Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

เผยความหมายลึกซึ้งของดอกไม้แต่ละชนิด ที่คู่รักนิยมมอบให้กันในวันวาเลนไทน์

รวมความหมายน่าประทับใจของดอกไม้แต่ละชนิดที่คู่รักนิยมมอบให้กันในวันวาเลนไทน์ สำหรับคนที่กำลังมีความรัก วันวาเลนไทน์ก็คงเป็นหนึ่งในวันสำคัญที่จะได้แสดงความรักให้กับคนรักได้รับรู้ และหนึ่งในสิ่งของแทนใจที่คู่รัก (โดยเฉพาะฝ่ายชาย) นิยมมอบให้กันก็คือดอกไม้แสนสวยสีสันสดใสต่าง ๆ ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดนั้นก็ล้วนแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเหมาะกับการสื่อสารความในใจโดยที่ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูด โดยมนุษย์เรานั้นได้เริ่มมีการให้ความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดและใช้การมอบดอกไม้ให้แก่กันเพื่อสื่อสารความหมายโดยไม่ต้องเอ่ยปากกันมานมนานแล้ว 

การตีความหมายของดอกไม้ หรือภาษาดอกไม้ เกิดขึ้นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1600 ณ เมืองคอนสแตนติโนเปิล กรุงโรม ประเทศอิตาลี จากนั้นในปี ค.ศ. 1716 เลดี้แมรี เวิร์ทลีย์ มอนตากู (Lady Mary Worthley Montagu) เป็นบุคคลแรกที่นำมาเผยแพร่สู่ประเทศอังกฤษ ต่อมาก็ได้เผยแพร่เข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส ผ่านหนังสือชื่อ เลอ ลองแกจ เดส์ เฟลอร์ (Le Langage des Fleurs) หมายความว่า ภาษาแห่งดอกไม้ ที่แปลความหมายของดอกไม้ไว้กว่า 8,000 ชนิด โดยมีการแปลกลับไปเป็นภาษาอังกฤษในสมัยของราชินีวิกตอเรีย

เนื่องในวันแห่งความรักนี้ ใดๆ digest ขอพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดว่าจะมีความหมายใดซ่อนอยู่ เผื่อเป็นแนวทางในการเลือกหาดอกไม้ที่มีความหมายตรงใจที่อยากจะสื่อสารให้คนรักของคุณได้รับทราบกันนะครับ 

โดยขอเริ่มจากดอกไม้อมตะนิรันดร์กาลประจำเทศกาลวาเลนไทน์ได้แก่ราชินีแห่งดอกไม้ หรือดอกกุหลาบ ดอกไม้ที่มีกลีบเรียงซ้อนกันจนเป็นดอกทรงกลมที่เบ่งบานในด้านบน และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนมีการนำกลิ่นเฉพาะของกุหลาบมาทำเป็นน้ำหอมอย่างแพร่หลาย แต่ดอกกุหลาบ ไม่ได้มีความลึกซึ้งเพียงแค่กลิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง ความหมายที่หมายถึงความรักที่ลึกซึ้ง ไม่เพียงเท่านี้กุหลาบแต่ละสีก็ยังซ่อนความหมายที่แสนโรแมนติกไว้ต่างกันอีกด้วย 

กุหลาบแดง:  ฉันรักเธอที่สุด และต้องการเพียงแค่เธอเท่านั้น
กุหลาบขาว: ความรักที่บริสุทธิ์
กุหลาบชมพู: ความรักอันหวานชื่น หรือสื่อถึงความรักที่กำลังสดใส
กุหลาบเหลือง: ความรักอันเป็นมิตรภาพที่ดีตลอดไป 
กุหลาบสีพีช (สีโอรส): ความรักที่อ่อนโยนรักและทะนุถนอมจากใจจริง
กุหลาบสีส้ม: ความรักที่อบอุ่นหัวใจ และยังสื่อถึงความศรัทธาอย่างแรงกล้าได้อีกด้วย 
กุหลาบสีม่วง: รักแรกพบ
กุหลาบสีดำ: การเกิดใหม่ การเริ่มต้นใหม่ และความรักที่จะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ 

ดอกลิลลี่ มีรูปทรงที่สวยงาม กลีบดอกใหญ่แผ่ออกกว้าง สื่อถึงความประทับใจ และความรักที่นุ่มนวล อ่อนหวาน สดใส หรืออีกนัยที่สำคัญคือ ความประทับใจครั้งแรก เป็นดอกไม้ที่สื่อถึงการแอบรัก แอบมอง แอบส่งความปราถนาดีไปให้โดยอีกฝ่ายไม่รู้ตัว

ลิลลี่สีชมพู: เธอคือคนที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต
ลิลลี่สีส้ม: มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน
ลิลลี่สีขาว: ดีใจที่มีเธออยู่ในชีวิต
ลิลลี่สีเหลือง: ความเป็นห่วงขอให้เธอปลอดภัย
ลิลลี่สีแดง: เธอคือรักแรกของฉัน
ลิลลี่ออฟเดอะแวลเล่ย์: ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความสุขที่หวนคืนมา เพราะด้วยดอกสีขาวสะอาดตา รูปทรงเหมือนระฆังเล็ก ๆ เรียงบนกิ่งก้านบอบบาง มีกลิ่นหอมหวนหวานสนิท และยังแสดงความหมายอันลึกซึ้งได้อีกว่า ความอ่อนหวานของเธอนั้นช่วยเติมชีวิตฉันให้สมบูรณ์

ดอกไฮเดรนเยีย ดอกไม้ทรงพุ่มมีหลายดอกอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มดูน่ารัก สื่อถึง “ความขอบคุณที่เข้าใจกันและยอมรับกันเสมอมา” ดอกไฮเดรนเยียนั้น มีความหมายทั้งทางลบและบวก โดยความหมายที่แท้จริงของดอกไฮเดรนเยียสื่อถึง ‘หัวใจที่ด้านชา’ และเพราะแบบนั้นในอีกนัยหนึ่งคือการมอบดอกไฮเดรนเยียให้กันใช้แทนคำขอบคุณจากผู้ที่มีหัวใจด้านชา สื่อถึงความสำคัญที่หนักแน่นว่า “ขอบคุณที่เข้าใจกัน”

ไฮเดรนเยียสีฟ้า: ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมจะให้อภัยเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ไฮเดรนเยียสีม่วง: เธอช่างล้ำค่าและสูงส่งสำหรับฉัน
ไฮเดรนเยียสีชมพู: เธอคือความอ่อนโยน 
ไฮเดรนเยียสีเขียว: เธอช่างเป็นตัวของตัวเองและเพราะเหตุนั้น เธอจึงงดงาม
ไฮเดรนเยียสีขาว: เธอคือรักที่บริสุทธิ์

ดอกทิวลิป ดอกไม้ที่มีลักษณะกลีบดอกซ้อนกัน 2-3 ชั้น แม้จะไม่ได้มีกลิ่นหอมเท่าดอกอื่นๆ แต่ดอกทิวลิปมีความหมายที่ลึกซึ้ง, อบอุ่นและอ่อนโยนถือเป็นดอกไม้ที่แทนสัญลักษณ์ของรักครั้งแรก มีความหมายถึง การตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ ความหลงใหล และการปกป้อง ซึ่งดอกทิวลิปก็มีหลากสีที่สื่อความหมายหลากหลายเช่นเดียวกัน

ดอกทิวลิปขาว: การพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อคนอันเป็นที่รัก
ดอกทิวลิปแดง: การแอบชอบ, แอบรัก
ดอกทิวลิปเหลือง:  พร้อมดูแลประคับประคองความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น หรือ ความรักที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
ดอกทิวลิปม่วง:  ความซื่อสัตย์กับคนรักเสมอ

นอกจากความหมายของดอกไม้หลากสีทั้งสี่ชนิดที่คู่รักนิยมมอบให้กันในวันวาเลนไทน์แล้วก็ยังดอกไม้อื่น ๆ ที่ความหมายดี ๆ อีกมากอาทิเช่น 

ดอกโบตั๋น ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ราชาแห่งดอกไม้’ ด้วยรูปลักษณ์ที่อ่อนหวาน งดงาม มีกลิ่นหอมอันเป็นสัญลักษณ์แสดงความหมายถึงความโรแมนติกและความรักที่สมบูรณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และด้วยความหมายอันเป็นมงคลนี่เอง การมอบดอกโบตั๋นให้ใคร จะสื่อถือการอวยพรให้มั่งคั่ง โชคดี มีเกียรติยศ

ดอกทานตะวัน สื่อถึงความรักบริสุทธิ์และมั่นคง การมอบดอกทานตะวันให้ใครจึงหมายถึงความรักที่มีให้จะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนที่ดอกทานตะวันเฝ้ามองดวงอาทิตย์เสมอไป และดอกทานตะวันยังสื่อความหมายถึงความร่าเริงสดใสและความสุขได้อีกด้วย

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเป็นผู้ให้ความรัก และเป็นผู้ได้รับความรักที่เหมาะสมและจริงใจเนื่องในวันแห่งความรักนี้นะครับ ใดๆ digestขอเป็นกำลังใจและร่วมยินดีกับความรักของทุกท่านครับ

ปีแรก! สวนนงนุชพัทยา จัดจดทะเบียนบนหลังช้าง ฉลองสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ แห่ร่วมคึกคัก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน

(14 ก.พ.68) นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา มอบหมายให้ นางพัทธนันท์  ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง โดยมี         

นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ ได้จัดส่งหน่วยเคลื่อนที่อำนวยความสะดวก ในการจดทะเบียนสมรส ณ บริเวณสวนลอยฟ้าที่ประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้และดอกไม้นับหมื่นต้น

สวนนงนุชพัทยาจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่อลังการโดยมีขบวนแห่ขันหมากนำคู่สมรส 9 คู่นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก และนักแสดงสวนนงนุชพัทยากว่า 100 ชีวิตมาร่วมขบวน และความพิเศษของปีนี้เรามีการจดทะเบียนภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของคู่บ่าวสาว ตามที่รัฐบาลประกาศใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากคู่รักคู่รัก LGBTQ+ ตบรับเข้าร่วมจำนวนมาก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานและนักท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมในวันวาเลนไทน์ปีนี้เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่จะได้พบกับวัฒธรรมและประเพณีไทยอันดีงามที่สวนนงนุชพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสวันนี้ทุกท่าน ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนสวยฟรีทุกคู่ โดย 50 คู่แรกได้รับบัตรรับประทานอาหารกลางฟรี และทุกคู่ได้ขึ้นหลังช้างเพื่อรับทะเบียนสมรส พร้อมกับรับของที่ระลึกเป็นต้นไม้มงคลทุกคู่ จากสวนนงนุชพัทยา

‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ เคลียร์ปมร้อนถูกพาดพิงกรณี ‘แตงโม’ ตกเรือเสียชีวิต ยอมรับ ‘ปอ’ ยกหูโทรหาในคืนเกิดเหตุจริง ยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวคดี แต่แนะนำให้แจ้งความ

จากกรณีที่ นาย สนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส ไลฟ์ในรายการ 'สนธิเล่าเรื่อง' ในช่องยูทูบ 'sondhitalk' ตอนหนึ่งถึงคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นิดา นักแสดงชื่อดังว่า โดยมีการกล่าวตอนหนึ่งว่า คุณปอได้โทรศัพท์ไปที่คน ๆ หนึ่ง อ้างว่าคือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน และมีการพูดคุยกันประมาณ 10 นาทีนั้น

ล่าสุด นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเป็นคนทำงานการเมืองที่ต้องดูแลประชาชน  จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนโทรหาตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นคนที่มีปัญหาเดือดร้อน เมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามา ตนก็รับตลอด แต่ถ้ารับไม่ทัน ก็โทรกลับไปเป็นเรื่องปกติ ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหานั้น ตนรู้จักในฐานะที่เขาเป็นคนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์และเปิดอู่ซ่อม ในวันที่เกิดเหตุ เขาได้เล่าให้ฟังว่าเพื่อนของเขาประสบอุบัติเหตุตกน้ำและขอคำแนะนำว่าเขาต้องทำอะไร ตนจึงบอกให้ไปแจ้งตำรวจเป็นอันดับแรก  และหลังจากนั้นตนก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้อีกเลย

นิสสันปรับเกมใหญ่!! ปิดโรงงานแรกในไทย ยกเครื่องสายการผลิต เดินหน้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์

(14 ก.พ.68) นิสสัน มอเตอร์ ประกาศแผนปรับโครงสร้างการผลิตระดับโลก โดยเตรียมปิดโรงงานประกอบรถยนต์ 3 แห่งในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดต้นทุนลง 400,000 ล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2026

แหล่งข่าวจาก บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 1 ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงงานแรกของนิสสันในประเทศ จะถูกปิดและเปลี่ยนเป็นศูนย์ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แทน ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงถึง 220,000 คันต่อปี

โรงงานแห่งนี้เคยเป็นฐานการผลิตของรถยนต์รุ่น เทียน่า, เอ็กซ์เทรล, ซิลฟี่, โน๊ต, มาร์ช และ อัลเมร่า (โมเดลแรก) ซึ่งหลายรุ่นได้ยุติการจำหน่ายไปแล้ว ปัจจุบันยังมีการผลิตรุ่น อัลเมร่า (โฉมปัจจุบัน) และ คิกส์ ซึ่งทั้งสองรุ่นจะถูกย้ายไปรวมสายการผลิตที่โรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งเดิมเน้นผลิตรถกระบะ นาวารา และ เทอร์ร่า

โรงงานของนิสสันในประเทศไทยตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 21 จังหวัดสมุทรปราการ มีโรงงาน 2 แห่งที่ใช้ผลิตรถยนต์สำหรับตลาดในประเทศและการส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กำลังการผลิตรวมของทั้งสองโรงงานอยู่ที่ 370,000 คันต่อปี โดยแบ่งเป็น:

โรงงานที่ 1 กำลังการผลิต 220,000 คันต่อปี (กำลังจะปิดตัวลง)

โรงงานที่ 2 กำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี ซึ่งจะรองรับการผลิตเพิ่มเติมจากโรงงานที่ 1

นอกจากนี้ นิสสันยังได้ลงทุนในโรงงาน นิสสัน พาวเวอร์เทรน ประเทศไทย (Nissan Powertrain Thailand – NPT) ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อผลิตแบตเตอรี่สำหรับเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ โดยถือเป็นโรงงานแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่มีความสามารถในการประกอบระบบขับเคลื่อนอี-พาวเวอร์ ด้วยกำลังการผลิตเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังสูงสุดถึง 580,000 หน่วยต่อปี

หลังการประกาศครั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่านิสสัน ประเทศไทยจะปรับกลยุทธ์ด้านการผลิตและลดต้นทุนอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทแม่ และบทบาทของประเทศไทยในแผนธุรกิจระยะยาวของนิสสันจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

ทรัมป์อ้าแขนต้อนรับรัสเซียคืนสู่ G7 รับขับออกไปคือความผิดพลาด

(14 ก.พ.68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) ว่า เขาอยากเห็นรัสเซียกลับเข้าร่วมกลุ่ม G7 อีกครั้ง โดยมองว่าการขับไล่รัสเซียออกจากกลุ่มในอดีตเป็น 'ความผิดพลาด'

รัสเซียเคยเป็นสมาชิกของ G8 แต่ถูกถอดออกในปี 2014 หลังการผนวกไครเมียของยูเครน ทำให้เหลือเพียง G7 ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เชื่อว่ารัสเซียสมควรได้รับที่นั่งกลับคืน

"ผมยินดีมากถ้าพวกเขากลับมา" ทรัมป์กล่าวจากทำเนียบขาว "มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะชอบรัสเซียหรือไม่ แต่มันคือเรื่องของกลุ่ม G8 เราคุยกันเรื่องรัสเซียอยู่ตลอด ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเขาถึงไม่มีที่นั่งที่โต๊ะเจรจาล่ะ?"

ทรัมป์ยังเสริมว่าเขาคิดว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็น่าจะอยากกลับมาเช่นกัน ขณะที่แคนาดา ซึ่งเป็นประธาน G7 ปีนี้ ยังไม่ได้ออกความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าวของทรัมป์

เชียงใหม่-งานเลี้ยงขันโตก จักรดาว - บานเย็น เด่นงามสัมพันธ์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.68) ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีเลี้ยงขันโตก "จักรดาว - บานเย็น เด่นงามสัมพันธ์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568 โดยมี พลเอก โกศล ประทุมชาติ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร, ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย คณะผู้บังคับบัญชา, คณะผู้บริหาร, คณาจารย์, คณะครู, ข้าราชการ,นักเรียนเตรียมทหาร, นักเรียนยุพราชวิทยาลัย และผู้มีเกียรติร่วมงาน 

พลเอก โกศล ประทุมชาติ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต้อนรับในงานเลี้ยงขันโตก จักรดาว - บานเย็น เด่นงามสัมพันธ์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568 ในนามของผู้บริหาร คณะครู บุคลากร ผู้ปกครองนักเรียน และภาคีเครือข่ายโรงเรียน ยุพราชวิทยาลัย มีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดงานเลี้ยงขันโตก ต้อนรับผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร คณะผู้บังคับบัญชา คณาจารย์ ข้าราชการและนักเรียนเตรียมทหาร ในโอกาสเดินทางมาทัศนศึกษาในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาประเพณีเตรียมทหาร - ยุพราชฯ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐบาลที่จัดการศึกษาได้อย่าง มีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นโรงเรียนที่ได้รับการอุปถัมภ์ชุบเลี้ยง กิจการต่าง ๆ ของโรงเรียนจากพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ รวมถึงเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเจ้านายฝ่ายเหนือ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนมาจนถึง ปัจจุบัน 

ดังนั้น ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนยุพราชวิทยาลัยทุกคน จึงถูกปลูกฝังให้เป็นผู้มีความจงรักภักดี กตัญญูกตเวที่ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อพระผู้ทรงมีคุณูปการต่อโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยมิเสื่อมคลายเฉกเช่นเดียวกับโรงเรียนเตรียมทหาร ที่ได้ปลูกฝังนักเรียนเตรียมทหารให้มีพื้นฐานความเป็นนายทหารในอนาคต ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะปกป้องราชบัลลังก์แห่งองค์พระมหากษัตริย์เจ้า จากอริราชศัตรู และภยันตรายทั้งปวง ที่อาจจะล่วงล้ำเข้ามาในพระราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของเหล่าทหารหาญทุกเหล่าทัพ ตำรวจทุกนาย และเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกคนอีกด้วย

คืนนี้จึงเป็นคืนแห่งความงดงาม เป็นคืนแห่งการรวมใจ ในท่ามกลางงานเลี้ยง ขันโตก ของคณะผู้บังคับบัญชา คณะผู้บริหาร คณาจารย์ คณะครู และนักเรียนทั้งสองสถาบันอันเป็นสถาบันการศึกษาหลักที่เพาะบ่มความรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองในทางที่ถูกต้องได้อย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า งานเลี้ยง ขันโตก "จักรดาว - บานเย็น เด่นงามสัมพันธ์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568 ทราบว่าจัดขึ้นเพื่อต้อนรับคณะผู้บังคับบัญชา คณาจารย์ข้าราชการ และนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศในโอกาสที่ได้มาทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีในเขตจังหวัดภาคเหนือ เพื่อประกอบการศึกษาตามหลักสูตร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีการศึกษา และได้ใช้โอกาสนี้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเพณีเตรียมทหาร - ยุพราชฯ ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของทั้งสองสถาบัน โดยได้จัดสืบเนื่องมาอย่างยาวนานทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 34 แล้วของการจัดงาน

สัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานได้สร้างมิตรภาพอันงดงามของทั้งสองสถาบัน โดยได้ก่อให้เกิดคุณูปการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักเรียนและบุคลากรของทั้งสองสถาบัน ที่จะได้มีการสานสัมพันธ์สามัคคีกีฬาประเพณีและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ทั้งยังเป็นโอกาสอันดี ที่คณะผู้บังคับบัญชา คณาจารย์ และนักเรียนเตรียมทหารจะได้ใช้โอกาสนี้ ทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นและท่องเที่ยวอย่างมีความสุขใน เมืองแห่งความงดงาม มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เนื่องด้วยเชียงใหม่เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนามาแต่โบราณ มี "คำเมือง" เป็นภาษาท้องถิ่น มีประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามหลายแห่งอีกด้วย

สตูล ประชุมติดตามผลการดำเนินงานในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570)

(14 ก.พ.68) ที่ห้องประชุมโต๊ะหยงกง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล มอบหมายให้นาวาเอก แสนไทย บัวเนียม รอง ผอ.ศรชล.จว.สต. ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานในการขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่ เพื่อเสริมความมั่นคงของชาติในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) พร้อมด้วยคณะพัฒนาเพื่อความมั่นคงในเขตพื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 ปกครองจังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยมีพล.ร.ต.พงษ์มิตร ณรงค์กูล เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในการประชุม

โดยก่อนการประชุมพล.ร.ต.พงษ์มิตร ณรงค์กูล เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 และคณะฯ ขอเข้าเยี่ยมคำนับ นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เพื่อหารือข้อราชการในการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 3 เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่ ตามวัตถุประสงค์ และแนวทางที่กำหนด ตลอดจนให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ พ.ศ. 2558 และเพื่อรองรับการเสนอโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป้าหมายและภารกิจที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการประชุมครั้งนี้จังหวัดสตูลได้นำเสนอความคืบหน้าในการดำเนินการตามนโยบายและแผนความมั่นคงที่ 17 (การเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่) และบรรยายสรุปแผนงาน/โครงการ ในพื้นที่เป้าหมาย ที่จังหวัดประกาศ 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำ วาเลนไทน์นี้จะไม่ต้องปวดใจ หากหันกลับมาห่วงใยตนเองแลครอบครัว

(14 ก.พ.68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2567 พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 8 แสนราย ความเสียหายรวม 81,500 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็น วัยเรียน (อายุต่ำกว่า 25 ปี) ร้อยละ 15 วัยทำงาน (อายุ 26 - 60 ปี) ร้อยละ 78 และวัยสูงอายุ (อายุ 60 ปี ขึ้นไป) ร้อยละ 7 จำแนกเป็น เพศชาย ร้อยละ 37 และเพศหญิง ร้อยละ 63 ซึ่งเห็นได้ว่าคนทุกเพศทุกวัย ก็สามารถตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ได้ ประกอบกับในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นเทศกาล “วันวาเลนไทน์” หรือที่เรียกกันว่าเทศกาลแห่งความรัก ที่พี่น้องประชาชนมักจะใช้โอกาสนี้ในแสดงความรักให้กับคนรัก หรือคนที่แอบชอบ นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอใช้โอกาสนี้ แนะนำพี่น้องประชาชน ที่ไม่ต้องการเจ็บปวดใจจากความรักที่ไม่สมหวัง ให้หันมาแสดงความรักกับคนในครอบครัว ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแนะนำ ดังนี้

1. แนะนำให้อย่าหลงเชื่อข้อความหวานหูจากบุคคลแปลกหน้าในโลกออนไลน์

2. แนะนำให้รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ โดยเฉพาะ หลอกรักออนไลน์ (Romance Scam), หลอกลงทุน และแอปพลิเคชันปลอม

3. แนะนำให้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์
- ไม่กดลิงก์แปลกปลอม ที่ส่งมาทาง SMS หรือโซเชียลมีเดีย
- ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย และไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกแพลตฟอร์ม
- ตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีออนไลน์ เช่น ยืนยันตัวตนสองชั้น

4. แนะนำให้ดูแลทรัพย์สินให้ปลอดภัย
- อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
- ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัส OTP กับผู้อื่น
- ตรวจสอบบัญชีธนาคารหรือธุรกรรมออนไลน์เป็นประจำ

5. ใช้เวลาอยู่กับคนในบ้านให้มากขึ้น เพื่อลดการเสี่ยงตกเป็นเหยื่อจากการแสวงหาความรักในโลกออนไลน์ และยัง สามารถแนะนำบุคคลในครอบครัว ให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน Cyber Check ของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่สามารถช่วยในการตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์ โดยใช้ฐานข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการร้องเรียนและดำเนินคดีจริง ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน Google Play 
และ App Store

สุดท้าย หากท่าน หรือบุคคลในครอบครัว ได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'เชียงราย'ตม.จว.เชียงราย รับคนไทยพันโทษจากเมียนมาตรวจสอบพบหมายจับคดีสำคัญยาเสพติดและพยายามฆ่าของพื้นที่ภาคใต้ 4 ราย

(13 ก.พ.68) เวลาประมาณ 11.00 น. ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.หญิง ธาราทิพย์ จำรัส รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.มนตรี อินเปรี้ยว รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จว.เชียงราย, พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ ชูชื่น สว.ตม.จว.เชียงราย ร่วมกันรับตัวบุคคลสัญชาติไทย พ้นโทษตามคำพิพากษาศาลประเทศเมียนมา จากเจ้าหน้าที่ ตม.จว.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย
1. นายผกาเพชร (นามสมมุติ)อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา ต.ปรางหมู่ อ.เมืองพัทลุง จว.พัทลุง 
2. นายพินิจนัย (นามสมมุติอายุ 35 ปี ภูมิลำเนา ต.น้ำรึม อ.เมืองตาก จว.ตาก  
3. นายอรรถสิทธิ์ (นามสมมุติอายุ 31 ปี ภูมิลำเนา ต.กงรถ อ.ห้วยแถลง จว.นครราชสีมา     
4. นายคมสัน (นามสมมุติอายุ 22 ปี ภูมิลำเนา ต.ควนขนุน อ.ควนขนุน จว.พัทลุง

จากนั้น เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปราม และงานตรวจบุคคลและพาหนะ ตม.จว.เชียงราย ได้ร่วมกันนำตัวบุคคลสัญชาติไทยทั้ง 4 ราย เข้าสู่ขั้นตอนพิธีการคนเข้าเมือง ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 1 อ.แม่สาย จว.เชียงราย จากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(POLIS) ระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ(CRIMES) และระบบศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม(PDC) พบว่า เป็นบุคคล  มีหมายจับ จำนวน 3 ราย ดังนี้ 

1. นายผกาเพชร (นามสมมุติอายุ 30 ปี สัญชาติ ไทย  เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ในความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน    ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์” ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปรับตัว นายผกาเพชร ช่วยบำรุง ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดพัทลุง ให้ นายผกาเพชร ช่วยบำรุง ดูและรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัว เพื่อรอนำส่ง พงส.สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2. นายพินิจนัย (นามสมมุติอายุ 35 ปี สัญชาติ ไทย  เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและพยายามจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัด ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปรับตัว นายพินิจนัย คงเพชรนุ่น ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดพัทลุง ให้ นายพินิจนัย (นามสมมุติดูและรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัว เพื่อรอนำส่ง พงส.สภ.ควนขนุน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

3. นายอรรถสิทธิ์ (นามสมมุติอายุ 31 ปี สัญชาติ ไทย  เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปรับตัว นายอรรถสิทธิ์ อุ้ยเกษมสุข ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดพัทลุง  ให้ นายอรรถสิทธิ์ อุ้ยเกษมสุข ดูและรับว่าตนเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับนี้จริง และการรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัว เพื่อรอนำส่ง พงส.สภ.เขาชัยสน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะนี้ทั้ง 3 คนอยู่ในระหว่างการควบคุมตัวเพื่อรอนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

'รัฐมนตรี ทวี' เปิดหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 ชู 'นวัตกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน'

(13 ก.พ.68) ที่วิทยาลัยการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม อาคารรัฐศาสนภักดี ชั้น 5 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16,(ยธส.16) โดยมี พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อํานวยการสํานักงานกิจการยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง บรรยายพิเศษในหัวข้อ นโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยระบุว่า ปัญหายาเสพติด การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราต้องเปลี่ยนบริบทการป้องกันปัญหายาเสพติดใหม่ ยาเสพติดไม่กลัวทหาร ยาเสพติดไม่กลัวตำรวจ ยาเสพติดกลัวแม่ ยาเสพติดกลัวครอบครัวที่อบอุ่น เราต้องให้การศึกษา ให้โอกาส และต้องช่วยกันไม่ให้ผู้ติดยาเสพติดกระทำผิดซ้ำ และที่สำคัญคือ พวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวเพิ่มว่า  ภาวะผู้นำของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเราต้องพัฒนาและให้ความสำคัญกับคน บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมต้องพึ่งกฎหมาย ต้องพึ่งกฎระเบียบ แต่คนที่ก่ออาชญากรรม ไม่ต้องพึงกฎระเบียบ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจัดให้มีการฝึกอบรม และถอดบทเรียน

ด้าน พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อํานวยการสํานักงานกิจการยุติธรรม กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมเป็นภารกิจหลักประการหนึ่ง ของสํานักงานกิจการยุติธรรม เนื่องจากตระหนักดีว่า บุคลากรเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนงาน ด้านการอํานวยความเป็นธรรมให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรระดับสูง

ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีส่วนในการกําหนดทิศทาง และขับเคลื่อนนโยบาย ของ หน่วยงานผลักดันและกำกับดูแล
ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถนําไปปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น จึงมีความจําเป็นที่บุคลากรระดับสูงของกระบวนการยุติธรรม และผู้บริหารจากภาคเอกชนที่มีบทบาทสําคัญในสังคม จะต้องได้รับการเพิ่มพูนองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดี อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และบริบททางสังคม ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะส่งเสริม ให้สามารถบริหารงานด้านการอํานวยความยุติธรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง จะประกอบด้วยข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งนักบริหารภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 59 คน จาก 44 หน่วยงาน

ซึ่งการอบรมจะเน้นด้านการยกตัวอย่างกรณีศึกษา หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารงานยุติธรรม การบูรณาการความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างให้ มีวิสัยทัศน์การทํางานเชิงรุก ภายใต้ ความเป็นพลวัตของสังคม เศรษฐกิจการเมือง รวมถึงเทคโนโลยี ที่พัฒนาก้าวกระโดด ในปัจจุบัน และอนาคต สําหรับ ยธส. รุ่นที่ 16 นี้ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์-12 มิถุนายน 2568 ฝึกอบรม วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ รวมระยะเวลา 34 วันทําการภายใต้หัวข้อหลัก คือ “นวัตกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน” กําหนดวิธีการฝึกอบรมในลักษณะผสมผสานผ่านระบบออนไลน์ และฝึกอบรม ณ วิทยาลัยกิจการยุติธรรมแห่งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top