Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ร่วม สวนนงนุชพัทยา ถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากอินเดีย 999 ต้น ปลูกเป็นพุทธบูชา ทุกวัดทั่วแผ่นดิน

ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ฯพร้อมด้วย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากประเทศอินเดีย ในโครงการ “หนึ่งใจ..ให้ธรรมะ” ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นพุทธบูชาทุกวัดทั่วแผ่นดิน 999 ต้น ขึ้นถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตำหนักอรุณ วัดราชบพิชสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ตามที่มูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ  ร่วมกับ สวนนงนุชพัทยา และองค์กรภาคีเครือข่ายขอประทานพระอนุญาตถวายเสนอ โครงการ “หนึ่งใจ..ให้ธรรมะ” ถวายต้นพระศรีมหาโพธิ์ 999 ต้น ปลูกเป็นพุทธบูชาทุกวัดทั่วแผ่นดิน ซึ่งสวนนงนุชพัทยา ได้ทำการขยายพันธุ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ สถานที่ตรัสรู้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ อีกทั้ง เป็นการขับเคลื่อนโครงการ “หนึ่งใจ..ให้ธรรมะ” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทั่วประเทศไทย เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังกล่าว 

สำนักงานเลขานุการใน "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " ร่วมพิธีถวายพานพุ่มเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และ วันชาติ วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๔

ณ โรงเรียนเทศบาลเมืองท่าโขลง 1 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี "นายุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) / นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล ผู้ช่วยเลขานุการฯ / นางสาวอรอนงค์ สุดใจ ผู้ช่วยเลขานุการในฯ / นายมนตรี สังข์วิสิทธิ์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการฯ พร้อมคณะ เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

โดยกิจกรรมในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร พระภิกษุสงฆ์ และสามเณรจำนวน 89 รูป เพื่อบำเพ็ญถวายเป็นพระราชกุศล จากนั้นใน เวลา 09.00 น. "นายนิติชัย วิริยานนท์ " นายอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีฯ วางพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร  

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำเชียร์​ ‘จุรินทร์’ นั่งนายกฯ พร้อมเลือกผู้สมัครปชป.เป็นผู้ว่าฯกทม. ปลื้ม​ ”ประชาธิปัตย์” ซื่อสัตย์สุจริต-มีจุดยืนแก้รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย 

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. อินไซท์เอเชีย รีเสิร์ช กรุ๊ป (ประเทศไทย) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้สำรวจความคิดเห็นกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 444 ราย ที่มีต่อรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีถ้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี ตามระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย และมุมมองต่อการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งคำถามที่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดมีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ซึ่งผลสำรวจชี้ชัดว่านักธุรกิจชั้นนำเลือกพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 47.7 เปอร์เซ็นต์ มากสุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด และเมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลใดมีความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 40.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความคิดเห็น หรือไม่ทราบ ขณะที่ 35.1 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์

ต่อคำถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดมีความน่าเชื่อมั่นต่อการบริหารงานที่รับผิดชอบมากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 38.8 เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อมั่นพรรคใด แต่ 27 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความน่าเชื่อมั่นมากที่สุด เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลใด สามารถทำตามนโยบายหาเสียงได้มากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 34.4 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าไม่มีความเห็นและไม่ทราบ ขณะที่ 20.7 เปอร์เซ็นต์ เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และโพลนี้สอบถามว่าถ้าสามารถเลือกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คิดว่าหัวหน้าพรรคใดควรเป็นนายกฯ ซึ่งนักธุรกิจชั้นนำ 45.05 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจหรือไม่เลือกใคร แต่ 27.48 เปอร์เซ็นต์ เลือกนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ตามด้วย 15.32 เปอร์เซ็นต์ เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเมื่อสอบถามเพิ่มเติมถึงสาเหตุ พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 22.17 เปอร์เซ็นต์ เลือกเพราะเล็งเห็นถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน

‘ทักษิณ’ โต้ข่าวเท็จหนุนการเงินขบวนการล้มเจ้า ท้ามีหลักฐานมาโชว์ จะตบรางวัลอย่างงาม!!

‘ทักษิณ’ โพสต์ขอปฏิเสธเสียงแข็ง หลังถูกโยงสนับสนุนด้านการเงินขบวนการล้มเจ้า ลั่นใครมีหลักฐานว่าโอนเงินให้ จะตบรางวัลให้อย่างงาม โอดทำมาหากินที่ต่างประเทศก็หนักแล้ว 

วันที่ 3 ธ.ค.64 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ความว่า วันนี้อยากจะเล่าให้พี่น้องคนไทยได้ฟัง ตามประสาคนแก่ที่อาจชอบพูดเรื่องอดีตบ้าง แต่ผมเป็นคนแก่ที่ถึงแม้อนาคตตัวเองจะสั้นเพราะอายุเยอะแล้ว แต่ก็ยังห่วงอนาคตลูกหลานไทย ผมจำได้ว่าเมื่อผมอายุ 40 ปี กลุ่มชินคอร์ปได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำทางการบริหารจากอเมริกาบริษัทหนึ่งมาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทฯ ในการปรับวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้เข้มแข็งขึ้นเหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป 

‘บิ๊กตู่’ แนะนักเสี่ยงโชค อย่าไปซื้อเลขชุด ชี้ เป็นวิธีแก้ปัญหาหวยแพงได้ง่ายที่สุด

‘บิ๊กตู่’ ชี้แก้หวยแพง เพราะกลางทาง ถูกกว้านไปจัดชุด แนะวิธีแก้ง่ายสุด ก็อย่าไปซื้อเลขชุด เพราะถูกได้ไม่กี่คน ให้แบ่งกันรวยบ้าง

วันที่ 3 ธ.ค. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาเกิน 80 บาท ว่า ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพง เกิน 100 บาท เป็นปัญหาปลายทาง และอยากให้ดูว่าปัญหาที่ต้นทางว่าออกมาอย่างไร ซึ่งการออกมาจากกองสลาก มีการจัดสรรโควตาลงไป เพราะเป็นอาชีพของประชาชนทุกจังหวัด มีคนประกอบอาชีพนี้เยอะ มีสมาคมต่าง ๆ ที่ต้องดูแลผู้ค้า เพื่อให้มีกองทุน แบ่งโควตาไปทุกจังหวัด ในราคาที่ต่ำกว่า 80 บาท

ถ้ามองในกระบวนการต่อไป 5 เสือ 5 สิงห์ก็ไม่ได้มีมานานแล้ว เพราะเป็นการให้โควตาตรงไปที่จังหวัด ที่สมาคม แต่เกิดการนำไปรวมชุดกันได้อย่างไร ก็ต้องดูปลายทางว่าคนสนับสนุนเพราะอะไร เพราะทุกคนก็อยากจะได้เลขชุด ก็กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ตามมา

"ไอ้ 5 เสือ 5 สิงห์ มันก็ไม่ได้มีมาตั้งนานแล้ว มันเป็นการให้โควตาตรงไปที่จังหวัด และก็พื้นที่ สมาคม ขั้นตอนต่อไปตรงนั้น มันไปรวมกันได้อย่างไร ก็ต้องไปดูปลายทางว่าคนสนับสนุนเพราะอะไร เพราะทุกคนก็อยากได้โควตา ได้เลขชุดใช่หรือไม่ มันก็เลยเป็นแหล่งผลประโยชน์ของเขาไง เพราะฉะนั้นก็มีหลายคนเสนอมา รัฐบาลก็ออกหวยชุดไปเลยสิ มันเป็นไปได้ไหม เราก็กระจายไปแล้ว ก็กระจายออกไป สำคัญอยู่ที่การรวมชุดตรงนั้น ต้องไปตรวจสอบตรงนั้นอีกทีว่าไปรวมกันได้อย่างไร"

'โบว์ ณัฏฐา' ลั่น 'Cancel Culture' ไม่ต่างจากการล่าแม่มด ย้ำ บ่อยครั้งเหยื่อเป็นผู้บริสุทธิ์ แนะ ควรสร้างสังคมที่เป็นเหตุเป็นผล

จากกระแสดราม่า ‘น้องลูกหนัง ศีตลา’ ลูกสาวคนเล็กของนักแสดง ‘ตั้ว ศรัณยู’ กับ ‘เปิ้ล หัทยา วงษ์กระจ่าง’ ที่เกิดดราม่าในโลกโซเชียลแห่คว่ำบาตร ไม่สนับสนุน พร้อมใจติด #SITALA เนื่องจากอดีตเคยเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองพร้อมกับครอบครัว

จากกรณีดังกล่าว ‘คุณโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง THE STATES TIMES ในรายการ Click On Clear THE TOPIC ถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมาบริบททางการเมืองกลายมาเป็นกระแสที่มีการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างรุนแรง 

จึงทำให้เกิดการละเมิดพื้นหลังทางครอบครัว หรือไซเบอร์บุลลี โดยเฉพาะในประเด็นของ ‘Cancel Culture’ และการรุมแบนให้ออกมา ‘Call Out’ จนสังคมเกิดความเคยชินและมองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้

อย่างในกรณี ‘น้องลูกหนัง’ เป็นประเด็นที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกหลานนักการเมือง นักเคลื่อนไหว หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงต้องรับแรงกดดันจากการกระทำของพ่อ-แม่ ไม่ว่าจะผิดหรือจะถูก ถ้าทุกคนพูดได้หรือยอมรับให้เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นแล้วสังคมจะเป็นยังไง นี่คือสิ่งที่เรากังวล 

ถ้าหากถามว่าการโดน ‘Cancel Culture’ ครั้งนี้ คือราคาที่ต้องจ่าย เปรียบเทียบกับศาลที่ต้องดูว่าความได้ส่วนกับเหตุ เหมือนกับศาลตัดสินแล้วลงโทษก็ต้องดูความได้ส่วนกับเหตุ ถ้าเกิดว่าลงโทษหนักกว่าเหตุ นี่คือความไม่ยุติธรรม

เช่นกันกับในโลกออนไลน์เมื่อคุณจะทำตัวเป็นผู้พิพากษาตัดสินใคร ก็อยากให้พิจารณาความได้ส่วนกับเหตุนั้น ถ้าคนคนหนึ่งจะมีแอ็กชันทางการเมืองที่คุณไม่เห็นด้วย คุณก็พูดในประเด็นนั้นดีไหมว่ามันเลวร้ายยังไง  

กลุ่มคนกลางคืน นักร้อง นักดนตรี เฮ! นายก สั่ง รมว.เฮ้ง คลอดมาตรการเยียวยาจ่าย 5,000 ม.33 รับ 2 ต่อ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นางสาวสุนทราลักษณ์ เพ็ชรกูล ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน จากสภาพัฒน์ และผู้แทนกลุ่มคนกลางคืน นำโดย คุณธเนส สุขวัฒน์ ตัวแทนนักดนตรี ผู้จัดงานคอนเสิร์ต คุณวรพจน์ นิ่มวิจิตร ตัวแทนผู้จัดงานคอนเสิร์ต อีเว้นท์ จากสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการเยียวยานักร้อง นักดนตรี นักแสดง และผู้ประกอบการสถานบันเทิง คลับ ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 นายจ้าง ให้ลงทะเบียนโครงการ SME (โครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน) ต่ออีก 1 เดือน เพื่อช่วยเหลือนายจ้างกลุ่มนี้ 3 เดือน โดยไม่มีภาษี กลุ่มที่ 2 ลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม จะให้ประกันสังคมเยียวยาว่างงานจากเหตุสุดวิสัยจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ และจ่ายอีก 5,000 บาท จากรัฐบาล (ม.33 เรารักกัน) กลุ่มที่ 3 ลูกจ้างที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล โดยใช้เงินกู้จากรัฐบาล แต่ต้องให้สมาคม/สมาพันธ์รับรอง ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบตัวเลขในระบบพบว่า ทั้งประเทศคาดว่าอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 1.5 แสนราย ซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินกู้จากรัฐบาลเยียวยาประมาณ 750 ล้านบาท ส่วนผู้ที่เกินอายุเกิน 65 ปี ซึ่งไม่เข้าข่ายมาตรา 40 ของประกันสังคม จะประสานให้กระทรวงวัฒนธรรมสำรวจตัวเลขและเป็นผู้ดูแลเยียวยาต่อไป

มาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อ Omicron รายแรก เผยเดินทางมาจากแอฟริกาใต้ 2 สัปดาห์ก่อน

กัวลาลัมเปอร์ 3 ธ.ค. - มาเลเซียพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกเป็นนักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน และออกจากสถานที่กักตัวเพื่อดูอาการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนหลังกักตัวครบ 10 วัน

นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย เผยวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิดซ้ำอีกครั้งในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อช่วงก่อนหน้านี้ หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้เชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเป็นสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวลเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 

นายจามาลุดดินระบุว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของมาเลเซียเป็นนักเรียนหญิงวัย 19 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการ และได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดส โดยมีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวกเมื่อเดินทางถึงมาเลเซียในวันที่ 19 พฤศจิกายน หลังแวะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ จากนั้น นักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าสู่มาตรการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน และครบกำหนดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน

เครือข่ายผู้ใช้ฯ โวยสสส. ออกข่าวบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายเพิ่มขึ้น ไม่ถูกต้อง!

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโวย สสส. ออกข่าวบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายเพิ่มจาก 5% เป็น 67% ไม่ถูกต้อง ชี้สองงานวิจัยที่ทำการศึกษาคนละวิธีเอามาเทียบกันไม่ได้ พร้อมแนะ สสส. และ NGO สายสุขภาพอย่านำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพราะจะสร้างความกังวลให้กับสังคมได้ ย้ำประเทศไทยต้องรีบทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาการให้ข้อมูลผิดๆ แบบในปัจจุบัน และช่วยชีวิตคนไทยที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละกว่า 70,000 คน


 
นายมาริษ กรัณยวัตน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “เครือข่ายลาขาดควันยาสูบ” และแอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน กล่าวถึงการนำข้อมูลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ไปเปรียบเทียบกับสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England) ว่า “การนำผลการศึกษานี้ไปเปรียบเทียบกับรายงานของ PHE แล้วสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 67% เป็นการสรุปที่ไม่ถูกต้อง เพราะรายงานของ PHE ที่บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่นั้น เป็นการวัดปริมาณสารเคมี โดยรายงานระบุว่าสารประกอบในควันบุหรี่รวมทั้งสารก่อมะเร็งซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แทบจะไม่เจอเลยในไอละอองของบุหรี่ไฟฟ้า หรือถ้าเจอก็จะอยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 5% เมื่อเทียบกับที่เจอในควันบุหรี่ ขณะที่การศึกษาของ ม. โอทาโก เป็นการสะท้อนถึงการเกิดโรค เมื่อตัวชี้วัดทางกายภายได้รับสารเคมีจากไอละอองเข้าไป ซึ่งการศึกษาสรุปชัดเจนว่าอันตรายต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ 33.2% เทียบกับบุหรี่”  

นายมาริษยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่า สสส. และ NGO สายสุขภาพยังคงพยายามใช้เทคนิคเดิมๆ โดยการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน และดิสเครดิสงานวิจัยที่ผ่านการรวบรวมข้อมูลอย่างมีมาตรฐาน โดยบอกว่ามี 2 งานที่เป็นงานที่สนับสนุนโดยบริษัทยาสูบ โดยไม่พิจารณาผลการวิจัยและความน่าเชื่อถือของการทำวิจัย แสดงถึงอคติที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้า จนทำให้ละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ ซึ่งคนที่เป็นแพทย์และต้องการรักษาชีวิตของผู้สูบบุหรี่ ไม่ควรเพิกเฉยกับข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าจะช่วยลดอันตรายหรือรักษาชีวิตผู้สูบบุหรี่ได้”
 
งานวิจัยซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยโอทาโกดังกล่าวเป็นการรวบรวมการศึกษา 5 ชิ้นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจาก 584 ชิ้นโดยดูตัวชี้วัดทางกายภาพ (biomarker) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะก่อให้เกิดโรคในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ที่เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงการรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย โดยจะทำการศึกษาว่าเมื่อร่างกายได้รับสารเคมีจากไอละอองของบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ตัวชี้วัดเหล่านั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ก่อนจะนำผลจากตัวชี้วัดทางกายภาพดังกล่าว มาคำนวณความสูญเสียทางสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคที่จำเพาะกับการสูบบุหรี่เทียบกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ซึ่งพบว่าอันตรายต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้าอยู่เพียงแค่ 33.2% เทียบกับบุหรี่
 

'ทิพานัน' โชว์ผลงาน 'บิ๊กตู่' สารพัดโปรเจกต์ แนะเปิดใจกว้าง อย่าโดนการเมืองบิดเบือน

'ทิพานัน' โชว์ผลงานนายกฯ พัฒนาอุดรธานีสารพัดโปรเจกต์ เห็นใจ 'สาวอุดร' โดนบรรยากาศการเมืองบิดเบือน หวังพึ่ง ส.ส. ในพื้นที่ไม่ได้

3 ธ.ค. 64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีหญิงสาวอุดรธานีกล่าวกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ว่า “หากพัฒนาไม่ได้ก็ให้เกษียณเร็ว ๆ ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน” ว่า จุดประสงค์ในการลงพื้นที่ของ พล.อ. ประยุทธ์ คือการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม นำมาดำเนินการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการพัฒนาด้านต่าง ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ตรงจุด ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ มีนโยบายในการพัฒนาประเทศในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะในส่วนของ จ.อุดรธานี

นอกจากการลงพื้นที่ไปเพื่อเตรียมความพร้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่แลนด์มาร์กสำคัญที่วังนาคินทร์ คำชะโนดซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัดอุดรธานีปี 61-65 แล้ว นายกฯ ได้อนุมัติแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมและการขนส่ง เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเดินทางให้มีความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น โครงการขยายผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี - หนองคาย, โครงการขยายผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข 216 ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี ด้านทิศตะวันออก, โครงการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 2 - พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top