Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

กมธ.ดีอีเอส หวั่น “ITU” ยึดวงโคจรหากส่งดาวเทียมไม่ทันกำหนด ห่วง กสทช. มีความผิดหากรักษาสมบัติชาติตาม รธน.ไม่ได้ ด้าน “สรอรรถ” ชี้ ธุรกิจดาวเทียมใช้เงินเยอะทำไม่มีใครลงทุนเพิ่ม แนะ หารือ “ไทยคม” กำหนดทิศทางรักษาประโยชน์ชาติ

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส. สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการ (กมธ.) สื่อสารโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ.ดีอีเอส ได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารให้กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยมีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าชี้แจง โดยกมธ.ฯ ได้สอบถามถึงการจัดชุดข่ายงานดาวเทียม ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แล้วจำนวน 4 ชุด ซึ่งเป็นวงโคจรที่เราได้สิทธิ์มาจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ซึ่งจากการประมูลชุดเครือข่ายดาวเทียมที่ผ่านมาทั้ง 4 ชุด

ซึ่งมีการยกเลิกไปเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียงรายเดียว คือ บริษัท ไทยคมฯ แต่ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)  กสทช. ปี 62 กำหนดไว้ว่า กสทช. มีหน้าที่ในการรักษาสิทธิ์วงโคจร ซึ่งการได้สิทธิ์มาจาก ITU มีข้อกำหนดเรื่องเวลาการนำดาวเทียมขึ้นไปสู่วงโคจรภายในเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งในวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก และวงโคจร 142 ตะวันออก มีเวลาเหลือไม่ถึง 2 ปี ในการยิงดาวเทียมขึ้นไป กสทช. มีแผนรองรับอย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์ในวงโคจรนี้ไป     

น.ส.กัลยา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก กสทช. ชี้แจงว่า กสทช. ได้พยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในการรักษาไว้ซึ่งสิทธิ์ที่ประเทศไทยมี โดยกสทช.จำเป็นต้องเร่งจัดหาผู้ประกอบการเพื่อส่งดาวเทียมขึ้นไป เพื่อรักษาสิทธิ์ตรงนี้ไว้ การที่กสทช.ยกเลิกการประมูลไป เราตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ก็อาจจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติ การอนุญาต เงื่อนไขการอนุญาต เพื่อจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมขอใบอนุญาตมากขึ้น และจะพยายามรักษาสิทธิ์ตรงนี้ไว้อย่างเต็มที่

น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่า เรากังวลว่าชุดเครือข่ายดาวเทียมในชุดที่ 1 ที่มีตำแหน่งอยู่ที่ 50.5 องศาตะวันออก กับชุดที่ 4 ที่มีตำแหน่ง 142 องศาตะวันออก ที่อยู่ขั้นสมบูรณ์แล้ว โดยจะเห็นว่าทั้งสองชุดนี้กำหนดให้รีบเอาดาวเทียมขึ้นให้ได้ภายใน 1 ปีกว่า เข้าใจว่าเวลาเหลือไม่มาก โอกาสคนชนะการประมูลแล้วเอาดาวเทียมขึ้นจะทันหรือไม่ อีกทั้งถ้าส่งดาวเทียมขึ้นไม่ทัน หรือไม่มีใครมาเอาสิทธิ์การใช้งานวงโคจรไปใช้ น่าจะมีปัญหาเกี่ยวเนื่องกับ พ.ร.บ. กสทช. ปี 62 เช่น มาตรา 18 และมาตรา 60 ของรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้รัฐต้องรักษาคลื่นความถี่ และสิทธิ์ในการเข้าถึงวงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งก็จะมีคำถามตามมาเกี่ยวกับการรักษาวงโคจรนั้นจะยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่ และวงโคจรดาวเทียมถือเป็นสมบัติของชาติหรือไม่ 

ราเมศ เผย วันนี้"จุรินทร์ ออนทัวร์ จังหวัดชายแดนภาคใต้"

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกำหนดการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 ถึง วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 นายจุรินทร์ มีกำหนดการเดินทาง ไปจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลามุ่งเน้นการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงรุก 

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 จะมีการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนภาคตะวันออกเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.พาณิชย์) และหอการค้าจังหวัดนราธิวาส ณ ห้องประชุมด่านศุลกากร อำเภอสุไหงโก-ลก​ จังหวัดนราธิวาส

โดยจะมีการตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านพรมแดนสุไหง-โกลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ด้วยเช่นกัน เนื่องจากการค้าชายแดนมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้จะมีการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และในวันเสาร์​ที่​ 16 ตุลาคม​ 2564​ พบปะสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ณ สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ถนนนาเกลือ​ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
และตรวจเยี่ยมชมการผลิตและแปรรูปทุเรียน ณ บริษัทม่านกู่หวางฟู้ด จำกัด อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

สวนนงนุชพัทยา  ต้อนรับเอกอัครราชทูตคิวบา เยี่ยมชม“ปาล์มที่สวยที่สุดในโลก”และใกล้สูญพันธุ์ พร้อมสิทธิพิเศษฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ขยายระยะเวลาเที่ยวชมสวนนงนุชพัทยาฟรี จนถึง 31ตุลาคม 2564

นายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา   พร้อมคณะผู้บริหารได้ต้อนรับ  นายเอกตอร์ กอนเด อัลเมย์ดา   เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา  ประจำประเทศไทย พร้อมครอบครัว ที่ตั้งใจที่จะมาเยี่ยมชมต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส  หรือ “ปาล์มใบพัดสีเงินที่มีใบสวยงามที่สุดในโลก”  ถูกค้นพบในป่าของประเทศคิวบา  และร่วมปลูกต้นกล้าปาล์มชนิดนี้  ที่สวนรุกขชาติ บริเวณเขาบันไดกฤษในสวนนงนุชพัทยา 

นายกัมพล ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา  ยังได้นำคณะเอกอัครราชทูตคิวบา ชมต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส  (Copernicia Fallaensis )  เนื่องจากใบปาล์มมีขนาดใหญ่และแข็งแรง คนคิวบาจึงนิยมนำมา มุงหลังคา ทำให้ปาล์มชนิดนี้มีจำนวนลดน้อยลง  ในปี 1995 - 1998  ทางสวนนงนุชพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่คือมิสเตอร์ วิลลี่ เคอร์สช (Mr. Willie Kirsch ) กับ มิสซิส อิงกี้ ฮอฟแมน (Mrs. Inge Hoffman) เข้าเก็บรวมรวมเมล็ดพันธุ์ปาล์มจากประเทศคิวบา  ซึ่งเป็นรายแรกที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลคิวบาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยา   มีต้นปาล์มโคเปอร์นีเซีย ฟอลแลนซีส ที่ปลูกลงดิน ทั้งหมด 78 ต้น และติดเมล็ดสำหรับขยายพันธุ์  จำนวน 11 ต้น  มีต้นกล้ามากว่า 1,000 ต้น  ในเนิร์สเซอร์รี่  โดยทั่วไป ปาล์มใบพัดสีเงินจะหาชมได้ยากมาก 

 

"โฆษกรัฐบาล" ย้อน "ชลน่าน" เอาเวลาจ้องจับผิดรัฐบาล ไปช่วยชาวบ้านดีกว่า ยัน เปิดประเทศ 1 พย. ช่วยปชช. สร้างสมดุล พลิกโฉมประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุไทยเปิดประเทศบนความเสี่ยง ไร้มาตรการรองรับ แค่ขายผ้าเอาหน้ารอด หลังแผน 120 วัน ล้มเหลว ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุข เลือกปกป้องชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ทำให้วันนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ในการปกป้องรักษาชีวิตของประชาชน 

นายธนกร กล่าวว่า การเปิดประเทศก็เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาคการท่องเที่ยว การทำมาหากินของประชาชน การเดินทาง รวมถึงภาคธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่การเลือกภาคเศรษฐกิจมากกว่าที่จะปกป้องชีวิตประชาชน 

นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจัดหาวัคซีนให้ได้มากขึ้น ซึ่งภายในสิ้นปีนี้ไทยจะมีวัคซีนมากกว่า 170 ล้านโดส ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่การฉีดวัคซีนวันนี้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ทำให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดในโลก 

นายธนกร กล่าวว่า การเปิดประเทศในเดือน พ.ย.นี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการร่วมมือกันของคนไทย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือกันของคนไทยทุกคน เห็นได้จากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้ผลมาก่อนหน้านี้แล้ว การเปิดประเทศครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คนไทยโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง สร้างรายได้ สร้างความสมดุลเพื่อพลิกโฉมประเทศ 

รำลึกถึงพ่อหลวงของแผ่นดิน “พันธมิตรจิตอาสา” ผนึกกำลังตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี! 3 ชุมชนปากเกร็ด ถวายเป็นพระราชกุศล

(13 ต.ค.64)​ ที่บริเวณปากซอยชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 7 จ.ส.ท.ปิยะ เอี่ยมเอิบ ประธานชมรม VR ข่าวสารเพื่อสังคม ร่วมกับ “พันธมิตรจิตอาสา” นำโดย มูลนิธิสหชาติ และนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) รุ่น 12 นำโดย นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายศรุต ทั่งทอง กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรควิพ จำกัด และนายวิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) 

ตั้งโรงทาน ”พันธมิตรจิตอาสาเติมอิ่มปันสุข ถวายแด่พ่อหลวงร.9” ประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางดังกล่าว ได้รับประทานอาหารฟรี เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย 

โดยร่วมใจปรุงอาหาร ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง ข้าวไก่ผัดพริกแกง ลูกชิ้น-ฮอทดอกทอด ขนมหวาน เฉาก๊วย ส้มตำ น้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย จัดไว้ให้บริการแก่ประชาชนใน 3 ชุมชน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น. ไปจนกว่าอาหารจะหมด โดยมีชาวบ้านและเยาวชนเดินทางมารับเพื่อนำไปรับประทานเป็นจำนวนมาก

นางสุกัญญา จรรยา ผู้จัดการมูลนิธิสหชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมภาคีเครือข่าย “พันธมิตรจิตอาสา” ออกโรงทานเพื่อแจกจ่ายแก่ชาวชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 7 ชุมชนการเคหะห้าแยก และชุมชนบ้านเอื้ออาทรห้าแยกปากเกร็ด จำนวน 500 กล่อง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แล้วยังนำ ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง ส้มตำ และลูกชิ้นทอด ส่วนหนึ่ง ไปแจกแก่จิตอาสาที่มาช่วยกรอกทรายป้องกันน้ำท่วมของเทศบาลปากเกร็ด รวมถึงมอบให้ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถออกจากบ้านพักได้

'กองทัพบก' จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 5 ปี ‘วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร’

ชุมพร​ -​ (13 ต.ค.​ 64)​ พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 ประธาน ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยกำลังพลของมณฑลทหารบกที่ 44 ณ สโมสรนายทหารค่ายเขตอุดมศักดิ์

พล.ต.เสนีย์ ศรีหิรัญ กล่าวว่าเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มณฑลทหารบกที่ 44 จัดพิธีน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2564 พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 พร้อมด้วยกำลังพล ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ต่างน้อมจิตตั้งมั่น เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงพสกนิกร ใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักรต่างประจักษ์ชัดแจ้ง ในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

โครงการในพระราชดำริ หลายพันโครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิต โดยใช้ความรู้ และสติปัญญาเป็นภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของประเทศต่างๆ ที่ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานไปปฏิบัติ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ขจรขจายไปทั่วทิศานุทิศ

‘ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล’ ถูกขับพ้นพรรคเพื่อไทย โดยที่ประชุม ส.ส.โหวตท่วมท้น ฐานเป็นงูเห่าฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงมติคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ว่าได้พิจารณารายงานการสอบสวนวินัยและจริยธรรมของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม แล้วมีมติดังนี้

1.) นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ที่มีพฤติการณ์กล่าวหาพรรคและผู้บริหารของพรรคด้วยการแถลงต่อสื่อมวลชนหลายครั้งติดต่อกัน อันมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค

เป็นการทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของพรรค ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ. 2561 ข้อ 19 (3) และ (8) และเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อ 113 (3) และ (5) จึงเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้ลงโทษนายศรัณย์วุฒิ ด้วยการให้พ้นจากสมาชิกภาพ ตามข้อบังคับพรรคข้อ 118 (4) ตามความเห็นของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม

2.) นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี มีพฤติการณ์ฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น ไม่ยึดมั่นในเจตนารมณ์และอุดมการณ์ของพรรค อีกทั้งเป็นการกระทำผิดซ้ำสองในพฤติการณ์เดียวกัน ซึ่งพรรคเคยมีมติลงโทษไปแล้ว ตามคำสั่งพรรคเพื่อไทยที่ 0045/2563 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

แพทย์ชี้ 'ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน' ภัยเงียบสุดร้าย วอนทุกคนใส่ใจ - รับมืออย่างเร่งด่วน

วันลิ่มเลือดอุดตันโลก : ประเทศไทยผนึกกำลังพันธมิตรทั่วโลก เดินหน้ารณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนทั่วไป ผู้บุคลากรทางการแพทย์ และผู้กำหนดนโยบาย "ตื่นรู้และเท่าทันปัญหาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน" และหันมาให้ความสำคัญกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เป็นภัยเงียบด้านสุขภาพที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นทั่วโลก

ข้อมูลโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุ ประเทศไทยผนึกกำลังพันธมิตรทั่วโลกเดินหน้ารณรงค์ในวันลิ่มเลือดอุดตันโลก เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไป บุคลากรทางการแพทย์ และผู้กำหนดนโยบาย "ตื่นรู้และเท่าทันปัญหาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน" และหันมาให้ความสำคัญกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เป็นภัยเงียบด้านสุขภาพที่มีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นทั่วโลก

โครงการรณรงค์ขององค์การสากลเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตันและกลไกการห้ามเลือด (International Society on Thrombosis and Haemostasis: ISTH) เนื่องในโอกาสวันลิ่มเลือดอุดตันโลกได้ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรกว่า 3,000 แห่งจากกว่า 120 ประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนการป้องกันและรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าลิ่มเลือด สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะทางการแพทย์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้มากมาย ซึ่งรวมไปถึงอาการหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน และเส้นเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) โดยภาวะ VTE เกิดขึ้นเมื่อลิ่มเลือดอย่างน้อยหนึ่งก้อนที่ก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดดำส่วนลึก ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่ขา (deep vein thrombosis หรือ DVT) และสามารถไหลไปทางกระแสเลือดและอุดตันอยู่ในปอด (ภาวะที่เรียกว่า pulmonary embolism หรือ PE)

ศาสตราจารย์เบเวอร์ลีย์ ฮันท์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE แห่งจักรวรรดิอังกฤษ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนวันลิ่มเลือดอุดตันโลก กล่าวว่า "แม้ข้อเท็จจริงที่ว่า 1 ใน 4 ของคนทั่วโลกกำลังจะเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ภาวะดังกล่าวเป็นเรื่องที่มักถูกมองข้ามและนับเป็นปัญหาเร่งด่วนด้านสาธารณสุข" ในปีนี้ ปัญหาด้านลิ่มเลือดมีการหยิบยกขึ้นมาบนเวทีโลก เนื่องจากมีการวิจัยที่พบว่าผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรง รวมถึงโรคปอดอักเสบจากเชื้อโควิด มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน 

นอกจากนี้ ยังพบว่าภาวะลิ่มเลือดเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ยากมากภายหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 บางชนิด ศาสตราจารย์เบเวอร์ลีย์ กล่าวเสริมว่า "ในปีแห่งความวุ่นวายที่เกิดจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เราได้พบว่าการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่เกี่ยวข้องกับโควิดในอัตราที่สูงขึ้น อันเกิดจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 สิ่งที่เกิดนี้ ความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดใน ผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับสาเหตุอื่นของลิ่มเลือดที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล สามารถลดลงได้หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดอย่างยา thromboprophylaxis” 

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยมีปัญหาลิ่มเลือด เช่น ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (DVT) และหรือภาวะเส้นเลือดอุดตันที่ปอด (PE) ภาวะเหล่านี้จะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 นอกเหนือจากความเชื่อมโยงกับโรคโควิด-19 แล้ว ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าในประเทศไทย ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการหายใจลำบากกะทันหัน ส่งผลให้เกิดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 30% 

นอกจากนี้ จากข้อมูลของสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) พบว่าสิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดในประเทศไทย คือภาวะ VTE ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดมานานกว่า 20 ปี และในปี 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่รวม 190,636 ราย (เฉลี่ยวันละ 522 ราย) โดยมีอัตราการเสียชีวิต 124,866 ราย (เสียชีวิตเฉลี่ย 14 รายต่อชั่วโมง)

ศาสตราจารย์นายแพทย์พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องตระหนักและทำความเข้าใจเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันมากขึ้น และต้องทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ โดยทุกคนสามารถดูแลตัวเองและทำการสอบถามแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงหรือสิ่งที่ควรปฏิบัติหากพบสัญญาณเตือนหรืออาการที่น่าเป็นห่วง”

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน และอยู่ระหว่างการรับการรักษา หากผู้ป่วยมีการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล สามารถขอให้แพทย์ทำการประเมินความเสี่ยงภาวะ VTE ได้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสาย "ฟื้นฟูหลังน้ำลด" มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่รวม 5 จังหวัด

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์  นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคในโครงการ "ฟื้นฟูหลังน้ำลด"  ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง  น้ำปลา และน้ำมันพืช แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์  นครราชสีมา ลพบุรี สุโขทัย  และ ชัยภูมิ รวม 5 จังหวัด  4,000 ชุด  พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รวม 10 ราย รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 1,600,000 บาท (หนึ่งล้านหกแสนบาทถ้วน) โดยมีสมาคม / มูลนิธิแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี



โดยวันที่ 12 ตุลาคม 2564)มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ มูลนิธิ นำทีมลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอจตุรัส จังหวัดขัยภูมิ จำนวน 1,000 ชุด ๆ ละ 350 บาท รวมมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยมี มูลนิธิชัยภูมิสามัคคีสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ร่วมในพิธี

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว  นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา และน้ำมันพืช พร้อมมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ 
 

ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมแก๊งวัยรุ่น รวมกลุ่มมั่วสุมทำร้ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

(12 ต.ค.​ 64)​ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตรง. (สส.) และพล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.(ปป.) กำชับให้ทุก บช. ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความสงบสุขแก่พี่น้องประชาชน

ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะ  ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ธวัชชัย  พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ นายบำรุงเกียรติ  วินัยพานิช นายอำเภอสันป่าตอง แถลงผลการจับกลุ่มวัยรุ่น สร้างความเดือดร้อน และร่วมกันทำร้ายให้กับประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาจนได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ก่อนพากันขับรถหลบหนีไป พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2564 เวลา 02.00 น. สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งซึ่งใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะจำนวนหลายคัน จอดดักบนถนนสาย อ.สันป่าตอง – อ.แม่วางฯ แล้วร่วมกันทำร้ายคนที่ขับขี่ผ่านมาจนได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้จากการสืบสวนและประจักษ์พยานผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอศาลอนุมัติหมายจับผู้กระทำผิด ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ได้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย 1.นายแบม อายุ 16 ปี และ 2.นายโอ๊ต อายุ 17 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ลำพูน และวันที่ 12 ต.ค.2564 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน โดยให้การรับว่าได้ร่วมกับพวกที่หลบหนี ขับขี่รถจักรยานยนต์มาร่วมทำผิดที่มีการกล่าวหาจริง จึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำการอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป และใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิด ในการพาทรัพย์นั้นไปหรือพ้นจากการจับกุม”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top