Monday, 15 June 2026
Hard News Team

19 มีนาคม พ.ศ. 2534 ในหลวง ร. 9 มีพระราชดำริทำฝายในลำน้ำปาย ก่อกำเนิด 4 โครงการชลประทาน จ.แม่ฮ่องสอน

วันนี้เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินจากเรือนประทับแรม ศูนย์พัฒนาปางตอง โครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปยังศูนย์โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปาย ตามพระราชดำริ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

ทั้ง 3 พระองค์ทรงพระดำเนินไปทอดพระเนตรกิจกรรมของสำนักงานประมงน้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ โครงการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลว ซึ่งได้ทดลองการเพาะขยายพันธุ์เขียดแลวโดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติและโดยวิธีผสมเทียม นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีถิ่นอาศัยในแม่น้ำปาย ได้แก่ ปลาพลวงหิน ปลาช่อนงูเห่า ปลาสะแงะ ปลากดหัวเสียม ปลาหม่นสร้อย และปลาสลาด ตลอดจนหาวิธีแพร่ขยายพันธุ์ปลาดังกล่าวเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนของราษฎรท้องถิ่นในอนาคต 

จากนั้น ทอดพระเนตรแผนงานโครงการปรับปรุงพันธุ์โค พันธุ์สัตว์ปีก พันธุ์แพะ โครงการฝึกอบรมเกษตรด้านการเลี้ยงสัตว์ โครงการธนาคารโค – กระบือ และโครงการปรับปรุงพืชอาหารสัตว์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงขยายพันธุ์โครงการปลูกกุหลาบตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมศูนย์ประสานงานโครงการตามพระราชดำริจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทอดพระเนตรงานของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ เรือนเพาะชำกล้าไม้ และแปลงรวบรวมและศึกษาพันธุ์แมคคาเดเมียนัท ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ปลูกพืชไร่ล้มลุกอื่นๆ แซมระหว่างแถวแมคคาเดเมีย ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นสวยงามมากขึ้น และเมื่อทรงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ทรงรับสั่งให้กรมชลประทานหาน้ำมาให้ และเมื่อมีน้ำพอเพียงแล้วให้กรมวิชาการเกษตรนำไม้ผลไปปลูกบริเวณเชิงเขาด้วย จะทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกันนี้ทรงขอให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการให้เป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานราชการอื่น และเกษตรกรต่อไป จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปลูกต้นมะคาเดเมีย ไว้หนึ่งต้นด้วย 

จากนั้นทอดพระเนตรงานกรมพัฒนาที่ดิน ได้แก่ วิธีอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นลาดเขาโดยวิธีทางพืช กับแผนที่แสดงชุดดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังริมฝั่งแม่น้ำปาย ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำน้ำปาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการทดน้ำขึ้นระดับสูง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าพลังน้ำทั้งทางด้านฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของลำน้ำ เพื่อสูบน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ในการเร่งรัดการปลูกป่าทดแทนบนภูเขาบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็กตามพระราชดำริต่าง ๆ ในบริเวณนั้น 

นอกจากนั้น ฝายดังกล่าวยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้งานภายในศูนย์ท่าโป่งแดง ตลอดจนใช้ในกิจกรรมสูบน้ำส่งขึ้นไป บนพื้นที่สูง 

ต่อจากนั้นได้ เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาล่วงหน้า พร้อมด้วยในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมของกลุ่มศิลปาชีพ ตลอดจนทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ บริเวณนั้น ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานถุงของขวัญแก่นายอำเภอและหัวหน้ากิ่งอำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ราษฎรที่ยากจนต่อไป 

*หมายเหตุ ในวันที่ 19 มีนาคม 2534 แนวพระราชดำริที่พระราชทานให้กับกรมชลประทานนั้นทำให้เกิดโครงการชลประทานเพิ่มอีก 4 โครงการคือ 
1)ฝายแม่สร้อยเงินพร้อมระบบส่งน้ำบ้านนาป่าแปก 2) ฝายบ้านห้วยเดื่อ 3) อ่างเก็บน้ำนากระจงบ้านห้วยเดื่อ 4) ฝายแก่นฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ตําบลห้วยโป่ง 

‘หมอมิยู’ สวมชุดมวยไทยพิชิตงานวิ่ง ‘ลอสแองเจลิส มาราธอน’ พร้อมนำเสนอมรดกวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์ไทยสู่เวทีโลก

(18 มี.ค. 68) ทันตแพทย์หญิง ชรินญา กาญจนเสวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หมอมิยู’ ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเธอสวมชุดมวยไทยเต็มยศวิ่งผ่านถนนในเมืองของงานวิ่งมาราธอนที่จัดขึ้นเมื่องช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับคอนเสปการวิ่งครั้งนี้ของหมอมิยู เพื่อประชาสัมพันธ์ “ไทยทาวน์” ชุมชนที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและธุรกิจคนไทยที่มีเอกลักษณ์และคึกคักที่สุดในสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังใช้ผลิตภัณฑ์ในการวิ่งโดย “คนไทย” ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า

โดยก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ หมอมิยูได้ทำลายสถิติดีสุดของตัวเอง (New PB) ด้วยเวลา 3.03.30 ชั่วโมง ในงาน “นาโกยา วีเมนส์ มาราธอน 2025” ครั้งนั้นหลังจบการแข่งขันคุณหมอได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “สำหรับหมอฟันที่เป็นพนักงานประจำที่วิ่งได้นิดหน่อย เราเชื่อว่าการซ้อมที่ดี คือการซ้อมที่พอดี และดีพอ ทำให้เราสามารถ balance ชีวิตการทำงาน และ การซ้อมได้อย่างสมดุลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

จากนั้นบินมาต่อที่รายการ “ลอสแองเจลลิส มาราธอน 2025” ระยะ 42.195 กม. ซึ่งรายการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 25,000 คน หมอมิยูที่สวมชุดมวยไทยวิ่งตลอดการแข่งขันผ่านเส้นทางที่สวยงามและมีชื่อเสียง เช่น ฮอลลีวูดบูเลอวาร์ด, พิพิธภัณฑ์กูเกิล, และสิ้นสุดที่จุดหมายปลายทางบริเวณชายหาดแซนตาโมนิกา ซึ่งทำเวลาไปได้ 4.20.00 ชั่วโมง จากที่ตั้งเป้าไว้ 4.30 ชั่วโมง  

ทั้งนี้ หมอมิยู เคยทำสถิติเป็นนักวิ่ง “Fastest Marathon dressed in Thai Traditional Dress” หรือ นักวิ่งหญิงคนแรกที่ใส่ชุดไทยวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุดในโลก ในการแข่งขันรายการ “ลอนดอนมาราธอน” ด้วยเวลา 3.45.34 ชั่วโมง 

รวมถึงสถิติ Guinness World Records อีกครั้งด้วยการทำสถิติเป็นนักวิ่ง “Fastest Marathon in a school uniform” หรือ นักวิ่งหญิงคนแรกที่ใส่ชุดนักเรียนวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุดในโลก ในการวิ่งรายการ เบอร์ลินมาราธอน ด้วยเวลา 3:10:55 ชั่วโมง

‘สุชาติ’ ฟ้อง ‘รักชนก-สหัสวัต’ หมิ่นประมาท 50 ล้าน ปมกล่าวหาพันซื้อตึก Skyy9 พร้อมจ่อร้อง ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมต่อ

(18 มี.ค. 68) ‘สุชาติ’ เผย ส่งทนายฟ้อง ‘รักชนก-สหัสวัต’ หมิ่นประมาท 50 ล้าน ต่างกรรมต่างวาระ กล่าวหาพัน สปส. ซื้อตึก Skyy9 จ่อร้อง ป.ป.ช. ฟัน จริยธรรม ลั่น ไม่ยอมความ คนนี้เหนือเยียวยา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส่งทนายดำเนินคดี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. และนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน หมิ่นประมาทพาดพิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งบลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ซื้อตึก Skyy9 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ว่า ได้มอบทีมกฎหมายไปดำเนินการฟ้องแล้ว รูปแบบการฟ้องเป็นรูปแบบต่างกรรมต่างวาระกันไป ซึ่งจะฟ้องค่าเสียหายที่ทำให้เสียชื่อเสียง 50 ล้านบาท ยืนยันว่า การฟ้องเรียกค่าเสียหายครั้งนี้ เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เพื่อป้องกันเกียรติศักดิ์ศรีของตนและคนในครอบครัว เพราะวันก่อนพ่อและแม่ตน นั่งรถเข็นมาสอบถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งนี้ หากศาลประทับร้องฟ้อง จะมียื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดมาตรฐานจริยธรรมต่อ เหมือนกับกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ฟ้องนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ 

นายสุชาติ กล่าวว่า การเป็นบุคคลสาธารณะ รัฐมนตรี สส. ต้องตรวจสอบได้หมด และพร้อมให้คนอื่นตรวจสอบในกระบวนการที่ถูกต้อง การให้ข่าวเกี่ยวข้องกับคนอื่นในที่สาธารณะ ควรจะต้องรู้จริง ถึงจะเป็นที่ยอมรับของสังคม ส่วนกรณีที่ข่าวว่า น.ส.รักชนก ไปพูดคุยกับ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อขอข้อมูลนั้น จากการสอบถามนางศิริวรรณ บอกว่า ไม่ได้พูดคุยอะไรกับ น.ส.รักชนกเลย ฉะนั้น คนเราต้องพูดความจริง ควรเป็นตัวอย่างให้นักการเมืองรุ่นหลังๆ ที่จะมาสร้างบ้านเมืองในอนาคต หากมาให้ข้อมูลที่บิดเบือนเช่นนี้ เด็กรุ่นใหม่ๆ ใครจะมาเป็นนักการเมือง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวตนไม่ได้มีความกังวลเลย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีอะไรสืบเนื่องมาถึงตัวตน  

ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องครั้งนี้เพื่อปิดปากหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า หากตนไม่ฟ้องศาลแล้วใครจะเป็นคนตัดสิน เพราะศาลเป็นที่พึ่งของผู้บริสุทธิ์ แล้วคนที่เป็นนักการเมืองหรือคนที่จะมากล่าวหาลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานและไม่ใช่เรื่องจริง ต้องได้รับผลสุดท้ายว่าอะไรคืออะไร 

เมื่อถามว่า หากคู่กรณีมาขอโทษ จะยอมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “คนๆ นี้มันเหนือการเยียวยา สังคมรับไม่ได้ คุณก็รู้ว่าเขามีคดีอื่นอยู่ แล้วคนอย่างผมตรงข้ามกับคนพวกนี้ล้านเปอร์เซ็นต์ และคิดว่าคนอย่างนี้ไม่ใช่คนที่สำนึกผิดได้”

‘สมชาย หาญหิรัญ’ ชี้ เวียดนาม กำลังก้าวข้ามไทย พร้อมเป้าหมายใหม่ยกระดับสู่ประเทศที่มีรายได้สูงใน 20 ปี

(18 มี.ค. 68) นายสมชาย หาญหิรัญ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในสมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตอนนี้รัฐบาลของเวียดนามกำลังยุ่งกับการทำยุทธศาสตร์ และแผน 20 ปี เพื่อสร้างเวียดนามเป็นประเทศรายได้สูง และหนึ่งในนั้น คือการปรับระบบราชการใหม่ 5 กระทรวงถูกยุบ และหลายกระทรวงถูกควบรวม ลดจำนวนข้าราชการลง 20% ลดการใช้จ่ายประจำของรัฐบาลเพื่อนำไปลงทุนในการวางรากฐานที่สำคัญของประเทศเพื่อการแข่งขันในอนาคต ทั้งการคมนาคม สื่อสาร เทคโนโลยี และการศึกษา .... .. ปีที่แล้วเวียดนามส่งออกกว่า 403,000 ล้านเหรียญฯ เบอร์หนึ่งของอาเซียน มากกว่าไทย 25% และวางแผนการขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ที่ 8% 

เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว Benchmark ของการพัฒนาเศรษฐกิจของเขาคือการสร้าง GDP ให้แซงหน้าไทย แต่วันนี้เปลี่ยนเป้าใหม่เป็นการยกระดับให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงใน 20 ปี ... ชัดเจนดีในแผน และลงมือทำจริง ... ไม่ใช่มีวาทกรรมสวยๆ และจบตรงจัดงานแถลงเท่านั้นครับ

และตอนนี้รัฐบาลเขากำลังวุ่นกับการกำหนดแผนนี้ให้ชัดเจนในเดือนมีนาคมนี้ 

ส่วนรัฐบาลเรากำลังวุ่นกับการเตรียมลงสู้ศึกวาทกรรมกับฝ่ายค้านปนแค้น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในอาทิตย์นี้ ....ไม่รู้ว่าหลายคนจะสนุก มันส์ สะใจ อย่างไรก็แล้วแต่ ..หลายคน เศร้าและรู้สึกปลง และเอวังครับ 

‘กรมธุรกิจพลังงาน’ เผยยอดใช้น้ำมันเดือนแรกปี 68 โต 2.8% จับสัญญาณกลุ่มเบนซินชะลอตัว หลังคนแห่ใช้รถอีวีพุ่ง

กรมธุรกิจพลังงาน เผยยอดใช้น้ำมันเดือนแรกปี 68 โต 2.8% ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซินส่งสัญญาณชะลอตัว จากการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า โดยในเดือนมกราคม 68 ลดลง 3% ในขณะที่ NGV ลดฮวบ 15.3 % ส่วนดีเซลหมุนเร็ว เพิ่มขึ้น 0.4 % น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้น 21 % และ LPG เพิ่ม 2.9 %

(18 มี.ค. 68) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 157.56 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 และการใช้ LPGเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 ขณะที่กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 3.0 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 และ NGV ลดลงร้อยละ 15.3 

โดยรายละเอียดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดในเดือนมกราคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีดังนี้

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.25 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 3.0 ประกอบด้วยการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.68 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.05 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.38 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี 85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตร/วัน ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.71 ล้านลิตร/วัน จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากที่สุด โดยสาเหตุมาจากปัจจัยด้านประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และราคา ซึ่งราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร ในเดือนมกราคม 2568 แต่ในช่วงเดียวกันของปีก่อนราคาแก๊สโซฮอล์ 95 สูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 1.76 บาท/ลิตร จึงทำให้ประชาชนเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงโดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) มีสัดส่วนร้อยละ 5.67 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 15.262 เทียบกับปีก่อน

การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ เฉลี่ยอยู่ที่ 68.16 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ประกอบด้วยดีเซลหมุนเร็วธรรมดา เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 68.03 ล้านลิตร/วัน ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า ประกอบกับนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน ในปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงาน ได้ปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลลงเป็น ดีเซลหมุนเร็ว บี 5 มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เนื่องจากราคาผลปาล์มทะลายและน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาไบโอดีเซล สำหรับการใช้ดีเซลพื้นฐาน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.85 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.132 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.01 ล้านลิตร/วัน

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 19.81 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 มีปัจจัยมาจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและการบริการผ่านมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2568  มีจำนวนสะสม 3.709 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว รวมถึงการขยายตัวของการขนส่งสินค้าทางอากาศ ส่งผลให้ปริมาณการใช้ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อน

การใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 16.66 ล้าน กก./วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทุกรายสาขา ประกอบด้วยการใช้ในภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.17 ล้าน กก./วัน ภาคปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.10 ล้าน กก./วัน ภาคขนส่ง เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.306 ล้าน กก./วัน จากการขยายตัวของกลุ่มรถแท็กซี่เป็นสำคัญ และภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.09 ล้าน กก./วัน

การใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.47 ล้าน กก./วัน ลดลงร้อยละ 15.3 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสม และจำนวนสถานีบริการ NGV ที่มีแนวโน้มปิดตัวลง ทั้งนี้ ปตท. ยังคงช่วยเหลือโดยตรึงราคาให้กับ กลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะที่ถือบัตรสิทธิประโยชน์ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 (1 ก.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2568)

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,126,251 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 94,549 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,095,257 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 92,565 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 30,993 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 49.2 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 1,984 ล้านบาท/เดือน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 146,143 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 8.0 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 13,819 ล้านบาท/เดือน

ประณามสหรัฐฯ แทรกแซงไทย กรณีคว่ำบาตรวีซ่า ปมส่งอุยกูร์กลับจีน

(18 มี.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมาแสดงท่าทีเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ หลังจากที่ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศมาตรการจำกัดวีซ่า และคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน

เหมา หนิง (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่า จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นภายใต้ข้ออ้างด้านสิทธิมนุษยชน และมองว่ามาตรการของสหรัฐฯ เป็นการใช้แรงกดดันทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม

“จีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐอธิปไตย และเราขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการใช้สิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อกดดันประเทศอื่น” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าว

จีนเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีนในด้านความมั่นคง และกล่าวว่าการส่งตัวบุคคลกลับประเทศต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเสถียรภาพภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็เคารพอธิปไตยของไทยในการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายด้านความมั่นคงของตนเอง

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิดในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

ในขณะที่จีนออกมาตอบโต้ สหรัฐฯ ยังคงยืนกรานว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นมาตรการที่มุ่งปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ 

อย่างไรก็ตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ค.ร.ม. ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “ยังไม่มีและยังไม่ทราบ” เรื่องโดนสหรัฐ จำกัดวีซ่า กรณีส่งชาวอุยกูร์ 40 ชีวิตกลับจีน ต้องให้กระทรวงต่างประเทศช่วยอธิบายเรื่องข้อมูลกับสหรัฐฯ อีกที

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า กรณีนี้อาจกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย สหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ชาวเน็ตสงสัย หลัง 'ใบตองแห้ง' คอลัมนิสต์ดังโพสต์เดือด “อาจเป็นเกียรติมากกว่า ที่ไม่ก้มหัวให้ โจรห้อยร้อยกว่าตัว”

(18 มี.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข  คอลัมนิสต์ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนมานาน ที่หลายคนรู้จักในนาม 'ใบตองแห้ง' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “อาจเป็นเกียรติมากกว่า ที่ไม่ก้มหัวให้ โจรห้อยร้อยกว่าตัว”

ทั้งนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากต่างสงสัยว่า ข้อความที่ ใบตองแห้ง โพสต์นั้นหมายถึงอะไรกันแน่

ขณะที่ บางส่วนชี้ว่า น่าจะโพสต์ถึงการลงคะแนนเลือกตุลาการศาลรัฐธรรม ที่ สว.ตีตกทั้ง 2 รายชื่อ คือ “สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” และ “ชาตรี อรรจนานันท์” เนื่องจากเป็นการโพสต์ภายหลังจากที่ทราบผลการลงคะแนนไม่นานนั่นเอง

สว. ลงมติคว่ำ ‘สิริพรรณ - ชาตรี’ นั่งตุลาการศาล รธน. หลังประชุมลับถกรายงานสอบประวัติกว่า 2 ชั่วโมง

มติ ‘วุฒิสภา’ ไม่เห็นชอบให้ 'สิริพรรณ นกสวน สวัสดี' และ 'ชาตรี อรรจนานันท์' นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังประชุมลับถกรายงานสอบประวัติกว่า 2 ชั่วโมง

(18 มี.ค. 68) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา (สว.) ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2 คน คือ น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายชาตรี อรรจนานันท์  อดีตอธิบดีกรมการกงสุล และอดีตเอกอัครราชทูต ประจำกรุงเฮก แทนตำแหน่งที่ว่าง 

หลังจากที่ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาเป็นการลับ ต่อรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม นานกว่า 2 ชั่วโมง 20 นาที แล้วจึงเป็นการลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่

นายมงคล ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า บุคคลที่จะได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสว.ที่มี ปัจจุบันมี สว.ทำหน้าที่ 199 คน ดังนั้นต้องได้ 100 คะแนนขึ้นไป 

สำหรับการลงคะแนนจะใช้การลงคะแนนลับด้วยเครื่องออกเสียง จากนั้นจึงให้ สว.แสดงตน โดยพบว่า มี สว. ที่แสดงตนจำนวน 189 คน

สำหรับผลการลงมติพบว่า 

น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี
ได้รับคะแนนเห็นชอบ 43 เสียง 
ไม่เห็นชอบ 136 เสียง 
งดออกเสียง 7 เสียง 
และไม่ลงคะแนน 1 เสียง 
จาก สว.ที่ลงมติทั้งสิ้น 187 คน

นายชาตรี อรรจนานันท์
ได้รับคะแนนเห็นชอบ 47 เสียง 
ไม่เห็นชอบ 115 เสียง 
งดออกเสียง 22 เสียง 
ไม่ลงคะแนน 3 คน 
จากสว.ที่ลงมติทั้งสิ้น 187 คน

นายมงคล แจ้งว่า การลงคะแนนดังกล่าวถือว่า น.ส.สิริพรรณ และนายชาตรี ไม่ได้รับความเห็นชอบ เพราะได้คะแนนน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสว.

ทั้งนี้ ที่ประชุมวุฒิสภา ยังมีมติต่อว่า "มิให้เปิดเผย" บันทึกการประชุมจำนวน 5 ครั้ง และรายงานลับของกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 147 ต่อ 33 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

‘ทรัมป์’ เผยเป็นนัย ‘สี จิ้นผิง’ อาจบินสู่สหรัฐฯ หารือประเด็นร้อน

(18 มี.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแย้มว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน อาจจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ในอนาคตอันใกล้ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในระหว่างการปรากฏตัวที่งานประชุมสาธารณะในสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทรัมป์ได้กล่าวว่า การเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองประเทศยังคงมีข้อขัดแย้งในหลายด้าน รวมถึงการเก็บภาษีสินค้าจีนที่สหรัฐฯ กำหนดไว้รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการค้า และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา 

แหล่งข่าวจากรัฐบาลจีนระบุว่า การเยือนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า และความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่มีผลดีต่อทั้งสองประเทศ โดยทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างต้องการลดความตึงเครียดที่มีอยู่ และหาทางปรับปรุงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงการบริหารจัดการข้อขัดแย้งอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน จีนหวังว่าจะสามารถเพิ่มความเข้าใจและความไว้วางใจ ระหว่างทั้งสองประเทศได้และมุ่งเน้นไปที่การร่วมมือในระดับโลก โดยเฉพาะในด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจทั่วโลก

การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะได้พูดคุยเกี่ยวกับข้อขัดแย้งทางการค้า และหาทางออกร่วมกันเพื่อบรรเทาความตึงเครียดในพื้นที่เศรษฐกิจ โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าการเจรจานี้อาจจะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐฯ และจีน ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ในการจัด “การประชุมสุดยอดวันเกิด” (Birthday Summit) ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวันเกิดของประธานาธิบดีสีตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน แต่การหารือยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีการระบุวันที่ชัดเจน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top