Wednesday, 10 June 2026
Hard News Team

รมว.เฮ้ง ส่งมอบปลากระป๋องและไข่ไก่แก่สมาคมก่อสร้างไทย ช่วยเหลือตามมาตรการปิดแคมป์คนงาน สู้ภัยโควิด-19

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งมอบปลากระป๋องจำนวน 90,000 กระป๋อง และไข่ไก่จำนวน 250,000 ฟอง แก่ นายปิติพันธุ์ ธนศรีวนิชชัย รองเลขาธิการ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้รับมอบ โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน 

นายสุชาติ กล่าวว่า ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานจากกรณีที่ทาง ศบค.มีมติให้ปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง งดการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ นครปฐม เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในคลัสเตอร์แคมป์คนงานนั้น และได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้โดยการจ่ายเยียวยาสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 50 เปอร์เซ็นของค่าจ้างนั้น

“ในวันนี้กระทรวงแรงงาน ขอขอบคุณภาคเอกชนอย่างบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ที่ได้มอบปลากระป๋อง 90,000 กระป๋อง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟที่ได้มอบไข่ไก่ 200,000 ฟอง และบริษัทในเครือแสงทอง-อัครา ได้มอบไข่ไก่ 50,000 ฟอง ที่ร่วมแรงร่วมใจกับภาครัฐ สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ส่งมอบให้แก่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานตามมาตรการปิดแคมป์คนงานต่อไป” นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด

เตียงขาดแคลน! เปิดเงื่อนไขกลุ่มติดเชื้อโควิด อยากกักตัวอยู่บ้านต้องทำตามนี้!

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยที่ขยายเป็นวงกว้างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งอาจทำให้การรองรับของสถานพยาบาลไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้ป่วย 

กรมการแพทย์ จึงได้มีแนวทางปรับการรักษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ สามารถกักตัวรักษาได้ที่บ้าน ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ พยาบาล ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลสนาม สามารถบริหารจัดการเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้

สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่สามารถกักตัวได้ที่บ้าน (Home Isolation) นั้น ต้องมีอายุน้อยกว่า 60 ปี, ไม่มีอาการ (asymptomatic cases), มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง, อยู่คนเดียว หรือ มีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน, ไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึง ดัชนีมวลกาย > 30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว > 90 กก.) 

และที่สำคัญที่สุด ไม่ป่วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ และผู้ป่วยยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเองอย่างเคร่งครัด


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ตกรอบ แต่ฟอร์มดี 'ปอล ป็อกบา' นักเตะทรงผมเด่นจากทีมชาติฝรั่งเศส

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

เก็บกระเป๋ากลับบ้านไปอีกราย สำหรับทีมชาติฝรั่งเศส เต็งหนึ่งที่หลายฝ่ายตั้งเป้าว่าจะคว้าแชมปยูโรหนนี้ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรที่แน่นอน โดยเฉพาะเกมที่เตะนัดเดียวตกรอบแบบนี้

ถึงฝรั่งเศสจะปิดฉากยูโร 2020 ลงไป แต่ชื่อของนักเตะคนหนึ่งในทีมกลับถูกพูดถึงค่อนข้างมาก ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ป็อก-ปอล ป็อกบา นักเตะทรงผมดีเด่นนั่นยังไง

ไปแซวว่าเป็นนักเตะทรงผมดีเด่น ประเดี๋ยวพี่ป็อกจะโกรธเอา เพราะฟอร์มการเล่นของพี่ป็อกในทัวร์นาเม้นท์นี้ ดูดีผิดทรงผมตัวเองอย่างมาก

มีสถิติที่บ่งชี้ว่า ป็อกบาทำผลงานในยูโรครั้งนี้ได้ดีจริงอะไรจริง โดยสามารถทำประตูได้ 1 ประตู แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูไปอีก 1 ประตู การจ่ายบอลแม่นยำคิดเป็น 86% ความพยายามในการยิงประตู 8 ครั้ง เข้าสกัดสำเร็จ 7 ครั้ง และแย่งบอลมาครองได้ถึง 11 ครั้ง

เรียกว่าฟอร์มหรูดูมีชาติตระกูลเอามาก ๆ ซึ่งข้อสันนิษฐานหนึ่งที่บ่งชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้ฟอร์มป็อกบาเด็ดสะระตี่แบบนี้ เพราะพี่แกเปลี่ยนทรงผม ไม่ช่าย! เรื่องนั้นมันปกติอยู่แล้ว

แต่เหตุที่ป็อกบาทำผลงานได้ดี เรื่องของเรื่อง เพราะมีเพื่อนร่วมทีมที่มีฝีเท้าจัดจ้านทั้งนั้น โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อาเดรียง หรือโกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ไม่นับรวม อ็องตวน กรีซมันน์ เพื่อนซี้ที่มองตาก็รู้ใจ

ด้วยเหตุนี้เลยทำให้พี่ป็อกดูเล่นสบาย คลายกังวล และเคลื่อนที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีเสมอ แม้ฝรั่งเศสจะไปไม่ได้ไกลอย่างที่คิด แต่ผลงานส่วนตัวของพี่ป็อกก็พอจะกลบความพลาดหวังในครั้งนี้ไปได้

ที่สำคัญ มันยังส่งผลไปถึงเรื่องค่าตัว ที่หากมีแนวโน้มว่า เจ้าตัวจะย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์นี้ พี่ป็อกก็คงได้ ‘อัปค่าเหนื่อย’ มาปรับแต่งทรงผมอีกไม่น้อยเลยทีเดียว (เข้าใจเลือกฟอร์มดีนะเพ่!)


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ศิริกัญญา’ ร้องหยุดเยียวยาเหลื่อมล้ำลักลั่น จี้รัฐบาลหยุดล้วงกระเป๋าผู้ประกันตน เอาเงินกองทุนประกันสังคมไปจ่ายเยียวยาล็อกดาวน์ ถาม! เงินกู้สำหรับเยียวก็มีทำไมไม่ใช้???

วันที่ 29 มิถุนายน 2564 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยต่อสื่อมวลชน วิจารณ์มาตรการการเยียวยาล่าสุดหลังรัฐบาลออกคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้างและไม่อนุญาตให้นั่งในร้านอาหารในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

โดยนางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า มาตรการเยียวยาล่าสุด ที่เขียนออกมาได้ซับซ้อน มีเงื่อนไขซ้อนเงื่อนไขเต็มไปหมด เงื่อนไขสำคัญ คือบริษัทอยู่ในระบบประกันสังคมหรือไม่ ทำให้การจ่ายเงินเยียวยาเกิดอาการลักลั่นโดยไม่จำเป็น กลายเป็นว่าลูกจ้างใหม่จะไม่ได้รับเงินเยียวยา เพราะเงื่อนไขการเยียวยาของประกันสังคมคือต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนคนที่นายจ้างไม่ได้เข้าประกันสังคมจะได้เงินแค่ 2,000 บาท

ถามว่ามันเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างประกันสังคมไหม? ถามว่ามันเป็นความผิดอะไรของลูกจ้างที่นายจ้างไม่ยอมเข้าระบบ? ถามว่าแรงงานข้ามชาติที่สมทบประกันสังคม จะได้เงินเยียวยาหรือไม่? ยังไม่ต้องพูดถึงร้านอาหารที่ไม่ได้เข้าประกันสังคม ยินดีด้วยคุณจะได้เงิน 3,000 บาทถ้วน

โดยอีกประเด็นที่สำคัญ คือการที่รัฐบาลเลือกใช้มาตรการเยียวยาจากกองทุนประกันสังคม แทนที่จะใช้จากงบประมาณตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯ

“จากการลดสมทบกองทุนประกันสังคม 4 ครั้ง รวม 88,831 ล้านบาท และจากเยียวยาจากเหตุสุดวิสัย 2 ครั้ง รวม 11,400 ล้านบาท รวมแล้วใช้ไปกับโควิดประมาณ 100,321 ล้านบาท รวมครั้งนี้ด้วยก็จะเป็นเงินกว่า 103,731 ล้านบาท

ต้องย้ำอีกครั้ง เงินประกันสังคมเป็นการสมทบระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล เพื่อดูแลสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานในปัจจุบันและอนาคต จึงไม่ใช่งบประมาณที่จะนำออกมาใช้เยียวยาในยามวิกฤติ ดังนั้นบอร์ดประกันสังคมที่นั่งอยู่ตอนนี้แล้วอนุมัติเงินให้รัฐบาลใช้ควรตระหนักไว้ด้วยว่าคุณกำลังขูดเลือดเนื้อผู้ประกันตนทั้งประเทศเพื่อนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์

ที่ผ่านมา รัฐล้วงเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปมากแล้ว ทั้ง ๆ ที่ก็มีเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับคือ 1 ล้านล้าน และ 5 แสนล้าน พร้อมจ่ายเยียวยาให้ตรงวัตถุประสงค์อยู่แล้ว” นางสาวศิริกัญญากล่าว

โดยรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะไม่วี่แววว่ารัฐบาลจะคืนเงินให้กองทุนประกันสังคมแล้ว ในร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2565 ประกันสังคมยังถูกตัดงบลงอีกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ’ เรียกร้องรัฐบาลทำ 5 ข้อ จัดหาวัคซีนให้เพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ กระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลการเมือง

นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ออกประกาศ เรื่อง “วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 2 โดยเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ดำเนินดังนี้...

1.) รัฐบาลควรใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้มีใช้อย่างเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ และประสิทธิผลต่อเชื้อกลายพันธุ์มาใช้ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเป็นอันดับแรก

2.) รัฐบาลควรใช้ความพยายามอย่างสูงสุดและเร็วที่สุด ในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกทุกชนิดที่ได้รับการอนุมัติโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยปรับกฎระเบียบและระบบราชการที่ทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงสนับสนุนการวิจัยวัคซีนและผลิตวัคซีนภายในประเทศ

3.) รัฐบาลควรบริหารจัดการกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ มีความชัดเจนและโปร่งใส ให้ความสำคัญกับหลักการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์ใด ๆ รวมทั้งต้องสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างเปิดเผยและรวดเร็ว

4.) ประชาชนควรเข้ารับวัคซีนโดยเร็วที่สุด ทั้งที่รัฐบาลจัดหามาให้และวัคซีนทางเลือก โดยยังต้องให้ความสำคัญของมาตรการการป้องกันโรค ได้แก่ งดเว้นกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม การเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย อย่างเคร่งครัด ถึงแม้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว

5.) สมาชิกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ทุกคนควรเข้ารับวัคซีนเมื่อมีโอกาสได้รับการฉีดเร็วที่สุด เพื่อลดการเจ็บป่วย ลดการกักตัว ลดการนำเชื้อไปสู่ผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน ลดการระบาดภายในสถานพยาบาล รวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับแพทย์สาขาอื่น ๆ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในการยอมรับวัคซีนโควิด-19

 

ที่มา: https://www.topnews.co.th/news/32482


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เริ่มแล้ว! ‘มหกรรมพลิกล็อก’ ในศึกฟุตบอลยูโร 2020

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

เริ่มแล้ว! มันกำลังเริ่มขึ้นแล้ว!! เรากำลังพูดถึง ‘มหกรรมพลิกล็อก’ ที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำในศึกฟุตบอลยูโร งานนี้บรรดา ‘พี่ ๆ ทีมรอง’ ทั้งหลาย เริ่มจับมือกันเป็นภาคีเครือข่าย สร้างปฏิบัติการหักปากกาเซียน คนละป๊อก สองป๊อก!

ย้อนความกันสักหน่อย ถ้าคุณยังจำทีมอย่างเดนมาร์ก ในยูโร 1992 ทีมอย่างกรีซ ในยูโร 2004 หรือแม้แต่โปรตุเกสในยูโร 2016 ครั้งที่แล้ว ทั้งหมดนั้นถูกจัดว่าเป็นทีมแคทรียา อิงลิช หรือทีมนอกสายตา (ถ้าเกิดไม่ทันเพลงนี้ก็ข้ามไปนะ) ที่สุดท้ายคว้าแชมป์ไปเฉย!

กระทั่งมาถึงยูโร 2020 แม้ในรอบแรก บรรดาทีมใหญ่-ทีมเต็งจะยังรักษามาตรฐาน ตบเท้าเข้ารอบกันแบบไม่มีรถผ้าป่าคว่ำกลางทาง แต่พอมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ภาพเดิมที่เคยคุ้นตา ก็เริ่มวนกลับมาอีกครั้ง

เดนมาร์ก, สาธารณรัชฐเช็ก และสวิตเซอร์แลนด์ เริ่มปฏิบัติการ ‘ตบทีมเต็ง’ และเริ่มมีออร่าที่น่ากลัว คือน่ากลัวว่าจะไปยาวยันรอบชิงฯ นี่ยังไม่นับสวีเดนและยูเครนที่จะลงดวลกันเอง ทั้งหมดคือทีมที่ประมาทไม่ได้ โปรดลืมภาพในรอบแรกไปให้สิ้น!

ถามว่า อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้จู่ ๆ บรรดาทีมทั่นรองเหล่านี้เกิดฟอร์มดุ มีความแข็งแกร่งขึ้นมาซะอย่างนั้น คำตอบง่าย ๆ คือ บอลน็อกเอาต์ นัดเดียวตกรอบ ขอแค่มีพลัง ความสด ความตั้งใจ และไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้

เดนมาร์กเผาเครื่องเวลล์, เช็กขย่มเนเธอร์แลนด์ และสวิสตบเต็งหนึ่งฝรั่งเศสตกรอบ ยัง! เชื่อว่าจะยังไม่หมดเท่านี้ และที่สำคัญ ห้ามกาชื่อพวกพี่ ๆ ทั่นรองเหล่านี้ออกจากทีมลุ้นแชมป์ เด็ดขาด!

ตามดูกันต่อไปว่า ทีมไหนจะไปได้ยาวที่สุด และถ้าฟุตบอลยูโรจะมีชื่อเล่น คงต้องตั้งชื่อให้ว่า ศึกฟุตบอลปราบเซียน!


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ป.ป.ช. ชี้มูลฯ กิตติรัตน์ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้มีการเอื้อประโยชน์ “สยามอินดิก้า” บริษัทค้าข้าวชื่อดัง เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ “BULOG” พร้อม ฟัน อดีตบิ๊ก อคส.-เอกชน ผิดหลายกระทง

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยละเว้นไม่ควบคุมดูแลหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบ กรณีองค์การคลังสินค้าคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ BULOG ประเทศอินโดนีเซีย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 องค์การคลังสินค้ากับองค์การสำรองอาหาร หรือ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ทำสัญญาซื้อขายข้าว ปริมาณ 300,000 ตัน ในราคาตันละ 559 เหรียญสหรัฐ และเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาดังกล่าว องค์การคลังสินค้าจึงได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการค้าข้าวให้เสนอขายข้าวขาว 15% เพื่อส่งมอบให้แก่ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย 

โดยวิธียื่นซองเสนอราคา ในวันที่ 13 ธันวาคม 2554 โดยไม่ปรากฏว่าหนังสือดังกล่าวได้มีการประกาศเป็นการทั่วไปซึ่งไม่ชอบด้วยระเบียบองค์การคลังสินค้าว่าด้วยการจัดซื้อสินค้าเพื่อการค้าปกติ พ.ศ. 2541 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 มีผู้ยื่นซองเสนอราคา จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และบริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทได้มอบอำนาจให้พนักงานของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้มายื่นซองเสนอราคา ผลการพิจารณาคุณสมบัติปรากฏว่า บริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว จำกัด ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ จึงเหลือเพียงบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เพียงบริษัทเดียว นายสุรศักดิ์ ศรีประภา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้าและได้รับมอบหมายให้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าในขณะนั้น จึงได้อนุมัติให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้แก่ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย 

นายนิวัติไชย กล่าวว่า โดยองค์การคลังสินค้าได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำนวน 100,000 ตัน ราคาตันละ 559 เหรียญสหรัฐ และต่อมาองค์การคลังสินค้าได้มีการทำบันทึกต่อท้ายสัญญากับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เพื่อตกลงซื้อขายข้าวเพิ่มเติมอีก จำนวน 200,000 ตัน โดยไม่มีการออกประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเสนอราคาขายข้าวเพื่อแข่งขันราคากันแต่อย่างใด กรณีดังกล่าวจึงถือได้ว่านายสุรศักดิ์ นายพิทีรต์ ตั้งพสสวัสดิ์ หรือนายพิพรรธารย์ มาตธินินทร์ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า และนายสมศักดิ์ วงศ์วัฒนศานต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ได้ร่วมกระทำไปโดยมุ่งหมายและมีวัตถุประสงค์ ที่จะเอื้ออำนวยให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เข้าเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับองค์การคลังสินค้าและไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม อันเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการเสียหายแก่องค์การคลังสินค้า

นายนิวัติไชย กล่าวว่า ข้อเท็จจริงยังรับฟังได้อีกว่า ภายหลังจากที่องค์การคลังสินค้าได้คัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบให้แก่ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้เข้าพบนายกิตติ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทักท้วงว่าการคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ BULOG ประเทศอินโดนีเซีย มีการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนายกิตติรัตน์ ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าองค์การคลังสินค้าได้คัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ BULOG ประเทศอินโดนีเซีย แต่นายกิตติรัตน์ ไม่ใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้มีการตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์การคลังสินค้าดังกล่าว กลับแจ้งแก่ผู้แทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รวมถึงให้ข่าวแก่สื่อมวลชนว่าจะไม่มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวอ้างว่าการดำเนินการขององค์การคลังสินค้าเป็นไปโดยชอบ และทางฝ่าย BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เป็นผู้เลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แต่ปรากฏว่า BULOG ไม่เคยให้ข้อเสนอแนะหรือแนะนำรายชื่อผู้ส่งออกข้าวให้กับองค์การคลังสินค้าแต่อย่างใด แสดงให้เห็นเจตนาว่าต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้แก่ BULOG ของรัฐบาลอินโดนีเซีย แต่เพียงผู้เดียว 
 
นายนิวัติไชย กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังต่อไปนี้ การกระทำของนายกิตติรัตน์ มีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ส่วนการกระทำของนายสุรศักดิ์ นายพิทีรต์ดิ์ หรือนายพิพรรธารย์ นายสมศักดิ์ และบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวก มีมูลความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 10 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติ  ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 และมาตรา 11 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

“จุรินทร์” เชื่อไม่มีอุปสรรค์ สามารถเดินหน้าแก้รธน.ได้ ขอทุกฝ่ายอย่าตั้งแง่ว่าเป็นร่างของใคร ชี้ถ้าไม่ร่วมใจกันโอกาสสำเร็จยาก ส่วนส.ว.เตรียมยื่นศาลรธน.ตีความเป็นเรื่องแต่ละบุคคล

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรปคระชาธิปัตย์ อาจมีปัญหา ว่า ได้คุยกับหลายพรรคการเมือง และนักกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายของหลายฝ่าย รวมทั้งประสภการณ์ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตนจึงไม่คิดว่าจะมีปัญหา แต่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะการเขียนหลักการณ์เป็นการเขียนกว้าง ๆ ว่าต้องแก้เรื่องอะไรด้วยเหตุผลอะไร เมื่อไปสู่วาระที่สอง ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ และสมาชิกรัฐสภาที่ต้องไปปรับปรุงแก้ไขมาตราอื่น ๆ ที่ยังขัดแย้งกับหลักการให้สอดคล้องได้ แม้แต่แก้ตัวเลขมาตราอื่น ๆ ก็แก้ได้ เพราะถ้าผลของการรับหลักการณ์ทำให้ต้องเพิ่มมาตรา มาตราที่เหลือก็ต้องขยับชื่อตัวเลขก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ที่รับหลักการ แม้ระบุไว้แค่ 2-3 มาตรา แต่มาตราไหนที่แก้แล้วขัดแย้งกับมาตราหลักก็สามารถแก้ไขได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ตนจึงไม่คิดว่าจะมีอุปสรรค์อะไรในการที่จะเดินหน้าต่อไปได้ และขณะนี้ก็มีผู้เริ่มยื่นเรื่องขอแปรญัตติเข้าไปที่กมธ.แล้ว 

ส่วนกรณีมี ส.ว. เตรียมจะไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญ ร่างที่ 13 ของพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ กล่าวว่า สุดแล้วแต่ อันนั้นก็เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคล แต่ละกรณีจะดำเนินการไป แต่สำหรับตน และพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าร่างที่รับหลักการไปสามารถเดินหน้าไปได้ตามขั้นตอนกระบวนการปกติ ตามข้อบังคับของรัฐสภาได้ และความจริงก็อยากให้ช่วยกันที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้ 

“อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ควรไปตั้งแง่ ว่าเป็นร่างของพรรคไหน เป็นร่างของใคร อย่างไร เพราะสุดท้ายมันก็คือความร่วมมือร่วมใจของ ทั้ง ส.ส. รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว.ถ้าสามฝ่ายไม่ร่วมใจกัน โอกาสจะประสบความสำเร็จ มันก็ยาก และผมก็เชื่อว่าทุกฝ่ายก็อยากเห็นประเทศเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าไปได้ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ได้อย่างยั่งยืน นั่นก็คือการที่จะเดินหน้าไปสู่วิถีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังเดินอยู่ ขั้นตอนกระบวนการของการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 

“อนันต์”เสียงอ่อน เป็นผู้แทนฯไม่สามารถเลี่ยงการประชุมสภาฯได้ กำชับทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด พร้อมแจงเลื่อนประชุม กมธ.กิจการสภาฯเพื่อทบทวนมาตรการให้รอบคอบ ชี้ไม่ใช่ห่วงแค่ ส.ส.ต้องคิดถึง “รก.-จนท.-ผู้ชี้แจง ด้วย

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค. ว่า เท่าที่สอบถาม ส.ส.หลายคนมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิดในพื้นที่ กทม.ที่รุนแรงมากขึ้น พบการติดเชื้อที่รวดเร็วในวงกว้าง มีข้อมูลทางการแพทย์ว่าอาจเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเชื่อว่ามีผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการและไม่ได้รับการตรวจอีกเป็นจำนวนมาก ในฐานะประธาน กมธ.ฯ ชพยายามประสานงาน และกำชับให้ ส.ส.และผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด เพื่อให้การทำงานของสภาฯ ทั้งในส่วนของการประชุมสภาฯ และการประชุมของ กมธ.ดำเนินไปได้โดยไม่ก่อปัญหาหรือสร้างคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมา ส่วนที่ระบุว่า ส.ส.บางพรรคจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯนั้น ก็เป็นเพียงการให้ข้อมูลตามที่ได้พูดคุยสอบถามถึงข้อกังวลเป็นการภายในเท่านั้น
        
“คนเป็นผู้แทนฯ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประชุมสภาฯ ได้ เพราะเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการติดตามและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้การประชุมหรือการดำเนินภารกิจใด ๆ ในสภาฯขณะนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ต้องไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำเติม เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นนอกเหนือจากการดูแลตัวเองตามมาตรการทางสาธารณสุขแล้ว ยังต้องกำชับและขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการของทางรัฐสภาอย่างเคร่งครัดด้วย” นายอนันต์ กล่าว
        
ส่วนกรณีออกคำสั่งเลื่อนประชุม กมธ.กิจการสภาฯออกไปอย่างน้อย 30 วันหรือจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายลงนั้น นายอนันต์ กล่าวว่า เป็นเพียงการเลื่อนเพื่อพิจารณาตามสถานการณ์ และทบทวนมาตรการทางสาธารณสุขในการคัดกรองผู้เข้าร่วมประชุม โดยต้องตรวจสอบความพร้อมของ กมธ.และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการตรวจเชื้อ และการรับวัคซีน เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลต่าง ๆ ซึ่งการทำงานในสภาฯ ไม่เพียงแต่ถามความเห็นของ ส.ส.เท่านั้น เราต้องคำนึงถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ชี้แจงด้วย หากทุกฝ่ายมีความมั่นใจ และเห็นตรงกันว่ามีความพร้อม ยืนยันว่า กมธ.กิจการสภาฯก็จะนัดประชุมทันที

บริษัทประกันกุมขมับ! ยอดเคลม ‘ประกันโควิด’ พุ่งไม่หยุด เสี่ยงขาดทุนหนัก

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงต่อเนื่อง ทำให้คนไทยตื่นตัวหันมาทำประกันภัยโควิดเพิ่มแบบก้าวกระโดด ล่าสุดยอดการทำประกันโควิด ทั้งประกันใหม่และประกันต่ออายุในช่วงครึ่งปีแรก มีจำนวนมากถึงกว่า 10 ล้านกรมธรรม์ สูงกว่ายอดประกันตลอดทั้งปีที่แล้ว โดยมียอดเบี้ยประกันเกินกว่า 4,000 ล้านบาท

สำหรับรูปแบบประกันที่นิยมจะคุ้มครองแบบเจอจ่ายจบ หรือจ่ายค่าเคลมทันทีเมื่อพบติดเชื้อ รองลงมาเป็นการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยเมื่อรักษาตัว และคุ้มครองเมื่ออาการโคม่า

ส่วนยอดเคลมหรือจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันโควิด ปีนี้มียอดพุ่งสูงกว่าปีก่อนเช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์การระบาดและยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่กระจายทั่วประเทศ และส่งผลให้บริษัทประกันเริ่มขาดทุนจากรับทำประกันโควิด เพราะหากนับเฉพาะเบี้ยที่รับรู้รายได้ช่วง 2-3 เดือนของกรมธรรม์ (เม.ย.-มิ.ย.) มีเบี้ยรับเพียง 800-900 ล้านบาท แต่ยอดขอเคลมจากโควิดกับพุ่งเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้มีอัตราชดเชยค่าสินไหมสูงกว่าเบี้ยรับไปแล้ว

“ถ้าสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้หรือรุนแรงขึ้นกว่าเดิมอีก บริษัทประกันก็มีโอกาสขาดทุนมากกว่านี้แน่นอน”

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า บริษัทประกันภัยหลายแห่ง ได้มีการแจ้งหยุดขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยโควิดแล้ว เนื่องจากพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากการรับประกันภัยประเภทดังกล่าว


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top