Friday, 19 June 2026
Hard News Team

‘มาร์ก คาร์นีย์’ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแคนาดา ต่อจาก ‘จัสติน ทรูโด’ เตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในศึกทางการค้า และการเมืองจากสหรัฐฯ

(10 มี.ค. 68) มาร์ก คาร์นีย์ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางแคนาดาในวัย 59 ปี เตรียมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของแคนาดา ต่อจาก จัสติน ทรูโด หลังจากได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคลิเบอรัลหรือเสรีนิยม ซึ่งมีความสำคัญสำหรับอนาคตทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่คาร์นีย์เตรียมรับมือกับความท้าทายทั้งในด้านการค้าระหว่างประเทศ และแรงกดดันจาก สหรัฐอเมริกา คู่ค้าสำคัญของแคนาดา

การขึ้นเป็นผู้นำประเทศของคาร์นีย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แคนาดากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตัดสินใจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแคนาดาอย่างมีนัยสำคัญ 

คาร์นีย์ซึ่งมีประสบการณ์จากการเป็นผู้นำในองค์กรการเงินระดับโลก ได้ประกาศว่าเขาจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันจะต้องรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และพันธมิตรอื่น ๆ ให้แข็งแกร่ง

การค้าและการเจรจาทางเศรษฐกิจ จะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่คาร์นีย์จะต้องรับมือ โดยเขาจะต้องพยายามลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรและการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจแคนาดา ในขณะที่ต้องรักษาเสถียรภาพการค้าในภูมิภาคและในระดับโลก

นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านนโยบายภายในประเทศที่คาร์นีย์จะต้องจัดการ รวมถึงการปฏิรูปภาษีและการดูแลภาคพลังงานที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมแคนาดา คาร์นีย์จะต้องทำงานร่วมกับรัฐสภาเพื่อให้ผ่านกฎหมายที่ช่วยเสริมสร้างการเติบโตและการลงทุนในประเทศ

การแต่งตั้งของคาร์นีย์เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าแคนาดากำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจและการเมือง โดยผู้นำใหม่จะต้องพร้อมรับมือกับการทดสอบทั้งจากภายในและจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

'รัฐวิชญ์-บุณยนุช' ผงาดแชมป์ 'ช้าง โอเพ่น 2025' พร้อมตีตั๋วลุยศึก Yonex Junior Golf Championship ที่ญี่ปุ่น

(10 มี.ค. 68) 'น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง' โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ เดอะ เจ็นซ์ จัดการแข่งขัน 'ช้าง โอเพ่น 2025' ซึ่งเป็นรายการกอล์ฟแรกของฤดูกาลนี้ โดยการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ จังหวัดนครราชสีมา

โดยการแข่งขันครั้งนี้ มีการคัดเลือกเยาวชนจากรุ่น Junior GENZ (ชาย) และ (หญิง) เพื่อมอบโอกาสให้กับผู้ชนะในการแข่งขันได้เข้าร่วมแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาเยาวชนกอล์ฟไทยให้เติบโตในระดับนานาชาติ

ผลปรากฏว่าในรุ่น Junior GENZ (ชาย) รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในรอบสุดท้ายทำคะแนนได้ถึง 5 อันเดอร์พาร์ จบสกอร์รวมสองวันที่ 4 อันเดอร์พาร์ 140 คว้าแชมป์ไปครอง 

ส่วนในรุ่น Junior GENZ (หญิง) บุณยนุช ศุภกิจบุญชู คว้าแชมป์ด้วยสกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 146 หลังจบการแข่งขันสองวัน

งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานจัดการแข่งขัน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์' ที่เข้ามามอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะในทั้งสองรุ่น พร้อมทั้งกล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนเยาวชนไทยในการแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ รายการถัดไปคือ 'บางจาก แชมเปี้ยนชิพ 2025' ซึ่งเป็นการแข่งขันที่สำคัญในการเก็บคะแนนสะสมสำหรับ World Amateur Ranking และ Junior Golf Scoreboard โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 เมษายน 2568 ที่สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จังหวัดปราจีนบุรี

สำหรับผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065 696 2229

‘กรุงเทพคริสเตียน’ ทำถึง!! ออกบัตรนักเรียนใหม่ไฉไลกว่าเดิม รวมเทคโนโลยีการเงิน+การศึกษา ทำได้ยันวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางอาชีพ

รองผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเผยโฉมบัตรนักเรียน VISA ที่ผสานเทคโนโลยีทางการเงินและการศึกษา เสมือนมีกุญแจดิจิทัลเป็นของตัวเอง สามารถทำธุรกรรมภายในโรงเรียนได้ครบวงจร พร้อมติดตามการใช้จ่าย วิเคราะห์พฤติกรรมการกินและเชื่อมโยงข้อมูลกิจกรรม และความสนใจของนักเรียน ช่วยค้นหาเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ (9 มี.ค. 68) บนโซเชียลมีเดีย มีการแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊ก Wichai Neung ของนายวิชัย สีสุด รองผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) โพสต์ข้อความระบุว่า "โรงเรียนกำลังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะโรงเรียนแห่งแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวบัตรนักเรียนที่มีสัญลักษณ์ VISA ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก

จะเกิดอะไรขึ้น หากบัตรนักเรียนทำได้มากกว่าการเป็นแค่บัตรประจำตัว? เข้าสู่โลกนวัตกรรมใหม่แห่งการบริหารการศึกษาที่นักเรียนกรุงเทพคริสเตียนทุกคนมีกุญแจดิจิทัลเป็นของตัวเอง

บัตรนักเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยใบนี้ไม่ใช่แค่บัตรประจำตัว แต่คือนวัตกรรม ที่เกิดจากการผสานเทคโนโลยีทางการเงินและการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่าของเราเอง - 'โอ๊ต 162' ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพของการเรียนรู้ยุคใหม่ และจับมือร่วมกับ VISA เพื่อนำพาการศึกษาไทยก้าวสู่อนาคต

บัตรนี้ไม่ใช่แค่บัตรนักเรียนทั่วไป แต่เป็นผู้ช่วยส่วนบุคคล ที่สามารถติดตามการใช้จ่าย และช่วยเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางการเงิน (Financial Literacy), วิเคราะห์พฤติกรรมการกิน และให้คำแนะนำด้านโภชนาการ และเชื่อมโยงข้อมูลกิจกรรม และความสนใจของนักเรียน เพื่อช่วยค้นหาเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ระดับประถม

บัตรนักเรียน BCC คือการปฏิวัติวงการการศึกษาไทยที่ผสานเทคโนโลยี Generative AI และ Data Analytics พร้อมยกระดับงานวิชาการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยสู่แนวคิด 'การเรียนรู้แบบไร้รอยต่อ' (BCC SEAMLESS EDUCATION) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

โปรเจกต์นี้ได้รับการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านการวิจัยและพัฒนาของงานนโยบายและงานนวัตกรรมการศึกษามากว่า 3 ปี ทำให้นักเรียนตั้งแต่ระดับประถม 1-มัธยม 6 สามารถใช้บัตรนี้ทำธุรกรรมภายในโรงเรียนได้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น แตะจ่ายค่าอาหารในโรงอาหาร แตะยืมหนังสือจากห้องสมุด แตะเช็กอินเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร และยังไม่หยุดแค่นั้น...

อาหารทุกมื้อ ขนมทุกชิ้น เครื่องดื่ม ที่ซื้อในโรงอาหาร จะถูกบันทึกและนำมาวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลสุขภาพของนักเรียน โดยใช้เทคโนโลยี BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) ซึ่งช่วยให้เข้าใจแนวโน้มด้านพัฒนาการร่างกาย โภชนาการ และพฤติกรรมการบริโภค หนังสือที่ยืม ชมรมที่เข้าร่วม และกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับประถมจะถูกบันทึกและประมวลผลเพื่อสร้างแผนการพัฒนานักเรียนรายบุคคล ผ่านโครงการ BCC Self Discovery Program ช่วยให้นักเรียนมัธยมต้นค้นพบเส้นทางอาชีพของตนเองอย่างแม่นยำ ก้าวไปไกลกว่าการวิเคราะห์ตามลายนิ้วมือที่ใช้ในปัจจุบัน

มากกว่าการใช้จ่าย คือการสร้างอิสรภาพทางการเงิน เมื่อบัตรนักเรียน BCC มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงแบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกับบัตร VISA ทั่วโลก ป้องกันการโจรกรรมและการใช้บัตรโดยไม่ได้รับอนุญาต หากทำบัตรหาย โรงเรียนสามารถปิดใช้งานได้ทันที สามารถตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย ผู้ปกครองควบคุมการเติมเงิน กำหนดวงเงิน และติดตามการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ แม้นักเรียนจะใช้จ่ายผ่าน MRT หรือซื้อของจาก 7-Eleven ก็สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถแปลงค่าเงินบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศเพื่อใช้จ่ายได้ทั่วโลก

เงินสดอาจหายไป แต่ความฉลาดรู้ทางการเงินต้องเพิ่มขึ้น เพราะบัตรนักเรียน BCC ไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยให้นักเรียนมีความฉลาดรู้ทางการเงินในโลกยุคดิจิทัล เมื่อวันนี้โลกก้าวไปไกลกว่าเงินสด และมูลค่าของเงินลดน้อยลง นักเรียนจึงต้องไม่ใช่แค่ปรับตัว แต่ต้องเป็นผู้นำ ที่เข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงของเงินในเศรษฐกิจดิจิทัล

นักเรียนในโพสต์นี้เป็นนักเรียนคนแรกที่เปิดซองบัตรให้กรรมการตรวจรับด้วยมือเขาเองตามมาตรฐานที่เข้มงวดของ VISA แม้นักเรียนจบการศึกษาไปแล้ว และในช่วงปิดเทอม หลายคนเลือกที่จะไว้ผมยาว ทำสีผม หรือทำเล็บตามกระแส GELBOY ในความเห็นส่วนตัวของผม สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้บุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องเข้าใจว่า นอกโรงเรียน นักเรียนมีเสรีภาพในการคิดและแสดงออก ที่กรุงเทพคริสเตียน เราไม่เพียงแค่ให้ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังให้เด็กๆ มีมารยาทที่ดี เคารพผู้อื่น และมีน้ำใจ โดยรักษาสมดุลระหว่าง อิสรภาพและความรับผิดชอบ

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ผู้บริหาร และครูทุกคน ไม่ได้แค่เตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับอนาคต แต่เรากำลังสร้างอนาคตนั้นให้พวกเขา"

เกาหลีเหนือเผยโฉมเรือดำน้ำนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก ท้าทายมหาอำนาจโลก สั่นสะเทือนคาบสมุทรเกาหลี

(10 มี.ค. 68) สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีใต้ เผยแพร่ภาพถ่ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็น “เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ติดขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของเกาหลีเหนือ

รายงานของ KCNA ยังเปิดเผยว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม อู่ต่อเรือแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้สร้างเรือรบของประเทศ โดยเขาได้ตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และกล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างกำลังทางทะเลเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากศัตรู

แหล่งข่าวทางทหารจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังวิเคราะห์ภาพถ่ายและข้อมูลที่เผยแพร่ เพื่อตรวจสอบความสามารถที่แท้จริงของเรือดำน้ำลำนี้ โดยเฉพาะศักยภาพในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหากได้รับการยืนยัน จะถือเป็นก้าวสำคัญของเกาหลีเหนือในด้านยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ทางทะเล

ทั้งนี้ การเปิดตัวเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลียังคงสูงขึ้น ท่ามกลางการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ซึ่งเปียงยางมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของตน

นักวิเคราะห์เชื่อว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเกาหลีเหนืออาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านอาวุธในภูมิภาค และเพิ่มความกังวลในหมู่ชาติตะวันตกเกี่ยวกับเสถียรภาพและสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี

สมุทรปราการ-'ภัทรพล จำปารัตน์' เปิดปราศรัยใหญ่ตอบทุกประเด็นร้อน เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ (9 มี.ค.68) ผู้สมัครหมายเลข 2 โดย ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ได้เปิดปราศรัยใหญ่ ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ณ หอประชุมศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 

โดยการกล่าวปราศรัยครั้งนี้ มีประชาชนชาวบางแก้ว กว่า 1,000 คน เดินทางมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยพร้อมทั้งตอบข้อซักถามรวมถึงประเด็นร้อนของการเลือกตั้งนายกบางแก้วฯ ในครั้งนี้ ทั้งนี้การกล่าวปราศรัยใหญ่ของ ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ได้พูดถึงนโยบายการแก้ปัญหาเร่งด่วน 8 ข้อ คือ 

1.การประสานกรมทางหลวงสร้าทางกลับรถถนน บางนา-ตราดช่วงกม.10 เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนในการเดินทางของประชาชน 2.โครงการกำจัดขยะ 3.ร่วมแก้ไขปัญหา ชุมชนราชวินิตบางแก้ว 4.โครงการวางท่อระบายน้ำ 5.โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดcctv 6.แก้ไขปัญหาน้ำท่วมชุมชนเปรมฤทัยหมู่15 7.แก้ปัญหาน้ำท่วมซอยบางนา-ตราด 39 และ 8.เปลร่วนขยะ วัชพืช และเศษกิ่งไม้ให้เป็นทรัพย์มีค่า

ซึ่งการปราศรัยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยได้ซักถามในข้อสงสัยต่างๆ รวมถึงมีประชาชนได้ร้องขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาในชุมชนเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด โดยหลังจาก
เสร็จสิ้นการปราศรัยแล้วทาง ดร.ภัทรพล ได้ให้สัมภาษณ์กับคณะสื่อมวลชนรวมถึงตอบประเด็นร้อนที่สำนักข่าวแห่งหนึ่ง ได้ลงข่าวอ้างถึงคดีที่ ป.ป.ช.ฟ้องเอง คุก 3 ปี 4 ด.รอลงอาญา อดีตนายกอบต.บางแก้ว นั้น จะส่งผลกระทบเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ 

โดยทางด้าน ดร.ภัทรพล จำปารัตน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีฯ หมายเลข 2 เปิดเผยว่า คดีที่เกี่ยวกับ ปปช. นั้น ไม่ส่งผลกระทบการเลือกตั้งแน่นอนรวมถึงทุกคดีที่ผมได้ต่อสู้มาด้วยความสุจริตใจ ตั้งแต่เป็นนายก อบต. ทุกนโยบาย ทุกโครงการที่อนุมัติ อนุญาต สั่งการไปนั้น ล้วนแล้วเกิดขึ้นด้วยความจริงใจ และความสุจริตใจ ไม่มีเจตนาใดๆ เลย ที่จะนำไปสู่การโกงกิน หรือทุจริตบ้านเมือง ทุกการกระทำ ทุกนโยบาย ทุกโครงการ ทุกลายเซ็นในฐานะนายกฯ นั้นมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข้อบกพร่อง และข้อผิดพลาด 

ผมไม่โทษใครและพร้อมที่จะแก้ไขพร้อมที่จะต่อสู้ ในกระบวนการยุติธรรมเคารพการตัดสินของศาลทุกศาล ผมมีความมั่นใจในการกระทำของผมไม่ทุจริตอย่างแน่นอน ความบกพร่องเกิดขึ้นได้สำหรับคนที่ทำงานจริงๆ คนที่ไม่ทำงานย่อมไม่มีความผิดพลาดได้ 

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวบางแก้วออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ในวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

‘ทนายวันชัย’ โพสต์เฟซ!! ศึกอภิปรายของ Gen Y กับ Gen Y ชี้!! ฝ่ายค้าน อาจไม่รู้จริง เปิดไอแพดอ่าน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่สะเทือน

(9 มี.ค. 68) นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และทนายความชื่อดัง ด้โพสต์เฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” เรื่อง “ศึกอภิปรายของ Gen Y กับ Gen Y” เนื้อหาระบุว่า อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอุ๊งอิ๊งโดยพรรคฝ่ายค้านในครั้งนี้ จะมีชื่อคุณทักษิณ ชินวัตร ในญัตติหรือไม่ ผมว่าไม่สำคัญ เพราะดูจากเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย คนอภิปรายดูแล้วก็อย่างงั้นๆ แหละ เพราะเป็นการปะทะกันของคนรุ่น Gen Y ต่อ  Gen Y  ไอแพดต่อไอแพด AI ต่อ AI ไม่ใช่มาจากฝ่ายค้าน ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถตรงต่อเรื่องนั้นๆ ก็คงจะเป็นข้อมูลที่ได้รับมา หามา แล้วก็เอามาประมวลโดยผู้อภิปรายบางคน ก็อาจจะไม่รู้จริง เพราะอภิปรายครั้งที่ผ่านๆมา ก็ตะบี้ตะบัน อ่านไอแพดกันเป็นวรรคเป็นเวร ไม่ลืมหูลืมตา จนไม่แน่ใจว่าผู้อภิปรายนั้น รู้จริงต่อเรื่องนั้นๆ หรือเปล่า จึงไม่มีอะไรน่ากลัว น่าตื่นเต้น น่าติดตาม และก็คงไม่มีไรที่จะทำให้นายกอุ๊งอิ๊งสั่นสะเทือนไปได้

ยิ่งตอนนี้พรรคฝ่ายค้านมีชนักปักอกอยู่ที่ ปปช. จะรอดหรือไม่รอด ก็น่าจะวิตกมากกว่านายกอุ๊งอิ๊ง คงจะทำให้พะวงหน้าพะวงหลัง อภิปรายไป วิตกไป อ่านไอแพดไป ก็คงจะผิดๆถูกๆ เหมือนหลายคน ที่อ่านตัวเลขผิด ขายขี้หน้ากันมาหลายคนหลายครั้งแล้ว ดังนั้นการที่จะมาถกเถียงกัน เรื่องชื่อคุณทักษิณ ว่าจะมีอยู่ในญัตติหรือไม่  ผมว่าผ่านๆไปเหอะ ฝ่ายค้านเค้าคงขอแค่อภิปราย ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านเท่านั้น แต่เนื้อในของการอภิปรายแล้ว ก็คงไม่มีอะไรเท่าไหร่ เพราะลำพังฝ่ายค้านแค่อยู่ให้รักษาตัวรอดปลอดภัยก็เก่งแล้ว… การอภิปรายนายกอุ๊งอิ๊ง ก็เป็นเรื่องของเด็กกับเด็ก รุ่นกับรุ่น ว่ากันไปว่ากันมา หาอะไรไม่ได้ แล้วก็เลิกๆกันไป ก็แค่นั้นแหละ อย่าไปห่วงเรื่องชื่อของคุณทักษิณในญัตติเลย

ลือสะพัด!! ‘ลิซ่า’ อาจได้รับบทนำ ในภาพยนตร์ ‘James Bond’ ที่กำลังจะมาถึงในปีหน้า 2026 กํากับโดย Christopher Nolan

(9 มี.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก

‘Lali Lloud’
ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

มีข่าวลือว่า ‘LISA’ จะเข้าแสดงใน Bond 26 ภาพยนตร์ James Bond ที่กําลังจะมาถึง ในปีหน้า 2026

จากการกล่าวอ้างบางอย่าง ‘ลิซ่า’ จะเล่นบทนําในภาพยนตร์ James bond เรื่องใหม่ของ amazon ว่ากันว่าหนังจะกํากับโดย Christopher Nolan 

ที่จริงแล้ว ลิซ่าเคยกล่าวไว้ว่า ‘เธอจะดําเนินอาชีพการแสดงต่อไป’ และ บัญชีทางการ @007 แชร์เกี่ยวกับ LISA ทำให้ข่าวลือนี้ น่าจะเป็นความจริง!! 

รัฐบาล เผย!! ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย เสร็จตามกำหนดปี 75 แน่ ย้ำ!! ให้ความสำคัญ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

(9 มี.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยในจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช  สุราษฎร์ธานี   ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลาเมื่อเดือนที่ผ่านมาในเรื่องการพัฒนาท่าเรือเพื่อเพิ่มจุดท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสงขลาและจังหวัดในฝั่งอ่าวไทย

ทั้งนี้ คณะฯได้ติดตามการพัฒนา การให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ที่ใช้บริการท่าเรืออำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ที่ขนคนและยานพาหนะซึ่งผู้แทนกรมเจ้าท่ายืนยันว่ายังมีความพร้อมและเพียงพอในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวไปยังเกาะสมุยซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่รับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากฝั่งอันดามัน เช่น จังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต ที่สามารถเดินทางข้ามฝั่งมาเที่ยวที่ฝั่งอ่าวไทยบริเวณท่าเรือดังกล่าวนี้ เป็นจำนวนมาก

ส่วนที่อำเภอเกาะสมุย โครงการจัดทำท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ซึ่งคาดว่าเริ่มก่อสร้างในเร็ววันนี้จะแล้วเสร็จในปี 2575 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายในการศึกษาจัดทำจุดจอดเรือเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยโดยเฉพาะจุดท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาต่อเนื่องมายังเกาะสมุย สุราษฯ เพื่อเพิ่มจุดและเดินทางท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวในฝั่งอ่าวไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายทะเลฝั่งอ่าวไทยของภาคใต้ 

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินงานการจัดการน้ำเสีย บนเกาะสมุย และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ที่ห้องประชุมมุกสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายชัชชัย มณี ปลัดอำเภอเกาะสมุย รักษาราชการแทนนายอำเภอเกาะสมุย  นายสิทธิศักดิ์ ยิ่งเชิดสุข นายช่างโยธาชำนาญงาน ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพน้ำเสียของเทศบาลนครเกาะสมุย และรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย  ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดยนายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ได้รายงานความพร้อมในการดำเนินการว่าเป็นไปตามกำหนดการที่รัฐบาลได้มอบหมาย

“ รัฐบาลให้ความสำคัญ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในภาคใต้ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการท่องเที่ยวและการเพิ่มประสิทธิภาพของตำรวจท่องเที่ยว และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการจัดทำแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติในภูมิภาคอาเซียนซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถใช้เรือสำราญขนาดใหญ่เดินทางจากสิงคโปร์เข้าสู่สงขลาผ่านมายังสุราษฎร์ธานีเกาะสมุย ไปยังพัทยาและประเทศต่างๆทางฝั่งตะวันออกได้”

สำหรับโครงการท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่นี้ การดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายคาดว่าในปี 2572 จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ และจะแล้วเสร็จในปี 2575 ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางด้วยเรือสำราญระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น

ส่วนการบริหารจัดการน้ำเสียในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยแม้ว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ดำเนินการเองแต่ก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ ในที่ประชุมได้ประสานกับองค์การจัดการน้ำเสียกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมกันดำเนินการเพื่อจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ต่อไป

ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่เกาะสมุยซึ่งพบว่ามีปริมาณความต้องการมากกว่าน้ำที่ส่งทางท่อจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะสมุย  ที่ประชุมได้ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคพิจารณาเพิ่มเติมท่อส่งน้ำเพื่อให้เกาะสมุยมีน้ำประปาใช้ได้เพียงพอโดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น

ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรี ภพพล จักกะพาก ที่ดูแลพื้นที่ 22 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่าปัญหาของเกาะสมุยและเกาะพะงันส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีมากกว่าที่พักบนเกาะพะงันทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปงานสำคัญคือฟูมูนปาร์ตี้แบบไปกลับทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับกรมเจ้าท่าในการกวดขันตรวจเรือโดยเฉพาะสัญญาณไฟและอุปกรณ์ชูชีพในเรือให้พร้อมตลอดเวลาซึ่งในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดต่อผู้ขับขี่เรือระหว่างเกาะต่าง ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น คณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าของโครงการบริเวณแหลมหินคม ตำบลตลิ่งงามซึ่งห่างจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ 15 กิโลเมตร โดยพบว่าปัจจุบันไม่มีการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่  อยู่ระหว่างขั้นตอนการมอบเงินที่ได้จากการเวนคืนที่ดินเพื่อจัดสร้างท่าเรือดังกล่าว ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

‘นิด้าโพล’ เผย!! คนไทยมอง อภิปรายซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ทำอะไร ‘แพทองธาร’ ไม่ได้

(9 มี.ค. 68) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ไม่ไว้วางใจ แค่นายกรัฐมนตรี!! ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3-4 มีนาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด รองลงมา ร้อยละ 31.83 ระบุว่า เห็นด้วยกับการขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ แค่เพียงคนเดียว ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลยกับการขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และ/หรือ รัฐมนตรีคนใด ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีบางคน และร้อยละ 2.14 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเฉพาะรัฐมนตรี ไม่รวมนายกรัฐมนตรี

ด้านระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.25 ระบุว่า จำนวน 3 วัน รองลงมา ร้อยละ 24.89 ระบุว่า จำนวน 2 วัน ร้อยละ 21.30 ระบุว่า จำนวน 5 วัน ร้อยละ 11.68 ระบุว่า จำนวน 1 วัน ร้อยละ 4.35 ระบุว่า จำนวน 4 วัน และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากทราบผลการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
แพทองธาร ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 53.44 ระบุว่านายกฯ แพทองธาร ยังคงอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม รองลงมา ร้อยละ 31.22 ระบุว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 28.17 ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหมือนเดิม ร้อยละ 21.15 ระบุว่า คณะรัฐมนตรีจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 11.76 ระบุว่า จะมียุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 6.64 ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ คนใหม่จะมาจากพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน ร้อยละ 6.11 ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่นายกฯ คนใหม่จะยังคงมาจากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 5.95 ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ คนใหม่จะมาจากพรรคฝ่ายค้าน ร้อยละ 5.80 ระบุว่า จำนวนพรรคร่วมรัฐบาลจะลดลง ร้อยละ 5.11 ระบุว่า จะมีการสลับขั้วทางการเมือง เปลี่ยนรัฐบาล ร้อยละ 4.43 ระบุว่า จำนวนพรรคร่วมรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น และร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นักการเมือง ยุโรปตะวันออก ถกเถียง เรื่อง ‘ลุยก่อน’ เล่นงาน!! ‘รัสเซีย’

(9 มี.ค. 68) บรรดาชาติยุโรปตะวันออกกำลังพูดคุยกันอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ในการโจมตีรัสเซียก่อนเสียเอง ทั้งที่รัสเซียกับสหรัฐฯ เพิ่งจะเริ่มต้นกระบวนการเจรจาสันติภาพกันไปหมาดๆ

Kuper ฟันธงว่าการที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีอ่อนข้อให้รัสเซีย กำลังปลุกวิญญาณสงครามเย็นให้คืนชีพ พร้อมกับขีดเส้นแบ่งระหว่าง “ยุโรปตะวันออก” กับ “ยุโรปตะวันตก” ขึ้นมาใหม่ ฝั่งหนึ่งเห็นรัสเซียเป็นภัยคุกคามระดับชาติ อีกฝั่งกลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน

“พวกเรารู้ดี และนั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมบางประเทศของเราถึงเริ่มตั้งคำถามกันว่า ‘ทำไมเราต้องมานั่งรอให้รัสเซียซัดเราก่อน? ทำไมไม่ลุยก่อนเลย?’” นักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งจากยุโรปตะวันออกแอบกระซิบกับนักข่าวแบบไม่เปิดเผยชื่อ ฟังดูแล้วชวนให้คิดว่าเรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นแค่คำพูดลอยๆ

โปแลนด์-บอลติก: ถ้าปล่อยรัสเซียรอด มันจะถึงคิวเรา?

ตั้งแต่สงครามยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 โปแลนด์และเหล่าชาติแถบบอลติกก็แหกปากเตือนกันมาตลอดว่า ถ้ารัสเซียบุกยูเครนสำเร็จ เป้าหมายถัดไปคงเป็นพวกเขาแน่นอน ฝั่งเครมลินเองก็ไม่ปล่อยให้ข้อกล่าวหานี้ลอยนวล ปูตินถึงกับสวนกลับว่าเป็น “เรื่องไร้สาระ”

ประวัติศาสตร์ที่ทำให้ยุโรปตะวันออกระแวงรัสเซีย

จะว่าไป พื้นที่ยุโรปตะวันออกก็มีอดีตที่ต้องระแวงกันอยู่เป็นทุนเดิม หลายประเทศเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิใหญ่ๆ ไม่ว่าจะรัสเซีย เยอรมนี หรือออสเตรีย-ฮังการี อิสรภาพของพวกเขาถูกกระชากไปหลายครั้งจนกลายเป็นปมในประวัติศาสตร์ Milan Kundera นักเขียนชาวเช็กเคยนิยามชะตากรรมของพวกเขาไว้ว่า "ชาติเล็กๆ ที่รู้ตัวดีว่าหากวันใดวันหนึ่งหายไปจากแผนที่โลก ก็คงไม่มีใครสนใจ"

ชาติที่เกลียดรัสเซียที่สุด คือชาติที่เรียกร้องการติดอาวุธมากที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา ชาติยุโรปตะวันออกต่างตะโกนแข่งกันว่า ต้องเพิ่มกำลังป้องกันประเทศขึ้นให้มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่แสดงความเป็นปรปักษ์กับรัสเซียอย่างเปิดเผยมากที่สุด โดยเฉพาะ Kaja Kallas อดีตนายกรัฐมนตรีเอสโตเนียและนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งกร้าวต่อมอสโก

รัสเซีย-สหรัฐฯ คุยกันแล้ว แต่ EU ยืนยันต้องติดอาวุธยูเครนต่อไป

ข่าวนี้โผล่มาในจังหวะที่รัสเซียกับสหรัฐฯ เพิ่งฟื้นคืนการสื่อสารกันเมื่อเดือนที่แล้ว และมีการเจรจาระดับสูงกันที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ฝั่ง บรัสเซลส์ กลับเสียงแข็งว่า ยูเครนต้องได้รับการสนับสนุนทางทหารต่อไป

ในขณะที่ทรัมป์ประกาศระงับความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนเพื่อบีบให้เคียฟกลับไปเจรจากับมอสโก ฝั่งผู้นำยุโรปภายใต้ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กลับอนุมัติแผนมูลค่า 800,000 ล้านยูโร เพื่อเติมอาวุธให้ยุโรปและรักษากระแสหนุนยูเครน

รัสเซียลั่น!! อย่าหาว่าขู่ ถ้า EU ยังเดินเกมแบบนี้

มอสโกไม่รอช้า ประกาศเสียงแข็งว่าจะใช้ทุกมาตรการเพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง หลังจากสหภาพยุโรปยกระดับการส่งอาวุธและปล่อยวาทกรรมที่ท้าทายรัสเซียขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งเครมลินก็เตือนมานานแล้วว่า ตะวันตกส่งอาวุธไปก็ไม่ได้ช่วยให้สงครามจบไวขึ้น แถมยังเพิ่มโอกาสที่นาโตจะต้องเผชิญหน้ากับรัสเซียโดยตรง

งานนี้จะลงเอยอย่างไร? 

ยุโรปตะวันออกจะเอาจริงกับแผน ‘ซัดก่อน’ หรือไม่? 

คงต้องจับตาดูให้ดี เพราะเดิมพันครั้งนี้อาจใหญ่กว่าที่หลายคนคิด!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top