Friday, 19 June 2026
Hard News Team

‘ปิยสวัสดิ์’ โวลั่น การบินไทย มีกำไรจากการดำเนินงานดีที่สุดในโลกในไตรมาส 4 ปี 2024

(6 มี.ค. 68) ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “การบินไทย มีกำไรจากการดำเนินงานดีที่สุดในโลกในไตรมาส 4 ปี 2024 ในกลุ่มสายการบินที่มีการรายงานข้อมูลผลประกอบการ”

ทั้งนี้ การบินไทย เปิดเผยผลประกอบการปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 187,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากปี 2566 จากอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ที่สูงถึง 84.3% และการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน

ขณะที่ กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักต้นทุนทางการเงิน (EBIT) อยู่ที่ 41,515 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ EBIT Margin แตะระดับ 22.1% ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่กำหนดในแผนฟื้นฟูกิจการ

อย่างไรก็ตาม การบินไทยมีผลขาดทุนทางบัญชี 26,901 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน จำนวน 45,271 ล้านบาท ที่เสร็จสิ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยรายการนี้ถือเป็นผลขาดทุนทางบัญชีเพียงครั้งเดียวและไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดหรือการดำเนินงานของบริษัท
 

‘เกษตรศาสตร์’ จับมือ ปตท.สผ. สร้างวิศวกรป้อนอุตฯ ยุคใหม่ เน้นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ด้านพลังงานยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จับมือ ปตท.สผ. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ 

เมื่อวันที่ (5 มี.ค.68) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล (นานาชาติ) ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นด้าน พลังงานที่ยั่งยืน (Sustainable Energy) ที่มีทั้งเทคโนโลยีไฮโดรเจน และ คาร์บอน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพระดับสากล ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 

พิธีลงนามจัดขึ้นที่ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารเอ โดยมี ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายนภสิทธิ์ ชัยวรรณคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. เป็นตัวแทนร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน 

หลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคต 
หลักสูตรใหม่นี้มุ่งเน้นการพัฒนาวิศวกรที่มีความรู้และทักษะในเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ พลังงานสะอาด ไฮโดรเจนและเซลล์เชื้อเพลิง การประยุกต์ใช้ AR/VR ในงานวิศวกรรม และระบบอาคารอัจฉริยะ ตลอดจนการผสมผสานองค์ความรู้จากภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม 

นิสิตในหลักสูตรจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านโครงการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจริง การวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตที่มีทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว และทักษะการสื่อสารในระดับสากล 

ประโยชน์ของความร่วมมือ 
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ยังสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมและการสร้างบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม 

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานว่า “หลักสูตรนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างวิศวกรที่มีศักยภาพ นวัตกรรม และพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศ โดยความร่วมมือกับ ปตท.สผ. จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสใหม่ๆ ให้แก่นิสิตและภาคอุตสาหกรรมในอนาคต” 

ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จ 
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งเป้าที่จะเปิดรับนิสิตรุ่นแรกในปี 2569 และยื่นขอมาตรฐาน ABET (Accreditation Board for Engineering and Technology) ในปี 2570 เพื่อยืนยันคุณภาพหลักสูตรในระดับสากล และเตรียมความพร้อมให้นิสิตสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงานทั่วโลก 

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการผลักดันขอบเขตความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรมให้กว้างขึ้น และยังเป็นการเน้นย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะผู้นำทางการศึกษาและนวัตกรรม รวมถึงบทบาทของ ปตท.สผ. ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศชาติ 

นิสิตที่สนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (นานาชาติ) สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเตรียมตัวเข้าสู่การศึกษาแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพสู่ระดับโลก

สตูล กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 จังหวัดสตูล จัดโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2568

(6 มี.ค. 68) ที่บริเวณหน้ากองบังคับการ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 (ค่าย ร.5 พัน 2) ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล พ.อ.สุภชัย อินทรเนตร รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ต.(ท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2568 และปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยภัยแล้ง พร้อมถังบรรจุน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง โดยมีนางสาววาสิฏฐี สาระพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสตูลพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสตูล การประปาส่วนภูมิภาค อำเภอเมืองสตูล รวมถึงกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าร่วม

สำหรับโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” กองทัพบกได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 26 ปี โดยได้ใช้กำลังพล และทรัพยากรที่มีอยู่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เสียสละ ทุ่มเท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสตูล จะเห็นได้ว่าระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี จะเป็นช่วงหน้าร้อน ที่จังหวัดสตูลนั้นประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะประชาชนที่พักอาศัยในถิ่นทุรกันดาร พี่น้องกลุ่มเกษตรกร มักจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ดังนั้นการขับเคลื่อนตามนโยบายของโครงการ“ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง” ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการบําบัดทุกข์ บํารุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

หนีไม่รอด!! หนุ่มเมียนมาค้ายา มุดกลับมาหวังหางานทำ หนีไม่พ้นระบบ Biometrics

(6 มี.ค.68) เวลา 13.00 น. ที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร  ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ปกฉัตร ชัยสุกวัฒน์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.เศรษฐพงศ์ ชูเมือง รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร ,พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ องอาจ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร ,พ.ต.ต.จิรายุ เชิดฉาย สว.ตม.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สมุทรสาคร 

พ.ต.อ.ปกฉัตร กล่าวว่าในห้วงหลังจากการมีผ่อนผันให้กลุ่มแรงงานต่างด้าว ตามมติ ครม. ให้ขึ้นทะเบียนบุคคลต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฏหมาย  จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรสาคร เพิ่มความเข้มงวดในการสอบตรวจสอบเอกสาร ต่อมาได้มี MR.MAUNG MAUNG หรือ นายเมา เมา อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา ได้มาติดต่อขอรับการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรสาคร ได้ตรวจสอบพบประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดี ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า ศาลจังหวัดสมุทรสาคร พิพากษาจำคุก 2 ปี  สตม.ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 พ.ย.67 และ ลงประวัติเป็นบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่อยู่ในเงื่อนไขการผ่อนผัน ตาม มติ ครม. จึงได้ทำการจับกุม ในข้อหาเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย  

ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร กล่าวต่อว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 ได้มีมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารของคนต่างด้าวในการขอรับการจัดเก็บอัตลักษณ์ เพื่อขึ้นทะเบียนใหม่ และขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลวงว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนบุคคลต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ผ่านการตรวจสอบประวัติ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
📍 ที่อยู่: อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
📞 โทรศัพท์: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่
🌐 เว็บไซต์: www.immigration.go.th

ส่องราคาน้ำมันเฉลี่ยในประเทศอาเซียนราคา ณ วันที่ 3 มี.ค.68

รายงานราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศ มีปัจจัยทางด้านราคา ดังนี้

1.แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี และระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน

2.ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังมีการอุดหนุนราคากันอยู่

3. ประเทศไทยสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ให้การอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันฯ จึงทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน

หมายเหตุ : ราคาและอัตราแลกเปลี่ยน (อัตรากลาง) ณ วันที่ 3 มีนาคม 2568

*ประเทศไทย อ้างอิงราคาจาก ปตท. และ บางจาก และเป็นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95E10 ซึ่งมีสัดส่วนการใช้มากที่สุด

สามารถดูราคาย้อนหลังได้ที่ EPPO - Energy Data Visualization
หรือคลิกที่ https://public.tableau.com/app/profile/epposite/viz/EPPO_Inter_OilPrice/SUMMARYOILPRICING

เพชรบูรณ์ 'มณฑลทหารบกที่ 36' นำทัพสู้ภัยแล้ง ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ขาดแคลน 

กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 36 (มทบ.36) จับมือหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2568 รับมือวิกฤติภัยแล้งที่เกิดขึ้นเร็วและรุนแรงกว่าทุกปี พร้อมปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นที่สนามหน้าแหล่งสมาคมนายทหารค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โดยมี พลตรี ฐาวิรัตน์ ยังน้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 / ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.36 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.อ.เกียรติอุดม นาดี รองเสนาธิการ พล.ม.1 นายวีรวัฒน์ วัฒนวงศ์พฤกษ์ ที่ปรึกษานายก อบจ.เพชรบูรณ์ ผู้แทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนหลักหลายแห่งต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้หลายพื้นที่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะเขตห่างไกลจากระบบชลประทาน เผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรและการดำรงชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.36 ร่วมกับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพลทหารม้าที่ 1 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 ส่วนราชการในจังหวัดเพชรบูรณ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งดำเนินโครงการนี้ โดยจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และขบวนรถบรรทุกน้ำ เพื่อแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภคไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลบ้านโตก ตำบลชอนไพร และตำบลป่าเลา ซึ่งเคยประสบภัยแล้งรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งน้ำที่นำไปแจกจ่ายจะถูกกระจายไปยัง แทงค์เก็บน้ำประจำหมู่บ้าน วัด และโรงเรียน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง

พลตรี ฐาวิรัตน์ ยังน้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36  เน้นย้ำว่า กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ให้ความสำคัญกับการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในจังหวัดเพชรบูรณ์“ภารกิจนี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกองทัพบก เราจะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤติภัยแล้งเพียงลำพัง ขอให้กำลังพลทุกนายภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน และขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เพื่อบรรเทาความทุกข์ของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด” พลตรี ฐาวิรัตน์ กล่าว ทั้งนี้ โครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดฤดูแล้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที

สตูล ศรชล.จัดกิจกรรม 'มวลชนสัมพันธ์' ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี

เมื่อวันที่ (5 มี.ค. 68) ที่เพ็ญทิพย์รีสอร์ท ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นาวาเอกแสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “มวลชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 โดยมีนาวาเอกรัฐพล แก้วกระจาย หัวหน้าศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสตูล ศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จัดโดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล ร่วมกับ ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดสตูล และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ของหน่วย ได้มีโอกาสพบปะกับมวลชน สร้างความสัมพันธ์อันดี ความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติงานของหน่วย อันจะนำไปสู่การได้รับข่าวสารและการนำเสนอข่าวสารที่สร้างสรรค์อันเป็นประโยชน์ต่อหน่วย

‘ดร.อานนท์’ เล่าชะตากรรมเหยื่อถูกปั่นให้ล้มเจ้า 4 กลุ่ม สุดท้ายเดียวดายหน้าบัลลังก์ ทั้งติดคุก - หนีคดี - ก้มกราบสารภาพ

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่า ชีวิตของเยาวชนและคนล้มเจ้า 4 กลุ่ม

ผมเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญคดีมาตรา 112 นับร้อยคดี ไปศาลมาเยอะมาก จึงได้เห็นว่าในวันที่มีคนจ่ายเงิน มีคนยุยง มีคนเชียร์ น้อง ๆ เหล่านี้ฮึกเหิมและกร่างมากแค่ไหน ขนาดไปกร่างกันหน้าศาล ไปกร่างกันหน้าบัลลังก์ ขว้างขวดน้ำใส่บัลลังก์ศาล ผมก็ได้แต่ถอนใจในอหังการ มมังการของน้อง ๆ 

แล้วผมก็ได้เห็นวันที่น้อง ๆ เหล่านี้เดียวดายหน้าบัลลังก์ หมดฤทธิ์ หมดเดช เหี่ยว หดหู่ สลดใจ ไร้ทางสู้ วันนี้ ผมได้เห็นน้อง ๆ เหล่านี้ออกเป็นสี่กลุ่ม 

กลุ่มที่หนึ่ง ติดคุกไปแล้ว มีอานนท์ นำภา เป็นต้น วันก่อนน้อง ๆ 12 คน รวม 16 คดี ถูกพิพากษาจำคุกไปแล้ว เข้าคุกไปแล้ว ไม่รอลงอาญา ขอประกันตัว เพราะคดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ และชั้นฎีกา ที่จำคุกไปแล้วเพราะทำผิดซ้ำซากนั่นแหละครับ ศาลยกคำร้องทั้งหมด 16 คดี 12 คน ก็นอนในคุกกันต่อไป น้องพวกนี้คือหนีคดีไม่ทัน

กลุ่มที่สอง หนีคดี ไปเป็นสัมภเวสีต่างแดน มีเพนกวิ้น ฟอร์ด ไมค์ รุ้ง เป็นต้น ไม่แน่ใจว่าใครจ่ายเงินให้ไปใช้ชีวิตในต่างแดน จะมีอนาคตต่อไปอย่างไร แล้วคนจ่ายเงินให้ใช้จ่ายให้เท่าไหร่ และจะจ่ายไปอีกนานแค่ไหน หรือน้อง ๆ มีเงินพอจะใช้ชีวิตสบาย ๆ ในเมืองนอกไปจนตายแล้วก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยยากครับ 

กลุ่มที่สาม สารภาพ รอติดคุก ทุกวันนี้ผมไปศาลลดลงครับ น้อง ๆ ไปหมอบสารภาพกลางศาลกันแทบทั้งหมด จนผมไม่ได้ต้องไปเป็นพยานที่ศาลอีกแล้ว สาเหตุที่น้อง ๆ หมอบกันมาก เนื่องจากให้ความร่วมมือสารภาพยังได้ลดโทษลงไปกึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย เมื่อวานก็มีอยู่คดี ของกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ อัยการโทรมาแจ้งว่าผมไม่ต้องไป ในเวลานี้กลุ่มนี้น่าจะกลุ่มใหญ่ที่สุด

กลุ่มที่สี่ ยังไม่ถูกดำเนินดดี กลุ่มนี้เกาะ ๆ คนอื่นไป ไม่ได้ลุกออกมานำจริง หรือไม่กล้าพอที่จะออกมาเอง ได้แต่ร่วมขบวนการ เป็นลูกขุนพลอยพยัก บางคนก็กลับใจได้ทัน ก็มีอยู่ แต่ไม่มากครับ

ชีวิตน้อง ๆ ทะลุวัง ทะลุแก๊ส ทะลุฟ้า รีเด็ม โมกหลวงริมน้ำ และกลุ่มล้มเจ้าอื่น ๆ ในเวลานี้เป็นเช่นนี้

ส่วนไอ้คนยุเด็ก กำลังแฮปปี้ที่ลูกชายติดทีมชาติใช่หรือไม่

ปูติน ยกย่องการขยายความสัมพันธ์กับ ‘เมียนมา’ ขอบคุณที่มอบช้าง 6 เชือก เตรียมช่วยสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

(6 มี.ค. 68) วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ชื่นชมความสัมพันธ์ที่ขยายใหญ่ขึ้นกับเมียนมา ซึ่งเป็นพันธมิตรในการเจรจากับหัวหน้าคณะทหารในวันอังคารที่ผ่านมา และขอบคุณเมียนมาที่มอบช้าง 6 เชือกให้กับมอสโก

ก่อนหน้านี้ รัสเซียส่งมอบเครื่องบินรบ 6 ลำให้กับเมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 'การทูตช้าง' (Elephant Diplomacy) ระหว่างสองรัฐบาล ท่ามกลางการโดดเดี่ยวจากโลกตะวันตก หลังจากที่กองทัพเมียนมาทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนาง ออง ซาน ซู จี ในปี 2021 จนนำไปสู่การลุกฮือของฝ่ายต่อต้าน และเกิดสงครามกลางเมือง

“ปีนี้ เราเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี การลงนามปฏิญญาเกี่ยวกับรากฐานมิตรภาพระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ปูติน กล่าวกับพลเอกอาวุโส มิน ออง หล่าย นายกรัฐมนตรีเมียนมา ในการประชุมที่เครมลิน

ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในเมียนมา โดย บริษัท โรซาตอม (Rosatom) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐของรัสเซีย กล่าวว่า โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 3 เท่า

นอกจากนี้ ปูตินยังประกาศว่าหน่วยทหารจากเมียนมาจะเข้าร่วมขบวนพาเหรดทางทหารที่กรุงมอสโกในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 80 ปี แห่งชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเขากล่าวว่า มิน ออง หล่าย จะเข้าร่วมขบวนพาเหรดนี้ เช่นเดียวกับจีน

บีโอไอ จับมือสมาคม PCB ไต้หวัน ดึงลงทุนครั้งใหญ่ เผย 3 ปี คลื่นลงทุน PCB เข้าไทยกว่า 2 แสนล้านบาท

(6 มี.ค. 68) สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน (TPCA) นำสมาชิกกว่า 60 ราย เดินทางเยือนไทย พร้อมจับมือบีโอไอ และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) ร่วมจัดสัมมนาใหญ่ 'TPCA Thailand PCB Forum 2025' เตรียมพร้อมรองรับคลื่นลงทุนอุตสาหกรรม PCB ครั้งใหญ่ รับกระแส AI บูม เผย 3 ปี เงินลงทุนเข้าไทยกว่า 2 แสนล้านบาท เร่งสร้างเครือข่ายภาครัฐ - เอกชน เตรียมบุคลากรรองรับอุตสาหกรรม ยกระดับไทยฐานผลิต PCB ชั้นนำของโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสการลงทุนในประเทศไทยของกลุ่มอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน (Taiwan Printed Circuit Association: TPCA) ได้จัดทัพนำสมาชิกซึ่งเป็นผู้ผลิต PCB ชั้นนำ 

พร้อมทั้งกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดซัพพลายเชนกว่า 60 ราย เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน โดยได้ร่วมกับบีโอไอ และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association: THPCA) จัดงาน 'TPCA Thailand PCB Forum 2025' ที่โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการลงทุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งความร่วมมือในการเตรียมพร้อมด้านสาธารณูปโภคและบุคลากรทักษะสูง โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 200 ราย

แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด และเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ คอมพิวเตอร์ ระบบดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565 - 2567) มีผู้ผลิต PCB และ PCBA

รวมทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น Copper Clad Laminate และ Prepreg ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอจำนวนกว่า 130 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 202,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน และติดอันดับ Top 5 ของโลก โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่จากไต้หวันที่ได้รับการส่งเสริม เช่น ZDT, Unimicron, Compeq, WUS, Gold Circuit, Unitech, Dynamic เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้จะผลิต PCB ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง High-Density Interconnect PCB, Flexible PCB และ Multilayer PCB ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ AI และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงต่าง ๆ โดยผู้ผลิต PCB ส่วนใหญ่ตั้งโรงงานอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรปราการ และโรงงานส่วนใหญ่จะเริ่มเดินสายการผลิตในปีนี้

“ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของโลก ผู้ผลิตจำนวนมากตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิต PCB ทั้งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น 

เพราะมองเห็นจุดแข็งของไทยที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน นิคมอุตสาหกรรม ระบบไฟฟ้าที่เสถียร ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด ซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ส่งผลให้ไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนผลิตและส่งออก PCB ไปยังตลาดโลก” นายนฤตม์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top