Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

‘กระทิง’ ต่อเวลาขวิดโครแอตฯ 5-3 ลิ่วผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ศึกยูโร

ฟุตบอลยูโร 2020 รอบ 16 ทีม คู่ที่ 5 โครเอเชีย ลงสนามเจอ สเปน เกมนี้ "โครแอต" มีแกนนำเป็น ลูก้า โมดริช, อันเต้ เรบิช และ บรูโน่ เพ็ตโควิช ยิงเป้า ส่วน "กระทิงดุ" ยังมั่นใจใช้ อัลบาโร่ โมราต้า ลงยิงพร้อมกับ เฟอร์ราน ตอร์เรส และ พาโบล ซาราเบีย

เกมนี้สู้กันมันหยด ผลัดกันรุก-รับ ยิงกันกระจายจบ 90 นาที เสมอกัน 3-3 ต้องต่อเวลาพิเศษ

และเป็นกองเชียร์สเปน ที่ได้เฮ เมื่ออัลบาโร่ โมราต้า และมิเกล โอยาร์ซาบัล ช่วยกันยิงคนละ 1 ลูก จบเกม 120 นาที สเปนเบียดโครแอตฯ เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบทุลักทุเล เข้าไปเจอ สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 2 กรกฎาคม นี้


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ศิริกัญญา’ จี้รัฐบาลหยุดล้วงกระเป๋าผู้ประกันตน เอาเงินกองทุนประกันสังคมไปจ่ายเยียวยาล็อกดาวน์ ถาม! เงินกู้สำหรับเยียวก็มีทำไมไม่ใช้

‘ศิริกัญญา’ ร้องหยุดเยียวยาเหลื่อมล้ำลักลั่น จี้รัฐบาลหยุดล้วงกระเป๋าผู้ประกันตน เอาเงินกองทุนประกันสังคมไปจ่ายเยียวยาล็อกดาวน์ ถาม! เงินกู้สำหรับเยียวก็มีทำไมไม่ใช้??? แถมไม่มีวี่แววจะคืนเงิน ซ้ำร้ายงบประมาณปีหน้าประกันสังคมถูกตัดอีก 2 หมื่นล้าน!

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยต่อสื่อมวลชน วิจารณ์มาตรการการเยียวยาล่าสุดหลังรัฐบาลออกคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้างและไม่อนุญาตให้นั่งในร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล

โดยนางสาวศิริกัญญากล่าวว่ามาตรการเยียวยาล่าสุด ที่เขียนออกมาได้ซับซ้อน มีเงื่อนไขซ้อนเงื่อนไขเต็มไปหมด เงื่อนไขสำคัญคือบริษัทอยู่ในระบบประกันสังคมหรือไม่ ทำให้การจ่ายเงินเยียวยาเกิดอาการลักลั่นโดยไม่จำเป็น กลายเป็นว่าลูกจ้างใหม่จะไม่ได้รับเงินเยียวยา เพราะเงื่อนไขการเยียวยาของประกันสังคมคือต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนคนที่นายจ้างไม่ได้เข้าประกันสังคมจะได้เงินแค่ 2,000 บาท

ถามว่ามันเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างประกันสังคมใหม่? ถามว่ามันเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างที่นายจ้างไม่ยอมเข้าระบบ? ถามว่าแรงงานข้ามชาติที่สมทบประกันสังคม จะได้เงินเยียวยาหรือไม่? ยังไม่ต้องพูดถึงร้านอาหารที่ไม่ได้เข้าประกันสังคม ยินดีด้วยคุณจะได้เงิน 3,000 บาทถ้วน 

โดยอีกประเด็นที่สำคัญ คือการที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม แทนที่จะใช้จากงบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯ “จากการลดสมทบกองทุนประกันสังคม 4 ครั้ง รวม 88,831 ล้านบาท และจากเยียวยาจากเหตุสุดวิสัย 2 ครั้ง รวม 11,400 ล้านบาท รวมแล้วใช้ไปกับโควิดประมาณ 100,321 ล้านบาท รวมครั้งนี้ด้วยก็จะเป็นเงินกว่า 103,731 ล้านบาท

ต้องย้ำอีกครั้ง เงินประกันสังคมเป็นการสมทบระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล เพื่อดูแลสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานในปัจจุบันและอนาคต จึงไม่ใช่งบประมาณที่จะนำออกมาใช้เยียวยาในยามวิกฤติ ดังนั้นบอร์ดประกันสังคมที่นั่งอยู่ตอนนี้แล้วอนุมัติเงินให้รัฐบาลใช้ควรตระหนักไว้ด้วยว่าคุณกำลังขูดเลือดเนื้อผู้ประกันตนทั้งประเทศเพื่อนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์

ที่ผ่านมา รัฐล้วงเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปมากแล้ว ทั้งๆ ที่ก็มีเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับคือ 1 ล้านล้าน และ 5 แสนล้าน พร้อมจ่ายเยียวยาให้ตรงวัตถุประสงค์อยู่แล้ว” นางสาวศิริกัญญากล่าว โดยรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะไม่วี่แววว่ารัฐบาลจะคืนเงินให้กองทุนประกันสังคมแล้ว ในร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2565 ประกันสังคมยังถูกตัดงบลงอีกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

ฟาดไม่ยั้ง! รองโฆษก ปชป. สวน เรืองไกร ลามปาม‘ปธ.ชวน’ปมใช้รถลงพื้นที่แจกแมสก์ช่วยชาวบ้าน แนะสอบหัวหน้าพรรคตัวเองด้วย

นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  ให้ข่าวจะร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบการใช้รถประจำตำแหน่ง ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานมูลนิธิเพื่อสังคมและการศึกษาลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนที่ขาดแคลนใช้สำหรับป้องกันโควิด-19

โดยยืนยันว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวของ ประธานรัฐสภา เป็นการเดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาของประชาชนและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งของประธานรัฐสภาเพราะปัจจุบันมีปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ

ดังนั้น การลงพื้นที่มอบหน้ากากอนามัยให้กับหน่วยงานราชการและประชาชนของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จึงถือเป็นการปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งหน้าที่ของประธานรัฐสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นผู้แทนปวงชน โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งประชาชนกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนนั้นชอบด้วยกฎหมาย หากต้องการตรวจสอบเชื่อว่าท่านชวน เองก็ยินดี เพราะท่านเป็นแบบอย่างในการปฎิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด และท่านเองก็กำชับในการเดินทางทุกครั้งว่าให้เดินทางเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องมีคณะติดตาม จะมีก็แต่รถที่ช่วยขนของในยามกรณีที่จำเป็นเท่านั้น 

นางสาวศิริภา กล่าวว่า หากนายเรืองไกรว่างงาน หรืออยากสร้างผลงานให้กับพรรคใหม่ ที่ย้ายมา แนะนำให้เอาเวลาไปตรวจสอบหัวหน้าพรรคท่านเองด้วยว่าการใช้รถประจำตำแหน่งเดินทางไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อทุกๆเช้านั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถือเป็นการใช้รถประจำตำแหน่งในภารกิจของมูลนิธิหรือเป็นภารกิจของรองนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าหัวหน้าพรรคท่านเองก็คงยินดีให้มีการตรวจสอบเหมือนที่โดนตรวจสอบอยู่บ่อยครั้ง

Meet THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน | ประจำวันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2564

ติดตามประเด็นร้อน กับรายการ Meet THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ศ.ดร.กนก บี้ ประภัตร ฉีดวัคซีนวัวแก้โรคลัมปี สกิน หลังรับปากสภาเร่งแก้ไขตั้งแต่ 17 มิ.ย. ผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ ไร้เงาปศุสัตว์ลงพื้นที่แก้ปัญหา แถมมีไอ้โม่งโผล่ รับฉีดวัคซีนตัวละ 500-700 บาท ถาม ปศุสัตว์จังหวัดทำอะไรอยู่ เกษตรกรรอไม่ไหวแล้ว

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ รีบแก้ปัญหาโรคลัมปีสกินกำลังระบาดหนักในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกำลังแพร่ระบาดไปในหลายพื้นที่ ของประเทศ หลังรับปากที่ประชุมสภาไว้ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ยืนยันจะเร่งเยียวยาเกษตรกรด้วยอัตราค่าเสียหายใหม่พร้อมกับจัดหาวัคซีนไปฉีดวัวโดยเร็วที่สุด แต่จนถึงวันนี้ (28 มิถุนายน) เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์แล้ว ที่รัฐมนตรีประภัตรบอกสภาว่า สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งจัดหาวัคซีนและไปฉีดวัคซีนให้วัวของเกษตรกรนั้น เกษตรกรยังไม่พบเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เลย

มีส.ส.จำนวนหนึ่งติดต่อสอบถามไปยังปศุสัตว์จังหวัดว่าเมื่อไหร่จะไปฉีดวัคซีนให้วัวของเกษตรกรในพื้นที่ คำตอบที่ได้รับจากปศุสัตว์จังหวัดคือ “กำลังทำแผนการฉีดวัคซีน” นับเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถามคือ “เมื่อไหร่จะไปฉีดวัคซีน” คำถามคืออะไรเกิดขึ้นที่กรมปศุสัตว์และปศุสัตว์จังหวัด ในเวลาเดียวกันกลับมีบุคคลจำนวนหนึ่งลงไปรับจ้างฉีดวัคซีนวัวให้เกษตรกร โดยคิดค่าบริการตัวละ 500-700 บาท

“เกษตรกรต้องเห็นวัวของตัวเองตายไปทีละตัวสองตัว หลายคนวัวตายจนหมดแล้ว ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งนอนร้องไห้ที่บ้าน และอย่างดีที่ทำได้คือบอกส.ส.ในพื้นที่ของตนเท่านั้นวิกฤตโรคลัมปีสกินเกิดขึ้นคู่ขนานกับโรคโควิด-19 ทั้งสองโรคมีหลักการแก้ปัญหาเหมือนกัน คือ ด้วยความเร็ว ความแม่นยำ ความทั่วถึงของการแก้ปัญหา ซึ่งดูเหมือนกรมปศุสัตว์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังไปไม่ถึงการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและควรจะเป็น ถ้ากรมปศุสัตว์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคิดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก ผมขอเสนอข้อคิดง่าย ๆ และปฏิบัติได้ คือ

1.) อะไรที่ศบค.ทำถูกต้องให้ทำตาม

และ 2.) อะไรที่ศบค.ทำไม่ถูกต้องไม่ต้องทำซ้ำ เกษตรกรเลี้ยงวัวรอไม่ไหวแล้วจริง ๆ ครับ” ศ.ดร.กนก กล่าว

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. เขตบางขุนเทียน และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวแสดงความเห็นต่อแนวทางบริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะการลักหลับออกคำสั่งปิดแคมป์แรงงานเป็นเวลา 30 วัน ว่า...

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. เขตบางขุนเทียน และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวแสดงความเห็นต่อแนวทางบริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะการลักหลับออกคำสั่งปิดแคมป์แรงงานเป็นเวลา 30 วัน ว่า...

คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ออกมาเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤติโควิดที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่านี่คือเข้าสู่ระลอก 4 แล้ว โดยการกระจายเชื้อเกิดขึ้นเป็นวงกว้างไม่ใช่เฉพาะในแคมป์แรงงานหรือร้านอาหารเท่านั้น แต่สามารถจะพบได้จากชีวิตประจำวันในชุมชน หมู่บ้าน หอพัก คอนโดมิเนียม ที่ทำงาน แต่การสั่งที่เน้นลงไปที่แรงงาน เป็นเรื่องของการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่นั่งเป็นประธานสารพัดชุดเฉพาะกิจ ไม่ว่าจะเป็น ประธานศูนย์อำนวยการจัดการวัคซีนแบบ Single Command, ผู้อำนวยการ ศบค.กรุงเทพและปริมณฑล, ผู้อำนวยการ ศบค. และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่ได้รวบอำนาจใน พ.ร.บ. ทั้ง 31 ฉบับจากสาธารณสุขและหน่วยงานมาไว้กับตนเอง ต้องการหาแพะมารับบาปแทนตัวเองที่ไม่สามารถบริหารสถานการณ์ได้ หรือต้องบอกว่าเป็นตัวการสำคัญที่ลากให้สถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ได้

“การโทษไปที่แคมป์แรงงาน ก็เพื่อบอกชาวกรุงเทพว่าคนกลุ่มนี้เป็นต้นเหตุของตัวเลขที่พุ่งสูงในช่วงนี้ทั้งที่สถานการณ์ที่เป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นเสียทั้งหมด ในสถานการณ์นี้ยังมีคนทำงานหรือคนกรุงเทพทั่วไปอย่างพวกเราที่ต้องออกไปทำงานแลกข้าว แลกอาหาร แลกค่าแรง ที่หยุดงานไม่ได้และยังสามารถที่จะกระจายเชื้อได้อยู่ดี แต่อาจเป็นเพราะแรงงานเป็นกลุ่มที่มีปากเสียงในสังคมน้อยอยู่แล้ว จึงทำให้รัฐบาลเลือกพวกเขามาเป็นเหยื่อรองรับอารมณ์ของสังคมแทนตัวเองในครั้งนี้ และพยายามตีเนียนหาวิธีลดตัวเลขผู้ติดเชื้อและการหาเตียงในกรุงเทพฯ ด้วยการลักหลักออกประกาศปิดแคมป์ตอนตี 1 เป้าหมายเพื่อให้เกิดความโกลาหลและให้คนรีบกลับต่างจังหวัดก่อนประกาศจะมีผลบังคับใช้จริง กรุงเทพฯ จะได้มีเตียงเหลือพอ

โร้ดแม็ปนี้เป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เองที่หลุดพูดออกมา การกระทำแบบนี้ต้องบอกว่าเลวร้ายมากเพราะนอกจากวิกฤติในกรุงเทพฯ จะไม่ลดแล้วยังจะเป็นการส่งเชื้อให้กระจายไปทั่วประเทศอีกด้วย และถ้าเกิดสถานการณ์นั้นเมื่อไหร่ เชื่อได้เลยว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็จะออกมาด่าตราหน้าพวกเขาว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งที่สถานการณ์นี้เป็นท่านเองที่สร้างมันขึ้นมาทั้งนั้น”

ณัฐชา กล่าวว่า การกระทำกับแรงงานเช่นนี้คือภาพสะท้อนอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลนี้มองคนไม่เท่ากันมาโดยตลอด และบริหารวิกฤติอย่างอำมหิต แรงงานคือคนอีกระดับที่จะถูกจัดการอย่างไรก็ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่แรงงานต้องการก็ไม่ต่างจากคนอื่นในประเทศนี้ เขาต้องการได้รับการตรวจที่รัฐบาลต้องตรวจเชิงรุก เขาต้องการพื้นที่กักตัวแยกตัวที่ได้รับการดูแลอย่างเป็นมนุษย์ไม่ใช่คุกสังกะสีที่เรียกว่าแคมป์คนงานที่มีทหารเฝ้าคุม เขาต้องการหมอพยาบาลและการรักษาเมื่อเจ็บป่วย และเขาก็ต้องการการชดเชยเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลเมื่อมีคำสั่งของรัฐมากระทบ ตนเชื่อว่า หากพวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ยอมรับ และเข้าใจ ไม่ว่ามาตรการจะเข้มงวดแค่ไหนเขาก็ยินดีจะปฏิบัติตาม

“ถ้ารัฐบาลมองคนเท่ากันจะไม่มีประกาศลักหลับเช่นนี้ออกมา สิ่งที่ผู้นำที่มีวุฒิภาวะทั่วโลกทำให้เห็นตลอด คือทุกครั้งที่เขาจะมีมาตรการใดออกมากระทบต่อพี่น้องประชาชน เขามักเริ่มต้นด้วยคำขอโทษ เริ่มต้นด้วยความเห็นใจและเริ่มต้นด้วยการชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จากนั้นเขาจะพูดถึงวิธีการดูแลเยียวยาที่เขาจะทำเพื่อชดเชยผลกระทบเหล่านี้ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการแถลงข่าวอย่างยิ้มแย้มเล่นมุกกันในวันที่ผู้ติดเชื้อพุ่งไปกว่า 4,000 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการลักหลับออกคำสั่งโดยไม่พูดถึงการเยียวยาอะไรเลยและหายหน้าไปเพราะติดเสาร์อาทิตย์ ผมคิดว่าหากเราจะต้องมีผู้นำที่ไร้วุฒิภาวะเช่นนี้ สู้เราไม่มีเสียเลยจะดีกว่า เพราะถ้าไม่มีเรายังพอหาทางออกกันเองได้ แต่ถ้ามีแบบนี้ ต่อให้คนทั้งประเทศมีทางออก คนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ นี่แหละที่จะขวางทางออกไปหาความหวังของประเทศนี้ตลอดเวลา”

ณัฐชา ยังได้กล่าวต่อว่า วิกฤตของพี่น้องแรงงานที่กำลังประสบในขณะนี้ตนเองสัมผัสได้ดีในฐานะที่เคยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และอยู่ในสายงานนี้มาตลอดตั้งแต่เรียนจบในฐานะเด็กอาชีวะคนหนึ่ง การสั่งแรงงานก่อสร้างหยุดทำงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน มันคือ ‘คำสั่งตาย’ สั่งให้พวกเขาอด สั่งให้ขาดรายได้ และจะขาดลมหายใจในท้ายที่สุด คำสั่งที่ออกมาจึงเป็นเหมือนคำสั่งของคนที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้เลย เหตุใดตนจึงกล้าพูดเช่นนี้ นั่นก็เพราะแรงงานก่อสร้างมากกว่าร้อยละ 90 คือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน วันไหนที่ไม่ทำงานเท่ากับว่าไม่มีรายได้

ส่วนที่พักของคนงานจะถูกสร้างและออกแบบเพื่อนอนตอนกลางคืนอย่างเดียว เวลากลางวันอาศัยอยู่ไม่ได้เพราะก่อสร้างด้วยสังกะสี อากาศจะร้อนจนแทบสุก ปกติเขาจึงทำงานเกือบ 7 วัน น้อยมากที่จะอยู่ที่แคมป์นอกจากกลับมานอน

ดังนั้น เมื่อมีการสั่งพวกเขาห้ามทำงาน จึงเท่ากับสั่งให้เขาต้องใช้ชีวิตแบบไม่มีรายได้ภายในแคมป์สังกะสีร้อน ๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งแค่อยู่จริงแค่วันสองวันก็แทบอยู่ไม่ได้แล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าเมื่อคำสั่งออกมาว่าจะต้องอยู่แบบนี้เป็นเดือน ๆ ทำไมเขาจึงตัดสินใจไปเสี่ยงตายเอาที่บ้านเกิดดีกว่า

“ล่าสุด ได้ยินว่าท่านจะชดเชยค่าแรงให้แค่ร้อยละ 50 เรื่องนี้ก็ยังไม่ชัดเจน แต่หนี้และดอกเบี้ยชัดมากและยังเดินเต็มที่ ปกติแรงงานยังสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการกินกับไซต์งานได้ แต่เท่าที่ทราบเรื่องกระทั่งเรื่องการดูแลอาหารการกินก็ยังไม่ชัดเจน ที่ร้ายกว่านั้นคืองบเยียวยาท่านยังจะไปเอามาเงินกองทุนประกันสังคมมาใช้ จึงยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมมาก เพราะเงินก้อนนี้คือเงินของนายจ้างและลูกจ้างที่สะสมไว้เพื่ออนาคต ส่วนรัฐมีแต่ค้างหนี้ประกันสังคมอีกหลายหมื่นล้านบาท ไม่ยอมจ่ายแล้วยังจะไปล้วงเงินกระเป๋าของเขาเองแล้วบอกว่าเป็นเงินเยียวยาได้อย่างไร กู้เงินมาแล้วตั้งมากมายทำไมจึงไม่ใช้เงินของรัฐชดเชย เงินกองทุนประกันสังคมที่ควรจะเป็นหลักประกันความมั่นคงของคนทำงานหรือเป็นบำนาญยามแก่เฒ่าของลูกจ้างกลับถูกรัฐบาลล้วงกระเป๋ามาใช้เพื่อแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพของตัวเอง ถ้ายังทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ กองทุนประกันสังคมก็อาจมีความเสี่ยงที่จะล้มได้”

ณัฐชา ย้ำว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี และศบค. รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นผู้ออกคำสั่งที่สิ้นคิดนี้ว่า จะต้องมีการชดเชยทันทีอย่างเต็มที่ การชดเชยในที่นี้คือการชดเชยรายได้ การรับผิดชอบต่อชีวิตข้างหลังของพวกเขา ไม่ใช่แค่การแจกอาหารแห้งให้ประทังชีวิต ภาระที่อยู่เบื้องหลังของคนงานก่อสร้าง คือครอบครัว พ่อแม่ ลูกเมีย หากพวกเขาไม่มีรายได้ อีกหลายชีวิตก็ไร้อนาคตเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะแรงงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ที่อยู่ในธุรกิจนี้ทั้งระบบ อย่างผู้รับเหมาก่อสร้างเองก็มีผลกระทบเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่ส่งมอบงานล่าช้าเขาก็ต้องจ่ายค่าปรับ ยังมีค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่แพงขึ้น หรือต้องสั่งใหม่ ต้นทุนเหล่านี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จนถึงตอนนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศอวดครวญ ร่ำร้อง เป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาไม่ไหวแล้ว

การบริหารจัดการที่ล้มเหลวซ้ำ ๆ ของรัฐบาลเวลานี้ไม่ต่างอะไรเลยกับการบดขยี้ชีวิตของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เชื่อว่าสำหรับประชาชนตอนนี้คงเหลือแค่คำตอบเดียวเท่านั้นที่เขาอยากให้ความหวังเป็นจริงที่สุด นั่นก็คือ การได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปเสียที


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รอยยิ้มคนไทยจากผู้ใหญ่ใจดี ที่ชื่อ ‘โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ’ | Contributor EP.18

นาทีนี้คนไทยส่วนใหญ่น่าจะเริ่มรู้จักเขาคนนี้มากขึ้น

คุณโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย รองเท้ายี่ห้อ 'แอโร่ซอฟ' 

หลังจากสร้างรอยยิ้มให้คนไทย ทั้งการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโร2020 มาให้ชมภายใต้การตัดสินใจแค่เสี้ยววินาที
และแถมยังเป็นผู้ใหญ่ใจดี ยกเวลาโฆษณาในช่วงพักครึ่งให้ธุรกิจรายเล็กๆ แบบชาวบ้านๆ ได้มาโปรโมทขายของกันฟรี!! อีกด้วย 

.

.

ทบ. ระดมศักยภาพช่วยประชาฟันฝ่าโควิด พร้อมสนับสนุน สธ. เตรียม รพ.สนาม รับผู้ป่วย เดินหน้าฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้กำลังพลและประชาชน ขณะที่ฌาปนสถาน ทบ. ประกอบพิธีศพผู้ติดเชื้อแล้ว 231 ราย

ร้อยเอกหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. เปิดเผยว่า กองทัพบกดำรงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยทหารทั่วประเทศได้จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) และอาสาสมัครกิจการพลเรือน (อส.กร.) ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสาธารณสุขของรัฐบาล อาทิ ร่วมรณรงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19 และบริการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านช่องทางที่ สธ. กำหนด พร้อมแจกอุปกรณ์หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ให้กับประชาชน นอกจากนี้ในพื้นที่ที่พบการระบาดเฉพาะกลุ่ม (Cluster) หรือพื้นที่ที่ประชาชนประสบปัญหาการดำเนินชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพนั้น กำลังพลจิตอาสาและรถครัวสนามได้ลงพื้นที่ประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้กับประชาชน ดำเนินการตั้งแต่ 1 พ.ค.64 รวม 315,376 กล่อง พร้อมนำผลผลิตจากโครงการทหารพันธุ์ดีและพืชผลที่กองทัพบกได้อุดหนุนเกษตรกรรับซื้อจากไร่สวน มามอบให้กับประชาชนพื้นที่ดังกล่าว ช่วยเหลือเกษตรกรรวม 50,647 ราย

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านระบบสาธารณสุข กองทัพบกได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก” เพื่อเป็นสื่อกลางให้ความรู้คำแนะนำ และประสานข้อมูลระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 02-270-5685 ตลอด 24 ชม. ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 3 พ.ค.64 ถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการแล้ว 748 คู่สาย ส่วนผู้ที่ได้รับการตรวจหาเชื้อและพบผลบวกหรือเป็นผู้ติดเชื้อนั้น กองทัพบกโดยศูนย์เคลื่อนย้ายฯ ได้สนับสนุนรถพยาบาลรวมทั้งปรับยานพาหนะทางทหารที่มีอยู่และมีความเหมาะสม ในการรับ-ส่ง ผู้ติดเชื้อจากที่บ้านไปเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม และส่งกลับบ้านหลังครบกำหนดระยะเวลารักษาตามกระบวนการ สธ. รวมดำเนินการทั้งสิ้น 1,028 ครั้ง ขณะที่การสนับสนุนด้านสถานพยาบาลเพื่อดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยปัจจุบันยังคงพบยอดผู้ติดเชื้อกระจายตามพื้นที่ต่างๆ กองทัพบกจึงได้ปรับพื้นที่ในหน่วยทหารเป็นโรงพยาบาลสนามจำนวน 14 แห่งทั่วประเทศ สามารถรองรับได้ 2,317 เตียง ปัจจุบันมีผู้ครองเตียง 530 ราย ซึ่งยังคงมีปริมาณเตียงว่างเพียงพอต่อการสนับสนุน สธ.จังหวัด รับผู้ติดเชื้อในพื้นที่นั้นๆ ได้ 

ส่วนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 กองทัพบกยังคงสนับสนุนฌาปนสถาน ทบ. ทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ วัดโสมมนัสวรวิหาร, วัดอาวุธวิกสิตาราม และวัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต และส่วนภูมิภาค วัดสุทธจินดาวรวิหาร จ.นครราชสีมา สำหรับประกอบพิธีและฌาปนกิจศพอย่างต่อเนื่องให้กับครอบครัวที่มีความประสงค์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้การบริหารจัดการตามมาตรการป้องกันโรคของ สธ. ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินการฌาปนกิจศพ ช่วยเหลือคลายความกังวลให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตไปแล้ว 231 ราย 

ในส่วนของมาตรการป้องกันสำหรับกำลังพลและครอบครัว กองทัพบกได้กำหนดมาตรการระดับบุคคล หน่วยทหารและประชาชนทั่วไป ควบคู่ไปกับมาตรการพิทักษ์พลและแนวทางของ ศบค. พร้อมมอบโรงพยาบาลในสังกัด 37 แห่ง ดำเนินการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับกำลังพลโดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานพื้นที่เสี่ยงตามแนวทางจัดสรรของ สธ. ประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์, กกล.ป้องกันชายแดน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ รวมได้รับวัคซีนแล้ว 56,234 นาย และจะดำเนินการต่อเนื่องตามที่ได้รับการจัดสรร ตลอดจนการเตรียมการฉีดวัคซีน-19 ให้กับทหารใหม่ผลัดที่ 1/64 ที่จะเข้ากองประจำการในวันที่ 1 และ 3 ก.ค.64 นี้ เพื่อสร้างความปลอดภัย เสริมความมั่นใจให้กับทหารใหม่และครอบครัว นอกจากนี้โรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบกทั่วประเทศได้สนับสนุน สธ. จังหวัด ร่วมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมและโครงการที่รัฐบาลกำหนด ตั้งแต่ 7 มิ.ย.64 มีประชาชนผู้เข้ารับบริการรวม 36,350 ราย 

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่กำชับให้หน่วยทหารระดมศักยภาพในทุกมิติ สนับสนุนรัฐบาล ลดภาระสาธารณสุข พร้อมช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ดูแลให้ปลอดภัยและสามารถดำเนินชีวิตปกติได้อย่างดีที่สุดภายใต้สถานการณ์วิกฤตนี้


 

ทร. แจง ผบ.ทร. เสี่ยงต่ำ ใกล้ชิด “แพนเค้ก” ร่วมงาน ทร.  ไม่ต้องกักตัว รอสังเกตุอาหาร ยัน มีมาตรการเข้ม 

พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณีที่ นางสาว เขมนิจ จามิกรณ์ แพนเค้กโฆษกพิเศษกองทัพเรือ แจ้งผลการตรวจเชื้อไวรัส  COVID-19 มีผลเป็นบวก โดย ระบุ TIMELINE ว่า ได้ไปร่วมงานที่กองทัพเรือ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นั้น ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพเรือได้ดำเนินการตามมาตรการ  DMHT  ในการ ป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างเคร่งครัด  ประกอบด้วย  D : Distancing เว้นระยะห่างระหว่างกัน  M : Mask Wearing สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา H : Hand washing ล้างมือบ่อย ๆ T : Testing ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้างาน จากข้อมูล โดยกรมแพทย์ทหารเรือ 

สำหรับการจัดกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดตามระดับความเสี่ยงการรับเชื้อ มีดังนี้

ผู้สัมผัสที่เสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ได้แก่ 

1.) ผู้สัมผัสใกล้ชิดในที่ทำงาน / ในชุมชน ได้แก่ผู้ที่พบปะกับผู้ป่วยในขณะมีอาการและมีประวัติอาจจะสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินเดินหายใจ หรือไอจามจากผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า 2019 

2.) ผู้ที่อยู่ในชุมชนเดียวกับผู้ป่วยและสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือไอจามจากผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า 2019 

3.) บุคคลนอกเหนือจากข้อ1และข้อ2 ที่อยู่ในระยะห่างไม่เกิน1เมตรจากผู้ป่วย ซึ่งรวมระยะเวลาที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้านานกว่า5นาที

นอกเหนือจากนั้น จะจัดอยู่ในกลุ่มเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ รวมถึงกรณี การใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทั้งผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัส ก็ถือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ

สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จะทำการกักตัว 14วัน และ SWAB ในครั้งแรก และในวันที่ 12 สำหรับผู้สัมผัสความเสี่ยงต่ำ ให้เฝ้าระวังตนเองโดยไม่ต้องกักตัว หากมีอาการป่วยให้มาพบแพทย์

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวยืนยันว่าในกรณีของผู้บัญชาการทหารเรือ ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากมีการใส่หน้ากากอนามัยทั้งสองฝ่าย  ไม่ต้องกักตัว แต่อย่างไรก็ตามต้องเฝ้าสังเกตอาการตนเองเป็นระยะเวลา 14 วัน 
 
 โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า  การเดินทางเข้ามาร่วมงานที่กองทัพเรือ ของ แพนเค้ก เนื่องจาก ในวันที่ 3 ส.ค.64 กองทัพเรือ และ สภากาชาดไทยจะจัดให้มีการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 47 เพื่อหารายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย โดยได้เชิญ เขมนิจ จามิกรณ์ (แพนเค้ก) โฆษกพิเศษกองทัพเรือ  มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน ร่วมกับ กองทัพเรือ และสภากาชาดไทยช่วยคนไทยรับมือ COVID-19  

ตำรวจฮ่องกง จับกุมอดีตนักหนังสือพิมพ์อาวุโสที่เคยทำงานให้กับ ‘แอปเปิลเดลี’ ในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่เจ้าตัวกำลังเตรียมเดินทางออกนอกประเทศที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง เมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ (27 มิ.ย.)

Fung Wai-kong วัย 57 ปี ถือเป็นพนักงานรายที่ 7 ของแอปเปิลเดลี สื่อโปรประชาธิปไตยฮ่องกง ที่ถูกจับฐานละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ตำรวจแถลงว่า Fung ซึ่งเคยเป็นทั้งบรรณาธิการและคอลัมนิสต์ของแอปเปิลเดลี ถูกจับที่สนามบินฮ่องกง ‘ฐานสมคบคิดต่างชาติเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคง’ ของจีน โดยเวลานี้เขายังถูกควบคุมตัวและกำลังมีการสอบสวนอยู่

แจ็ค เฮเซลวูด อดีตนักหนังสือพิมพ์ของแอปเปิลเดลี ทวีตข้อความว่า Fung พยายามที่จะขึ้นเครื่องบินหนีไปลอนดอน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษมีมาตรการตอบโต้การปิดกั้นเสรีภาพสื่อในฮ่องกง

แอปเปิลเดลีซึ่งเป็นสื่อแทบล็อยด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในฮ่องกงถูกบีบให้ต้องปิดตัวลงอย่างกะทันหัน หลังโดนตำรวจบุกค้นสำนักงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. และยังถูกอายัดทรัพย์สินและบัญชีธนาคารทั้งหมด จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปอีกได้

สื่อฉบับนี้ตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายออกวางจำหน่ายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ทางการฮ่องกงอ้างว่า บทความหลายสิบชิ้นของแอปเปิลเดลีมีเนื้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนเริ่มบังคับใช้กับฮ่องกงตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลฮ่องกงใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือไล่บี้สื่อมวลชน

นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ชี้ว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้นขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง และลิดรอนเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนบนอดีตเกาะอาณานิคมอังกฤษที่ถูกส่งคืนให้แก่จีนในปี 1997

หลายคนยังมองว่า การปิดแอปเปิลเดลีซึ่งเป็นสื่อที่นำเสนอทั้งข่าวซุบซิบและมุมมองเชิงประชาธิปไตย รวมถึงตรวจสอบผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ถือเป็น ‘จุดจบ’ ของเสรีภาพสื่อในฮ่องกง

ทางการจีนและฮ่องกงปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่กวาดล้างผู้เห็นต่าง และยืนยันว่ารัฐนั้นให้ความเคารพต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่ไม่อาจยอมให้สื่อทำงานอย่างไร้ขอบเขตจนเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติได้

อวสานของแอปเปิลเดลีนับเป็นความสูญเสียล่าสุดสำหรับ จิมมี ไล (Jimmy Lai) มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท เน็กซ์ ดิจิทัล ซึ่งเป็นผู้ตีพิมพ์แอปเปิลเดลี โดยเวลานี้ตัวเขาเองก็ถูกอายัดทรัพย์สิน, ดำเนินคดี และจำคุกฐานฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงและเข้าร่วมการชุมนุมอย่างผิดกฎหมาย

ศาลฮ่องกงยังเตรียมเปิดการไต่สวน ไล ในความผิดฐานสบคบคิดต่างชาติ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม สมาคมนักหนังสือพิมพ์ฮ่องกงได้ออกคำแถลงประณามการจับกุม Fung พร้อมเรียกร้องให้ตำรวจชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ล่าสุด เว็บไซต์ข่าว Stand News ซึ่งเป็นสื่อโปรประชาธิปไตยในฮ่องกงได้ประกาศเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (27 มิ.ย.) ว่าจะงดรับสปอนเซอร์รายเดือน และเตรียมถอดบทความแสดงข้อคิดเห็นเก่า ๆ บางชิ้นออก

 

 

ที่มา: รอยเตอร์

https://mgronline.com/around/detail/9640000062315


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top