Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

“สงคราม”ชี้ประชาชนเชื่อรัฐสั่งซื้อวัคซีนส่อทุจริต ชี้เลือกตั้งใช้เป็นบัตร 2 ใบสะท้อนความต้องการของประชาชน 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรการเกี่ยวกับการเลือกตั้งจากการเลือกตั้งในรูปแบบสัดส่วนผสม โดยบัตรใบเดียวที่ใช้การเลือกตั้งล่าสุด มาเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยเลือกคนและเลือกพรรค ตามสโลแกนเลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ใช่ ถือเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของที่เอาประชาชนเป็นจุดศูนย์กลาง

ทั้งนี้กรณีมีผู้วิจารณ์ว่าการแก้รัฐธรรมนูญไปใช้บัตร 2 ใบ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ นั้น เป็นการวิพากษฺวิจารณ์ที่เกินกว่าเหตุ  ทั้งนี้การใช้รูปแบบบัตร 2 ใบทำให้ประชาชนมีสิทธิเลือก คนและพรรคแยกกัน ส่วงผลให้ระบบพรรคเข้มแข็งลดการต่อรองทางการเมือง เปิดทางคนเก่งเข้าสู่การเมืองเป็นส.ส. แบบบัญชีรายชื่อแยกคำนวณจากส.ส.เขตชัดเจน และสูตรคำนวณส.ส. ชัดเจนสามารถประกาศผลเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาประชาชนได้เร็วขึ้น 

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรที่จะยกเลิก การบริหารราชการในสถานการณณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว เพราะพลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉบับนี้มานานกว่า  1 ปี 5 เดือน พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้แก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิดได้แต่อย่างใด ยังพบว่า การระบาดกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น และมีจำนวนผู้เสียชีวิตหลัก 100-200 คน ทุกวันถือเป็นความล้มเหลวในการจัดการโควิดและการจัดการวัคซีน 

“การรวบอำนาจไว้ที่ตัวพลเอกประยุทธ์ไม่เกิดประโยชน์เพราะทำงานไม่เป็นที่ผ่านมารังแต่จะสร้างปัญหามากกว่า รวมทั้งดียังมีข้อครหาเกี่ยวกับความโปร่งใส ส่วนต่างของราคาวัคซีนซีนชิโนแวค และรัฐบาลไม่มีหลักฐานที่จะมาแสดงให้ประชาชนเห็น ส่งผลให้ประชาชนหมดความเชื่อถือแล้ว และเชื่อว่าน่าจะต้องมีการทุจริตในการจัดซื้อวัคซีนแน่ ล่าสุดประเทศจีนซึ่งเป็นต้นทางของชิโนแวค เริ่มหันมาผลิตวัคซีน mRNA เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนวัคซีนเดิมแล้ว เพราะเชื่อว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งรัฐบาลต้องตอบคำถามนี้”นายสงคราม กล่าว

'เทพไท' หนุน รัฐลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่วอน ต้องเป็นคนยากจน ไม่ใช่ คนอยากจน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีรัฐบาลเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึง และมีการตอบรับจากกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างวางหลักเกณฑ์ เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ เพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพิจารณาก่อน โดยการลงทะเบียนรอบใหม่ จะเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์เข้ามาลงทะเบียนนั้น

ส่วนตัวเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เคยเสนอเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ขอให้รัฐบาลได้ปรับปรุงข้อมูล และดูแลประชาชนที่มีฐานะยากจนจริงๆ แต่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากการบกพร่องของระบบราชการ และประชาชนผู้ด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงวิธีการลงทะเบียนได้ เช่น ตกการสำรวจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือกรณีไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งมีอยู่อีกกว่า 2 ล้านราย  จากผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิม มีจำนวน 13.65 ล้านคน 

ขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ ให้มีการลงทะเบียนใหม่และตรวจสอบข้อมูล ใน3กลุ่มคือ 
1.กลุ่มประชาชนที่ยากจนจริงๆ แต่พลาดโอกาสลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในรอบแรก ซึ่งมีจำนวนมากพอสมควร
2.กลุ่มคนจนใหม่ ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่ธุรกิจเจ๊ง ต้องตกงาน ไม่มีรายได้ประจำ ได้เปลี่ยนสภาพเป็นคนฐานะยากจนในปัจจุบัน
3.กลุ่มคนอยากจะจน รัฐบาลต้องทบทวน ตรวจสอบผู้ที่ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบแรกจำนวนหนึ่ง ที่มีฐานะพอมีอันจะกิน แต่มาใช้สิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย

จึงอยากให้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกอยากจนบางกลุ่ม ที่แฝงตัวรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย

“บิ๊กตู่” แสดงความเสียใจครอบครัวทหารที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจสหประชาชาติ

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม  เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ จ.ส.อ.เกียรติศักดิ์ ประพันธ์อนุรักษ์ สังกัดกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย / เซาท์ซูดาน ที่เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในภารกิจของสหประชาชาติ ณ ค่าย UNMISS เมืองจูบา สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน 

โดย นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ให้กองทัพไทย ประสานกองกำลังสหประชาชาติ เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ และขอให้กองทัพบก ดูแลสิทธิของกำลังพลที่เสียชีวิตและให้การช่วยเหลือครอบครัวต่อไป

“บิ๊กตู่” ชื่นชม นักออกแบบไทยสามารถนำวิจิตรศิลป์ของไทยในแขนงต่าง ๆ  สร้างสรรค์ อุตสาหกรรมบันเทิงสมัยใหม่ ยก  MV ลิซ่า โชว์งานหัตถศิลป์ไทยคนชมกว่า 100 ล้านวิว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความชื่นชมและภูมิใจนักออกแบบไทยสามารถนำวิจิตรศิลป์ของไทยในแขนงต่าง ๆ  มาสร้างสรรค์ร่วมกับอุตสาหกรรมบันเทิงสมัยใหม่  ตรงกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ของรัฐบาล ซึ่งส่วนหนึ่งคือการผลักดัน  "Soft Power" ไทย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์  รัฐบาลเร่งเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยใน 15 สาขา คือ 1.งานฝีมือและหัตถกรรม 2.ดนตรี 3.ศิลปะการแสดง 4.ทัศนศิลป์ 5.ภาพยนตร์ 6.การแพร่ภาพและกระจายเสียง 7.การพิมพ์ 8.ซอฟต์แวร์ 9.การโฆษณา 10.การออกแบบ 11.การให้บริการด้านสถาปัตยกรรม 12.แฟชั่น 13.อาหารไทย 14.การแพทย์แผนไทย 15.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็ผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F  ได้แก่  1. อาหาร (Food) 2.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3.ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) 4.มวยไทย (Fighting) และ 5.การอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival)  เชื่อว่ายังจะเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมส่งออกสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิด -19 ที่สำคัญของไทยด้วย

นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้กำหนดโมเดล BCG ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจด้วย "ปัญญา สร้างสรรค์" และมีความมั่นใจว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากไทยมีจุดเด่นและความพร้อมด้านทุนวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งศิลปหัตถกรรม ประเพณี  สถานที่ท่องเที่ยว ชุมชนที่มี "อัตลักษณ์" ของตนเอง นำมาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของคนไทย ก่อให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  แล้วล่าสุด จากกระแสความชื่นชมเอ็มวีของศิลปินลิซ่า ที่มีการสอดแทรกงานหัตถศิลป์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย  มียอดผู้ชมกว่า 100 ล้านวิวแล้ว เชี่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงและออกแบบแฟชั่นไทย ในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ซึ่งขณะนี้  ไทยมีตลาดประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาครองรับอยู่แล้ว 

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จของศิลปินไทย ทุกสาขาศิลปะ ดนตรี ภาพยนต์ ออกแบบดีไซน์ รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง มุ่งมั่น ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก จนประสบความสำเร็จ เชื่อว่าจะช่วยจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยและผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยมาสร้างสรรค์เป็น soft power เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและให้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ในระดับโลก  

สมุทรปราการ- กอ.รมน. สร้างความเชื่อมั่น ลุยตรวจศูนย์การค้า “อิมพิเรียลเวิลด์สำโรง” ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

พ.ต.ประกาศิษ จำเนียร รองหัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ภายในศูนย์การค้าอิมพิเรียลเวิลด์สำโรง เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดตามมาตรการการป้องกันของทางกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในด้านความปลอดภัย

โดยมี คุณภิญญดา เชาวน์สังเกต ผู้จัดการฝ่ายอาคารพาณิชย์และตลาดกลางค้าส่ง  พร้อมด้วย คุณเมตตา ไพบูลย์วัฒนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า, คุณสุพิชญาภัค ศรีพระจันทร์ ผู้จัดการศูนย์อาหารอิมอิ่ม, คุณนงลักษณ์ รัตนพงศ์ ผู้จัดการแผนกบริการพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า, คุณนิตยา จันทร์ลอย หัวหน้าแผนกบริการพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า ร่วมลงพื้นที่และร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่

เนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 กันยายน 64 ซึ่งเป็นวันแรกที่ทางห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารทั่วไป ต่างเปิดให้บริการตามข้อกำหนดในประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีประชาชนเดินทางมาใช้บริการ เพื่อจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนมาก  ประกอบกับมีพ่อค้า แม่ค้าส่วนใหญ่แจ้งว่า สินค้าหลายอย่างขายดีและมีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และยังพบผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยรายวันลดลง และผู้ที่รักษาจนหายป่วยต่อวันมีจำนวนมากกว่าผู้ป่วยรายใหม่ ทำให้สถานการณ์ด้านเตียงสามารถมีเตียงรองรับผู้ป่วยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคุมเข้มให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนดอย่างเคร่งครัด

เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ระบาดหรือเเพร่กระจายขยายวงเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดในประกาศจังหวัดสมุทรปราการ ฉบับที่ 15 เป็นไปโดยเคร่งครัด การปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

อีกทั้ง เพื่อให้ทางห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่และมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้ง การกำกับการใช้มาตรการ DMHTTA อย่างเคร่งครัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง จึงดำเนินการปฎิบัติตามมาตรการพร้อมทั้งนำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบ และให้คำแนะนำกำกับดูแล การปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ภายในห้างสรรพสินค้าหรือสถานบริการที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

"อาจารย์ก้อนคํา ลำโขง" จัดพิธีอัญเชิญบารมีหัวใจ และบรรจุหัวใจ "พญานาค" วันที่ 9 เดือน 9 พ.ศ 2564 วันดี วันศรีมงคล

เมื่อ​ 9​ ก.ย.64​ ที่ผ่านมา ณ.วังนาคินทร์ (คำชะโนด) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี "อาจารย์ก้อนคํา ลำโขง" นักเขียนตำนาน "พญานาค" จัดพิธีบวงสรวงเปิด "คุ้มคำชะโนด" วันพฤหัสบดีที่ 9 เดือน 9 เป็นจุดเชคอินแห่งใหม่ ณ.วังนาคินทร์ คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี 

ในการนี้ได้เชิญ "ดร .พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร" ผู้ช่วยเลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภานุพันธ์ และตำแหน่งที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช ราชอานาจักรกัมพูชา เป็นประธานพิธีเปิด "คุ้มคำชะโนด" พร้อมด้วยนักร้องขื่อดัง (เบิ้ล) ปทุมราช / อ.ชิสนุ (โน๊ต) / คุณธิชา Ceo อนันตนา ทั้งคณะอาจารย์และอาร์ต บิลลี่ เบียร์ นายเเบบ/ศิลปินดารานักเเสดงลูกหลานพญานาคทุกคน​ "คุ้มคำชะโนด" เป็นคุ้มเฮือนแฝดไม้เก่าเสาอายุราวๆ 100 กว่าปี ที่อนุรักษ์ความเป็นเฮือนอีสาน สายพญานาคหนึ่งเดียว ที่สืบทอดจิตวิญญาณแห่งคำชะโนดที่หาดูได้ยาก

ดังนั้น จึงอยากขอเชิญชวนและขอแนะนำผู้เดินทางมายังเกาะคำชะโนด เขิญแวะมาเยี่ยมชม และเช็คอินที่นี่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ห่างกันเพียงแค่ 300 เมตร

“คนปากน้ำโดดเดี่ยว” โควิดระบาดไร้วี่แววผู้นำท้องถิ่น ด้าน ”คนสื่อ” ผนึกกำลัง “พันธมิตรจิตอาสา” เป็นสะพานบุญตระเวนส่งข้าวกล่องปันอิ่ม ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยพื้นที่สีแดงเข้ม

เกาะติดภารกิจครัวปันอิ่ม วันที่ 11 กันยายน ที่ชมรมผู้สูงอายุ ภายในชุมชนชาวมหาวงษ์ ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรจิตอาสา นำโดย มูลนิธิสหชาติ และบริษัท สหธาราวัฒน์ จำกัด นำข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" บริษัทในเครือซีพี พร้อมหน้ากากอนามัย และน้ำดื่ม ส่งมอบให้กับ นายเยื้อน จิ๋วนอก ประธานชุมชน นางเบญจวรรณ หวานสนิท รองประธาน และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องกักตัวอยู่ภายในบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ว่างงาน

นางเบญจวรรณ หวานสนิท เปิดเผยว่า ชุมชนแห่งนี้มีผู้พักอาศัย 800 ครัวเรือน มีประชากรกว่า 1,500 คน ซึ่งไม่รวมประชากรแฝงที่ทำงานในพื้นที่ ช่วงเกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด พบมีผู้ติดเชื้อ 85 ครัวเรือน ล้วนไปติดจากลูกหลาน ที่ติดเชื้อมาจากด้านนอก ส่วนมาตรการการป้องกัน ใครที่เข้าระบบจะส่งไปรักษาที่อนามัย โดยการฉีดวัคซีน และการตรวจหาเชื้อโควิด-19 (Swab)ส่วนผู้ที่ไม่เข้าระบบต้องกักตัวอยู่ในบ้าน ทางชุมชนได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่ใจดีนำอาหารกล่องมาให้ แล้วคณะกรรมการจะนำไปวางไว้หน้าบ้าน จากนั้นจะโทรแจ้งให้เขาออกมาเอาไปทาน  

นางเบญจวรรณ กล่าวย้ำ ชุมชนมหาวงษ์ไม่มีภาครัฐ หรือผู้นำท้องถิ่นดูแล จะมีก็พียงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) มีเจ้าหน้าที่เพียง 6 คน มาทำงานร่วมกับชมรมผู้สูงอายุชาวมหาวงษ์ เพื่อช่วยคัดกรอง ส่วนพระครูปลัดเพลิน วชิโร วัดมหาวงษ์  ท่านได้มอบเงินส่วนตัวให้ซื้อผงฟ้าทะลาย นำมาบรรจุแล้วนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ส่วนเครื่องตรวจหาเชื้อโควิด (Swab) พระครูวัดสำโรงเหนือ ท่านมอบให้ จุดนี้ต้องดูแลประชากรถึง 2 หมู่  คือ หมู่ 7 และหมู่ 8 

“ขอบอกตรงๆเลยว่า ไม่ได้อะไรจากภาครัฐ เราต้องช่วยตัวเอง แต่วันนี้ได้รับความอนุเคราะ์จากเครือซีพี และกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา นำน้ำดื่ม นำข้าวกล่อง นำหน้ากาก มามอบให้  ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ห่วงใยและปันสุขให้กับชาวชุมชนมหาวงษ์  ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง” รองประธานชุมชน กล่าว

รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ประจำวัน ของศูนย์ ศบค. พบมีผู้ป่วยรายใหม่ 15,191 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,647ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 1,812 ราย จากเรือนจำ 726 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย 

​​​​​​

ตำรวจทางหลวงโคราช จับกุมหนุ่มตกงานดัดแปลงคอนโซลรถซุกยาบ้า 20,000 เม็ด หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่รอด

(11 ก.ย.2564) พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล, พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ, พ.ต.อ.จตุพล เร่งถนอมทรัพย์ รอง ผบก.ทล, พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป ผกก.6 บก.ทล ให้ พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สว.ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล. และ ร.ต.อ.ยรรยง เทวโลก รอง สว.ส.ทล.1 กก.6 บก.ทล. พร้อมตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ตั้งจุดตรวจสกัดยาเสพติดบนถนนมิตรภาพ กม.74 ต.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา

พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 8 กจ 7142 กรุงเทพมหานคร​ ขับขี่ส่ายไปมาท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ พบ นายพงษ์ศักดิ์ เทินสระเกษ อายุ 36 ปี เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจค้นตัว พบยาไอซ์ซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงจำนวนหนึ่ง ซึ่ง นายพงษ์ศักดิ์ รับว่าซื้อมาเพื่อเสพ และได้เสพไปแล้วจำนวนหนึ่ง

และขณะที่ตรวจสอบผู้ต้องหาอยู่นั้น พ.ต.ท.วิษณุฯ สังเกตเห็นท่าทางพิรุธ​ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจสอบรถโดยละเอียด พบว่า คอนโซลด้านหน้าข้างผู้โดยสาร มีความผิดปกติ โดยพบว่าถูกดัดแปลงเป็นอย่างดี หากไม่สังเกตจะไม่พบความผิดปกติ และต้องใช้กุญแจไขออกหลายชั้น กระทั่งพบยาบ้า จำนวน 2 ห่อๆ ละ 10,000 เม็ด รวม 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่

จากการสอบถาม นายพงษ์ศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากชายไทย (ไม่ทราบชื่อ) ให้ไปขับรถคันดังกล่าวจาก อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อนำยาบ้าไปส่งที่ จ.ขอนแก่น ในราคา 15,000 บาท โดยตนเองตกงาน ไม่มีรายได้ จึงติดต่อไปยังเพื่อนที่เคยค้ายาเสพติดด้วยกันให้หางานให้ทำ กระทั่งมีคนโทรศัพท์มาให้ขับรถส่งยาเสพติด ส่วนรถนั้นได้มีการดัดแปลงคอนโซลอย่างดี เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และที่ทำไปคิดว่าคงไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจจับกุมได้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองสาหร่าย ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับสืบสวนขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างต่อไป

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ตำรวจทางหลวง จะดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อกวดขันผู้กระทำความผิดบนเส้นทางหลวงอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง

'ผู้นำคนพิการระดับประเทศ'​ ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ ท่านอดีต สส.เป้า (จิรวุฒิ สิงห์โตทอง) คนดี บ้านบึง ชลบุรี

(11 ก.ย.​ 64)​ ณ​ สมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี "นายณรงค์ ไปวันเสาร์" นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก / นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นางสาวภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์ นายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย พร้อมคณะ เข้าพบ "นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง" อดีต (สส.เป้า) อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และอดีต เลขานุการว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้แก่ผู้ที่สร้างคุณงามความดี ตอบแทนสังคม และประเทศชาติ

โดยงานนี้ได้มีการนำข้าวสารจำนวน 500 กิโลกรัม มามอบเพื่อช่วยสมทบให้​ ภายหลัง​ นายจิรวุฒิ​ ดำริมอบอาคารโรงเรียนเก่า เพื่ออุทิศเป็นสถานที่ 'ศูนย์พักคอยผู้ติดเชื้อโควิด-19'​ พร้อมทั้งได้กล่าวอัพเดทล่าสุดของโรงพยาบาลที่ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อคนจังหวัดชลบุรี 90% ว่า... 

"สำหรับความคืบหน้าในทำโรงบาลสนาม อาจจะคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง อยากพูดกับประชาชนทราบอย่างนี้ว่า อาคารชุดแห่งนี้ ปล่อยทิ้งร้างว่างเปล่า 30 กว่าปี ดังนั้นการจะทำให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด ต้องเริ่มตั้งแต่อาคาร ขัดถูล้าง ทาสีใหม่หมด ห้องน้ำรีโนเวทหมด สมัยก่อนเป็นแบบนั่งยอง ผมสั่งเปลี่ยนเป็นแบบนั่งซักโครก ร่วมทั้งอุปกรณ์ในห้องน้ำต้องทันสมัย ปูพื้นด้วยกระเบื้องอย่างดี ระบบไฟรื้อถอนของเก่าออกทั้งหมด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการ #fixitcenter "วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี" วางระบบสายไฟ อุปกรณ์ต่างๆ มีความทันสมัยสวยงาม ไฟเป็นแบบประหยัดไฟ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การขัดถูพื้นต้องใช้คนงานหลายชีวิต เตียงสนามทำขึ้นมาแบบแข็งแรงทนทาน ใช้ได้ชั่วลูกหลาน

"ตลอดทั้งมีหลายๆ องค์กรสนับสนุนเข้ามา บริเวณรอบปรับปรุงใหม่หมด เพื่อความสวยงามร่มรื่น ด้านหลังอาคารทำเป็นสวนสมุนไพร ปลูก ขิงข่า ฟ้าทะลายโจร ขมิ้น และอื่นๆ​ ที่ทานได้ ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากพื้นที่ ด้านหน้าเป็นสนามหญ้า ผมสั่งทำให้เป็นสนามฟุตบอล มาตรฐานครบเหมาะต่อการออกกำลังกาย หญ้าตัดทุกจุดที่มีความสูงรก คูน้ำสั่งลอกหมดเพื่อความสะดวกของทางน้ำไหล ระบบไฟฟ้าเพิ่มหม้อแปลงใหม่ใหญ่กว่าเดิม นี่คือความตั้งใจผมออกมาจากใจผมจริงๆ เพื่อพี่น้องประชาชนคนชลบุรีครับ"

#คนจริงไม่ทิ้งพวก #ทำด้วยใจยังไงก็ดี

สตม. มอบอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม 500 ชุด ให้แก่ชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน​ 11 ตามโครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน"

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19  ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจสามารถพึ่งพาได้ 

(10 ก.ย.64) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร ผบก.ตม.6 และ พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6 ร่วมกับ พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3, พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา รอง ผบก.น.3 และ สน.ร่มเกล้า โดย พ.ต.อ.นันทภูมิ เรืองรุ่ง ผกก.สน.ร่มเกล้า มอบอาหารกล่อง,น้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด 

โดยทั้งหมดได้ร่วมกันมอบสิ่งของดังกล่าวให้แก่ชุมชนเคหะร่มเกล้าโซน11 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. โดยมีคุณอุทัย รุ่งน้อย ตัวแทนชุมชนมาเป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในชุมชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ กล่าวว่า โครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน" ครั้งนี้ เป็นการสนองนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในครั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจนครบาล3 และ สน.ร่มเกล้า ร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้เน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์นี้และปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กำลังใจเพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top