Monday, 26 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

THAILAND MORAL AWARDS 2025 ศูนย์คุณธรรมฯ ครบรอบ 15 ปี เปิดเวทีรางวัลคุณธรรมระดับประเทศ สร้างแรงบันดาลใจสังคมไทย เชิดชูสื่อสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และองค์กรคุณธรรม

ศูนย์คุณธรรมฯ จัด THAILAND MORAL AWARDS 2025
มอบ "รางวัลคุณธรรมระดับประเทศ" เชิดชูต้นแบบความดี

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เตรียมจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ภายใต้แนวคิด "ความดีที่ส่งต่อ พลังที่เปลี่ยนสังคม" เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีของศูนย์คุณธรรมเพื่อประกาศยกย่องและเชิดชูเกียรติสื่อ บุคคล ชุมชน และองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรมของประเทศไทย ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทของ THAILAND MORAL AWARDS ในฐานะ "รางวัลคุณธรรมระดับประเทศ" และ "เวทีเชิดชูต้นแบบของประเทศ" ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นคุณค่าของการทำความดี และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เปิดเผยว่า การพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงประชาชนที่มีความรู้หรือศักยภาพในการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนไทยในทุกช่วงวัยให้เป็น "คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ" เพราะการพัฒนาประเทศจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้ ต้องอาศัยคุณธรรมเป็นรากฐานควบคู่กับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่ประกาศให้สังคมเห็นว่าการทำความดีเป็นคุณค่าที่ควรได้รับการยอมรับ เชิดชู และส่งต่อเป็นต้นแบบด้านพฤติกรรมเชิงบวกแก่คนรุ่นต่อไป
"THAILAND MORAL AWARDS จึงไม่ใช่เพียงเวทีมอบรางวัล แต่เป็นรางวัลคุณธรรมระดับประเทศ ที่ทำหน้าที่เฟ้นหาผู้มีคุณธรรมเชิงบวกจากทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสื่อ บุคคล ชุมชน หรือองค์กร ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมค่านิยมที่ดี และร่วมกันสร้างสังคมคุณภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม" รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

ผู้อำนวยการศูนย์ฯ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการจัดรางวัลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ศูนย์คุณธรรมได้เห็นพลังของผู้คนจำนวนมากที่อุทิศตนสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน และรางวัล THAILAND MORAL AWARDS ได้กลายเป็นเวทีที่ทำให้เรื่องราวของบุคคลและองค์กรเหล่านี้ได้รับการรับรู้ในวงกว้าง จนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดความดีในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

"สิ่งที่เราต้องการสร้าง ไม่ใช่เพียงรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในแต่ละปี แต่คือ การให้พื้นที่เกียรติยศของคนทำความดี รวบรวมเพื่อเป็นเกียรติประวัติ แล้วบอกกับสังคมว่า ความดีมีคุณค่า ผู้ที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวมสมควรได้รับการยกย่องไม่ต่างจากผู้ประสบความสำเร็จในด้านอื่น ๆ เพราะเมื่อสังคมมีต้นแบบที่ดี ก็จะเกิดแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสร้างความดีและส่งต่อคุณค่าเชิงบวกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง"
สำหรับ THAILAND MORAL AWARDS 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม และมีความพิเศษกว่าทุกปี เนื่องจากปีนี้ตรงกับวาระครบรอบ 15 ปีของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และเชื่อมโยงเครือข่ายคุณธรรมจากทุกภาคส่วนของประเทศ พร้อมกระตุ้นให้การทำความดีกลายเป็นวาระร่วมของสังคมไทยจากรุ่นสู่รุ่น
รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ศูนย์คุณธรรมยังได้ยกระดับกระบวนการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลประเภทบุคคล และประเภทชุมชนและองค์กร โดยใช้กระบวนการ คัดสรรผ่านภาคีเครือข่ายจากทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนการยอมรับจากผู้ที่ทำงานร่วมกันในพื้นที่อย่างแท้จริง จึงไม่มีการเปิดรับสมัครจากสาธารณชนในสองประเภทดังกล่าว ขณะที่รางวัลประเภทสื่อยังคงเปิดโอกาสให้ผลงานด้านการสื่อสารที่ส่งเสริมคุณธรรมเข้าร่วมการพิจารณา เพื่อยกย่องสื่อที่มีบทบาทในการสร้างค่านิยมเชิงบวกแก่สังคม
สำหรับปี 2569 มีการมอบรางวัลรวมทั้งสิ้น 109 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลประเภทสื่อ จำนวน 57 รางวัล จาก 8 สาขา ได้แก่ ละคร ภาพยนตร์ โฆษณา บทเพลง รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ หนังสือ และสื่อดิจิทัล รวมทั้ง รางวัลประเภทบุคคล จำนวน 25 รางวัล และ รางวัลประเภทชุมชนและองค์กร จำนวน 27 รางวัล ซึ่งล้วนผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้การยกย่องเชิดชูสะท้อนคุณค่าของผู้สร้างความดีอย่างแท้จริง

"เราเชื่อว่าการสร้างสังคมคุณธรรม ไม่ได้เกิดจากการรณรงค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้คนดีได้รับการมองเห็น ได้รับการยอมรับ และได้รับการเชิดชูอย่างสมเกียรติ เพราะเมื่อความดีได้รับการยกย่อง ก็จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการขยายผลต่อไป ดังนั้น THAILAND MORAL AWARDS จึงเป็นมากกว่ารางวัลทั่วไป หากแต่เป็นเวทีเชิดชูต้นแบบของประเทศ ที่ส่งต่อคุณค่าความดีจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากชุมชนหนึ่งไปสู่อีกชุมชนหนึ่ง และจากวันนี้ไปสู่อนาคตของสังคมไทย" รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

พิธีมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวโอวาท พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล

สำหรับผู้สนใจ สามารถร่วมลุ้นและติดตามผลผู้ชนะได้ทางเว็บไซต์ www.thailandmoralawards.com หรือ Facebook ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand และเชิญร่วมรับชมถ่ายทอดสดงานพิธีมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ผ่านทาง Facebook Fanpage: ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 – 16.00 น. โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โทร. 0 2644 9900 ต่อ 510-512

18 สิงหาคม ของทุกปี กำหนดให้เป็น ‘วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ’ น้อมรำลึก ‘ในหลวง ร.4’ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พาประเทศไทยก้าวสู่โลกสมัยใหม่

ในวันที่ 18 สิงหาคม ของทุก ๆ ปี ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในวันสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการศึกษาของไทย เนื่องจากตรงกับวันที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ ต.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังพระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาไว้อย่างแม่นยำ ล่วงหน้า 2 ปี ด้วยพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของพระองค์ จึงได้มีการถวายพระราชสมัญญานามให้ทรงเป็น ‘พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย’ และด้วยพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์นี้ คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็น ‘วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ’

เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าว และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงเป็น ‘พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย’ ไปพร้อมกัน
สำหรับความเป็นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระราชโอรส พระราชธิดา รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ฯ (รัชกาลที่ 5) ขณะพระชนมายุ 16 พรรษา ได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ ตำบลบ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411

ด้วยทรงตั้งพระปณิธานแน่วแน่ที่จะพิสูจน์ผลการคำนวณของพระองค์ หลังจากที่ทรงใช้กล้องโทรทรรศน์คำนวณการเกิดสุริยุปราคาครั้งแรกได้อย่างแม่นยำ ล่วงหน้า 2 ปี ซึ่งพระองค์คำนวณไว้ว่า สุริยุปราคาจะเกิดขึ้นในวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช 1230 โดยจะเห็นหมดดวงและชัดเจนที่สุด ที่หมู่บ้านหัววาฬ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณเกาะจาน ขึ้นไปถึงปราณบุรี และลงไปถึงเมืองชุมพร และโปรดฯ ให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุญนาค) ไปสร้างค่ายหลวงและพลับพลาที่ประทับ พร้อมกับเชิญคณะนักดาราศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และเซอร์แฮรี ออด เจ้าเมืองสิงคโปร์เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ และร่วมในการสังเกตการณ์ ซึ่งเมื่อถึงวันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ทรงพยากรณ์ไว้ทุกประการ ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว
องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณของพระองค์ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้วยพระราชกรณียกิจและพระเกียรติคุณนานัปการ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านดาราศาสตร์

ที่มา : Mgronline

'วราวุธ' ห่วงแม่น้ำกกวิกฤต!! เร่งกำกับเหมืองแร่ทั่วประเทศ สั่ง กพร. เฝ้าระวังพื้นที่นำสารพิษ เน้นแก้ปัญหาสารพิษยั่งยืน หนุน UNIDO เทคโนโลยีฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

“วราวุธ” ห่วงวิกฤตแม่น้ำกก สั่ง กพร. ยกระดับการกำกับดูแลเหมืองแร่ทั่วประเทศ
จับมือ ทส.-กต. เร่งแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก หนุน ความร่วมมือ UNIDO แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุถึงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์พบสารพิษและโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก จึงได้กำชับให้ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เข้าไปกำกับดูแลการประกอบกิจการเหมืองแร่ทั่วประเทศ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด

เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ที่ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะอุตสาหกรรมเหมืองแร่ต้องอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะต้องไม่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งถือเป็นนโยบายและเป้าหมายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

ซึ่ง นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รายงานว่า ที่ผ่านมา กพร. ได้ดำเนินการตรวจสอบและกำกับดูแลการทำเหมืองแร่ทั่วประเทศ ตลอดจนในบริเวณพื้นที่ภาคเหนืออย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการทุกแห่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด จากการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างละเอียด ขอยืนยันว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในแม่น้ำกกขณะนี้ มาจากพื้นที่นอกอาณาเขตประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพน้ำที่ไหลเข้าสู่ตัวจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม กพร. พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและเทคนิคเชิงลึกแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด และทาง กพร. ยังได้เข้าไปประสานงาน มีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยแก้ปัญหาสารพิษปนเปื้อนในระดับทวิภาคีระหว่างประเทศ รวมทั้งร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เพื่อนำเทคโนโลยีและมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับสากลมาประยุกต์ใช้ในการเฝ้าระวัง ศึกษาการปนเปื้อน และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำกกให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมด้วย

กพร. อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับมาตรฐานการนำเข้าแร่บางชนิด โดยอาจกำหนดให้มีการแจ้งข้อมูลแหล่งเหมืองแร่ต้นทาง เพื่อยืนยันว่าแร่ที่นำเข้ามานั้นมาจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยสร้างความรัดกุมในการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการสนับสนุนแหล่งผลิตแร่ที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

มาดูกัน!!

ชื่อเรียกสอบเข้ามหาวิทยาลัยในเอเชีย เรียกอะไรกันบ้าง?

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=122304859028222081&set=a.122179531664222081

“กองทัพเรือ” สกัดลักลอบข้ามแดน!! จันทบุรีปิดด่าน100% เข้มงวด จับกุมผู้นำพาชายไทย 1 คน คนกัมพูชาโดนควบคุมดำเนินคดี เพิ่มมาตรการป้องกันแนวชายแดนเข้มข้น

กองทัพเรือเดินหน้ามาตรการ “ปิดด่าน 100%” สกัดผู้นำพาลักลอบข้ามแดนพื้นที่จันทบุรี

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ฐานปฏิบัติการยูคาถึงบริเวณสระหลวง ใกล้ป่าระเบิด จังหวัดจันทบุรี ตามมาตรการ “ปิดด่าน 100%” และการเฝ้าระวังการลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด ระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีบุคคลรวม 4 คน ในลักษณะต้องสงสัย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ สามารถควบคุมรถจักรยานยนต์ได้ 1 คัน พร้อมบุคคล 2 คน ได้แก่ ชายไทยอายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้นำพา และชายชาวกัมพูชาอายุ 41 ปี ซึ่งมีเอกสารแสดงตนแต่หมดอายุ ส่วนรถจักรยานยนต์อีกคันพร้อมบุคคลที่โดยสารมาสามารถหลบหนีไปได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้นำพาชาวไทยให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชาวกัมพูชาให้ไปรับชาวกัมพูชา 2 คน เพื่อนำไปส่งบริเวณสามแยกจางวาง โดยได้รับค่าจ้างคนละ 1,300 บาท ขณะที่ชายชาวกัมพูชาให้การว่า เดินทางมาจากกุมเรียง ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้ามาหางานทำในสวนลำไยบริเวณจางวาง เนื่องจากต้องการหนีสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำภายในประเทศกัมพูชา โดยเสียค่าเดินทาง 8,000 บาท และเดินทางมาพร้อมบุตรสาวอายุ 13 ปี ซึ่งโดยสารมากับรถจักรยานยนต์อีกคันที่หลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามบุตรสาวอายุ 13 ปีที่เดินทางมาด้วย ทั้งนี้ การควบคุมตัวและส่งมอบได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า กองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่าน 100%” ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและขบวนการรับจ้างนำพา โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายและรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

‘จีโน่’ ผงาดแชมป์!! โชว์ฟอร์มร้อนแรงวันสุดท้าย หวด 8 อันเดอร์พาร์ 64 สกอร์รวม 22 อันเดอร์ แซงขึ้นที่ 1 คว้าแชมป์พอร์ตแลนด์ คลาสสิก นักกอล์ฟไทยกวาดรางวัล 3 รายการล่าสุด

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โปรสาวมือ 2 ของโลก โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในรอบสุดท้าย หวดวันเดียว 8 อันเดอร์พาร์ 64 ก่อนจบด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 แซงคว้าแชมป์กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ เดอะ สแตนดาร์ด พอร์ตแลนด์ คลาสสิก ที่สนามโคลัมเบีย เอดจ์วอเตอร์ คันทรี คลับ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

รายการนี้ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม โดย อาฒยา ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในฐานะผู้ตามหลัง “เปียโน” อาภิชญา ยุบล ผู้นำอยู่ 2 สโตรก แต่สามารถเร่งเครื่องทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บ 8 เบอร์ดี้ เสีย 2 โบกี้ จบวันที่ 8 อันเดอร์พาร์ 64 ทำสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 คว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นแชมป์รายการที่ 10 ในอาชีพของ อาฒยา และยังทำให้เธอกลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ต่อจาก “เม” เอรียา จุฑานุกาล และ “พราว” ชเนตตี วรรณแสน อีกทั้งยังเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 3 ในช่วง 5 ปีหลังสุดที่ได้ชูถ้วยแชมป์พอร์ตแลนด์ คลาสสิก

ขณะที่ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล ซึ่งเป็นผู้นำหลังจบรอบสองและรอบสาม ทำเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 ในรอบสุดท้าย จบด้วยสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267 คว้ารองแชมป์ร่วมกับ “พราว” ชเนตตี วรรณแสน ที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงในรอบสุดท้าย หวดถึง 9 อันเดอร์พาร์ 63 ก่อนจบสกอร์รวม 21 อันเดอร์พาร์ 267

ส่งผลให้ศึกพอร์ตแลนด์ คลาสสิกปีนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่นักกอล์ฟสาวไทยทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะ อาฒยา ที่เร่งเครื่องในรอบสุดท้ายจนสามารถพลิกสถานการณ์จากการเป็นฝ่ายตาม กลับมาคว้าแชมป์ได้อย่างสุดระทึก

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1537371951763903&set=a.620111833489924

ด่วน!! จากกรณีตามที่ปรากฏเป็นข่าวใน Social Network โรงพยาบาลขอนแก่นขอเรียนข้อเท็จจริง

สำหรับประเด็นที่ปรากฎเป็นข่าวใน Social Network ว่ามีพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลไปคอมเมนท์ใน
Facebook ด้วยข้อความไม่เหมาะสม โรงพยาบาลได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า บุคลากรดังกล่าว ทั้งพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น

โรงพยาบาลขอนแก่นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้ทบทวนระบบการให้บริการ
พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1370866735114012&id=100065720940125&rdid=LdVcTYQa2zAomksr#

รัฐบาลเดินหน้า “สวนลอยฟ้า” เดินหน้า สร้างสวนลอยฟ้า 4,500 ตร.ม. เชื่อม ภูเขาทอง–ป้อมมหากาฬ น้อมนำโครงการพระราชดำริ สร้างแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์กลางกรุง

รัฐบาลจับมือพันธมิตรน้อมนำโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เดินหน้าสร้าง “สวนสาธารณะ 2 ชั้น” หรือ “สวนลอยฟ้า” เชื่อมต่อระหว่าง “ภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ” ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงฯ ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์แล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ควบคู่ไปกับพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศาลาการประชุมภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหน่วยงานราชการและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างการออกแบบ เขียนแบบ รูปแบบการพัฒนาสวน โดยทาง ปตท. จะเป็นผู้ประสานหลักในการเขียนแบบที่มีความชำนาญในด้านนี้ โครงการนี้ได้รับความกรุณาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร อนุญาตให้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพมหานคร โดยจะสร้างเป็นสวน 2 ชั้น พร้อมทั้งนำต้นไม้ของแต่ละจังหวัดมาปลูกตกแต่งทำให้เป็นสวนที่ร่มรื่น สวยงาม และจะทำพื้นที่ริมคลองซ่อมแซม และปรับปรุงคลองให้สวยงามขึ้นต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้ มีจุดขาย มาตกแต่งเพิ่มเติม ให้มีความสวยงาม สร้างภูมิทัศน์ที่ทำให้คนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยว เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนไทยด้วยกัน ซึ่งตนได้แต่งตั้งนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ในนามของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

เจ้าประคุณสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร กล่าวสัมโมทนียกถา ว่า ได้ดูภาพการทำงานของโครงการฯนี้แล้ว ชื่นใจ เป็นโครงการฯที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ทางวัดสระเกศราชวรวิหาร มีความยินดีให้ความร่วมมือในการร่วมงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม เจริญพร

นอกจากนี้ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ยังเสนอแนวทางให้เชื่อมต่อถึงวัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งมีโลหะปราสาท เพื่อประกอบทัศนียภาพที่งดงามยิ่งขึ้น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า บริเวณนี้จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ของ กทม. เนื่องจากมีรถไฟฟ้า 2 สายมาบรรจบกัน อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อ รถ-ราง-เรือ เป็นแลนด์มาร์ก ของ กทม. โดยคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า จะมีส่วนร่วมออกแบบ บูรณาการความสำเร็จ ร่วมมือ ร่วมใจกัน

ด้าน พลตรี ปริญ รื่นภาควุฒิ ประจำราชเลขานุการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ปรึกษาโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เปิดเผยว่า โครงการนี้จะใช้พลังงานสะอาดทั้งหมด ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายทหาร ในอนาคตจะมีการพัฒนาคุณภาพน้ำในคลองให้กลับมาใสสะอาดยิ่งขึ้น ดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และป้อมมหากาฬ หรือ “โครงการสร้างสวนสาธารณะ (สวนลอยฟ้า) เชื่อมป้อมมหากาฬ และภูเขาทอง” ตั้งอยู่ที่แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีส่วนของเนื้องาน ประกอบด้วย ก่อสร้างสวนลอยฟ้า 4,500 ตารางเมตร ปรับปรุงสะพานมหาดไทยอุทิศ 1 งาน และปรับปรุงสวนสาธารณะ 1 ไร่

โครงการสวนลอยฟ้า เชื่อมป้อมมหากาฬ-ภูเขาทอง ดำเนินการสร้างภายใต้แนวคิด “จากการป้องกันสู่ศรัทธา” โดยออกแบบเชื่อมโยงเรื่องราวของพื้นที่ จากอดีตเชิงป้องกันของป้อมมหากาฬ สู่ปลายทางแห่งศรัทธาที่ภูเขาทอง ผ่านประสบการณ์เดินชมสวนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากเส้นสายที่แข็งแรง สู่บรรยากาศที่สงบ นุ่มนวล และร่วมสมัย

โครงการสวนลอยฟ้าฯ แบ่งพื้นที่เป็น 6 โซนหลัก ๆ ได้แก่

โซน 1 คลองรอบกรุง : จุดเริ่มต้นของเส้นทาง เล่าเรื่องราวการขุดคลองรอบกรุงเพื่อป้องกันประเทศ

โซน 2 กำแพงเมือง : แนวกำแพงและลานทางเดิน สะท้อนเรื่องราวการป้องกันของป้อมมหากาฬ

โซน 3 หัวเรือ : ลานน้ำและพื้นที่กิจกรรม สะท้อนบทบาทการค้าขายและการแลกเปลี่ยน

โซน 4 วัฒนธรรม : พื้นที่ลานกิจกรรมและองค์ประกอบเชิงวัฒนธรรม เชื่อมโยงผู้คนกับประวัติศาสตร์และชุมชน

โซน 5 ความสงบ : สวนร่มรื่นและมุมพักผ่อน สร้างบรรยากาศผ่อนคลายกายและใจ

โซน 6 ทางเดินแห่งศรัทธา : ทางเดินโค้งเชื่อมต่อสู่พื้นที่ศรัทธา พาใจค่อย ๆ เข้าสู่ความหมายชีวิต

ขณะที่วัสดุและองค์ประกอบในการตกแต่งสวนลอยฟ้าเบื้องต้นนั้นก็มีหลากหลาย อาทิ ต้นไม้ น้ำ กระจก พื้นไม้ อิฐแดง และสแตนเลส เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีลิฟต์ และทางลาดอารยสถาปัตย์ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุอีกด้วย

สำหรับโครงการโครงการสวนลอยฟ้า เชื่อมป้อมมหากาฬ-ภูเขาทอง นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะเร่งผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันวาระเจริญพระชนมายุ 100 ปี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยการทำงานใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็น “บุญใหญ่” และเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง

ที่มา : https://mgronline.com/travel/detail/9690000080601

หลุดปากหรือพูดตรงๆ?

ทรัมป์ยอมรับสหรัฐฯ “เอาน้ำมัน” มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ออกจากเวเนซุเอลา ก่อนทิ้งท้าย “ตอนนี้เรากำลังทำแบบเดียวกันกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375854764702880/?rdid=TUJtIwR4j6H4ItEn#

ดราม่า ! ทหารอเมริกัน-อิสราเอล ภาพข้อความบนเครื่องบินทหารแพร่บนโซเชียล ข้อความล้อเลียนเกี่ยวกับอิสราเอลและสงคราม อ้างเป็นฝีมือทหารอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังไม่มีการยืนยันจากทางการสหรัฐฯ

ภาพที่กำลังถูกส่งต่อบนโลกออนไลน์อย่างมากในขณะนี้ ซึ่งอ้างว่าทหารสหรัฐฯ เขียนข้อความประชดอิสราเอลบนเครื่องบินที่คาดว่าอาจจะเป็นเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135

ภาพข้อความจำนวนมากที่ถูกเขียนลงบนฝุ่นที่เกาะอยู่บริเวณชิ้นส่วนปีกของเครื่องบินทหารสหรัฐฯ กำลังถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ ซึ่งอ้างว่าเป็นฝีมือของทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และข้อความหลายส่วนมีเนื้อหาประชดประชันอย่างรุนแรงต่ออิสราเอลและบทบาทของสหรัฐฯ ในสงคราม

ข้อความที่ปรากฏในภาพมีทั้ง “Bibi’s Cucks”, “Be a good goy and do what Israel tells you to!!!”, “Operation Epstein Fury”, “Peace Deal #64 Incoming”, “ALL THIS FOR THE HOLY LAND” และ “I LOVE ISRAEL I AM A GOOD GOYIM” นอกจากนี้ยังมีการวาดเกม XO, Hangman และข้อความล้อเลียนอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัวเครื่องบิน

ภาพดังกล่าว ซึ่งระบุว่าได้รับภาพมาจากบุคคลในพื้นที่ และอ้างว่าข้อความเหล่านี้ถูกเขียนโดยกำลังพลสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย พร้อมถ่ายทอดคำบอกเล่าจากบุคคลที่อ้างว่าอยู่ในพื้นที่ว่า ขวัญกำลังใจของกำลังพลในปฏิบัติการอยู่ในระดับต่ำมาก และทหารจำนวนหนึ่งถูกส่งไปประจำการในสถานที่ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่โดยไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นานเพียงใด

ผู้ใช้ออนไลน์บางส่วนระบุว่าลักษณะของเครื่องคล้ายเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ KC-135 และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายภาพ รวมถึงความเป็นไปได้ว่าเครื่องอาจจอดอยู่บนฐานภาคพื้นดินหรือแม้แต่พื้นที่เก็บเครื่องบิน ซึ่งภาพเพียงภาพเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องบินลำดังกล่าวกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ดังนั้นสถานที่และบริบทที่แท้จริงของภาพยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพสหรัฐฯ ว่าใครเป็นผู้เขียนข้อความเหล่านี้ รวมถึงยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระว่าภาพถูกถ่ายที่ใดและเมื่อใด ดังนั้น แม้ข้อความที่เห็นจะปรากฏอยู่ในภาพ แต่ข้อกล่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของทหารสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในอ่าวเปอร์เซียยังควรถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1375822578039432/?rdid=JmCm3oYcZymn13w3#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top