจ ผู้ติดเชื้อกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และกลุ่มอื่น ๆ ถูกตีตราอย่างหนัก ริบบิ้นสีแดงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัดข้างผู้ติดเชื้อด้วยความรักและศักดิ์ศรี พร้อมกับข้อความ "ฉันยืนอยู่ข้างผู้ติดเชื้อ" และ "ฉันเชื่อว่าพวกเขาสมควรได้รับโอกาสและศักดิ์ศรีเท่ากับเรา"

ในปัจจุบัน การแพทย์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เอชไอวีถูกจัดเป็นโรคเรื้อรังที่ควบคุมได้ หากตรวจพบและรักษาอย่างต่อเนื่องตามแนวคิด U=U คือหากระดับไวรัสต่ำจนตรวจไม่พบ โอกาสแพร่เชื้อจะต่ำมากจนแทบเป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม อคติและความไม่รู้ยังคงเป็นอุปสรรคที่ผู้ติดเชื้อต้องเผชิญ

วันเอดส์โลกไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นวันทบทวนทัศนคติของสังคม ว่าเรายังเปิดโอกาสให้ผู้คนกล้าไปตรวจหรือไม่ เรายังมองผู้ติดเชื้อเป็น "คนผิด" หรือเปล่า และรัฐยังจริงจังกับเป้าหมาย "ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2030" แค่ไหน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงและการลดการตีตราเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ

เบื้องหลังสถิติคือชีวิตของเด็ก วัยรุ่น คุณแม่ และคู่รักที่ไม่อาจมองข้ามได้ ให้เราทุกคนร่วมเรียนรู้ข้อมูลจริง หลีกเลี่ยงคำพูดตีตรา สนับสนุนการตรวจและใช้ถุงยาง เพื่อให้วันเอดส์โลกเป็นวันที่ไม่ใช่แค่วันในปฏิทิน แต่เป็นวันที่เราเห็นความเป็นมนุษย์ และให้เกียรติผู้ติดเชื้อทุกคนอย่างแท้จริง

 

ย้อนรอยหมุดหมายกองทัพเรือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ ‘กรมทหารเรือ’ เป็น ‘กองทัพเรือ’ สัญลักษณ์ยุทธศาสตร์ชาติที่มั่นคงและทันสมัย

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อหน่วยกำลังทางเรือของไทยจาก "กรมทหารเรือ" เป็น "กองทัพเรือ" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กองกำลังทางทะเลของชาติมีโครงสร้างที่ทันสมัยและเหมาะสมกับภารกิจการป้องกันประเทศในยุคใหม่

ก่อนหน้านั้น หน่วยกำลังทางเรือของไทยมีชื่อว่า "กรมทหารเรือ" ที่ทำหน้าที่หลักคือปกป้องชายฝั่งและเส้นทางเดินเรือ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยได้ปฏิรูประบบกองทัพให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเล็งเห็นความสำคัญของการใช้คำว่า "กองทัพ" เพื่อแสดงสถานะกองกำลังหลักระดับยุทธศาสตร์ของชาติ พร้อมกับกองทัพบกและกองทัพอากาศ

ในพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 7 ระบุว่า "กรมทหารเรือ เปลี่ยนชื่อเป็น กองทัพเรือ" ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้ทันที การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ยังส่งผลในการยกระดับสถานะของกองทัพเรือไทย การจัดโครงสร้างใหม่ที่ทันสมัย รวมทั้งส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนายุทธภัณฑ์ เช่น การจัดซื้อเรือดำน้ำชุดแรกในปี พ.ศ. 2479 และการนำเข้าเรือรบจากต่างประเทศ

กองทัพเรือไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการปกป้องอธิปไตยทางทะเลของประเทศ ดูแลพื้นที่น่านน้ำกว่า 300,000 ตารางกิโลเมตร รวมถึงสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงภายในภูมิภาค การเปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2476 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนายุทธศาสตร์ทางทะเลที่มีผลต่อเนื่องมายาวนานจนถึงปัจจุบัน

28 พฤศจิกายน 2451 โรงเรียนเกษตรธิการ รวม 3 โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ สู่การก่อตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ปี 2486

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2451 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์เกษตรไทย เมื่อสยามรวม 3 โรงเรียนด้านเกษตรและการจัดการน้ำเป็นหนึ่งเดียว ณ วังสระปทุม ตั้งชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนเกษตราธิการ”

ในยุคนั้น สยามกำลังเร่งพัฒนาระบบราชการและเศรษฐกิจเกษตรโดยใช้ฐานความรู้ด้านแผนที่ การชลประทาน และเกษตรกรรมสมัยใหม่ โรงเรียนเกษตราธิการจึงถูกออกแบบให้เป็นแหล่งผลิต “ข้าราชการสายเทคนิค” ที่มีความรู้ศาสตร์ผสมผสาน และทำให้เกษตรกลายเป็นวิชาชีพที่มีหลักสูตร มีวุฒิ และเส้นทางราชการรองรับ

โพสต์สำคัญในแง่พัฒนาการนี้คือการประกาศว่า "เราจะยกระดับการเกษตรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน สู่ศาสตร์ที่ต้องมีโรงเรียน มีครู มีหลักสูตร มีระบบ เพื่อพัฒนาประเทศทั้งระบบในระยะยาว" ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปสู่การตั้ง ‘มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์’ ในปี 2486 ต่อมา

วันนี้ การย้อนดูเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่รำลึกอดีต แต่เพื่อทบทวนว่าในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เราได้พัฒนาบุคลากรด้านเกษตรได้เข้มแข็งเท่าที่บรรพชนเคยวางรากฐานไว้หรือไม่ และว่ามีแนวคิดใหม่ที่พร้อมรองรับโลกยุคนี้หรือยัง

27 พฤศจิกายน ทุกปี ถือเป็น "วันสาธารณสุขแห่งชาติ" รำลึกรัชกาลที่ 6 ทรงก่อตั้ง "กรมสาธารณสุข" เพื่อรวมงานด้านอนามัย สุขาภิบาล การดูแลสุขภาพประชาชนไว้ในองค์กรเดียวกัน

วันที่ 27 พฤศจิกายนของทุกปี คือ "วันสาธารณสุขแห่งชาติ" วันที่สำคัญของระบบสุขภาพไทยที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 เมื่อรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อ "กรมประชาภิบาล" เป็น "กรมสาธารณสุข" เพื่อรวมงานด้านอนามัย สุขาภิบาล และการดูแลสุขภาพประชาชนไว้ในองค์กรเดียวกัน

วันสาธารณสุขแห่งชาติสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างจริงจัง จนกรมสาธารณสุขถูกยกฐานะเป็น "กระทรวงสาธารณสุข" ในปี พ.ศ. 2485 ที่ดูแลทุกมิติสุขภาพคนไทยทั้งป้องกันโรค รักษา และฟื้นฟู

วันแห่งนี้ยังระลึกถึงพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 และ 6 รวมถึงข้าราชการ แพทย์ พยาบาล และ อสม. ด่านหน้าที่เสียสละดูแลชุมชนแต่ละวัน พร้อมตั้งคำถามเรื่องความเท่าเทียมของบริการ สภาพบุคลากร และการใช้จ่ายงบประมาณ

โลโก้คทา-งู-ปีกของกระทรวงสาธารณสุขแทนอำนาจรัฐ ปัญญาทางการแพทย์ และความคล่องตัว ทว่ามีคำถามว่าสิ่งเหล่านี้ยังเป็นจริงในระบบปัจจุบันหรือไม่

26 พฤศจิกายน 2518 ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรรุ่นแรก ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2518 ถือเป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยรามคำแหงและวงการการศึกษาไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตรุ่นแรก ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ย่านหัวหมาก กรุงเทพมหานคร

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการยืนหยัดของรามคำแหง ในฐานะมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศไทย ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาโอกาสทางการศึกษาที่ไม่เพียงพอในช่วงปลายทศวรรษ 2500-2510 ซึ่งทำให้คนหนุ่มสาวที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐไม่ได้ มีโอกาสกลับมาเรียนต่อในระบบยืดหยุ่นและเปิดกว้างได้

ในโอกาสเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเน้นย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยรามคำแหงว่า "รามคำแหงคือมหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่ให้โอกาสแก่ผู้ใฝ่รู้" และบัณฑิตไม่ควรมองปริญญาเป็นแต่ใบรับรองความเก่ง แต่ต้องนำความรู้ไปใช้พัฒนาประเทศชาติและสังคม

จึงถือได้ว่า วันที่ 26 พฤศจิกายน 2518 เป็นวันมหามงคลของรามคำแหงและหมุดหมายสำคัญทางการศึกษาไทย ที่แสดงให้เห็นว่า การเรียนระดับมหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นอภิสิทธิ์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นของประชาชนทุกคนที่แสวงหาความรู้

25 พฤศจิกายน 2468 วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานพัฒนาชาติหลายด้าน ทั้งการบริหาร การศึกษา วัฒนธรรม

วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนาชาติในหลายด้าน ทั้งการบริหารประเทศ การศึกษา วัฒนธรรม และการทหาร

รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 29 ในรัชกาลที่ 5 เสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมครองราชย์ 15 ปี พระชนมายุ 45 พรรษา ตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงมีบทบาทโดดเด่นด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวนมาก และเป็นผู้วางรากฐานวรรณคดีสมัยใหม่ของไทย จนได้รับถวายพระราชสมัญญา 'สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า'

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงริเริ่มสร้าง โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย) แทนการสร้างวัดประจำรัชกาล ด้วยพระราชดำริว่าการศึกษาคือรากฐานของชาติ และควรได้รับการส่งเสริมให้มั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

24 พฤศจิกายน 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเปิดคลองลัดโพธิ์–สะพานภูมิพล บรรเทาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อประชาชน

24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทางชลมารคด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา เปิด 'ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์' พร้อมเปิดสะพานภูมิพล 1 และ 2 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเชื่อมต่อเขตอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553

พระองค์และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เสด็จฯ ด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ที่ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ก่อนต่อด้วยการเปิดสะพานภูมิพล 1 และ 2 ที่เชื่อมต่อเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ ก่อนเสด็จฯ กลับโรงพยาบาลศิริราช

ปัจจุบันคลองลัดโพธิ์ไม่เพียงแต่ป้องกันน้ำท่วม ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีสวนสาธารณะ 'สวนสุขภาพลัดโพธิ์' เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย พร้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่ร่มรื่น

พื้นที่ริมคลองลัดโพธิ์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ชุมชนใกล้เคียง การพัฒนาในพระราชดำริครั้งนี้จึงมีคุณูปการต่อสังคมอย่างยั่งยืน

23 พฤศจิกายน 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดลู่ปั่นจักรยานใหม่ มาตรฐานสากล ใช้บริการฟรีทุกวัน รองรับนักปั่นจำนวนมาก หนุนสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารบริษัทเอกชนร่วมงาน

ภายในงานพระองค์ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง และทรงจักรยานบนสนามลู่ที่มีความยาว 23.5 กิโลเมตร พร้อมกับคณะผู้เข้าร่วมขบวนจำนวน 450 คน สนามลู่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ได้มาตรฐานสากล รองรับนักปั่นจักรยานได้ไม่น้อยกว่า 20,000 คนต่อวัน

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายรวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าใช้บริการ

นอกจากนี้ สนามลู่นี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ลานจอดรถ ห้องพยาบาล ร้านจำหน่ายและให้เช่าจักรยาน พร้อมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับความต้องการของนักปั่นและประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง

22 พฤศจิกายน 2529 จุดกำเนิดตำนาน ‘Iron Mike’ เมื่อ ‘ไมค์ ไทสัน’ คว้าแชมป์เฮฟวี่เวท ในวัยเพียง 20 กะรัต สร้างสถิติ!! แชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด

22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 คือวันที่ชื่อ ไมค์ ไทสัน ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เมื่อเขาวัยเพียง 20 ปี ชนะน็อก เทรเวอร์ เบอร์บิค ในยก 2 ผงาดเป็นแชมป์โลก WBC และทำลายสถิติแชมป์อายุน้อยที่สุดของฟลอยด์ แพตเตอร์สัน (21 ปี)

ก่อนยุคไทสัน: ยุคทองของเฮฟวี่เวท
รุ่นใหญ่ในช่วงก่อนหน้าเต็มไปด้วยตำนานอย่าง มูฮัมหมัด อาลี, โจ เฟรเซียร์, จอร์จ โฟร์แมน, แลร์รี โฮล์มส์ และไมเคิล สปิงค์ส บรรยากาศวงการมวยอัดแน่นด้วยการแข่งขันรุนแรง ดราม่าบนเวที และเงินรางวัลมหาศาล

ด้านเบอร์บิคเองเพิ่งคว้าแชมป์ WBC ได้ในเดือนมีนาคม 2529 แต่ครองเข็มขัดเพียง 8 เดือน ก่อนเจอกับ “พายุไทสัน”

เส้นทางสู่การเป็น “Iron Mike”
ไทสันเริ่มมวยอาชีพปี 1985 และขึ้นชกถึง 15 ไฟต์ในปีแรก—ชนะน็อกทุกไฟต์ ด้วยความเร็วและพลังหมัดที่ทำให้ถูกมองว่าเป็น “กลาดิเอเตอร์ยุคใหม่”
หลังชนะเบอร์บิค เขากวาดแชมป์ครบทั้ง 3 องค์กรใหญ่ในยุค 80
WBC – ชนะ เบอร์บิค
WBA – ชนะ เจมส์ สมิธ (มี.ค. 2530)
IBF – ชนะ โทนี่ ทักเกอร์ (ส.ค. 2530)

ทำให้ไทสันกลายเป็น Undisputed Heavyweight Champion อย่างสมบูรณ์
จากไร้เทียมทาน…สู่จุดพลิกผัน

แม้จะดูเหนือคู่ชกทุกคน แต่ปี 1990 เขากลับพ่ายแพ้แบบช็อกโลกต่อ บัสเตอร์ ดักลาส ที่โตเกียว หนึ่งในการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดของวงการมวย ชีวิตนอกสังเวียนของไทสันเต็มไปด้วยดราม่า—แต่งงานและหย่าร้างกับโรบิน กิฟเวนส์, คดีความ, ถูกจำคุกปี 1992 กลับมาชกปี 1995 และชนะอีกหลายไฟต์ แต่เหตุการณ์ที่โลกจำที่สุดคือปี 1997 เมื่อเขาถูกปรับแพ้และไล่ออกจากเวทีหลัง “กัดหู” อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์

แม้เคยมีรายได้ระดับมหาศาล แต่ปัญหาชีวิตทำให้เขาต้องล้มละลายในภายหลัง
ตำนานที่โลกไม่มีวันลืม ไมค์ ไทสัน ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักมวยเฮฟวี่เวทที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล—รวดเร็ว ดุดัน และโหดเหี้ยมแบบที่ไม่เคยมีใครเหมือน
ชัยชนะเหนือเบอร์บิคในปี 1986 คือจุดเริ่มต้นของตำนาน Iron Mike ที่โลกยังพูดถึงจนถึงวันนี้

21 พฤศจิกายน 2410 ‘หนังสือแสดงกิจจานุกิจ’ ต้นแบบหนังสือไทยเล่มแรก ตีพิมพ์สำเร็จโดย 'เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี'

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2410 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศาสนาอย่างทันสมัยที่สุด จัดพิมพ์โดย เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) 

เหตุที่ท่านจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเห็นว่าตำราไทยสมัยนั้นไม่มีสาระแก่นสาร ไม่ทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ ความรู้ในหนังสือไม่ทันสมัย ท่านจึงรวบรวมเอาสิ่งที่ขณะนั้นยังไม่ทราบกันมาตีพิมพ์ นอกจากนี้ท่านยังนำเสนอแก่นของพุทธศาสนาเพื่อเป็นการลบล้างการโจมตีพุทธศาสนาของหมอสอนศาสนาที่พยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย 

หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ และมีผู้สนใจนำบางตอนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) โดยใช้ชื่อว่า เดอะ โมเดิน บุดดิสท์ (The Modern Buddhist) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในต่างประเทศ เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านพุทธศาสนาและเกือบจะนับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของไทยที่ได้มีการนำออกไปแปลและพิมพ์จำหน่ายในต่างประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top