Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

“นายกฯ” หารือเอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ มุ่งส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวระหว่างกัน ขณะที่มัลดีฟส์ฯ ชื่นชมบทบาทผู้นำนายกฯ ไทย พร้อมขยายความร่วมมือทุกด้านที่มีศักยภาพ

ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายมุฮัมมัด จินาห์ (H.E. Mr. Mohamed Jinah) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมัลดีฟส์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ ที่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในไทย ซึ่งไทย-มัลดีฟส์มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นกว่า 40 ปี รัฐบาลไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ อย่างเต็มที่ พร้อมแสดงความยินดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมัลดีฟส์ได้รับเลือกเป็นประธานการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 76 ตลอดจนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนความร่วมมือในกรอบพหุภาคีต่าง ๆ ให้มากขึ้น 

เอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับตำแหน่งในไทย โดยนายอิบรอฮีม มุฮัมมัด ศอลิห์ ประธานาธิบดีแห่งมัลดีฟส์ได้ฝากความปรารถนาดีมายังนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นผ่านความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งไทยถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของมัลดีฟส์ พร้อมชื่นชมความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและการบริหารงานของรัฐบาลไทยที่สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้สถานการณ์คลี่คลายและสามารถเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ โดยเอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ ยืนยันว่าจะส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่มีศักยภาพระหว่างกันต่อไป

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ามัลดีฟส์เป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของไทยในสาขาโรงแรม รีสอร์ต และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนหลายรายและมีแนวโน้มจะขยายการลงทุนในประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยล่าสุดบริษัทไทยได้เข้าร่วมโครงการการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนโครงการแรกของผู้ลงทุนไทยในมัลดีฟส์ ขณะที่เอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ฯ ขอบคุณการลงทุนที่มีศักยภาพอย่างยิ่งของภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมัลดีฟส์จะอำนวยความสะดวกและดูแลการลงทุนของไทยในมัลดีฟส์อย่างเต็มที่ 

นราธิวาส-สส.พลังประชารัฐลุยน้ำช่วยชาวบ้านหลังมวลน้ำป่าพัดคันกั้นน้ำพังไหลทะลักท่วมตลาดมูโนะ

รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดบรรยากาศโดยทั่วไปบนท้องฟ้ามีแสงแดดส่องจ้าแล้วในวันนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเป็นเป็นเวลา 5 วัน ส่งผลทำให้น้ำป่าบนเทือกเขาสันกลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำฝนในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมจนล้นตลิ่ง ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 1.76 ซ.ม. ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้ได้ค่อยๆไหลระบายลงสู่ทะเลด้าน อ.ตากใบ แต่ในช่วงคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้พัดกำแพงคันกั้นน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณหลังกุโบบ้านมูโนะ ม.1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก พังทลาย จำนวน 2 ช่วง 3 จุด ซึ่งมีความยาวประมาณ 25 เมตร

ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณล้นตลิ่งได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในตลาดมูโนะจำนวน 350 ครัวเรือน รวม 1,750 คน อย่างรวดเร็วโดยที่ชาวบ้านไม่สามารถตั้งตัวได้ จนต้องปล่อยข้าวของสินค้าสัมภาระต่างๆได้รับความเสียหายจมอยู่ใต้น้ำ โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 40 ถึง 60 ซ.ม. และมีระดับน้ำท่วมขังเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจากเหตุกำแพงคันกั้นน้ำที่พังทลายจากกระแสของมวลน้ำป่าในครั้งนี้ ยังส่งผลทำให้บ้านพักของนายบาฮารูดิง อูแบ เลขที่ 23 ที่ปลูกสร้างด้วยไม้ชั้นเดียว ห่างจากกำแพงคันกั้นน้ำ ประมาณ 30 เมตร ถูกกระแสน้ำของมวลน้ำป่าพัดจนได้รับความเสียหาย ที่บริเวณห้องครัวและมีน้ำท่วมขังสูง 180 ซ.ม. ซึ่งล่าสุดสมาชิกในครัวเรือน จำนวน 3 คน ได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเครือญาติแล้ว    
 

แต่ถึงอย่างไรก็ตามจากผลพวงของกำแพงคันกั้นน้ำที่พังทลายไปกับกระแสน้ำ ยังส่งผลทำให้โรงเรียนบ้านมูโนะ มีน้ำท่วมขังสูงจนเข้าท่วมห้องเรียนและตามบริเวณอาคารเรียนต่างๆ รวมไปถึงสถานีตำรวจภูธรมูโนะ ที่มีน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 100 ซ.ม. จากกระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็วในช่วงคืนที่ผ่านมาเช่นกัน ทำให้รถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ รวมไปถึงรถยนต์ตู้ของส่วนราชการและของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกน้ำท่วมขัง จำนวนกว่า 10 คัน ที่ต้องปล่อยให้จมอยู่กับสภาวะน้ำท่วม

DSI แจ้งข้อกล่าวหา อดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด กับพวก รวม 18 คน ฐานความผิดฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน

ตามที่ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะรองอธิบดีที่กำกับดูแล มอบหมายให้ ศูนย์ป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินทางอาญา ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดทางอาญาในทุกมิติ กรณีพบการทุจริตนำเงินออกจากบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ไปเปลี่ยนสภาพแห่งตัวทรัพย์ เพื่อซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อปกปิด หรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา หรือได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินโดยรู้ในขณะที่ได้มา อันเป็นเหตุในการเข้าทำการตรวจยึด/อายัดทรัพย์สิน 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 และได้ใช้อำนาจตามมาตรา 24 (5) พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ 
พ.ศ. 2547 ในการอายัดทรัพย์สินไว้แล้วรวม 189 รายการ มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ดังที่ได้เสนอข่าว
ต่อสาธารณชนไปแล้วนั้น

ในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564) เวลา 10.30 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะรองอธิบดีที่กำกับดูแล ได้มอบหมายให้ นายธวัชชัย รัตนปรีชาชัย รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน นายพงษ์ธวัช อ่วมสำอางค์ ผู้อำนวยการส่วนคดีฟอกเงินทางอาญา 3 และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 21/2564 แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด กับพวก รวม 18 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน” และ/หรือ “ฟอกเงิน” ตามมาตรา 5 ประกอบมาตรา 83 และความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“จุรินทร์” เผยประชาธิปัตย์มี “เศรษฐกิจทันสมัย” เป็นคำตอบขับเคลื่อนไทย 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ร่วมงาน FINVERSE Financial TRENDS 2022 New Economic Forum จัดขึ้นที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก พร้อมกับกล่าวถึงที่มาของงานว่า เกิดจากความคิดของประชาธิปัตย์ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปัจจุบันและในวันข้างหน้าถ้าเรามีโอกาสรับใช้บ้านเมืองต่อไปในอนาคต ซึ่งได้เล็งเห็นมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนหลังจากตนรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคว่า ลำพังการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น เราจะอาศัยเฉพาะทีมงานเศรษฐกิจมหภาคขับเคลื่อนประเทศอย่างที่เคยทำมานั้นไม่พอ แต่เศรษฐกิจทันสมัยเป็นเรื่องที่จะก้าวเข้ามาหาเรา และเราต้องผ่านไปให้ได้ อยู่ด้วยกันให้ได้เพื่อพาประเทศนำไปสู่ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ให้มากขึ้น 

ด้วยเหตุนี้พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีทีมเศรษฐกิจทันสมัย โดยมอบหมายให้ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ เป็นหัวเรือใหญ่ และที่ผ่านมามีกิจกรรมหลายอย่าง และวันนี้เป็นอีกครั้งที่จัดหัวข้อเศรษฐกิจยุคใหม่ในรูปแบบซีรีส์ และวันนี้ถือเป็นการนับหนึ่ง เรื่อง New Economic forum Series โดยเริ่มจากเทคโนโลยีทางด้านการเงิน เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิด เพราะคนพบกันยากขึ้น เทคโนโลยีจึงเป็นตัวเชื่อมสำคัญให้คนมีโอกาสพบกันผ่านจอได้ ดังนั้นเทคโนโลยีจึงสำคัญยิ่งและมามาก มาเร็ว กว่าที่คิดไว้ เพราะนั้น Blockchain Cryptocurrency Metaverse และ Digital Art จึงเป็นหัวข้อสำคัญกับยุคสมัย 

ซึ่งในงานจะมีวิทยากรหลายท่านจะมาให้คำตอบ และเป็นประโยชน์กับผู้ร่วมงาน รวมถึงจะเป็นประโยชน์กับประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งหมดจะบันทึกไว้และจะได้นำไปปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต เป็นนโยบายของพรรค ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย วันนี้จึงเป็นรูปธรรมของการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาธิปัตย์ในการกำหนดนโยบายเพื่อเดินหน้าประเทศต่อไป

สำหรับซีรีส์ต่อๆ ไปนอกจากเทคโนโลยีด้านการเงินแล้ว ยังมีเรื่อง Bio Economy ที่ตนให้ความสำคัญ เพราะในอนาคตประเทศจำเป็นต้องขับเคลื่อนหลายด้าน ซึ่งได้มอบหมายให้นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้น แม้จะได้ข้อสรุปหลายเรื่อง แต่ยังต้องการความเห็นเพิ่มเติมเพื่อจะนำไปเติมเต็มต่อไป

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าเรื่อง Bio Economy นั้น นอกจากเป็นทางเลือกสำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศแล้ว ก็ยังเป็นทางรอดอีกทางหนึ่ง เพราะ Bio Economy เป็นการใช้ Local Content สูงมาก ทำให้โอกาสที่เงินจะไปตกหล่นที่อื่นน้อยกว่าหลายตัว ซึ่งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำมาเรียงดูแล้วจะเห็นว่าหากนำ Bio Economy มาขับเคลื่อนจะทำให้มีกำไรเหลือในประเทศสูง เนื่องจากประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก และเป็นประเทศที่มีพื้นฐานเกษตรกรรม ที่วัตถุดิบจำนวนไม่น้อยเป็นวัตถุดิบฐานเกษตร ซึ่งจะทำให้สอดรับกับการที่ประเทศไทยจะพัฒนา Bio Economy เพื่อนำรายได้ให้ประเทศอย่างจริงจังต่อไป 

นอกจากนี้ยังมีหัวข้อถัดๆ ไปที่จะจัดขึ้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Creative Economy ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างผลิตภัณฑ์ หรือสร้างบริการมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ หรือทำรายได้ให้เจ้าของกิจการ แต่ Creative Economy ต้องตั้งเป้าหมายที่จะทำให้สินค้า บริการเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงไม่ใช่แค่เพิ่มมูลค่าเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ อย่าง Digital Economy ในภาพรวม เรื่อง Silver Economy ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ที่เราต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ของผู้สูงอายุ ที่จะมีจำนวนมากขึ้น และประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่ Aging Society 

ลุ้นออมสินออกสินเชื่อใหม่ขายฝากที่ดิน กลางปี 65 

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2565 ธนาคารฯ เตรียมจัดทำโครงการสินเชื่อที่ดินและขายฝาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา และหากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการฯ จะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2565 โดยมุ่งเน้นสร้างกลไกเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยให้มีความเหมาะสมเป็นธรรมสำหรับลูกค้ากลุ่มฐานราก 

ขณะเดียวกัน ยังพัฒนา Digital Lending ให้สามารถพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบนสมาร์ทโฟนด้วยแอป MyMo ให้สมบูรณ์ หลังจากในช่วงปีที่ผ่านมาธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อรายย่อยผ่าน MyMo ได้มากกว่า 1.5 ล้านราย วงเงินสินเชื่อรวมกว่า 24,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากออมสินเพื่อการเกษียณ ซึ่งธนาคารเตรียมยกระดับการส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มฐานรากมีความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัยด้วย

'บิ๊กตู่' สั่ง ยกระดับมาตรการเข้าประเทศ พร้อมกำชับผู้ว่าฯ คุมเข้มจัดงานปีใหม่

20 ธ.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่วันนี้ต่ำสุด ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดำเนินมาตรการเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผู้ติดเชื้อใหม่จำนวนรวม 2,525 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 2,411 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 49 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 23 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 42 ราย ขณะที่ผู้หายป่วยกลับบ้าน 4,190 ราย เหลือผู้ป่วยที่กำลังรักษา 40,097 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 31 ราย สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพมาตรการป้องกันและควบคุมโรคและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ควบคู่ไปกับฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยอีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงว่าในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ขณะนี้หลายจังหวัดมีการจัดกิจกรรมและงานรื่นเริง ทั้งงานกาชาด งานแฟร์ งานคอนเสิร์ต ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกัน จึงฝากกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด ตรวจสอบการจัดงานของผู้จัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเข้มงวด โดยให้เป็นไปตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) COVID-Free Setting และมาตรการความปลอดภัย กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน จัดพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง รวมทั้งการแสดงหลักฐานของผู้ร่วมงาน ผลการฉีดวัคซีน ผลตรวจ ATK และขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ

“นายกรัฐมนตรียังสั่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน สั่งการให้ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเพิ่มมาตรการที่เข้มขึ้นมากขึ้นสำหรับมาตรการเปิดรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง สกัดการเข้ามาของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ขณะเดียวกันก็ไม่ให้กระทบมาตรการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมในปี 2565 ในส่วนของผู้แสวงบุญเดินทางกลับจากนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน กระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าขณะนี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว จึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทั่วไป อย่าวิตกกังวลเกินไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยทุกรายอยู่ในการควบคุมและการดูแลคณะแพทย์ทุกโรงพยาบาลเป็นอย่างดี” นายธนกร ระบุ

สื่อดังแฉ ‘ข่าวกรองเพนตากอน’ ผิดพลาด ทิ้งระเบิดมั่ว สังหารผู้บริสุทธิ์กว่า 1,300 คน

เอกสารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เองระบุ ปฏิบัติการทางอากาศของอเมริกาในตะวันออกกลางมี “ข้อผิดพลาดร้ายแรงด้านข่าวกรอง” ส่งผลให้พลเรือนหลายพันคน ซึ่งรวมถึงเด็กมากมายต้องสังเวยชีวิต

รายงานของสื่อดัง “นิวยอร์กไทมส์” เมื่อวันเสาร์ (18 ธ.ค.) โดยอ้างอิงเอกสารลับของเพนตากอนกองใหญ่ที่ครอบคลุมการเสียชีวิตของพลเรือนกว่า 1,300 คน เป็นการบ่อนทำลายคำกล่าวอ้างเรื่อยมาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ว่า อเมริกาทำสงครามด้วยระเบิดที่มีความแม่นยำ

นิวยอร์กไทมส์ระบุว่า บันทึกเหล่านี้ไม่มีแม้แต่ฉบับเดียวที่ระบุถึงการตรวจสอบพบการกระทำผิดหรือการดำเนินการทางวินัยกับผู้รับผิดชอบ

แม้หลายกรณีที่นิวยอร์กไทมส์กล่าวถึงในรายงานชุดแรกจากทั้งหมดสองชุดที่เตรียมเผยแพร่นั้นเคยเป็นข่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่จากการตรวจสอบของหนังสือพิมพ์ดังฉบับนี้พบว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตซึ่งมีการบันทึกไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างน้อยหลายร้อยคน

รายงานข่าวในวันเสาร์ของนิวยอร์กไทมส์ พูดถึง 3 กรณี โดยที่ 1 ในนั้นคือเหตุการณ์การทิ้งระเบิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2016 ที่หน่วยรบพิเศษของอเมริกาเชื่อว่า เป็นจุดรวมพล 3 แห่งของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ทางเหนือของซีเรีย มีการรายงานเบื้องต้นว่า นักรบไอเอสถูกสังหาร 85 คน แต่แท้จริงผู้เสียชีวิตคือเกษตรกรและชาวบ้านรวม 120 คน

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือการโจมตีในเมืองเราะมาดีของอิรักเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 หลังจากมีภาพชายคนหนึ่งลาก “วัตถุหนักที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร” เข้าไปในที่ตั้งของไอเอส ซึ่งผลการตรวจสอบในภายหลังพบว่า วัตถุดังกล่าวคือเด็กที่เสียชีวิตจากการโจมตี

รายงานระบุว่า ภาพจากการสอดแนมคุณภาพต่ำมักเป็นสาเหตุความล้มเหลวในการล็อกเป้าที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต

เมื่อไม่นานมานี้เอง อเมริกาต้องถอนคำอวดอ้างที่ว่า รถยนต์ซึ่งถูกโดรนของตนทำลายบนถนนในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีระเบิดซุกซ่อนอยู่ เพราะกลายเป็นว่า เหยื่อในการโจมตีดังกล่าวเป็นครอบครัวที่มีสมาชิก 10 คน และมีเด็กอยู่ด้วย

รายงานเสริมว่า พลเรือนที่รอดชีวิตจำนวนมากกลายเป็นคนพิการที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง แต่ผู้ที่ได้รับเงินชดเชยจริงมีแค่หลักสิบรายเท่านั้น

ทางด้าน บิลล์ เออร์บัน โฆษกกองบัญชาการทหารด้านกลาง (CENTCOM) ของสหรัฐฯ ตอบข้อซักถามของนิวยอร์กไทมส์เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยยอมรับว่า แม้แต่เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลกยังเกิดข้อผิดพลาดได้ ไม่ว่าจะโดยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือการตีความข้อมูลผิดพลาดก็ตาม และอเมริกาพยายามเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเหล่านั้น รวมถึงพยายามป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย สืบสวนทุกเหตุการณ์ และเสียใจกับทุกชีวิตผู้บริสุทธิ์

อเมริกาเพิ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในตะวันออกกลางอย่างรวดเร็วในช่วงปีท้าย ๆ ของคณะบริหารของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ขณะที่การสนับสนุนจากชาวอเมริกันสำหรับสงครามภาคพื้นดินที่ไม่รู้จบเริ่มเหือดแห้งลง

โอบามา ระบุว่า แนวทางใหม่ที่มักมีการใช้โดรนจากพื้นที่ห่างไกลมากเข้าปฏิบัติการโจมตีนั้นถือเป็นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่แม่นยำที่สุดในประวัติศาสตร์ และสามารถลดการเสียชีวิตของพลเรือนให้เหลือน้อยที่สุด

“บิ๊กตู่” ต้อนรับ “รมว.กห.เกาหลี” เข้าเยี่ยมคำนับ ย้ำความสัมพันธ์แนบแน่นและผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Suh, Wook ( ซอ อุก ) รมว.กลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี ( กล.ต.) และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกลาโหม ระหว่าง 19 - 21 ธ.ค. 64 

โดยกระทรวงกลาโหม จัดได้กองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ  หลังจากนั้น  รมว.กลาโหมสาธารณรัฐเกาหลี ( กล.ต.) ได้เข้าเยี่ยมคำนับ นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ณ ห้องรับรอง 

โดย พล.อ.ประยุทธ์’ ได้กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับ นาย ซอ อุก ที่เข้ารับตำแหน่ง ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน ซึ่งได้ครบความสัมพันธ์ทางการทูต 63 ปีในปีนี้  โดยมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะความร่วมมือทางทหารที่แนบแน่น และความเชื่อมโยงในภูมิภาคตามข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน  

นาย ซอ อุก ได้กล่าว ชื่นชมรัฐบาลในการรับมือและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างดีที่ผ่านมา ขอบคุณไทยที่สนับสนุนฉีดวัคซีนให้กันคนเกาหลีในไทย และสนับสนุนเกาหลีให้ผ่านความยากลำบากจากสงครามที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอบคุณ กห.ที่ผลักดันการหารือยกระดับความร่วมมือเกาหลีและอาเซียนให้เป็นรูปธรรม ในเวทีการประชุม รมว.กห.อาเซียน ทั้งการแสวงหาสันติสุขในคาบสมุทรเกาหลี ความร่วมมือด้านไซเบอร์และเทคโนโลยี และหวังว่าจะได้พบปะพูดคุยระหว่างกันในเวทีระดับต่างๆใกล้ชิดมากขึ้นเมื่อสถานการณ์โควิดดีขึ้น เพื่อร่วมกันผลักดันขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน 

‘ประกันสังคม’ ปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ ขยายอายุเกษียณเป็น 60 ปี เริ่มใช้กับรายใหม่

ประกันสังคม ปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ ขยายอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี ยกเหตุโครงสร้างผู้สูงอายุ จำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มและยาวนานขึ้น หวังควบคุมต้นทุน เริ่มใช้กับผู้ประกันตนรายใหม่

20 ธ.ค. 64  สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจงความคืบหน้าการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพ โดยการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ว่าเนื่องจากโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้มีจำนวนแรงงานลดลง ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้มีจำนวนผู้สูงอายุและผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ระบบการแพทย์ที่ดีขึ้นและสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนจะได้รับบำนาญเป็นระยะเวลายาวนานขึ้น เนื่องจากบำนาญประกันสังคมเป็นการดูแลตลอดชีวิต 

อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นก็จะตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงขึ้นมากจนเกินไป ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องนำส่ง สำนักงานประกันสังคม จึงมีนโยบายการปรับปรุงอายุเกิดสิทธิรับบำนาญ (หรือที่เรียกกันว่าอายุเกษียณ) เพื่อให้เกิดสมดุลกับโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ และควบคุมต้นทุนของระบบบำนาญให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยการขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเป็นมาตรการปกติที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกดำเนินการ

สำนักงานประกันสังคม ได้มีการจัดทำแนวทางการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ระบบบำนาญชราภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงให้กับลูกจ้างผู้ประกันตนเมื่อต้องเข้าสู่วัยเกษียณ โดยที่การขยายอายุผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพจาก 55 ปี เป็น 60 ปี เป็นมาตรการหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการใช้กับผู้ประกันตนใหม่และผู้ประกันตนที่อายุน้อยเท่านั้น ผู้ประกันตนปัจจุบันที่ใกล้เกษียณอายุจะไม่ได้รับผลกระทบ 

ประกันสังคม ปฏิรูประบบบำนาญขยายอายุเกษียณ 55 เป็น 60 ปี เริ่มใช้กับรายใหม่

รมช. กลาโหม รับเมียนมาทะลักเข้าไทยอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 2,000 คนแล้ว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม กล่าวถึง กรณีที่ผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนประเทศเมียนมา และได้เข้าไทยบริเวณชายแดนแม่สอด จังหวัดตากอย่างผิดกฎหมายหลังมีสงครามภายใน ว่าพยายามที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุดโดยให้ศูนย์บัญชาการชายแดนจังหวัดตาก และหน่วยทหารในพื้นที่ร่วมการสนับสนุนการดำเนินการ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top