Wednesday, 10 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ชลน่าน’ ลั่น ภท. เปิดตัวฟาร์มงูไม่กระทบแลนด์สไลด์ เย้ย ส.ส.ทิ้งพรรค โอกาสได้รับเลือกกลับมาน้อย เชื่อพวกขายตัวภาพติดลบ โวชาวบ้านอยู่กับพท.

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเปิดตัว 43 ส.ส.จาก 9 พรรคที่จะย้ายมาอยู่กับพรรค จะกระทบกับการแลนด์สไลด์ของพรรคพท.หรือไม่ว่า ไม่กระทบแน่นอน ในส่วนของส.ส.ของพรรคที่ย้ายไป เราได้เตรียมผู้สมัครรองรับไว้ครบทุกเขตแล้ว รวมทั้ง ส.ส.ทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการวินัยของพรรคไปแล้ว 

ทั้งนี้ ลักษณะของการย้ายพรรคของ ส.ส.ยุคนี้ภาพไม่เป็นบวกกับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะประชาชนจะมองว่าเป็นพวก ส.ส.งูเห่า ขายตัวเพื่อเอาผลประโยชน์ พอมีเงินก็ไป ไร้อุดมการณ์ และชอบเอาประชาชนมาอ้างว่าย้ายไปแล้วจะได้งบประมาณมาลงพื้นที่ ถือเป็นการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เชื่อว่า ส.ส.เหล่านี้มีแค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่มีโอกาสจะได้กลับมา ซึ่งพรรคก็จะระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อช่วงชิงโอกาส โดยลงพื้นที่อย่างเข้มข้น เข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะเขตที่ ส.ส.ย้ายพรรคให้กลับมาเป็นของเราให้ได้ทั้งหมด ตนเชื่อว่าประชาชนยังเป็นพวกเดียวกันกับพรรคพท.อยู่

ดราม่าโลกโซเชียล ตู้ชาร์จสาธารณะรถอีวี เสียบแช่คาไว้ทั้ง ๆ ที่ชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้ว ทำให้ผู้อื่นที่จะขับรถมาชาร์จ ไม่สามารถชาร์จได้  ซึ่งก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆมากมาย จากประสบการณ์ตรงของแต่ละบุคคล ที่ได้เจอกับเหตุการณ์คล้ายๆกัน

ซึ่งจริง ๆ แล้วช่องชาร์จรถอีวีนั้น มีวัตถุประสงค์ทำขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้รถอีวีนำรถของตนเองมาชาร์จ เมื่อชาร์จเต็มแล้วก็ควรจะขับไปจอดที่ช่องจอดอื่น เพื่อเปิดให้ช่องชาร์จว่าง เพื่อให้ผู้ใช้รถอีวีท่านอื่นๆ นำรถมาชาร์จได้ แต่กลับมีผู้ใช้รถอีวีบางท่าน ยึดช่องชาร์จ เป็นที่จอดรถ โดยจอดทิ้งไว้ทั้ง ๆ ที่รถของตนเองชาร์จไฟเต็มแล้ว ส่งผลให้ผู้ใช้รถท่านอื่น ๆ เดือดร้อนเป็นอย่างมาก 

หลายท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงแนวทางแก้ไข ไว้ว่า ควรจะมีการคิดเงินค่าปรับในอัตราที่สูงสำหรับผู้ที่จอดรถแช่ไว้ในช่องชาร์จ ทั้ง ๆ ที่ชาร์จเต็มแล้ว โดยอาจจะให้คำนวนเป็นช่วงรายนาที โดยจะมีอัตราค่าปรับสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นขั้นบันได

โฆษกรัฐบาล เผย นโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดนใจประชาชน ชี้ผลสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุ โครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการลดค่าไฟฟ้า โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด 

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ที่ได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ที่ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดเก็ฐข้อมูลและสถิติตัวเลข รวมทั้งสำรวจและสอบถามประชาชนเกี่ยวกับนโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาล โดยเป็นการสัมภาษณ์สมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 6,970 ราย ระหว่างวันที่ 17-31 ตุลาคม 2565 นั้น พบว่า ในประเด็นมาตรการ/โครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในชุมชน/หมู่บ้านมากที่สุด ผลสำรวจระบุ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (ร้อยละ 75.8) (2) โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้อยละ 69.9) (3) มาตรการลดค่าไฟฟ้า (ร้อยละ 59.2) (4) โครงการเราชนะ (ร้อยละ 25.1) และ (5) โครงการ ม.33 เรารักกัน (ร้อยละ 14.8) 

นายอนุชาฯ กล่าวว่า ส่วนความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุด ร้อยละ 42.1 (แบ่งเป็น พึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ 7.7 และพึงพอใจมาก ร้อยละ 34.4) และพึงพอใจระดับปานกลางอยู่ที่ ร้อยละ 41 ขณะที่พึงพอใจในระดับน้อย-น้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 14.7 และไม่พึงพอใจ ร้อยละ 2.2 ทั้งนี้ พบว่าประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา และผู้ว่างงาน มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมเปิดปฏิบัติการค้น 53 จุดใน 18 จังหวัด ปราบเอเจนซี่เปิดมูลนิธิเอื้อประโยชน์ต่อวีซ่ากลุ่มทุนจีนสีเทา

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบสวนจับกุม กลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามาทำธุรกิจสถานบันเทิงในประเทศไทยโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี แต่แอบแฝงด้วยธุรกิจสีเทา ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด หรือคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ขยายผลสืบสวนจับกุมกลุ่มทุนจีนสีเทาเหล่านี้ และเข้าตรวจค้นยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอข่าวไปแล้ว นั้น

​จากการสืบสวนขยายผลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่กลุ่มทุนจีนเหล่านี้สามารถเข้ามาภายในราชอาณาจักรและขออนุญาตอยู่ต่อได้นั้น ได้ใช้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา หรือเป็นอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ เพื่อขยายเวลาในการอยู่ต่อทุกครั้ง โดยที่ไม่ได้มีการตรวจสอบโดยละเอียดว่ามีการดำเนินการตามที่แจ้งจริงหรือไม่ จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับกลุ่มเอเจนซี่ที่รับต่อวีซ่าโดยเปิดตัวเป็นมูลนิธิหรือสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่ามีการดำเนินการจริงหรือไม่

​โดยเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.65 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานความร่วมมือไปยัง บช.น. ,บช.ภ.1 , บช.ภ.2 ,บช.ภ.3 ,บช.ภ.4 , บช.5 บช.ภ.7 สตม. และ บช.ทท. เปิดปฏิบัติการเข้าค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 53 จุด อยู่ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ ลำพูน น่าน หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา ยโสธร อำนาจเจริญ ขอนแก่น และอุดรธานี โดยผลการตรวจค้น

กลุ่มที่ 1. มูลนิธิและสถานศึกษา ตรวจยึดเอกสารการสมัครเรียนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบความผิดปกติจำนวนมาก

กลุ่มที่ 2 ผับเบบี้เฟส ซูเปอร์คลับ เอกมัย ตรวจยึด/อายัดทรัพย์ เพื่อตรวจสอบ ลำโพง ยี่ห้อ aike Audio จำนวน 82 ตัว, ไฟสแกน (ไฟ Beam) จำนวน 176 ตัว , เครื่องทำควัน/ไอน้ำ จำนวน 25 ตัว , ไฟสำหรับทำแสงเลเซอร์ จำนวน 10 ตัว  ตรวจยึดทรัพย์ ไฟสแกน (ไฟ Beam) จำนวน 3 ตัว ,กระสุนปืนพลุ จำนวน 261 ชิ้น ,ปืนสำหรับยิงพลุ (กระบอกเล็ก) จำนวน 11 กระบอก ,ปืนสำหรับยิงพลุ (กระบอกใหญ่) จำนวน 2 กระบอก ,น้ำยาสโมค ยี่ห้อ DJ RABBIT จำนวน 10 ลัง (40 แกลลอน) ,น้ำยาสโมค ยี่ห้อ YEROMCA จำนวน 6 ลัง (24 แกลลอน)
ผับ Space Plus และบริษัท สเปซ พลัส คลับ ตรวจยึด/อายัดทรัพย์ เพื่อตรวจสอบ ,ไฟติดตั้งเวที (LED+BEAM) จำนวน 150 ชิ้น , ไฟติดตั้งเวที BEAM XD-LIGHT) จำนวน 35 ชิ้น ,จักรยานออกกำลังกาย (PS300) จำนวน 81 คัน, ไฟสปอร์ตไลท์ ยี่ห้อ ACME จำนวน 4 ชิ้น, ไฟสปอร์ตไลท์ ยี่ห้อ ADJ จำนวน 4 ชิ้น, ลูมอม มีไฟ จำนวน 1000 ชิ้น, พลุ แบบยาว(ใช้ไฟฟ้า) (ลังละ 20 อัน) จำนวน  260 ลัง, รถไฟฟ้าเด็กเล่น จำนวน 3 คัน, กำไลข้อมือเรืองแสง (ลังละ 48 อัน) จำนวน 50 ลัง, แก้วน้ำพลาสติก (ลังละ 100 อัน) จำนวน 93 ลัง, ซองกันน้ำโทรศัพท์ (ลังละ 500 อัน) จำนวน 40 ลัง, ถังขยะ (ลังละ 6 อัน) จำนวน 3 ลัง, แก้วน้ำ จำนวน 60 ชิ้น, แก้วน้ำโปเกม่อน จำนวน 60 ชิ้น, แก้วยาว (ลังละ 72 อัน) จำนวน 40 ลัง, น้ำยาควันเวที  DT4 (ลังละ 70 อัน) จำนวน 4 ลัง เพื่อตรวจสอบความผิดตามเกี่ยวกับ พรบ.ศุลกากร

กลุ่มที่ 3 ความผิดเกี่ยวกับนายหลิน หลง ตรวจพบเสื้อคล้ายเครื่องแบบทหารพร้อมเครื่องหมายประดับคล้ายยศพันเอก จำนวน 1 รายการ ,ไวน์และสุราต่างประเทศ โดยตรวจยึดตาม พ.ร.บ.สรรพสามิต และศุลกากร

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากช่วงที่ผ่านมา ได้สั่งการให้สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับการจับกุมกลุ่มทุนจีนสีเทาที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีในการทำธุรกิจในไทย ทำให้พบแผนประทุษกรรมที่เป็นรูปแบบใกล้เคียงกันของกลุ่มดังกล่าว โดยพบว่ากลุ่มดังกล่าวจะใช้เหตุผลในการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรไทยโดยอ้างเหตุจากการศึกษา หรือเป็นอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้มีการดำเนินการตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบกลุ่มเอเจนซี่เหล่านี้ เพื่อมิให้คนไม่ดีใช้เป็นเครื่องมือหรือเป็นช่องทางในการอยู่อาศัยเพื่อกระทำความผิดในประเทศไทยเราได้ นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบถึงเจ้าของหรือผู้เปิดมูลนิธิหรือสถานที่เหล่านี้ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยว่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนจีนสีเทาหรือไม่ หากพบการกระทำความผิดจะขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

‘จักรพรรดิ’ เผย เตรียมย้ายซบภูมิใจไทยพร้อม 9 ส.ส. เพื่อไทย 16 ธ.ค.นี้ บอกตัดสินใจเพราะดูแลแบบพี่น้อง – มีแนวคิดทางการเมืองเหมือนกัน และพรรคเดิมไม่ยอมส่งชื่อชิง ส.ส.เหตุเพราะหวาดระแวงย้ายตามน้องชาย

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายจักรพรรดิ  ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า จะลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อไปเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง พร้อมกับส.ส.อีก 9 คน ของพรรคเพื่อไทยตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 8.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และ 9.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

THE STATES TIMES เดินหน้าสู่ปีที่ 3 มุ่ง เลือกตั้งประเทศไทย พร้อมผนึกพันธมิตรสื่อรอบด้าน นำเสนอข้อมูลข่าวสารบนพื้นฐานข้อเท็จจริง

ผ่านพ้นไปอีก 1 ปี กับสำนักข่าวออนไลน์ของคนรุ่นใหม่ THE STATES TIMES โดยวันนี้ 12 เดือน ธันวาคม เมื่อ 2 ปีก่อน (2020) ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มนำเสนอข่าวสารต่างๆ มาให้แฟนเพจทุกท่านได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง และเรื่องน่ารู้หลากรูปแบบ

ตลอด 2 ปีมานี้ เรามีหลากหลายคอนเทนต์ที่ได้นำเสนอออกมา ผ่านทั้งข่าวสาร บทความ คลิปวิดีโอ ไลฟ์และอื่น ๆ ผสมผสานรสชาติที่ ‘ร้อนแรง’ และ ‘แผ่วเบา’ คละเคล้ากันให้พอกล้อมแกล้ม ซึ่งก็มีทั้งผู้คนที่ชมชอบ ติติง บวกแนะนำปน ๆ กันไป และพวกเราต่างก็นำสิ่งเหล่านี้มาปรับปรุงในทุกเมื่อเชื่อวัน

อย่างไรก็ตาม ในวาระครบรอบ 2 ปีของสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES เริ่มมี ‘แรงส่ง’ จากผลตอบรับของแฟนเพจทุกท่าน ที่ทำให้พวกเราก้าวออกมาได้ไกลในระดับหนึ่ง ซึ่งไกลมากพอที่จะทำให้ THE STATES TIMES TEAMS พร้อม ‘หาเรื่องราว’ ในช่วงเวลาต่างๆ มาบันทึกลงในสำนักข่าวแห่งนี้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น

ปีที่ผ่านมา เราได้น้อง ๆ วัยใส พาคอนเทนต์หนักๆ ทั้งไทย-เทศ ทั้งเรื่องซีเรียสและเรื่องสีสัน ไปช่วยย่อยให้เสพง่ายยิ่งขึ้นผ่าน THE STATES TIMES  Y World คลิปเล่าข่าวสั้นที่เหล่า Gen Y หลายคนพร้อมจะแวะเวียนมาให้ความรู้กันทุกๆ สัปดาห์

ปีที่ผ่านมา เราก้าวเข้ามาสู่บทบาทผู้เกาะติดสถานการณ์สำคัญ และเหตุการณ์ใหญ่ของประเทศอย่างฉับไว (ไลฟ์สด) โดยทีมข่าวภาคสนาม TST Press อย่าง APEC 2022 หนนี้ สำนักข่าว THE STATES TIMES ได้รับคำชื่นชมจากแฟนเพจและสังคมในระดับหนึ่ง ถึงการเกาะติดประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจทั้ง 21 เขตหนนี้ที่กรุงเทพฯ

ปีที่ผ่านมา เราได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรสื่อมากมายครอบคลุมทั้งเนื้อหาการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ  ไลฟ์สไตล์ SME องค์ความรู้ และอื่นๆ เพื่อแชร์เรื่องราว ข่าวสาร และคอนเทนต์ดีๆ ระหว่างกัน เพราะเราเชื่อว่าคอนเทนต์ดีๆ ในสังคมออนไลน์ควร 'ไขว้' กันได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง คอนเทนต์ที่ช่วยจรรโลงความถูกต้อง ไม่เพียงแค่ปั่นกระแสเพื่อทำร้ายสังคมและประเทศชาติ

และปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาคอนเทนต์เชิงความรู้ในรูปแบบ Podcast ผ่านช่องทาง THE STATES TIMES PodCast ที่อยากเป็นเพื่อนคนที่ชอบหาความรู้ใหม่ๆ ที่ฟังได้เพลินๆ ยาวๆ

ไทเลอร์ อดัมส์ กัปตันทีมชาติสหรัฐอเมริกา ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 เดินทางมาพักผ่อนที่ประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในเวิลด์ คัพ

โดย ทีมชาติสหรัฐอเมริกา พ่ายแพ้ให้กับ เนเธอร์แลนด์ 1-3 จอดป้ายรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์อย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ ไทเลอร์ อดัมส์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจากแดนลุงแซม เหินฟ้าเดินทางมายังประเทศไทย มุ่งหน้าไปยังเกาะปันหยี หมู่บ้านชาวประมงในจังหวัดพังงา พร้อมโชว์สกิลเล่นฟุตบอลกับเด็ก ๆ ที่สนามฟุตบอลลอยน้ำ เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้คนระแวกนั้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ "กัปตันอเมริกา" ยังพาแฟนสาวท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ โดยมีการอัพเดตรูป และสตอรี ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว tyler.adams อย่างต่อเนื่องอีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่า การมีเที่ยวเมืองไทยของเขาในครั้งในแฮปปี้ขนาดไหน

‘ภราดร’ เผย เตรียมเปิดที่ทำการพรรค ภท. 16 ธ.ค.นี้ หลังรีโนเวทใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดตัวผู้ย้ายเข้าร่วมงานทางการเมือง เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 66 

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 300 คน โดยในวันดังกล่าวจะมี ส.ส.ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก ในที่ทำการพรรคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน 300 กว่าคน บริเวณลานด้านหน้าพรรค 

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีทั้งนโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท , เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน , เกษตรร่ำรวย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน , รถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสายตลอดวัน , ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด , เครื่องฉายรังสี ฟรีทุกจังหวัดรักษามะเร็ง ศูนย์ฟอกไตฟรี ทุกอำเภอ 

รัฐบาล เดินหน้าปฏิสังขรณ์วัดเก่าอายุ 100 ปี 138 แห่งทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดพิพิธภัณฑ์อัลกุรอาน มุ่งสร้างพหุวัฒนธรรม

12 ธ.ค. 2565 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ยึดการมีส่วนร่วม และให้ความสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรม ขณะนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) ผู้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมศิลปากร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินโครงการ การปฏิสังขรณ์วัดที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งมีอยู่ 138 แห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ชำรุดทรุดโทรมจำนวนมาก รวมถึงวัดที่อยู่ในพื้นที่โดดเดี่ยว ห่างไกล ให้กลับสู่สภาพปกติ เพื่อให้ชุมชนไทยพุทธ ได้มีวัดในพื้นที่เป็นศูนย์รวมจิตใจสามารถประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ตามปกติ และสร้างพื้นที่กลางทางศาสนาเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งในเบื้องต้น ปี 66 จะดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดเก่า 10 แห่ง และ 7 วัดที่อยู่ห่างไกล

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ควบคู่กันไป รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มัสยิดเก่าแก่ และได้สร้างพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอานในพื้นที่ของโรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานโบราณและมรดกวัฒนธรรมอิสลาม ตลอดจนเป็นสถานที่จัดเก็บและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นสื่อกลางในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีอันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ขณะนี้ มีชาวต่างชาติและนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศมาเยือนจำนวนมาก คาดจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top