Monday, 15 June 2026
Hard News Team

บก.ตม.1 - บก.ตม.3 - ตม.จว.ปทุมธานี ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ลงพื้นที่นำถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน จว.ปทุมธานี บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

“บก.ตม.1 - บก.ตม.3 - ตม.จว.ปทุมธานี ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ลงพื้นที่นำถุงยังชีพช่วยเหลือชาวบ้าน จว.ปทุมธานี บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม” 

(21 ต.ค. 64) พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะโฆษก บก.ตม.1 สตม.และหัวหน้าคณะประชาสัมพันธ์ บก.ตม.1 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 ต.ค.64 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และกองบังคับการตรวจคนเข้ามือง 3 (ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดปทุมธานี) นำโดย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.ยศเอก รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี นำข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในสังกัด จัดกิจกรรมร่วมกับภาคประชาชนจิตอาสาฯ ในพื้นที่ เพื่อมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด  ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ของ จว.ปทุมธานี และพร้อมกันนี้ ตม.จว.ปทุมธานี ได้มอบสิ่งของใช้ที่จำเป็นแก่วัดโบสถ์เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะด้วยอีกส่วนหนึ่ง ณ  วัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) อ.เมือง จ.ปทุมธานี

'ดีพร้อม' โชว์พลังคลัสเตอร์หุ่นยนต์ รวมกลุ่มฝ่าวิกฤตสร้างระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำ ลดนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมเปิดทางสร้างพันธมิตรธุรกิจหุ่นยนต์ หวังดันเอสเอ็มอีไทยไปสู่ยุค 4.0 

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีนโยบายผลักดัน 12 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ซึ่งถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยมีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ 

ด้วยนโยบายดังกล่าว ‘ดีพร้อม’ จึงเร่งพัฒนาและฟื้นฟูผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าวผ่านการสร้างและพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ ‘คลัสเตอร์’ (Cluster) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างนวัตกรรมร่วมกัน ตลอดจนบูรณาการการทำงานระหว่างกันได้ ซึ่ง ‘ดีพร้อม’ ได้ดำเนินการพัฒนาคลัสเตอร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 - ปัจจุบัน โดยมีกลไกและกระบวนการพัฒนาตั้งแต่ การกระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดการรวมกลุ่ม การพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็ง การพัฒนาธุรกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมให้เติบโต เข้มแข็ง และยั่งยืน 

โดยเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม เครื่องมือและกระบวนการอันสำคัญหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศได้คือการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ หรือ ‘คลัสเตอร์’ ซึ่งมีจำนวนกลุ่มอุตสาหกรรมที่พัฒนามาแล้วอย่างต่อเนื่อง จำนวน 123 กลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และสิ่งที่น่าสนใจพบว่าเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย 11 กลุ่ม ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนเป็นการปูทางสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี 

สำหรับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก และถือเป็นก้าวสำคัญของ SMEs 4.0 คือ ‘คลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ’ ซึ่งได้รวมตัวและบูรณาการการทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562 ประกอบด้วยธุรกิจ SMEs จำนวน 22 บริษัทมีเป้าหมายและจุดยืนร่วมกันคือการเพิ่มกำลังการผลิต การลดนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ การนำความเชี่ยวชาญของแต่ละบริษัทมาช่วยแก้จุดอ่อน (Pain Point) ของพันธมิตรภายในคลัสเตอร์ รวมถึงผลักดันให้ธุรกิจ SMEs มีโอกาสได้ใช้หุ่นยนต์เพื่อให้แข่งขันได้ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

ด้านกำลังแรงงาน และการลดต้นทุนด้านต่างๆ เนื่องจากในปัจจุบันจะพบว่าการใช้หุ่นยนต์ในโรงงานของประเทศไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับสถานประกอบการขนาดใหญ่เท่านั้น มี SMEs จำนวนน้อยที่ใช้ระบบดังกล่าวในการจัดการกระบวนการผลิต เพราะส่วนใหญ่ยังคงเป็นการใช้เครื่องจักร รวมถึงเทคโนโลยีมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง 

“สิ่งสำคัญที่ ดีพร้อม พยายามพัฒนาและยกระดับคลัสเตอร์ให้มีความเข้มแข็งได้มุ่งเน้นทั้งการกระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อปรับเปลี่ยนแนวความคิดจากเดิมที่ต่างคนต่างทำหรือต่างคนต่างเก่ง เปลี่ยนการดำเนินงาน จากการแข่งขันเพียงเพื่อความอยู่รอดของตัวเองฝ่ายเดียวมาเป็นพันธมิตร พร้อมวิเคราะห์สถานภาพของกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจในคลัสเตอร์ทราบถึงระดับความสามารถในการแข่งขัน และนำสิ่งต่างๆ มาเติมเต็มได้ รวมถึงยังได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับความต้องการการพัฒนาธุรกิจ ผลักดันเวทีหรือกิจกรรมการปฏิบัติจริง ทั้งในด้านการทดสอบตลาด การพัฒนาบุคลากร การใช้เทคโนโลยี และยังติดตามความสำเร็จ และเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนากลุ่มคลัสเตอร์อื่นๆ ต่อไป”

นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ดีพร้อม ยังได้มีการติดตามผลลัพธ์ ซึ่งพบว่าสิ่งที่คลัสเตอร์หุ่นยนต์
และระบบอัตโนมัติประสบความสำเร็จ คือ มีการซื้อขายระบบเทคโนโลยีรวมถึงหุ่นยนต์ระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจประมาณ 95 ล้านบาท หรือ 4.75 ล้านบาทต่อกิจการ พร้อมด้วยความสำเร็จของการพัฒนาระบบอัตโนมัติต้นทุนต่ำ Low Cost Automation ซึ่งทำให้ธุรกิจในกลุ่มสามารถมีระบบอัตโนมัติช่วยการปรับปรุงกระบวนการผลิตในราคาที่เอื้อมถึงได้ คืนทุนได้เร็วเฉลี่ยประมาณ 12 เดือน และมีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศเฉลี่ย 300,000 - 500,000 บาท จากปกติที่ต้องนำเข้าในราคาระดับหลักล้านบาท อย่างไรก็ตาม ดีพร้อม ยังมีแนวทางในการต่อยอดให้กลุ่ม SMEs มีการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 

1.) การดึงกลุ่มสถานประกอบการที่มีความต้องการใช้หุ่นยนต์เข้ามาร่วมในกลุ่มคลัสเตอร์ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผู้พัฒนาระบบทราบถึงความต้องการของพันธมิตร และต่อยอดสู่เทคโนโลยีเพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น 

2.) การส่งเสริมและเชื่อมโยงผ่านกลไกด้านการเงิน พร้อมให้ความรู้กับผู้ประกอบการได้เห็นถึงสิทธิประโยชน์จากการนำหุ่นยนต์มาใช้ เช่น มาตรการด้านภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในอัตราต่ำ รวมถึงจัดทำข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนอด้านการเงินสำหรับ SMEs เพื่อใช้ในการขอสินเชื่อจากกองทุนและจากธนาคารพาณิชย์

3.) จัดหาหรือดึงผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ / ประสบการณ์ในด้านระบบอัตโนมัติรวมถึงหุ่นยนต์มาช่วยให้ความรู้ หรือเทคนิคสำคัญให้กับผู้ประกอบการในคลัสเตอร์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านที่ปรึกษา พร้อมช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาเทคโนโลยีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

และ 4.) ส่งเสริมแผนงานด้านการตลาด เนื่องจากในปัจจุบันแม้คลัสเตอร์จะเริ่มประสบความสำเร็จในการแบ่งปัน - ซื้อขายเทคโนโลยีระหว่างกัน แต่ยังจำเป็นต้องทำให้เกิดการซื้อขายนอกกลุ่ม หรือช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้เกิดมูลค่าและการเป็นที่รู้จักที่มากขึ้นต่อไป 

'วิโรจน์' ค้านตั้ง ศบค.ส่วนหน้า คุมโควิดชายแดนใต้ แนะใช้ความไว้วางใจคลี่คลาย ไม่ใช่ความมั่นคง

ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า เพื่อเข้าไปจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัด นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า จากการหารือกับคณะทำงานของพรรคก้าวไกลในพื้นที่ ทำให้รับทราบว่าอุปสรรคสำคัญในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ขณะนี้ หลักๆ มีอยู่ 2 ปัจจัยด้วยกัน

ปัจจัยแรก คือ การที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยินยอมฉีดวัคซีน ซึ่งในประเด็นนี้ รัฐบาลไม่ควรมองปัญหาอย่างผิวเผิน และด่วนสรุปว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ หากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าที่จะถามตัวเองว่า “เหตุใดประชาชนถึงไม่ให้ความร่วมมือในการฉีดวัคซีน” ก็จะหาคำตอบได้ไม่ยาก นั่นก็คือ “ประชาชนไม่มีความไว้วางใจในรัฐบาล จากกรณีข่าวการซ้อมทรมาน และการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชน ที่ปรากฏตามหน้าสื่ออยู่เป็นระยะๆ” พอประชาชนไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็เป็นการยากมากๆ ที่ประชาชนจะเต็มใจปฏิบัติตามคำแนะนำจากรัฐบาลในการควบคุมการระบาดของโรค 

ยิ่งการฉีดวัคซีน เป็นการนำเอาสารชีววัตถุที่เป็นของใหม่ ที่การเข้าถึงข้อมูลยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด ยิ่งทำให้ประชาชนที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่เป็นทุนเดิม มีความระแวงที่จะฉีด ปัญหานี้จะแก้ด้วยการใช้อำนาจบังคับแบบตรงๆ ไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจผ่านผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นกลไกในการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่มาเข้ารับการฉีดวัคซีน

"การจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้า แล้วใช้อำนาจบังคับแบบทันทีทันใด เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น สมมติหากมีการใช้อำนาจบังคับ หรือกึ่งบังคับ ให้ประชาชนในพื้นที่ฉีดวัคซีน จริงอยู่ที่ในระยะสั้นอาจจะบังคับเกณฑ์ประชาชนมาฉีดวัคซีนได้เป็นจำนวนมากได้ แต่ต้องยอมรับว่าการฉีดวัคซีนนั้น แม้ว่าจะมีความเสี่ยงที่ไม่มากนัก แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ในการปกป้องชีวิตของทั้งตัวเอง และคนในครอบครัวจากโรคระบาด ก็ยังถือว่าการฉีดวัคซีนนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และมีความคุ้มค่าที่จะฉีด ถ้าหากประชาชนที่ถูกเกณฑ์มาฉีดไม่เข้าใจในประเด็นนี้ และเมื่อมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับผลข้างเคียง หรือมีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากที่ฉีดวัคซีน ความไม่เข้าใจที่ถูกรัฐบังคับ ก็จะกลายเป็นความโกรธแค้น และจะทำให้ความขัดแย้ง และความไม่ไว้วางใจในรัฐบาลของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ขยายตัวเพิ่มขึ้น"

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก คาด!! 20 ปี เขาน้ำแข็งในแอฟริกาละลายเกลี้ยง 118 ล้านคน เจอผลกระทบหนักรอบด้าน

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขณะนี้กำลังจะทำให้ภูเขาน้ำแข็ง 3 แห่งสุดท้ายในแอฟริกาละลายหายไปภายใน 20 ปีข้างหน้า

รายงานจาก WMO ชี้ว่าการหดตัวอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งคาดว่าจะละลายหายไปในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นสัญญาณของภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ไม่อาจย้อนกลับได้

นอกจากนี้ยังคาดว่าภายในปี 2030 จะมีผู้คนมากถึง 118 ล้านคนต้องเผชิญกับน้ำท่วม ภัยแล้ง หรืออุณหภูมิที่ร้อนระอุมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจของทวีปหดตัวลงถึง 3% ตลอดจนเผชิญกับความยากไร้หากไม่มีมาตรการรับมือที่เพียงพอ

กอ.รมน. ประสานทุกภาคส่วนเร่งนำบิ๊กแบ๊คอุดพนังกั้นน้ำอินทร์บุรี พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน เฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. 

จากสถานการณ์ในปัจจุบันหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุประกอบกับมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำสายหลัก ตลอดจนลำน้ำสาขาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา มวลน้ำทำให้แนวกระสอบทรายที่กั้นบริเวณพนังกั้นน้ำ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พังเสียหาย เกิดกระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็ว

กอ.รมน. โดย นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสิงห์บุรี (ผอ.รมน.จ.สิงห์บุรี) พร้อมคณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งการให้ทุกภาคส่วนเร่งอุดพนังกั้นน้ำเป็นการเร่งด่วน โดยกรมชลประทานได้นำบิ๊กแบ็กจำนวน 30 ลูกมาวางปิดกั้นทางน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าในพื้นที่เพิ่มเติม 

ขณะเดียวกัน กองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับ กอ.รมน.จ.สิงห์บุรี นำกำลังพลจิตอาสาพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนโดยทันที ในการกรอกกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณสะพานอินทร์บุรีซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของคนในพื้นที่ ช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพผู้สูงอายุ และผู้ป่วย

ธปท.คาดผ่อนเกณฑ์อสังหาฯ กระตุ้นกำลังซื้อ ดึงเม็ดเงินใหม่ 9.8% ของจีดีพี - จ้างงาน 2.8 ล้านคน

ธปท.คาดว่าผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยฯ จะช่วยดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์กว่า 9.8% ของจีดีพี และมีการจ้างงานกว่า 2.8 ล้านคน หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ

วันนี้ (21 ต.ค. 64) นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ แม้มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวได้จากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้เปิดประเทศได้เร็วกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูงและฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะซบเซาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและภาคก่อสร้างที่ได้รับผลจากการระบาด ธปท. ประเมินแล้วเห็นว่า เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและพยุงการจ้างงาน จึงควรเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็งหรือรองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ผ่านการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว

‘โจ-มณฑานี’ โพสต์!! สามกีบสายแยกแยะ ถูกลากไปให้ทัวร์ยำ หลังให้ค่าซิโนแวค

ไม่นานมานี้ คุณโจ-มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากรการเงิน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ‘Jo Montanee’ ระบุว่า…

พี่โจเคยลงคลิป “สามกีบ” (เค้าเรียกตัวเองแบบนี้) ที่รักพระเจ้าอยู่หัว…

แล้วไลฟ์ตำหนิสามกีบด้วยกันที่ทำการหยามหมิ่นสถาบันฯ

วันนี้ขอลงชมเชยน้องคนรุ่นใหม่ หลังได้ทวิตฯ ขอบคุณ ‘ซิโนแวค’ แล้วโดนเพจสามนิ้วลากไปแขวนให้ทัวร์มาลงน้อง

พี่โจเลยอยากให้กำลังใจน้องว่า…

น้องเค้าจิตใจน่ารักจังเลยค่ะ

รัสเซียสั่งหยุดงานทั่วประเทศ ห้ามผู้สูงอายุออกจากบ้าน หลังป่วยโควิดพุ่งวันละ 3 หมื่น ยอดตายทุบสถิติ 

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย อนุมัติขอเสนอของคณะรัฐมนตรีให้มีคำสั่งหยุดงานทั่วประเทศเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. เป็นต้นไป

รัสเซียยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต โดยวานนี้ (20 ต.ค.) รัสเซียมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในช่วง 24 ชั่วโมงถึง 1,028 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดในประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่กว่า 226,000 ซึ่งสูงสุดในยุโรป

โดยรัสเซียมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนแตะระดับ 1,000 คน เป็นครั้งแรกช่วงสุดสัปดาห์ และผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละมากกว่า 30,000 คน ต่อเนื่องมาเกือบสัปดาห์แล้ว

สาวงาม  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2021 เก็บตัวทำกิจกรรมสู่รอบตัดสิน สวนนงนุชพัทยา

ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 เดินทางสู่สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี  เพื่อเข้าที่พักและร่วมทำกิจกรรม  สวนนงนุชพัทยา  ให้การต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดอย่างอบอุ่น และเป็นตาม มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย  ที่สวนนงนุชพัทยา ได้รับเครื่องหมาย SHA Plus  

พร้อมกันนี้เหล่าสาวงามยังได้ทำกิจกรรมของกองประกวดและนั่งรถรางชมสวนในโซนต่าง ๆ ที่มีการจัดออกแบบอย่างสวยงาม ทั้ง สวนลอยฟ้า   เนริส์เซอรรี่ตะบองเพชร  โซนหุบเขาไดโนเสาร์ เป็นต้น  ก่อนที่สาวงามทั้ง 30 คน จะได้เข้าแข่งขันรอบพรีลิมมินารี  ในวันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม  2564  เวลา18.00น.-20.00 น  และรอบชิงชนะเลิศ  ในวันอาทิตย์  ที่ 24  ตุลาคม  2564  เวลา17.30น.-19.45น.  
 

สุโขทัย-จัดโครงการวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ฟื้นฟูป่าชุมชนให้เติบโตแข็งแรง

จังหวัดสุโขทัยจัดโครงการวันรักต้นไม้ประจำปี ของชาติ พ.ศ.2564 กิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้ ภายในบริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ พื้นที่อำเภอสวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันรักต้นไม้ประจำปี 


        
นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย ดำเนินการจัดขึ้น ณ บริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมีหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเกิดประโยชน์ และความร่วมมือกันทุกภาคส่วน และบำรุงรักษาต้นไม้ ด้วยการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช โรค แมลง และยังร่วมใจกันตัดแต่งกิ่งไม้ให้สวยงาม สร้างความร่มรื่น ร่มเย็น และรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ปลูกต้นไม้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top