Friday, 12 June 2026
Hard News Team

‘เคนเนดี จูเนียร์’ ยกเครื่องบอร์ดวัคซีนสหรัฐฯ ประกาศตั้งทีมใหม่ 8 คน บางรายเคยด่าวัคซีนโควิด

(13 มิ.ย. 68) โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ (Robert F. Kennedy Jr.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกใหม่ 8 คนเข้าสู่คณะกรรมการที่ปรึกษาวัคซีนของ CDC (ACIP) โดยในจำนวนนั้นมีผู้ที่เคยวิจารณ์วัคซีน โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

ก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน เคนเนดีเพิ่งปลดสมาชิกคณะกรรมการเดิมทั้ง 17 คน พร้อมระบุว่า ACIP ชุดเก่า “เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน” และทำหน้าที่เหมือน “ตรายางอนุมัติวัคซีนทุกชนิด” โดยไม่ได้ทบทวนข้อมูลอย่างเหมาะสม

เขาโพสต์บน X ว่าสมาชิกใหม่เป็น “นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ และแพทย์ระดับประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข” ซึ่ง “ยึดหลักการแพทย์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีสามัญสำนึก” โดยทั้งหมดจะเริ่มเข้าร่วมประชุม ACIP ชุดใหม่ระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายนนี้

รายงานระบุว่าสมาชิกใหม่บางคนเคยมีบทบาทต่อต้านวัคซีน เช่น ดร.โรเบิร์ต มาโลน (Robert Malone) ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี mRNA แต่เคยเผยแพร่ข้อมูลผิดเกี่ยวกับโควิด-19 รวมถึง ดร.มาร์ติน คุลดอร์ฟ (Martin Kulldorff) หนึ่งในผู้ร่วมเขียน "Great Barrington Declaration" ที่เสนอแนวคิดให้ประชาชนติดเชื้อเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

นอกจากนี้มีอย่างน้อย 4 คนในคณะใหม่ที่ถูกอ้างถึงในหนังสือของเคนเนดี The Real Anthony Fauci ซึ่งวิจารณ์บทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ระหว่างวิกฤตโควิด โดยยังไม่ชัดเจนว่าเคนเนดีจะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มอีกหรือไม่ในอนาคต

ผู้นำอิหร่านประณามอิสราเอล ‘อาชญากรอำมหิต’ ลั่นจะต้องชดใช้ด้วยชะตากรรมอันขมขื่น

(13 มิ.ย. 68) อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แถลงผ่านสำนักข่าว IRNA ว่าอิสราเอลจะต้องเผชิญกับ “บทลงโทษอย่างรุนแรง” หลังปฏิบัติการโจมตีหลายจุดในอิหร่าน รวมถึงเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์เสียชีวิต

“ลัทธิไซออนิสต์เปิดเผยธาตุแท้ที่ชั่วร้าย ด้วยการโจมตีแม้แต่พื้นที่พักอาศัยของประชาชน” คาเมเนอีกล่าว พร้อมระบุว่าการกระทำครั้งนี้จะนำอิสราเอลไปสู่ “ชะตากรรมที่ขมขื่นและเจ็บปวด”

สำหรับคำแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่พุ่งสูง หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในเชิงรุก ขณะที่ชาติตะวันตกและประชาคมโลกจับตามาตรการตอบโต้จากอิหร่านอย่างใกล้ชิด

นักวิชาการแฉ สหรัฐฯ สั่งอพยพคนก่อนอิสราเอลถล่ม เชื่อรู้แผนซัดอิหร่าน แถมให้ไฟเขียวโจมตีฐานนิวเคลียร์

(13 มิ.ย. 68) จากเหตุการณ์อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ใช้เครื่องบินรบกว่า 200 ลำถล่มเป้าหมายกว่า 100 จุด โดยมุ่งทำลายโครงสร้างนิวเคลียร์และสังหารผู้นำทางทหารระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้แน่นอนว่า อิสราเอลประสานงานกับสหรัฐฯ ล่วงหน้า

ดร.เกร็ก ไซมอนส์ (Dr. Greg Simons) นักวิชาการด้านสื่อจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแดฟโฟดิล ของบังคลาเทศ ชี้ว่าการที่สหรัฐฯ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตจากอิรักและอ่าวเปอร์เซียก่อนการโจมตี แสดงให้เห็นว่าวอชิงตันรับรู้และอาจให้ไฟเขียวต่อแผนการดังกล่าว แม้สหรัฐฯ จะออกมาปฏิเสธแล้วก็ตาม

นักวิชาการยังระบุอีกว่า อิสราเอลต้องการสกัดความพยายามเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในก่อนหน้านี้ โดยที่สหรัฐฯ ยังอยากหันไปโฟกัสกับจีน แต่กลับถูกพันธมิตรอย่างอิสราเอลและยูเครนดึงกลับสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำหรับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ดร.ไซมอนส์มองว่า เขา “ทำสงครามเพื่อหนีคดี” เพราะหากสันติภาพเกิดขึ้น โอกาสที่เขาจะถูกจับกุมในคดีทุจริตทางการเมืองย่อมเพิ่มขึ้น ทั้งยังวิจารณ์สหรัฐฯ ว่าให้การสนับสนุนอย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยกล่าวว่า “อิสราเอลจุดไฟที่ดับเองไม่ได้ แล้วหวังให้วอชิงตันช่วยจ่ายค่าเสียหายแทน”

‘ดร.หิมาลัย’ นำ พพ. แจงแนวทาง 'โครงการฝายธงน้อย' มุ่งบริหารจัดการน้ำพร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างยั่งยืน

พพ. ชี้แจงแนวทาง 'โครงการฝายธงน้อย' แก่จังหวัดน่าน เดินหน้าเพื่อชุมชน เสริมแผนจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม ลดผลกระทบอุทกภัยด้วยพลังงานสะอาด

(13 มิ.ย. 68) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการฝายธงน้อย และแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเขตจังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมพระเจ้า สุริยพงษ์ ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม และ นายนันทนิษฎ์ วงศ์วัฒนา รองอธิบดี พพ. เป็นผู้นำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหารจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, สมาชิกวุฒิสภา, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน, หน่วยงานราชการในพื้นที่, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน และผู้แทนภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ดร.หิมาลัย กล่าวว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ “เพื่ออธิบายอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน และรับฟังทุกข้อกังวลและทำความเข้าใจร่วมกัน” เพื่อให้การพัฒนาโครงการฝายธงน้อยและการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากการให้ข้อมูลหรือการชี้แจงอย่างชัดเจนแล้ว ยังได้เสนอแนวทางบริหารจัดการน้ำเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงช่วยเพิ่มพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบ แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ผ่านการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนในด้านอาชีพ การศึกษา และสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

โดยได้จัดทำแผนบรรเทาทุกข์โครงการแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่

แผนระยะสั้น (พ.ศ. 2568–2570) ประกอบด้วยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำหอยโข่ง การระบายน้ำผ่านทางผ่านปลา และการขุดลอกตะกอนดินทรายในลำน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เหนือฝาย ลดความเสี่ยงต่อปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะสามารถช่วยระบายน้ำในช่วงที่น้ำหลากได้ถึง 50 ลบ.ม /วินาที ปัจจุบันอยู่ระหว่างการของบประมาณโครงการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท 

แผนระยะยาว (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป) ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน จำนวน 2 ช่อง พร้อมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569 โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำธงน้อยมีเป้าหมายในการผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาดประมาณ 11.10 ล้านหน่วยต่อปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 6,438 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และมีความสามารถในการช่วยระบายในช่วงน้ำหลากได้ถึง 220 ลบ.ม/วินาที  พร้อมทั้งสามารถจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้อีกด้วย

หลังการประชุม คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่จริงบริเวณฝายธงน้อย เพื่อสำรวจและศึกษาภูมิประเทศโดยรอบพร้อมรับฟังข้อมูลในพื้นที่อย่างรอบด้าน นำไปสู่การปรับแนวทางดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพจริงและความต้องการของชุมชน

พพ. ยืนยันเดินหน้าโครงการฝายธงน้อยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างโปร่งใส โดยเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พร้อมย้ำว่าจากข้อมูลทางวิชาการ ฝายธงน้อยไม่ใช่สาเหตุของน้ำท่วมในเทศบาลเมืองน่าน แต่ก็ยังคงร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อวางแนวทางป้องกันและบรรเทาผลกระทบอย่างรอบด้าน

‘คิงเพาเวอร์’ อ้างโควิด เศรษฐกิจแย่ นทท. จีนหาย ขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรีดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่

‘คิงเพาเวอร์’ ยื่นหนังสือถึงทอท. ขอยกเลิกสัญญาดิวตี้ฟรี สนามบินดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่ อ้างผลกระทบโควิด เศรษฐกิจตกต่ำ สงคราม กำแพงภาษี รัฐขาดมาตรการเชิงรุกทำนักท่องเที่ยวจีนหาย รวมถึงขอคืนพื้นที่ทำยอดขายลด ขาดทุน จ่ายผลตอบแทนที่กำหนดสูงเกินไปไม่ไหว ชี้เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่ได้เกิดจากบริษัทฯ จี้เจรจายุติใน 45 วัน

รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. โดยขอหารือแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งบ.คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้รับสัญญาประกอบกิจการ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2576 นับจากสถานการณ์โควิด-19 ทอท.ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เป็นผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) จำนวน 127.30 บาท โดยเรียกเก็บจากผู้โดยสารขาออกผู้โดยสารผ่านและผู้โดยสารขาเข้า ผลกระทบโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ก็มีเหตุสงครามในหลายภูมิภาค สงครามการค้า และการกีดกันทางการค้า กำแพงภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้โดยสารจีนที่มีกำลังซื้อสูงลดลง ทำให้ยอดขายลดลง

โดยบริษัทฯ อ้างสาเหตุถึง 7 ประเด็น ที่เป็นเหตุสุดวิสัย ส่งผลต่อยอดจำหน่ายและการประกอบการของบริษัทฯ และส่งผลทำให้ค่าตอบแทนที่บริษัทฯต้องชำระให้แก่ทอท.อยู่ในเกณฑ์ที่สูงผิดปกติกว่าที่ควรจะเป็นและที่ได้เสนอไว้ ซึ่งผลกระทบต่างๆ เป็นผลให้บริษัทฯ ประสบกับภาวะขาดทุนจากแบกรับภาระ อัตราค่าตอบแทนที่สูงผิดปกติและไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของสถานการณ์จนส่งผลให้บริษัทฯ มีความจำเป็นที่ต้องเลื่อนชำระค่าภาระต่าง ๆ มาเป็นระยะ ๆ ซึ่งเหตุการณ์อันส่งผลกระทบเหล่านั้นเป็นเหตุสุดวิสัยอันมิได้เกิดจากการกระทำหรือความผิดจากบริษัทฯ แต่ประการใดทั้งสิ้น แต่ในทางกลับกัน ทอท. กลับพิจารณาและดำเนินการตามที่ ทอท.เห็นสมควรเพียงลำพังและเป็นประโยชน์แก่ ทอท. เพียงฝ่ายเดียว โดยมิได้หารือบริษัทฯ เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อทั้งสองฝ่าย หรือมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกันกับบริษัทฯ ที่มีมากกว่าผลกระทบด้านค่าตอบแทน

ดังนั้น ด้วยเหตุต่าง ๆ ที่ยังไม่คลี่คลายในขณะนี้ และยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ รวมถึงความไม่มั่นใจในการให้ความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาของ ทอท. บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องขอให้เกิดการหารือเพื่อหาแนวทางและข้อยุติอื่นๆ รวมถึงแนวทางในการพิจารณายกเลิกสัญญาอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติภายใน 45 วัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ ในระหว่างการพิจารณาของ ทอท. บริษัทฯ ขอนำส่งค่าตอบแทนตามสัญญาประมูลในอัตราร้อยละ 20 ของยอดจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในแต่ละเดือน ซึ่งภายหลังสิ้นเดือน เมื่อทราบยอดจำหน่าย บริษัทฯ จะคำนวณค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20 และชำระค่าตอบแทนดังกล่าวภายในวันสุดท้ายของเดือนถัดไป โดยเริ่มจากยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2568 (เนื่องจาก บริษัทฯ ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเวลาชำระเงินสำหรับค่าตอบแทนขั้นต่ำ เดือนกันยายน 2567 ถึงเดือนมิถุนายน 2568) ซึ่งจะทราบยอดจำหน่ายภายหลังสิ้นเดือนกรกฎาคม 2568 และจะชำระค่าตอบแทนในอัตราร้อยละ 20ให้แก่ ทอท. ภายในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนขั้นต่ำของเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งเดิมบริษัทฯ ต้องชำระให้แก่ ทอท. ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 และขอให้ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระ โดยขอให้แนวทางการนำส่งค่าตอบแทนข้างต้นมีผลต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ข้อยุติจากการเจรจา

สำหรับสถานการณ์ที่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ระบุเป็นเหตุสุดวิสัยและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมิได้เกิดจากการกระทำของบริษัทฯ โดยเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถประกอบการและปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้ได้ ดังนี้

1. การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจากนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 กระทบต่อวิธีการคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ลดลงจากการหยุดประกอบการร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าอย่างไม่เป็นธรรม และแตกต่างจากเจตนาของ TOR และสัญญาฯอย่างมีนัยสำคัญ

2. การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์อันส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายภายในร้านค้าปลอดอากร ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ.2530 (ฉบับที่ 7 ) ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ยกเว้นอากรสินค้าไวน์ที่ระบุไว้ในประกาศฯ (จากเดิมอัตราอากรอยู่ที่ร้อนยละ 60) ส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่าย

3. การขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการของทอท. บางส่วน(เนื้อที่ประมาณ 491.220 ตารางเมตร) ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป ซึ่งทอท.ใช้วิธีคำนวณจำนวนเงินค่าตอบแทนที่ต้องชำระให้แก่ทอท.ที่ปรับลดลงตามสัดส่วนของพื้นที่ขอคืนมีผลต่อยอดจำหน่ายสินค้าลดลง

4. การขาดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้การลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยสูงสุด

5. สถานการณ์ภายในประเทศอันส่งผลทางลบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้โดยสาร เช่น การย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ การปิดตัวของบริษัทในหลายอุตสาหกรรม อาชญากรรมทางไซเบอร์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) หรือการถล่มของตึก สตง.จากแผ่นดินไหววันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในประเทศ

6. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังมีผลกระทบต่อธุรกิจ

7. สถานการณ์สงครามและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ บริษัทฯอ้างสัญญาข้อ 7.9 ระบุว่า ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องหรือมีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเหตุให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากความผิดของคู่สัญญาฝ่ายใด คู่สัญญาจะเจรจาเพื่อหาทางแก้ไข

ข้อ7.7 ในกรณีที่ข้อกำหนดของสัญญาข้อใดข้อหนึ่งตกเป็นโมฆะไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงในข้อกำหนดอื่นยังมีผลบังคับกันได้ต่อไป อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสัญญาที่มีผลในทางพาณิชย์

ข้อ7.5 ภายใต้บังคับของกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับทอท. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญานี้ไม่อาจทำได้ เว้นแต่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

ทอท.ทำสัญญากับบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด สำหรับกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ สัญญาที่ ทอท.DF-1-02/2562 ลงวันที่ 4 ก.ค. 2562 มีอายุสัญญา 10 ปี 6 เดือน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2574 ผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ ปีแรก 2,331 ล้านบาท ต่อมาแก้ไขสัญญา 2 ครั้ง คือวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 และวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ล่าสุดปรับอายุสัญญาเป็นระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2576

สล.พมพ.ทรภ.1 จัดกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร เสริมทักษะช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

ระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2568 สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ 1 (สล.พมพ.ทรภ.1) จัดกิจกรรม “เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร” ณ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด (ฐตร.ทรภ.1) ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อเสริมสร้างทักษะในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลให้แก่กำลังพล

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้าง (ศรภ.ทร.เกาะช้าง) พร้อมด้วยอาสาสมัครจากกลุ่ม “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยมี นายฝันเด่น จรรยาธนากร (พี่เล็ก) ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรงแก่ผู้เข้าร่วม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 นาย ประกอบด้วยกำลังพลจากฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราดและหมู่เรือลาดตระเวนชายแดน การฝึกอบรมประกอบด้วยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมทั้งจัดฝึกภาคสนามในทะเลจากสถานการณ์จำลองจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และฝึกฝนอย่างใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 โดยเฉพาะใน ฐตร.ทรภ.1 และหมู่เรือลาดตระเวนชายแดนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

สื่อเตหะรานยัน แม่ทัพระดับสูง-นักวิทย์อิหร่านดับ หลังจาก 'อิสราเอล' เปิดฉากถล่มฐานนิวเคลียร์

(13 มิ.ย. 68) อิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตี (preemptive strike) ต่ออิหร่าน โดยรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) ระบุว่า เป็นปฏิบัติการเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน

กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่ายุทธการระลอกแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยมุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายจุดทั่วอิหร่าน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า แม่ทัพระดับสูง 2 นาย ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) คือ ฮอสเซน ซาลามี (Hossein Salami) และ โกลาม-อาลี ราชิด (Gholam Ali) เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ

รายงานยังระบุว่า นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ชั้นนำของอิหร่าน 2 คน ได้แก่ โมฮัมหมัด-เมห์ดี เทห์รานชี (Mohammad Mehdi Tehranchi) และ ฟาเรย์ดูน อับบาซี (Fereydoun Abbasi) ก็เสียชีวิตในเหตุการณ์ด้วย ขณะที่มีเสียงระเบิดรุนแรงในหลายเมือง เช่น เตหะราน นาทานซ์ คอนดาบ และโครัมอาบาด รวมถึงมีรายงานผู้เสียชีวิตในอาคารที่พักอาศัยในกรุงเตหะราน

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวผ่านวิดีโอว่า เป้าหมายของปฏิบัติการนี้ คือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ โรงงานผลิตขีปนาวุธ และศักยภาพทางทหารของอิหร่าน โดยจะดำเนินต่อไป “ตราบเท่าที่ยังจำเป็น” พร้อมกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ

ด้านสหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ โดยอิสราเอลเป็นฝ่ายดำเนินการฝ่ายเดียว ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน และยังไม่ต้องการให้มีการปะทะรุนแรงในตะวันออกกลาง เพราะอาจทำลายโอกาสของการเจรจาโดยตรงที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างวอชิงตันและเตหะราน

'ROSOBORONEXPORT' บ.ผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่รัสเซีย ร่วมโชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ Indo Defense Expo 2025 เพิ่ม

บริษัท JSC ROSOBORONEXPORT (ส่วนหนึ่งของ Rostec State Corporation) ในฐานะคณะผู้แทนรัสเซียเข้าร่วมงาน Indo Defense 2025 ตามคำเชิญส่วนตัวของ ปราโวโบ ซูเบียนโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งได้เชิญเมื่อพบกับ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียในปี 2024 โดย JSC ROSOBORONEXPORT จัดแสดงอุปกรณ์ทางทหารล่าสุดของรัสเซียในงาน Indo Defense Expo 2025 ระหว่างวันที่ 11 ถึง 14 มิถุนายนที่ Jakarta International Expo เมืองเคมาโยรัน ประเทศอินโดนีเซีย โดยผู้ส่งออกพิเศษของรัสเซียนำเสนออาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียมากกว่า 250 รายการสำหรับทุกเหล่าทัพ โดยส่วนใหญ่ได้รับการทดสอบในสภาพการรบจริงและได้รับการอัปเกรดตามผลจากการใช้งานจากปฏิบัติการจริง

ในงาน Indo Defense 2025 บริษัท ROSOBORONEXPORT จะจัดนิทรรศการอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารของรัสเซีย นำเสนอผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ผลิตโดยรัสเซียซึ่งตรงตามข้อกำหนดของโครงการอาวุธยุทโธปกรณ์ปี 2025-2029 ของกองทัพอินโดนีเซียให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” Alexander Mikheev ผู้อำนวยการทั่วไปของ ROSOBORONEXPORT กล่าว “ข้อเสนอของเราสำหรับกองทัพอินโดนีเซีย ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 แบบ Su-57E และรุ่นที่ 4++ แบบ Su-35 รวมถึงอาวุธสำหรับเครื่องบินเหล่านี้ ได้แก่ ขีปนาวุธนำวิถีแบบ Kh-31PD, Kh-35UE เครื่องบินเติมน้ำมัน IL-78MK-90A เฮลิคอปเตอร์แบบ Ka-52E และ Mi-17 โดรน (UAV) ตลอดจนยานเกราะที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางทางน้ำมากมาย อาทิ รถถังสะเทินน้ำสะเทินบกเบาแบบ Sprut และรถหุ้มเกราะ BMP-3F เรือดำน้ำและเรือชายฝั่ง อุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศล่าสุด: ระบบ SAM S-400 Triumf, ระบบ S-350E Vityaz, ระบบ Pantsir-S1M SPAAGM, ระบบ Verba MANPADS และระบบต่อต้านโดรน

อินโดนีเซียมีพรมแดนทางทะเลยาวและเกาะมากกว่า 17,000 เกาะ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้ ROSOBORONEXPORT จะนำเสนออุปกรณ์มากมายสำหรับกองทัพเรือ ในบรรดาอุปกรณ์ที่จะนำมาจัดแสดงในงาน Indo Defense 2025 ได้แก่ เรือตรวจการณ์ Project 22160 และเรือคอร์เวตต์ชั้น Tigr Project 20382 รวมถึงเรือจู่โจมความเร็วสูง BK-16 และ BK-10 ที่สามารถปฏิบัติการได้ทั้งในทะเลหลวงและในเขตชายฝั่ง ในช่องแคบและแม่น้ำ เรือดำน้ำ Project 636 ระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่งเคลื่อนที่ Bastion พร้อมขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ Yakhont และ Rubezh-ME โดยมีการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัวการผลิตสำหรับโรงงานและอู่ต่อเรือในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแนวโน้มของตลาดอาวุธโลกในปัจจุบัน และโครงการร่วมกับ ROSOBORONEXPORT ในพื้นที่นี้จะทำให้ประเทศที่เป็นมิตรของรัสเซียสามารถกระตุ้นการเติบโตของการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของตนเองได้ ในระหว่างโปรแกรมธุรกิจในงาน Indo Defense 2025 บริษัทจะจัดการประชุมและเจรจากับตัวแทนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานทั้งหมดของกองทัพอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ROSOBORONEXPORT จะเสนอความช่วยเหลือจากรัสเซียให้กับอินโดนีเซียในการสร้างกองทัพที่ทันสมัยที่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามและความท้าทายต่อความมั่นคงของรัฐทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ROSOBORONEXPORT เป็นหน่วยงานของรัฐแห่งเดียวของรัสเซียที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศและการใช้งานสองแบบครบวงจร โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Rostec State Corporation โดยเป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดอาวุธระดับโลก ด้วยสัดส่วนของการส่งออกอาวุธและอุปกรณ์ทางทหารของรัสเซียมากกว่า 85% Rosoboronexport ร่วมมือกับบริษัทและองค์กรด้านการป้องกันประเทศของรัสเซียมากกว่า 700 แห่ง ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความร่วมมือทางเทคนิคทางการทหารของรัสเซียในปัจจุบันครอบคลุมมากกว่า 100 ประเทศ Rostec State Corporation เป็นบริษัทอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ซึ่งรวมองค์กรวิจัยและการผลิตมากกว่า 800 แห่งใน 60 ภูมิภาคของประเทศ บริษัทมีบทบาทสำคัญในฐานะซัพพลายเออร์รายใหญ่ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหาร และอุปกรณ์พิเศษผ่านคำสั่งซื้อด้านการป้องกันประเทศของรัฐ นอกจากนี้ Rostec ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการผลิตพลเรือนที่มีเทคโนโลยีสูงในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เช่น วิศวกรรมอากาศยาน การสร้างเครื่องยนต์ การขนส่ง วิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีทางการแพทย์ ยา และวัสดุนวัตกรรม เป็นต้น ในปี 2023 บริษัทมีรายได้รวมเกินกว่า 2.8 ล้านล้านรูเบิล (ราว 1.14 ล้านล้านบาท)

ททท. ผนึก อสส. ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว ลงนามความร่วมมือเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

(13 มิ.ย. 68) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ZPOT) โดย นางสมรัก  บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สายปฏิบัติการและพัฒนาธุรกิจ) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “การดำเนินการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวประเทศไทย” เพื่อกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศและผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง ททท. และ อสส. จะช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสวนสัตว์ 6 แห่ง และ 1 โครงการ ทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น สวนสัตว์สงขลา และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันผลักดันกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์และและส่งเสริมการตลาดที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการเรียนรู้  ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านอนุรักษ์ การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่สวนสัตว์ ตลอดจนการใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการรับรู้ในวงกว้างและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

นางสมรัก บุษปธำรง รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (สายปฏิบัติการและพัฒนาธุรกิจ) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ ททท. ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบทบาทของสวนสัตว์ในฐานะพื้นที่เรียนรู้ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และสร้างสรรค์กิจกรรมที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งร่วมกันยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้เชื่อมโยงกับแนวคิดด้านธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคมในระยะยาว

ทั้งนี้ ภายหลังจากพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันเยี่ยมชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพื่อสำรวจพื้นที่และศึกษาการบริหารจัดการสวนสัตว์ที่เน้นการอนุรักษ์และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและจัดกิจกรรมท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเพื่อขยายการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น

บันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ นี้มีระยะเวลา 1 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การผลิตเนื้อหาประชาสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวร่วมกัน รวมถึงการจัดกิจกรรมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยเริ่มต้นด้วยสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก อ.ส.ท.คลับ จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับการเข้าชมสวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์ขอนแก่น, สวนสัตว์นครราชสีมา, สวนสัตว์อุบลราชธานี และสวนสัตว์สงขลา จากอัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ (ชาวไทย) 200 บาท เหลือ 160 บาท จำกัดจำนวน 2,000 สิทธิ์ ขณะที่สมาชิกสโมสรผู้รักสวนสัตว์แห่งประเทศไทย (ผู้ถือบัตร Zoo Lover Society) สามารถซื้ออนุสารอ.ส.ท.ในราคาเล่มละ 70 บาท จาก 85 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง) ในช่วงเดือนเมษายน - ธันวาคม 2568 จำกัดจำนวน 1,500 สิทธิ์ โดยสามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทาง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSff0BDqIjhoXiwFYdcntDIRe45uDLnDxQokTOAQWI9o180bOw/viewform นอกจากนี้จะร่วมกันดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และการจัดกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) สนับสนุนแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนและความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว

กัมพูชาดันซีรีส์ ‘ลูกชายใต้คืนวันเพ็ญ’ เล่าชีวิตของ ‘ฮุน เซน-ภรรยา’ แทนละครไทย

(13 มิ.ย. 68) กระทรวงข่าวสารกัมพูชาออกคำสั่งให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องในประเทศยุติการออกอากาศละคร ภาพยนตร์ และเพลงไทยทุกประเภททันที เป็นหนึ่งในมาตรการตอบโต้ฝั่งไทย หลังไทยยังไม่เปิดด่านชายแดน โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 6 ข้อที่สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาเสนอไว้ อาทิ แบนสินค้าไทย ดึงแรงงานกลับ และหนุนสินค้าเกษตรกัมพูชาแทน

ล่าสุด สถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา (TVK) เตรียมออกอากาศซีรีส์ 'ลูกชายใต้คืนวันเพ็ญ' แทนละครไทย โดยซีรีส์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของสมเด็จฯ 'ฮุน เซน' และภรรยา 'บุนรานี' โดยมีเป้าหมายสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวกัมพูชา

จากข้อมูลในเว็บไซต์กระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ระบุว่า “ลูกชายใต้คืนวันเพ็ญ” ถ่ายทอดชีวิตสมเด็จฯ ฮุน เซน ในช่วงเริ่มสร้างครอบครัว ท่ามกลางยุควิกฤติของประเทศ เมื่อสูญเสียลูกชายคนหนึ่ง ทำให้ตัดสินใจลุกขึ้นมากอบกู้ชาติ จนนำไปสู่การปลดแอกกัมพูชาได้สำเร็จเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2522


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top