Monday, 27 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

ไทยยังรับมือได้!! พลังงานเกาะติดวิกฤตตะวันออกกลาง สงครามกดดันน้ำมันโลก ราคาน้ำมันตึงตัว ไทยยังประคองได้ ชี้ไทยมีสำรองเพียงพอ 105 วัน

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ
ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569 

1. สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบ Hormuz พร้อมขู่ใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงและเตือนถึงการตอบโต้ที่รุนแรง ส่งผลให้เกิดการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องจนกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินเรือในเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของสงครามในระดับภูมิภาค แต่ยังกดดันอุปทานพลังงานโลกและผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ  การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 105 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 18 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่าการขนส่ง 33 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 29 วัน  
- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.20 ล้านลิตร และจำหน่าย 74.23 ล้านลิตร
3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
- อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) 50.54 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 45.54 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 43.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 43.58 บาท
- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 43.95 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว สิงคโปร์ อยู่ที่ 51.83 - 87.85 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 50.38 - 118.82 บาทต่อลิตร 
- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 เมษายน 2569 ติดลบ 56,229 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 1,473 ล้านบาท
 

บีโอไอหนุนอีซูซุ อีซูซุลงทุนเพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน บีโอไอหนุนไทยก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สีเขียว ยกระดับโรงงานไทยสู่ Euro 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

บีโอไอไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้าน

ยกระดับฐานการผลิต ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

บีโอไออนุมัติ อีซูซุ (Isuzu) ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ติดตั้งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐานยูโร 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ยื่นขอตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานหลักของอีซูซุที่ผลิตและส่งออกไปทั่วโลก ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในสายการผลิต และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตรถกระบะเพื่อรองรับมาตรฐาน Euro 6 รวมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน

การลงทุนในครั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงสายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโครงรถ การเชื่อมประกอบตัวถัง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์เต็มคัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิต นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน และจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับ Euro 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เข้มงวดในการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานยนต์ โดยเฉพาะการลดการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) มาตรฐานดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ยุโรป และประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย

บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยได้เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตรถบรรทุกครั้งแรกในปี 2506 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ไทยตั้งแต่ปี 2545 และต่อมาได้ย้ายงานวิจัยและพัฒนารถปิกอัพมาอยู่ที่ไทยในปี 2553 จนทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและฐาน R&D รถกระบะที่สำคัญที่สุดของเครืออีซูซุในโลก ปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่ง คือ โรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และโรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีกำลังการผลิตรถปิกอัพและรถบรรทุกใหญ่รวมกันสูงถึง 385,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน อีกทั้งใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% สะท้อนความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างลึกซึ้ง

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย เมื่อรวมทั้งห่วงโซ่อุปทานแล้ว จะมีมูลค่ากว่าร้อยละ 10 ของ GDP อีกทั้งยังเป็นฐานการจ้างงานสำคัญ โดยมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท มีการจ้างงานมากกว่า 8 แสนคน ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุนและดีลเลอร์ ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้กว่า 1.45 ล้านคัน ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปกว่า 935,000 คัน สะท้อนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

“บีโอไอเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในเทคโนโลยีใหม่ ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระดับสากล รวมถึงการต่อยอดสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

เสริมแกร่งงานสื่อสาร ผบ.ตร.ตั้ง “พล.ต.ท.ไตรรงค์” นั่งโฆษก ตร.คนใหม่ เสริมเสริมทัพสื่อสารองค์กร ยกระดับสื่อสารถึงประชาชน ทีมรองโฆษก 5 นาย ร่วมงานต่อเนื่อง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เพื่อเสริมทีมสื่อสารองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลัง พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ อดีตโฆษก สตช. เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล (เออรี่รีไทร์)

ในคำสั่งล่าสุดวันที่ 4 เม.ย. 69 ได้แต่งตั้ง พล.ต.ท.ไตรรงค์ รองจเรตำรวจแห่งชาติและรองโฆษกให้ทำหน้าที่โฆษกหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ

ทีมรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติประกอบด้วย

  • พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
  • พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์
  • พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ 
  • พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว

โดยร่วมกันทำหน้าที่เชื่อมตำรวจกับประชาชนในการสื่อสารด้านการบังคับใช้กฎหมายและการป้องกันปราบปราม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำว่า จะมุ่งพัฒนา "สื่อสารความจริง ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส ฉับไว ทันเหตุการณ์ และสร้างสรรค์" พร้อมสร้างช่องทางสื่อสารเข้าถึงประชาชนทุกแพลตฟอร์มเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในภาพรวมขององค์กรตำรวจ

ที่มา : https://shorturl.asia/3nE9f

ครม.แต่งตั้งโฆษก เห็นชอบแต่งตั้ง 'รัชดา' ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ สื่อสารนโยบายและงานรัฐบาล มีผลตั้งแต่ 6 เม.ย. 2569

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง "รัชดา ธนาดิเรก" ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่สื่อสารนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลต่อสาธารณะ

การแต่งตั้งครั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารนโยบายรัฐบาลกับประชาชนโดยตรง ทำให้ประชาชนเข้าใจนโยบายและขั้นตอนการทำงานของรัฐบาลได้ชัดเจนมากขึ้น

การแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความชัดเจนและการสื่อสารนโยบายสาธารณะของรัฐบาลในช่วงเวลาที่มีความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ที่มา : https://shorturl.asia/gy9UQ

‘วราวุธ’ ลุยงานกระทรวง เข้ากระทรวงวันแรก มุ่ง ONE MIND พบปะข้าราชการ ร่วมฝ่าวิกฤติพลังงาน สนับสนุน SME ใช้พลังงานสะอาด เตรียมแถลงนโยบายใน 20 เม.ย.

‘วราวุธ’ เข้า ก.อุตฯ วันแรก ชู ONE MIND พบปะข้าราชการ ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทย ฝ่าวิกฤติพลังงาน

 วันที่ 7 เมษายน 2569 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมวันแรก โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ถือโอกาสเข้ามาทักทายข้าราชการกระทรวงฯ และพูดคุยนโยบายเบื้องต้นก่อนการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ท่านบรรหารเคยดำรงตำแหน่ง ถือว่าเป็นโอกาสได้มาสานงานต่อ โดยในเบื้องต้นได้ให้นโยบายไปว่าการทำงานในช่วงวิกฤตินี้ต้องทำให้เร็ว

ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า กระทรวงนี้จะเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤติ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศ ตลอดจนการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปราะบางด้านพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยพร้อมนำความรู้ทั้งหมดตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว

 นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เมษายนนี้  เบื้องต้นเราจะสนับสนุนโรงงานทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีให้หันมาใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการติดตั้งโซลาร์เพื่อลดใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยจะมีการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านเครื่องมือ ทั้งสินเชื่อจากกองทุน

เอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สินเชื่อดีพร้อมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ซึ่งจะต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ

 “อุตสาหกรรมยุคนี้จะเดินด้วย ONE MIND คืออุตสาหกรรมเป็นหนึ่งเดียว และได้บอกข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมไปว่า เตรียมเปลี่ยนรองเท้าหนังเป็นรองเท้าผ้าใบ วิ่งลุยงานไปด้วยกัน และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วง” นายวราวุธ กล่าว

ครม.แต่งตั้งที่ปรึกษา แต่งตั้ง 'วันมูหะมัดนอร์' 'เพิ่มพูน ชิดชอบ' และ 'อรรถพล' ดำรงตำแหน่งใหม่ มติที่ประชุม 6 เม.ย. 69

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง 3 ราย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตามข้อเสนอของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

บุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง ได้แก่ 'วันมูหะมัดนอร์ มะทา', 'พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ' และ 'อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์' นับเป็นการเติมทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาสำคัญ

การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการเสริมความเข้มแข็งและประสบการณ์ในการทำงานของรัฐบาล โดยตำแหน่งที่ปรึกษามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจและนโยบายของนายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://shorturl.asia/ShZeD

กู้นักบินหรือเกมลับ? นักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยสหรัฐฯ เล็งคลังยูเรเนียมอิหร่าน ภารกิจช่วยนักบิน F-15 สหรัฐฯ ถูกมองอาจเป็นฉากบังหน้าปฏิบัติการใหญ่ในอิหร่าน

ความพยายามของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน อาจไม่ได้มีเป้าหมายเพียงภารกิจกู้ภัย แต่ยังอาจถูกใช้เป็น “ฉากบังหน้า” สำหรับความพยายามเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของอิหร่านด้วย จากการที่มีการระดมทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และกำลังพลจากหน่วยรบพิเศษเข้าร่วมปฏิบัติการจำนวนมาก

ฟาร์คัด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์กับ Sputnik ว่า แม้สมมุติฐานดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้ แต่หากสหรัฐฯ คิดจะเดินหน้าปฏิบัติการภาคพื้นดินจริง ก็ถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงและไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากกำลังพลเพียง 5,000-6,000 นาย ไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง

เขาระบุว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ แม้ไม่ถึงขั้นยึดครองอิหร่าน แต่หวังจะกระทบต่อโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานอย่างจริงจัง ก็จำเป็นต้องใช้กำลังทหารอย่างน้อย 500,000 นาย หรืออาจมากกว่านั้น

อย่างไรก็ดี อิบรากิมอฟมองว่า การระดมกำลังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากในภารกิจช่วยเหลือครั้งนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณทางการเมืองและการทหารว่า วอชิงตันพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือกำลังพลของตน เนื่องจากหากนักบินอเมริกันตกไปอยู่ในมืออิหร่าน ย่อมกลายเป็นแต้มต่อสำคัญของเตหะรานในทางต่อรอง

ไม่เพียงเท่านั้น หากเกิดกรณีทหารสหรัฐฯ ถูกจับเป็นเชลย ก็อาจจุดกระแสกดดันภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจากฝ่ายค้านเดโมแครต และแม้แต่ฐานสนับสนุนของโดนัลด์ ทรัมป์เอง

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังเตือนว่า เวลานี้สหรัฐฯ กำลังอยู่ในสถานะเปราะบาง แต่กลับยังประเมินสถานการณ์ในอิหร่านต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเชื่อว่าเพียงเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินขนาดเล็กในพื้นที่ชายฝั่งบางจุด ก็อาจทำให้อิหร่านเกิดความไม่มั่นคงภายในได้

เขามองว่าแนวคิดเช่นนี้ “ทั้งบุ่มบ่ามและไร้ความเป็นจริง”

ที่มา : Sputnik

ดราม่าร้อนแรงบนโลกโซเชียลเกิดขึ้นหลังมีคลิปคนไทยต้มมาม่าที่ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น ก่อนจ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในไทยแต่ผิดกฎวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทำให้ผู้ใช้ญี่ปุ่นวิจารณ์หนักและบางส่วนถึงขั้นขู่แบนคนไทยเข้าประเทศ

เพจเฟซบุ๊ก "Drama-addict" รายงานว่าเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยบัญชี "Masanews" ที่เล่าข่าวญี่ปุ่นทำคลิปและโพสต์ในทวิตเตอร์ โดยมีคนญี่ปุ่นแสดงความเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สุภาพ และอาจผิดกฎหมาย เพราะสินค้าที่ยังไม่ชำระเงิน ไม่ถือเป็นทรัพย์สินของผู้ซื้อ ส่วนบางคนแสดงความคิดเห็นรุนแรงขอแบนคนไทยไม่ให้เข้าญี่ปุ่น

ฝั่งคนไทยในโซเชียลตอบโต้ด้วยการชี้แจงว่าพฤติกรรมนี้เป็นปกติในไทย และไม่ควรถูกเหมารวม รวมถึงนำเหตุการณ์ท่องเที่ยวของคนญี่ปุ่นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทยมาเป็นตัวอย่าง ด้านอินฟลูเอนเซอร์ญี่ปุ่น 'Ryota in Thailand' ซึ่งอยู่ในไทยนาน กล่าวว่า "ผมรู้สึกเสียใจมากที่มีคนญี่ปุ่นบางคนพูดถึงประเทศไทยในแง่ไม่ดี จากการกระทำที่ไม่ได้มีเจตนาร้ายของคนไทย"

เหตุการณ์นี้สะท้อนความแตกต่างทางวัฒนธรรมและกฎระเบียบในต่างประเทศ อีกทั้งกระแสขวาจัดในญี่ปุ่นทำให้บรรยากาศต่อคนต่างชาติรุนแรงขึ้น จึงเป็นข้อเตือนใจให้คนไทยศึกษากฎและมารยาทประเทศปลายทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

ที่มา : https://www.amarintv.com/news/social/542294?fbclid=IwdGRjcAQ5luljbGNrBDmW5mV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHjpt5x4knXHY-yQmwpMxZcxxvipU1lhcm_fbWkRpda7wH2qaUQPwhmqcil_k_aem_HwEzHXwr0z47x7mer-aG6A

จับตา “Affinity Partners” บริษัทลงทุนของ Jared Kushner กับอิทธิพลการเมืองตะวันออกกลาง ทุนหลักจากซาอุดีอาระเบียกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ เผชิญข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนการเมือง

รู้จัก “Affinity Partners”

บริษัทลงทุนระดับโลกโดย Jared Kushner เขยรักของประธานาธิบดี Trump

ฉากทัศน์ของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จู่ ๆ ก็มีชื่อของ Jared Kushner โผล่ขึ้นมาในฐานะผู้ที่ประธานาธิบดี Donald Trump มอบหมายให้มีบทบาทในการเจรจาลับเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเน้นให้เกิดการหยุดยิงกับอิหร่าน ร่วมกับ Steve Witkoff ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง ซึ่งประธานาธิบดี Trump แต่งตั้ง

Jared Kushner นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว แต่งงานกับ Ivanka Trump บุตรสาวของประธานาธิบดี Trump เมื่อ 25 ตุลาคม 2009 Kushner เคยบริหาร Kushner Companies LLC บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวก่อนลาออกเพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดี Trump และผู้อำนวยการสำนักงาน American Innovation ในสมัยที่ 1 ของประธานาธิบดี Trump ผู้เป็นพ่อตา

หลังจากประธานาธิบดี Trump แพ้การเลือกตั้งให้กับประธานาธิบดี Joe Biden ได้หกเดือน เขาได้ก่อตั้ง Affinity Partners (Affinity) บริษัทลงทุนสัญชาติอเมริกันขึ้นในปี 2021 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นคร Miami มลรัฐฟลอริดา บริษัทนี้เน้นการลงทุนในบริษัทอเมริกันและอิสราเอล แหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ด้วยระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของพ่อตา เขาได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศกลุ่มอ่าวเป็นอย่างดี จึงได้รับเงินทุนจำนวนมากจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจากประเทศเหล่านั้น

Affinity Partners ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวอเมริกันเพียงเล็กน้อย ไม่มากนัก ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดคือ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ หรือกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย* ซึ่งได้จัดสรรเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ให้กับ Affinity แม้ว่า เหล่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้มีความเห็นคัดค้านการลงทุนใน Affinity แต่เจ้าชาย Mohammed bin Salman (MBS) มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบีย ทรงได้คัดค้านแนวคิดของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น

ภายในปีที่ก่อตั้ง ณ สิ้นปี 2021 Affinity ได้รับสัญญามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนในบริษัทอเมริกันและอิสราเอลที่กำลังขยายธุรกิจใน อินเดีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง และส่วนอื่น ๆ ของเอเชีย โดย Affinity เป็นธุรกิจของ Jared Kushner โดยอย่างสมบูรณ์ มีพนักงานประจำประมาณ 20 คน ณ เดือนเมษายน 2022 Affinity มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2024 บริษัทไม่ได้คืนผลกำไรให้กับนักลงทุนเลย

ในการสัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal เมื่อพฤษภาคม 2022 Kushner กล่าวว่า “หากเราสามารถทำให้ชาวอิสราเอลและชาวมุสลิมในภูมิภาคทำธุรกิจร่วมกันได้ มันจะทำให้ผู้คนมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์และค่านิยมร่วมกัน” เขากล่าวเสริมว่า “เราได้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ในระดับภูมิภาค ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้างและบ่มเพาะเพื่อให้บรรลุศักยภาพสูงสุด” และยังกล่าวว่า เขาหวังที่จะเปิด “เส้นทางการลงทุนระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอล” ซึ่งในระดับนานาชาติมองว่าเป็น “สัญญาณของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นระหว่างสองคู่ขัดแย้งทางประวัติศาสตร์” ประเด็นของ Affinity นี้เป็นที่ถกเถียงกันเนื่องจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการที่ Kushner รับเงินจากรัฐบาลในตะวันออกกลางในขณะที่ยังทำงานเป็นทูตพิเศษสำหรับภารกิจในตะวันออกกลางให้กับประธานาธิบดี Trump ในสมัยที่ 2 ด้วย

Affinity ได้ลงทุนในบริษัทไฮเทคของอิสราเอลสองแห่งที่ไม่เปิดเผย The Wall Street Journal รายงานว่า “นี่เป็นกรณีแรกที่ทราบกันว่าเงินสดของกองทุนการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบียจะถูกส่งไปยังอิสราเอล ซึ่งเป็นสัญญาณแสดงถึงความเต็มใจที่เพิ่มขึ้นของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในการทำธุรกิจกับประเทศนี้” เดือนมีนาคม 2022 ผู้บริหารของ Affinity ได้รับฟังการนำเสนอจากสตาร์ทอัพชาวอิสราเอลจำนวน 13 ถึง 15 ราย

ในเดือนกรกฎาคม 2023 มีการประกาศว่า Affinity เป็นผู้สนับสนุนหลักในการระดมทุนรอบ Series F มูลค่า 225 ล้านปอนด์ของบริษัทเทคโนโลยีฟิตเนส EGYM ซึ่งตั้งอยู่ในนครมิวนิก การลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนครั้งแรกของ Affinity ในยุโรป มีนาคม 2024 Affinity ได้เริ่มหารือในรายละเอียดกับ Aman Resorts เพื่อสร้างชุมชนรีสอร์ทเชิงนิเวศนอกชายฝั่งของแอลเบเนีย

Forbes รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2024 ว่า Affinity ได้ “ช่วยเพิ่มมูลค่าสุทธิของ Kushner เป็นอย่างน้อย 900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 180% จากต้นปี 2017 ตอนที่เขาเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี Trump ในสมัยที่ 1” กันยายน 2025 รายงานว่า Affinity ได้พัฒนา Brain Co. ร่วมกับนักลงทุนชื่อดังอย่าง Elad Gil โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งเพิ่มเติมได้แก่ Luis Videgaray อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก และ Eric Wu จาก Opendoor สำหรับ Brain Co. เป็นสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่ในนครซานฟรานซิสโก โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดใหญ่และหน่วยงานภาครัฐบาลนำ AI มาใช้ในการดำเนินงาน

Affinity ร่วมกับ Silver Lake และกองทุนการลงทุนสาธารณะของซาอุดีอาระเบีย เริ่มกระบวนการเข้าซื้อกิจการบริษัทเกมวิดีโอ Electronic Arts ในเดือนกันยายน 2025 ด้วยข้อตกลงที่มีมูลค่า 52.5 พันล้านดอลลาร์ ธุรกรรมนี้ทำให้ Electronic Arts กลายเป็นบริษัทเอกชนที่ถูกซื้อกิจการโดยใช้เงินกู้ยืมจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมกล่าว Affinity Partners กลายเป็นสัญลักษณ์ในการตอบแทนบุญคุณของ  Kushner เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้ปกป้องเจ้าชาย Mohammed bin Salman อย่างแข็งขัน ขณะอยู่ในทำเนียบขาว คณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเมื่อ 2 มิถุนายน 2022 ว่า ได้เปิดการสอบสวนว่า Kushner ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเพื่อแลกกับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่

ณ ปี 2024 Affinity ได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการ 157 ล้านดอลลาร์ (รวมถึง 87 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพียงประเทศเดียว) ตั้งแต่ปี 2021 กองทุนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในข้อหาว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับอิทธิพลจากต่างประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2024 หลังจาก รายงานของ New York Times ระบุว่า Kushner ทำการติดต่อด้วยบทบาทในการทำงานให้กับพ่อตาในทำเนียบขาว รายงานของ Reuters ระบุว่า Kushner ยังได้เข้าร่วมการหารือทางการทูตหลายครั้งระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียแม้ว่า Trump จะพ้นจากตำแหน่งในสมัยแรก ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า ความสัมพันธ์ทางการเงินของเขาจะมีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของ Trump หรือไม่? และอย่างไร?

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

 

4 เมษายน ของทุกปี กำหนดให้เป็น "วันภาพยนตร์แห่งชาติ" โดยพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สัญลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรม หนังไทยบันทึกสังคมและประวัติศาสตร์

วันที่ 4 เมษายนถูกกำหนดให้เป็น "วันภาพยนตร์แห่งชาติ" โดยพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาพยนตร์ไทยที่เป็นมากกว่าความบันเทิงทั่วไป

วันภาพยนตร์แห่งชาติไม่ได้หมายถึงแค่การเฉลิมฉลองอุตสาหกรรมหนังเท่านั้น แต่เป็นวันที่สะท้อนว่า ภาพยนตร์คือศิลปะและมรดกวัฒนธรรม ที่เก็บรักษาภาษา ประวัติศาสตร์ ความคิด และค่านิยมของสังคมไทยในแต่ละยุค นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนชีวิตและการตีความสังคมผ่านเรื่องเล่าในหนัง

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่อนุรักษ์ รักษา ฟื้นฟูภาพยนตร์ไทยที่เป็นมรดกวัฒนธรรมอย่างจริงจัง เพราะฟิล์มหนังในอดีตมีสภาพเสื่อมสภาพง่ายหากไม่เก็บรักษาอย่างถูกต้อง "4 เมษายน" จึงไม่ใช่วันสนับสนุนแค่หนังใหม่ แต่เป็นวันที่ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

สำหรับวงการภาพยนตร์ วันสำคัญนี้คือการยืนยันว่าวงการหนังไทย คือศิลปะและส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชาติที่ต้องมอบพื้นที่และการดูแล ทั้งในแง่การสร้าง การวิจารณ์ การศึกษา และการอนุรักษ์ ตลอดจนการยอมรับบทบาทของผู้มีส่วนร่วมหลายตำแหน่ง เหนือกว่าดาราหรือนักกำกับ

วันภาพยนตร์แห่งชาติยังเป็นโอกาสเรียนรู้และทบทวนบทบาทของหนังไทย ที่เปิดประตูสู่ความเข้าใจสังคม ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว การเมือง ชนบท และเรื่องเพศสภาพ ทำให้ 4 เมษายน เป็นวันที่แสดงถึงความทรงจำและบทสนทนาทางวัฒนธรรมของชาติ

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/276161?utm_source=chatgpt.com

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top