Sunday, 14 June 2026
Hard News Team

"หมอวรงค์" แนะวิธีหยุดรัฐประหาร รัฐบาลต้องไม่เลวร้ายจนปชช.เบื่อหน่าย

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเพจ Warong Dechgitvigrom มีเนื้อหาระบุว่า..  #วิธีหยุดรัฐประหาร 

ช่วงนี้พวกโกงชาติออกมาคลับเฮาส์บ่อย จนไม่มีจิตสำนึก หรือละอาย เขาอาจคิดว่าคนไทยโง่และลืมง่าย คนพวกนี้ก็จะเคลมตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย พยายามด้อยค่ากองทัพว่า เป็นพวกทำลายประชาธิปไตยด้วยการรัฐประหาร 

อีกกลุ่มที่ออกมาคล้ายกัน ยังไม่มีประเด็นโกงชาติ แต่อนาคตไม่แน่ เพราะยังไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่แน่ ๆ คนพวกนี้ ก็มีพฤติกรรมต้องการล้มเจ้าชัดเจน แต่เลี่ยงภาษาที่พูด แม้จะมีการต่อต้านจากประชาชน แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม อาจเป็นเพราะมีแรงหนุนที่ดีจากต่างชาติ 

ทั้งพวกโกงชาติ พวกล้มเจ้า จะใช้ยุทธศาสตร์หลักคล้ายกันคือ เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ปล่อยเฟคนิวส์ และพยายามแสดงออกเรื่องต้านรัฐประหาร ทั้ง ๆที่ความเป็นจริง ตอนคนกลุ่มนี้มีอำนาจนั้น มีพฤติกรรมเผด็จการสุด ๆ 

“เสกสกล” โว ปชช.หนุน “นายกฯ”เปิดประเทศ ชี้ สร้างรายได้เข้าประเทศ พร้อมเหน็บ "ปลอดประสพ" แนะบิ๊กตู่แก้น้ำท่วม แล้วทำไม ตอนเป็นรมต.บริหารน้ำไม่ทำ ปล่อยท่วมใหญ่ปี54

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนสนับสนุนและมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ ให้ประชาชนค้าขายมีรายได้ มั่นใจว่าประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศรอวันที่จะเปิดประเทศเช่นกัน และมั่นใจว่าศบค.จะมีมาตรการรองรับการเปิดประเทศ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากอีก ซึ่งจากการจัดอันดับหลายแห่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  จึงขอให้ประชาชนไว้วางใจได้ว่ารัฐบาล ศบค. กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการด้วยความรัดกุมอย่างดีที่สุดและขอให้ประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วนร่วมมือกับรัฐบาลในการรับนักท่องเที่ยวพร้อมกับและดูแลตัวเองตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ 

นอกจากนี้นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก อวดผลงานเจรจากับคณะสมัชชาคนจนเปิดเขื่อนปากมูลพร้อมบอกความลับแก้ปัญหาน้ำท่วม ว่า การแก้ไขปัญหาน้ำของรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ไม่ได้แก้ไขปัญหาเฉพาะบางจังหวัด แต่ทำทั่วประเทศที่ประสบปัญหา วางโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม พัฒนาแหล่งน้ำ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการโครงการแก้มลิงทั่วประเทศ ในพื้นที่ 65 จังหวัด  บริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง เพื่อใช้เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ชะลอน้ำหลาก และได้มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 เป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินงานจากทุกหน่วยงาน โดยตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมามีความก้าวหน้าโดยลำดับ ส่งผลให้สถิติความเสียหายภัยจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน 

“ทิพานัน”โต้ “ส.ส. อุบลฯเพื่อไทย” อย่าคิดแต่การเมือง ยัน  “นายกฯ" ลงพื้นที่ แก้ปัญหาจริง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมแค่สร้างภาพ หาเสียง หรือวัดกระแสกันเองภายในพรรค ว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานอย่างจริงใจในฐานะผู้นำไม่ได้หวังหาเสียงหรือวัดกระแสภายในพรรค นอกจากกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหา สร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติ  เช่นเดียวกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ(กนช.)ที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ และกำชับให้รัฐมนตรีของพรรคลงพื้นที่  

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย โฟกัสที่พล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.ประวิตร เพื่อหวังเสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งและเป็นเรื่องการเมือง อาจหวังกลบข่าวผลงานการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน แต่เชื่อว่าประชาชนไม่หลงเชื่อตามการชี้นำของนักการเมือง เพราะตนลงพื้นได้รับแต่เสียงสะท้อนชื่นชอบมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ และการลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีอยู่ในเขตของลุ่มน้ำสำคัญทั้งลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล ที่มวลน้ำจากแม่น้ำชีจะไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่อ.เมืองอุบลราชธานี ช่วงวันที่ 12-21 ต.ค.นี้ จึงต้องติดตามสถานการณ์ให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคเพื่อไทย มีส.ส. อุบลราชธานี น่าจะทราบดีว่ามีโครงการสำคัญของรัฐบาลหลายโครงการ จึงไปติดตามความคืบหน้ารวมถึงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและสอบถามข้อมูลในพื้นที่จริง ดังนี้โครงการบริหารจัดการน้ำอุบลราชธานี –โขงเจียม ระหว่างปี 2559-2564 จำนวน 34 โครงการ

โดยมีครัวเรือนที่จะได้รับประโยชน์ 63,673 ครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ราว 557,686 ไร่  ซึ่งในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 10 โครงการ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 374,896.75 ไร่ และในระหว่างปี 2565-2567 อีก 129 โครงการ โดยพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ 2.40 ล้านไร่ และในนี้จะเป็นโครงการป้องกันภัยน้ำท่วม จำนวน 20 โครงการ สามารถป้องกันน้ำท่วมราว 84,582 ไร่  ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ มีผลสำเร็จและคืบหน้าอย่างไรบ้าง ติดขัดตรงไหนหรือไม่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง  ได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าและรวดเร็วที่สุด
  
 

“นายก” ปลื้ม ส่งออกสินค้าเกษตร ม.ค. - ส.ค. 64 ขยายตัว 11.58 เปอร์เซ็นต์ เร่งเจรจาประเทศคู่ค้า ส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรไทยสู่ตลาดโลก

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พอใจมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11.58  ตั้งแต่เดือนม.ค. -ส.ค.ปี 2564  ฝขณะที่ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 1.2 โดยสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์สำคัญของประเทศไทยที่มีมูลค่าการส่งออกปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ทุเรียนและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 103,958 ล้านบาท   มังคุดและผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออก 16,705 ล้านบาท ยางแท่ง มูลค่าการส่งออก 54,752 ล้านบาท น้ำยางข้น มูลค่าการส่งออก 32,172 ล้านบาท ยางแผ่นรมควัน มูลค่าการส่งออก 22,729 ล้านบาท มันเส้น มูลค่าการส่งออก 28,696 ล้านบาท แป้งมันสำปะหลัง มูลค่าการส่งออก 33,259 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมมีการขยายตัวได้ดี  รวมถึงการมีตลาดส่งออกหลักที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าเจรจาขยายช่องทางการค้าเพิ่มเติมผ่านการเจรจาการค้าเสรี อาทิ  FTA อาเซียน-จีน  รวมทั้งภูมิภาคอื่น เช่น ตะวันออกกลาง เป็นต้น

‘ฟูมิโอะ คิชิดะ’ นายกฯ ญี่ปุ่นประกาศยุบสภา รอชี้ชะตา ในการเลือกตั้งทั่วไป 31 ต.ค.นี้

“ฟูมิโอะ คิชิดะ” นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 100 ของญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาในวันนี้ พร้อมประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไป 31 ตุลาคมนี้ หลังจากสภาผู้แทนอยู่ครบวาระ 4 ปีเป็นครั้งแรกหลังสงครามโลก ส่วนคิชิดะดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ 11 วัน

วันที่ 14 ตุลาคม 2564 รอยเตอร์ส รายงานว่า นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาในวันนี้ และเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ หลังจากที่เขาเพิ่งชนะการเลือกตั้งภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ พรรคแอลดีพี ขึ้นเป็นประธานพรรค เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา และเพิ่งได้รับเลือกจากสภาผู้แทนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 100 ของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม

ขณะที่สภาผู้แทนของญี่ปุ่นครองเสียงข้างมาก โดยรัฐบาลผสมที่มีพรรคแอลดีพีเป็นแกนนำรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม การประกาศยุบสภาครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่น ที่จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปหลังจากสภาผู้แทนอยู่จนครบวาระ 4 ปี และนายคิชิดะ อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 11 วัน

การประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ของนายคิชิดะ ยังเป็นการต่อสู้เพื่อเรียกคะแนนความนิยมในตัวเขาและพรรคแอลดีพี กลับมา ในระหว่างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

ฟรุ้ทบอร์ด สั่งด่วนแนวทางบริหารจัดการผลไม้ทั้งระบบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) ว่า ได้รับทราบผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ในรอบฤดูกาลผลิตที่ 2/2564 โดยการบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 ของภาคเหนือ (ลำไย) และภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ในภาพรวมสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการผลไม้ปี 2564 - 2566 โดยจังหวัดสามารถบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง โดยผ่านกลไกของคณะกรรมการเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2558 - 2564 และในเชิงปริมาณที่เน้นการจัดสมดุลอุปสงค์และอุปทาน

โดยผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปริมาณ 671,308 ตัน และผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปริมาณ 785,459 ตัน มีการกระจายผลผลิตผ่านกลไกตลาดปกติ โดย คพจ. และเกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุนการผลิต และราคาเฉลี่ยของผลผลิตตลอดฤดูกาลสูงกว่าราคาต้นทุนการผลิตไม่น้อยกว่า 30%

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด– 19 ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ได้กระทบต่อแผนการบริหารจัดการผลไม้ทำให้ทั้งการส่งออก การแปรรูป และการกระจายในประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนนั้น ได้มีการจัด Focus group วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคการบริหารจัดการผลไม้ โดยร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเชิงตั้งข้อสังเกตถึง “ปัญหาและอุปสรรค” ใน ประเด็นโครงสร้าง ระบบ และการบริหารจัดการ Fruit Board ประเด็นกลไกการทำงานในภาวะวิกฤต ประเด็นแผนงาน โครงการ และงบประมาณ 

สุโขทัย - น่าน ชูเอกลักษณ์-วัฒนธรรมเด่น ขึ้นแท่นติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก 

น.อ.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำบลเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย และตำบลในเวียง จังหวัดน่าน ได้รับการประกาศเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แหล่งของโลก (ท็อป 100) ประจำปี 64 ซึ่งจัดอันดับโดยหน่วยงานระดับโลก คือ กรีน เดสทิเนชั่น ฟาวน์เดชั่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก หรือไอทีบี เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 จังหวัดได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทยต่อไป 

“สงคราม” แนะ “บิ๊กตู่” ช่วยประชาชนต้องจริงใจอย่าคิดเอง อัดเสียดายเวลารัฐออนทัวร์ชี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ของรัฐบาล

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจังหวัดต่างๆอ้างว่าไปตรวจราชการ แต่ในความเป็นจริงเป็นการเดินทางไปหาเสียงมากกว่า เพราะมีการระดมส.ส.เดินตามเพื่อวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ เจตนาของพลเอกประยุทธ์ไปเพื่อการเมืองมากกว่าไปเพื่อช่วยประชาชน 

นอกจากนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ต้องเกณฑ์ประชาชนมารอต้อนรับ มาชียร์ให้นายกสู้ สู้ ไปเพื่อการนี้เท่านั้น พลเอกประยุทธ์ไม่ได้จริงใจที่จะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้เจริงและการวัดพลังในพรรคการร่วมรัฐบาล ดังนั้นประชาชนไม่ได้อะไรจากการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา  

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การเยียวยา หรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ควรเยียวเป็น “เงินสด” เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้ เพราะการจ่ายเป็นเงินสดประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนด้วย 

‘บีโอไอ’ โชว์เทพ!! สร้างความสำเร็จจับคู่ธุรกิจผ่านออนไลน์ 248 คู่ เชื่อมโยงมูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนกว่าพันล้านบาท

บีโอไอเผยตัวเลขการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition รูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบครั้งแรก จับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ คาดสร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนในอนาคต 952 ล้านบาท ตลอด 8 วันพบผู้เข้าชมงาน 2,833 ราย มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนา 29 หัวข้อผ่านแพลตฟอร์มมากถึง 2,695 คน 

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ผลการจัดงาน SUBCON Thailand 2021 Virtual Edition งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการจับคู่ธุรกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน ระหว่างวันที่ 20 - 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ และตลอดการจัดงาน 8 วัน มีผู้เข้าชมงานจำนวน 2,833 ราย จาก 16 ประเทศ โดย 5 อันดับแรกของผู้เข้าชมงาน คือ ไทย, อินเดีย, เวียดนาม, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ ในกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจที่เป็นไฮไลต์ของงานทุกปี

สำหรับปีนี้มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ผู้ซื้อในประเทศที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างชัดเจน อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์, อีซูซุมอเตอร์, ดูคาติ มอเตอร์, เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และ อีเลคโทรลักซ์ เป็นต้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสะท้อนการเปลี่ยนแปลงการจัดการซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้ โดยมีการปรับแผนการจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนในอนาคตจากแหล่งที่มีความเสี่ยงลดลง หรือกระจายความเสี่ยงในการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น แทนการซื้อจากแหล่งเดียว ส่วนผู้ซื้อจากต่างประเทศก็จะมาจากแหล่งที่เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญๆ ของโลก เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย และอาเซียน เกิดการจับคู่ธุรกิจได้มากถึง 248 คู่ สร้างมูลค่าการซื้อขายชิ้นส่วนประมาณ 952 ล้านบาท 

ศิริกัญญา-วิโรจน์ ฟังปัญหาเกษตรกรเลี้ยงวัว ชี้ รัฐบาลเยียวยาลัมปีสกินล่าช้า

(14 ต.ค. 64) ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, สุรวาท ทองบุ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ ผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคก้าวไกล และทีมจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ตลาดนัดโค-กระบือ ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการระบาดของโรคลัมปีสกินในวัวได้รับการเยียวยาล่าช้า

ศิริกัญญา กล่าวว่า การได้ฟังเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้เข้าใจความยากลำบากของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่ตรงจุด

“รัฐบาลสัญญาว่าจะเพิ่มเงินส่วนต่างค่าชดเชยวัวที่ตายจากโรคลัมปีสกิน แต่รัฐบาลไม่เคยประกาศว่าจะออกมาตรการเยียวยาวัวที่เสียราคาจากการเคยป่วย และผู้ที่อยู่ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบ เขียงเนื้อที่ขาดรายได้ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ขาดรายได้ นายฮ้อยตลาดนัดซื้อขายวัวกระบือที่ขาดรายได้ รัฐบาลไม่เคยมีมาตรการเยียวยาออกมา

“การระบาดที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกิดจากเกษตรกร แต่เกิดจากรัฐบาลที่รู้ล่วงหน้าจากการเตือนขององค์กรระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2563 แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการใดมาป้องกัน ปล่อยให้ลัมปีสกินระบาดในประเทศไทยได้ ใครกันแน่ที่ควรต้องชดใช้ความเสียหาย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top