Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง ในพื้นที่ EEC ตั้งเป้าลงทุน 10 ปี กว่า 3 แสนล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ว่า ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม จำนวน 6 แห่ง และเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 1 แห่ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มจุดแข็งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและรองรับการลงทุนในอนาคต เนื่องจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) มีพื้นที่รับรองการประกอบกิจการอุตสาหกรรมและการค้า (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2563) จำนวน 15,836 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะรองรับการลงทุนได้เพียง 5 ปี จึงต้องจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น 6 แห่ง ดังนี้...

1.) การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกิจการอุตสาหกรรมรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 5 แห่ง โดยมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 6,884 ไร่ สามารถรองรับการประกอบกิจการได้ประมาณ 5,098 ไร่ ตั้งเป้าหมายการลงทุน 280,772 ล้านบาท ภายใน 10 ปี (พ.ศ.2564 - 2573) ประกอบด้วย...

>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 698 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 1,501 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมเอเชียคลีน จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 978 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
>> นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 421 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ และดิจิทัล
>> นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 1,498 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ 

"เชียงราย"พ่อเมืองเชียงรายคนใหม่  พบสื่อ แถลงข่าวนโยบายพัฒนาจังหวัด เร่งแก้ปัญหาโควิด ภัยหนาว ท่องเที่ยว" 

ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้จัดการแถลงข่าวพบสื่อมวลชน ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยเบื้องต้นได้แนะนำประวัติส่วนตัว เป็นนายอำเภอครั้งแรกที่บางกรวย นนทบุรี ต่อมาก็ย้ายไปมาในระแวกปริมณฑล จนกระทั่งมารับราชการทางภาคเหนือ ที่ จ.พิษณุโลก กำแพงเพชร และมาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 

นโยบายเร่งด่วนหลัก 4 เรื่องคือ เร่งฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว เร่งทำให้เร็วที่สุดเพื่อพร้อมการเปิดจังหวัดท่องเที่ยวโดยคำนึงความพร้อม ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ตนมาอยู่เชียงราย ก็ได้นำเรือมาด้วย เพื่อทุกคนจะได้ร่วมลงเรือลำเดียวกัน ไม่ได้มาเป็นผู้ว่าฯ อย่างเดียว แต่มาเป็นญาติมิตรของทุกคน ร่วมกันพัฒนาเมืองไปด้วยกัน 

พร้อมจะจัดการบริหารเรื่องวัคซีนให้จบ หากพบการติดเชื้อในโรงงาน ตลาด โรงเรียน สถานประกอบการ จะจัดการเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนทำการเปิดจังหวัดท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องภัยหนาวที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ จะทำการกระจายทรัพยากรป้องกันอากาศหนาว เช่นผ้าห่ม เครื่องกันหนาวอย่างทั่วถึง

ส่วนเรื่องที่ 3 เป็นเรื่องอุบัติภัย การเกิดภัยทางท้องถนน หรือภัยสาธารณะ จะทำการถอดบทเรียนร่วมกับกรมบรรเทาสาธารณภัย เร่งปรับปรุงแก้ไขให้บรรเทาเบาบางลงไป จัดทำชุดป้องกันในระดับหมู่บ้าน เช่นกรณีมีการจัดงานบุญต่างๆ มีการจัดงานเลี้ยง ชุดปฏิบัติการในหมู่บ้านที่กระจายอยู่ จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ทำการส่งคนที่ควบคุมสติไม่ได้กลับบ้าน หรือให้การป้องกัน ต่างๆ เป็นต้น

‘ทิพานัน’ ชวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าไฟ-ค่าน้ำอีก 1 ปี ชี้รัฐบาลเยียวยาครอบคลุมทุกกลุ่ม ส่งความช่วยเหลือตรงถึงมือ วอนฝ่ายค้านหยุดตีกินทางการเมือง หันมาร่วมมือให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 - เดือนกันยายน 2565   .
โดยรัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือค่าไฟประจำเดือน ตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าแต่ไม่เกิน 315 บาท ต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับสิทธิจากมาตรการนี้ และสนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระเอง กรณีใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า มีประชาชนหลายกลุ่มยังไม่ทราบถึงการลงทะเบียน จึงขอประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังไม่เคยลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ โดยในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์

โฆษกรัฐบาลเผย ‘S&P’ คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือประเทศ (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพคาด GDP ไทยเติบโตร้อยละ 1.1 โดยประมาณในปีนี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยยังเป็นระดับเดียวกับปี 2563 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโต (GDP Growth) ประมาณร้อยละ 1.1 และในช่วงปี 2565-2567 ร้อยละ 3.6 ต่อปีด้วย

รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้เผยแพร่รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เมื่อ 4 ตุลาคม 2564 โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2563 สาระสำคัญ ดังนี้...

1.) ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance มีความเข้มแข็ง แม้ว่าไทยจะขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 และหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากการดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

แต่ S&P คาดว่า ปีนี้ GDP จะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 1.1 และในช่วงปี 2565-2567 จะเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.6 ต่อปี จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 และประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปอยู่ที่ระดับเดิมก่อนเกิด COVID-19 ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จากการที่รัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการคลังของรัฐและเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ

เพื่อไทยเตรียมขน ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมอยุธยา จี้!! รัฐบาลเร่งตรวจสอบระบบเตือนภัย ลดขั้นตอนราชการ เร่งช่วยประชาชน

(5 ต.ค. 64) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกพื้นที่ 

สำหรับในวันที่ 6 ต.ค.นี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.จะลงพื้นที่น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ บางบาล และท่าเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีนี้มีประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนกำลังรอความช่วยเหลือ

ครม.ต่ออายุทำคู่มืออาหารมิชลินไกด์ อีก 5 ปี วงเงิน 135 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่ออายุโครงการมิชลินไกด์ ไทยแลนด์ อีก 5 ปี โดยอนุมัติการก่อหนี้ผูกพันปี 65-69 วงเงิน 8.2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 135.30 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละประมาณ 27 ล้านบาท เพื่อจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหาร ซึ่งในระยะต่อไปนี้กำหนดพื้นที่ดำเนินการคือกรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งต้องมีการสำรวจร้านอาหารเพิ่มอย่างน้อย 3 จังหวัด โดยเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างน้อย 1 จังหวัดด้วย

สำหรับกระบวนการดำเนินโครงการนั้น จะเริ่มจากการคัดเลือกและรวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในระดับมาตรฐานของมิชลิน มีขั้นตอนตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจร้านอาหาร การตรวจสอบคุณภาพและรสชาติอาหารโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ของมิชลิน โดยมิชลินเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกทีมงาน และแต่งตั้งคณะผู้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการคัดเลือกร้านอาหารและจัดอันดับร้านอาหารอย่างยุติธรรมตามระเบียบวิธีการของมิชลิน จากนั้นจะมีการพิมพ์หนังสือ มิชลินไกด์ ไทยแลนด์ ทุกปี เพื่อแนะนำร้านอาหารที่ผ่านกระบวนการประเมินผล

ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวสร้างการรับรู้การจัดทำโครงการมิชลินไกด์ ไทยแลนด์ ประจำปี 2565-2569 รวมถึงจัดงานมอบรางวัลให้แก่ร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากมิชลิน พร้อมดำเนินการตรวจสอบคุณภาพร้านอาหารในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ยังมอบสิทธิรางวัล Michelin Thailand Service Award By TAT ให้แก่ ททท. ซึ่งเป็นรางวัลใหม่ ที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิประโยชน์เดิม โดยเป็นรางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม

นักเขียนซีไรต์ เหน็บ 'กลุ่ม 3 นิ้ว' เหยียดคนอื่นได้ พอโดนด่ากลับ ทำเป็นดิ้น ชี้! น่าโดนสากตะบันหมาก

เห็นสามนิ้วแล้ว 'นักเขียนซีไรต์' คิดถึง 'ยาย' เขวี้ยงสากตะบันหมากทองเหลืองใส่โรงลิเก

5 ต.ค. 64 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ "คิดถึงยาย" โดยระบุรายละเอียดว่า เห็นพวกสามนิ้วก่นด่าเหยียดหยามคนอื่นๆ สารพัด พอโดนด่าเข้าบ้างกลับว่าเขาเหยียดหยามความเป็นมนุษย์! แล้วก็ด่าเขาต่อ!

ผมนึกถึงวัยเด็ก... ไปดูลิเกงานวัดหน้าแล้ง "ตัวนังอิจฉา" ซึ่งเป็นเมียน้อยของพระเอกโคตรโง่ ก็หาเรื่องกลั่นแกล้งก่นด่าเหยียดหยามนางเอกผู้แสนดีจนน่าหมั่นไส้ไม่หยุดไม่หย่อน แล้วก็แถไปออดอ้อนฟ้องพระเอกว่าถูกนางเอกรังแก (กรูโกรธมึงมาก!)

"ผัวขา... ดูอีดอกนั่นสิคะ มันพูดจาหยาบคายกับเมีย!"

ยายคนหนึ่งซึ่งนั่งตะบันหมากอย่างเคร่งเครียดอยู่ข้างหน้าผมก็สุดจะทนต่อไป แกลุกขึ้นเขวี้ยงสากตะบันหมากทองเหลืองขึ้นไปบนเวที  "มึงนั่นแหละอีดอก! ตอแหลเห็นๆ กูดูอยู่!"

ครม.ไฟเขียวเงิน 1,320 ล้านบาท แจกเงินเยียวยาเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็ก อปท.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติกรอบวงเงิน 1,320 ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ในโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับการช่วยเหลือเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 660,318 คน ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 18,540 แห่ง โดยจ่ายเป็นเงินเยียวยาลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด-19 รายละ 2,000 บาทต่อคน 

ทั้งนี้ทำให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1,389,722 คน จากเดิมที่ไม่ครอบคลุมเด็กเล็ก และกรอบวงเงินโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,779 ล้านบาท โดย ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดส่งรายชื่อให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจความซ้ำซ้อนกับกลุ่มเป้าหมายโครงการ และจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อและจำนวนนักเรียนในแต่ละระดับให้เป็นปัจจุบัน

‘เฟซบุ๊ก’ ถูกแฉ!! สนแต่กำไร ปลุกเร้าอารมณ์โกรธ ไม่สกัด 'ข้อมูลเท็จ-เกลียดชัง' กลัวคนไม่คลิก

อดีตพนักงานที่เป็นผู้เปิดโปงเฟซบุ๊ก ออกโรงเปิดหน้าโจมตียักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้เห็นแก่กำไรมากกว่าพยายามขัดขวางการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง การเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ และการบุลลี่เด็กสาว

ฟรานเชส โฮเกน วัย 37 ปี ที่เคยทำงานในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทีมจัดการการเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ ของเฟซบุ๊ก ปรากฏตัวในรายการ “60 มินิตส์” ซึ่งทางเครือข่ายโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐฯ นำออกเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (3 ก.ย.) โดยเปิดเผยว่า ตนคือผู้เปิดโปงที่ส่งเอกสารข้อมูลจนนำไปสู่การสืบค้นของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล และการจัดสอบสวนของวุฒิสภาเกี่ยวกับอันตรายต่อเด็กสาวบนอินสตาแกรม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในเครือเฟซบุ๊ก

เฟซบุ๊กถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเผยแพร่เรื่องราวมากมายที่อิงกับการนำเสนอและอีเมลภายในบริษัท ซึ่งฟ้องให้เห็นว่า ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรู้ดีว่า ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งรวมถึงอินสตาแกรม เป็นอันตรายต่อเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ภาพเรือนร่าง

โฮเกนที่ก่อนหน้านี้ยังเคยทำงานให้กับกูเกิลและพินเทอเรสต์ด้วย กล่าวกลางรายการ 60 มินนิตส์ว่า เฟซบุ๊กเลวร้ายกว่าสิ่งใดๆ ที่เธอเคยเจอมา และสำทับว่า เฟซบุ๊กโกหกสังคมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการกับการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังและการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิดบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของตน

เธอแจงว่า เฟซบุ๊กเวอร์ชันปัจจุบันทำให้สังคมแตกเป็นเสี่ยง และกระตุ้นการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วโลก

โฮเกนเผยว่า การวิจัยของเฟซบุ๊กพบว่า การปลุกเร้าคนให้โกรธง่ายกว่าการปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกอื่นๆ และบริษัทตระหนักว่า ถ้าเปลี่ยนอัลกอริทึมให้ปลอดภัยขึ้น คนจะใช้เฟซบุ๊กและคลิกโฆษณาน้อยลง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทลดลง

เธอยังบอกอีกว่า ระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 เฟซบุ๊กตระหนักถึงอันตรายจากเนื้อหาที่กระตุ้นความเกลียดชังจึงเปิดระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อสกัดเนื้อหาเหล่านั้น แต่ทันทีที่การเลือกตั้งจบลง บริษัทก็ปิดระบบรักษาความปลอดภัยและกลับไปให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าความปลอดภัย

แม้เชื่อว่า ไม่มีใครในเฟซบุ๊ก “ชั่วร้าย” แต่โฮเกนบอกว่า บริษัทจัดการกับมาตรการจูงใจอย่างผิดพลาด

ทั้งนี้ โฮเกนกำหนดไปให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภาในวันอังคาร (5 ต.ค.) ในหัวข้อ “การปกป้องเด็กในระบบออนไลน์” ว่าด้วยการวิจัยของเฟซบุ๊กเกี่ยวกับผลกระทบจากอินสตาแกรมต่อเด็ก

เธอกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า มีผลประโยชน์ขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ดีต่อสังคมกับสิ่งที่ดีต่อเฟซบุ๊ก และเฟซบุ๊กเลือกให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตัวเอง เช่น การเพิ่มรายได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

'อ.โต' วิเคราะห์!! โควิดทำขนส่งทางเรือสหรัฐฯ ชะงัก คาดกระทบลามทั่วโลก แต่ไม่กระทบไทย

นายศาสตรา โตอ่อน เจ้าของช่อง YouTube 'อ.โตวิเคราะห์ official' อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sattra Toaon ว่า...

สหรัฐฯ กำลังวิกฤต เนื่องจากการขนส่งทางทะเลวิกฤตหนักจากโควิด-19

ตอนนี้มีคอนเทนเนอร์ตกค้างที่ท่าเรือทั่วสหรัฐฯ ราว 500,000 ตู้

ปัญหาหนักขึ้นไปอีก เพราะการติดเชื้อเกิดขึ้นในคนขับรถบรรทุกสินค้าจากท่าเรือ

ส่งผลให้การกระจายสินค้าทำได้ลำบาก

เชลฟ์วางสินค้าในสหรัฐฯ กำลังว่างเปล่า

เหตุการณ์การขนส่งทางทะเลมีปัญหา ซึ่งมิได้เกิดแค่ในสหรัฐฯ แต่กำลังลุกลามไปทั่วโลก

อังกฤษและยุโรป ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน

Pandemics การระบาดใหญ่ ส่งผลกระทบทำให้สายโซ่การผลิตขนส่งของโลกขาดจากกัน

Global Supply Chain is breaking มันกำลังพัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top