Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

สถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยและอาเซียน ประจำวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2564

สถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยและอาเซียน ยอดผู้เสียชีวิตในไทยเพิ่มขึ้น 4 ราย ยอดติดเชื้อ 1,443 ราย ขณะที่ในอาเซียนยอดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
 

JP Morgan ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอัดงบหนุน 'ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ลีก' กว่า 1.5 แสนล้านบาท จบปัญหาด้านเงิน ๆ ทอง ๆ ของลีกพลิกโลก

ข่าวใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลช่วงนี้น่าจะหนีไม่พ้นการที่ 12 สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ร่วมกันจัดตั้ง European Super League ท่ามกลางการคัดค้านเต็มที่จากทั้งสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) และสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศ รวมถึงพรีเมียร์ลีกอังกฤษด้วย

สำหรับ 12 สโมสร ที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกับโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ ประกอบไปด้วย...

6 ทีมจากอังกฤษ ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล

3 ทีมจากอิตาลี ได้แก่ ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน

3 ทีมจากสเปน ได้แก่ เรอัล มาดริด, แอตเลติโก้ มาดริด และ บาร์เซโลน่า

อย่างไรก็ตาม มีคำถามอยู่ว่า ใครจะเป็นผู้สนับสนุนเม็ดเงินเพื่อจัดตั้งลีกดังกล่าว?

คำตอบเผยแล้ว โดยตัวละครลับที่จะมาหนุนลีกนี้ คือ JP Morgan ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้ออกมาประกาศให้เงินสนับสนุนหรือเป็นสปอนเซอร์หลักด้านการเงินให้การแข่งขันนี้เกิดขึ้นได้ ผ่านเงินอุดหนุนกว่า 4 พันล้านยูโร หรือ 1.5 แสนล้านบาท

แน่นอนว่าปัญหาของการจัดลีกนี้ จะไม่ใช่เรื่องของเงินอีกต่อไป!!

แต่ตอนนี้ความเห็นของแฟนบอลกำลังแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนว่าจะ ‘สนับสนุน’ ให้ทีมเหล่านี้แยกตัวออกมาจัดลีกกันเอง หรือฝ่ายที่ ‘ต่อต้าน’ และอยากให้ทุกอย่างกำลังเป็นเหมือนระบบปัจจุบัน

เลือกฝ่ายไหนดี?

ที่มา: https://www.facebook.com/108586193028066/posts/751542252065787/


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘บิ๊กตู่’ ลั่น ไม่ผูกขาดการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกภาคเอกชน ย้ำทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนและปลอดภัย สั่งลากคอเจ้าของสถานบันเทิงดำเนินคดี ต้นตอทำเชื้อโควิดแพร่ระบาด เตรียมหารือหามาตราการเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม พร้อม ‘ขอโทษ’ บางครั้งพูดผิดบ้างถูกบ้าง

เมื่อเวลา 12.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนทางเลือกได้ ว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหารือแนวทางกับทางโรงพยาบาลเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้นำเข้าวัคซีนเข้ามาเพิ่มขึ้น

แต่ทั้งนี้ การนำเข้าของเอกชนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทางผู้ผลิตวัคซีนของต่างประเทศก็จะต้องขออนุญาตรัฐบาลเช่นกัน ยืนยันรัฐบาลไม่ผูกขาดการจัดซื้อวัคซีน แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างปลอดภัย เพราะบริษัทผู้ผลิตวัคซีนจะไม่รับผิดชอบหากเกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียง

สำหรับ ตัวยา “ฟาวิพิราเวียร์" ที่มีการค้นพบว่าสามารถต้านโควิด-19 นั้น ทางรัฐบาลจะมีการจัดหาเพิ่มขึ้นอีก 3.5 ล้านเม็ด ภายในเดือนมิถุนายนและยืนยันว่าขณะนี้ตัวยายังพอเพียงในการรักษา

นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า จะดูแลบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อ โควิด-19 อย่างเต็มที่ ส่วนการลงโทษ ผู้ประกอบการสถานบันเทิงที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดนั้น ยืนยัน ไม่ได้นิ่งนอนใจและให้มีการตรวจสอบหาเจ้าของสถานบันเทิงที่แท้จริง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ส่วนมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะหารือทีมเศรษฐกิจว่าจะใช้งบประมาณตรงไหน เพื่อมาช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาด้านงบประมาณแต่ต้องจัดสรรว่าจะใช้งบฯ จากที่ใด ซึ่งโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการนั้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ‘เราชนะ’ ‘ม.33 เรารักกัน’ จะดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการอื่นจะมีการพิจารณาอีกครั้งและจะได้คำตอบในเร็ว ๆ นี้

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวขอโทษ ที่บางครั้งพูดข้อมูลในบางเรื่องผิดพลาดไปบ้าง โดยระบุว่าตนเองนั้นเป็นคนคิดเร็ว พูดเร็ว อาจจะพูดผิดบ้างถูกบ้าง บางครั้งก็ลืมใส่การันต์ ขอให้ทุกคนเข้าใจ สิ่งใดไม่ดีก็ขอโทษและอะไรที่ดีก็ขอให้ร่วมมือ ยืนยันยึดหลักการจะทำให้ประเทศดีขึ้นและเดินหน้าแก้ไขปัญหา นายกไม่เคยเป็นอื่นและพร้อมทำทุกอย่างให้ประเทศไทยและประชาชนคนไทยดีขึ้น


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

เจ้าแม่นาคี ‘แต้ว ณฐพร’ โชคช่วย? แชร์ 5 สูตรเด็ดสู้โควิด เสี่ยงทุกรอบ รอดทุกรอบ ฝากทุกคนดูแลสุขภาพ

ไม่รู้ว่าบุญบาปแต่อย่างใด? แต่ที่แน่ “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” ถือว่าเป็นบุคคลที่รอดโควิด-19 ในทุก ๆ รอบที่เกิดการระบาด เพราะไม่ว่าจะใกล้ชิดกับกลุ่มความเสี่ยงสูงแค่ไหน แต่ “เจ้าแม่นาคี” อย่าง “สาวแต้ว” ก็สามารถรอด ปลอดภัย สุขภาพดีสมบูรณ์เรื่อยมา ล่าสุดเจ้าตัวได้โชว์ผลการตรวจรอบที่ 3 หลังจากการกักตัวครบ 14 วัน ก็ยังไม่พบเชื้อ

หลังคนบอกเพราะบุญกรรมที่ทำมา นั่นก็ส่วนนึง แต่การที่ "เสี่ยงทุกรอบ รอดทุกรอบ" นั้นนอกจากบุญที่ทำมาแล้ว นางเอกสาวยังเผย 5 ข้อสำคัญในการปฏิบัติตัวให้รอดพ้นจากโรคระบาดโรคนี้แบบไม่มีกั๊กอีกด้วย

“3rd time in a row of 14 days quarantine”

“ถึงจะกักตัวครบแล้ว แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาดเพราะเชื้อโรคอยู่รอบตัว...รอบตัวจริงๆ ค่ะ ยิ่งตอนนี้อยู่ในช่วงที่ยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นทุกวัน ยิ่งต้องมีสติและระมัดระวังในการใช้ชีวิตเป็นพิเศษค่ะ

หลายคนถาม...ว่าแต้วดูแลตัวเองยังไงให้ปลอดภัย เสี่ยงทุกรอบ รอดทุกรอบ แต้วเลยขออนุญาตแชร์ ประสบการณ์การดูแลตัวเองของแต้วเผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ”

1.) พยายามไม่เอามือมาสัมผัสหน้าตัวเองค่ะ เพราะเราคงเลี่ยงที่จะใช้มือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งเชื้อ COVID-19 เป็นเชื้อโรคที่สะสมและติดได้ง่ายบนผิวสัมผัส มากกว่าการไอจามกันตรง ๆ ในอากาศ (แต่ก็ไม่ใช่จะติดจากการฟุ้งในอากาศไม่ได้เลย) และพยายามล้างมือให้เป็นนิสัยทุกครั้งที่นึกได้เลยค่ะ

2.) อีกหนึ่งสิ่งสำคัญมาก ๆ คือ ไม่ใช่แค่ใส่มาสก์นะคะ แต่เราต้องรักษาสุขอนามัยให้มาสก์สะอาดอยู่ตลอดด้วย เพราะมาสก์ควรเป็นสิ่งที่ป้องกันเราจากเชื้อโรคภายนอก แต่ถ้าเราไม่รักษาความสะอาดให้ดี มาสก์จะกลายเป็นตัวพาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายที่สุดเลยค่ะ

เลือกใช้มาสก์แบบมีสายคล้องเพื่อความสะดวก หมดกังวลที่จะต้องถอดเข้าออกและหาที่เก็บ

ถ้าเป็นมาส์ปกติ อย่าวางมาสก์ไว้บนโต๊ะ หาที่เก็บเป็นถุงหรือกระดาษทิชชู่ที่สามารถป้องกันมาสก์สัมผัสกับพื้นผิวภายนอก

ถ้าต้องไปในที่ชุมชน ที่ทำงาน โดยเฉพาะโรงพยาบาล ให้เลือกใช้มาสก์แบบใช้แล้วทิ้ง อย่าใช้มือสัมผัสแมสทั้งด้านนอก-ใน เวลาถอดเข้าออกให้จับที่สายรัดเกี่ยวหูทุกครั้ง ถ้าต้องขยับมาสก์ก็ขยับจากด้านข้าง

3.) การพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ก็ควรใช้ในปริมาณที่จะทำความสะอาดมือได้ทั่วไม่ต่างจากตอนล้างมือ อย่าแค่พ่น 1-2 ครั้ง แต่ต้องถูให้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อให้ทั่วด้วยนะคะ

4.) พยายามรักษาระยะห่างของตัวเองกับผู้อื่น โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก แต้วหมายถึงกับทุกคนจริง ๆ โดยเฉพาะกับครอบครัว คนสนิทที่เรามักจะประมาทได้ง่าย ให้จินตนาการเสมอว่า ทุกคนอาจเป็นพาหะของเชื้อโรค ไม่ใช่ให้วิตกนะคะ แต่เพื่อเป็นการเตือนให้ตัวเองมีสติมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

5.) รักษาภูมิคุ้มกันของตัวเองจากภายในให้ดีอยู่เสมอ จากการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่จะส่งเสริมให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดี และการพักผ่อนให้เพียงพอ ข้อนี้สำคัญมากๆๆๆ เพราะถือเป็นด่านสุดท้ายที่เราจะป้องกันตัวจากเชื้อโรคได้ ข้อนี้ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าในเวลานี้มันคุ้มค่าจริง ๆ

ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ และปลอดภัยจากโรคภัยทุก ๆ อย่างนะคะ”

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9640000037243


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

อยากได้ แต่ของส่งไม่ทัน! ‘อนุทิน’ เผย สธ.ติดต่อสารพัดผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 หวังนำเข้าทันเดือนพฤษภาคม 64 แต่ติดปัญหาผู้ผลิตส่งไม่ทัน ย้ำ เดินหน้าลุยฉีดวงกว้างเดือนมิถุนายนนี้ ยืนยันยารักษายังมีเพียงพอ

20 เมษายน พ.ศ.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเรื่องความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกับบริษัทไฟเซอร์แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องการจัดส่งที่ยังไม่ทันกับความต้องการของไทย ที่ผ่านมา คุยไว้หลายบริษัท และติดปัญหาเดียวกันหมด จะมีแต่ของซิโนแวคที่สามารถจัดหามาได้

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของไทย คือการให้บริการประชาชนในวงกว้างภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยวัคซีนของแอสตราเซนนิกา ภายในอาทิตย์นี้ ทาง อย. จะขึ้นทะเบียนอนุมัติไซต์การผลิตวัคซีนของแอสตราเซเนกา ซึ่งเป็นขั้นตอนทางเอกสาร ที่ผ่านมา การผลิตวัคซีนของไทย ได้มาตรฐานดีมาก คิดว่าทุกอย่างสามารถดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนแผนปัจจุบัน ภายในอาทิตย์นี้ จะฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ครบ 100%

เมื่อถามถึงข้อกังวลเรื่องจำนวนยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ได้รับรายงานมา ยังมีจำนวนเพียงพอ และตนได้สั่งการให้จัดหาเข้ามาเรื่อย ๆ ยาฟาวิพิราเวียร์ ต้องมีสต็อกอย่างน้อย 5 แสนเม็ด ถึง 1 ล้านเม็ด ส่วนสถานที่รองรับผู้ป่วย มีนโยบายว่า ผู้ติดเชื้อ ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ เราต้องทำทุกทาง เพื่อรักษาชีวิตประชาชน มีความเป็นห่วงเรื่องข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นประเด็นที่สังคมสนใจ ขอให้ประชาชนรับข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข ควบคู่กัน เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งอื่น เพราะทางกระทรวงฯ อธิบายตามข้อเท็จจริง โดยผู้ที่ทำงานจริง เข้าใจสถานการณ์จริง

ก่อนหน้านี้ มีหมอจากจังหวัดภาคเหนือ ออกมากล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ไม่พอ ก็ต้องให้ส่วนกลางชี้แจงว่ามีเพียงพอ จนเข้าใจ ซึ่งคุณหมอได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว

ส่วนสถานการณ์ การระบาด และมีความกังวลว่า จะมีผู้ป่วยอาการรุนแรงมากขึ้น แล้วเตียงจะพอหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้ ได้เตรียมเตียงไอซียูไว้รองรับแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนในต่างจังหวัดมีผู้ป่วยไม่มากก็จะไม่เป็นปัญหา เพราะมีการบริหารจัดการที่กระจายอำนาจไป ซึ่งมีทั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ อสม. บูรณาการกันทำงาน


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

อย. เตือน! อย่าซื้อชุดตรวจโควิด มาตรวจเอง เสี่ยงแปลผลผิด กลายเป็นผู้แพร่เชื้อไม่รู้ตัว

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้เสนอให้รัฐบาลจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง (Self- test) เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจเชื้อได้ด้วยตนเอง เหมือนในประเทศอังกฤษ พร้อมเสนอให้ผู้ป่วยที่อาการไม่หนักรักษาตัวที่บ้านได้นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า ชุดตรวจโควิด-19 โดยการหาเชื้อจากโปรตีนดังกล่าว เรียกว่า Rapid Ag test มีลักษณะเป็นแถบตรวจ ให้หยดน้ำยาที่มีเนื้อเยื่อจากการแยงจมูก (swab) ชุดทดสอบนี้หากตรวจในช่วงแรกหลังรับเชื้อ หรือเลยช่วง 7-10 วันหลังมีอาการ อาจให้ผลลบปลอม จนนำไปสู่การแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้

ดังนั้น การแปลผลต้องอาศัยความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ซึ่งต่างจากการตรวจหาเชื้อจากสารพันธุกรรมด้วยวิธีมาตรฐาน RT-PCR ที่สามารถตรวจพบเชื้อได้แม้มีปริมาณเชื้อไม่มาก นอกจากนี้ยังมีการตรวจหาสารพันธุกรรมด้วยวิธีอื่น ได้แก่ RT-LAMP ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.แล้ว เช่น COXY-AMP ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางห้องปฏิบัติการในการตรวจ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

รองเลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า การใช้ชุดตรวจมาตรวจเอง มีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ขั้นตอนและเทคนิคในการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก หากเก็บไม่ถูกวิธีจะเสี่ยงต่อการแปลผลที่คลาดเคลื่อนและให้ผลลบปลอมได้ หากผู้ใช้แปลผลไม่ถูกต้อง อาจเพิ่มความเสี่ยงการกระจายการติดเชื้อในวงกว้าง ประสิทธิภาพของชุดตรวจด้วยตัวเอง มีความแม่นยำน้อยกว่าวิธีมาตรฐาน RT-PCR ที่ตรวจโดยห้องปฏิบัติการโดยตรง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดผลลบปลอมที่สูงกว่า และถึงแม้ว่าผลทดสอบจะปรากฏผลลบ ยังจำเป็นต้องประเมินอาการและปัจจัยอื่นร่วมด้วย ซึ่งต้องอาศัยการให้คำแนะนำโดยบุคลากรทางการแพทย์ ที่สำคัญหากพบผลบวกต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่สามารถกักตัวที่บ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที และป้องกันกรณีไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่เหมาะสม อาจแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว จนนำไปสู่การแพร่ระบาดรอบใหม่

ปัจจุบัน อย. ได้อนุญาตน้ำยาที่ใช้ในการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก มีความแม่นยำมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ โดยจำนวนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ได้รับอนุญาตแล้ว มีมากกว่า 80 ผลิตภัณฑ์ จากหลากหลายบริษัท เพียงพอสำหรับการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีมากกว่า 270 แห่งทั่วประเทศ


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่ ! การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ลงนามในสัญญาจ้าง ‘วีริศ อัมระปาล’ นั่งแท่น ผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่ เดินหน้าสานต่อโครงการเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล

นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการ กนอ. (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. จัดพิธีลงนามสัญญาจ้างผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่ ในวันที่ 20 เม.ย. 64 หลังคณะกรรมการสรรหามีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายวีริศ อัมระปาล ขึ้นเป็นผู้ว่าการ กนอ. ซึ่งภายหลังการเจรจาเรื่องค่าตอบแทนและสัญญาจ้างแล้ว ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2564 เห็นชอบแต่งตั้ง นายวีริศ อัมระปาล ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. คนใหม่ ทั้งนี้ นายวีริศฯ จะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. ตามเงื่อนไขและสัญญาจ้างที่มีต่อ กนอ. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2564 เป็นต้นไป

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการสำคัญต่างๆ ที่เตรียมส่งมอบให้กับผู้ว่าการ กนอ.คนใหม่สานต่อ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ที่กนอ.ขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ประกอบด้วย

1.) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม smart park โดยการดำเนินงานขั้นต่อไปคือการก่อสร้างโครงการและเปิดดำเนินการภายในปี 2567 และดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้

2.) โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งในการดำเนินงานขั้นต่อไปคือการกำกับดูแลภาคเอกชนคู่สัญญา งานขุดลอกและถมทะเล งานก่อสร้างท่าเรือก๊าซ รวมทั้งการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 ซึ่งก็คือการคัดเลือกเอกชนและประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อลงนามในสัญญาร่วมทุนโครงการ

3.) การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน คือ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว และการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ที่ต้องมีมาตรการส่งเสริมการจองเช่า/ซื้อที่ดิน เพื่อกระตุ้นยอดขาย/เช่าในพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง รวมทั้งการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ระยะที่ 2

และ 4.) การพัฒนานิคมและท่าเรืออุตสาหกรรมเข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart Eco) ที่การดำเนินงานขั้นต่อไป คือ การจัดทำแผนแม่บทที่จะดำเนินการให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการที่นิคมอุตสาหกรรมต้องได้รับรองการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในระดับ Eco-Champion Eco-Excellence และ Eco-World Class เพิ่มขึ้นอย่างน้อยจำนวน 36 นิคมฯ เข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายในปี 2565

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐมุ่งส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำเทคโนโลยีเครือข่ายอัจฉริยะ 5G มาประยุกต์ใช้ตามแผนพัฒนาการบริหารและการดำเนินงานของนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ. ทั้ง 14 แห่ง โดยตั้งเป้าให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การปฏิวัตินิคมอุตสาหกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย และสร้างประโยชน์ให้กับภาคเศรษฐกิจในระยะยาวได้


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ศรีสุวรรณ ยื่น กสชท. สอบ สรยุทธ หวนคืนจอเล่าข่าว ทำได้หรือไม่ ชี้ ส่อขัดจริยธรรม

วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2564 ที่สำนักงาน กสทช. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ รักษาการเลขาธิการ กสทช. โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตามที่พิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดัง ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจของตนเอง เพื่อเตรียมหวนกลับคืนสู่หน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง จะกลับมารับหน้าที่พิธีกรข่าว ในเดือนพฤษภาคม 2564 เคยทำหน้าที่พิธีกรรายการดังกล่าวมาหลายสิบปี ก่อนที่จะถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีค่าโฆษณาเกินเวลา และต่อมาได้รับการพักโทษ และปล่อยตัวจากเรือนจำอยู่ในขณะนี้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่พิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดัง ถูกต้องโทษและจำคุกในคดีอาญาอันเกี่ยวกับการสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐกระทำผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการเป็นเวลา 6 ปี 24 เดือน อันถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมแห่งวิชาชีพ โดยชัดแจ้ง ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่งที่บุคคลดังกล่าว จะกลับมาทำหน้าที่อยู่หน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง เพราะบุคคลที่ทำหน้าที่พิธีกรหรือนักเล่าข่าว ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม โดยมีประวัติที่ไม่ด่างพร้อย

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ที่สำคัญรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 ประกอบมาตรา 35 ระบุในข้อยกเว้นเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนไว้ว่า ต้องไม่ก่อให้เกิดการขัดต่อศีลธรรมอันดีและขัดต่อจริยธรรมวิชาขีพแห่งตนด้วย อีกทั้งข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2553 ซึ่งสอดคล้องกับธรรมนูญสภาการสื่อสารมวลชนแห่งชาติ 2553 ได้กำหนดจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพข่าวไว้ชัดเจนในข้อ 10 ความว่า “ต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือดำเนินธุรกิจ หรือประพฤติตนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของผู้ประกอบวิชาชีพข่าว”

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องร้องเรียนต่อ กสทช. ให้ดำเนินการตรวจสอบและวินิจฉัยว่า การกลับมาเป็นพิธีกรเล่าข่าวหน้าจอโทรทัศน์ของผู้ที่เคยต้องโทษในคดีอาญา ยังจะสามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร และสังคมไทยโดย กสทช.จะสร้างบรรทัดฐานของเรื่องทำนองนี้ไว้อย่างไร

คดีพลิก!! Elon Musk เฉลยผู้เสียชีวิต 2 รายจากอุบัติเหตุบนรถ Tesla เหตุไม่ได้ซื้อบริการ ‘ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ’

เพจ ทันโลกกับ Trader KP ได้เผยข่าวใหญ่ในวงการรถยนต์เมื่อวานนี้ หลังจากมีผู้โดยสารรถเทสล่า เปิดใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autopilot) แต่รถเกิดเสียหลัก พุ่งเข้าชนต้นไม้ในเมือง Houston จนเกิดไฟลุกท่วม เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าช่วยเหลือ แต่เนื่องจากการดับไฟที่ลุกจากแบตเตอรี่ของรถ Tesla นั้น ต้องใช้วิธีการดับไฟที่แตกต่างจากไฟปกติ ทำไม่ให้สามารถคุมไฟไว้ได้ จนเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย"

ข่าวนี้ได้ส่งผลให้หุ้น Tesla ร่วงลงทันที -7% คืนนี้ จากระดับ 740 เหรียญลงมา -50 เหรียญจนเหลือ 690 เหรียญไปเลยทันที เพราะตลาดมองว่าระบบ Autopilot ของ Tesla มีช่องโหว่

อย่างไรก็ตามคดีนี้ อาจพลิกอีกครั้ง หลังจากเช้านี้ทาง Elon Musk ได้ออกมาทวีตเฉลยว่า “จากการกู้ข้อมูลจากระบบบันทึกของรถ (Data Logs) เราพบว่ารถคันนี้ไม่ได้เปิดใช้งานเทคโนโลยี Autopilot เพราะรถคันนี้ไม่ได้ทำการซื้อบริการไว้ด้วยซ้ำ”

โดยรถของ Tesla นั้นไม่ต่างอะไรกับ App Store ของ Apple เลยที่หลังจากซื้อรถยนต์ไปแล้วหากผู้ใช้ต้องการใช้บริการเทคโนโลยีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถจ่ายเงินซื้อได้ แต่รถคันนี้ไม่ได้ทำการซื้อไว้ และ Elon กล่าวต่อว่า

“ด้วยระบบ Autopilot ปัจจุบัน ทาง Tesla กล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าต้องใช้บนถนนที่ต้องมีเส้นปะแยกระหว่างเลน ซึ่งถนนดังกล่าวไม่ได้มี”

ทาง Elon อธิบายว่าด้วยการที่ระบบ Autopilot ปัจจุบันยังไม่ถึงระดับ 5 ทำให้ตอนนี้หากจะใช้ระบบนี้รถ Tesla ต้องวิ่งบนถนนที่มีเส้นปะแยกเลน แต่ผู้ขับไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

แต่คำถามที่หลายฝ่ายตั้งตามมาก็คือ ถ้าพวกเขาไม่ได้ซื้อระบบ Autopilot ไว้ ทำไมพวกเขาถึงไม่มีใครนั่งอยู่บนที่คนขับเลย เพราะสิ่งที่ตำรวจพบหลังจากมาถึงที่เกิดเหตุคือ #ผู้โดยสารที่เสียชีวิตทั้งคู่ไม่มีใครนั่งอยู่ที่พวงมาลัยเลย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า พบศพชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้า (ที่นั่งข้างคนขับ) และศพชายคนที่สอง นั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลัง

ทำให้หลายฝั่งตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือชายทั้ง 2 พยายามที่จะขยับตัวหลังจากที่รถได้ชนไปแล้ว?

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจาก Elon ได้ทวีตข้อความดังกล่าว ก็ทำให้หุ้น Tesla ดีดขึ้นกลับไปที่ระดับเดิม โดยราคาหุ้น Tesla ช่วงหลังตลาดปิด (Post Market Trade) ได้ดีดกลับขึ้นไปที่ระดับ 730 เหรียญต่อหุ้น หลังจากทาง Elon ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง

ถึงกระนั้น ตัวแปรของมูลเหตุความจริงทั้งหมด ก็คือรถยนต์ Tesla ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างได้ผ่านระบบ Online ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการขับขี่หรือการเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆบนเครื่องยนต์ ซึ่งทางบริษัทย่อมต้องมีข้อมูลทุกอย่างและง่ายต่อการสืบสวนอุบัติเหตุ และตรงนี้เองจะแสดงให้เห็นว่า ดราม่า Tesla รอบนี้ อันไหนจริง อันไหนเท็จต่อไป

ที่มา: https://www.facebook.com/108586193028066/posts/751807305372615/


สนับสนุนข่าวโดย : แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

คลิก : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน “นายกอบจ.ชัยนาท” น้องชาย “รมต.อนุชา” รวย 34 ล้าน คล้องหลวงปู่ศุข 3 องค์ มูลค่า 1.5 ล. สะสมปืน 6 กระบอก ทั้งไรเฟิล ปืนยาว ปืนสั้น เมียขับปอร์เช่ คันละ 3.5 ล.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2564 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 โดยนายอนุสรณ์ แจ้งว่า ตนเองและนางสุภาภรณ์ แสงทอง คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 34,878,245 บาท เป็นของผู้ยื่น 8,110,283 บาท เป็นของคู่สมรส 26,767,962 บาท โดยทรัพย์สินของคู่รวมกัน ประกอบด้วย เงินสด 400,000 บาท เงินฝาก 914,641 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 8,130,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 988,804 บาท ที่ดินของนายอนุสรณ์ 1,976,800 บาท เงินลงทุนของนางสุภาภรณ์ ในบริษัท สวิท คิทเช่น จำกัด และบริษัท เอส คิชเช่น จำกัด 1,100,000 บาท ยานพาหนะของนางสุภาภรณ์ 2 คัน มูลค่ารวมกัน 5,850,000 บาท ได้แก่ เบนซ์มูลค่า 2,500,000 บาท และปอร์เช่มูลค่า 3,350,000 บาท 

ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไปของทั้งคู่ จำนวน 43 ราย มูลค่ารวมกัน 15,518,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ พระรอดเลี่ยมทอง มูลค่า 600,000 บาท พระหลวงปู่ศุขเลี่ยมทองฝังเพชร 3 องค์ มูลค่า 1,500,000 บาท อาวุธปืน 6 กระบอก ได้แก่ ปืนไรเฟิล 2 กระบอก ปืนเดี่ยวลูกกรด 1 กระบอก ปืนยาวอัดลม 1 กระบอก ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก แหวนเพชรทองคำขาว กระเป๋ายี่ห้อหรู นาฬิกายี่ห้อหรู เครื่องเพชร นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ แจ้งว่า ตนเองและคู่สมรสมีหนี้สินทั้งสิ้น 7,580,893 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และเงินเบิกเกินบัญชี 

ทั้งนี้ นายอนุสรณ์ แจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นว่า มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา รวม 6 คน ได้แก่ นางจิตร์ธนา ยิ่งวีลาภา นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย นายอนุรักษ์ โค้วคาศัย นายอนุสรณ์ ผู้ยื่น และนางศศิธร อยู่ประยงค์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top