Sunday, 2 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

ปทุมธานี - จัดพิธีมอบเงินพระราชทาน ช่วยเหลือสถานศึกษา ที่ปรับสถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนามโควิด-19

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 น. ที่อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี  จังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทานพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวกนิษฐา ทองเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 นายเทอดเกียรติ ยามโสภา รองฯผอ. สพป. ปทุมธานี เขต 2 นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเงินส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ปรับสถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนาม หรือสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอย ให้แก่ผู้ป่วย COVID - 19

ซึ่งหลังจากภารกิจเป็นโรงพยาบาลสนาม หรือสถานที่กักตัว หรือศูนย์พักคอยแล้วเสร็จ และเมื่อมีการส่งคืนพื้นที่และอาคารสถานที่ให้แก่สถานศึกษาแล้ว สถานศึกษาแต่ละแห่งอาจมีภาระต้องชำระค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารให้คืนสู่สภาพเดิมเพื่อจัดการเรียนการสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้ความร่วมมือปรับสถานศึกษาเป็นโรงพยาบาลสนาม 1 แห่ง จำนวน 50 เตียง และปรับสถานศึกษาเป็นศูนย์พักคอย 3 แห่ง จำนวน 67 เตียง รวมทั้งสิ้น 117 เตียง บัดนี้หน่วยงานที่เข้าใช้ ได้ส่งคืนพื้นที่และอาคารสถานที่ให้แก่สถานศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

‘ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน’ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจ้างงานในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานระหว่างและหลังการระบาดของโควิด-19

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจ้างงานในประเทศไทย “การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานระหว่างและหลังการระบาดของ COVID-19” Employment in Thailand Labour Market Transitions during and post the COVID-19 pandemic ณ ห้องประชุมมารีน่า แกรนด์ บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมโนโวเทลมารีน่า ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

โดยกล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อแรงงาน และเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อบริบทด้านแรงงาน ดังนี้

1) แรงงานถูกเลิกจ้าง

2) ชั่วโมงการทำงานลดลง

3) รายได้ของแรงงานลดลง และ

4) ความก้าวหน้าและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทัล

ส่งผลให้แนวโน้มอาชีพและรูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนแปลงไป กระทรวงแรงงานได้มีการดำเนินงานเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการเลิกจ้าง ว่างงาน และเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานและการจ้างงาน เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการจัดหางาน มีอาชีพ มีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จึงได้กำหนดมาตรการการส่งเสริมการจ้างงาน และมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

1.การเตรียมความพร้อมแก่กำลังแรงงานให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มให้ทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และใช้เป็นแนวทางในการเลือกศึกษา และเลือกประกอบอาชีพ

2.จัดทำมาตรการเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบอาชีพ โดยมีผลการดำเนินงาน ได้แก่ โครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่

โดยภาครัฐและภาคเอกชน (Co - Payment) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 ธันวาคม 2564 เป้าหมาย 50,000 คน ผลการดำเนินงานปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564) อนุมัติการจ้างงานแล้ว จำนวน 55,735 คน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจรวมจำนวน 3,213,122,750 บาท และให้ความช่วยเหลือนายจ้าง/สถานประกอบการในกลุ่มธุรกิจ SMEs เพื่อส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs เพื่อลดปัญหาการว่างงาน ผลการดำเนินงานปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2564) มีนายจ้างในธุรกิจ SMEs เข้าร่วมโครงการ จำนวน 223,838 ราย รักษาระดับการจ้างงาน และส่งเสริมการจ้างงานใหม่ลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวน 3,068,152 คน เป็นต้น 3.พัฒนาระบบการให้บริการจัดหางาน ซึ่งกระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางาน ยกระดับการให้บริการจัดหางานและจ้างงานผ่านระบบออนไลน์บนแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เพื่อให้คนหางานเข้าถึงการจ้างงานที่สะดวกรวดเร็ว จับคู่ตำแหน่งงานว่างและคนหางานที่สอดคล้องกับความต้องการส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำตอบโจทย์การทำงานในยุคดิจิทัลและการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน 192,948 คน

อย่างไรก็ดี ยังเห็นว่ามีการดำเนินงานด้านการพัฒนาแรงงานด้านอื่น ๆ และประเด็นท้าทายที่จะส่งผลให้เกิดการจ้างงานและรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและสอดคล้องกับแรงงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ต้องให้ความสำคัญและมีการวางแผนการดำเนินงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่อไป เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสนับสนุนให้มีการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง และประชากรเฉพาะกลุ่ม การปรับตัวของแรงงานทั้งในและนอกระบบของไทยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงโดยการพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะและสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน หรือ Up-Skill และ Re-Skill ในสาขาที่เป็นที่ต้องการของห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการบริการที่มีความต้องการแรงงานที่มีทักษะ การคุ้มครองแรงงานเพื่อส่งเสริมการทำงานที่มีคุณค่าเพื่อให้แรงงานได้รับโอกาสในการจ้างงานจ้างและมีความมั่นคงในชีวิตตลอดจนมีหลักประกันทางสังคม

นายสุรชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบคุณสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทยและองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาแรงงานของประเทศ และหวังว่าผลการประชุมจะนำมาซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายด้านแรงงานด้านการจ้างงานที่มาจากความเห็นของทุกภาคส่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาแรงงานของประเทศต่อไป

 

‘อธิบดีผู้พิพากษา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง’ เป็นประธานในพิธีอบรมและปฏิญาณตนของผู้พิพากษาสมทบ ในศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดสงขลา - ปัตตานี - สตูล และนครศรีธรรมราช

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.45 – 16.00 น. ที่ผ่านมา ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช สงขลา นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีอบรมและปฏิญาณตนของผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา จำนวน 42 คนจังหวัดปัตตานี 26 คน จังหวัดสตูล 21 คน และจังหวัดนครศรีธรรมราช 36 คน รวมทั้งสิ้น 125 คน 

โดยได้รับเกียรติจากมี นางสาววิไล จิวังกูร ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา/ นายปัญญา ช่อมณี อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 / นายก่อเกียรติ สุพลพงษ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 9 / นายประคอง เตกฉัตร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 / นายสถาพร ประสารวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 / นางวิรา ยากะจิ ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล 

จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภายในลานอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นางสาวทัสนันทร์ ภมรพล ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทน นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ประธานจัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” นำหัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน ข้าราชการตำรวจและประชาชน ร่วมถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้ง ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยมี นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ นำคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ จิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนเข้าร่วมในกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยมี นายบุญธรรม อินทรแย้ม รองนายกเทศมนตรี นางสาวศิริพร ทับคล้าย รองนายกเทศมนตรี นายธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่

 

ปทุมธานี – รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดีด้วยหัวใจ" พัฒนาคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เนื่องในโอกาสวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09:00 น. นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดีด้วยหัวใจ" พัฒนาคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เนื่องในวันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือ วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โดยมี นางสาวกันตรัตน์ เริ่มสูงเนิน นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วย คณะ จิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่เทศบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ในอำเภอธัญบุรี เข้าร่วมพิธีการและทำกิจกรรมจิตอาสาฯ ในวันนี้ ที่บริเวณริมเขื่อนเทศบาลตำบลธัญบุรี ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงประกอบพระราชกรณียะกิจ นานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ ทั้งในอดีตและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ตลอดจน เป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนและผู้อื่น ด้วยความเสียสละ โดยไม่หวังผลตอบแทน และดำเนินการตามศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน ในการปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสา ในโอกาสวันสำคัญของชาติไทย ตามความเหมาะสมในบริบทของพื้นที่

กาฬสินธุ์ - กู๊ดไอเดีย!! เปิดตัว “ตู้ผู้ว่าฯ ห่วงใยอัจฉริยะ” ผ่าน APP Line เพื่อแจ้งเบาะแสยาเสพติด

จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดยุทธการฟ้าแดดสงยาง ระดมกวาดล้างยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2565 พร้อมพัฒนา “ตู้ผู้ว่าฯ ห่วงใจอัจฉริยะ” ผ่าน Line  เข้าถึงง่าย ใช้ง่าย เพื่อรับแจ้งเบาะแสยาเสพติด การเข้ารับการบำบัดยาเสพติด คาดหวังจะช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานปล่อยแถวชุดปฏิบัติการ ตามยุทธการฟ้าแดดสงยาง ระดมกวาดล้างยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ ปีงบประมาณ 2565 เพื่อมุ่งสู่ชุมชนมั่นคง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน โดยมีนายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยแถว

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การปล่อยแถวชุดปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ พร้อมกันทั้งจังหวัด รวม 86 จุดเป้าหมาย โดยกำหนดดำเนินการทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาไปพร้อมกัน นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จ.กาฬสินธุ์ (ศอ.ปส.จ.กส.) ยังได้เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้าง ปิดล้อมตรวจค้น โดยนำเทคโนโลยีการสื่อสาร App Line มาพัฒนาเป็น “ตู้ผู้ว่าฯ ห่วงใยอัจฉริยะ” ในการรับข้อมูลข่าวสารจากประชาชนเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแสยาเสพติด ขอเข้ารับการบำบัด และการรายงานต่าง ๆ อีกด้วย

 

กระบี่ - ‘ทหารจิตอาสา’ สนธิกำลัง ‘ตำรวจอาสารักษาดินแดน’ เข้าฟื้นฟูบ้านที่ดินสไลด์ทับห้องครัว – ห้องน้ำเสียหา เพื่อช่วยเหลือในพื้นที่ตำบลเขาเขน ให้อยู่ต่อได้

เมื่อวันที่ 25พฤศจิกายน 2564 พันเอก ภาณุวัฒน์ สุคชเดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนาวาอากาศเอก อาทิตย์ ภากรสังขรัตน์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 45 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พลตำรวจตรี ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนายวินัย ดินแดง นายอำเภอปลายพระยา สนธิกำลังทหารจิตอาสา ตำรวจจิตอาสา และอาสารักษาดินแดนอำเภอจิตอาสา เราทำความดีเพื่อชาติศาสตร์กษัตริย์  ระดมกำลังเข้าร่วมฟื้นฟูพัฒนาบ้านเรือนพร้อมนำสิ่งของบริโภคและอุปโภค ไปมอบให้กับนายเล็ก และนางสุจินต์ คำศิริ อยู่บ้านเลขที่ 296 หมู่ที่  6 บ้านคลองปัญญา ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่

ที่ถูกดินจากเนินเขาหลังบ้านสไลด์ไหลลงมาทับบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน โดยเฉพาะห้องครัว ห้องน้ำ โรงรถยนต์ เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัวจึงเกิดดินล้วนซุยไม่สามารถเกาะตัวกันได้ จึงเปิดดินสไลด์ไหลลงมาทับบ้านกลังดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 เวลา 17.00 นาฬิกา ที่ผ่านมา ซึ่งในวันเกิดเหตุทหารจิตอาสาของ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่ และอาสารักษาดินแดนอำเภอปลายพระยา ร่วมถึงตำรวจจิตอาสาสถานีตำรวจภูธรอำเภอปลายพระยา ได้เข้าให้การช่วยเหลือไปครั้งหนึ่งแล้ว

 

เลขานุการในองค์ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " เชิญ "สิ่งของประทาน" ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ชุมพร ในโครงการ ‘แสงอาทิตย์อุทัย ช่วยบรรเทาภัย ในอุปถัมภ์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ "นายยุทธพงษ์  เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในองค์ฯ เชิญสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) นำไปใช้ในการดำรงชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแด่ผู้ประสบภัย ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี  

โดย เชิญ "สิ่งของประทาน” ให้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนผู้ประสบภัย จากหมู่ที่ 9 หมู่ที่ 2 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 10  หมู่ที่ 4 ณ ศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการในหม่อมเจ้า อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ /โรงเรียนนิรมลชุมพร / สมาคมแรงงานคนพิการไทย / นายอนัน รามพันธุ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร / นายสุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ( CSR ) จังหวัดชุมพร ได้ร่วมนำสิ่งของอุปโภค บริโภค ช่วยเหลือหมู่บ้านผู้ประสบอุทกภัย และได้รับความเมตตาจาก พระมหาขวัญชัย อคฺคชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ ได้นำยาสมุนไพร(ตำรับยาวัดคีรีวงก์) เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไข้พิษ ไข้กาฬ ร่วมมอบให้ประชาชน ในครั้งนี้ด้วย

กัมพูชา - ‘ศิลปินกัมพูชา’ โอด!!อยากกลับไปทำงานศิลปะ หลังวิกฤตโควิด-19

หลังจากหยุดไปเกือบสองปี รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศเปิดตัวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับจิตรกรและผู้ค้างานศิลปะที่จะกลับมาฟื้นฟูช่วงที่ซบเซา ที่มาพร้อมกับการปิดเมืองอันเนื่องมาจากการระบาดของ ไวรัสโคโรน่า

ศิลปินหลายคนถูกบังคับให้ทำงานที่ยากซึ่งห่างไกลจากความสามารถเพื่อประกันการดำรงชีวิต ศิลปินและผู้ค้างานศิลปะหลายคน แสดงความหวังว่าชีวิตจะกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนเกิดโรคระบาด

จิตรกรและเจ้าของร้าน Yang Lita กล่าวว่าเธอสูญเสียเงินระหว่างการปิดร้านว่า “ร้านของฉันสูญเสียรายได้เกือบทั้งหมดเมื่อเกิดวิกฤต Covid-19

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพที่ยากลำบากทำให้เธอต้องลดจำนวนพนักงาน โดยสั่งภาพวาดจากจิตรกรที่ใกล้ชิดเท่านั้นซึ่งทำให้จิตรกรเปลี่ยนงานจากช่างทาสีเป็นชาวนา โรงงาน หรือคนงานก่อสร้าง”

การเริ่มต้นใหม่ของภาคการท่องเที่ยวจุดประกายความหวังให้กับ Yong Leyta ซึ่งกล่าวว่า “ฉันหวังว่าร้านของฉันจะมีลูกค้า 70% เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต”

จิตรกร SeabKhorn เห็นด้วยและกล่าวว่า “ผมมีปัญหามากมายตั้งแต่เกิดการระบาดของ Covid-19 นักท่องเที่ยวก็ลดลง ตลาดปิด และฉันตกงานตั้งแต่เกิดโรคระบาด" เสริมว่าการเลี้ยงสัตว์ก็ไม่เป็นผลดีกับเขา

เมื่อได้รับข่าวการกลับมาเปิดภาคการท่องเที่ยวอีกครั้ง เซียบกรณ์ กล่าวอย่างมีความสุขว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับข่าวดีนี้ว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้ง เราจะสามารถกลับไปทำงานและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ดังเดิม”

 

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่!! อบจ. สมุทรปราการ หารือ ทอท. ดัน! ‘โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล’ เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ เผย!มีแนวโน้มที่ดี

ภายในห้องประชุม AOB1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสาวนันทิดา  แก้วบัวสายนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายพิริยะ โตสกุลวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวชนม์ทิดา  อัศวเหม นายรัชชานนท์  ทองอร่าม เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายวิมล มงคลเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนข้าราชการเจ้าหน้าที่กองผังเมือง เข้าร่วมการประชุมหารือวางแนวทางระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 

เพื่อร่วมประชุมวางแนวทางการขอใช้พื้นที่เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายกีรติกิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือ โครงการ การก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เชื่อมระบบขนส่งทางรางเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โดยในที่ประชุม นางสาวนันทิดา ได้นำเสนอแนวนโยบายในการศึกษาทบทวนผลการศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยจะได้ให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษารายละเอียดโครงการให้เป็นปัจจุบันและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะจุดเชื่อมระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(Monorail) ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ 

ซึ่งในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นในการดำเนินการของโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนชาวสมุทรปราการและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง  

อีกทั้ง นางสาวนันทิดา ยังกล่าวอีกว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เป็นแนวคิดริเริ่มของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการนั้น ได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา ซึ่งเชื่อว่าถ้าโครงการที่กล่าวมานี้จะสามารถดำเนินการได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการรองรับการขยายตัวของเมืองและชุมชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการจราจร เชื่อมโยงการเดินทางให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ การศึกษาทบทวนโครงการ จึงมีการปรับเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยตรง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top