Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ดร.เจษฎ์’ รำดาบถวาย บวงสรวงดวงวิญญาณชาวบ้านบางระจัน ด้าน ‘ชัยวุฒิ’ เตือนใจ ปลุกความรักชาติ สามัคคี อย่าแตกแยกจนสิ้นชาติ\

[สิงห์บุรี]  30 มกราคม 2569 เวลา 07.30 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะพรรครักชาติ  อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนางสาวรัสรินทร์ กันต์นิธิวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เข้าร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรชนค่ายบางระจัน ประจำปี 2569 ณ ลานธรรมวัดโพธิ์เก้าต้น บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดสิงห์บุรี อย่างพร้อมเพรียง เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีและความเสียสละของเหล่าวีรชนผู้กล้าในอดีต

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.30 น. ด้วยการตั้งริ้วขบวนอัญเชิญอย่างสมเกียรติจากบริเวณอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน มุ่งหน้าสู่ลานธรรมวัดโพธิ์เก้าต้น โดยนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีฯ พร้อมนำผู้เข้าร่วมงานรวมถึงคณะพรรครักชาติ ร่วมประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชา ปิดทอง และถวายพวงมาลัยสักการะหลวงปู่พระอาจารย์ธรรมโชติ ณ วิหารหลวงปู่พระอาจารย์ธรรมโชติ (วิหารอิฐแดง)

ต่อมาในเวลา 09.09 น. รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ได้ ทำการ ก้มกราบ พื้นดิน ตั้งจิต ระลึกถึง วิญญาณของวีรชนบ้านบางระจัน ก่อนเริ่มการรำดาบถวาย ต่อวีรชน ซึ่ง การรำดาบ ที่ ดร.เจษฎ์ ใช้เป็นท่าการรำในการรบกวนออกอาวุธ เริ่มต้นด้วยการ กราบครูบาอาจารย์ ต่อด้วย การกราบนมัสการเทพเทวดาทั้ง 10 ทิศ  เทพสี่หน้า และกระบวนเตรียมศาสตราวุธ กระบวนรบลุยตะลุมบอน ศิลปะแม่ไม้ และลูกไม้มือเปล่า กระบวนท่าคุมเชิงรบ กราบไหว้ ฟ้าดิน เป็นการจบกระบวนการรบ 

จากนั้นได้เข้าสู่ช่วงพิธีการบวงสรวง  โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้จุดเทียนมงคล พร้อม ขอขมากรรม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความสงบ ซึ่งคณะพรรครักชาติได้เข้าร่วมในพิธีจุดบายศรีสักการะหลวงปู่ธรรมโชติและวีรชนค่ายบางระจัน เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ พร้อมกันนี้ยังมีการจุดเทียน โดยประชาชนชาวบางระจัน  เพื่อสักการะ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในวัดโพธิ์เก้าต้นด้วย

ทั้งนี้ พระครูวิชิต พุทธิคุณ หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่ออาวุธ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เก้าต้น ได้มอบ ผ้าประเจียดซึ่งเป็นจีวรของท่าน และเป็นรุ่นเดียวกับที่ปลุกเสกให้แม่ทัพกุ้ง และทหารชายแดนที่ไปรบสงครามไทยกัมพูชา ด้วย  พร้อมกับ หลวงพ่ออาวุธ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เก้าต้น ได้ฝาก ให้นายชัยวุฒิ และอาจารย์เจษฎ์ ปลูกฝังความรักชาติ รักแผ่นดินให้กับ เด็กรุ่นใหม่ และปลุกความสามัคคี ให้กับคนในชาติ และชื่นชม อาจารย์เจษฎ์ ที่รำดาบถวาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ในการอนุรักษ์สืบสานศิลปะไทย ไว้ให้คนรุ่นหลัง และการรำดาบก็ไม่ได้ง่าย ทุกวันนี้ก็เหลือคนที่จะรักษาศิลปะนี้น้อยแล้ว โดยคนส่วนใหญ่ลืมไปว่า ดาบคืออาวุธที่เราใช้สู้ข้าศึกก่อนที่จะมาเป็นแผ่นดินไทย ประเทศไทย

สำหรับพิธีการบวงสรวงเพื่อรำลึกถึงวีรชนชาวบ้านบางระจัน เป็นพิธีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยการจัดงานทางบ้านบางระจันเขาจะมีการเชิญญาณจากสะตือ 4 ต้น เพื่อหาฤกษ์ยามในการจัด เป็นการระลึกถึงความเสียสละที่ชาวบ้านบางระจันได้ต่อสู้กับพม่า เสียสละชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน พร้อมกันนั้นยัง เป็นการรำลึกถึงดวงวิญญาณที่ต่อสู้ในทุกสมรภูมิรบ และอุทิศบุญกุศล เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณให้ไปสู่สุคติ

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ชี้ตลาดท่องเที่ยวเอเชีย 2026 เผชิญ 3 โจทย์หิน แนะทางรอด เลิกเน้นปริมาณ พร้อมสร้างความเชื่อมั่น – เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว กล่าวถึงหลักการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินกิจการการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการชาวเอเชียภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของโลก ในงาน Thailand Tourism Mart (TTM 2026) ที่อิมแพค เมืองทองธานี
.
โดยได้เน้น 3 ความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงที่ต้องบริหารจัดการ ได้แก่
1.ความมั่นคงและความตึงเครียดของภูมิศาสตร์การเมืองและ
2.เศรษฐกิจโลกที่ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
3.ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วมากขึ้น
.
โดยนายวีระศักดิ์ ชี้ชวนให้ผู้ประกอบการใส่ใจกับการเปิดเผยข้อมูลที่รวดเร็ว แม่นยำ ยืนยันได้จริงเพื่อสร้าง "trust" ให้ลูกค้า ว่าพวกเขาได้รับการดูแลจากมืออาชีพ มีการใช้เทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนไปของข้อมูล ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ประเมิน เปรียบเทียบและตอบสนอง และการพัฒนาไปสู่ Niche ตลาดกลุ่มความสนใจเฉพาะ เช่นตลาดผู้สูงอายุ ตลาดนักผจญภัย ตลาดสุขภาพ ตลาดของนักธุรกิจที่มองหาโอกาสใหม่ ๆ ตลาดการหวนคืนสู่ความสงบและการรักษาใจ และตลาดครอบครัวที่กำลังหนีร้อนไปหา Coolcation พื้นที่ที่ยังพอมีลมเย็นให้ผ่อนคลายจากไอแดดที่ยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

‘จตุพร’ เห็นด้วยแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการ ชี้ต้องให้มืออาชีพบริหาร ต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้ จี้แบงก์ชาติชี้แจง ปมถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล. ย้ำ หากเป็นรัฐบาลจะจริงจังแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 - ภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนสุขภาพร่มเกล้า 2 ถึงความพร้อมของผู้สมัคร สส.พรรคโอกาสใหม่ ว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของพรรคใน กทม.มีความพร้อมในการทำงาน และสามารถผลักดันนโยบายที่พรรควางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐสวัสดิการ การคมนาคม เศรษฐกิจ การดูแลสวัสดิการประชาชน รวมถึงการรับมือภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำแล้ง

นายจตุพร กล่าวว่า พื้นที่ลาดกระบังเป็นพื้นที่ชายขอบที่มีความหลากหลายของประชาชน โดยเฉพาะชาวมุสลิมที่มีจำนวนมาก พรรคจึงมีนโยบายที่ต้องการเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด และผสมผสานการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ พร้อมย้ำว่านโยบายของพรรคได้ถ่ายทอดไปถึงผู้สมัครทุกคนแล้ว และหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชน พร้อมฝากพรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 44

เมื่อถามถึงการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่สิ่งที่อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนคือ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนประเทศ พร้อมขอให้เลิกคิดการเมืองแบบเก่า ที่ยึดผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง และอยากให้ใช้เสียงที่มีอยู่เลือกสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ทั้งการเลือก สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และการทำประชามติ พร้อมยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่ทุกคนพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

ส่วนประเด็นประกันสังคมที่กำลังเป็นที่จับตามอง นายจตุพร ยืนยันว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ประกันตน เนื่องจากผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมมีจำนวนหลายสิบล้านคน เงินในกองทุนถือเป็นเงินของประชาชน จึงควรบริหารอย่างโปร่งใส โดยเห็นด้วยกับข้อเสนอให้แยกการบริหารออกจากระบบราชการ และให้มืออาชีพเข้ามาดูแล พร้อมยืนยันว่าฝ่ายการเมืองควรเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน

“ต้องเริ่มตั้งแต่โครงสร้างผู้บริหารว่ามีความเป็นมืออาชีพและมีความเข้าใจด้านการลงทุนหรือไม่ การนำเงินไปลงทุนต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และไม่ควรนำเงินของประชาชนไปใช้อย่างไม่เหมาะสม โดยความโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ” นายจตุพร กล่าว

30 มกราคม 2491 มหาตมะ คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งอินเดีย ถูก ‘ปลิดชีพ’ ด้วยปลายกระบอกปืนจากผู้คลั่งศาสนา หลังสู้เพื่อสันติ จุดเริ่มต้นสัตยาเคราะห์ในแอฟริกา มรดกอหิงสาสู่โลกสมัยใหม่

มหาตมะ คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณและนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของอินเดีย ถูกลอบยิงเสียชีวิตในเย็นวันเดียวกันที่สนามหญ้าในอินเดีย โดยนายนาถูราม โคทเส ชาวฮินดูผู้ไม่ต้องการเห็นความสมานฉันท์ระหว่างฮินดูและมุสลิม ใช้อาวุธปืนยิงสามนัดจนคานธีล้มลงพร้อมเสียงสุดท้ายว่า "ราม" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเชิงศาสนาและสื่อถึงความสงบในบั้นปลายชีวิตของเขา

คานธีเป็นที่รู้จักจากการเรียกร้องเอกราชอินเดียผ่านวิธี "สัตยาเคราะห์" ซึ่งเน้นความไม่ใช้ความรุนแรง จุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ในแอฟริกาใต้ในปี 1893 เมื่อเขาถูกบังคับให้ออกจากรถไฟชั้นหนึ่งเพราะผิวสี การต่อสู้ของเขาคือการต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของชาวอินเดียและชาวผิวสีทุกคน

เขาเริ่มจัดตั้งขบวนการอพยพและประท้วงกฎหมายที่กดขี่ชาวอินเดียและผิวสีในแอฟริกาใต้ แม้จะถูกจับและถูกเฆี่ยนตีหลายครั้ง แต่คานธีก็ยอมรับทุกอย่างด้วยความสงบและรอยยิ้ม "สัตยาเคราะห์" ซึ่งหมายถึง "ความจริงและความรักที่ผนึกเข้าเป็นพลัง" เป็นหลักการสำคัญที่ต่อมาใช้ในการต่อสู้เพื่อเอกราชอินเดีย และกลายเป็นแบบอย่างของอหิงสาในระดับโลก

มรดกของคานธียังคงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพทั่วโลกและเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังของความรักและความจริงในการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยวิถีทางสันติ

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_26855

จุดยืนเดียวกัน!! ‘อภิสิทธิ์’ ลุกขึ้นจับมือ ‘ดร.เจษฎ์’ หลังประกาศลั่นกลางเวทีดีเบต! แก้โกงต้องเริ่มที่ “เลิกรับเงิน-ขายเสียง” ชี้การขายสิทธิ์เท่ากับการทำลายชาติ เปิดทางนักเลือกตั้งถอนทุนคืน

ในเวทีประชันวิสัยทัศน์ “ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย” ซึ่งจัดโดย CH7HD เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 69 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เบอร์ 35 ได้กล่าวถึงประเด็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า แม้ทุกพรรคการเมืองจะพูดเรื่องการปราบโกง แต่จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มจาก “ประชาชน” เป็นลำดับแรก

ชี้ “ขายเสียง = ขายชาติ” รับเงินแล้วกาให้ คือการทำลายบ้านเมือง รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวเน้นย้ำว่า หากพี่น้องประชาชนยังคงรับเงินและคิดว่าเป็นหนี้บุญคุณ เท่ากับท่านกำลัง “ขายสิทธิ์” และ “ขายเสียง” ของตนเอง ซึ่งการกระทำดังกล่าวคือการร่วมมือกันทำลายชาติบ้านเมือง ต่อให้พร่ำบอกว่า “รักชาติ” แค่ไหน แต่หากในทางปฏิบัติยังรับเงินอยู่ ความรักชาตินั้นก็ไม่มีทางสัมฤทธิ์ผล

ทั้งนี้ หากประชาชนมีความจำเป็นต้องรับเงินจริงๆ ก็จงรับไว้ แต่ “อย่าเลือก” คนที่ให้เงิน เพราะนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียงคือนักลงทุน และเมื่อลงทุนไปแล้ว 1 บาท ย่อมต้องการถอนทุนคืน 2 บาทอย่างแน่นอน ไม่มีใครลงทุนแล้วไม่หวังผลกำไร

พร้อมกันนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของภาครัฐหลังการเลือกตั้ง หากพบเห็นความไม่ชอบมาพากลต้องช่วยกันแจ้งเบาะแส โดยย้ำว่ารัฐต้องมีกลไก “คุ้มครองพยาน” ที่เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ผู้แจ้งเบาะแสต้องต่อสู้เพียงลำพัง

“กองทุน 2.9 ล้านล้าน” ทำไมกลายเป็นสมรภูมิการเมือง: อ่านเกมการโจมตีประกันสังคมในมุมความโปร่งใส

กระแสวิพากษ์ “ประกันสังคม” ช่วงนี้ ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ล้วนๆ แต่เกิดจาก “จุดร่วม” ที่อ่อนไหวที่สุดของรัฐสวัสดิการไทย: เงินกองทุนขนาดมหาศาลที่มาจากแรงงานโดยตรง และการบริหารที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า “ตรวจสอบยาก”

หลายฝ่ายอ้างถึงตัวเลขเงินลงทุนสะสมของกองทุนประกันสังคมที่อยู่ระดับ “หลักล้านล้านบาท” ทำให้ประกันสังคมไม่ใช่แค่หน่วยบริการ แต่เป็นผู้จัดการสินทรัพย์สาธารณะรายใหญ่ของประเทศ เมื่อคำถามเรื่อง “การลงทุน-ธรรมาภิบาล-ความคุ้มค่า” ถูกโยงเข้ากับความเดือดร้อนของผู้ประกันตน สนามนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายการเมืองเลือกเล่นแล้วได้ผลในเชิงการสื่อสาร

หัวใจของข้อถกเถียงจึงไม่ใช่แค่ว่า “ลงทุนคุ้มหรือไม่คุ้ม” แต่คือ “ประชาชนต้องเชื่อ” หรือ “ตรวจสอบได้” กันแน่

1) เพราะ “เงินของเรา” แต่ “ข้อมูลไม่อยู่ในมือเรา”
ผู้ประกันตนจำนวนมากรู้สึกว่าเงินถูกหักทุกเดือนอย่างแน่นอน แต่เวลาจะเข้าใจว่ากองทุนลงทุนอะไร ได้ผลตอบแทนเท่าไร เสี่ยงแค่ไหน และใครเป็นผู้ตัดสินใจ กลับต้องตามข้อมูลจากการชี้แจงเป็นครั้งๆ หรือเอกสารที่อ่านยากสำหรับประชาชนทั่วไป

ทันทีที่มีข่าว/ข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุน โซเชียลจะตั้งคำถามต่อทันทีว่า ระบบเปิดเผยข้อมูลของกองทุน “เชิงรุก” แค่ไหน และทำไมประชาชนถึงต้องรอให้เป็นดราม่าก่อนจึงค่อยได้คำอธิบาย

2) เพราะเมื่อระบบบริการสะดุด “ความไม่ไว้ใจ” จะพุ่งไปที่การใช้เงินทันที
ในช่วงที่ผู้ประกันตนพบปัญหาใช้สิทธิไม่ได้หรือได้รับความล่าช้า ความรู้สึก “หักเงินตรงเวลา แต่ตอนจ่ายกลับช้า/ติดขัด” จะยกระดับเป็นความไม่ไว้วางใจต่อทั้งระบบ

จากจุดนี้ เรื่องการใช้งบประมาณหรือโครงการต่างๆ (โดยเฉพาะโครงการที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่เร่งด่วน) จะถูกหยิบมาเทียบกับความเดือดร้อนทันที แม้ข้อเท็จจริงเชิงระเบียบจะยังต้องตรวจสอบ แต่ในเชิงการเมือง แค่ทำให้สังคมรู้สึกว่า “ไม่สมเหตุสมผล” กระแสก็วิ่งแล้ว

3) เพราะประกันสังคมคือ “ธนาคารของแรงงาน” ที่คนอยากเห็น KPI แบบบริษัทเอกชน
กองทุนระดับหลักล้านล้าน หากอยู่ในมือเอกชน ผู้ถือหุ้นจะตั้งคำถามเรื่องผลตอบแทน ความเสี่ยง ผู้จัดการกองทุน และธรรมาภิบาลแบบรายไตรมาส
แต่ในโลกจริง ผู้ประกันตนจำนวนมากยังไม่เห็น “แดชบอร์ด” ที่อ่านง่ายว่า:
•    ปีนี้ผลตอบแทนรวมเท่าไร และเทียบกับ benchmark อะไร
•    สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทเป็นอย่างไร
•    ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุนเป็นเท่าไร
•    โครงการเทคโนโลยี/ระบบ IT ทำให้บริการดีขึ้นแค่ไหน (วัดจากอะไร)
•    เวลาจ่ายสิทธิแต่ละประเภทเฉลี่ยกี่วัน (SLA) และช่องทางใดเร็ว/ช้า
เมื่อข้อมูลแบบนี้ไม่ถูกสื่อสารอย่างต่อเนื่อง “ช่องว่างข้อมูล” จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงให้การโจมตีทางการเมืองเติบโตได้เอง

4) แล้วทำไมฐานการเมือง “สีส้ม” ถึงหยิบเรื่องนี้แรง
เพราะเป็นธีมที่เข้ากับแบรนด์การเมือง: ตรวจสอบ-โปร่งใส-ทวงคืนอำนาจให้คนธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อประเด็นโครงสร้างกำกับดูแลและการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนถูกตั้งคำถาม เรื่อง “เงินของแรงงาน แต่แรงงานมีอำนาจกำกับน้อย” จะถูกเล่าได้ง่ายและสะเทือนวงกว้าง
พูดให้ชัด นี่คือการเลือกสนามที่ “ชนะง่าย” เพราะฐานผู้ประกันตนคือคนทำงานจำนวนมาก และทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างประเด็นจากศูนย์

สีสันเลือกตั้ง!! ‘รักชาติ’ พบ ‘ประชาธิปัตย์’ กลางตลาดเจ้าพรหม อยุธยา ‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ เจอ ‘อภิสิทธิ์-กรณ์’ ทักทายเป็นกันเอง หยอกให้เต้นโชว์!! ด้านชาวบ้าน เรียกร้องพรรครักชาติ อยากให้ส่ง สส.เขต ในพื้นที่

(อยุธยาฯ) 29 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พรรครักชาติ (เบอร์ 35) นำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ  อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9), นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายวรัชณ์กิตต์ วิศาลมนัส ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 10 เดินทางไปยังตลาดเจ้าพรหม ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความคึกคักเป็นพิเศษ ตลอดเส้นทางการเดินของทีมพรรครักชาติ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลายคนรู้จักพรรครักชาติจากคลิปไวรัลต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย พร้อมเข้ามาขอเต้นถ่ายคลิปด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่ ชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ตัวจริงหล่อมาก หล่อกว่าในโทรทัศน์และตามสื่อต่าง ๆ รวมถึงน้อง ๆ สมาชิกพรรครักชาติ ที่มาร่วมเดินหาเสียงในวันนี้ หน้าตาดี เป็นกันเองทุกคน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนส่วนใหญ่ที่เข้ามาทักทาย ต่างสะท้อนความเห็นว่า อยากให้พรรครักชาติ ส่งผู้สมัคร สส.เขต ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้าง เพราะชื่นชอบ อยากเป็นกำลังใจให้ เห็นความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ที่มุ่มมั่นเข้ามาทำงานการเมือง แล้วรู้สึกว่าประเทศไทย ยังมีความหวัง ที่จะพัฒนา ส่งต่ออนาคตที่สดใสเหมือนหน้าตาสมาชิกพรรครักชาติ ให้กับเด็ก ๆ รุ่นต่อไป

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ชี้ “SAF” คือพลังงานใหม่ของประเทศ บนเวที WeCYCLE Day 2568 ตอกย้ำบทบาทไทยสู่ผู้นำพลังงานสีเขียว

นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนโชค น้ำมันพืช (2012) จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเวิลด์ ยูซีโอ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้รวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วรายใหญ่ของประเทศ และดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสีเขียว ได้ให้วิสัยทัศน์ในฐานะวิทยากรพิเศษ (Speaker) ในงาน “WeCYCLE Day 2568” ซึ่งจัดโดย WHA Group ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรและภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

โดยนายจิตรเทพ ได้บรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อผลิตน้ำมันอากาศยานอย่างยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)”

พร้อมชี้ให้เห็นว่า SAF ไม่ใช่เพียงพลังงานทางเลือก แต่เป็น “พลังงานใหม่ของประเทศ” ที่มีศักยภาพในการสร้างทั้งความมั่นคงทางพลังงาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และการลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว

นายจิตรเทพ กล่าวว่า SAF คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวัตถุดิบจากน้ำมันพืชใช้แล้วในปริมาณมาก และมีผู้ประกอบการพลังงานสีเขียวที่พร้อมขับเคลื่อนเชิงอุตสาหกรรม

“SAF คือพลังงานแห่งอนาคตที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาได้จริง หากสามารถจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นระบบ จะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีมูลค่าสูง และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ”

‘พรรคเพื่อไทย’ ประกาศยกเครื่อง ‘ประกันสังคม‘ ปรับเปลี่ยนใน 100 วันแรกให้เกิดขึ้นทันที

วันที่ 29 ม.ค.69 พรรคเพื่อไทย จัดแถลงข่าวด่วน การแก้ปัญหากองทุนประกันสังคม โดย  นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช  อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

โดยนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระรวงแรงงาน แม้มีเวลาแค่ 2 เดือน และได้มีการโยกย้ายปลัดแรงงาน เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบ จะทำเรื่องต่อไปคือการผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม เสนอให้มีการแก้ไขโครงสร้างบอร์ด ให้ประธานบอร์ดจากการเลือกตั้งภายในบอร์ด แทนที่จะเป็นปลัดกระทรวง เพื่อให้มืออาชีพมาบริหารกองทุนได้แท้จริง

ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช  อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จะผลักดันใน 100 วันแรก ยกเครื่องประกันสังคมให้เกิดขึ้นทันที จุดยืนยกเครื่องประกันสังคม ให้เปลี่ยนเป็นหลักประกันของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเลือกสูตร 1 เลือก 7 ไม่ให้ผู้ประกันตนเสียสิทธิ์เด็ดขาด

‘ดร.เจษฎ์’ ชม ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ จี้ กกต.เร่งตรวจสอบเบิกเงินสด 250 ล้าน ก่อนบ้านเมืองวิบัติ

(อยุธยาฯ) 29 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เบอร์ 35 ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง ตลาดเจ้าพรหม ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีที่มีการนำเงินทุนเทามาใช้ซื้อเสียงเลือกตั้งว่า จากกระแสข่าวในช่วงแรกที่มีการคุยกันว่า มีเงินจากทุนเทาไหลเข้ามานับแสนล้าน เอามาใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ต่อมาก็มีข่าวว่ามีการจ่ายเงินซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท นั่นเท่ากับว่ามีการนำเงินเทาเข้ามาใช้ซื้อเสียงประมาณ 2 แสนล้านบาท

"มันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ จากเดิมที่คุยกันว่า มีเงินจากทุนเทาเข้ามาแสนล้าน เพื่อที่จะเอามาจ่ายในการเลือกตั้ง ต่อมาก็มีการพูดกันว่า จ่ายหัวละ 7,500 บาท นั่นเท่ากับว่าเงินประมาณ 2 แสนล้านเข้ามา" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าว

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า วันนี้ ก็มีความชัดเจนแล้วเมื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเปิดข้อมูลการเบิกถอนเงินสดก้อนโตผิดปกติถึง 2 ระลอก  ครั้งแรก 100 ล้านบาท และอีกครั้ง 250 ล้านบาท ซึ่งการเบิกเงินในลักษณะนี้ มีความไม่ชอบมาพากลสูง

"ความชัดเจนในวันนี้ ต้องขอบคุณท่านผู้ว่าแบงก์ชาตินะครับ ที่ท่านออกมาเปิดเผยว่า มีการเบิกเงิน 2 ระลอก อันนี้ของจริงเลย 100 ล้านทีหนึ่ง 250 ล้านอีกทีหนึ่ง เงินแบบนี้มีความไม่ชอบมาพากลสูง" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top