Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

‘ลิซ่า’ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ อีกครั้ง หลังมีคิวขึ้นโชว์บนเวทีประกาศรางวัลออสการ์ 2025

‘ลิซ่า’ จะได้ขึ้นแสดงบนเวทีออสการ์ที่จะมีการถ่ายทอดสดช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 3 มี.ค. 68 นี้ สามารถรับชมได้ทาง ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์ ทั้งช่วงพรมแดง และประกาศรางวัล

(25 ก.พ. 68) ดิ อะคาเดมี่ อวอร์ดส ผู้จัดงานประกาศรางวัลออสการ์ เวทีมอบรางวัลด้านภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประกาศว่า ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล, Doja Cat และ RAYE ที่ร้องเพลง Born Again ร่วมกัน จะได้ขึ้นแสดงในงานประกาศรางวัลออสการ์ 2025 ที่จะมีขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 ตามเวลาประเทศไทย

Born Again เป็นเพลงประกอบซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3 ที่ลิซ่านำแสดง โดยเธอได้ร่วมร้องเพลงนี้กับ Doja Cat และ RAYE นักร้องสาวชาวอังกฤษซึ่งเป็นผู้แต่งและโปรดิวซ์เพลงนี้

อย่างไรก็ตาม การขึ้นแสดงครั้งนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ตามมา เนื่องจากในปีนี้ไม่มีศิลปินเจ้าของผลงานเพลงที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้ขึ้นเวทีแสดงแม้แต่รายเดียว

ขณะที่นักร้องเพลง Born Again ทั้ง 3 คน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเวทีออสการ์เลยเพราะเป็นเพลงประกอบซีรีส์

นอกจากลิซ่าแล้ว ผู้ที่มีรายชื่อขึ้นแสดงบนเวทีออสการ์ในปีนี้ยังประกอบด้วย Queen Latifah ที่เคยได้เข้าชิงรางวัลในปีก่อน แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ในปีนี้ รวมถึง ซินเธีย เอริโว และอาริอานา กรานเด้ ผู้มีรายการเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเกี่ยวกับการแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Wicked โดยทั้งคู่จะมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งไม่ได้เข้าชิงในสาขาเพลงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ต้องรอติดตามชมกันว่าโชว์ของ 'ลิซ่า' บนเวทีออสการ์จะออกมาในรูปแบบใด โดยเบื้องต้น เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ สื่อบันเทิงชั้นนำ รายงานว่าการแสดงในปีนี้จะมีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชุมชนผู้สร้างหนัง และตำนานในวงการภาพยนตร์ และนอกจากศิลปินที่กล่าวถึงแล้วยังมีคณะนักร้องประสานเสียง Los Angeles Master Chorale มาร่วมแสดงด้วย

รับชมถ่ายทอดสดทาง ดิสนีย์พลัส - ทรูวิชั่นส์

สำหรับประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ทั้งช่วงเดินพรมแดง และพิธีมอบรางวัล ในเช้าวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม  2568 เวลา 06:30 น. ตามเวลาประเทศไทย ได้บนแอปพลิเคชัน Disney+ Hotstar และทางช่อง True Film 1 (222) และแอปทรูวิชั่นส์ นาว แพ็กเกจ NOW PRIME

ส่วนผู้ที่พลาดการรับชมสด สามารถดูการถ่ายทอดสดแบบย่อ 90 นาที ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจบงาน และสามารถรับชมได้ตลอด 24 วันบน Disney+ Hotstar โดยงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งนี้ได้ Conan O'Brien ผู้จัดรายการ และนักเขียนรางวัล Emmy® มารับหน้าที่พิธีกรเป็นครั้งแรก

กกต.ประกาศรับรองผลนายกอบจ.ล็อตแรก 10 จังหวัดแล้ว

เมื่อวันที่ (24 ก.พ. 68) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวแจ้งผลการพิจารณาของ กกต.เกี่ยวกับการประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีครบวาระ ที่ได้จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และได้มีมติประกาศผลการเลือกตั้ง ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1.ประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ 1.จ.น่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ 2.จ.หนองคาย นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก 3.จ.บึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี 4.จ.ศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล 5.จ.นครปฐม นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ 6.จ.สิงห์บุรี นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร 7.จ.กระบี่ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล 8.จ.พัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร 9.จ.ยะลา นายมุขตาร์ มะทา และ 10 จ.นราธิวาส นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน

และประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่าน หนองคาย เลย บึงกาฬ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี สระแก้ว อุทัยธานี นครปฐม สิงห์บุรี ชัยนาท กระบี่ พัทลุง ยะลา และนราธิวาส

ทั้งนี้ การประกาศผลการเลือกตั้งดังกล่าว ไม่เป็นการตัดหน้าที่และอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวน ไต่สวน หรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

ส่วนรายละเอียดการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรณีครบวาระ สามารถติดตามหรือสอบถามได้ทาง www.ect.go.th Application Smart Vote และสายด่วน 1444

รร.สาธิตรามคำแหง ทำถึง! ช่วยลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง กำหนดใช้ชุดลูกเสือ - เนตรนารี แบบใหม่ ใส่ร่วมกับชุดพละ

(25 ก.พ. 68) โลกออนไลน์ แชร์ภาพและข้อความจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ฝ่ายมัธยม) ที่ประกาศ ปรับรูปแบบการแต่งกายชุดลูกเสือ - เนตรนารี ปีการศึกษา 2568

โดยทางโรงเรียนระบุ เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ อีกทั้งเอื้อต่อการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี ของกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง(ฝ่ายมัธยม) จึงขอปรับเปลี่ยนเครื่องแบบ ชุดลูกเสือ-เนตรนารี  โดยใช้หมวก , ผ้าพันคอ , วอกเกิ้ล ร่วมกับชุดพละของโรงเรียน

โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 นี้เป็นต้นไป โดยมีผู้เข้าไปร่วมชื่นชมและขอบคุณแนวความคิด นี้เพราะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้จริง

‘ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว’ โต้กลับ PETA ปมแบน ‘หมูเด้ง’ หลังชี้นำ นทท. อังกฤษ ไม่ให้เข้าชม อ้างกักขังสัตว์แสวงหาผลกำไร

ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว โต้ "องค์กรอนุรักษ์" ปมชี้นำ นักท่องเที่ยวอังกฤษ ไม่ให้ไปเยี่ยมชม "น้องหมูเด้ง" อ้างกักขังสัตว์เป็นนักโทษเพื่อแสวงหาผลกำไร

(25 ก.พ. 68) จากกรณีองค์กรอนุรักษ์ทั้ง Born Free และ PETA ออกรณรงค์แคมเปญ “แบนหมูเด้ง” โดยห้ามนักท่องเที่ยวอังกฤษ บินมาเที่ยวชม “หมูเด้ง” ที่สวนสัตว์เขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งกักขังหมูเด้ง ในฐานะนักโทษเพื่อผลกำไร จึงวิตกว่ากระแสความโด่งดังของ หมูเด้ง จะเป็นภัยต่อสวัสดิภาพความเป็นอยู่ในฐานะสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ หลังมีนักท่องเที่ยวปาขวดน้ำ สิ่งของ หรือส่งเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจเพื่อให้ “หมูเด้ง” มาอยู่ในเฟรมเพื่อที่จะถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่ง หมูเด้ง คงจะต้องตายอยู่คอกที่แห้งแล้ง ไร้โอกาสที่จะได้สัมผัสความอบอุ่นของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติที่แท้จริงอย่างแอฟริกาตะวันตก 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.พ.68 นายณรงค์วิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว กล่าวถึงกระแสข่าวการโจมตีสวนสัตว์เรื่องให้ “หมูเด้ง” มาสร้างผลประโยชน์ว่า กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะทางสวนสัตว์เน้นดูแลสวัสดิภาพให้กับสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในสวนสัตว์เป็นหลัก และในเดือน มี.ค.นี้ จะมีทีมคณะมาตรวจประเมินสวัสดิภาพของสัตว์ ซึ่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ผ่านการประเมินทุกปี

“ก็ไม่เป็นความจริงอย่างที่เค้านำเสนอนะครับ คือเรายังคงความเป็นสวนสัตว์ที่มีภารกิจ 4 ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอนุรักษ์ วิจัย ให้การศึกษาและพักผ่อนหย่อนใจ ของน้องหมูเด้ง เอง เราก็มีการตรวจสวัสดิภาพสัตว์ทุกปี ซึ่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จะได้รับการตรวจประเมินสวัสดิภาพสัตว์ ภายในเดือนมีนายนี้ ทุกปีจะต้องมีการตรวจประเมิน เราก็มีทีมคณะตรวจประเมินสุขภาพสัตว์จากหลากหลายพื้นที่เข้ามาตรวจเรา เพราะฉะนั้นเรายืนยันได้ว่า เรายังคงความเป็นสวนสัตว์ที่มีมาตรการในการจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีต่อไปด้วยนะครับ”

ขณะที่ น.ส.อิสริยา สเตาบ์ สาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเดินทางมาดู “น้องหมูเด้ง” พร้อมแฟนหนุ่มชาวอเมริกัน กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่ององค์กรอนุรักษ์ของประเทศอังกฤษ ประกาศแบน “น้องหมูเด้ง” ว่า กรณีดังกล่าวไม่น่าจะทำได้ เพราะตนและแฟนหนุ่มเคยเดินทางไปเที่ยวชมสวนสัตว์ในหลายประเทศ ซึ่งยอมรับว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ดูแลสัตว์ต่างๆ ได้ดีมาก โดยเฉพาะ “น้องหมูเด้ง” ที่ถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่ง น้องหมูเด้ง ไม่ได้โดนจำกัดพื้นที่แต่อย่างใด

“เคยไปเที่ยวสวนสัตว์ที่ไมอามี แฟนบอกว่าที่นี่เค้าเลี้ยงอย่างดีมาก แบบปล่อยเป็นธรรมชาติ ซึ่งน้องไม่ได้รู้สึกว่าโดนจำกัดพื้นที่เลยนะคะ จริงๆ ตรงนี้ดรามาที่เคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นมันไม่ใช่ หรือแม้แต่ที่บอกว่าอยากให้คนเลี้ยงเปลี่ยนเป็นผู้หญิง ซึ่งจริงๆ แล้วคุณ ผอ.ก็บอกแล้วว่า น้องเบนซ์ เค้าเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด เพราะฉะนั้นเค้ารู้ว่าต้องทำยังไง ผู้ชายเค้ามีกำลังมีแรงที่จะดูแลสัตว์ประเภทนี้ คิดว่าทุกอย่างดีมากๆ การดูแลที่นี่ดีมากๆ ดีใจมากๆ ที่ได้มาที่นี่”

น.ส.อิสริยา บอกอีกว่า หากเป็นไปได้ตนและแฟนหนุ่ม ขอเชิญนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้มาเที่ยวชม น้องหมูเด้ง และสัตว์ป่านานาชนิดที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว กันให้มากๆ เพราะที่นี่ถือเป็น The Best Zoo โดยเชื่อว่าหากมาเที่ยวชมจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สมุทรปราการ-ลุยแล้ว!! ชัยรัชต์พงษ์ ผู้สมัครหมายเลข 3 ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนหลังวัดหนามแดง ประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ

นายชัยรัชต์พงษ์ กุลรัตนจินดา หรือเฮียน้อย ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว หมายเลข 3 พร้อมด้วยคณะสมาชิกในนามกลุ่มบางแก้วรวมพลัง

ลงพื้นที่หาเสียงภายในชุมชนหลังวัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี สมุทรปราการ โดยมี นางสาวพัชรากร กุลรัตนจินดา หรือปลัดพัช สตรีอาสาพัฒนาบางแก้ว ร่วมลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในครั้งนี้

พร้อมทั้งเดินชู้ป้าย แจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร และชูนโยบายในการบริหารงานและแผนพัฒนาการขับเคลื่อนท้องถิ่นของกลุ่มบางแก้วรวมพลัง ในสโลแกน โปร่งใส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 

โดยทางด้าน นายชัยรัชต์พงษ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว หมายเลข 3 กล่าวว่า ตนเองได้มีโอกาสลงพื้นที่มาพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ภายในชุมชนหลังวัดหนามแดงเพื่อขอคะแนนเสียงเข้าไปพัฒนาบริหารงานท้องถิ่น กับ 11 นโยบายเปลี่ยนบางแก้วให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ 1 ศูนย์พิทักษ์เมืองบางแก้ว ปลอดภัย 24 ชม. 2 โรงพยาบาลบางแก้วและศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ 3 โรงพยาบาลสัตว์บางแก้ว 4 ศูนย์สร้างอาชีพเพื่อผู้สูงอายุสตรีและผู้ด้อยโอกาส 5 ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังน้ำท่วม 6 ซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้

7 สำนักทะเบียนราษฎร์เทศบาลเมืองบางแก้ว 8 การพัฒนาด้านการศึกษา 9 นวัตกรรมการจัดการขยะสู่เมืองสะอาดไร้ขยะตกค้าง 10 การบริการสาธารณะ และ 11 การพัฒนาการจัดการเมือง (Smart City) นอกจากนี้ กลุ่มบางแก้วรวมพลังยังมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและพร้อมเข้ามาบริหารงานท้องถิ่นพัฒนาเมืองบางแก้วให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ กลุ่มบางแก้วรวมพลัง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชนชุมชนหลังวัดหนามแดงและอวยพรขอให้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชน และเยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ในวันอาทิตย์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น ณ. หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีรายชื่ออยู่

ส่อง 16 อันดับแรก โรงเรียนที่ได้คะแนนสูงที่สุดใน ‘ภาคเหนือ’ จากผลการสอบ O-NET ปี 2567

อย่างที่ทราบกันดีว่า การสอบ O-NET เป็นหนึ่งในการสอบวัดผลขั้นพื้นฐานที่นักเรียนไทยทุกคนต้องผ่านสนามสอบนี้ เพื่อนำคะแนนสอบไปใช้ยื่นสอบเข้ามหาวิทยาลัย และเป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนในระดับชาติ ขณะที่การจัดอันดับโรงเรียนที่นักเรียนมีผลสอบที่ได้คะแนนสูงสุด ก็เป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดมาตรฐานการเรียนการสอนของโรงเรียนอีกด้วย ในปี 2567 ที่ผ่านมา โรงเรียนใน ‘ภาคเหนือ’ 16 อันดับแรก มีโรงเรียนใดบ้าง ไปส่องกันเลย... 

‘เอกนัฏ’ เล็งขุดรากถอนโคนขนขยะอันตรายเข้าประเทศ เตรียมชงเคส รง.ไฟไหม้ สมุทรสาคร ให้ DSI รับช่วงจัดการต่อ

(25 ก.พ. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยตำรวจสอบสวนกลางและคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีเหตุโกดังเก็บพลาสติกรีไซเคิลของบริษัท เถิงต๋า พลาสติก แอนด์ เมทเทิล จำกัด มีนายฟูควน ลัว เป็นผู้เช่าอาคารโกดังต่อจากเจ้าของคนไทย ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีการกระทำความผิดกฎหมายและฝ่าฝืนคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ในหลายกรณี อาทิ มีการก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการลักลอบประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบตั้งโรงงานในพื้นที่ขัดผังเมืองและมีการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้ง ยังมีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จำพวกสายไฟเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำมาทำการคัดแยกโลหะมีค่าและบดบ่อยเป็นเม็ดพลาสติกก่อนที่จะทำการจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และความผิดอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมายทั้งหมด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด และได้ทำการยึดอายัดของกลางประกอบด้วย เศษสายไฟฟ้าและเศษพลาสติกที่บดย่อยแล้ว ปริมาณกว่า 6,900 ตัน ไว้ ณ ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป  

นายเอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะผนึกกำลังร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ผลักดัน ‘สมุทรสาครโมเดล’ ยกระดับมาตรการการตรวจกำกับโรงงานอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ต้นทางกระบวนการอนุญาต โดยจะจัดให้มีคณะทำงานกลั่นกรองร่วมระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อร่วมกันให้ความเห็นประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตโรงงานกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น โรงงานหล่อหลอมโลหะ โรงงานคัดแยกหรือรีไซเคิลวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงานฯ เพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดสมุทรสาครเพื่อร่วมกันเสริมกำลังให้กับชุดทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจตราและเฝ้าระวังการประกอบการที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนการเฝ้าดูแลและบริหารจัดการของกลางที่ได้ทำการยึดอายัดเอาไว้ ควบคู่ไปกับที่กระทรวงอุตสาหกรรมใช้เครื่องมือ ‘แจ้งอุต’ ให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาเผ้าระวังการประกอบการที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีทีมตรวจการสุดซอยลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว 

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า กระทรวงอุตสาหกรรม จะได้เตรียมหารือร่วมกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อส่งต่อคดีนี้ให้ไปอยู่ในความดูแลเพราะถือเป็นคดีสำคัญระดับประเทศ และเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการเป็นเครือข่ายใหญ่ ซึ่งจะต้องดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้องที่เข้ามายึดพื้นที่ในจังหวัดสมุทรสาคร ในการลักลอบนำเข้าวัตถุอันตรายและประกอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาต ไร้มาตรฐานสินค้าไทย และยังนำออกจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานสู่ผู้บริโภค ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

หากประชาชนพบเห็นปัญหาหรือเหตุต้องสงสัยเกี่ยวกับการประกอบการอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกต้องหรือสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน มอก. สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่าน ‘แจ้งอุต’ https://landing.traffy.in.th?key=wTmGfkav หรือไลน์ไอดี ‘traffyfondue’ เพื่อกระทรวงฯ จะเร่งส่งทีมสุดซอยลงพื้นที่จัดการกับปัญหาให้ประชาชนในทันที’ นายเอกนัฏกล่าวทิ้งท้าย

25 กุมภาพันธ์ 2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 นับเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นอย่างสมพระเกียรติ พระราชพิธีนี้ถือเป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์และแสดงถึงพระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ กระบวนการในพระราชพิธีได้รับอิทธิพลจากคติความเชื่อทางศาสนาฮินดูและพุทธศาสนา ซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2468 โดยมีลำดับพระราชพิธีดังนี้ การเตรียมพระราชพิธี, พระราชพิธีเบื้องต้น, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พระราชพิธีเบื้องปลาย และ การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร

สำหรับกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ พระมหามณเฑียร เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2468 

ช่วงเช้า (09.15 น.)พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารเรือ ทรงสายสะพานนพรัตนราชวราภรณ์ เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งบรมพิมานโดยกระบวนราบ ประทับพระราชยานกง เสด็จไปยังหมู่พระมหามณเฑียร เพื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พิธีสรงพระมุรธาภิเษก (09.53 น.)ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นพระภูษาเศวตพัสตร์และทรงสะพักขาวขลิบทองคำ ประทับบนตั่งไม้อุทุมพรหุ้มผ้าขาวในมณฑปพระกระยาสนาน พระราชครูวามเทพมุนีและพราหมณ์พิธีกราบบังคมทูลเชิญเสด็จสรงน้ำพระมุรธาภิเษก ซึ่งเป็นพิธีกรรมสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนพระราชสถานะเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์

จากนั้นเสด็จขึ้นประทับ ณ พระที่นั่งอัฐทิศภายใต้พระบวรเศวตฉัตร ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีพิชัยสงครามประจำวันพฤหัสบดี ทรงรับน้ำอภิเษกจากราชบัณฑิตและพราหมณ์ทั้งแปดทิศ ต่อด้วยการเสด็จประทับบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เพื่อทรงรับพระสุพรรณบัฏ เครื่องขัตติยราชวราภรณ์ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ และเครื่องขัตติยราชูปโภค รวมทั้งพระแสงอัษฎาวุธจำนวน 19 รายการ

เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณของพระมหากษัตริย์ในการครองแผ่นดิน ความว่า

“ดูกรพราหมณ์ บัดนี้เราทรงราชภาระครองแผ่นดินโดยธรรมสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและสุขแห่งมหาชน เราแผ่ราชอาณาเหนือท่านทั้งหลายกับโภคสมบัติ เปนที่พึ่ง จัดการปกครองรักษาป้องกัน อันเปนธรรมสืบไป ท่านทั้งหลายจงวางใจอยู่ตามสบาย เทอญฯ”

ในวันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเป็นพระบรมราชินี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมกับการเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ซึ่งเป็นพระราชพิธีครั้งแรกในรัชกาล

อีกหนึ่งความสำคัญคือ การบันทึกภาพยนตร์ "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" เป็นภาพยนตร์ข่าวที่ผลิตโดยกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ซึ่งจัดทำขึ้นโดยได้รับพระบรมราชานุญาตเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจเก็บไว้เป็นที่ระลึก ภาพยนตร์ชุดนี้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปลายปี พ.ศ. 2468 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกภาพยนตร์ในพระราชพิธีสำคัญที่จัดขึ้นตามโบราณราชประเพณีของไทย

‘ทราเวลโลก้า’ ฉลองครบรอบ!! ทศวรรษแห่งนวัตกรรม มอบดีลสุดพิเศษ!! ให้นักท่องเที่ยวนับล้านทั่วโลก

(24 ก.พ. 68) ในปีพ.ศ. 2568 ทราเวลโลก้า (Traveloka) สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ฉลอง 13 ปีแห่งนวัตกรรมและการเติบโต ทราเวลโลก้าก่อตั้งขึ้นในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีพ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะปฏิวัติวงการการเดินทาง ปัจจุบันเติบโตเป็นแพลตฟอร์มการเดินทางแบบครบวงจร โดยขยายการให้บริการไปประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เพื่อให้นักเดินทางได้ท่องเที่ยวทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

ทราเวลโลก้ามอบดีลฉลองวันเกิด พร้อมส่วนลดพิเศษ คูปองจัดเต็ม และแฟลชเซลล์ ครอบคลุม 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมวางแผนการเดินทางแสนสนุกในปีนี้ พร้อมรับประสบการณ์ที่คุ้มค่าและสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย

ซีซาร์ อินทรา (Caesar Indra) ประธานบริษัททราเวลโลก้า ได้กล่าวถึงการเติบโตของบริษัทว่า “ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา ทราเวลโลก้าได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการการท่องเที่ยว ไม่เพียงแค่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังรวมถึงตลาดสำคัญทั่วโลก เราได้ผสมผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกในแต่ละตลาด ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม และมุ่งมั่นพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแอปพลิเคชันทราเวลโลก้ามีผู้ใช้งานประจำกว่า 40 ล้านคนและให้บริการใน 8 ประเทศ จนเติบโตเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่ก้าวไปพร้อม ๆ กับนักเดินทาง ด้วยการมอบประสบการณ์ที่สร้างสรรค์และปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล การมอบส่วนลดวันเกิดของทราเวลโลก้าครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการเฉลิมฉลองเส้นทางแห่งความสำเร็จ และโอกาสในการตอบแทนลูกค้า พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น คุ้มค่า และน่าประทับใจ”

มาร่วมทำให้ทุกการเดินทาง คุ้มค่ายิ่งขึ้น ไปกับทราเวลโลก้า
เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ เราขอมอบส่วนลดพิเศษมากมาย ให้คุณวางแผนการเดินทางปีพ.ศ. 2568 ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ พันกว่าเจ้า ทั้งสายการบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม ให้คุณเดินทางได้อย่างสะดวกและคุ้มค่าที่สุด
•รับส่วนลดสูงสุด 50% สำหรับเที่ยวบิน โรงแรม และประสบการณ์การเดินทาง ให้ทุกจุดหมายปลายทางในฝันของคุณเป็นจริงในราคาที่คุ้มค่ากว่าที่เคย
•ปลดล็อค Flash Sale รายวัน ทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 09:00 – 11:00 น. และ 21:00 – 23:00 น.
•เสริมด้วย Flash Sale แบบจำกัดจำนวน ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 
•รับ Flash Sale พิเศษ เฉพาะวันที่ 3 มีนาคม เวลา 00:00 – 02:00 น. และ 13:00 – 15:00 น. และวันที่ 4 มีนาคม เวลา 13:00 – 15:00 น.
•พิเศษ! อย่าพลาดโปรโมชันสุดคุ้มในช่วง Birthday Peak ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม
•เที่ยวเกาหลีใต้สุดคุ้มด้วยส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม: ทราเวลโลก้าจับมือกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) มอบโค้ดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากเดินทางไปเกาหลีใต้ ดังนี้
oเที่ยวบิน: โค้ด LOVEKOREAFL – ส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท
oที่พัก: โค้ด LOVEKOREAHT – ส่วนลด 400 บาท
oประสบการณ์: โค้ด LOVEKOREATA – ส่วนลด 100 บาท

ทราเวลโลก้าแนะจุดหมายปลายทางยอดฮิต ที่รอให้คุณออกเดินทาง
•ในประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ หาดใหญ่ และสงขลา
•ต่างประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย

ทราเวลโลก้ามอบประสบการณ์การเดินทางที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ ด้วยบริการที่หลากหลายกว่า 20 รายการ ครอบคลุมทั้งการขนส่ง ที่พัก และแหล่งท่องเที่ยว ล่าสุด แอปพลิเคชัน Traveloka 5.0 ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ทันสมัยและบริการที่ครบครัน รวมถึงแพ็คเกจล่องเรือและทัวร์ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ช่วยให้การวางแผนการเดินทางตั้งแต่การขนส่งไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ด้วยแถบค้นหาแรงบันดาลใจด้านการเดินทาง (Search Bar) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบสะสมคะแนน (Traveloka Points) ที่ได้รับการอัปเกรดให้ได้แต้มมากขึ้น ทำให้ Traveloka 5.0 มอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและตอบโจทย์นักเดินทางได้ดียิ่งกว่าเดิม

การปฏิวัติการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตร
นอกเหนือจากภารกิจในการช่วยให้ลูกค้าหลายล้านคนออกไปเที่ยวในจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ แล้ว เรายังมุ่งมั่นสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น โดยทราเวลโลก้าร่วมมือกับสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) จัดการฝึกอบรมด้านความยั่งยืนให้กับโรงแรมกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนก้าวขึ้นเป็นผู้สนับสนุนระดับแพลตตินัมรายแรกของ GSTC ในปีพ.ศ. 2567 ตอกย้ำบทบาทสำคัญของเราในการส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ โครงการเสริมทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของทราเวลโลก้า (Traveloka Goodwill - Digital Literacy) ยังได้มอบความรู้และทักษะดิจิทัลที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดย่อย (MSME) เจ้าของธุรกิจ และนักศึกษาในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว กว่า 96,000 ราย ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมศักยภาพในการปรับตัวและเติบโตในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ทราเวลโลก้ายังมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติกในประเทศไทย โดยในปีพ.ศ. 2567 ทราเวลโลก้าได้สนับสนุนการเก็บขยะพลาสติกจากมหาสมุทรจำนวน 24,000 กิโลกรัม ผ่านความร่วมมือกับ Second Life กิจการเพื่อสังคมในประเทศไทย ปริมาณขยะที่เก็บได้นี้มากกว่าปริมาณขยะพลาสติกที่บริษัทใช้ในสำนักงานต่อปีถึง 5 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากประสบการณ์ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ผ่านมา ทราเวลโลก้ายังคงมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติในระยะยาว และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมการเดินทางในภูมิภาค

ทราเวลโลก้าสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตร เสริมสร้างระบบนิเวศการเดินทางให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทราเวลโลก้าได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับสายการบินกว่า 300 แห่ง ผู้ให้บริการที่พัก กว่า 2.2 ล้านราย และพันธมิตรด้านกิจกรรมด้านการเดินทางกว่า 90,000 ราย ในมากกว่า 100 ประเทศ เรามุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันการเดินทางที่ครอบคลุมและราบรื่นเพื่อให้ลูกค้าทั่วโลกได้รับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและตอบโจทย์ยิ่งขึ้น

เนื่องจากภูมิทัศน์การท่องเที่ยวยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทราเวลโลก้าจึงร่วมกับ YouGov เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ “การท่องเที่ยวในมิติใหม่: ทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” โดยได้เก็บข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 12,000 คน จาก 9 ประเทศ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลต่อวงการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลการศึกษานี้จะช่วยให้พันธมิตรสามารถปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในประเทศไทย 70% ของนักเดินทางนิยมท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากความสะดวกสบาย ขณะที่ 85% ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดหลัก (72% ชื่นชอบภูเขา และ 65% นิยมชายหาด) นอกจากนี้ ค่าใช้จ่าย (41%) และเครื่องมือดิจิทัล เช่น โซเชียลมีเดีย (46%) และแพลตฟอร์มการเดินทาง (37%) มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนถึง ความจำเป็นในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่น ตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงประสบการณ์ที่เน้นความคุ้มค่า การปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้ดีขึ้น และคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

‘อพท.’ ลุย!! เสริมกำลังดัน ‘กระเช้าไฟฟ้า ภูกระดึง’ เตรียมปั้นพื้นที่ท่องเที่ยวยั่งยืน รองรับนักท่องเที่ยว

(24 ก.พ. 68) ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มอบหมายให้ ผู้บริหารสำนักพัฒนาขีดความสามารถการท่องเที่ยว (สพข.) สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน (สทช.) และสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย (อพท.เลย) เดินหน้าลงพื้นที่ จังหวัดเลย เพื่อหารือถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอภูกระดึง โดยเตรียมนำมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Council ไปใช้ในการค้นหาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวตามความบริบทและความเหมาะสมในพื้นที่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบัน และอนาคตที่จะเกิดจากโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร อพท. ได้เข้าพบ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอภูกระดึง พร้อมหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 องค์กร ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลศรีฐาน เทศบาลตำบลภูกระดึง องค์การบริหารส่วนตำบลผานกเค้า องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยส้ม และองค์การบริหารส่วนตำบลภูกระดึง ถึงแนวทางการการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนเข้าร่วมส่งเสริมมาตรฐาน STMS โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 5 องค์กร เห็นถึงความสำคัญในการเตรียมมาตรฐานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และยินดีเข้าร่วมส่งเสริมมาตรฐาน STMS ของ อพท. และจะร่วมลงพื้นที่สำรวจศักยภาพของพื้นที่ทั้ง 54 หมู่บ้านในโอกาสต่อไป

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องการสร้างกระเช้าภูกระดึงนั้น ทางจังหวัดเลยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความยินดีและพร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกัน เพราะเป็นโครงการที่รอมานาน และได้ให้ข้อเสนอแนะในการสร้างการรับรู้และสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้กับท้องถิ่นและชุมชนอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงต่อไป โดยขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปของ อพท. คือ การพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 5 องค์กร ตามมาตรฐาน STMS และการพัฒนาศักภาพด้านการท่องเที่ยวของ 54 หมู่บ้าน เพื่อให้ได้แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว เรื่องราวท้องถิ่น อาหารท้องถิ่น เครื่องดื่มท้องถิ่น ของฝากและของที่ระลึก ที่พักและผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top