Thursday, 11 June 2026
Hard News Team

นายกรัฐมนตรี อุดหนุนผลไม้ในโครงการ ‘เกษตรกรHappy’ จำนวน 1 ตัน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไปรษณีย์ไทย ที่จัดโครงการ ‘เกษตรกรHappy’ เพื่อส่งเสริมการขายผลไม้ไทย โดยเช้านี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งซื้อมังคุด เงาะ ลำไยกับสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธกส. ผ่านเพจไปรษณีย์ไทย จำนวน 1 ตัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และให้จัดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปมอบต่อเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้า พร้อมเชิญชวนคณะรัฐมนตรีร่วมอุดหนุน ช่วยเกษตรกรชวนสวนผลไม้ด้วย

นางสาวรัชดา ยังเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีชื่นชมการจัดทำการส่งเสริมการขายผลไม้ไทย โครงการ ‘เกษตรกรHappy’ ซึ่งเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งภาคเหนือและภาคใต้ ที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำในขณะนี้ สาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การกระจายผลไม้ทำได้ยากขึ้น ขาดแรงงาน รวมทั้งการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ เช่น จีน ก็ติดขัดจากการตรวจเข้มและปัญหาการข้ามแดน

ดังนั้น กระทรวงพาณิชน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และไปรษณีย์ไทย ได้จัดโครงการส่งเสริมการขายสินค้าเกษตรออนไลน์บนแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย ทาง facebook : Thailandpostmart และเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย www.Thailandpostmart.com ได้แก่ มังคุด จ.นครศรีธรรมราช เงาะ จ.สุราษฎร์ธานี และลำไย จ.พะเยา ด้วยการการตลาดแบบใหม่ใช้ช่องทาง Line My Shop และ QR Code ให้ผู้ซื้อ/ลูกค้า ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้และราคาที่นำมาขายและสามารถสแกนซื้อที่ QR Code ของโครงการได้เลย โดยกระทรวงพาณิชย์ จะสนับสนุนค่าขนส่งและค่ากล่องให้กับประชาชนที่สั่งซื้อผลไม้ออนไลน์ผ่าน Thailandpostmart ของไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์ไทยจัดส่งให้ฟรีทั่วไทยด้วย

โครงการ 'เกษตรกรHappy’ ยังเป็นการเดินหน้าตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากการค้าออนไลน์สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยทั้งผู้จำหน่ายและผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดด้วย


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

วัคซีนใครเจ๋งกว่า? ตัวแปรขับเคี่ยว มหาอำนาจ “จีน-สหรัฐ”!! กับ ‘อ.ต้อม กิตติธัช’ | Click on Clear THE TOPIC EP.16

???? วัคซีนใครเจ๋งกว่า? ตัวแปรขับเคี่ยว มหาอำนาจ “จีน-สหรัฐ”!!

????พลาดไม่ได้! เผยเบื้องลึกวัคซีนโควิด-19 จากสองยักษ์ สู่การก้าวเป็นมหาอำนาจในเวทีโลก!!

รายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ...

‘อาจารย์ต้อม กิตติธัช ชัยประสิทธิ์’ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ใน Topic : วัคซีนใครเจ๋งกว่า? ตัวแปรขับเคี่ยว มหาอำนาจ “จีน-สหรัฐ”!!

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ผู้ช่วยเลขา ศอ.บต ชายแดนใต้'​ เผาศพเหยื่อ Covid-19 รายที่ 63 พระครูแจ้ เผย!! ศพมาต่อเนื่อง เตาเผาไม่ได้พัก

ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี​ จ.สมุทรปราการ ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกอบพิธีฌาปนกิจศพให้ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19  รายที่ 63 รวมแล้ว 63 ศพ ที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง รับเผาร่างผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยทางวัดไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการเผาศพแต่อย่างใด  

นายธวัชชัย นามสมุทร ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดยะลา เป็นประธาน ร่วมในพิธีฌาปนกิจศพ นายบุญเหลือ ทองเงิน ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยมีญาติผู้เสียชีวิตร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแบบ New Normal

โดยท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า วัดได้รับฌาปณกิจศพเหยื่อโควิด-19 มาหลายศพแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 64 ซึ่งขณะนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้เผาศพเหยื่อโควิด-19 ไปแล้วรวม 62 ศพ และรายนี้เป็นศพที่ 63 โดยที่ผ่านมา ทางวัดได้จัดพิธีทำบุญทักษิณานุปทาน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ รวม 60 รายด้วยกัน ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง มีความรู้สึกเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทุกคนรวมถึงสงสารครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 และมีความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ ที่ยังคงปฎิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย 

อีกทั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีทำบุญทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 รวม 30 ราย แต่ในขณะเดียวกันปัจจุบันทางวัดบางพลีใหญ่กลางได้รับฌาปนกิจศพเหยื่อโควิดมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันนี้เป็นรายที่ 63 แล้ว ทางวัดจะรับดำเนินการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 ต่อไป จนกว่าโรคนี้จะหายไปจากประเทศของเรา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้เตาเผาศพที่ใช้เผาศพโควิดอาจมีการเสื่อมสภาพได้เพราะต้องใช้ความร้อนสูงมากและเผาอยู่ตลอดแทบไม่ได้หยุดพัก เตาเผาศพก็อาจมีการเสื่อมสภาพได้เป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ทางวัดจะอนุเคราะห์เผาศพโควิดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเตาเผานั้นจะแตก หรือจนกว่าจะไม่สามารถเผาต่อได้ ขณะนี้วัดบางพลีใหญ่กลาง มีญาติผู้เสียชีวิตเข้ามาติดต่อขอให้ทางวัดช่วยเผาศพโควิด และมีคิวจองเผาศพโควิด-19 อยู่อีกหลายราย ทางวัดก็มีความยินดีโดยจะรับอนุเคราะห์ทุกราย แต่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางจะไม่รับฌาปนกิจศพเฉพาะวันศุกร์เท่านั้น   

ที่มา: คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ครม. อนุมัติ 32,000 ล้าน ช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของศธ.-อว.ภาคเรียน ที่ 1 /2564

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แลถงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.โครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภาคการเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงิน 32,000 ล้านบาท โดยให้ กระทรวงศึกษาธิการ 22,000 ล้านบาท และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง มีรายละเอียดดังนี้ 1.การใช้จ่ายของกระทรวงศธ. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้นักเรียนนักศึกษา ทุกคนทุกกลุ่มในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งในและนอก 2,000 บาทต่อคน จำนวน 10,952,960 คน วงเงิน 22,000 ล้านบาท  โดยใช้จ่ายจากพ.ร.ก. เงินกู้ ฯและสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรควิด-19 ให้โรงเรียนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 34,887 แห่ง เป็นสถานศึกษาของรัฐ 30,879 แห่ง สถานศึกษาเอกชน ที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐ อีก 4,008 แห่ง วงเงิน 94.08 ล้านบาท โดยให้ใช้เงินจากงบประมาณแทน เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการใช้เงินกู้

2. โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยนิสิต นักศึกษา กลุ่มเป้าหมายจำนวน  1,788,522 คน เป็นนิสิต นักศึกษาของสถาบันฯของรัฐในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ  จำนวน 1,458,978 คน และนิสิต นักศึกษาของสถาบันฯภาคเอกชนในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯจำนวน 285,000 คน  และนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐ นอกสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯจำนวน 44,544 คน  โดยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจำนวน 100 แห่ง ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ โดยลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ที่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 50 ส่วนตั้งแต่ 50,001–100,000 บาท ช่วยเหลืออัตราร้อยละ 30 และตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไปช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 10โดยรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจะร่วมกันช่วยเหลือเยียวยาในสัดส่วน 6:4 นอกจากนั้นช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน จำนวน 72 แห่ง เยียวยาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คนละ 5,000 บาท และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอื่น เช่น การให้ทุนศึกษา ขยายเวลาการชําระ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา ขยายเวลาสําเร็จการศึกษา ลดและคืนค่าหอพัก รวมทั้งการจ้างงาน ส่งเสริมรายได้ให้กับนักศึกษา เป็นต้น 

นายอนุชา กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งของกระทรวงศึกษาฯและกระทรวงการอุดมศึกษาฯมุ่งช่วยเหลือผู้ปกครองนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ให้บุตรหลานยังสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้  ส่วนกรณีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครม.ขอให้พิจารณาใช้แหล่งเงินอุดหนุนขององค์กรกปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรกก่อน

กลาโหม ปฏิเสธเซ็นสัญญาร่วม 'หมอบุญ' สั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 

จากกรณี นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ออกมาระบุว่า  จะมีการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหม ที่เป็นหน่วยงานนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์นั้น

ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กระทรวงกลาโหม กล่าวปฏิเสธถึงกรณีมีการให้ข่าวจากภาคเอกชนว่า จะมีการลงนามในสัญญาร่วมกับกระทรวงกลาโหม สั่งนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ ขอยืนยันว่า ขณะนี้ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานในสังกัด ยังไม่มีแผนหรือความตกลงร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนใดๆในการสั่งซื้อหรือนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์แต่อย่างใด  และที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม ก็ยังไม่เคยติดต่อตรงกับ บ.ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อเรื่องดังกล่าว 

“บิ๊กป้อม” เฮ “น้องแต้ว” คว้าทองแดงในมือ ชวน คนไทยส่งใจเชียร์ ทะลุชิงเหรียญทอง 5 ส.ค.นี้ เผย เตรียมอัดฉีดกว่า8 ล้านบาท 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ “น้องแต้ว”สุดาพร สีสอนดี  ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นหญิงรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงประวัติศาสตร์มวยหญิงไทยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 โดยทางคณะกรรมการ
โอลิมปิกฯกำหนดให้เงินรางวัลนักกีฬาที่ได้รับเหรียญโอลิมปิกเกมส์ เป็นรายเดือน รวมเวลา 20 ปี โดยเหรียญทอง เดือนละ 12,000 บาท เหรียญเงิน 10,000 บาท และเหรียญทองแดง 8,000 บาท โดยสุดาพรจะได้รับเงินเดือน 8,000 บาท รวมเป็นระยะเวลา 20 ปี เป็นเงิน 1,920,000 รวมทั้งสิ้นน้องแต้วรับเงินรางวัลอัดฉีดเบื้องต้น 8,720,000 บาท

“น้องแต้ว เป็นนักกีฬาของไทยที่มีความสามารถและศักยภาพ ได้ทุ่มเทการฝึกซ้อมมาต่อเนื่อง มีดีกรีเป็นถึงรองแชมป์โลกปี 2019 และศักยภาพดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้คนไทยได้มีข่าวดีกันอีกครั้ง จึงขอเชิญชวนคนไทยเป็นกำลังใจให้คว้าชัยชนะในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ ให้ได้รับชัยชนะในก้าวต่อไปที่จะลุ้นเหรียญเงิน พล.อ.ประวิตร กล่าว

เอกชัย ศรีวิชัยและนายหนังตะลุงชื่อดังในภาคใต้ ร่วมกันช่วยซื้อมังคุด-เงาะจากชาวสวนกว่า 7 ตัน นำแจกจ่ายฟรีให้ชาวบ้าน

3 สิงหาคม 2564 นายสมศักดิ์ เมธา นักธุรกิจใหญ่ และนายหนังตะลุงชื่อดังในภาคใต้ ซึ่งมีบ้านอยู่ใน ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการที่ตนพร้อมด้วยเอกชัย ศรีวิชัย นักร้องขวัญใจประชาชนร่วมกันซื้อมังคุดของเกษตรกรชาวสวนมังคุดใน อ.ชะอวด ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือ กก.ละ 5 บาท โดยตนและเอกชัย จะซื้อจำนวน 5 ตัน หรือ 5,000 กิโลกรัม ในราคา กก. 7 บาท ซึ่งสูงกว่าท้องตลาด กก.ละ 2 บาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนมังคุด

โดยมีชาวสวนที่ทราบข่าวนำมังคุดมาขายให้กับตนมากถึง 7,224 กก. หรือกว่า 7.2 ตัน เงาะอีก 800 กก.เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ อย่างไรก็ตามด้วยความที่ตนสงสารชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิดและราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตนจึงจำใจควักเงินเพิ่มเติมเพื่อซื้อมังคุดและเงาะของชาวบ้านที่นำมาขายทั้งหมดเป็นมังคุด 7,224 กก. เงาะอีก 800 กก.

นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนวิงวอนให้ไปช่วยซื้อมังคุดในสวนที่ยังไม่ได้เก็บเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง บางคนระบุว่าไปเก็บเอาเองในสวนเจ้าของสวนขอแค่ กก.ละ 2-3 บาทก็เอาแล้ว ดีกว่าทิ้งให้เน่าเสียไปเปล่าประโยชน์ แต่แม้ตนจะสงสารชาวบ้านแต่คงรับเป็นภาระต่อไปไม่ไหวแน่

จากนั้นตนและทีมงานได้ช่วยกันนำมังคุดกว่า 7.2 ตัน เงาะ 800 กก.นำมาช่วยกันบรรจุถุงถุงพลาสติกขนาดถุงละ 5 กก. บรรทุกใส่รถยนต์กระบะจำนวน 5 คันมาจอดบริเวณหลังสถานีรถไฟชะอวด ซึ่งเป็นใจกลางชุมชนเทศบาลตำบลชะอวด เพื่อแจกจ่ายมังคุด และเงาะให้กับประชาชนที่ผ่านไปมาใช้เวลาเพียง 1.30 ชม. มังคุดและเงาะหมดเกลี้ยง

ส่วนการจัดตั้งโรงครัวผลิตอาหารแจกประชาชนหมู่ 4 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด อาทิตย์ละ 1 ครั้ง รวม 4 ครั้ง/เดือน ใช้งบประมาณเดือนละ 1 แสนบาทโครงการนี้ตนจะดำเนินการต่อไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในบางอาทิตย์จะเปลี่ยนจากแจกจ่ายชาวบ้านหมู่ 4 ต.เขาพระทอง ทั้งหมู่บ้านก็จะนำไปมอบให้โรงพยาบาลชะอวด เพื่อเลี้ยงบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาฉีดวัคซีน แต่ต้องประกาศให้ชาวบ้านในหมู่ 4 ต.เขาพระทอง ทราบล่วงหน้า


ที่มา : https://www.naewna.com/local/592248


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ราเมศ ย้ำ ส.ส.ปชป. ในพื้นที่ลุยช่วย พี่น้องชาวสวนมังคุด เต็มที่ ระดมทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดของพี่น้องชาวสวนมังคุดในหลายพื้นที่ว่า ในส่วนของพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนของพรรคร่วมขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหามังคุด เช่น นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่นในภาคใต้ โดยร่วมมือกับหลายภาคส่วน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคในทุกพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว 

ขณะนี้ ส.ส.ช่วยกันระบายมังคุดให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ช่วงที่มีผลผลิตออกมากในช่วงนี้ และประสานกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหา โดยมีมาตรการเชิงรุกช่วยงบประมาณจำนวน 50,850,000 บาท เพื่อกระจายมังคุดจำนวน 16,950 ตัน  สนับสนุนค่าขนส่ง สำหรับผลไม้ที่ส่งขายผ่านไปรษณีย์ จำนวน 200,000 กล่องๆ ละ 10 กก. เพื่อช่วยกระจายผลไม้ 2,000 ตัน โดยได้จัดส่งกล่องพร้อมสติ๊กเกอร์ให้จังหวัดต่างๆ เชื่อมโยงผู้รับซื้อของกรมการค้าภายในช่วยเร่งระบายมังคุด และได้มีการประสานงานกับโมเดิร์นเทรดเพื่อให้มีการจัดพื้นที่ขายมังคุดเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญอีกประการที่ ส.ส.ของพรรคและสำนักงานใหญ่ทำและประสบผลสำเร็จคือการช่วยกันระบายมังคุดพร้อมรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคมังคุดมากขึ้น นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรค ได้ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ เช่นนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายชัยชนะ เดชเดโช นายสราวุธ อ่อนละมัย เป็นต้น

สภาผู้ส่งออก หวังส่งออกยังพอโตต่อไปได้แม้เจอโควิด-19

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท. คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 เติบโต 10% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ ทั้ง สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น, ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าใกล้เคียง 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องถึงระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ทั่วโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 64 คือ สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในประเทศ โดยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด–19 ภายในประเทศยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถควบคุมและลดการแพร่ระบาดได้อาจจะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งถือเครื่องจักรตัวสุดท้ายที่ยังขับเคลื่อน เช่นเดียวกับ กรณีการติดเชื้อในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อกำลังการผลิต และการส่งมอบสินค้า ทำให้การส่งออกเติบโตได้เพียง 10% จากที่คาดว่ามีโอกาสเติบโตได้ถึง 15% ประกอบกับมาตรการ Bubble & Seal ซึ่งโรงงานขนาด SMEs ส่วนใหญ่ อาจไม่สามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องปริมาณความต้องการตู้สินค้ายังไม่เข้าสู่ภาวะสมดุล ปริมาณการหมุนเวียนของตู้สินค้ายังไม่เพียงพอ ประกอบกับค่าระวางเรือยังคงปรับตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น  รวมไปถึงปัญหาแรงงานขาดแคลน เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำให้ความต้องการแรงงานในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศและยังไม่ได้เดินทางกลับเข้ามา ประกอบกับยังไม่สามารถจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้เพียงพอกับจำนวนแรงงานในภาคการผลิต ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และ ปัจจัยการผลิตมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น  

“หมอทศ” จี้ ว่าที่ปลัด มท.ใช้ชุด พีพีอี ลงพื้นที่ช่วยประชาชน

 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักไทย พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เจ้าของคลินิกความงาม ของขวัญคลีนิก พร้อมด้วย นักศึกษาแพทย์ และ ประชาชน จำนวนหนึ่ง ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับมาจากสหรัฐ 

พญ.ของขวัญ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด ที่รุนแรงในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ด่านหน้าทั้งในและนอกระบบ รวมถึงคนในครอบครัวทุกคน ล้วนทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่การป้องกันยังบอบบาง จึงเรียกร้องให้ยกเลิกกฎเกณฑ์ต่างๆกับบุคคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ในการได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ขอนับรวมบุคลากรด่านหน้า ผู้ที่เข้าเกณฑ์ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ทั้งในและนอกระบบ เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างโปร่งใสทุกคน  เพื่อไม่ให้เกิดข้อกังขาในสังคม และนำเข้าวัคซีน mRNA เข้ามาฉีดให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด 

ด้าน นพ. ทศพร กล่าวว่า ขณะนี้มีข้าราชการทั้งประเทศกว่า 2 ล้านคน แต่เห็นมีเพียงอาสาสมัครที่ออกไปช่วยเหลือคนตามท้องถนน จึงเป็นคำถามว่าข้าราชการไปไหนหมด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  หรือกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หายไปไหน อยากให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เพิ่งรับตำแหน่ง ขอให้ใส่ชุด พีพีอี แล้วออกไปช่วยประชาชนตามท้องถนนด้วย รวมถึงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีทั้งหลายก็ขอให้ออกไปช่วยประชาชนที่นอนอยู่ตามท้องถนนอย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาสาสมัครอย่างเดียว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อให้สัมภาษณ์เสร็จแล้วทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯผ่าน ตู้ไปรษณีย์ 1111 ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top