Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

WHO ไม่แนะนำใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยโควิด ชี้ ควรใช้เฉพาะการทดลองทางคลินิกเท่านั้น

การรักษาโควิด-19 โดยใช้พลาสมาจากเลือดของคนไข้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หายป่วยแล้ว ไม่ควรใช้กับผู้ติดเชื้อที่มีอาการเล็กน้อยหรือปานกลาง จากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในวันอังคาร (7 ธ.ค.) และกระทั่งกับผู้มีอาการหนัก ก็ควรใช้เฉพาะในการทดลองทางคลินิก

“คอนวาเลสเซนต์ พลาสมา” (Convalescent Plasma) หรือพลาสมาจากเลือดที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน แสดงสัญญาณในด้านดีในเบื้องต้น ครั้งที่ถ่ายพลาสมาแก่ผู้ป่วยโควิด-19

“ทิพานัน” แนะ ทีมศก.เพื่อไทย ทำการบ้าน จวก อย่าบิดเบือนปมจ่ายเงินชาวนา ยัน “บิ๊กตู่” ไม่ละเลยปัญหาตู้คอนเทนเนอร์-ค่าระวางเรือ ส่งออกข้าว 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลจ่ายเงินค่าประกันรายได้ล่าช้า ปล่อยให้ชาวนาเดือดร้อน ว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ควรทำการบ้านก่อนวิจารณ์รัฐบาล โดยไม่มีข้อมูลหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีจ่ายเงินค่าประกันรายได้ให้กับชาวนา งวดระหว่างวันที่ 9 -14 ธ.ค.นี้ มากล่าวหาว่ารัฐบาลจ่ายเงินล่าช้า หวังสร้างกระแสดราม่าโจมตีรัฐบาล หรือหวังฟื้นโครงการรับจำนำข้าว ที่เคยสร้างความเสียหายให้กับประเทศ 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า รัฐบาลได้จ่ายเงินส่วนต่างงวดแรกไปตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ได้โอนเงินเข้าบัญชีชาวนาครอบคลุม 4.68 ล้านครัวเรือน และให้เงินค่าฝากเก็บสำหรับชาวนาที่รวมข้าวเข้าจัดเก็บในยุ้งฉาง ชดเชยสภาพคล่องให้กับสหกรณ์และโรงสี ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ค้าข้าว ดูแลครบวงจร โดยระหว่างวันที่ 9-14 ธ.ค.นี้ ชาวนาจะได้รับเงินประกันรายได้ รวมทั้งเงินอุดหนุนค่าปรับปรุงพันธุ์ข้าว โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการฯที่จะได้รับอีก ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้

“พรรคเพื่อไทย ไม่ควรชี้นำ หรือสร้างประเด็นให้ชาวนาเกิดความสับสน ซ้ำเติมวิกฤตโดยไม่คิดถึงจิตใจของพี่น้องชาวนาที่กำลังเดือดร้อน หากหลงเชื่อพรรคเพื่อไทย อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรง และพรรคเพื่อไทยควรห่วงความรู้สึกชาวนาไทย มากกว่าหวังผลทางการเมือง ทั้งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น”น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยอ้างข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้ส่งออกข้าว ที่อ้างว่าประสบปัญหาเรื่องโลจิสติกส์เพราะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ มีค่าระวางเรือที่สูง และกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ สะท้อนว่าคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไม่ทำการบ้าน เพราะปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือสูง เกิดขึ้นทั่วโลก มาจากการเร่งส่งออกสินค้าจากประเทศจีน หลังสถานการณ์โควิด และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ตกค้างในสหรัฐญและยุโรป ต้องใช้เวลานานในการนำตู้เปล่าส่งคืนประเทศต้นทาง

"อนุทิน" สั่งระดมฉีดเข็ม 3 รับมือ "โอมิครอน"

ที่โรงพยาบาลราชวิถี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า

ตอนนี้เรากำลังเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ประชาชน ส่วนกลุ่มที่จะไปต่างประเทศไม่ต้องกังวล เพราะวัคซีนที่ไทยนำมาให้บริการนั้นผ่านการรับรองจากนานาชาติแล้ว ล่าสุด เพิ่งได้หารือกับอธิบดีกรมควบคุมโรค สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม หรือ แอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ถึงเดือนสิงหาคม สามารถขอรับวัคซีนเข็มที่ 3 ได้ ขอให้ประชาชนมารับบริการกันมากๆ โดยวัคซีนที่ได้รับ อาจจะเป็นวัคซีนแอสตร้าเซเนกา หรือ แบบ mRNA เนื่องจากตอนนี้ต้องเร่งรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้สูงไว้ เพื่อรับมือการระบาดของโอมิครอน ที่ค่อยๆ กระจายไปทั่วโลก 

สำหรับประเทศไทย เมื่อประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง ครบถ้วน และประชาชนใช้มาตรการ Universal Prevention ก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้แน่นอน นอกจากนี้ ระบบคัดกรองของไทยยังนับว่าเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ เราพบผู้ติดเชื้อชาวสหรัฐเดินทางมาจากสเปนและดูไบ และตอนนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคและควบคุมโรค ส่วนที่มีข่าวว่า พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงติดเชื้อไปแล้วนั้น ขอให้รอรายละเอียดจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่จากข้อมูลขณะนี้ พบว่าเป็นการติดเชื้อในลักษณะที่เป็นหางเชื้อ ต้องค้นหาเชื้อถึง 36 รอบจึงจะพบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า เป็นเชื้อชนิดไหน

อย่างไรก็ตาม มีความหวังจากองค์การอนามัยโลก และนักวิชาการด้านการแพทย์ ว่า เชื้อโอมิครอน แพร่ง่าย แต่ไม่รุนแรงนัก ขอให้ความหวังนี้เป็นจริง แต่ที่แน่นอนคือวัคซีนที่ใช้กันอยู่สามารถป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมกับการเผชิญหน้ากับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ อยู่ตลอด โดยการสั่งซื้อวัคซีนที่จะได้รับในปีหน้านั้น มีเงื่อนไขว่าเราสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นวัคซีนตัวใหม่ๆ ให้ทันสถานการณ์ได้ และตอนนี้ต้องเตรียมยา เตรียมแพทย์ เตรียมสถานที่ และที่สำคัญ คือ ต้องเร่งฉีดวัคซีน  ทั้งนี้ ตนพบว่า มีบางคน เพิ่งได้รับเข็มแรก ทั้งที่มีสิทธิ์ฉีดมานานแล้ว แต่ยังลังเล จึงเพิ่งมารับการฉีด ขอย้ำว่าการฉีดวัคซีนดีกว่ากันไม่ฉีดนับ 10 เท่า 

สธ. ยัน ยังไม่มีคนติดโอไมครอนแล้วดับ ชี้ โควิดเริ่มคล้ายไข้หวัดใหญ่ ใกล้เป็นโรคประจำถิ่น

สธ. ชี้ยังไม่มีติดโอไมครอนแล้วดับ แต่แพร่เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น 2-5 เท่า ไทยถือเป็นประเทศที่ 47 ที่เจอ ระบุโควิดเริ่มเหมือนไข้หวัดใหญ่ ใกล้เป็นโรคประจำถิ่น

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 และสายพันธุ์โอไมครอน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 64 ว่า สถานการณ์ทั่วโลกยอดติดเชื้อหลังระบาดใหญ่มาเกือบ 2 ปี มีผู้ป่วยยืนยัน 266 ล้านคน ติดเชื้อใหม่ยังสูง 4-5 แสนคน ทวีปอเมริกาและยุโรปเป็นจุดใหญ่ระบาดช่วงธ.ค. นี้ ส่วนผู้เสียชีวิต 5.27 ล้านคน อัตราเสียชีวิตลดลงจาก 2% กว่า เหลือ 1.98% เพราะมีความรู้ดูแลรักษาดีขึ้น มียารักษาดีขึ้น และวัคซีนทำให้ลดอาการรุนแรง

ส่วนเอเชียแนวโน้มลดลง ยกเว้นเวียดนามและเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มสูงอยู่ ส่วนไทยติดเชื้อใหม่ 4,000 คน มาจากต่างประเทศ 7 คน ติดเชื้อในประเทศ 3,993 คน หายป่วย 6,450 คน ถือว่าหายมากกว่าติดเชื้อใหม่มาเกือบเดือน อาการหนักเหลือ 1,259 คน ใส่เครื่องช่วยหายใจ 330 คน แนวโน้มลดลง

ส่วนเสียชีวิตลดลงเรื่อย ๆ วันนี้รายงาน 22 คน การฉีดวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต แม้ส่วนใหญ่คนรับวัคซีนแล้ว แต่มีคนไม่น้อยกังวลผลข้างเคียง ทั้งนี้ เรามีวัคซีนมากพอ บูสเตอร์เข็ม 3 มาเกือบ 4 ล้านคนแล้ว คนที่ยังลังเลใจ ขอมาช่วยกันฉีดวัคซีนจะได้ปลอดภัย อัตราเสียชีวิตจะได้ลดน้อยลงมากที่สุด

นพ.โอภาสกล่าวว่า สถานการณ์การระบาดในยุโรปและอเมริกามีมาก ดังนั้น การเปิดประเทศเราจึงคัดกรองผู้เดินทางค่อนข้างรัดกุม ผ่าน 3 ระบบ คือ Test&Go ในผู้เดินทาง 63 ประเทศ หากไม่พบเชื้อเดินทางได้ภายใต้การติดตาม เงื่อนไขคือฉีดวัคซีนครบ มีผลตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ระบบแซนด์บ็อกซ์ และระบบกักตัว ซึ่งระบบ Test&Go และแซนด์บ็อกซ์ เราตรวจพบอัตราติดเชื้อ 0.02% ซึ่งจากความร่วมมือของแต่ละหน่วยงาน จึงช่วยกันควบคุมการเกิดโรคไม่ให้เกิดการระบาดในไทยได้ดี

ทั้งนี้ การกลายพันธุ์ของโควิดเราพบตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือกลายพันธุ์แล้วทำให้แพร่เร็วขึ้น รุนแรงมากขึ้น ดื้อต่อยารักษายา และวัคซีนประสิทธิภาพลดลงหรือไม่ ที่ผ่านมามีการกลายพันธุ์ที่สำคัญ 4 ตัว คือ อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา ซึ่งไทยเจอ 3 สายพันธุ์ ตอนนี้คือเดลตาเป็นสายพันธุ์หลัก ที่ระบาดเร็ว อาการรุนแรงมากขึ้น วัคซีนลดประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อ แต่ยังป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต

ส่วนที่ประกาศล่าสุด คือ โอไมครอน ซึ่งเรียกได้ทั้ง โอมิครอน หรือ โอไมครอน ถือว่าผ่านไป 1 ปีเพิ่งมีสายพันธุ์ที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงรหัสพันธุกรรม

นพ.โอภาสกล่าวว่า ขณะนี้รูปแบบการระบาดของโควิดจะใกล้เคียงหวัดใหญ่ในอดีต ที่เมื่อระบาดเยอะ ๆ จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ความรุนแรงดูลดน้อยลง อย่างโอไมครอน เมื่อติดตามทั่วโลก องค์การอนามัยโลกรายงานว่ายังไม่มีเสียชีวิตจากสายพันธุ์นี้แม้แต่รายเดียว ซึ่งตรงกับหลายหน่วยงานที่ระบุว่า ความรุนแรงของสายพันธุ์โอไมครอน น้อยกว่าเดลตามาก

สำหรับต้นกำเนิดโอไมครอนเกิดที่แถบแอฟริกาใต้ เมื่อปลายต.ค. - ต้นพ.ย. มีการพุ่งขึ้นของผู้ป่วย จึงไปดูรหัสพันธุกรรมพบมีการกลายพันธุ์ จึงรายงานองค์การอนามัยโลก เพื่อเตือนประชาชนทั่วโลกว่าพบสายพันธุ์ใหม่ มีการประกาศจับตาใกล้ชิด

ซึ่ง 1 เดือนทั่วโลกมีการหาสายพันธุ์นี้ ขณะนี้พบ 46 ประเทศ ล่าสุดเติมประเทศไทยเป็นประเทศที่ 47 แต่ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งมีในแถวแอฟริกาใต้ กับการติดเชื้อจากผู้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งไทยเป็นการติดเชื้อจากผู้เดินทางเข้ามา และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโอไมครอน

“หลังรับทราบสายพันธุ์โอไมครอน ประเทศไทยเพิ่มมาตรการห้ามผู้เดินทางจาก 8 ประเทศแถบแอฟริกาใต้ งดการเดินทางผู้มาจากแอฟริกาทั้งทวีป และคนเข้ามาแล้วจากต่างประเทศให้ตรวจหาเชื้อโอไมครอนทุกราย เพื่อหาผู้ป่วยรวดเร็ว ส่วนกรณีข่าวผู้ป่วยที่สถาบันบำราศนราดูรมีสายพันธุ์โอไมครอน เป็นหญิงแอฟริกัน ตรวจพบสายพันธุ์เดลตา อาการปกติดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” นพ.โอภาสกล่าว

ส่วนเคสยืนยันสายพันธุ์โอไมครอนรายแรก เป็นชาวอเมริกัน อายุ 35 ปี อาศัยอยู่สเปน 1 ปี เป็นนักธุรกิจ ไม่มีอาการ มีผลตรวจ RT-PCR วันที่ 28 พ.ย.ไม่พบ จึงเดินทางมาไทยวันที่ 29 พ.ย. มาถึงตรวจอีกครั้งโดยพบเชื้อวันที่ 1 ธ.ค. ส่งยืนยันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเข้ารับการรักษา รพ.แห่งหนึ่ง พบว่าอาการน้อยมาก แทบไม่มีอาการ ซึ่งคนนี้ไม่มีอาการ ปฏิเสธโรคประจำตัว และไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

ตอนแรกรับอาการทุกอย่างปกติ ทั้งผลเอกซเรย์ ผลเลือดปกติ แต่ตรวจเจอเชื้อ จากการไปตรวจสอบบุคคลนี้ระวังตัวเองสูง ใส่หน้ากากตลอดเวลา จึงไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ขณะนั่งเครื่องบินก็นั่งคนเดียว ไม่ได้นั่งติดกับคนข้าง ๆ อยู่โรงแรมในระบบ Test&Go ก็ใส่หน้ากากตลอดเวลา
 

“ปิดล้อมกว่า 6 ชั่วโมงจับกุมหนุ่มคลั่งไล่ยิงตำรวจสายตรวจ ขณะออกตรวจพื้นที่ สุดท้ายจนมุม”

ขณะที่ ด.ต ณรงค์ ลงสุวรรณ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางน้ำเปรี้ยว และ ส.ต.ต.นัฐพล ธรรมปัต ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางน้ำเปรี้ยว กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจ ระหว่างออกตรวจพื้นระงับเหตุทะลาะวิวาทเสร็จโดยขณะเดินทางกลับที่ได้มีคนร้ายทราบชื่อภายหลังว่า นายณัฐวิทย์ วิกิจคำมี ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ตำรวจสายตรวจทำให้ ด.ต.ณรงค์ ลงสุวรรณ ถูกกระสุนยิงที่ต้นขาขวาได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง โรงพยาบาล   และต.ต.นัฐพล ธรรมปัต ถูกยิงบริเวณสะโพก แต่กระสุนได้ถูกซองอาวุธปืนทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ    ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา  บูรณาการกำลังกับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.นเรวิช สุคนธวิท รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา , พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.บช.ภ.2 , พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2  พ.ต.อ.ประสาทพร ศรีสุขโข ผกก.สภ.บางน้ำเปรี้ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางน้ำเปรี้ยว , เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ บก.สส.ภ.2 พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ บูรพา 914 ได้ร่วมปิดล้อมบ้านที่คนร้ายได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ คือบ้านเลขที่ 6/12 หมู่ที่ 8 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปิดล้อม ปากซอยถนนศาลาแดง 11 ซอย 8 ไว้และใช้เวลาเจรจากับญาติของคนร้ายเป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง คนร้ายยังไม่ยอมออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งวันที่ 7 ธ.ค. 64 เวลา 03.00 น. พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 เป็นผู้เจรจากับญาติคนร้ายว่ามีอาวุธก่อเหตุ เกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นจนเป็นที่เข้าใจ

จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2  (บูรพา 914 ) และ นปพ.ภ.จว.ฉะเชิงเทราเข้าปฏิบัติการบุกจับตัวคนร้ายในบ้านพัก และสามารถจับกุมตัว นายณัฐวิทย์ วิกิจคำมี ผู้ต้องหา อายุ 28 ปี อยู่ที่ บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 2 ตำบลสัมพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรีได้พร้อมของกลาง
1.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อ MAUSER โดยปืนมีการขึ้นลำไว้พร้อมใช้งาน 
2.เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน    16 นัด   พบอยู่ในรังเพลิงของอาวุธปืนของกลางลำดับที่  1 จำนวน 1 นัด 
3.กางเกงขาสั้นสีเทา  จำนวน  1 ตัว  
4. เสื้อยืดคอกลมสีน้ำเงินจำนวน  1 ตัว 
5. รถยนต์กระบะแบบสี่ประตูสีดำ ยี่ห้อ อีซุซุ  จำนวน  1 คัน
6. ซองบรรจุกรรสุนปืน จำนวน   1 อัน
7. กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน   1 ลูก
8. ปลอกกระสุนปืนขนาด  9 มม. สีดำ จำนวน   2 ปลอก
9. ปลอกกระสุนปืนขนาด  9 มม. สีเงิน จำนวน  1  ปลอก
10. ซองพกหนังสีน้ำตาล จำนวน  1 ซอง

โดยกล่าวว่า “พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ , พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนฯ ,ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร ,เป็นผู้ขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑(เมทเอมเฟตามีนในร่างกายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑(เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย”

"สาธิต" เผย​ พบ 1ใน17 จากกลุ่มเสี่ยงสูง เคส​ นนท.สหรัฐฯ​ มีผลเป็นบวก​ 1​ ราย​ รอผลตรวจเชิงลึก 3-4วัน รู้ว่าใช่ 'โอไมครอน' หรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาธิต​ ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีตรวจพบเชื้อโอไมครอนในนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอเมริกา​ 1​ ราย​ และมีผู้เสี่ยงสูง 17 ราย ว่า สถานการณ์ล่าสุดยังเป็นข้อมูลเดิม คือพบผู้ติดเชื้อเพียง 1 ราย​ ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยจากการสอบสวนโรคมีผู้เสี่ยงสูงทั้งหมด 17 ราย และจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19​ มีผลเป็นลบ 16 ราย และมีผลเป็นบวก 1 ราย ซึ่ง​ 1​ รายที่มีผลเป็นบวก​เป็นเจ้าหน้าที่โรงแรม ที่เป็นผู้ส่งอาหารให้นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯคนดังกล่าว โดยได้มีการดำเนินการสอบสวนโรคกับเจ้าหน้าที่โรงแรมรายนี้แล้ว​

พร้อมกับนำผลบวกนั้นไปตรวจสอบว่าเป็นเชื้อโอไมครอนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม​ ได้ให้เจ้าหน้าที่โรงแรมรายดังกล่าวเข้ารักษาตัวที่สถาบันบําราศนราดูรแล้ว​ ทั้งนี้ ในส่วนการสอบสวนโรคจะต้องแยกเป็น 2 ประเด็นคือ ดูว่าเขาติดเชื้อโควิดจากการเดินทางกลับต่างจังหวัด ที่​ จ.อุบลราชธานีหรือไม่ หรือติดเชื้อโควิดมาจากนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ โดยต้องรอผลการตรวจเชื้อว่าเป็นโอไมครอนหรือไม่ประมาณ 3-4 วัน

นายสาธิต​ กล่าวว่า​ การเดินทางเข้าประเทศไทยยังคงต้องให้เข้มมาตรการป้องกัน แต่อย่างไรก็ตาม​ การพบโรคโควิด-19 กับการพบเชื้อกลายพันธุ์นั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะโรคระบาดเราไม่สามารถปิดกั้นได้ ซึ่งขณะนี้ตามข้อมูลยังไม่พบว่าเชื้อโอไมครอนมีอาการรุนแรง และตามมาตรการของสาธารณสุขไทย หากผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง 80% เราสามารถใช้วิธี โฮมไอโซลูชั่นได้ เราเชื่อว่าศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยดูแลได้ 

‘จุรินทร์' มั่นใจ ปชป.ไม่ใช่ยุคตกต่ำ ระบุ คนที่เหลืออยู่ใน ปชป.ยังเหนียวแน่นอยู่กับพรรค หลัง 'นิพิฏฐ์' ลาออก 'เชื่อ' ชิงเก้าอี้รองหัวหน้าพรรคภาคใต้แข่งตามกติกา ปัดไม่รู้ 'บิ๊กตู่' เดินสายกดปุ่มจ่ายเงินประกันรายได้ที่สุพรรณบุรี 13 ธ.ค.นี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้มีสมาชิกคนอื่นทยอยลาออก หรือกระทบขวัญกำลังใจของคนที่เหลืออยู่ในพรรค  เพราะไม่มีความมั่นคงภายในพรรค  ว่า  ตนมั่นใจว่าคนที่อยู่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหนียวอยู่กับพรรค เพราะคนส่วนใหญ่ยังอยู่  ทั้งนี้ ส่วนตัวยังมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังเดินหน้าต่อไปได้  อีกทั้งปัจจุบันเรากำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี แม้อาจจะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง แต่พรรคก็ต้องฟันฝ่าต่อไป  ส่วนคนที่อยู่ในพรรคก็ยังต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้า

"ผมไม่ขอพูดถึงกรณีของคุณนิพิฏฐ์ แต่ในภาพรวมทั่วไป  ผมเชื่อว่าประชาชนแยกแยะได้ว่าผู้ที่ออกไปแต่ละคนนั้นเกิดจากปัญหาอุดมการณ์ของพรรคหรือปัญหาส่วนตัว เชื่อว่าแต่ละคนก็เป็นแต่ละกรณีไป"นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่านายนิพิฏฐ์ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  หลังจากนายนิพิฏฐ์ลงแข่งขันในตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วแพ้เสียงโหวตภายในพรรค  ตนและพรรคได้แต่งตั้งให้นายนิพิฏฐ์เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีในส่วนของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด เท่าที่พรรคมีแล้วจะให้ได้รองจากตำแหน่งรัฐมนตรี  แต่ถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้ตรวจสอบว่านายนิพิฏฐ์ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วหรือไม่

เมื่อถามย้ำว่านายนิพิฏฐ์ได้แจ้งลาออกกับนายจุรินทร์ด้วยตัวเองแล้วหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  ตนทราบจากข่าว และเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่าเขาไปลาออกจากพรรคเมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.)  ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีนั้น ตนยังไม่ได้ทราบว่าเขาลาออกแล้วหรือไม่ เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบ  ส่วนกรณีที่นายนิพิฏฐ์ไปอำลานายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพียงคนเดียวนั้น ตนไม่ทราบ คงต้องไปถามนายนิพิฏฐ์ว่าได้บอกใครคนอื่นอีกหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงการชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ ซึ่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. สงขลา และนายชินวรณ์บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่มีข่าวว่าแข่งขันกันอย่างรุนแรง เกรงว่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นหรือไม่  นายจุรินทร์ กล่าวว่า  พรรคมีกฎเกณฑ์กติกาและมีวิถีทางประชาธิปไตยภายในพรรค  ดังนั้นตำแหน่งใดที่มีผู้สนใจลงสมัครเกิน 1 คน ก็ต้องมีการลงคะแนนภายในพรรค ไม่มีใครชี้ได้ว่าจะให้คนนั้นคนนี้เป็น ยกเว้นเหลือเพียงคนเดียว ซึ่งพรรคก็ต้องลงมติพิจารณาด้วยเช่นกัน ว่าเห็นชอบหรือไม่ เป็นวิถีประชาธิปไตยภายในพรรค ซึ่งเป็นข้อดีและเป็นกติกาที่พักยึดถือมาเนิ่นนาน พรรคประชาธิปัตย์จึงอยู่ได้มา 70-80 ปี เรามีกฎเกณฑ์กติกาที่ชัดเจนแน่นอน และทุกคนยอมรับในกติกา

ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ถือว่าเป็นยุคที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำมากที่สุดใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  "ความจริง ถ้าเราจะบอกว่าได้ผู้แทนน้อยถือว่าตกต่ำนั้น เราก็เคยทั้งตกต่ำและหลังจากนั้นก็กลับมารุ่งเรือง และก็ตกต่ำพร้อมรุ่งเรืองอีกครั้ง หลายครั้งหลายรอบ เที่ยวนี้ก่อนที่ผมมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เราเหลือส.ส.เพียง 50 เสียง จาก 159 เสียง ถือว่าได้เสียน้อยลงมา หายไป 2 ใน 3  แต่เมื่อผมเข้ามาก็พยายามรวบรวมสรรพกำลัง มาพื้นฟูพรรค ผมคิดว่ามาถึงวันนี้ก็ค่อยๆดีขึ้น ซึ่งมีทั้งคนเก่าที่เคยออกจากพรรคไปกลับเข้ามา และมีทั้งคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับพรรคเยอะมาก ซึ่งเป็นไปตามแคมเปญของพรรคที่ว่า เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ ประสบความสำเร็จพอสมควร 

“รองโฆษกรัฐบาล” เผย ไทยเตรียมลงนามความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส ดัน หนุนเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ภายในปี 66

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า เตรียมลงนามร่วมกับประเทศฝรั่งเศสในการจัดทำแผนการ สำหรับการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส (ค.ศ. 2021-2023)  ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนและกลุ่มประเทศ G7 (ASEAN-G7 Foreign Ministers’ Meeting) วันที่ 11-12 ธ.ค. 64 ที่เมืองลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักร  เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์  หลังจากไทยและฝรั่งเศส  ได้เคยมีการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Plan of Action) สองฉบับด้วยกัน ฉบับที่ 1 ปี 2547-2551 และฉบับที่2 ปี 2553-2557 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะกำหนดแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ให้เป็นรูปธรรมและมีความจำเพาะเจาะจงมากขึ้น จึงได้จัดทำโรดแม็ป ประกอบด้วยความร่วมมือ 4 ด้าน คือ 1.สันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคง 2.หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน 3.การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชน และ 4.ความร่วมมือในประเด็นระดับโลก โดยจำแนกเป็นประเด็นย่อย อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงในการต่อต้านภัยคุกคามระดับภูมิภาคและภัยข้ามชาติ

เช่นอาชญากรรมทางไซเบอร์ การก่อการร้าย การส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาวัคซีน การอำนวยความสะดวกการจัดตั้งสตาร์ทอัพ การผลักดันให้เกิดการลงทุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆทั่วประเทศไทย การส่งเสริมการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในทั้งสองประเทศ การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน การผลักดันความร่วมมือด้านอาหารปลอดภัยและการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

'โฆษกรัฐบาล' จวก 'เพื่อไทย' อย่าใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองดิสเครดิตรัฐบาล


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ชาวนาไทยทุกข์ยากลำบาก แต่รัฐบาลไม่เคยใส่ใจ พรรคเพื่อไทยจะฟื้นศักดิ์ศรีให้ชาวนาไทยกลับมายืนตรงมองฟ้าอย่างองอาจอีกครั้ง ว่า ขอให้นพ.ชลน่านยึดข้อเท็จจริง อย่าใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ตนยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูแลพี่น้องคนไทยทุกอาชีพ

โดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งล่าสุด ธกส. พร้อมโอนเงินช่วยเหลือพี่น้องชาวนา ทั้ง 2 โครงการ ทั้งประกันรายได้ข้าว ปี 64/65 งวดที่ 3-7 เริ่ม 9 ธ.ค. นี้ มูลค่า 6.4 หมื่นล้านบาท และอุดหนุนค่าปรับปรุงพันธุ์ข้าวโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการฯ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในวันที่ 13 ธ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านติดตามผลงานรัฐบาลด้วยใจที่ไม่อคติก็จะทราบว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดูแลแค่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเท่านั้น แต่ยังมีการช่วยเหลือพี่น้องพืชเกษตรชนิดอื่น ๆ รวมทั้งมาตรการประกันรายได้ให้กับเกษตรในพืชอีก 4 ชนิดทั้งปาล์ม มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งในรอบ 3 ปีนี้  (2562 – 2564) คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบงบประมาณอุดหนุนประกันรายได้ จ่ายส่วนต่างราคาสินค้าพืชเกษตร 5 ชนิด รวมยอดไปแล้วกว่า 276,193 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าโครงการประกันรายได้ไม่ส่งเสริมการลดต้นทุน ไม่ส่งเสริมการผลิต และไม่ส่งเสริมการตลาด เป็นเพียงการชดเชยส่วนต่าง ซึ่งแตกต่างกับโครงการรับจำนำข้าว ที่เป็นการเข้าจัดการกลไกราคาตลาด ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ชาวนาขายข้าวได้มากขึ้นนั้น ทุกมาตรการของรัฐบาลอยู่บนความเป็นไปได้ของงบประมาณ ไม่บิดเบือนกลไกตลาด เป้าหมายสำคัญคือ พัฒนาศักยภาพชาวนา ลดต้นทุนการปลูกข้าว ส่งเสริมความหลากหลายพันธุ์ข้าว สร้างความเข้มแข็งให้ข้าวไทยกลับมามีความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ บูรณาการมาตรการช่วยเหลือชาวนาครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิตข้าวทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อนปลูก ระหว่างปลูก และหลังปลูก รวมทั้งช่วยจัดหาปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกข้าว เช่น การจัดหาพันธุ์ข้าว การจัดหาปุ๋ย การจัดสรรที่ดินทำกิน โครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ ส่วนหลังการเพาะปลูกยังมีโครงการชะลอการขายข้าว หรือจำนำยุ้งฉาง โครงการการลดดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการอย่างโรงสีเก็บข้าวไว้ในสต็อก รวมไปถึงการส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว การปลูกพืชผสมผสาน หรือความพยายามช่วยเหลือในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาที่ไม่เหมาะสมให้ไปทำเกษตรอย่างอื่น 

ลุ้นครม.เคาะจ่ายเยียวยากลุ่มนักร้อง เจ้าของสถานบันเทิง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมเตรียมพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยต้องมาคงต้องติดตามกันต่อว่า ในการประชุมครั้งนี้ทางกระทรวงแรงงาน และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพ.ร.ฎ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะมีการเสนอวงเงิน และหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในกลุ่มนักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ คาราโอเกะ เข้ามาให้ที่ประชุมพิจารณาด้วยหรือไม่

ส่วนวาระอื่น ๆ กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. …. และ ร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. รวม 2 ฉบับ พร้อมทั้งรายงานภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ด้านกระทรวงพาณิชย์ เสนอประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง มาตรการเพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและมาตรการเกี่ยวกับ สินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้สุดท้ายหรือผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ.2564


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top