Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชุมพร - มทบ.44 ช่วยเหลือชาวเกษตรมังคุด ชาวชุมพรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มีนโยบายให้ทหารในพื้นที่จังหวัดชุมพรเข้ามาช่วยเหลือในปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำช่วงนี้เป็นเรื่องของราคา มังคุด มทบ.44 จัดกิจกรรม Army Delivery กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน จัดกำลังพลจิตอาสารับซื้อผลผลิตทางการเกษตรมังคุดที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19                                                                                                                             

วันที่ 26 กรกฏาคม 2564 เวลา 15.00 น.   พล.ต.เสนีย์ ศรีหิรัญ ผบ.มทบ.44 มอบหมายให้ พ.อ.หญิงประภาศรี ตัณศิลา ประจำมทบ.44 รักษาราชการแทน หก.กกร.มทบ.44 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดี ด้วยหัวใจ จาก มทบ.44 ประสานกับสหกรณ์การเกษตร และท่านพาณิชย์จังหวัดชุมพร รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรคือ มังคุด จากเกษตรกรที่รวบร่วมนำมาที่ ธนาคาร ธ.ก.ส. จังหวัดชุมพร เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ลดปัญหาพืชผลทางการเกษตรของมังคุดล้นตลาดราคาตกต่ำ

พ.อ.หญิงประภาศรี ตัณศิลา กล่าวว่า พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มีนโยบายให้ทหารในพื้นที่จังหวัดชุมพรเข้ามาช่วยเหลือในปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำช่วงนี้เป็นเรื่องของราคา มังคุด มทบ.44 จัดกิจกรรม Army Delivery กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน จัดกำลังพลจิตอาสารับซื้อผลผลิตทางการเกษตรมังคุดที่ได้รับผลกระทบ จากโควิด-19 ในห้วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ผ่านมา และในวันนี้เป็นกิจกรรมแรกที่จะดำเนินการเราจะดำเนินการรับซื้อผลผลิตมังคุดของเกษตรกรทุกวันตลอดไปจนถึงเดือนสิงหาคม โดยจะประสานงานกับท่านพาณิชจังหวัดชุมพร ฝ่ายทหารเองก็มีความยินดีที่จะได้ช่วยพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน

นายอุดม ศรีสมทรง พาณิชย์จังหวัดชุมพร กล่าว สถานการมังคุดจังหวัดชุมพรก็เป็นปัญหาด้านการตลาด โดยที่จังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดที่ปลูกมังคุดมากเป็นอันดัน 2 รองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ราคาก็ต่ำมากเกินจากที่คาดหมาย เกิดจากสถานการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทั้งประเทศและทั่วโลกทำให้ประเทศจีนที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ประสบปัญหาขนส่งไม่ทันจึงทำให้ผลผลิตออกสู่ทองตลาดเป็นจำนวนมากจึงทำให้ราคาตกต่ำในขณะนี้ ทางด้านจังหวัดชุมพรจะขอผู้ประกอบการออนไลน์ ที่สามารถทำออนไลน์พาณิชย์ ทางกรมสินค้าภายในได้จัดทำกล้องสำหรับส่งออนไลน์ส่งไปรษณีย์ฟรีให้กับเกษตรกรได้นำไปใช้ส่งผลผลิตของตนได้ครับ ติดขอรับได้ที่ พาณิชย์จังหวัดชุมพรได้ที่ 077-503959 - 077-511210 ได้ในเวลาราชการ


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

เชียงใหม่ - วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ มอบอาหารกล่องและน้ำดื่ม ในโครงการ “อาชีวะร่วมด้วยช่วยประชาชน FIX IT จิตอาสา” ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

เมื่อวันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ 2564 เวลา 10.30 น ที่หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ นายสมบัติ นาหลวง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และงานโครงการพิเศษและบริการชุมชน มอบอาหารกล่องและน้ำดื่ม หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ตามโครงการ "อาชีวะร่วมใจ ต้านภัยโควิด"

นายสมบัติ นาหลวง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ กล่าวว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยพิบัติจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสติดเชื้อโคโรน่า 2019 (Covid-19) จัดตั้งโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ในโครงการ “อาชีวะร่วมด้วยช่วยประชาชน FIX IT จิตอาสา” ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน จากสถานการณ์ดังกล่าว

โดยได้จัดทำอาหารกลางวันในรูปแบบอาหารกล่อง มอบให้กับโรงพยาบาลสันทราย โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ และแจกอาหารกลางวัน ในรูปแบบอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม หน้ากากผ้าพร้อมด้วยเจลแอลกอฮอล์แบบหลอด ให้กับประชาชนบริเวณด้านหน้า บริเวณหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.45 น. ถึง 12.00 น. หรือแจกตามจำนวนอาหาร  ขอเชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสติดเชื้อโคโรน่า 2019 รับอาหารและน้ำดื่มได้ที่บริเวณหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ใส่Mask เว้นระยะห่าง Social Distancing ตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

EA ร่วมกับบลูเทคซิตี้ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit หรือ ATK พร้อมชุด PPE ให้อำเภอพนมสารคาม เพื่อใช้ในภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่

วันนี้ 26 ก.ค. 2564 ณ ที่ว่าการอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ในฐานะประธานที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit  หรือ ATK จำนวน 300 ชุด  พร้อมชุด PPE ให้อำเภอพนมสารคาม เพื่อใช้ในภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่ โดยมีนางปิณฑิรา เก่งการพาณิช นายอำเภอพนมสารคาม เป็นผู้รับมอบ

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ในฐานะประธานที่ปรึกษามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า EA ร่วมกับบลูเทคซิตี้ และมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม และสนับสนุนภารกิจโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยสนับสนุนชุด PPE ให้บุคลากรทางการแพทย์ และชุดตรวจโควิด-19 หรือ Antigen Test Kit หรือ ATK จำนวน 300 ชุด ซึ่งเป็นชุดตรวจที่สามารถทราบผลภายใน 10 นาที และได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้การควบคุมโรคระบาดเป็นไปโดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งตรวจเชื้อได้มากและเร็วเท่าไร ยิ่งลดการเสี่ยงแพร่กระจายของเชื้อได้มากขึ้น

ตราด - กองทัพเรือ จัดกิจกรรม “กปช.จต. หมอเดินเท้า..เข้าหาชุมชน” และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จัดกิจกรรม “กปช.จต. หมอเดินเท้า..เข้าหาชุมชน” โดยจัดกำลังพล จำนวน 6 นาย (ประกอบด้วย จนท. กพร.กปช.จต. จำนวน 3 นาย จนท. ร้อย.รยบ.ฯ จำนวน 2 นาย และ จนท. มว.ปจว.กจต. จำนวน 1 นาย) เข้าเยี่ยมเยียนประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่ ชุมชนที่ 8 อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รวมจำนวน 5 ครอบครัว

กิจกรรมในครั้งนี้ คุณสายพิน ทองลา ประธานชุมชนที่ 8 และ จนท.อสม. รวม 2 คน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย  การมอบหน้ากากอนามัย ข้าวสาร ปลากระป๋อง มาม่า น้ำดื่ม และผลไม้ และให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้การบริการพี่น้องประชาชน ณ สถานพยาบาลต่าง ๆ ที่มีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก จนอาจทำให้ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง


ภาพ/ข่าว สนง.โฆษกกองทัพเรือ

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ลำพูน - ร่วมส่งกำลังใจ "นักรบชุดขาว" จังหวัดลำพูน ชุดที่ 5 เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

วันนี้(25 ก.ค. 64) ที่โรงพยาบาลลำพูน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์ สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ลำพูน , แพทย์หญิงภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน , นางปนัดดา เนาวรัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน , หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด , คณะผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์  และเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมส่งกำลังใจให้นักรบชุดขาว ชุดที่ 5 จำนวน 3 คน ประกอบด้วย

1. นางสาว จารุวรรณ คงภักดี พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

2. นางสาว ธีราภรณ์ สุทธกุล พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

3. นางสาว วรณัน ไชยพรหม พยาบาลวิชาชีพ

เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 ถึง 8 สิงหาคม 2564

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน , นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน , หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ ได้มอบกระเป๋าสัมภาระให้แก่คณะบุคลากรการแพทย์ (นักรบชุดขาว ชุดที่ 5) และพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำพูน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมมอบดอกไม้ และของใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน

ปทุมธานี - เผาศพโควิดทั้งวัน ทรุดโทรมหนักเตาเผาวัดชินฯ บิ๊กแจ๊สตั้งกองทุนสร้างเพิ่ม 6 เตา

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 เวลา 13:30 น. ที่วัดชินวรารามวรวิหาร ตำบลบางขะแยง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร , พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมตั้งกองทุนสร้างเตาเผาศพและน้ำมันสำหรับเผาศพผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ด้าน พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร กล่าวว่า วัดชินวรารามวรวิหารมีเตาเผาหลักจำนวน 2 เตา และมีเตาสำรองอีก 1 เตา เนื่องจากปัจจุบันศพที่เสียชีวิตจากเชื้อโควิด-19 มีจำนวนมากขึ้น และก็เผาทุกวันเตาสำรองก็มีสภาพที่ชำรุดมาก เตาหลักก็เริ่มชำรุดแล้ว เพราะว่ามีศพให้เผาทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 6 ศพ มากที่สุดคือวันละ 9 ศพ อาตมาจึงได้ปรึกษา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เรื่องการเพิ่มเตาเผาศพจำนวน 4 เตา งบประมาณเตาละ 500,000 บาท

เมื่อคุยกันแล้วท่านนายก อบจ.ปทุมธานี เห็นว่าควรเพิ่มอีก 2 เตา เป็น 6 เตา เพื่อรองรับการเผาศพสำหรับผู้ที่เสียชีวิตด้วยเชื้อโควิด-19 โดยเผาให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ มาตอนไหนเผาตอนนั้น ในส่วนของเตาที่สร้างขึ้นมาให้นั้นเป็นห้องเผาศพและเผามลภาวะ เป็นเตาเผาไร้ควัน ความสามารถของแต่ละเตาจะสามารถเผาศพได้จำนวน 4 ศพต่อ 1 วัน เพื่อช่วยเหลือญาติโยมที่มีญาติติดเชื้อโควิด-19 แล้วเสียชีวิต ส่วน นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ หัวหน้าสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีได้สนับสนุนชุด PPE และอุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยของพระที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อ โดยวันนี้ได้ถวายน้ำมันดีเซล จำนวน 20 ถัง ถังละ 200 ลิตร เนื่องจากพระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร มีความต้องการสำรองปริมาณน้ำมันให้เพียงพอ ไว้สำหรับเตรียมเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้จะมีศพมาให้เผาอย่างน้อย 6 ศพต่อวัน โดยน้ำมันปริมาณถังละ 200 ลิตรจะเผาได้เพียง 3 ศพ อย่างน้อยในหนึ่งวันทางวัดต้องใช้น้ำมัน 2 ถังเพื่อเผาศพแล้ว ซึ่งทางสำนักงาน วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานีจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พลังงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือทางวัด เนื่องจากทุกวันนี้ พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับการเผาศพ

ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ผู้ที่อยากร่วมบุญสมทบทุนสร้างเตาเผาศพ สามารถเข้ามาติดต่อที่วัดชินวรารามวรวิหาร นอกจากนี้ทาง อบจ.ปทุมธานีได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบุญสมทบทุนเงินบริจาคกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ อบจ.และพระเลขาฯของ พระมงคลวโรปการ เป็นกรรมการฯ ผมเชื่อว่าจำนวน 4 เตาจะไม่เพียงพอกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น จึงต้องเพิ่มอีก 2 เตาเป็น 6 เตา ผมเชื่อว่าคนปทุมเราไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการตั้งกองทุนน้ำมันขึ้นมา เพื่อรองรับการเผาศพในแต่ละวันก็ใช้น้ำมันเยอะ สามารถร่วมสมทบทุนสร้างเตาเผาศพ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 9123002777 ชื่อบัญชี พระมงคลวโรปการ


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

ตราด - สลด! โลมาอิรวดีขนาดใหญ่ ตายลอยเกยหาดบ้านตาหนึก

ชาวประมงพื้นบ้านออกมาลากปลาที่ชายหาดพบโลมาขนาดใหญ่ ตายเกยหาดสภาพเน่าเปื่อยเกยบริเวณชายหาดบ้านตาหนึกหมู่ 5 ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอําเภอคลองใหญ่ได้รับแจ้งจากนายประพันธ์ จรุงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านตาหนึก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เข้าตรวจสอบที่ชายหาดบ้านตาหนึก หลังรับแจ้งพบซากโลมาตายถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาด เข้าตรวจสอบพบซากโลมาสายพันธุ์อิรวดี หรือโลมาหัวบาตร ตายอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า มีร่องลอยที่ศรีษะมีบาดแผลอยู่ 1 แผล ส่วนลําตัวไม่มีรองลอยบาดแผล คาดว่าตายมาแล้วไม่ตํ่ากว่า 7 วัน เป็นเพศเมีย มีความยาวประมาณ 2.50 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณกว่า 100 กิโลกรัม ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโลมาอิรวดีตัวนี้ที่ตายเพราะสาเหตุอะไรเนื่องจากอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย และไม่มีเครื่องมือการผ่าพิสูจน์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราดเขตอําเภอคลองใหญ่ได้ร่วมกับชาวบ้านแถวชายหาดช่วยกันลากขึ้นมาจากชายหาดด้วยความยากลําบาก เนื่องจากโลมามีขนาดลำตัวใหญ่มาก จึงต้องใช้เชือกมัดลำตัวของโลมา และใช้ไม้กลม ๆ ยาวประมาณ 1 เมตร วางกับพื้น จากนั้นช่วยกันดึงเชือกให้ตัวของโลมาอยู่บนไม้ เพื่อเป็นการลดแรงดึง ก่อนจะทําการฝังกบที่บริเวณชายหาดต่อไป

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นมา พบว่ามีโลมาตายลอยมาเกยชายหาดบ้านตาหนึกจำนวนหลายตัวแล้ว จึงอยากฝากถึงชาวประมงถ้ามีโลมาว่ายเข้าไปติดอวนหาปลาแล้วอย่าไปทำร้าย เพราะปัจจุบันโลมาในอ่าวไทยยังคงมีให้เห็นกันอยู่ประจําในช่วงคลื่นลมดี ๆ จะมีปลาโลมา มาว่ายนํ้าให้เห็นเป็นประจําที่บริเวณสถานที่ต่าง ๆ ในอ่าวไทยปัจจุบันโลมามีจำนวนลดปริมาณลงไปมาก โลมาถือว่าเป็นจุดขายของแหล่งท่องเที่ยวในท้องทะเลตราด จึงอยากให้ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์โลมากันต่อไป


ภาพ/ข่าว  วิเชียร ม่วงสี จ.ตราด

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยโสธร – หมอทวีศิลป์ เยี่ยมศูนย์พักคอยพร้อมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.20 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 และโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเขตสุขภาพที่ 10 เดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยม ศูนย์พักคอย อ.เมืองยโสธร ซึ่งตั้งอยู่ที่ ค่ายลูกเสือจังหวัดยโสธร (เมืองยศ) บ้านเดิด หมู่ 1 ถนนแจ้งสนิท ตำบลเดิด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร โดยมีนายอภิรัตน์ ป้องกัน นายอำเภอเมืองยโสธร พร้อมด้วยนายวิทยา เพชรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอเมืองยโสธร นายเสน่ห์ แสนจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลเดิด อสม. ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเดิดกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ

สำหรับศูนย์พักคอย CI ( Community Isolation ) อ.เมืองยโสธร ซึ่งจะใช้รับผู้ป่วยโควิดตามมาตรการดูแลผู้ป่วยโควิดด้วยระบบชุมชน เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีผลตรวจรับรองว่าติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาตัวยังภูมิลำเนาของอำเภอเมืองยโสธร โดยจะรับผู้ป่วยที่กลับจากพื้นที่สีแดงเข้มที่อยากกลับบ้านและมีภูมิลำเนาในเขตอำเภอเมืองยโสธร มาพักคอยเพื่อรอส่งต่อโรงพยาบาลหลักหรือโรงพยาบาลสนามต่อไป

ภายหลังการตรวจเยี่ยม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ได้กล่าวชื่นชมความพร้อมของสถานที่ ขอบคุณความร่วมมือของพลังท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทจัดเตรียมรับพี่น้องกลับบ้าน ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลยโสธรเพื่อบรรยายสรุปการเดินทางมาตรวจเยี่ยมจังหวัดยโสธรในวันนี้

พังงา – ด่วน !! ใช้รถทหารรับผู้ป่วยโควิดจากคลัสเตอร์ใหม่กลุ่มค้าสะตอบ้านบางคลี พบผู้ป่วยแล้วกว่า 40 ราย ยอดรวมจังหวัดทะลุ 500 ราย ผู้ว่าสั่งปิดหมู่บ้านทันที

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านบางคลี ม.8 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท้ายเหมือง นำรถขนส่งทางทหารเข้ารับผู้ป่วยยืนยัน 20 รายในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดคลัสเตอร์ใหม่ของจังหวัดพังงาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ซึ่งมีผู้ป่วยบางรายที่เป็นเด็กน้อยที่ต้องขึ้นรถไปกับคุณแม่ และบางครอบครัวต้องขึ้นรถไปรักษาตัวทั้งบ้าน ขณะคนที่ผลตรวจไม่พบเชื้อต้องกักตัวเองที่บ้าน และบางส่วนต้องเข้ากักตัวที่สถานที่กักตัวของอำเภอท้ายเหมือง สำหรับผู้ป่วยในคลัสเตอร์บ้านบางคลีพบผู้ป่วยครั้งแรกในวันที่ 22 กรกฎาคม จำนวน 3 รายและล่าสุดพบผู้ป่วยแล้วรวมกว่ า40 ราย ซึ่งมีผู้ป่วยชุดแรกได้ปกปิดข้อมูลทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ในคลินิกเอกชน ในโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง โรงพยาบาลท้ายเหมืองและโรงพยาบาลพังงา ต้องถูกกักตัวเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ออกประกาศปิดพื้นที่ ห้ามคนเข้า-ออกป้องกันการแพร่ระบาดแล้ว

นายสมคิด ปาทาน ผู้ใหญ่บ้านบางคลี เปิดเผยว่า ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อหลายรายแต่ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ สหหรับการระบาดเกิดขึ้นจากชุมชนพรุวังช้าง เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ซื้อสะตอมารวบรวมแกะเมล็ดนำไปขายต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่าติดเชื้อมาจากต่างจังหวัดแล้วมาแพร่เชื้อในชุมชน ซึ่งบางรายยังไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาในมัสยิด และล่าสุดพบว่าผู้ป่วยในวันนี้บางคนเปิดร้านค้าในหมู่บ้าน บางรายขายอาหารในโรงเรียนและออกเร่ขายอาหารในหลายหมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกลุ่มเสี่ยงอีกเป็นจำนวนมาก ล่าสุดตนเองได้ใช้เสียงตามสายประชาสัมพันธ์ไม่ให้ชาวบ้านตกใจ ขณะที่จุดที่เกิดการระบาดนั้นจะสามารถควบคุมได้ ตอนนี้ได้ปิดทางให้เข้า-ออกได้ทางเดียวเท่านั้น พร้อมประกาศคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า

ด้านนายปรารถนา สมบัติปิยะ กำนันตำบลนาเตย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมกับอำเภอท้ายเหมือง ผู้นำท้องที่ รพ.สต. อสม. ลงพื้นที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงไปตรวจซึ่งพบว่าติดเชื้อ 8 ราย จึงจัดตั้งด่านปิดทางเข้า-ออกหมู่บ้าน และมีบางคนที่ติดเชื้อไปแล้วยังไปเร่ขายของ ร่วมพิธีกรรมทางศาสนา พบปะเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน เพราะพบผู้ป่วยในพื้นที่แล้วกว่า 40 ราย ขณะที่การปิดหมู่บ้านนั้น ทางตนเองและผู้นำท้องที่และผู้มีจิตกุศลได้นำข้าวสารอาหารที่จำเป็นมาสำรองไว้ที่ด่านตรวจเพื่อเป็นเสบียงให้กับคนในชุมชนประมาณ 50 ครัวเรือน จำนวนกว่า 200 คน

ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 จังหวัดพังงา (ศบค.พง) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น.ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 29 ราย อำเภอท้ายเหมืองคลัสเตอร์บ้านบางคลี 20 ราย อำเภอตะกั่วทุ่ง 1 ราย รับผู้ป่วยจากกรุงเทพฯ 7 ราย จากอยุธยา 1 ราย รวมผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ 501 ราย


ภาพ/ข่าว  อโนทัย งานดี / พังงา

สุรินทร์ - กองกำลังสุรนารี ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 25 เข้มกำลังพล พร้อมรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด ที่ต้องการเดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสุรินทร์ ตามนโยบายกองทัพบก

วันที่ 25 กรกฏาคม 2564 ที่ศูนย์ปฏิบัติติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และค่ายฝึกมวลชนสัมพันธ์ กองกำลังสุรนารี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 2 พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี จัดเจ้าหน้าแพทย์พยาบาล ร่วมให้ความรู้การป้องกันการติดเชื้อกำลังพลจากกองพันเสนารักษ์ ที่ 6 ,หน่วยเฉพาะกิจที่ 2,มณฑลทหารบกที่ 25 ร.23.พัน 3ในภารกิจช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ที่ต้องการเดินทางกลับบ้าน โดยจัดแบ่งเป็นชุด รับ-ส่ง จากกรุงเทพมหานคร สู่ภูมิลำเนาจังหวัดสุรินทร์ ตามนโยบายกองทัพบก

จากนั้นที่หน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วย พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 นายพรชัย มุ่งเจริญพร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมปล่อยขบวนรถบรรทุกทางทหารและรถพยาบาลทหารพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพ ที่เตรียมพร้อมในการรับส่งผู้ป่วยตามโครงการ สุรินทร์แบ็คโฮม "SURIN BACK HOME" เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ นำตัวพี่น้องคนสุรินทร์ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับมารักษาตัวที่บ้าน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนสุรินทร์ อีกหนึ่งช่องทาง  ทั้งนี้ โครงการ สุรินทร์แบ็คโฮม "SURIN BACK HOME" เกิดจากการร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครองจังหวัดสุรินทร์, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์, โรงพยาบาลสุรินทร์ และ โรงพยาบาลประจำอำเภอ อีก 16 แห่ง ของจังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการ "SURIN BACK HOME" เปิดสายด่วนและศูนย์ประสานงานรับ-ส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVI-19) ขึ้นมา จากพื้นที่สีแดงเข้มและเขตปริมณฑลให้กลับมารักษาตัวที่สุรินทร์ได้ทันท่วงที


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์ แสนกล้า 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top